EV Bus จากรถเมล์สู่เมืองอัจฉริยะ การเปลี่ยนแปลงที่คนอสังหาฯ ไม่ควรมองข้าม

ต่อทอง ทองหล่อ 30 January, 2026 at 10.21 am

ประกาศที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา


ขสมก. หรือ BMTA กำลังเปลี่ยนระบบขนส่งสาธารณะสู่พลังงานสะอาด นี่คือสัญญาณใหม่ที่ภาคอสังหาริมทรัพย์ต้องอ่านให้ออก

 

ผู้เขียนมีโอกาสร่วมงาน Solar & Storage Live Thailand 2026 รับฟังการบรรยายเรื่อง “ทิศทางใหม่ของ ขสมก กลยุทธ์การเปลี่ยนผ่านสู่รถเมล์ไฟฟ้ากว่า 1,500 คันภายในปี 2575” โดยคุณวิโรจน์ แหวนทองคำ ตัวแทนจากองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ

การเปลี่ยนแปลงระบบขนส่งมวลชนไม่ใช่เรื่องของการคมนาคมเพียงอย่างเดียว หากแต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อการพัฒนาเมือง เศรษฐกิจ และเพิ่มมูลค่าทรัพย์สินของอสังหาริมทรัพย์ในระยะยาว หากวันไหนขาดรถเมล์ที่เชื่อมโยงผู้คนเดินทางผ่านไปมาในโครงการอสังหา มูลค่าของอสังหาก็ย่อมไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน ดังนั้นการบรรยายของผู้บริหารองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ ครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการเล่าเรื่อง “รถเมล์ไฟฟ้า (EV Bus)” แต่คือภาพสะท้อนการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างของเมืองใหญ่ ที่ภาคอสังหาริมทรัพย์ไม่อาจมองข้ามได้

 

1. จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนผ่าน จากภาระต้นทุนสู่พลังงานสะอาด

ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา การให้บริการรถโดยสารประจำทางเป็นภาระต้นทุนที่รัฐต้องแบกรับมาโดยตลอด องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ ให้บริการประชาชนในอัตราค่าโดยสารที่ต่ำกว่าต้นทุนจริง โดยต้นทุนต่อเที่ยวสูงกว่าราคาที่เรียกเก็บอย่างมีนัยสำคัญ (พ.ศ. 2568 ต้นทุนจริง 30 บาท แต่เรียกเก็บได้ 8 บาท) แม้จะมีการเปลี่ยนผ่านจากรถร้อนสู่รถปรับอากาศในอดีต แต่ก็ไม่เคยได้รับงบประมาณสนับสนุนโดยตรงจากภาครัฐในลักษณะก้อนใหญ่เช่นครั้งนี้

 

การตัดสินใจเดินหน้าใช้รถพลังงานไฟฟ้า จึงไม่ได้เกิดจากกระแสรักษ์โลกเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการมองหา “เทคโนโลยีที่ลดภาระรัฐในระยะยาว” ทั้งในมิติของต้นทุนพลังงาน ค่าซ่อมบำรุง และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม โดยเริ่มต้นจากการใช้รถ EV ภายในองค์กร ก่อนขยายสู่ระบบบริการประชาชน

2. รถเมล์ไฟฟ้าไม่ใช่แค่ยานพาหนะ แต่คือระบบใหม่ทั้งชุด

การนำรถโดยสารไฟฟ้าเข้ามาใช้งานกว่า 1,500 คัน ไม่ได้หมายถึงการเปลี่ยนรถ แต่คือการเปลี่ยน “ระบบปฏิบัติการทั้งหมด” ตั้งแต่รูปแบบสัญญาเช่าที่รวมค่าซ่อมบำรุง การบริหารอายุการใช้งานแบตเตอรี่ ไปจนถึงการวางระบบชาร์จไฟและการจัดการพลังงานแบบเรียลไทม์

 

รถไฟฟ้าไม่สามารถ “เติมแล้ววิ่งยาว” แบบรถใช้น้ำมันได้ ระยะเวลาการชาร์จที่ยาวกว่า ทำให้พื้นที่อู่จอด การหมุนเวียนรถ และระบบดิจิทัลสำหรับควบคุมพลังงาน กลายเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินงาน นี่คือเหตุผลที่ต้องปรับปรุงอู่จอดรถใหม่แทบทั้งหมด และเป็นสาเหตุให้การส่งมอบรถล็อตแรกต้องใช้เวลา

 

ในมุมมองเชิงเมือง นี่คือสัญญาณชัดเจนว่า โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและพื้นที่สนับสนุนการคมนาคม จะกลายเป็นองค์ประกอบใหม่ของการพัฒนาเมืองในอนาคต

3. การลดมลภาวะคือโจทย์เมือง ไม่ใช่โจทย์องค์กรเดียว

ปัญหา PM 2.5 และมลภาวะทางอากาศ ทำให้ระบบขนส่งสาธารณะถูกจับตามองในฐานะแหล่งกำเนิดมลพิษสำคัญ แม้องค์กรจะยอมรับว่ารถจำนวนมากยังสร้างมลภาวะ แต่ก็ชี้ชัดว่าปัญหานี้เป็นผลรวมจากหลายกิจกรรมในเมือง ไม่ใช่เพียงรถเมล์เท่านั้น

 

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนไปใช้พลังงานสะอาด คือการแสดงบทบาทเชิงรุกของรัฐในการลดผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต ซึ่งในเชิงอสังหาริมทรัพย์ สิ่งนี้สะท้อนถึง “ทิศทางเมืองที่ให้คุณค่ากับสิ่งแวดล้อม” และจะส่งผลต่อความต้องการอยู่อาศัยในพื้นที่ที่เชื่อมโยงกับระบบขนส่งสะอาดโดยตรง

4. โครงข่ายการเดินทางใหม่ กับการออกแบบเมืองแบบเชื่อมต่อ

หนึ่งในประเด็นสำคัญคือการปรับแนวคิดเส้นทางเดินรถ จากเส้นทางยาวข้ามเมือง ไปสู่ระบบเส้นทางสั้นที่ทำหน้าที่เชื่อมต่อระบบราง เรือ และล้อเข้าด้วยกัน แนวคิดนี้สอดคล้องกับการพัฒนาเมืองสมัยใหม่ ที่เน้นการเปลี่ยนถ่ายการเดินทาง (Transit-Oriented Network) มากกว่าการเดินทางยาวด้วยระบบเดียว

 

สำหรับภาคอสังหาริมทรัพย์ นี่คือสัญญาณว่าทำเลรอบจุดเชื่อมต่อการเดินทางจะมีบทบาทมากขึ้น ไม่ใช่แค่ใกล้รถไฟฟ้า แต่รวมถึงจุดที่รถเมล์สามารถเชื่อมต่อได้สะดวก มีป้ายที่ชัดเจน และมีข้อมูลเวลารถแบบเรียลไทม์ ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่เพิ่ม “คุณภาพทำเล” ในสายตาผู้อยู่อาศัย

5. เทคโนโลยี การชำระเงิน และพฤติกรรมผู้ใช้เมือง

การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบไร้เงินสด การชำระค่าโดยสารผ่านแอปพลิเคชัน และการลดบทบาทพนักงานเก็บค่าโดยสาร ไม่ได้หมายถึงการลดคน แต่คือการยกระดับทักษะแรงงานให้สอดคล้องกับระบบใหม่ ภาพของระบบขนส่งที่เชื่อมโยงกับข้อมูลดิจิทัล จะเปลี่ยนพฤติกรรมการเดินทางของคนเมือง และทำให้การใช้ระบบสาธารณะกลายเป็นเรื่อง “คาดการณ์ได้” มากขึ้น

 

เมืองที่คาดการณ์ได้ คือเมืองที่วางแผนการใช้ชีวิตได้ง่าย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการตัดสินใจอยู่อาศัยและลงทุนในระยะยาว

6. เมื่อรถเมล์เปลี่ยน เมืองและอสังหาฯ ต้องเปลี่ยนตาม

การเปลี่ยนผ่านขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ ครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงโครงการจัดซื้อรถไฟฟ้า 1500 คัน แต่คือการวางรากฐานเมืองยุคใหม่ที่เน้นพลังงานสะอาด การเชื่อมต่อ และเทคโนโลยี สำหรับคนในวงการอสังหาริมทรัพย์ นี่คือสัญญาณล่วงหน้าของการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่ควรอ่านให้ออก เพราะระบบขนส่งคือหนึ่งในตัวกำหนดมูลค่าและศักยภาพของเมืองในระยะยาวอย่างแท้จริง

 

หากผู้อ่านสนใจอ่านข้อมูลเพิ่มเติมหรือเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการเดินรถเมล์ก็สามารถเข้าไปร่วมแสดงออกความเห็นได้ผ่านทางเว็บไซต์ https://www.bmta.co.th/ เพื่อร่วมกันพัฒนาบริการรถเมล์ ส่งผลให้พัฒนาทำเล รวมถึงมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ได้อีกทาง

หากคิดว่าบทความนี้เป็นประโยชน์ ฝากกดติดตาม Propholic.com และแชร์ให้เพื่อนๆ ของคุณ

ต่อทอง ทองหล่อ

ต่อทอง ทองหล่อ

บรรณาธิการสื่อเกี่ยวกับการศึกษา และ Blogger ผู้มีผลงานการวิเคราะห์ด้านอสังหาฯ มามากกว่าร้อยบทความ ยังเป็นผู้สนใจลงทุนคอนโดมิเนียม ชอบใช้ชีวิตแบบ Digital Nomad รักการเดินเท้าและเลือกใช้ขนส่งมวลชนสำรวจความเปลี่ยนแปลงของทำเลสถานที่ผ่านมุมมองการเข้าใจมนุษย์ นอกจากนี้ยังเป็น Active Citizen ช่วยขับเคลื่อนพัฒนาเมืองผ่านงานเขียนและเครื่องมือสื่อสารที่เชื่อมรัฐกับประชาชน เป้าหมายระยะยาวต้องการเห็นคุณภาพชีวิตการอยู่อาศัยที่ดีขึ้นของทุกคนในสังคม ติดตามผลงานได้ที่ https://matttortong.weebly.com

เว็บไซต์

เชปเตอร์วัน สปาร์ค จรัญ

นิว ริเวอร์เรสต์ ราษฎร์บูรณะ

คัลเจอร์ จุฬา

“คัลเจอร์” (Culture) เป็นแบรนด์คอนโดมิเนียมใหม่จากบร...

4 December, 2025

เนอวานา แอทเวิร์ค กรุงเทพกรีฑา

โครงการ Nirvana@Work Krungthep-Kreetha มีหัวใจหลักขอ...

10 November, 2025

นิว เมกา พลัส บางนา

คอนโดภายใต้แบรนด์ Nue คือโครงการ Flagship ที่สำคัญจา...

3 November, 2025

นิว เรน แจ้งวัฒนะ

Nue REN Chaengwattana (นิว เรน แจ้งวัฒนะ) คือโครงการ...

10 October, 2025

สอบถามโครงการ

ได้รับข้อมูลเรียบร้อยแล้ว
ขอบคุณอย่างยิ่งที่สนใจครับ
จะมีเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับไปนะครับ

ขออภัย
ไม่สามารถส่งข้อมูลได้
กรุณาลองใหม่อีกครั้ง