8 เหตุผล ที่ทำไมคอนโดพร้อมอยู่จากศุภาลัย จึงเหมาะกับการใช้ชีวิตในยุค Social Distancing แบบสุดๆ

Condoman 26 April, 2020 at 20.15 pm

“เบื่อ….เหงา ….เฉา ….อึดอัด ….ไม่ไหวแล้วครับ/ค่ะ”

 

นี่คงเป็นเสียงจากหัวใจใครหลายๆคน ที่ร่ำร้องออกมาในช่วงเวลานี้  ซึ่งผมเองก็เป็นหนึ่งในนั้น พวกเราต้องช่วยกัน อยู่บ้าน/หยุดเชื้อ/เพื่อชาติ  ร่วมใจกันทำให้ “ประเทศไทยต้องชนะครับ” ตามคำพูดปลุกใจของท่านนายกรัฐมนตรี

 

เป็นที่รู้กันดีว่าในยุคแห่งการแพร่ระบาดของ COVID-19 แบบนี้ ทุกคนในประเทศและทั่วโลกต้องอยู่ภายใต้สถานการณ์ที่ต้องกักกันตัวเองในที่อยู่ของใครของมัน เกือบทั้ง 24 ชม เรียกได้ว่า Work-Live-Play-Learn-Eat ในที่เดียวกันเลย (ช่วงนี้ลูกสาวผมต้องเรียน online ตลอด ไม่ว่าจะเป็นเรียนจากโรงเรียน หรือเรียนพิเศษอื่นๆ)  ซึ่งใครที่มีบ้านอยู่แนวราบ หรือมีคอนโดห้องใหญ่ๆแบบ Penthouse ห้องใหญ่ๆแบบ 100 ตารางเมตร ++  พร้อมระเบียงกว้างๆก็ดูจะช่วยลดทอนความอึดอัดได้บ้าง

 

แต่ไม่ใช่ทุกคนจะเลือกชีวิตแบบนั้นได้ ด้วยหลากหลายปัจจัย…

ทำให้ ศุภาลัย (SUPALAI)   หนึ่งในบริษัทมหาชนขนาดยักษ์ใหญ่ของวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย  เสนอตัวนำคอนโดพร้อมอยู่ของตัวเองมาให้ผู้ที่ต้องการหาที่อยู่อาศัย ต้องการขยับขยายเปลี่ยนแปลงจากการใช้ชีวิตที่ค่อนข้างจะอึดอัดในห้วงเวลานี้  ได้พิจารณาเลือกซื้อ

 

8 เหตุผลหลักเด่นๆ ที่ผมเห็นได้ชัดจากคอนโดของศุภาลัย มีดังต่อไปนี้

 

1.ขนาดห้องพักที่กว้างกว่า ห้องในคอนโดฯ อื่นๆ

คอนโดสร้างเสร็จใหม่กว่าครึ่งนึงล้วนแล้วแต่เป็นคอนโดที่มีห้องขนาดสตูดิโอ – 1 ห้องนอน ขนาดเล็กประมาณ 25 – 35 ตรม.กันแทบทั้งนั้น ซึ่งมันก็ยากที่จะดำรงชีวิตแบบนี้ได้ติดต่อกันหลายๆวัน  แต่ของศุภาลัย ด้วยราคาที่ขายในระดับเดียวกันหรือต่ำกว่าในทำเลเดียวกัน จะได้ห้องใหญ่กว่าคือ  ห้อง Studio ขนาด 30-34 ตร.ม. /ห้อง 1 bedroom ขนาด 38-49 ตร.ม. /ห้อง 2 bedroom ขนาด 60-85 ตร.ม.  กันเลยทีเดียว

 

ซึ่งเป็นเรื่องจริงที่หลายๆคนที่ศึกษาด้านคอนโดมิเนียม รับรู้ได้เหมือนๆกันครับ ว่าถ้าเรามองไปที่ตลาดคอนโดในกรุงเทพ หากเรานึกถึงคอนโดสร้างเสร็จใหม่ห้องใหญ่ๆ และมักจะมีราคาขายที่ถูกกว่าชาวบ้าน ตั้งอยู่ในทำเลที่เป็นแหล่งชุมชน ไปซื้อหาของกินสะดวก ไม่ต้องกลัวว่าจะกลับไปไม่ทัน Curfew ก็เห็นจะมีแค่คอนโดจากค่ายศุภาลัยเท่านั้น ที่ดูจะเหมาะกับสภาพการณ์ที่คนมองหา Space และมองราคาที่สามารถจ่ายได้เป็นหลัก มากกว่าความสะดวกสบายรูปแบบอื่นๆเช่นติดรถไฟฟ้าใจกลางเมือง แต่ไม่มี Space ที่มากพอ

2.Layout ของห้องพัก ที่ให้เราแบ่งสัดส่วนการใช้งานได้ดีกว่า

เน้นการแบ่งห้องต่างๆ อย่างเป็นสัดเป็นส่วน มีระเบียงและหน้าต่างเพื่อให้อากาศถ่ายเทได้ดี

ดูจากข้างบนจะเห็นว่า เค้าออกแบบแปลนห้องมาเน้นระเบียงเยอะและใหญ่กว่าคนอื่นจริงๆครับ   ในช่วงที่ชีวิตต้องอยู่ในที่พักเกือบท้งวันแบบนี้ มีระเบียงเยอะนี่ช่วยได้มากจริงๆ  อย่างคอนโดที่ผมเก็บตัวอยู่ตอนนี้ก็ซื้อต้นไม้มาปลูกเยอะเลย

3. การออกแบบตัวอาคาร เพื่อหลบทิศทางแดดและรับลมธรรมชาติ ทำให้อากาศถ่ายเทได้ดี

อย่างที่ ศุภาลัย เวอเรนด้า รัตนาธิเบศร์  มีการออกแบบรูปทรงของอาคารหรือการเลือกใช้วัสดุ ให้ความสำคัญกับระบบหมุนเวียนอากาศทิศทางแสงแดดและลม โดยการจัดวางผังอาคารเป็นรูปตัวแอล (L) การวางผังอาคารตาม ทิศเหนือ-ใต้ หลีกเลี่ยงพื้นที่สัมผัสแดด (ความร้อน) โดยตรงจากทางทิศตะวันตกให้เหลือน้อยที่สุด ยิ่งตอนนี้เป็นช่วงหน้าร้อน และคนส่วนใหญ่ต้อง WFH ทำให้ค่าไฟแต่ละบ้านพุ่งสูงขึ้นเป็นเท่าตัว ดังนั้นการที่ได้อยู่คอนโดที่มีอากาศภายในห้องถ่ายเทสะดวก รวมถึงมีแสงธรรมชาติส่องผ่านได้ถึงทุกมุมของห้อง ก็มีส่วนช่วยในการประหยัดค่าไฟได้มากทีเดียว เพราะลมจะพัดเข้าห้องตลอดเวลา ไม่ต้องเปิดแอร์ทั้งวัน

4. ส่วนกลางมีความเป็น open space หรือ semi space

ด้วยการดีไซน์แบบ เพื่อให้ลมเข้า เช่น การทำ semi lobby แบ่งโซน outdoor และ indoor หรือพื้นที่สวนดาดฟ้า เพื่อใช้ออกกำลังกาย และยังมี pocket garden แทรกเข้ามาในชั้นพักอาศัย

 

ผมเชื่อว่าคนที่อยู่คอนโดจะทราบดีครับ ว่าส่วนกลางที่เปิดโล่งนั้นสามารถลดความรู้สึกอึดอัดได้มาก อย่างเช่น การกลับเข้าคอนโดโดยเดินผ่าน outdoor lobby  / การเดินออกจากห้องไปที่ pocket garden ในชั้น ตลอดจนการขึ้นไปออกกำลังกาย พักผ่อนดูวิวสวยๆมุมสูงที่สวนชั้นดาดฟ้า  มันเติมเต็มความรู้สึกผ่อนคลายในการใช้ชีวิตในเมืองใหญ่ได้ดีทีเดียว

5. ครัวใหญ่ ถูกแบ่งเป็นสัดส่วน ใช้งานได้จริง

ในช่วงของการเก็บตัวจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 นี้ เชื่อได้เลยว่ากิจกรรมหลักยามว่างของใครหลายๆคนคือต้องเข้าห้องครัว ไม่ว่าจะเป็นการทำอาหารแบบจริงจัง หรือการอัพโหลด VDO คลิปและแชร์ลง TikTok การที่ได้อยู่คอนโดที่มีครัวขนาดใหญ่ มีพื้นที่กว้างเพียงพอให้จัดวางอุปกรณ์ทำอาหาร รวมถึง set up พร็อพต่างๆก็ดูจะถูกใจคนชอบทำครัว รัก Social Media มากกว่าการอยู่ในห้องที่มีครัวขนาดเล็ก

 

ซึ่งครัวที่อยู่ในโครงการของศุภาลัยนั้นจะเน้นเป็นครัวที่สามารถใช้ทำอาหารได้จริงๆ ไม่ต้องกลัวจะมีกลิ่นฟุ้งไปทั่วห้อง เนื่องจากอยู่ในตำแหน่งติดกับระเบียงหลังห้องที่มีอากาศถ่ายเทได้ดี มีการกั้นห้องเป็นสัดส่วน จึงทำให้กลิ่นอาหารไม่เข้าไปถึงส่วนของห้องนอน และส่วนครัวยังมีความกว้าง มีพื้นที่เหลือเยอะหลังจากการวางท็อปครัวและตู้เย็นแล้วก็ยังสามารถเดินเข้า-ออก ผ่านไปทางระเบียงได้อย่างสะดวก

ส่วนครัวของโครงการอื่นมักจะอยู่ด้านหน้าห้อง และแชร์พื้นที่ร่วมกันหลายๆโซน

*แต่ก่อนศุภาลัยใช้คำว่ายุงน้อยกว่า เป็นคำโฆษณาหลัก เดี๋ยวนี้จะเปลี่ยนเป็นครัวใหญ่กว่า !!!  แล้วหรือครับเนี่ย

 

6. ที่จอดรถ ที่เพียงพอเป็นสิ่งที่ต้องการ

ยุค Social Distancing แบบนี้ นอกจากเก็บตัวอยู่บ้านแล้ว พวกเรายังหลีกเลี่ยงการเดินทางโดยขนส่งสาธารณะและหันมาขับรถส่วนตัวกันมากขึ้น ที่จอดรถในคอนโดจึงมีความสำคัญขึ้นกว่าเดิม ซึ่งที่ศุภาลัยมีให้มากกว่าคอนโดอื่นๆ ด้วยสัดส่วนมากถึง 50-80% ของจำนวนยูนิต (ยังไม่รวมซ้อนคัน)  ส่วนคอนโดในระดับราคาเดียวกันมักจะให้ที่จอดมาที่ 40% ของจำนวนยูนิต  ถ้าเทียบกับประมาณ 800 ยูนิต ส่วนต่าง 10% นี่คือ 80 ช่องจอดเลยนะครับ

 

จากประสบการณ์จริง การขับรถกลับที่พักแล้วต้องมาวนหาช่องจอด ทีละชั้นจนครบทุกชั้น เพื่อพบกับความจริงที่ว่า เราต้องเอารถสุดที่รักของเราไปจอดซ้อนคันขวางรถคันอื่นที่กลับบ้านมาก่อน มันเจ็บปวดเหลือเกิน

 

7. พื้นที่สีเขียวแบบจัดเต็ม

ในโครงการของศุภาลัย มักถูกออกแบบให้มีพื้นที่เปิดโล่ง และพื้นที่สีเขียวในโครงการรวม 2 ไร่ขึ้นไป

ยกตัวอย่างที่โครงการ ศุภาลัย เวอเรนด้า รัตนาธิเบศร์ : สวนลอยฟ้าที่ชั้นบนอาคาร รวมทั้งมี Pocket Garden กระจายอยู่ในทุกๆ 2 ชั้นของที่พักอาศัย เพื่อเพิ่มพื้นที่ใกล้ชิดธรรมชาติ และมุมพักผ่อนให้กับผู้อาศัย

พื้นที่สีเขียวถ้าดูแลรักษาดีๆ ได้กรรมการนิติที่รักต้นไม้สักนิดนะครับ จะเพิ่มมูลค่าของคอนโดในระยะยาวได้ดีมากๆ เพราะความสวยของสวน ความร่มรื่นของต้นไม้จะช่วยซ่อนร่องรอยความเก่าของอาคารที่เสื่อมไปตามกาลเวลาได้ดีมากๆ

 

8. ราคาที่คุ้มสุด ถ้าเทียบกันแบบต่อตารางเมตร

เหตุผลที่ศุภาลัยทำราคาได้ถูกกว่าเมื่อเทียบกับคอนโดอื่นๆในขนาดตารางเมตรเท่ากัน นั่นคือการที่ทางบริษัทมีนวัตกรรมการก่อสร้างและการจัดซื้อที่เป็นระบบมากๆ อย่างเช่น ซื้อเยอะกว่าคนอื่นย่อมได้ราคาดีกว่า /  ซื้อที่แปลงใหญ่ๆได้ราคาดีกว่า / แถมยังมีต้นทุนทางการเงินที่น้อยกว่าบริษัทอื่นๆในตลาดอีกต่างหาก

 

อย่างคอนโดที่เปิดล่าสุดที่ทำเลใกล้รถไฟฟ้าสถานีบางอ้อ คือราคาดีมากๆๆๆ ถูกกว่าคอนโดเปิดใหม่หรือคอนโดที่เพิ่งสร้างเสร็จหมาดๆในทำเลเดียวกันแบบเกิน 50%  เหตุผลเพราะศุภาลัยซื้อที่ดินตาบอดแปลงใหญ่มากในราคาพิเศษสุดๆ แล้วค่อยมาซื้อที่เปิดทางเชื่อมกับถนนหลัก  เลยทำราคาต้นทุนได้ต่ำมากๆ

เดิมทีคอนโดศุภาลัยมักจะถูกมองว่าไม่เหมาะกับกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ชอบความคล่องตัวในการเดินทาง และอยู่แค่ตัวคนเดียว แต่ช่วงเวลานี้ได้พิสูจน์ให้เห็นว่านี่คือตัวเลือกที่ตอบโจทย์มากจริงๆในยุค Social Distancing

 

โดยเฉพาะการปรับปรุงการดีไซน์ให้โฉบเฉี่ยวทันสมัยมากขึ้น เพิ่มความสวยงามของส่วนกลางที่เคยถูกละเลยในยุคก่อนๆ เพิ่มขนาดหน้าต่างไม่ให้ใครมาแซวว่ายุงน้อยกว่าได้อีกต่อไป เพิ่ม spec ให้ห้องพักอาศัย อย่างคอนโดที่เปิดใหม่แถวท่าพระ  “Supalai Lite ท่าพระ วงเวียนใหญ่” ถึงขนาดให้แอร์ฝังฝ้ามาเลย ในระดับราคาเริ่ม 2.1 ล้านบาทตอนนี้ เป็นที่เดียวที่ให้เลยนะครับ

 

ซึ่งตอนนี้ศุภาลัยมีคอนโดมิเนียมสร้างเสร็จพร้อมอยู่ 13 โครงการใน กทม.

– ศุภาลัย ซิตี้ รีสอร์ท สถานีพระนั่งเกล้า – เจ้าพระยา เริ่ม 1.49 ล้าน

– ศุภาลัย เวอเรนด้า รัตนาธิเบศร์ เริ่ม  1.55 ล้าน

– ศุภาลัย วิสต้า @ ห้าแยกปากเกร็ด เริ่ม 1.69 ล้าน

– ศุภาลัย เวอเรนด้า รัชวิภา-ประชาชื่น เริ่ม 1.89 ล้าน

– ศุภาลัย ซิตี้ รีสอร์ท แจ้งวัฒนะ เริ่ม 1.79 ล้าน

– ศุภาลัย ลอฟท์ สถานีแคราย เริ่ม 1.95 ล้าน

– ศุภาลัย เวอเรนด้า พระราม 9 เริ่ม 2.31 ล้าน

– ศุภาลัย ลอฟท์ แจ้งวัฒนะ เริ่ม 2.39 ล้าน

– ศุภาลัย วิสต้า แยกติวานนท์ เริ่ม 2.99 ล้าน

– ศุภาลัย ลอฟท์ @ สถานีตลาดพลู เริ่ม 2. 47 ล้าน

– ศุภาลัย เวลลิงตัน เริ่ม 4.99 ล้าน

– ศุภาลัย เวลลิงตัน 2 เริ่ม 2.86 ล้าน

– ศุภาลัย เอลีท @ สุรวงศ์ เริ่ม 5.69 ล้าน

เรามาดูกันว่าคอนโดพร้อมอยู่ทั้ง 13 แห่ง ของศุภาลัย ให้พื้นที่ใช้สอยที่มากกว่า แต่มีราคาถูกกว่าที่อื่นๆ ยังไงบ้าง

ศุภาลัย ซิตี้ รีสอร์ท สถานีพระนั่งเกล้า – เจ้าพระยา เริ่ม 1.49 ล้าน

โครงการใกล้กับรถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีสะพานพระนั่งเกล้า เพียงแค่ 200 เมตร และสามารถเข้าสู่ใจกลางเมืองได้อย่างรวดเร็ว ด้วยจุดขึ้นลงทางด่วน อีกทั้งมีการจัดวางแนวอาคารเป็นผังรูปตัว L ให้สามารถรับลมได้จากหลายทางเป็นการระบายอากาศและช่วยประหยัดพลังงานด้วย ที่นี่มีจุดเด่นตรงที่ห้องหลายห้องสามารถมองเห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยาได้ โดยห้องขนาดเริ่มต้นที่เป็นแบบ Studio และแบบ 1 Bedroom เริ่มต้น 33 ตารางเมตร ของที่นี่เทียบกับโครงการใกล้เคียงแบบ 1 Bedroom ขนาด 24.50 ตารางเมตร ศุภาลัยมีขนาดที่ใหญ่กว่าถึง 8.50 ตารางเมตร และมีราคาขายที่ 1.49 ล้านบาท เฉลี่ยที่ 45,000 บาท/ตารางเมตร นั่นเอง

 

ศุภาลัย เวอเรนด้า รัตนาธิเบศร์ เริ่ม  1.55 ล้าน

โครงการที่แวดล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกไม่ว่าจะเป็น เซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์ รถไฟฟ้า MRT สถานีศรีพรสวรรค์ อีกทั้งสถานที่สำคัญหลายแห่ง และภายในโครงการยังมีพื้นที่สีเขียวกว่า 5,000 ตารางเมตร มีสวนส่วนกลาง Veranda Garden ให้ลูกบ้านได้พักผ่อน ที่นี่มีห้องเริ่มต้นแบบ Studio ขนาด 30 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 1.55 ล้านบาท เฉลี่ย 57,000 บาท/ตารางเมตร มีความกว้างกว่าโครงการใกล้เคียงที่เริ่มต้นด้วยแบบ 1 Bedroom ขนาด 24.50 ตารางเมตร ที่กว้างกว่าถึง 5.50 ตารางเมตรทีเดียว

 

ศุภาลัย วิสต้า @ ห้าแยกปากเกร็ด เริ่ม 1.69 ล้าน

โครงการตั้งอยู่ใกล้กับห้าแยกปากเกร็ด ซึ่งถือเป็นทำเลที่มีศักยภาพมากที่สุด เดินทางสะดวก ทั้งยังใกล้กับสนามบินดอนเมือง โดยภายในโครงการมีการออกแบบอาคารที่ใช้โทนสีสะอาดตา เรียบง่าย ด้วยสีขาว เทาอ่อน และเบจ พร้อมทั้งร้านค้า 6 ยูนิต ห้องเริ่มต้นแบบ Studio ขนาด 31 ตารางเมตร ในราคาเริ่มต้น 1.69 ล้านบาท เฉลี่ย 54,000 บาท/ตารางเมตร เมื่อเทียบกับโครงการที่อยู่บริเวณใกล้เคียงที่เริ่มต้นด้วยห้องแบบ 1 Bedroom ขนาด 25.25 ตารางเมตร ซึ่งห้องของศุภาลัยกว้างกว่า 5.75 ตารางเมตร  

 

ศุภาลัย เวอเรนด้า รัชวิภา-ประชาชื่น เริ่ม 1.89 ล้าน

โครงการใกล้กับรถไฟฟ้า MRT สถานีบางซ่อน เพียง 200 เมตร และเน้นการออกแบบเพื่อตอบสนองการใช้งานจริง ตามแนวคิด Gold Green Marine โดดเด่นด้วย Sky Veranda และ Veranda Garden พื้นที่ระเบียงนั่งเล่น และสวน กระจายอยู่ในทุกๆ 2 ชั้นของที่พักอาศัย ตอบสนองทุกความต้องการ ด้วยห้องเริ่มต้นแบบ Studio ขนาด 31.50 ตารางเมตร ในราคา 1.89 ล้านบาท ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรประมาณ 60,000 บาท เมื่อเทียบกับโครงการที่อยู่ในย่านเดียวกันกับขนาดห้องเริ่มต้นแบบ Studio ขนาด 21.50 ตารางเมตร มีขนาดต่างกันถึง 10 ตารางเมตรทีเดียว

 

 

ศุภาลัย ซิตี้ รีสอร์ท แจ้งวัฒนะ เริ่ม 1.79 ล้าน

โครงการตั้งอยู่ใกล้กับ MRT สถานีศรีรัช และฮอลล์จัดแสดงสินค้าชื่อดัง อย่าง อิมแพค เมืองทองธานี ทั้งทางด่วนอีกหลายเส้นทาง โดยการออกแบบของอาคารเป็นรูปตัว Z ได้แรงบันดาลใจมาจาก Jenga ของเล่นไม้คลาสสิกที่รู้จักกันทั่วโลก และอาคารถูกออกแบบให้มีช่องสำหรับระบายอากาศบริเวณโถงลิฟท์ทั้ง 2 ตำแหน่ง ทำให้ช่วยระบายความร้อนและมีอากาศหมุนเวียนภายในโถงทางเดินได้ดีขึ้น และมาพร้อมกับห้อง Studio ที่มีความกว้างถึง 33.50 ตารางเมตร ในราคาเริ่มต้น 1.79 ล้านบาท เฉลี่ยต่อตารางเมตรประมาณ 53,000 บาท เปรียบเทียบได้กับโครงการในบริเวณเดียวกันกับห้องเริ่มต้นแบบ 1 Bedroom ขนาด 28.50 ตารางเมตร มีความกว้างต่างกันถึง 5 ตารางเมตร

 

ศุภาลัย ลอฟท์ สถานีแคราย เริ่ม 1.95 ล้าน

โครงการตั้งอยู่ใกล้กับ MRT ถึง 2 สถานีด้วยกัน คือ สถานีแครายและสถานีสนามบินน้ำ พร้อมด้วยพื้นที่สีเขียวภายในโครงการกว่า 1,900 ตารางเมตร อีกทั้งยังมีการผสมผสานระหว่าง  FORM การซ้ำจังหวะของ ต้นไม้ และ PATTERN  เรขาคณิต ให้เกิดเอกลักษณ์อันโดดเด่น  ทันสมัยตอบสนอง  LIFESTYLE ของคนรุ่นใหม่ พร้อมความเป็นส่วนตัวด้วยห้องพักเพียง 422 ยูนิตเท่านั้น ที่นี่มีห้องแบบ Studio ขนาดเริ่มต้น 32 ตารางเมตร ในราคาเริ่มต้น 1.95 ล้านบาท เฉลี่ยต่อตารางเมตรประมาณ 60,400 บาท เมื่อเทียบกับโครงการที่อยู่ย่านเดียวกันในห้องเริ่มต้นแบบ 1 Bedroom ขนาด 25.70 ตารางเมตร ที่มีความกว้างของห้องต่างกัน 6.30 เมตร

 

ศุภาลัย เวอเรนด้า พระราม 9 เริ่ม 2.31 ล้าน

โครงการใกล้กับรถไฟฟ้า MRT สถานี รฟม. รายล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ทั้งการเดินทาง และ Lifestyle ต่างๆ โดยมีการวางผังอาคารให้เป็นรูปตัว U เพื่อโอบล้อมพื้นที่สีเขียวภายในโครงการ ภายใต้แนวคิด Living in the Forest สร้างความ Balance ระหว่างความเป็น Modern กับ Nature อีกทั้งจำนวนร้านค้าภายในโครงการถึง 14 ยูนิต ที่นี่ห้องขนาดเริ่มต้นแบบ Studio กับ 1 Bedroom เริ่มต้นที่ 30-43 ตารางเมตร ในราคา 2.31 ล้านบาท เฉลี่ยประมาณ 79,000 บาท/ตารางเมตร เทียบกับโครงการใกล้เคียงห้องแบบ 1 Bedroom มีขนาดที่ใหญ่กว่า 7.50 ตารางเมตรทีเดียว

 

ศุภาลัย ลอฟท์ แจ้งวัฒนะ เริ่ม 2.39 ล้าน

โครงการอยู่ใจกลางถนนแจ้งวัฒนะ ใกล้กับสนามบินดอนเมือง และ MRT สายสีชมพู อาคารโดดเด่นด้วย Loft Style เน้นสีธรรมชาติของวัสดุ พร้อมสีสบายๆ ใช้กระจกสีเขียวตัดแสง เพื่อลดความร้อนจากภายนอกเข้าสู่ตัวอาคารจัดวางอาคารเป็นผังรูปตัว I ด้วยการใช้กระจกสีเขียวตัดแสง เพื่อลดความร้อนจากภายนอกเข้าสู่ตัวอาคาร พร้อมด้วย Facilities และจำนวนห้อง 412 ยูนิตเท่านั้น โครงการเริ่มต้นห้องแบบ Studio ขนาด 33.50 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 2.39 ล้านบาท เฉลี่ยประมาณ 50,000 บาท/ตารางเมตร เมื่อเทียบกับโครงการที่อยู่นย่านเดียวกันในห้องเริ่มต้นแบบ 1 Bedroom ขนาด 28.50 ตารางเมตร ใหญ่กว่าถึง 5 ตารางเมตร

 

ศุภาลัย วิสต้า แยกติวานนท์ เริ่ม 2.99 ล้าน

โครงการอยู่ติดกับ MRT สถานีแยกติวานนท์ มีหลายห้องสามารถมองเห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยาได้ และการออกแบบที่โดดเด่นในแบบ Modern Style ให้ความรู้สึกสบาย ไม่แออัด บนพื้นที่เปิดโล่งกว่า 66% ด้วยความใส่ใจทุกรายละเอียดไม่ว่าจะเป็นการกั้นห้องครัวเป็นสัดส่วนเพื่อช่วยให้ระบายกลิ่นควันได้ดีเยี่ยม การออกแบบให้ห้องน้ำ สามารถรับแสงแดดและลมจากภายนอกช่วยให้ไม่อับชื้น ที่นี่มีห้องเริ่มต้นแบบ Studio ขนาด 33.50 ตารางเมตร และแบบ 1 Bedroom ขนาด 34 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 2.99 ล้านบาท เฉลี่ยต่อตารางเมตรประมาณ 43,000 บาท เมื่อเทียบกับโครงการที่อยู่นย่านเดียวกันในห้องเริ่มต้นแบบ 1 Bedroom ขนาด 25.70 ตารางเมตร ห้องมีความกว้างกว่า 7.80 ตารางเมตรทีเดียว

 

ศุาภลัย ลอฟท์ @ สถานีตลาดพลู เริ่ม 2.49 ล้าน

โครงการสามารถเดินทางสะดวกได้ด้วย BTS สถานีตลาดพลู และรถ BRT ด้วยการออกแบบสไตล์ Modern Loft ที่ตอบรับ Life style ชีวิตคนเมือง และโดดเด่นด้วยการออกแบบประหยัดพลังงาน โดยจัดวางอาคารทิศเหนือ-ใต้ เพื่อให้ระบบหมุนเวียนอากาศได้ดี และที่นี่ห้องขนาดเริ่มต้นแบบ Studio ขนาด 33 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้นที่ 2.49 ล้านบาท ราคาเฉลี่ยประมาณ 75,000 บาท/ตารางเมตร เทียบกับโครงการในบริเวณเดียวกันกับห้อง 1 Bedroom ขนาด 24.07 ตารางเมตร ต่างกันถึง 8.93 ตารางเมตร

 

ศุภาลัย เวลลิงตัน 2 เริ่ม 2.86 ล้าน

โครงการออกแบบภายใต้แนวคิด Modern English Style ที่แสดงให้เห็นภาพลักษณ์ความหรูหรา, สง่างาม และอบอุ่น อยู่ในทำเลติดกับศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ใกล้ MRT สถานีศูนย์วัฒนธรรม และเซ็นทรัลพระราม 9 จัดเต็มไปกับ Facilities มากมาย ที่นี่มีห้องแบบ 1-2 ห้องนอน ขนาด 42-66.50 ตารางเมตร ในราคาเริ่มต้น 2.86 ล้านบาท เฉลี่ยประมาณ 78,000 บาท/ตารางเมตร เปรียบเทียบกับโครงการใกล้ๆ กัน ที่นี่เริ่มต้นด้วยห้อง 1 Bedroom ขนาด 22.43 ตารางเมตร ห้องศุภาลัยมีความกว้างกว่าถึง 19.57 ตารางเมตรทีเดียว

 

ศุภาลัย เวลลิงตัน เริ่ม 4.99 ล้าน

ตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกับโครงการศุภาลัย เวลลิงตัน 2 บนพื้นที่โครงการกว่า 17.0.60 ไร่ อาคารทรงโดดเด่นด้วยเอกลักษณ์สไตล์อังกฤษ ถูกออกแบบแนวคิด  Modern English Style ให้ความเป็นส่วนตัวของผู้อยู่อาศัยด้วยห้องเพียง 2-8 ยูนิตต่อชั้นเท่านั้น ในโครงการมีห้องแบบ 1 Bedroom ขนาด 47 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 4.99 ล้านบาท ราคาเฉลี่ยประมาณ 66,000บาท/ตารางเมตร เทียบกับโครงการในบริเวณเดียวที่เริ่มต้นด้วยห้อง 1 Bedroom ขนาด 22.43 ตารางเมตร โครงการศุภาลัย เวลลิงตัน 2 มีห้องใหญ่กว่าถึง 24.57 ตารางเมตร

 

ศุภาลัย เอลีท @ สุรวงศ์ เริ่ม 5.69 ล้าน

โครงการนี้มีจุดเด่นตรงที่ห้องหลายห้องสามารถมองเห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยาได้ และยังสามารถเชื่อมต่อไปยังย่านอื่นได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ด้วยทางด่วนศรีรัช ภายในโครงการยังมีความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนยูนิตเพียงแค่ 277 ยูนิต พร้อมที่จอดรถถึง 84% การนำลักษณะของสีที่บ่งบอกถึงความนิ่งสงบ ล้ำลึก หรูหรา และสง่างาม ผสมผสานกับ texture แบบโลหะที่บ่งบอกถึงความล้ำสมัยเข้ามาใช้ในโครงการ ที่นี่มีห้องแบบ 1 Bedroom ขนาด 49 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 5.69 ล้านบาท ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรประมาณ 115,000 บาท เปรียบเทียบกับโครงการใกล้เคียงด้วยห้องแบบ 1 Bedroom ขนาด 30.50 ตารางเมตร โครงการศุภาลัย เอลีท @ สุรวงศ์ มีขนาดที่ใหญ่กว่าถึง 18.50 ตารางเมตรเลยทีเดียว

ผมลองยกตัวอย่าง Layout ห้องที่น่าสนใจ มาซัก 2 ห้องใน 2โครงการดูนะครับ

โครงการ Supalai Elite @ Surawong  เป็นโครงการที่สระว่ายน้ำสวย วิวสวยเห็น landmark สำคัญของกรุงเทพ อย่างตึก MAHANAKHON ชัดเจนมากๆ

สวน

ชั้นดาดฟ้าก็สวยสามารถออกไปรับวิวได้รอบทิศ โดยเฉพาะวิวแม่น้ำสวยประทับใจมากๆ

แปลนอาคาร

ห้องราคา 5.69 ล้านบาท เป็นห้อง 49 ตารางเมตรชั้น 17 ที่ได้วิวทิศตะวันตกด้านหลังโครงการ ซึ่งโดยส่วนตัวผมชอบวิวด้านนี้ที่เห็น Iconsiam มากกว่าวิวด้านหน้า

ห้อง 49 ตารางเมตร ที่เป็นห้อง 1 bed เป็นห้องขนาดใหญ่มาก เหมาะจริงๆกับการแบ่งส่วนพื้นที่ LIVING เป็นส่วน work or study from home  หน้าต่างในห้องนอนก็ได้บานใหญ่มากจากพื้นถึงเพดาน

 

ซึ่งราคา 5.69 ล้าน (คำนวนแล้วประมาณ 110k ) ถ้าไปซื้อคอนโดอื่นๆในทำเลนี้จะได้เพียงห้องขนาด 3x ตารางเมตรเท่านั้น

SUPALAI VERANDA RAMA 9  ราคาห้อง studio ประมาณ 2.18-2.38 ล้าน

เป็นคอนโดที่ห่างสถานีรถไฟฟ้าสายสีส้มเพียง 350 เมตร (กำลังก่อสร้าง) แต่ราคาถูกมากๆ

ห้อง studio ขนาด 30 ตารางเมตร มีพื้นที่ตั้งได้ทั้งโต๊ะทำงาน และ DAYBED ริมหน้าต่างไว้เปลี่ยนบรรยากาศ  ราคานี้ยังเป็นราคารวมเฟอร์นิเจอร์หลายชิ้นอีกด้วย

ห้องที่มาขาย online มีห้อง studio ชั้น 6 ที่เป็นชั้นสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ด้วยนะครับ น่าซื้อมากๆ กับราคาตารางเมตรละ 7 หมื่นกว่าๆ

หากใครที่คิดว่าสไตล์การออกแบบของ Supalai นั้น ตอบโจทย์ยุค Covid -19  ก็ขอเชิญเข้าไปเลือกจองโครงการที่ชอบในแบบพร้อมอยู่กันทั้ง 13 โครงการได้เลยครับ

https://supalai.com

 

และหากใครที่ยังไม่ถูกใจกับโครงการเหล่านี้ก็เตรียมเงินไว้รอซื้อโครงการพร้อมโอนในปีต่อๆไปได้เช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น Supalai Oriental Sukhumvit 39 หรือ Supalai Loft ประชาธิปก – วงเวียนใหญ่  ได้เลยนะครับบบบ

 

ขอทิ้งท้ายจากใจจริง ว่าในยุค 2020 ถ้าจะให้ผมเลือกซื้อคอนโด ด้วยหลายๆเหตุผล ผมจะเลือกซื้อคอนโดศุภาลัยเป็นอันดับต้นๆครับ เพราะสัมผัสได้ถึงความจริงใจมากกว่าหลายๆแบรนด์

#condoman

Condoman

Condoman

นักลงทุนพ่อลูกอ่อน ที่นอกจากวันๆจะนั่งเทรดหุ้นแล้ว ก็ยังดันมาหลงเสน่ห์ในรูปทรงเรขาคณิตของคอนโดราวกับว่าเป็นลูก + เมียตัวเอง แถมยังคลั่งใคล้ใน Lifestyle ของ Vertical Living จนอวตารมาเป็นสมญานามที่ใครๆต่างก็เรียกขานกันว่า "Condoman"

เว็บไซต์

สกายไรซ์ อเวนิว สุขุมวิท 64

นิว โนเบิล งามวงศ์วาน

ศุภาลัย ลอฟท์ สาทร – ราชพฤกษ์

Supalai Loft Sathorn-Ratchaphruek จึงถือว่าเป็นคอนโด...

26 June, 2020

วีรันดา เรสซิเดนซ์ หัวหิน

Veranda Residence Hua - Hin ถูกพัฒนาโดยบริษัท วีรันด...

17 June, 2020

ศุภาลัย เออร์บานา แจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด

แบบบ้านทั้ง 2 แบบ ศุภนรา เน้นความพรีเมี่ยมของห้องนอน...

21 May, 2020

ไลฟ์ ลาดพร้าว (อาคารจริง)

ถ้าพูดถึงทำเลห้าแยกลาดพร้าว ทุกคนก็จะนึกถึงห้างสรรพส...

16 April, 2020