Whizdom The Forestias Mytopia

  

วิสซ์ดอม เดอะฟอเรสเทียส์ มายโทเปีย


The Forestias (เดอะ ฟอเรสเทียส์) คือเมืองแห่งความมหัศจรรย์ในผืนป่า บนพื้นที่ 398 ไร่ ที่ตั้งอยู่บนถนนบางนา – ตราด กม.7 ซึ่งเป็นโครงการที่ให้ความสำคัญกับความหลากหลายทางชีวภาพ หรือ Biodiversity โดยมีแนวทางการพัฒนาโครงการด้วยการนำความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ และมนุษย์ มาอยู่ร่วมกันภายใต้สิ่งแวดล้อมที่มีคุณภาพและเอื้อประโยชน์ต่อการใช้ชีวิต

wipawan khampuwiang เมื่อ 21 October, 2022 เวลา 17.38 pm

Prop score™: 4.2

คะแนนรีวิว: 0.0

0 รีวิว



    ข้อมูลโครงการ

ชื่อโครงการ

วิสซ์ดอม เดอะฟอเรสเทียส์

บริษัทผู้สร้าง

MQDC แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น

สถานที่

-

สถานีรถไฟ BTS

-

สถานีรถไฟใต้ดิน

-

Airport Rail Link

-

สถานี BRT

-

พื้นที่

8-0-86.1 ไร่

ชั้น

3 อาคาร Destinia 50 ชั้น, Mytopia 42 ชั้น, Petopia 43 ชั้น

ยูนิต

360 ยูนิต (เฉพาะอาคาร Mytopia )

ที่จอดรถ

พื้นที่จอดรถ 100%

ลิฟท์

4 Passenger Lifts และ 1 Service Lift

สิ่งอำนวยความสดวก

Lobby, Co-Working Space, Kids Room, Lounge, Fitness, Tree House, Infinity Edged Pool


    ประเภทยูนิต

ประเภท

CONDO/คอนโด High Rise

studio

-

1 bedroom

34-44 ตร.ม.

2 bedroom

57-79 ตร.ม.

3 bedroom

92-99 ตร.ม.

Duplex

60-164 ตร.ม.

Penthouse

154-206 ตร.ม.

ประเภทอื่นๆ

ลอฟท์ 39-58 ตร.ม. (เฉพาะอาคาร Mytopia ) , ฟอเรส ดูเพล็กซ์ เพนเฮ้าส์ 73-183 ตร.ม.

ความสูงจากพื้นถึงเพดาน

2.8 เมตร, ห้องลอฟท์ 5.45 เมตร

ราคาเริ่มต้น / ตรม.

168,000 บาท/ตร.ม.

ราคาเริ่มต้น / ยูนิต

5.7 ล้านบาท

ค่าส่วนกลาง

n/a

Sinking Fund fee

n/a

สร้างเสร็จ

2024

เว็บไซต์

https://mqdc.link/3TtSb5r

1265


เพื่อนบ้าน Street View


เป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ พร้อมใช้ชีวิตในแบบที่คุณต้องการได้ทุกวัน ที่ Whizdom The Forestias Mytopia พร้อมพาชมห้อง Loft เพดานสูงที่สัมผัสกับวิวธรรมชาติได้ใกล้ที่สุด

 

 

The Forestias (เดอะ ฟอเรสเทียส์) คือเมืองแห่งความมหัศจรรย์ในผืนป่า บนพื้นที่ 398 ไร่ ที่ตั้งอยู่บนถนนบางนา – ตราด กม.7 ซึ่งเป็นโครงการที่ให้ความสำคัญกับความหลากหลายทางชีวภาพ หรือ Biodiversity โดยมีแนวทางการพัฒนาโครงการด้วยการนำความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ และมนุษย์ มาอยู่ร่วมกันภายใต้สิ่งแวดล้อมที่มีคุณภาพและเอื้อประโยชน์ต่อการใช้ชีวิต ผสานกับเทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และนวัตกรรมเพื่อความสุขที่ยั่งยืนในการอยู่อาศัยและพร้อมเป็นส่วนหนึ่งของการอนุรักษ์ระบบนิเวศของโลก ซึ่งในโครงการ มีโครงการคอนโดภายใต้แบรนด์ Whizdom The Forestias อยู่ทั้งหมด 3 อาคาร ที่เจาะกลุ่มเป้าหมายอันมีไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันไปถึง 3 รูปแบบ คือ อาคาร Petopia ไม่ได้เป็นแค่โครงการที่อยู่อาศัยแบบ Pet Friendly เท่านั้น แต่เป็นพื้นที่ที่เข้าใจคนรักสัตว์อย่างแท้จริง จึงออกแบบมาเพื่อให้สัตว์เลี้ยงที่เปรียบเสมือนกับคนในครอบครัวของคุณ ได้มีพื้นที่ในการใช้ชีวิตได้อย่างไม่มีข้อจำกัด อาคาร Destinia ออกเเบบให้ห้องมีหน้ากว้าง มากด้วยพื้นที่เพื่อเติมเต็มชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนที่มีครอบครัว ให้สามารถมีเวลาร่วมกัน ใช้ชีวิตได้ใกล้ชิดกันยิ่งกว่าที่เคย และยังสะดวกสบายปลอดภัยด้วยเทคโนโลยีและวัสดุที่เลือกใช้ภายใต้มาตรฐานของ MQDC และอาคาร Mytopia สัมผัสธรรมชาติให้กว้างกว่าเดิม ด้วยที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์คู่รักหรือคนโสดสำหรับการมีชีวิตที่ครบทุกด้าน ให้ทุกวันคุณสามารถใช้ชีวิตตามไลฟ์สไตล์ที่เป็นคุณท่ามกลางธรรมชาติได้ทั้งหมด โดยโครงการ Whizdom The Forestias Mytopia เป็นตึกล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวไป โดยมีจุดเด่นตรงที่มีการนำเสนอยูนิตไฮไลท์เป็นห้อง Loft เพดานสูงถึง 5.45 ม. และกระจกกว้างของห้องเเบบ Full Height Glass ที่มอบสเปคดีที่สุดในกลุ่มตลาดคอนโดที่ทำห้องเพดานสูงออกมา

The Forestias (เดอะ ฟอเรสเทียส์) โครงการเมืองต้นแบบแห่งแรกของโลกที่ป่าธรรมชาติและสังคมอยู่รวมกันในเมือง ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Imagine Happiness” โดยมีองค์ประกอบสำคัญทั้ง 4 หมวดใหญ่ หรือ Eternal 4 อันเป็นพื้นฐานของความสุขที่แท้จริง ได้แก่ 50 Shades of Nature ความสุขในการใช้ชีวิตท่ามกลางระบบนิเวศขนาดใหญ่ Connecting 4 Generations ความสุขในการดีไซน์พื้นที่ความอบอุ่นให้กับครอบครัวได้ใช้ชีวิตร่วมกันครอบคลุมถึง 4 เจนเนเรชั่น Community of Dreams ความสุขบนพื้นที่และสาธารณูปโภคที่ให้ทุกคนได้ทำกิจกรรมร่วมกัน Sustainnovation for Well-being ความสุขด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน ซึ่งนับเป็นดีเอ็นเอของ MQDC ที่สร้างแนวคิดใหม่ของการใช้ชีวิตทั้งในวันนี้และในอนาคต”

คำว่า The Forestias มาจากคำว่า “Forest” ที่แปลว่า “ผืนป่าธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์” มาผนวกกับคำว่า “Fantasia” ที่แปลว่า “ความมหัศจรรย์แห่งการสร้างสรรค์ที่ไม่รู้จบ” ซึ่งเป็นโครงการที่ให้ความสำคัญกับความหลากหลายทางชีวภาพ หรือ Biodiversity โดยมีแนวทางการพัฒนาโครงการด้วยการนำความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ และมนุษย์ มาอยู่ร่วมกันภายใต้สิ่งแวดล้อมที่มีคุณภาพและเอื้อประโยชน์ต่อการใช้ชีวิต หลีกเลี่ยงการทำลายสิ่งแวดล้อมและพร้อมเป็นส่วนหนึ่งของการอนุรักษ์ระบบนิเวศของโลก

โดยโครงการตั้งเป้าสู่การเป็นต้นแบบแห่งใหม่ของโลกในการพัฒนาเมือง และจะกลายเป็นโครงการเมืองแห่งแรกในโลกที่ทุกมิติถูกออกแบบโดยเฉพาะเพื่อวัตถุประสงค์หลักอย่างเดียวคือส่งเสริมให้ผู้คนได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและสุขภาพดียิ่งขึ้น ด้วยการผนึกกำลังความรู้ความสามารถในการออกแบบรังสรรค์และก่อสร้างร่วมกับผู้เชี่ยวชาญซึ่งได้รับการยอมรับและยกย่องมากที่สุดกลุ่มหนึ่งของโลก รวมทั้งสถาบันต่างๆ ที่เป็นสถาบันชั้นนำระดับโลก เพื่อให้มั่นใจว่าทุกองค์ประกอบของโครงการซึ่งครอบคลุมไปถึงการจัดวางพื้นที่ที่อยู่อาศัย การจัดวางพื้นที่สาธารณะ การผสานเทคโนโลยีอันล้ำสมัยเพื่อการใช้ชีวิตในอนาคต การบริหารจัดการแสงธรรมชาติ เสียง ความร้อน การหมุนเวียนของอากาศ คุณภาพอากาศ และคุณภาพน้ำ จะส่งเสริมการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้อย่างแท้จริง

 

ไม่เพียงเท่านั้น เดอะ ฟอเรสเทียส์ ยังมีทางเดินยกระดับความยาวกว่า 1.6 กิโลเมตร ซึ่งรวมทางเดินที่เชื่อมโยงไปยังพื้นที่ต่างๆ ส่วนในโครงการได้ และทางเดินที่ทอดตัวอยู่เหนือผืนป่าซึ่งอยู่บริเวณใจกลางโครงการ มอบเป็นเส้นทางเดินเท้าท่ามกลางธรรมชาติที่อุดมสมบรณ์ส่งเสริมการออกกำลังกาย และการได้อยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติให้กับทุกคน

โดยภายในโครงการจะประกอบด้วยโครงการที่พักอาศัยหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น คอนโดมิเนียมแบรนด์ ‘วิสซ์ดอม’ คอนโดมิเนียมแบรนด์ ‘มัลเบอร์รี โกรฟ’ ที่อยู่อาศัยแบรนด์ ‘มัลเบอร์รี โกรฟ วิลล่า’ ที่อยู่อาศัยแบรนด์ ‘ดิ แอสเพน ทรี’ ที่อยู่อาศัยแบรนด์ ‘ซิกส์เซนส์’ และโรงแรมแบรนด์ ‘ซิกส์เซนส์’ นอกจากนี้ ยังมีศูนย์การแพทย์และสุขภาพขนาดใหญ่ที่ครบครันไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกและเครื่องมือที่ทันสมัยที่สุด พื้นที่เชิงธุรกิจสำหรับสำนักงาน สปอร์ตคอมเพล็กซ์ กิจกรรมไลฟ์สไตล์ต่างๆ ร้านค้าปลีก ร้านอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงพื้นที่ Family Center สำหรับกิจกรรมสร้างสรรค์ของครอบครัว และพื้นที่ Town Center สำหรับกิจกรรมชุมชนและกิจกรรมทางวัฒนธรรมต่างๆ โรงละคร อีเว้นท์ฮอลล์ และตลาดที่มีร้านค้าหลากหลาย

หนึ่งในโครงการที่มีจุดเด่นน่าสนใจก็คือ Whizdom The Forestias (วิสซ์ดอม เดอะฟอเรสเทียส์) ที่พักอาศัยในรูปแบบ Vertical Living ที่ดึงเอาจุดดีและจุดเด่นของบ้านและคอนโดมิเนียมมาหลอมรวมกัน ทำให้การอยู่อาศัยในคอนโดมิเนียม ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน ประกอบกับการผสานนวัตกรรมการดีไซน์ตอบสนองทุกฟังก์ชั่นของการใช้ชีวิต ผ่านกระบวนการคิดออกแบบจากรากฐานแห่งการใช้ชีวิตที่สมบูรณ์แบบ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Live it all” ที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์หลากหลายรูปแบบได้ครบจบในที่เดียว

รายละเอียดโครงการ Whizdom The Forestias พร้อมพาห้องตัวอย่างแบบ Loft ของอาคาร Mytopia

โครงการ Whizdom The Forestias (วิสซ์ดอม เดอะฟอเรสเทียส์) เป็นคอนโดมิเนียมระดับ Hi-Rise ตั้งอยู่บนถนนบางนา-ตราด กม.7 และยังสามารถเชื่อมต่อไปยังสิ่งอำนวยความสะดวกที่อยู่โดยรอบของย่านบางนาและย่านใกล้เคียงได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็น บนพื้นที่โครงการ 8-0-86.1 ไร่ จำนวน 3 อาคาร Destinia 50 ชั้น 465 ยูนิต / Mytopia 42 ชั้น 360 ยูนิต / Petopia 43 ชั้น 294 ยูนิต รวม 1,119 ยูนิต มีแบบห้องให้เลือกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น 1 ห้องนอน ขนาด 34-44 ตร.ม., 1 ห้องนอน สไตล์ลอฟท์ ขนาด 39-58 ตร.ม., 2 ห้องนอน ขนาด 57-79 ตร.ม., 3 ห้องนอน ขนาด 92-99 ตร.ม., ห้องดูเพล็กซ์ ขนาด 60-164 ตร.ม., ห้องฟอเรส ดูเพล็กซ์ เพนเฮ้าส์ ขนาด 73-183 ตร.ม. และห้องเพนเฮ้าส์ ขนาด 154-206 ตร.ม. มีพื้นที่จอดรถ 100% ที่จอดแบบทั่วไปและแบบ Auto Parking

 

สำหรับอาคาร Mytopia จะประกอบไปด้วยที่พักอาศัย จำนวน 360 ยูนิต มีตั้งแต่แบบ 1 ห้องนอน 2 ห้องนอน 3 ห้องนอน ห้องแบบดูเพล็กซ์ แบบเพ้นเฮ้าส์ และแบบฟอเรสต์ ดูเพล็กซ์ เพ้นเฮ้าส์ ขนาดเริ่มต้นตั้งแต่ 34 ตารางเมตรไปจนถึง 190 ตารางเมตร ราคา 5.7 – 32.7 ล้านบาท โดยที่พักอาศัยที่เป็นไฮไลท์ของโครงการ คือห้อง Loft ที่ออกแบบมาให้ผู้อยู่อาศัยได้ใกล้ชิดธรรมชาติมากยิ่งขึ้น ด้วยห้องสูงสามารถสัมผัสวิวป่าได้อย่างเต็มที่ และเพดานห้องที่สูงถึง 5.45 เมตร ยังช่วยทำให้การตกแต่งสไตล์ลอฟต์มีความโดดเด่นออกมาอย่างชัดเจนยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังออกแบบเพิ่มพื้นที่ให้กับบริเวณชั้นลอย โดยยังคงความรู้สึกสบายและเป็นส่วนตัวด้วยการแยกพื้นที่ระหว่างห้องนอนที่อยู่ชั้นลอยด้านบน กับห้องนั่งเล่นที่อยู่ชั้นล่าง และจัดสรรพื้นที่ครัวแบบปิด พร้อมกับออกแบบพื้นที่และจัดวางเฟอร์นิเจอร์ให้สะท้อนไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่

Master Plan

โครงการมีทั้งหมด 3 อาคาร คือ Destinia Mytopia และ Petopia ด้านนอกล้อมรอบไปด้วยธรรมชาติ โดยอาคาร Destinia และ Mytopia มีพื้นที่อาคารเชื่อมต่อกันที่ชั้น Facilities ที่ผู้อยู่อาศัยของทั้งสองอาคารสามารถใช้ร่วมกันได้ พร้อมที่พื้นที่จอดรถก็ใช้ Drop off และทางเข้า-ออก อาคารทางเดียวกัน แต่อาคาร Petopia มี Facilities และที่จอดรถแยกออกมาใช้ส่วนตัว เนื่องจากเป็นอาคารที่สามารถเลี้ยงสัตว์ได้ แต่ Facilities บางอย่างภายในอาคาร สัตว์เลี้ยงก็ไม่สามารถใช้บริการได้ แต่จะมีโซนสำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ

Model

บรรยากาศด้านในของห้องจัดแสดงห้องตัวอย่างของโครงการ Whizdom The Forestias พร้อมโมเดลโครงการ

โครงการ Whizdom The Forestias มี 3 อาคาร เรียงอาคารซ้ายมือ คือ อาคาร Petopia Mytopia และ Destinia ตามลำดับ

อาคาร Forest Pavilion อยู่ด้านหลังโครงการ ซึ่งในตอนนี้ทางโครงการใช้จัดแสดงห้องตัวอย่าง นิทรรศการเกี่ยวกับฟอเรสเทียส์ และยังมีร้านกาแฟอยู่ด้านใน

อาคารจริง มีความอลังการมาก

จุด Drop off และทางขึ้น-ลง ชั้นจอดรถของอาคาร Destinia และ Mytopia

ทั้งสองอาคารใช้ที่จอดรถที่เดียวกัน ยกเว้นอาคาร Petopia

ห้องฟอเรส ดูเพล็กซ์ เพนเฮ้าส์ ที่อยู่บริเวณชั้น 1-8 ของอาคาร Destinia และ Mytopia ได้วิวสวนป่าแบบ Panorama ทุกห้อง

ได้วิว Tree House ด้านล่าง

มีพื้นที่ส่วนกลางบริเวณชั้น 7 – 9 ที่เชื่อมต่อการใช้งานกับอาคาร Destinia

สระว่ายน้ำของอาคาร Petopia

พื้นที่ Pet Playground ของอาคาร Petopia ที่สามารถพาสัตว์เลี้ยงออกมาเดินเล่นยังส่วนนี้ได้

ชั้นพักอาศัยที่ 10-14 เป็นห้องแบบ Loft เพดานสูง 5.45 ม.

Roof Deck บนอาคาร Mytopia

 

Facilities สำหรับอาคาร Mytopia

อาคาร Destinia และ Mytopia มี Facilities ไว้รองรับผู้อยู่อาศัยอย่างหลากหลาย ให้คุณได้เข้ามาใช้บริการยังพื้นที่ส่วนกลางภายในอาคาร ทั้งโซนออกกำลังกาย โซนทำงานอ่านหนังสือ และโซนนั่งพักผ่อน ให้คุณได้ทำงาน อ่านหนังสือ หรือนัดเพื่อนๆ เข้ามานั่งเล่น พูดคุยกันในส่วนที่โครงการจัดเตรียมไว้ให้ได้ อาทิ Lobby, Co-Working Space, Kids Room, Lounge, Fitness, Tree House และ Infinity Edged Pool

 

Lobby พื้นที่พักผ่อนสำหรับผู้พักอาศัยและแขกที่เข้ามารอพบผู้พักอาศัยในอาคาร

Co-Working Space บริเวณชั้น 1 ใช้พื้นที่ส่วนนี้นั่งทำงาน อ่านหนังสือได้

Kids Room แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลักสำคัญ คือ โซนเรียนรู้และโซนเล่น ให้เด็กๆ สนุกได้อย่างเต็มที่

Pool Lounge พื้นที่ส่วนกลางแบบ Co-Living และยังเชื่อมต่อกับบริเวณสระว่ายน้ำ ทำให้สามารถทำกิจกรรมได้อย่างหลากหลาย

Fitness สามารถออกกำลังกายได้หลายรูปแบบ หรือจะเล่นโยคะที่ได้วิวของป่าด้านล่าง

Tree House ให้เด็กได้ปีนป่าย และใกล้ชิดธรรมชาติมากขึ้น

Infinity Edged Pool สระว่ายน้ำความยาว 30 ม. สามารถมองเห็นผืนป่าได้ มีทั้งสไลเดอร์และวอเตอร์เจ็ตสำหรับครอบครัว และสระแบบออนเซ็นกับโซนวารีบำบัด เพื่อการผ่อนคลายโดยเฉพาะ

 

ห้องตัวอย่างแบบ Loft ที่อาคาร Mytopia

ห้องตัวอย่างที่เราจะพาไปดูคือห้องแบบ Loft ขนาด 2 ชั้น มีเพดานสูงถึง 5.45 ม. อยู่ในชั้น 10-14 ของอาคาร Mytopia  ห้องหันไปทางทิศใต้ ได้วิวป่าทั้งหมด

 

แปลนส่วนชั้น 1 ของห้องแบบ Loft ในส่วนของโถงทางเดินจะเป็นแบบ Single Loaded Corridor ไม่มีห้องฝั่งที่อยู่ตรงข้ามกันในโถงทางเดิน

แปลนส่วนชั้นลอยของห้องแบบ Loft

ห้องตัวอย่างเป็นห้องแบบ 1 Bedroom ขนาด 54.65 ตรม. ในอาคาร Mytopia เป็นห้องที่ได้พื้นที่ใช้สอยทั้งหมดลงในโฉนดแบบถูกต้องเนื่องจากเพดานห้องแต่ละชั้นมีความสูงถึง 2.4 เมตร จึงได้สิทธิ์ของความเป็นเจ้าของห้องในทุกตารางเมตร ห้องนี้ออกแบบให้มีห้องน้ำอยู่หน้าห้องเพื่อให้ง่ายต่อการบำรุงรักษาซ่อมแซม เพราะมีช่อง Service อยู่นอกห้อง ไม่ต้องมาวุ่นวายแก้ไขในห้องเมื่อมีปัญหา ตรงกลางห้องเป็น Living Room ขนาดใหญ่ พร้อมเพดานสูง 5.45 ม. เชื่อมกับส่วน Dining ติดกระจกแบบ IGU (Insulated Glass Unit) กันความร้อนเก็บเสียงและแสงได้ดี ให้แบบเต็มความสูง ทำให้ห้องดูโล่งและกว้างเป็นอย่างมากช่วยทำให้การตกแต่งสไตล์ Loft มีความโดดเด่นออกมาอย่างชัดเจนยิ่งขึ้น  ครัวในห้องเป็นแบบปิด พื้นที่ชั้น 2 เป็นส่วนพักผ่อน พื้นที่กว้างสามารถวางเตียงขนาดใหญ่ได้ พร้อมราวกันตกแบบกระจกมาพร้อมมือจับที่มีความแข็งแรง

เปิดเข้ามาในห้องก็จะเจอกับพื้นที่ Foyer เพดานขนาดมาจรฐานหน้าห้องแบบนี้ เป็นทางเดินเชื่อมไปยังส่วนกลางห้อง ฝั่งซ้ายเป็นห้องน้ำ ฝั่งขวาเป็นตู้เก็บของเก็บรองเท้า

โครงการให้ Digital Door Lock แบบห้องตัวอย่าง ยี่ห้อ Yale ใช้ได้ทั้งการสแกนนิ้ว กดรหัสผ่าน และแตะคีย์การ์ด

ในห้องเป็นผนังฉาบเรียบทาสีขาว

Built-in ตู้เก็บรองเท้าและช่องชาร์ปสีขาวแบบเดียวกับห้องตัวอย่าง

ตู้เก็บรองเท้าขนาดใหญ่ สามารถเก็บรองเท้าได้เยอะ แถมชั้นบนยังใช้เก็บของอย่างอื่นได้ด้วย

ห้องนี้ได้แอร์แบบ Cassette Type ทั้งชั้นบนและชั้นล่าง ซึ่งเป็นระบบแบบแอร์รวมศูนย์ที่มีท่อลมจ่ายความเย็นเข้าแต่ละห้อง จึงไม่มีการติดตั้ง CDU แอร์ไว้ที่ระเบียงให้เกะกะ

โครงการติดตั้งระบบ Home Automation แบบสั่งการได้ด้วยเสียงผ่านทางหุ่นยนต์น้องไข่ต้ม ให้ผู้อยู่อาศัยสามารถใช้ชีวิตได้สะดวกขึ้น พร้อมทั้งยังติดตั้งเครื่อง ERV ให้ ซึ่งเป็นเครื่องที่มีระบบเติมอากาศแบบแลกเปลี่ยนอุณหภูมิ ที่ทำงานร่วมกับ Home Intelligent System สามารถกรองฝุ่นขนาดเล็กอย่าง PM 2.5 ได้มากกว่า 90% เพื่อสร้างคุณภาพอากาศที่ดีภายในห้อง รวมถึงเพิ่มปริมาณออกซิเจนในห้องปรับอากาศให้เหมาะสมกับจำนวนคนที่อยู่ในห้องได้

ซ้ายมือเป็นห้องน้ำ

ห้องน้ำให้ไฟแบบ Auto Light ที่สามารถเปิด-ปิดได้เอง สะดวกสำหรับผู้อยู่อาศัย เมื่อต้องการอยากเข้าห้องน้ำตอนกลางดึกก็ไม่ต้องคลำทางหาสวิตช์ไฟอีกต่อไป

หมดห่วงเรื่องน้ำรั่วซึมในห้องน้ำ เพราะโครงการของ MQDC รับประกันความแข็งแรงของโครงการสร้างอาคาร, การรั่วซึมของหลังคา, การรั่วซึมของท่อน้ำ, การใช้งานประตูหน้าต่างยาวนานถึง 30 ปี

อ่างล้างหน้า และท็อปอ่างได้สีดำแบบเดียวกับห้องตัวอย่าง

โถสุขภัณฑ์ติดกับตู้อาบน้ำตรงนี้ ภายในห้องน้ำมีระบบระบายน้ำพื้น Floor Trap โดยการไม่ฝังท่อน้ำทิ้งทะลุพื้น เพื่อการระบายน้ำที่ดี และสามารถซ่อมแซมโดยไม่รบกวนห้องชั้นล่าง เมื่อเกิดปัญหาน้ำรั่วหรือท่อตัน

มีช่องวางของให้ 1 ช่องด้านนี้

ห้องอาบน้ำติดตั้ง Shower Screen ให้

พร้อมสเตปตรงประตูกันน้ำไหลออกมาด้านนอก

ในห้องอาบน้ำให้ Hand Shower แบบปรับระดับขึ้น-ลงได้ พร้อมช่องวางอุปกรณ์อาบน้ำ

ติดตั้งพัดลมดูดอากาศให้ในห้องน้ำ เพื่อให้อากาศถ่ายเทได้ดียิ่งขึ้น

Living Room

Living Room อยู่ในโถงกลางห้อง พร้อมไฮไลท์ในห้องนี้ที่มีเพดานสูงถึง 5.45 ม. ทำให้ห้องดูโล่งและโปร่งเป็นอย่างมาก พร้อมจัดวางเฟอร์นิเจอร์ให้สะท้อนไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่

ในห้องติดตั้งกระจกบานใหญ่แบบเต็มความสูงให้

โถง Living Room กว้างมาก ปูพื้นด้วย SPC กันลื่น กันบวมน้ำได้ดี

ตำแหน่งของทีวีจะอยู่ติดกับบันได ซึ่งห้องจริงโครงการจะทำห้องเก็บของใต้บันไดให้ ติดกับผนังห้องฝั่งซ้ายมือ

มุมมองจาก Living Room ไปยังบริเวณชั้นลอย

Dining อยู่ด้านหลัง Living Room มีพื้นที่วางโต๊ะทานอาหารขนาด 2 ที่นั่งได้ แต่จริงๆ Target ของห้องไทป์นี้เน้นไปที่คนโสด บางคนอาจปรับฟังก์ชั่นของพื้นที่ส่วนออก แล้วไปนั่งทานอาหารตรงโซฟาได้ เพื่อให้มีพื้นที่ภายในห้องเพิ่มขึ้น

ประตูออกไปยังระเบียงด้านนอก โครงการติดตั้ง Door Seal และ Drop Seal ให้ และระบบ IGU เป็นกระจกเก็บเสียง ที่แสงจากด้านนอกเข้ามาได้แต่จะไม่มีความร้อนผ่านเข้ามาในห้อง ไม่เพียงเท่านั้นผนังในห้องยังเป็นแบบ Double Wall ที่มีความหนาถึง 20 ซม. ช่วยลดเสียงรบกวนได้ดีทีเดียว

ระเบียงกว้างพร้อมราวกันตก ไม่มี CDU แอร์มาวางให้เกะกะ สามารถใช้พื้นที่ระเบียงได้เต็มที่

จัดชุดโต๊ะ เก้าอี้เล็กๆ ไว้นั่งจิบกาแฟตอนเช้าก็ดีไม่น้อย

ครัวในห้องเป็นแบบปิด

โครงการ Built-in เคาน์เตอร์ครัว พร้อมตู้เก็บของด้านบน ด้านล่างให้เรียบร้อย และห้องครัวปูพื้นด้วยวัสดุที่มีค่าความลื่นต่ำ ช่วยป้องกันการเกิดอุบัติเหตุได้ทุกเมื่อ

ให้ท็อปเคาน์เตอร์เป็นหินควอทซ์สีขาวสะอาดตาเป็นแบบ Food Grade สัมผัสของกินได้สบายมาก หรือใครอยากจะเอามาใช้แทนเขียงบ้างเป็นครั้งคราวก็ได้

พร้อมติดตั้ง Hob & Hood แบรนด์ Franke ให้

อ่างล้างจาน 1 หลุม แบรนด์ Franke เช่นกัน

ตู้เก็บของด้านบน พร้อมช่องวางไมโครเวฟ

เคาน์เตอร์ฝั่งเตรียมอาหาร มีช่องวางเครื่องซักผ้าแบบฝาหน้าด้านล่าง และตู้เก็บของด้านบน

ตำแหน่งของตู้เย็นอยู่ตรงนี้ วางตู้เย็นขนาดใหญ่ได้ และ Built-in ชั้นวางของด้านข้างให้

บันไดขึ้นไปยังชั้นลอย ผนังด้านนี้ก็ติดกระจกแบบเต็มความสูงให้ เป็นกระจกแบบ IGU 2 ชั้นมี Gap ตรงกลาง จะช่วยลดความร้อนและเสียงที่เข้าสู่ภายในห้องได้ดีเยี่ยม

บันไดใช้กระจกนิรภัยเทมเปอร์ ลามิเนต พร้อมราวจับ พื้นบันไดเป็นหน้าไม้จริง

มุมมองจากบันไดลงไปยัง Living Room เรียกได้ว่าเป็นห้องที่มีพื้นที่กว้างมาก พร้อมโถงกลางห้องขนาดใหญ่ บวกกับกระจกที่ติดตั้งให้แบบเต็มความสูง จึงทำให้ห้องสามารถรับแสงธรรมชาติจากด้านนอกได้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้ห้องยิ่งดูกว้างขึ้นไปอีกเท่าตัว อยู่คนเดียวก็สบายใจ แม้จะอยู่สองคนก็ไม่รู้สึกอึดอัด

ชั้นลอยเป็นส่วนของพื้นที่พักผ่อน เพดานชั้นนี้สูง 2.4 ม.

ราวกันตกสูง 1 ม. เป็นกระจกนิรภัยเทมเปอร์ ลามิเนต แบบเดียวกับบันไดที่มีความแข็งแรง

มุมมองจากห้องนอนลงไปยังด้านล่าง สูงทีเดียวอารมณ์ไม่ต่างกับห้องแบบ Duplex เลย

Built-in ตู้เสื้อผ้าให้

เป็นตู้เสื้อผ้ารูปตัว L ที่ถูกออกแบบพิเศษให้มีความลึกถึง 70 ซม. มากกว่าตู้เสื้อผ้าทั่วไปถึง 10 ซม. สามารถเก็บกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ได้สะดวก

พื้นที่วางเตียงใช้วางเตียงคิงไซส์ได้สบาย ผนังบนชั้นนี้ก็เป็นแบบฉาบเรียบทาสีขาว

พื้นที่ข้างหัวเตียงใช้วางโต๊ะเล็กๆ แบบนี้ได้

Whizdom The Forestias Mytopia เป็นอาคารที่มุ่งเน้นตอบโจทย์คนโสด หรือคู่รักที่แต่งงานแล้วแต่ยังไม่มีลูก ที่อยากมีไลฟ์สไตล์เป็นตัวของตัวเอง ใช้ชีวิตในเเบบที่ต้องการ ด้วยห้องดีไซน์พิเศษอย่างห้อง Loft เพดานสูงถึง 5.45 เมตร ให้ความรู้สึกเหมือนถูกผืนป่าอันร่มรื่นโอบล้อมอยู่ในทุกๆ วัน พร้อมสูดอากาศบริสุทธิ์ของธรรมชาติได้อย่างเต็มที่

 

ส่วนอีกหนึ่งห้องที่เราจะพาชมนั้น เป็นห้องตัวอย่างจากอาคาร Petopia ที่สามารถเลี้ยงสัตว์ได้ และถูกออกแบบเป็นพิเศษโดยเฉพาะ เพื่อตอบโจทย์สำหรับผู้อยู่อาศัยที่ชื่นชอบสัตว์เลี้ยง คำนึงถึงการอยู่อาศัยที่สะดวกสบาย เป็นมิตร และปลอดภัยต่อคนและสัตว์เลี้ยงอีกด้วย

 

ห้องแบบ 1 Bedroom ขนาด 42.79 ตร.ม.

ประตูห้องให้ Digital Door Lock แบรนด์ Yale แบบเดียวกับอาคาร Mytopia

ภายในห้องเพดานสูง 2.8 ม. เปิดเข้ามาก็จะเจอกับครัวปิดขวามือ

ในครัวมีการ Built-in เคาน์เตอร์ครัวให้ ท็อปด้วยหินควอทซ์สีขาวสวยงาม ให้ Hob & Hood แบรนด์ Franke และตู้เก็บของแบบ Soft Close ทั้งหมด

ติดกับประตูฝั่งซ้ายมือ มีตู้ที่ใช้วางเครื่องซักผ้า พร้อมบานปิดให้เรียบร้อย ซึ่งเครื่องซักผ้าจะไม่ไปรวมอยู่ในห้องครัว

ให้แอร์แบบ Cassette Type ทุกห้อง ซึ่งเป็นระบบแอร์แบบรวมศูนย์ที่ส่งลมเย็นมาตามท่อแยกแต่ละห้อง ทำให้ไม่มีการติดตั้ง CDU แอร์ไว้ที่ระเบียง

ตู้เก็บรองเท้าบริเวณหน้าห้องน้ำ

ติดตั้ง Hook เกี่ยวสายคล้องสัตว์เลี้ยงไว้ให้ โดยสายมีความยาวไม่ดึงรั้งคอน้องๆ อย่างแน่นอน

ห้องน้ำถูกแบบมาให้ใช้ได้ทั้งคนและสัตว์เลี้ยง ส่วนอาบน้ำใช้วัสดุ Floor drain 3 ชั้นในการกรองขนสัตว์เลี้ยง

สุขภัณฑ์ในห้องน้ำใช้แบรนด์ Kohler และผนังห้องน้ำได้แบบเดียวกับห้องตัวอย่าง

ห้องน้ำถูกออกแบบมาเพื่อให้เจ้าของห้องอาบน้ำสัตว์เลี้ยงได้อย่างสะดวก เพราะมีการติดตั้งฝักบัวอาบน้ำสัตว์เลี้ยง Hook และม้านั่งแบบพับได้ในห้องน้ำไว้ให้

โดยฝักบัวอาบน้ำสัตว์เลี้ยงถูกติดตั้งไว้ในตำแหน่งที่สามารถเปิดอาบน้ำให้น้องๆ ได้อย่างสะดวก ด้วยการถือมือเดียวและอีกมือก็ยังจับสัตว์เลี้ยงให้อยู่นิ่งๆ ได้

ติดตั้ง Hook เกี่ยวสายคล้องสัตว์เลี้ยงไว้ให้

ประตูห้องน้ำแบบ Double Access เข้า-ออกได้ทั้งจากห้องนอน และบริเวณหน้าห้อง

Living & Dining Room

ในห้องปูกระเบื้องแบบ SPC ให้ เป็นพื้นกันลื่นและไม่บวมน้ำ

ข้างทีวีมีผู้ช่วยอัจฉริยะในแบบ Smart Home Automation อย่างหุ่นยนต์น้องไข่ต้ม

พื้นที่ภายในห้องถูกจัดสรรขนาดมาอย่างลงตัว พร้อมด้วยผนังห้องสองชั้นหนาถึง 25 เซนติเมตร หนากว่าอีก 2 อาคารถึง 5 เซนติเมตร กั้นระหว่างห้องที่สามารถป้องกันเสียงรบกวนจากทั้งด้านในและด้านนอก เพื่อให้ความเป็นส่วนตัวต่อทั้งผู้อยู่อาศัยและสัตว์เลี้ยง และตำแหน่งของปลั๊กไฟที่มีการยกสูงขึ้น เพื่อความปลอดภัยต่อสัตว์เลี้ยง

ช่องประตู Wicket Door ที่เชื่อมต่อพื้นที่ระหว่างระเบียงและห้องนั่งเล่น ให้อิสระกับสัตว์เลี้ยงได้อย่างเต็มที่

กรงด้านนอก ให้สัตว์เลี้ยงสามารถออกมาขับถ่ายยังจุดนี้ได้

เปิดประตูกรงทำความสะอาดได้ง่าย

มีการออกแบบประตูแบบ Door seal ซึ่งจะเป็นขอบยางช่วยป้องกันเสียงได้ เสียงจากห้องเราไม่ไปรบกวนห้องข้างๆ และเสียงห้องอื่นก็ไม่มารบกวนเราเช่นกัน

ติดตั้งระบบ Home Automation ให้ในห้อง พร้อมติดตั้งเครื่อง ERV พร้อมระบบกรองฝุ่น PM2.5 และ PM10 ให้

แอร์ในห้องนอนแบบ Cassette Type เช่นกัน

ห้องนอนมีพื้นที่ Walk-in Closet ด้านใน โดยตู้เสื้อผ้า Built-in ให้มีความลึก 70 ซม. สามารถเก็บกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ และเสื้อผ้าได้เยอะขึ้น

หน้าต่างในห้องนอนใช้กระจก IGU (Insulated Glass Unit) แบบกระจก 2 ชั้น มีช่องอากาศตรงกลาง  ที่จะเป็นตัวช่วยลดเสียงและความร้อนที่เข้าสู่ภายในห้องได้ดียิ่งขึ้น ทำให้ห้องไม่ร้อน

Whizdom The Forestias Petopia ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษโดยเฉพาะ ให้เป็นพื้นที่ที่ผู้อยู่อาศัยและสัตว์เลี้ยงได้ใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีความสุข ถูกสุขอนามัย และปลอดภัย อย่างแท้จริง ไม่เพียงเท่านั้น อาคาร Petopia ยังมีพื้นที่ส่วนกลาง Co-living Room สำหรับแมว เป็นห้องกระจกที่โอบล้อมไปด้วยวิวป่า และ Relaxation Room สำหรับสุนัข เป็นห้องที่มีสวนเชื่อมต่อ รวมไปถึงมีการเลือกใช้วัสดุพิเศษภายในบริเวณล็อบบี้ ที่ป้องกันรอยขีดข่วนและสามารถทำความสะอาดได้ง่าย และมีการติดตั้งระบบ face scan เพื่อความปลอดภัยและป้องกันสัตว์เลี้ยงออกไปบริเวณ Drop-off นอกจากนั้นยังมีบริการพิเศษรับฝากสัตว์เลี้ยง หรือ Pet Day Care (มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม) ที่สะดวกสบายอยู่บริเวณล็อบบี้ของโครงการอีกด้วย

 

สรุปจุดเด่นโครงการ Whizdom The Forestias Mytopia

Whizdom The Forestias Mytopia เป็นคอนโดเพื่อไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของคนรุ่นใหม่ ภายในโครงการเดอะ ฟอเรสเทียส์ เมืองต้นแบบแห่งใหม่ของโลกในการพัฒนาเมืองเพื่อสุขภาพและความสุข อยู่ใกล้ชิดธรรมชาติกับผืนป่าขนาดใหญ่ 30 ไร่ ที่มีระบบนิเวศน์อันอุดมสมบูรณ์ที่สุดในบรรดาทุกโครงการที่พักอาศัยในประเทศไทย มีห้องพิเศษเป็นห้อง Loft เพดานสูงถึง 5.45 เมตร ที่เป็นครั้งแรกของ MQDC ในการพัฒนา [ทั้งตึกมี 80 ห้อง] ซึ่งเป็นห้องที่อยู่บริเวณชั้นกลางๆเหนือห้อง Forest Duplex Penthouse ขึ้นมา ให้ความรู้สึกเหมือนถูกผืนป่าอันร่มรื่นโอบล้อมอยู่ในทุกๆวัน

 

โดยความน่าสนใจที่เป็น The Best ของห้อง Loft ในมุมมองเรามีหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นห้องสไตล์ Loft ที่มีเพดานสูงมากที่สุดในตลาด โดยได้พื้นที่โฉนดทั้งบนและล่าง แถมบางห้องยังมี Powder Room ให้ที่ชั้นลอยด้วย [ห้อง Loft อาคารนี้เป็นห้องแบบ 1 Bed ทั้งหมด] แถมเรื่องของสเปคห้องนี่คือสุดๆตามมาตรฐาน MQDC ที่ใช้วัสดุดีมาก บานกระจกห้องนอนและห้อง Loft เป็น IGU ผนังห้องเป็น Double Wall หนา 20 mm. สำหรับ 2 อาคาร และอาคาร Petopia หนา 25 mm

โดยอีกจุดโดดเด่นของโครงการคือความสูงจากพื้นดินของตัวอาคารที่เอื้อให้มองเห็นพื้นที่ทั้งหมดของผืนป่า สร้างประสบการณ์พื้นที่สีเขียวตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้าสู่โครงการในแบบที่ไม่เคยสัมผัสจากที่ใดมาก่อน และด้วยโครงสร้างของอาคารที่ถูกยกให้อยู่เหนือฐานของโพเดียม ทำให้มองดูเหมือนลอยอยู่บนยอดไม้ โดยผู้อยู่อาศัยยังสามารถทำกิจกรรมต่างๆ อย่างมีความสุขกับสิ่งอำนวยความสะดวกที่มากมายและครบครัน รองรับกิจกรรมสำหรับทุกไลฟ์สไตล์ โดยชั้นบนของโพเดียมจะเป็นสระว่ายน้ำขนาดใหญ่พาดระหว่าง 2 อาคาร ทั้ง Destinia และ Mytopia มีพื้นที่สระว่ายน้ำและเครื่องเล่นสำหรับเด็ก พื้นที่พักผ่อนใกล้กับสระว่ายน้ำ สวนกลางแจ้ง ยิมในร่ม Pool Lounge และพื้นที่ในอาคารสำหรับเด็กๆ นอกจากนี้ façade ของอาคารยังเลือกใช้โครงเหล็กแบบเมกาเฟรมที่สูงกว่า 3 เท่า ซึ่งนอกจากจะให้ความรู้สึกไฮเอนด์แล้ว ยังช่วยป้องกันรังสีจากแสงแดดภายนอกเข้าสู่ภายใน และในส่วนทางเดินบริเวณล็อบบี้ลิฟต์ ยังออกแบบให้มีการระบายอากาศตามธรรมชาติอีกด้วย

โครงการขายแบบ Fully Fitted พร้อมเฟอร์นิเจอร์ Built-in ตู้เสื้อผ้า และชุดครัว ที่มีสเปคดีที่สุดใน Class มีการออกแบบตู้เสื้อผ้าลึกให้ถึง 70 ซม. เก็บกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ได้ บานกระจกบริเวณส่วนห้องนอนและห้องแบบ Loft เป็น IGU มีช่องอากาศตรงกลาง ช่วยลดความร้อนและเก็บเสียงดีเยี่ยม แอร์แบบ Cassette Type ฝังฝ้า ไม่มี CDU แอร์ที่ระเบียง ติดตั้งเครื่อง ERV พร้อมระบบกรองฝุ่น PM2.5 และ PM10 ให้ทุกห้อง รับประกันงานระบบประปา ไฟฟ้า โครงสร้าง การรั่วซึมยาวนานถึง 30 ปี Infinity Edge Pool เห็นวิวป่าแบบ Panorama ที่ชั้น 7 พร้อมระบบวารีบำบัดด้วยน้ำร้อนและน้ำเย็น

 

สำหรับยูนิตที่อาคาร Mytopia จะมีราคาเฉลี่ยประมาณตรม.ละ 17x,xxx บาท ส่วนห้อง Loft 1 Bed จะเป็นขนาด 39.85 – 57.89 ตรม. ซึ่งเป็นพื้นที่ชั้นลอย 13.80 – 15.50 ตรม. เริ่มประมาณ 9 ล้านกว่าบาท ทางทีมงานเรามองว่าขายหมดไวแน่ๆ เพราะคนที่ซื้อโครงการใน The Forestias นี่ส่วนใหญ่เลยคือคิดว่าเป็นการซื้อคุณภาพชีวิตที่หาไม่ได้ในใจกลางเมืองใหญ่ เรื่องราคาดูจะกลายเป็นเรื่องรองลงไปในการตัดสินใจซื้อเลย เนื่องจากหากใช้ปัจจัยในด้านราคามาเป็นเหตุผลหลักในการซื้อก็จะพบว่าโครงการที่อยู่อาศัยทุกโครงการใน The Forestias มีราคาขายที่สูงกว่าโครงการข้างเคียงทั้งหมด จากเอกลักษณ์อันชัดเจนของตัวโครงการที่ก้าวผ่านขีดจำกัดของคำว่าย่านบางนาไปแล้ว เพราะนี่คือเมืองที่มีเพียงหนึ่งเดียวในโลก ด้วยมูลค่าโครงการที่สูงที่สุดในประเทศไทย และมี Attributes & Benefits ที่สร้างมาเพื่อให้เป็นเมืองในอุดมคติที่มีระบบนิเวศน์อันสมบูรณ์แบบ เป็นปราการธรรมชาติในแบบที่มนุษย์สร้างขึ้น และจะคงอยู่ถาวรตลอดไป แตกต่างจากสิ่งปลูกสร้างอื่นๆที่จะเสื่อมโทรมไปตามกาลเวลา จึงทำให้ในอนาคตเมื่อโครงการ The Forestias สร้างเสร็จโดยสมบูรณ์ ก็น่าจะถูกขนานนามว่าเป็น “ย่านที่เจ๋งที่สุดในโลก” จากบรรดาสื่อต่างชาติหลายๆสำนัก และจะมีคนทั่วโลกหลั่งไหลเข้ามาศึกษา ดูงาน ท่องเที่ยว พักผ่อนหย่อนใจ และถวิลหาที่จะเข้ามาพักอาศัยในย่านนี้ จนชื่อ The Forestias กลายเป็น Generic Name ที่จะมาแทนที่คำว่าย่านบางนาไปได้อย่างสบาย…ที่นี่จึงเป็นโครงการที่ไม่สามารถหาตัวเปรียบเทียบได้เลยยกเว้นโครงการภายใน The Forestias ด้วยกันเอง ซึ่งก็มีการแบ่งกลุ่มเป้าหมายของผู้อยู่อาศัยได้ค่อนข้างชัดเจนมากอยู่แล้ว

 

แต่ส่วนตัวแล้วถ้าหากใครที่เลี้ยงสัตว์ หรือมี Plan ไว้ในอนาคต หรืออยากอยู่ใน The Forestias แต่กำลังมองหายูนิตที่ยังพอมีราคาไม่แรงมาก และ Ok ที่จะอยู่ร่วมกับ Community ของคนรักสัตว์ เราแนะนำให้ลองดูตัวเลือกอย่างอาคาร Petopia  เพราะเค้ามีราคาเฉลี่ยแค่ตรม.ละ 155,xxx บาทเอง เป็นตึกที่ได้วิวโล่งสุด สเปคดีที่สุด นอกจากนี้ตัวโครงการยังทำมาดีมากๆพอที่จะให้คนไม่เลี้ยงสัตว์สามารถอยู่ร่วมกับสัตว์เลี้ยงได้ในแบบไม่รบกวนกันเลยทั้งในเรื่องเสียง กลิ่น และการใช้พื้นที่ส่วนกลาง ถ้าอยากให้สัตว์เลี้ยงของคุณได้อยู่แบบมีความสุขกับเพื่อนๆเค้า มีสังคมมีไลฟ์สไตล์เป็นของตัวเองแบบไม่ต้องหลบๆซ่อนๆ ยังไงที่นี่คือตัวเลือกที่เป็นคอนโดเพียงแห่งเดียวในชั่วโมงนี้…อนาคตถ้าสองอาคาร Destinia และ Mytopia ขายหมดหรือราคาวิ่งกว่านี้ น่าจะทำให้อาคาร Petopia มีราคาพุ่งสูงขึ้นอีกแน่นอน

 

ปล.โครงการ Whizdom The Forestias ทั้ง 3 อาคาร มีแผนในยื่นเรื่องให้ได้รับคำรับรองตามมาตรฐาน WELL Building Standard และ TREES-Thai’s Rating of Energy and Environmental Sustainability ด้วย และเมื่อโครงการแล้วเสร็จก็น่าจะผ่านตามเกณฑ์ได้ค่อนข้างชัวร์ ซึ่งจะเป็นการการันตีถึงสุขภาวะที่ดีของผู้อยู่อาศัย และมูลค่าของโครงการที่มีโอกาสเพิ่มสูงขึ้นตามมาในอนาคต

 

Whizdom The Forestias  Mytopia ที่อยู่อาศัยเพื่อไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของคนรุ่นใหม่ ให้ทุกๆ วันของคุณ ได้สัมผัสกับความสดชื่นอย่างเต็มตาด้วยวิวธรรมชาติแบบส่วนตัว ด้วยกระจกสูง Full-height glass 5.45 เมตร และโถงฝ้าสูงสองชั้นของห้อง Loft เปิดขายแล้ว

 

นัดหมายเยี่ยมชมโครงการแบบ Private Visit คลิก https://mqdc.link/3TtSb5r 

โทร. 1265



wipawan khampuwiang

จบทางด้านภาษาไทยและชอบงานเขียน ชอบอ่านและดูรูปภาพรีวิวบ้าน คอนโดต่างๆ เบื่อกับการอยู่ห้องทั้งวันแบบไม่มีอะไรทำ ฉะนั้นงานอดิเรกก็เลยชอบหาที่เที่ยวและถ่ายภาพ

เว็บไซต์


PropScore™ 4.2

SCORE:
0.0
From : 0 รีวิว


ยังไม่มีการให้คะแนนและ Comment โครงการนี้


ฝันที่เป็นจริง มาถึงแล้ว! คอนโดหรู 2 ห้องนอนติดถนนใหญ่ ใกล้รถไฟฟ้า วิวแม่น้ำ แต่คิดค่าเช่าแค่เดือนละ 9,900 หาได้แค่ที่นี่ที่เดียว กับแคมเปญ EVERYONECANRENT อยากอยู่ต้องได้อยู่! จากลิฟวิ่งอินไซเดอร์

โอกาสเดียวในรอบปี ยิ่งซื้อมากยิ่งลุ้นได้มาก! ซื้อแพคเกจเครดิตราคาเริ่มต้นแค่ 199 บาท แต่ได้ทั้งเครดิต และลุ้นโชค 2 ต่อ ต่อที่ 1 สิทธิ์ลุ้นรางวัลใหญ่ ห้องเพ้นท์เฮ้าส์เช่าเดือนละเป็นแสน จ่ายแค่เดือนล... อ่านต่อ

30 November, 2022



[1st Impression] มัลเบอร์รี่ โกรฟ เดอะ ฟอเรสเทียส์ วิลล่า บ้านคลัสเตอร์แห่งแรกในประเทศไทย ที่ให้คุณได้ขยายอาณาจักรแห่งความสุขไปได้แบบไม่มีที่สิ้นสุด

คำว่า “บ้าน” นั้นมีองค์ประกอบอยู่หลายอย่างมากครับ บางคนอาจจะมองว่าบ้านเป็นเพียงแค่สิ่งป... อ่านต่อ
28 November, 2022

[1st Impression] XT PHAYATHAI คอนโดพร้อมอยู่ถูกใจคนมิลเลนเนียล บนพื้นที่ส่วนกลางมากกว่า 6,000 ตร.ม.

XT PHAYATHAI (เอ็กซ์ที พญาไท) คือ ไลฟ์สไตล์คอนโดมิเนียมโครงการสุดท้ายในกลุ่มแบรนด์ XT ท... อ่านต่อ
25 November, 2022

เจาะเทรนด์การตลาด NFT ที่เป็นมากกว่าภาพ Jpeg

ในสายตาของคนทั่วไปอาจมองว่า NFT เป็นเพียงแค่ไฟล์ Jpeg ที่มีความเป็นงานศิลป์ดิจิทัลและยั... อ่านต่อ
23 November, 2022

เทรนด์ Martech ที่ผู้ประกอบการยุคใหม่ต้องเข้าใจ

การทำตลาดในโลกออนไลน์ปัจจุบันมีความยากลำบากมากขึ้นจากเทคโนโลยีใหม่ๆที่เปลี่ยนแปลงอย่างร... อ่านต่อ
20 November, 2022