ปัญหาสังคม ปัญหาของใคร? คนไร้บ้านเพิ่มขึ้นใน กทม. สวนทางโครงการบ้านใหม่ผุดขึ้นไม่จำกัด
วิวเมืองกรุงเทพฯในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส ภาพจาก Bhubeth Bhajanavorakul / Shutterstock.com
คงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า บ้านคือหนึ่งในปัจจัยหลักของมนุษย์ แต่กลับกลายเป็นสิ่งที่จับต้องได้ยากขึ้นสำหรับคนรายได้น้อยโดยเฉพาะในเมืองใหญ่หลายๆแห่งทั่วโลก แม้ว่าการลงทุนด้านอสังหาฯจากเหล่า Developer เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องมาหลายปีสวนทางก็สถิติคนไร้บ้านที่เพิ่มสูงอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีทีท่าว่าจะมีใครเข้ามาช่วยแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำนี้ได้ บวกกับโครงการรถไฟฟ้าสายใหม่ที่กำลังเร่งสร้างอยู่ส่งผลให้ที่ดินมีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่สวนทางกับเศรษฐกิจที่ยังไม่มีวิธีแก้ปัญหาระยะยาว ทำได้เพียงกระตุ้นการใช้จ่ายและการท่องเที่ยว จึงทำให้การมีที่อยู่อาศัยเป็นเรื่องยากขึ้นสำหรับกลุ่มคนรายได้น้อย หรือพูดให้เข้าใจง่ายๆนั่นก็คือกลุ่มแรงงานที่กำลังอยู่ในสถานการณ์ลำบากจากค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น แต่ค่าแรงเท่าเดิม โดยเฉพาะแรงงานที่มาจากต่างจังหวัดจนนำไปสู่ปัญหาคนไร้บ้านใจกลางมหานคร
เมื่อรถไฟฟ้าเข้ามาเปลี่ยนแปลงอสังหาฯในกรุงเทพฯไปตลอดกาล
ภาพจาก DDproperty.com
ต้นตอของเรื่องทั้งหมดเริ่มต้นจากการเปิดให้บริการรถไฟฟ้า BTS ค.ศ. 1999 และ MRT ค.ศ. 2004 สายแรกของกรุงเทพฯที่หลายๆคนคาดหวังไว้ว่าจะแก้ปัญหาการจราจรที่แสนจะหนาแน่นของเมืองหลวงแห่งนี้ให้มีความคล่องตัวมากขึ้น ทำให้มุมมองอสังหาฯกรุงเทพฯเปลี่ยนไปตลอดกาล เพราะนับตั้งแต่มีรถไฟฟ้าทั้ง 2 สายแรกนี้ก็ทำให้ผู้คนมากมายสนใจจะลงทุนตามแนวรถไฟฟ้าฟ้านี้อย่างล้นหลามไม่เว้นแม้แต่นักลงทุนชาวต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในกรุงเทพฯ เมื่อสปอตไลท์ส่องทุกหย่อมหญ้าที่รถไฟฟ้าทั้ง 2 สายนี้ผ่านก็ย่อมทำให้มูลค่าที่ดินละแวกนั้นเพิ่มสูงขึ้นหลายเท่าตัว ยกตัวอย่างเช่น BTS บางนา ที่ก่อนที่จะมีรถไฟฟ้าก็เป็นเพียงแค่ทุ่งนาสมชื่อเขตบางนานั่นแหละ จากท้องนาที่เคยราคาต่ำเตี้ยเรี่ยดินจนไม่มีใครเหลี่ยวแลก็กลับกลายเป็นพื้นที่ที่มีมูลค่าขึ้นมาทันทีหลังจากโครงการ BTS เข้าถึง
ตามด้วยโครงการบ้านหลังแรกจากรัฐบาล ปี 2558-2559 ที่พยายามกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยวิธีนี้และเพิ่มโอกาสให้คนรุ่นใหม่ที่ยังไม่เคยมีบ้านเป็นของตัวเองให้สามารถกู้ยืมเงินจากธนาคารได้ง่ายขึ้นกว่าเมื่อก่อนที่ยิ่งกระตุ้นให้ Developers สร้างโปรเจคเพิ่มขึ้นจากเดิมในขณะที่บางโครงการเก่าๆก็ยังคงขายไม่ออกบ้างโดยเฉพาะหมู่บ้านไฮเอนด์ที่แค่ราคาเริ่มต้นก็สูงมากแล้ว
การลดดอกเบี้ยให้ต่ำลงมาอีกหลังจากที่เศรษฐกิจของปี 2562 ก็คงเป็นสิ่งที่ยืนยันได้อย่างชัดเจนว่าสถานการณ์ตลาดอสังหาฯและภาพรวมเศรษฐกิจที่ยังคงฝืดสุดๆ ไม่ว่าจะเป็นการปรับลดดอกเบี้ย ลดค่าโอน-จดจำนอง ลดหย่อนภาษี และลดการผ่อนดาวน์ เพื่อเอื้อให้มีการจับจ่ายใช้สอยในตลาดมากขึ้น แต่จะประสบผลสำเร็จในระยะยาวหรือไม่ก็ต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆอย่างรวมกันที่จะส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจลงทุน แถมช่วงนี้มีไวรัสระบาด COVIT-19 ที่ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจจากนักลงทุนชาวจีนเป็นอย่งมาก