WELA Ramkhamhaeng 186

  

เวล่า รามคำแหง 186


Asakan เป็นดีเวลลอปเปอร์พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ผู้คร่ำหวอดในย่านกรุงเทพตะวันออก ในอดีตจนถึงปัจจุบันเคยพัฒนาโครงการอสังหาฯ แนวสูงมาแล้วหลายโครงการ ยกตัวอย่างโครงการตึก High-rise ล่าสุดที่สร้างเสร็จพร้อมอยู่แล้วหลังจากรอคอยกันมานาน ชื่อว่า “Asakan Srinakarin”

ต่อทอง ทองหล่อ เมื่อ 11 July, 2022 เวลา 13.34 pm

Prop score™: 3.4

คะแนนรีวิว: 0.0

0 รีวิว



    ข้อมูลโครงการ

ชื่อโครงการ

WELA Ramkhamhaeng 186

บริษัทผู้สร้าง

บริษัท อัสสกาญจน์ จำกัด

สถานที่

ถนนรามคำแหง เขตมีนบุรี

สถานีรถไฟ BTS

-

สถานีรถไฟใต้ดิน

MRT เคหะรามคำแหง Distance 230 m.

Airport Rail Link

-

สถานี BRT

-

พื้นที่

4-1-62.3 ไร่

ชั้น

8 ชั้น

ยูนิต

196 ยูนิต

ที่จอดรถ

ประมาณ 30%

ลิฟท์

2 ตัว

สิ่งอำนวยความสดวก

Lobby, Mailbox, Clubhouse, สระว่ายน้ำ, ฟิตเนส, Co-Working Space


    ประเภทยูนิต

ประเภท

CONDO/Low-Rise Condominium

studio

21.9-22 ตร.ม.

1 bedroom

26 ตร.ม., 1 Bedroom Plus 33 ตร.ม.

2 bedroom

46-47 ตร.ม.

3 bedroom

-

Duplex

-

Penthouse

-

ประเภทอื่นๆ

-

ความสูงจากพื้นถึงเพดาน

2.4 เมตร

ราคาเริ่มต้น / ตรม.

ประมาณ 64,000 บาท/ตร.ม.

ราคาเริ่มต้น / ยูนิต

1.39 ล้านบาท

ค่าส่วนกลาง

35 บาท/ตร.ม./เดือน

Sinking Fund fee

n/a

สร้างเสร็จ

คาดว่าจะแล้วเสร็จเดือนกุมภาพันธ์ ปี พ.ศ. 2566

เว็บไซต์

https://www.welacondo.com/

082-526-5566


เพื่อนบ้าน Street View


จุดเปลี่ยนใหม่อสังหาฯ ค่าย Asakan เปิดตัวคอนโดแบรนด์ใหม่ WELA Ramkhamhaeng 186 ห้องหน้ากว้างมาก ติดรถไฟฟ้าสายสีส้ม อยู่เองง่าย ปล่อยเช่าสบาย

 

Asakan คือใคร มีเรื่องราวความเป็นมาอย่างไร?

เมื่อปี 2001 บริษัท อัสสกาญจน์ จำกัด ก่อตั้งด้วยแนวคิดต้องการให้ทุกคนมีความเป็นอยู่ที่ดีในราคาที่จับต้องได้ อัสสกาญจน์ (Asakan) ดำรงปรัชญา “สรรค์สร้างเพื่อการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน (Created for Sustainable Community Development)” โดยเน้นไปที่การสร้างคอนโดมิเนียมเป็นหลักที่มีจุดเด่นเรื่องคุณภาพและราคา ปัจจุบันประกอบธุรกิจอสังหาฯ โดยมีประสบการณ์นานกว่า 20 ปี และไม่หยุดพัฒนาเพื่อให้ทุกคนมีโอกาสที่จะมีชีวิตสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

 

Asakan เป็นดีเวลลอปเปอร์พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ผู้คร่ำหวอดในย่านกรุงเทพตะวันออก ในอดีตจนถึงปัจจุบันเคยพัฒนาโครงการอสังหาฯ แนวสูงมาแล้วหลายโครงการ ยกตัวอย่างโครงการตึก High-rise ล่าสุดที่สร้างเสร็จพร้อมอยู่แล้วหลังจากรอคอยกันมานาน ชื่อว่า “Asakan Srinakarin” บนโลเคชั่นโดดเด่นบริเวณแยกพัฒนาการจุดตัดของรถไฟฟ้าสายสีเหลืองสถานีพัฒนาการและ Airport Rail Link (หรือ AERA1) สถานีหัวหมาก

ภาพ Asakan Srinakarin  Credit:  Anusorn P

 

นอกจากนี้ในอดีต Asakan ก็เคยพัฒนาโครงการอัสสกาญจน์เพลสลาดพร้าว , อัสสกาญจน์เพลสรามคำแหง 105, อัสสกาญจน์เพลส รามคำแหง-วงแหวน เป็นโครงการที่พักอาศัย Low-rise ไม่เกิน 8 ชั้น มีหลายอาคารจนทำให้แบรนด์ Asakan เป็นเจ้าตลาดที่คุ้นเคยของคนคอนโดในย่านรามคำแหงตอนปลาย

โครงการที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของ Asakan คือบนที่ดินทำเลสำคัญของแบรนด์ที่เรียกว่า อัสสกาญจน์ซิตี้รามคำแหง (Asakan City Ramkhamhaeng) ตั้งอยู่บนโลเคชั่นยอดเยี่ยมทำเลรามคำแหง 186 มีจุดเด่นตรงที่ชิดสถานีรถไฟฟ้า MRT สายสีส้มสถานีเคหะรามคำแหง ใกล้รถไฟฟ้าขนาดที่ว่าทางขึ้นลงสถานีจะตั้งอยู่บนที่ดินของ Asakan City กันเลยทีเดียว  จึงไม่ต้องเดาเลยว่าทำเลนี้เป็นจุดยุทธศาสตร์สร้างชื่อของ Asakan อย่างแน่นอน เพราะปัจจุบันมีทั้งโครงการอาคารชุด Low-rise จำนวนหลายตึก ครอบคลุมหลายตลาดทั้ง Super Economy – Economy – Main Class และอนาคตจะมีแผนพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม High-rise สูงเกิน 20 ชั้นบนทำเลที่ดีที่สุดของ Asakan City Ramkhamhaeng

 

หากลองพิจารณารายได้และกำไรของ Asakan ถือว่าเป็นอีกหนึ่งดีเวลลอปเปอร์รายเล็กประจำท้องถิ่นที่รามคำแหงตอนปลายที่น่าจับตาดูอีกราย เพราะสามารถสร้างรายได้และมีกำไรอย่างต่อเนื่องแม้อยู่ในสถานการณ์เศรษฐกิจแบบนี้ ตัวเลขเหล่านี้สื่อถึงความสามารถในการดำเนินธุรกิจที่ทำให้ผู้ซื้อมั่นใจ

แม้ว่าก่อนหน้านี้ค่ายอัสสกาญจน์เคยได้รับคำแซวจากเหล่าแฟนคลับมิตรรักนักลงทุนคอนโดว่า “สร้างช้า…แต่สร้างนะ” แต่กลับส่งผลดีให้นักลงทุนที่ซื้อไว้ช่วงแรกๆ ต่างยิ้มแย้มแฮปปี้เพราะรอจนกระทั่งได้กำไรส่วนต่างของการผ่านไปของเวลานั่นเอง เป็นที่รู้กันดีว่าอัสสกาญจน์คือคอนโดสำหรับคนไม่รีบและชอบรอทำกำไรสวยๆ แต่ว่านั่นคืออดีตภาพเก่าๆ

 

ปัจจุบันปี 2022 Asakan ย่อมมีความเปลี่ยนแปลง โดยผู้บริหารรุ่นใหม่เข้ามาบริหารจัดการให้ทันสมัย มีการสร้างแบรนด์และริเริ่มงานด้าน Marketing สำหรับคอนโดแบรนด์ใหม่อย่าง Wela รามคำแหง 186 ที่ออกแบบทั้งภายนอกและภายในห้องให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบแต่ยังต้องการความอบอุ่นและน่าอยู่ในแบบที่คนรุ่นใหม่ชื่นชอบ บนทำเลติดชิดรถไฟฟ้าสายสีส้มช่วงถนนรามคำแหงตอนปลาย

ย่านรามคำแหงตอนปลาย มีนบุรี สำคัญอย่างไร

ย่านรามคำแหงตอนปลายและมีนบุรีจากเดิมร้อยกว่าปีที่ผ่านมาเคยถูกวางผังเมืองออกแบบให้เป็นโซนทำเกษตรกรรมและทำปศุสัตว์เพื่อป้อนวัตถุดิบเข้าสู่กรุงเทพมหานคร ซึ่งเราจะเห็นหลักฐานได้จากรูปแปลงที่ดินส่วนใหญ่เป็นริ้วยาวๆ ลึกๆ สำหรับทำไร่ทำสวนนั่นเอง

 

แต่ปัจจุบันไม่ได้ทำการเกษตรอีกต่อไปแล้ว และมีการพัฒนาที่ดินเปล่าเป็นโครงการอสังหาริมทรัพย์รูปแบบต่างๆ หลากหลายผสมผสานกันจนกระทั่งทำให้กลายเป็นทำเลที่น่าอยู่อาศัย มีผู้คนมากมายมารวมตัวกัน เช่น โครงการบ้าน ทาวน์เฮาส์ คอนโดมิเนียม อพาร์ทเมนต์

 

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้มีผู้คนมาอยู่อาศัยรอบๆ บริเวณรามคำแหงตอนปลายและมีนบุรีก็เพราะมีแหล่งงานนั่นเอง ที่ใดมีงาน ที่นั่นย่อมมีเงินและผู้คนหลั่งไหลตามกันเข้ามา จุดเปลี่ยนสำคัญคือการเกิดนิคมอุตสาหกรรมบางชันเมื่อปี ค.ศ. 1972 (ประมาณ 50 ปีที่ผ่านมา) ทำให้ผู้คนต่างถิ่นหลั่งไหลเข้ามาปักหลักกันมากขึ้นจนกลายเป็นแหล่งชุมชนอย่างที่เห็นในปัจจุบัน

สำหรับในยุคศตวรรษที่ 21 ยุคปัจจุบันนี้ก็มีโครงการใหม่ที่เข้าเสริมศักยภาพให้ย่านนี้ไปไกลได้มากกว่าเดิม เช่น รถไฟฟ้าสายสีส้มที่วิ่งยิงตรงเข้าใจกลางเมืองโซนรัชดาภิเษกได้ง่ายๆ รถไฟฟ้าสายสีชมพูที่วิ่งไปเชื่อมกับถนนสายสำคัญอย่างแจ้งวัฒนะและติวานนท์ เชื่อมสองจังหวัดกรุงเทพ-นนทบุรีเข้าด้วยกัน และโซนมีนบุรีก็ยังถูกเลือกให้เป็น Interchange ระหว่างรถไฟฟ้าสองสายนี้ด้วยอีก ทำให้ไม่ต้องเดาเลยว่าการพัฒนาในย่านนี้จะเป็นอย่างไร ก็ต้องดีขึ้นอีกแน่นอน

 

มีข่าวแว่วอย่างไม่เป็นทางการรายงานว่ารอบๆ รัศมีของ interchange ส้ม-ชมพู สถานีมีนบุรี คาดว่าจะมีโครงการห้างสรรพสินค้าขนาดพื้นที่ไม่ตํ่ากว่า 1 แสนตารางเมตรจากแบรนด์ยักษ์ใหญ่เครือ T?? M??L มาก่อสร้างในอนาคต ส่วนจะตั้งอยู่บนที่ดินแปลงไหน ยังไม่มีข้อมูลเผยออกมา โปรดรอฟังข่าวอย่างเป็นทางการในอนาคตกันต่อเองนะครับ

 

ผังเมืองกทม.ฉบับใหม่มีการขยายศักยภาพการใช้ที่ดินในย่านมีนบุรีเพื่อรองรับกับการพัฒนาในอนาคต เป็นสัญญาณให้เห็นว่าถ้าประกาศผังเมืองใหม่ออกมาแล้วก็จะมีโอกาสพัฒนากว่าเดิมแน่นอน

ในปี 2023 ย่านรามคำแหงตอนปลายจะมีการอัปเกรดไปอีกระดับเพราะคาดว่าโครงการโรงพยาบาลรามคำแหง 2 จะสร้างเสร็จพอดี เป็นโรงพยาบาลใหญ่ มี 560 เตียง สูงถึง 22 ชั้น ซึ่งโรงพยาบาลนั้นถือเป็นอีกดัชนีชี้วัดความหนาแน่นของผู้คนในแต่ละย่าน หากมีโรงพยาบาลใหญ่ๆ มาตั้งก็แสดงว่าย่านนั้นมีศักยภาพสูง มีผู้คนเยอะมากพอ ถ้าในมุมมองนักลงทุนหรือคนซื้อที่อยู่อาศัยก็ต้องชอบที่มีโรงพยาบาลคุณภาพมาตั้งใกล้ย่านที่ตัวเองอยู่

ภาพโรงพยาบาลรามคำแหง 2 ที่กำลังก่อสร้าง คาดว่าจะแล้วเสร็จปี 2023 จากรายงาน EIA  https://eia.onep.go.th/eia/detail?id=8597

 

เมื่อพิจารณาเหตุผลรอบด้านก็ล้วนส่งเสริมให้ทำเลที่ตั้งของโครงการ WELA Ramkhamhaeng 186  ซึ่งตั้งอยู่บนที่ดิน Asakan City Ramkhamhaeng ( คลิกดูทำเลตรงนี้ https://bit.ly/3Nptvb9 ) อยู่ในโซนรามคำแหงตอนปลายนั้นยิ่งทวีความน่าสนใจขึ้นไปอีก เพราะตั้งอยู่บนทำเลติดรถไฟฟ้า MRT สายสีส้มสถานีเคหะรามคำแหง แนบชิดแหล่งชุมชนขนาดใหญ่อย่างเคหะรามคำแหง และรายล้อมด้วยแหล่งงานมูลค่าสูงที่สำคัญ ใกล้เส้นทางจราจรแสนสะดวก และอนาคตอาจจะใกล้ห้างแบรนด์ใหญ่อีกด้วย เรียกได้ว่า ซื้อตั้งแต่ปี 2022 นี้ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกเวลาพอดี เพราะมีโอกาสได้ซื้อราคาถูกแล้วรอการขึ้นของมูลค่าในอนาคตที่คาดหวังได้สูง

เจาะจุดเด่น WELA Ramkhamhaeng 186 มีดียังไง ทำไมต้องซื้อที่นี่เท่านั้น!

WELA Ramkhamhaeng 186 (เวล่า คอนโด รามคำแหง 186) เป็นคอนโดมิเนียม Low-rise ตึกสูง 8 ชั้น ทำเลเงียบสงบ มีจำนวนยูนิตที่ค่อนข้างน้อย ถ้าเทียบกับโครงการใหม่ใกล้เคียง มีจุดไฮไลท์สำคัญคือเป็นคอนโดติดรถไฟฟ้า 0 ก้าว* หน้าทางเข้าโครงการชิดสถานีเคหะรามคำแหง นั่งรถไฟฟ้าแค่ 1 สถานีถึง Interchange มีนบุรี เชื่อมต่อไปยังรถไฟฟ้าสายสีชมพูได้ทันที และยังใกล้ถนนวงแหวนกาญจนาภิเษก และมอเตอร์เวย์ สะดวกในการเดินทางเข้าเมืองย่านพระรามเก้า หรือออกไปต่างจังหวัดอย่างง่ายดาย ถือว่าเป็นทำเล Gateway สำหรับคนที่ต้องเดินทางไปๆ มาๆ ระหว่างจังหวัดด้วย

 

WELA Ramkhamhaeng 186 ขายแบบ Fully Furnished แถมฟรีเฟอร์นิเจอร์ครบชุด Built-in และเฟอร์นิเจอร์ลอยตัวมีดีไซน์สวยงามสไตล์อบอุ่น พร้อมชุดครัวครบเซ็ต และ Digital Door lock ฟรีให้ด้วย เรียกได้ว่าพร้อมอยู่แบบไม่ต้องเสียเวลาหาเอง

 

WELA Ramkhamhaeng 186 พัฒนาโดยบริษัท อัสสกาญจน์ จำกัด (Asakan) ผู้พัฒนาอสังหาฯ ที่มีประสบการณ์ในการพัฒนาคอนโดราคาเป็นมิตรกับทุกคนบนทำเลดีแถบกรุงเทพตะวันออกมาแล้วกว่า 20 ปี

 

ความดีงามของ WELA Ramkhamhaeng 186 คือเป็นคอนโดมิเนียมเพียงแห่งเดียวในย่านรามคำแหงตอนปลาย – มีนบุรีและเป็นคอนโดใหม่ที่มีการออกแบบห้องพักอาศัยให้มี layout แบบหน้ากว้าง ขนาดห้องใหญ่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้านกว้างๆ โดย Type ห้องที่น่าสนใจคือ 1 Bedroom Plus และ 2 Bedroom ออกแบบให้กว้างพิเศษกว่าคอนโดมิเนียมทั่วไป สามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชันได้ตามต้องการ ทั้งมุมห้องทำงานสำหรับคน Work from Home มุม Live ขายของออนไลน์สร้างออนไลน์ หรือห้อง Studio ถ่ายภาพ หรือจะทำเป็นห้องนอนเล็กๆ ห้องอ่านหนังสือ ห้องเก็บของ สารพัดประโยชน์  ซึ่งจุดเด่นของ layout ห้องนี้ทำให้ WELA Ramkhamhaeng 186 โดดเด่นท่ามกลางแหล่งอพาร์ทเมนต์ ในย่านรามคำแหงตอนปลาย – มีนบุรี เป็นจุดต่างที่สำคัญที่ทำให้คนตัดสินใจซื้อที่ WELA Ramkhamhaeng 186 เพราะสเปซอยู่ได้จริง ใช้ประโยชน์หลากหลาย คุ้มค่าน่าซื้อ

 

WELA Ramkhamhaeng 186 เหมาะกับผู้ที่ต้องการมองหาที่อยู่อาศัยใหม่ใกล้รถไฟฟ้าในราคาไม่แพง และเหมาะกับผู้ที่หลงใหลชื่นชอบลงทุนซื้อปล่อยเช่าระยะยาวเพราะการซื้อคอนโดมิเนียมในย่านนี้ ณ เวลาปีนี้ที่ยังมีราคาไม่สูง (ราคาประหยัดที่สุดในย่านเฉลี่ยประมาณตารางเมตรละ 64,000 บาทเท่านั้น) ถือว่าเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตที่คุ้มค่าเลยทีเดียวเมื่อเทียบกับสิ่งที่ได้รับ ทั้งเรื่องทำเลติดรถไฟฟ้า ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกครบทั้งร้านสะดวกซื้อ ห้าง ทางด่วน แถมฟรีเฟอร์นิเจอร์ครบชุด สเปคของดีในห้องที่ได้รับ ความกว้างของห้องที่ทำให้เกิดสเปซห้องอเนกประสงค์ให้เราใช้ได้อย่างคุ้มทุกบาทที่จ่ายไป

 

เจาะลึกรายละเอียดโครงการ WELA Ramkhamhaeng 186

WELA Ramkhamhaeng 186 (เวล่า รามคำแหง 186) เป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่โครงการ Asakan City รามคำแหง โดยเป็นคอนโดมิเนียมสำหรับพักอาศัย สูง 8 ชั้น  สร้างบนที่ดินขนาด 4 ไร่ 1 งาน 62.3 ตารางวา แบ่งออกเป็น 2 อาคาร Wela 1 (ติดกับคอนโด Low-rise) และ Wela 2 (ติดกับ Clubhouse)   มีจำนวนห้องพักอาศัยรวม  392 ยูนิต มีที่จอดรถจำนวน 124 คัน (คิดเป็น 31%)

WELA Ramkhamhaeng 186 มี Facility ได้แก่ Lobby, ที่จอดรถ 124 คัน, Co-working Space ส่วน Swimming Pool และ Fitness Center จะต้องเสียค่าใช้จ่ายใช้เป็นรายครั้งที่ Clubhouse ของ Asakan City ซึ่งอยู่ข้างๆ กัน

 

ที่ตั้งโครงการอยู่ข้างใน Asakan City โดยทางเข้าหลักโครงการติดรถไฟฟ้า MRT สถานีเคหะรามคำแหง คลิกดูทำเลตรงนี้ https://bit.ly/3Nptvb9  ถ้าเดินจากปากทางเข้าหลักไปยังโครงการ WELA Ramkhamhaeng 186 จะใช้เวลาประมาณ 3 นาที เพราะระยะทางประมาณ 230 เมตรครับ

 

ภาพ Master Plan

อาคาร Wela 1 ติดกับคอนโดมิเนียม Low-rise 8 ชั้น ส่วนตึกWela 2 อยู่ติดกับ Clubhouse

ทั้ง Wela 1 , Wela 2 มีห้องส่วนใหญ่ (368 ยูนิต) ที่จะอยู่ทางทิศตะวันออกและตะวันตก  และมีห้องมุมแค่ 24 ยูนิตที่จะได้ทิศเหนือและใต้

Facility ของ WELA Ramkhamhaeng 186

Facility จะแยกออกเป็น 2 ส่วนหลักๆ ได้แก่ ส่วนที่เป็นกรรมสิทธิ์ของ WELA Ramkhamhaeng 186 และอีกส่วนคือกรรมสิทธิ์ของ Asakan City

 

ส่วนที่เป็นกรรมสิทธิ์ของ WELA Ramkhamhaeng 186 จะมี Lobby , Co-working space และที่จอดรถ 124 คัน  (ถ้าดูในภาพ Master Plan ข้างล่างจะสังเกตว่าที่จอดรถของ WELA Ramkhamhaeng 186 มีเฉพาะตรงใต้อาคารและภายนอกอาคารบางช่องจอดนะครับ ส่วนที่จอดรถฝั่งตรงข้ามติดรั้ว Asakan City แนวยาวๆ นั้นเป็นของโครงการตึก High-rise ในอนาคตครับ ซึ่งคาดว่าจะมีกฎระเบียบการบริหารจัดการออกมาภายหลังครับ)

Lobby ที่ชั้น 1 มีพื้นที่ต้อนรับ นั่งพักคอย

Lobby มีเคาน์เตอร์สำหรับพนักงานด้วย

Lobby อีกฝั่งหนึ่งจะมีโซฟายาวและโต๊ะกลางแบบนี้ สามารถเชื่อมต่อกับ Co-working space ที่มีประตูบานเลื่อนกั้นแยกอีกได้

ห้อง Co-working Space สำหรับทำงาน อ่านหนังสือ มีความเป็นส่วนตัวกว่าห้องLobby

Facility ที่เป็นกรรมสิทธิ์ของ Asakan City จะอยู่ที่ Clubhouse ได้แก่ ห้องนั่งพักผ่อน ห้องน้ำ สระว่ายน้ำและห้องออกกำลังกายฟิตเนสครับ ซึ่งลูกบ้าน Wela จะต้องเสียค่าใช้จ่ายต่อครั้งสำหรับการใช้สระว่ายน้ำ

แนวคิดการทำ Facility (ที่ทุกคนไม่ได้ใช้ทุกวัน) แยกออกมาต่างหากแบบนี้มีข้อดีคือประหยัดเงินค่าดูแลรักษา เพราะมีลูกบ้านตึกอื่นๆ ช่วยกันร่วมรับผิดชอบดูแลด้วย ซึ่งประเด็นแบบนี้ลูกค้าที่ซื้อคอนโดมิเนียมบางคนอาจจะลืมตระหนักว่าการมีสระว่ายน้ำนั้นก็เท่ากับค่าดูแลที่ต้องเสียเพิ่มด้วย และมันเป็นเงินค่อนข้างก้อนใหญ่เลยทีเดียวครับ

 

แนวคิดแบบนี้ถือว่าทาง Asakan ออกแบบโดยคำนึงถึงความยั่งยืนในการบริหารจัดการและคำนึงถึงกระเป๋าเงินของลูกบ้านได้ดีทีเดียว เมื่อเทียบกับคอนโดมิเนียมโครงการแบรนด์อื่นๆ ที่แม้จะมีจำนวนยูนิตน้อยๆ แต่ก็ยังอุตส่าห์ยัดสระว่ายน้ำเข้ามาให้เป็นภาระลูกบ้านเพิ่มในระยะยาวอีก แม้ลูกบ้านที่ชอบสระว่ายน้ำเห็นภาพสวยๆ แต่ลืมคิดเรื่องการเงินก็อาจจะดีใจได้ไม่กี่ปี พอผ่านไปสักพักความจริงอันน่าเศร้าก็ปรากฎเพราะเงินค่าส่วนกลางที่เคยเก็บเท่าเดิมกันมาไม่เพียงพอกับการดูแลสระให้สวยซะแล้ว สุดท้ายก็ต้องจบปัญหาด้วยการเพิ่มค่าส่วนกลางไวขึ้นกว่าเวลาที่ควรจะเป็น ทั้งหมดนี้ผู้เขียนอยากจะเตือนว่า “เห็นสระว่ายน้ำปั๊บ ต้องนึกถึงค่าบำรุงรักษาก้อนโตที่เราต้องจ่ายในอนาคตด้วย”

ภาพจริง Clubhouse ของ Asakan City ที่อยู่ติดกับ WELA Ramkhamhaeng 186

ด้านซ้ายของ Clubhouse ปัจจุบันเป็นสำนักงานขาย WELA Ramkhamhaeng 186

Clubhouse เป็นอาคาร 2 ชั้น ชั้นล่างเป็นที่นั่งพักผ่อนและสระว่ายน้ำ ส่วนชั้น 2 เป็นห้องสำนักงานนิติบุคคลและห้องฟิตเนส

ชั้น 1 ของ clubhouse มีเคาน์เตอร์ต้อนรับ ที่นั่งพักผ่อน และมีห้องน้ำส่วนกลาง

เดินไปด้านหลังอาคารจะพบกับสระว่ายน้ำที่มีความเป็นส่วนตัวสูง

สระกว้าง ว่ายน้ำออกกำลังกายได้อย่างเต็มที่

มีโลโก้ Asakan อยู่ตรงกลางอาคาร

คลับเฮาส์และสระว่ายน้ำนี้ แม้สร้างมานานแล้วแต่ก็ยังสภาพดีเพราะดูแลดี

ชั้นสองมีห้องออกกำลังกาย เครื่องเล่นหลากหลาย ทั้งจักรยาน ลู่วิ่ง เวทเทรนนิ่ง ออกแบบได้ดีทีเดียว

Floor Plan, Unit Plan อันโดดเด่นของ WELA Ramkhamhaeng 186

Floor Plan และ Unit Plan ของ WELA Ramkhamhaeng 186 เน้นไปที่ความทันสมัยในแบบ Asakan new-Generation ที่นอกจากจะปรับ Look แล้ว ยังมอบความคุ้มค่ากว่ามาตรฐานคอนโดระดับ Economy ทั่วไปด้วยการออกแบบเลย์เอ้าท์ใหม่แบบหน้ากว้างพิเศษที่เรามักจะหาไม่ได้ในคอนโดมิเนียมราคาประหยัดที่ส่วนใหญ่มักเน้นห้องเล็กๆ สร้างขนาดเดียวทีละเยอะๆ ดูธรรมดาเหมือนกันไปหมด

 

แต่แบบ plan ของ WELA Ramkhamhaeng 186 นั้นออกแบบละเมียดละไมกว่า เพิ่มสเปซ เพิ่มสเปคเข้าไป คงจะไม่เกินเลยถ้าผู้เขียนจะบอกว่าคอนโดมิเนียมนี้ “เหมือนขายผิดราคา โดยเอาของราคาสูงมาขายในราคาถูก” สาเหตุที่ Asakan ทำแบบนี้เพราะ Asakan ดำรงตามปรัชญาที่ว่า “สรรค์สร้างเพื่อการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน (Created for Sustainable Community Development)” โดยเน้นไปที่การสร้างคอนโดมิเนียมเป็นหลักที่มีจุดเด่นเรื่องคุณภาพและราคานั่นเอง

 

WELA Ramkhamhaeng 186 มี Unit Plan ห้อง 5 แบบให้เลือก เรียงจากห้องใหญ่ที่สุดไปหาเล็กที่สุด ได้แก่

Type B: 2 Bedroom Exclusive B 47 ตารางเมตร (มี 2 ยูนิตต่อชั้น)

Type A: 2 Bedroom Exclusive B 46 ตารางเมตร (มี 2 ยูนิตต่อชั้น)

Type D: 1 Bedroom Plus 33 ตารางเมตร (มี 11 ยูนิตต่อชั้น)

Type E: 1 Bedroom 26 ตารางเมตร (มี 2 ยูนิตต่อชั้น)

Type C: Studio 21 ตารางเมตร (มี 11 ยูนิตต่อชั้น)

รายละเอียดจะพูดในหัวข้อถัดไป

ภาพ Floor Plan แต่ละชั้น

ชั้น 1 เป็นโซน Lobby , ที่จอดรถ และห้องน้ำส่วนกลาง

ชั้น 2-3 ห้องพักอาศัยเริ่มที่ชั้น 2

ชั้น 4-8 เป็นห้องพักอาศัย

 

วิเคราะห์ Unit Plan แต่ละแบบ และรายการเฟอร์นิเจอร์แถมฟรี

 

2 Bedroom Exclusive (Type B) 47 ตารางเมตร

2 Bedroom Exclusive (Type B) 47 ตารางเมตร เป็นยูนิตห้องมุม มีเฉพาะฝั่งทิศตะวันออกและมีเพียงชั้นละ 2 ยูนิตเท่านั้น คาดว่าเป็นห้องที่จะได้รับความนิยมสูง

 

มีจุดเด่นตรงที่มีพื้นที่ครัว กินข้าว ห้องนั่งเล่นเชื่อมต่อกันหมด ส่วนห้องนอนใหญ่และห้องนอนเล็กมีผนังใช้ร่วมกัน มีห้องน้ำ 1 ห้องที่โซนกลาง สะดวกในการรับรองญาติมาเยี่ยม มีระเบียงตากผ้ากว้างเพียงพอ ข้อจำกัดมีอยู่ที่ระยะห่างระหว่างทีวีกับโซฟาน้อยเกินไปทำให้ดูทีวีใกล้ตาเกินไป เมื่อใช้งานจริงแนะนำให้เปลี่ยนตำแหน่งวางโซฟาจะดีกว่าครับ

 

2 Bedroom Exclusive (Type B) 47 ตารางเมตร แถมฟรีเฟอร์นิเจอร์ให้ครบชุดตามภาพประกอบด้านบน ได้แก่ โซฟา, ตู้ทีวี, โต๊ะกินข้าว, เก้าอี้กินข้าว 4 ตัว, เตียง 6 ฟุต, เตียง 3.5 ฟุต, โต๊ะหัวเตียง 2 ชุด, ตู้เก็บของ, เก้าอี้สตูล ชุดตู้เสื้อผ้าบิลท์อินพร้อมโต๊ะเครื่องแป้งกระจกเงา และ ชุดครัวตู้บนตู้ล่าง hob hood sink ครบทุกเรื่องงานครัว

 

คุณประโยชน์ของห้องแบบ 2 Bedroom Exclusive Type B 47 ตารางเมตร คือ โปร่งโล่งด้วยแสงสว่างจากหน้าต่างระเบียง , ห้องครัวสามารถแบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วนโดยติดตั้งกระจกบานเลื่อนกั้นเองได้, ห้องนอนเล็กใช้งานได้จริง มีหน้าต่างเปิดรับลมได้ถ่ายเทอากาศและรับแสง, ในห้องนอนใหญ่วางเตียงขนาด 6 ฟุตได้ และมีมุมฟังก์ชั่นโต๊ะเครื่องแป้งอีกด้วย

 

เหมาะกับคนที่อยู่เป็นครอบครับหรือต้องการสเปซส่วนตัวเพิ่มเติม

 

2 Bedroom Exclusive A (Type A) 46 ตารางเมตร

2 Bedroom Exclusive A (Type A) 46 ตารางเมตร เป็นยูนิตห้องมุมที่มีแค่ 2 ยูนิตต่อชั้นเท่านั้น และเป็นแบบห้องที่มีความพิเศษตรงที่ ห้องนอนเล็กและห้องนั่งเล่นหันไปทางทิศเหนือที่ไม่โดดแดดร้อน เหมาะกับอยู่อาศัยในช่วงกลางวันทั้งวันได้ สามารถทำห้องนอนเล็กเป็นห้องทำงาน work from home ได้ดีเลย ส่วนฝั่งทิศตะวันตกออกแบบให้มีห้องน้ำที่มีหน้าต่างรับแสงจากทิศตะวันตก ช่วยฆ่าเชื้อโรคด้วยแสงยูวีธรรมชาติได้ทุกวัน ส่วนห้องนอนใหญ่ก็รับแสงตะวันตกด้วยเช่นกัน แม้จะโดนแดดบ่ายแต่ถ้ากลับมาจากที่ทำงานกลางวันก็จะไม่ร้อนเพราะพื้นผิวส่วนใหญ่ที่โดนแดดเป็นหน้าต่างกระจก คายความร้อนได้ง่ายแค่แง้มหน้าต่างระบายอากาศสักครู่ห้องก็เย็นได้ง่ายๆ นอกจากนี้โซนกิจกรรมส่วนกลางเช่น ครัว โต๊ะกินข้าว และห้องนั่งเล่นยังเชื่อมต่อกันเป็นรูปตัว L ก้อนเดียวกันและสามารถเปิดประตูบานเลื่อนระบายอากาศได้ที่ระเบียง

2 Bedroom Exclusive A (Type A) 46 ตารางเมตร นี้แถมฟรีเฟอร์นิเจอร์ให้ครบชุดตามภาพประกอบด้านบน ได้แก่ โซฟา, ตู้ทีวี, โต๊ะกินข้าว, เก้าอี้กินข้าว 4 ตัว, เตียง 6 ฟุต, เตียง 3.5 ฟุต, โต๊ะหัวเตียง 2 ชุด, ตู้เก็บของ, เก้าอี้สตูล ชุดตู้เสื้อผ้าบิลท์อินพร้อมโต๊ะเครื่องแป้งกระจกเงา และ ชุดครัวตู้บนตู้ล่าง hob hood sink ครบทุกเรื่องงานครัว

 

2 Bedroom Exclusive A (Type A) 46 ตารางเมตร เหมาะกับคนที่อยู่เป็นครอบครัว มีลูกหรือผู้สูงอายุพักด้วย 1 คน หรือเหมาะกับคนที่ต้องการพื้นที่ work from home ส่วนตัว

 

1 Bedroom Plus (Type D) 33 ตารางเมตร

1 Bedroom Plus (Type D) 33 ตารางเมตร เป็นห้องหน้ากว้างพิเศษที่แตกต่างจากคอนโดอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด มีห้องครัวกั้นกระจกเป็นครัวปิดเชื่อมต่อระเบียงระบายอากาศ, มีพื้นที่ห้องนั่งเล่นลงตัวเป็นสัดส่วน มีโซนกลางและโซนส่วนตัวที่สามารถกั้นกระจกให้เกิดสเปซเป็นส่วนตัวได้เองถ้าต้องการ, ห้องนอนมีประตูบานสวิงแยกเป็นส่วนตัว และมีตู้เสื้อผ้า built-in ช่วยเพิ่มพื้นที่เก็บของพร้อมฟังก์ชั่นโต๊ะเครื่องแป้งด้วย เรียกได้ว่าเป็น 1 Bedroom Plus ที่น่าสนใจและเป็นอีกห้องที่น่าจะขายดีสุดๆ โชคดีที่ทาง Asakan รู้ใจทุกคนเลยสร้างห้องรูปแบบนี้ไว้ค่อนข้างเยอะจำนวน 11 ยูนิตต่อชั้น โดยมีทั้งฝั่งทิศตะวันออกและตะวันตก

ยูนิต 1 Bedroom Plus (Type D) 33 ตารางเมตรนี้แถมฟรีเฟอร์นิเจอร์ตามรายการดังนี้ โซฟา ตู้ทีวี โต๊ะกินข้าวและเก้าอี้สองตัว เตียงขนาด 5 ฟุต โต๊ะกาแฟ โต๊ะหัวเตียง ชั้นเก็บรองเท้าพร้อมที่นั่งพักใส่รองเท้า ชุดครัวตู้บนตู้ล่างพร้อม hob hood sink ตู้เสื้อผ้าบิลท์อินพร้อมฟังก์ชั่นโต๊ะเครื่องแป้งและเก้าอี้สตูล

 

Propholic.com ขอแนะนำแนวทางการจัดห้อง 1 Bedroom Plus (Type D) 33 ตารางเมตร (กรุณาคลิกลิงก์นี้ https://bit.ly/3avRB5d เพื่อดูภาพ Redesigned ครับ) Propholic ออกแบบใหม่ให้ลงตัวกับการใช้ชีวิตเป็นสัดส่วน จัดห้องนั่งเล่นให้มองทีวีได้สบายตามากขึ้น และช่วยเพิ่มประโยชน์จาก 1 Bedroom ให้กลายเป็น 2 Bedroom ได้ด้วยหรือจะทำเป็นห้องทำงานส่วนตัวดูวิวริมหน้าต่างก็ได้ครับ

1 Bedroom Plus (Type D) 33 ตารางเมตร เหมาะกับคนที่อยู่เป็นคู่รักหรืออยู่คนเดียวที่อยากได้ฟังก์ชั่นคล้าย 2 bedroom แต่มีงบประมาณแค่ 1 bedroom ถือว่าเป็นแบบห้องที่คุ้มค่าและปรับเปลี่ยนได้หลายการใช้งาน

 

1 Bedroom (Type E) 26 ตารางเมตร

1 Bedroom (Type E) 26 ตารางเมต ห้องนี้มีจุดเด่นตรงที่ห้องครัวสามารถกั้นประตูกระจกเองเพิ่มได้, พื้นที่ห้องนั่งเล่นลงตัวเป็นสัดส่วนแบ่งโซนกินข้าว โซนทีวี เชื่อมต่อกับระเบียงรับแสง มีห้องน้ำที่เข้าจากห้องกลางได้ ถ้าญาติมาเยี่ยมก็ไม่ต้องเดินผ่านห้องนอนเพราะห้องนอนมีประตูและผนังทึบกั้นไว้เป็นส่วนตัว มีตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่เก็บของได้สำหรับพักอาศัยสองคนได้สบายๆ ห้องนี้ถือว่าเป็น rare item เพราะมีจำนวนจำกัดแค่ 2 ยูนิตต่อชั้นเท่านั้นครับ

รายการเฟอร์นิเจอร์ที่แถมให้ใน 1 Bedroom (Type E) 26 ตารางเมตร ได้แก่ โซฟา ตู้ทีวี โต๊ะกินข้าวและเก้าอี้สองตัว เตียงนอน 5 ฟุต โต๊ะกาแฟ ตู้ข้างเตียง ชุดครัวครบเซ็ท hob hood sink และตู้เสื้อผ้าบิลท์อิน

 

1 Bedroom (Type E) 26 ตารางเมตร เหมาะกับการอยู่เดี่ยวหรืออยู่คู่ ไม่เหมาะกับกลุ่มครอบครัวเพราะพื้นที่จำกัดเกินไป

 

ต่อไปเรามาดูห้องไซส์เล็กที่สุด ราคาถูกที่สุดในโครงการครับ

 

Studio (Type C) 21 ตารางเมตร

Studio (Type C) 21 ตารางเมตร แบบนี้มีจุดเด่นตรงที่ห้องนอน ห้องนั่งเล่น และโต๊ะทำงานอยู่ในสเปซโซนเดียวกันทั้งหมด ติดแอร์แค่ 1 เครื่องจึงประหยัดไฟ ส่วนครัวและห้องน้ำอยู่แยกออกไปต่างหาก สามารถติดประตูบานเลื่อนกั้นโซนครัวให้เป็นสัดส่วนได้ ตรงข้างเตียงฝั่งหน้าต่างมีพื้นที่เล็กๆ ริมหน้าต่างทำเป็นคล้าย bay window ระเบียงขนาดพอดีวางเครื่องซักผ้าและตากผ้าได้ใช้พื้นที่น้อย มีตู้เสื้อผ้าแบบบิลท์อินทำให้เก็บของได้มากกว่า

 

Studio (Type C) 21 ตารางเมตร มีจำนวน 11 ยูนิตต่อชั้น เหมาะกับคนที่อยากได้คอนโดติดรถไฟฟ้าด้วยราคาที่ดีงาม

 

นอกจากนี้ทาง Asakan ยังแถมฟรีเฟอร์นิเจอร์ให้ด้วยครับ ได้แก่ โซฟาสองที่นั่ง ตู้ทีวี โต๊ะกินข้าวและเก้าอี้สองตัว เตียง 5 ฟุต

หมายเหตุ: ตัวอย่างหน้าตาและสเปคเฟอร์นิเจอร์ที่จะได้จริงของยูนิตทุกรูปแบบ กรุณาดูของจริงที่ห้องตัวอย่างในสำนักงานขาย ที่ห้องขนาด 33 ตารางเมตรที่เป็น 1 Bedroom Plus นะครับ เพราะเฟอร์นิเจอร์จะตรงกับของที่ได้จริงครับ โดยเฟอร์นิเจอร์ที่ได้จริงจะมีสติกเกอร์แบรนด์ WELA ติดอยู่ครับ

ประตูเข้าห้องทุกยูนิตแถมฟรี Digital door lock หน้าตาทันสมัยสวยงามแบบนี้ครับ เป็นระบบสแกนลายนิ้วมือ กดรหัส และกุญแจ ถือว่าแถมให้เยอะทีเดียว และประตูแบบนี้ก็เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ไม่อยากถือกุญแจ

 

Model โมเดลโครงการ WELA Ramkhamhaeng 186

โมเดลแสดงสถานีรถไฟฟ้าและโครงการ Wela (เค้าทำโมเดล Wela แค่ตึกเดียว แต่จริงๆ มีสองตีกนะครับ ส่วนโมเดลกล่องสูงใสๆ ที่เป็นโครงการคอนโด high-rise ด้านชิดถนนรามคำแหงนั้นของจริงจะไม่ใช่เหมือนแบบโมเดลครับ ของจริงน่าจะยาวกว่านั้นครับ ไม่ใช่ทรงจัตุรัสแบบนั้น)

ลักษณะ facade ภายนอก สีอาคาร ดูทันสมัยดูดี นอกจากนี้จะสังเกตว่าราวเหล็กกันตกตรงระเบียงแต่ละห้องจะเป็นเอกลักษณ์ของ Asakan ครับ

ใต้อาคารเป็นที่จอดรถ

โมเดล clubhouse ที่อยู่ติดกับโครงการ

โมเดลถนนและรถไฟฟ้าหน้าโครงการ

ฝั่งตะวันออก

ฝั่งตะวันตก

ด้านหน้าอาคารฝั่งตะวันตก มี Lobby ชั้นล่าง

 

Show Units ห้องตัวอย่าง WELA Ramkhamhaeng 186

ห้องตัวอย่างที่สำนักงานขาย WELA Ramkhamhaeng 186 ตั้งอยู่ภายในโครงการ Asakan City ครับ คลิกดูโลเคชั่นที่นี่ https://bit.ly/3Nptvb9  แล้วผ่านป้อมรปภ. เข้าไปอีกประมาณ 100 เมตร มีที่จอดรถมากมายครับ

ห้องตัวอย่างมีทั้งหมด 3 แบบ โดยจะขอเรียงจากห้องใหญ่ที่สุดไปหาห้องเล็กสุดนะครับ

 

ห้องตัวอย่าง 2 Bedroom 47 ตารางเมตร (Type B)

เปิดประตูทางเข้าพบกับโซนครัวที่เชื่อมไปสู่โซนโต๊ะกินข้าวที่เชื่อมกับระเบียง มีห้องน้ำตรงข้ามครัว เดินเลี้ยวเข้าไปเจอกับโซนนั่งเล่นและโถงทางเดินเข้าห้องนอนเล็กและห้องนอนใหญ่

ชุดครัวครบเซ็ท ใม่รวมตู้เย็นและไมโครเวฟนะครับ

ทางเข้าห้องน้ำ

ได้ชุดครัวแบบนี้ ไม่รวม prop ตกแต่ง

hob

hood

sink

เปิดบานตู้ออกได้เก็บของเยอะแบบนี้

วางของบนเคาน์เตอร์ครัวได้เต็มที่

ตู้ด้านล่างมีลิ้นชัก ชั้นวางไมโครเวฟ มีถังขยะที่ตู้ล่างด้วย

เดินมาอีกนิดพบกับโซนโต๊ะกินข้าว มีสเปซตรงนี้ค่อนข้างกว้างทีเดียว อาจจะย้ายโซฟาและตู้ทีวีมาวางไว้บริเวณนี้แทนก็ได้ครับ

เดินเลี้ยวไปอีกนิดจะมีโซนตู้เก็บของและโซนนั่งเล่นและทีวี

โซนนี้สามารถตกแต่งเป็นชั้นเก็บของติดผนัง

ตำแหน่งแอร์ในห้องกลาง ติดเหนือประตูบานเลื่อนไประเบียง

ประตูห้องน้ำ

ห้องน้ำมีเคาน์เตอร์กว้างยาวตลอดผนังแบบนี้ วางของได้มากมาย

โถสุขภัณฑ์

อ่างล้างมืออยู่ชิดไปอีกด้านนึง ทำให้มีพื้นที่ข้างๆ เยอะขึ้น

เคาน์เตอร์ห้องน้ำเป็นหินแกรนิตสีดำ

อ่างแบบฝังสวยงาม ก๊อกน้ำลักษณะแบบนี้

สเปคที่ได้ของค่อนข้างดีเลย

กระจกเงาในห้องน้ำ

โถสุขภัณฑ์แบบประหยัดน้ำ ในห้องตัวอย่างไม่มีสายฉีดชำระ ไม่แน่ใจว่าห้องจริงจะได้ด้วยหรือไม่ กรุณาสอบถามพนักงานขายอีกครั้งครับ

ติดกันเป็นโซนอาบน้ำ มีกระจกนิรภัยกั้นเป็นโซนเปียกโดยเฉพาะให้ครับ

ธรณีกั้นโซน

ฝักบัวแถมให้ด้วย

กระจกกั้นอาบน้ำให้แบบนี้ มือจับสามารถแขวนผ้าเช็ดตัวได้ด้วย

ห้องน้ำใช้สีทูโทน พื้นสีเข้ม ผนังสีอ่อน ทำให้ดูกว้างขวาง มีลูกเล่น

สังเกตว่าพื้นเลือกใช้กระเบื้องแบบป้องกันลื่น เห็นลายกันลื่นชัดเจน เพื่อความปลอดภัยขั้นสูงสุดของลูกบ้านทุกคน

ออกจากห้องน้ำเจอโซนครัว

เดินจากโซนครัวแล้วเลี้ยวเข้ามาพบกับโซนนั่งเล่น ทีวี และโถงทางเดินเข้าห้องนอนเล็ก ห้องนอนใหญ่

โซนทีวี

ได้รับแสงธรรมชาติจากหน้าต่าง

ห้องดูกว้างขวางดี

โซนกลางนี้เป็นจุดเชื่อมไปยังทุกห้องของบ้าน

เฟอร์นิเจอร์ที่แถมให้กรุณาเดินไปดูของจริงที่ห้องตัวอย่างแบบ 1 Bedroom Plus 33 ตารางเมตรนะครับ ส่วนเฟอร์นิเจอร์ตู้ทีวีบิลท์อินนี้ทำสาธิตเป็นตัวอย่างเผื่อเป็นแรงบันดาลใจให้คนที่อยากทำตู้บิลท์อินครับ

เข้าห้องนอนเล็กกันครับ

เตียง 3.5 ฟุตมีให้ และแอร์ติดเหนือหัวเตียงแบบนี้

ได้รับแสงธรรมชาติส่องจากหน้าต่าง

ตู้เสื้อผ้าวางตำแหน่งแบบนี้ แต่ดีไซน์ที่ได้จริง ให้ดูห้อง 1 Bedroom Plus นะครับ

ถือว่าเป็นห้องนอนเล็กที่ใช้งานได้จริง

ออกจากห้องนอนเล็กไปห้องกลาง

แล้วเลี้ยวเข้าสู่ห้องนอนใหญ่กันครับ ผนังอยู่ติดกัน

ห้องนอนใหญ่ กว้างขวาง

แอร์ติดตำแหน่งปลายเตียง เตียงที่แถมให้ขนาดใหญ่ถึง 6 ฟุตเลยครับ เพราะห้องกว้างพอที่จะวาง King size bed

มีหน้าต่างขนาดย่อมลงมาหน่อย เพื่อลดแสงและช่วยทำให้ห้องดูส่วนตัวมากขึ้น

พื้นที่ข้างเตียง

สาธิตการจัดวางมุมโต๊ะเครื่องแป้ง

สาธิตการติดตั้งตู้เสื้อผ้า

 

ห้องตัวอย่าง 1 Bedroom Plus 33 ตารางเมตร (Type D)
ห้อง 1 Bedroom Plus 33 ตารางเมตร เป็นรุปแบบยอดนิยมของโครงการ WELA Ramkhamhaeng 186 มีจำนวนมากและเป็นไฮไลท์ของโครงการที่ทำให้แตกต่างจากคอนโดมิเนียมอื่นๆ เลยทีเดียว ด้วยการออกแบบห้อง 1 Bedroom ให้มีหน้ากว้างพิเศษจนเกิดสเปซพื้นที่อเนกประสงค์เพิ่มขึ้นมา

 

ห้องมีการแบ่งสัดส่วนได้ดี เป็นห้องหน้ากว้าง ให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน

เปิดประตูห้องเข้ามาเจอกับโซนกลางที่ออกแบบเป็นพื้นที่ใช้สอยตามต้องการเช่น โซนนั่งเล่น โซนวางทีวี โซนกินข้าว โซนทำงาน สารพัดประโยชน์แล้วแต่ตามใจเรา ส่วนโซนครัวมีประตูบานเลื่อนกั้นให้เสร็จสรรพ ห้องน้ำอยู่เชื่อมกับโซนกลาง ไม่ต้องดินผ่านห้องนอนก่อน ส่วนห้องนอนมีประตูสวิงและผนังกั้นให้เป็นส่วนตัวมาก

 

โปรดสังเกตเฟอร์นิเจอร์ที่ติดสติกเกอร์ WELA ในห้องตัวอย่าง 1 Bedroom Plus ห้องนี้ให้ดีนะครับ เพราะจะเป็นแบบเฟอร์นิเจอร์อ้างอิงที่จะได้รับจริงของห้องทุกรูปแบบครับ

โซนกลางที่เชื่อมต่อกับทุกห้องของบ้าน

โซนกินข้าว

โซนกินข้าวอยู่ใกล้ครัว

ภาพโซนนั่งเล่นครับ แต่ส่วนตัวผมคิดว่าแคบเกินไป ดูทีวีแล้วไม่สบายตาเท่าไหร่ ควรจะเปลี่ยนเป็นโซนนั่งทำงานหันหน้าเข้าผนังจะเหมาะสมกว่า อย่างไรก็ตามเฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่ที่แถมให้เป็นแบบลอยตัว ไม่ fixed ดังนั้นลูกบ้านก็จัดห้องใหม่ได้เองตามใจอยากได้เลยครับ

แอร์ห้องนั่งเล่นติดเหนือโซฟา

เฟอร์นิเจอร์ที่ Asakan แถมฟรีให้ออกแบบสไตล์ Natural ใช้โทนสีน้ำตาลและวัสดุที่อิงกับธรรมชาติ

ดีไซน์ของตู้ทีวีที่แถมให้

ชั้นเก็บรองเท้าพร้อมที่นั่ง อันนี้แถมฟรี

โต๊ะกินข้าวและเก้าอี้ที่แถมฟรี

โซฟาที่แถมฟรี

แอร์ที่แถมให้อาจจะเป็นรุ่นอื่นที่เทียบเท่านะครับ

โซนนั่งเล่น

โซนห้อง plus ที่เพิ่มขึ้นมา สามารถจัดเป็นโซนทำงานก็ได้

ไอเดียการกั้นห้อง

จากโซนกลาง มีประตูเข้าสู่ห้องนอน และห้องน้ำ

เพดานห้องสูง 2.4 เมตร

เข้าห้องนอนพบกับมุมโต๊ะเครื่องแป้ง ตกแต่งให้ตามภาพมีกรุผนังด้วยไม้แบบที่เห็น ถือว่าสวยงามและสเปคดีกว่าคอนโดทั่วไป

มุมโต๊ะเครื่องแป้งมีลิ้นชักแบบนี้

แถมเก้าอี้สตูลให้ด้วย

เตียงนอน 5 ฟุต

ไอเดียการติดตั้งโซนทีวีในห้องนอน

ตู้หัวเตียงก็ได้ฟรี

ตู้เสื้อผ้าได้แบบนี้เลยครับ ฟรีๆ

เปิดตู้เสื้อผ้าออกมาได้ฟังก์ชั่นใช้งานแบบนี้ แขวนเสื้อ เก็บผ้า เก็บของได้เยอะแยะ มีลิ้นชักย่อยให้อีก ถือว่าเป็นสเปคที่เหนือกว่าที่คอนโดอื่นในระดับราคาดีแบบนี้นะครับ

ออกจากห้องนอนไปต่อที่ห้องน้ำ

ห้องน้ำมีการออกแบบให้มีอ่างล้างมือตรงกลางแล้วปีกซ้ายขวาจะเป็นโซนอาบน้ำและโถสุขภัณฑ์

โซนเปียกมีกระจกกั้นให้

โซนสุขภัณฑ์ก็มีอยู่ในมุมแบบนี้ เป็นส่วนตัว

ไม่ปรากฎตำแหน่งสายฉีดชำระ กรุณาสอบถามพนักงานขายเองอีกที

สุขภัณฑ์แบบประหยัดน้ำ

ธรณีกั้นโซนเปียกและโซนแห้ง

อ่างล้างมือมีพื้นที่เคาน์เตอร์ด้านข้างวางของได้

แถมฝักบัวให้ฟรี

ก๊อกน้ำอ่างล้างมือ ค่อนข้างยาวดูพรีเมี่ยม

ออกจากห้องน้ำแล้วเดินผ่านโซนกลางไปยังห้องครัว

ห้องครัวมีประตูกระจกบานเลื่อนกั้นให้เป็นสัดส่วน ไม่มีกลิ่นรบกวน

เฟอร์นิเจอร์ชุดครัวให้ตามภาพ ไม่แถมตู้เย็น ไม่แถมไมโครเวฟ

เคาน์เตอร์ครัวสีขาวลักษณะนี้ ทำความสะอาดง่าย

ชั้นวางของตู้ล่าง

ชั้นบน

เครื่องดูดควัน hood แถมให้ฟรี

Hob เตาไฟฟ้าสองหัวแบบนี้แถมให้

Sink อ่างล้างจานและก๊อกน้ำแถมให้ฟรี

ชั้นและลิ้นชักเก็บของในครัว เก็บได้มากเพียงพอกับการใช้งาน

มีถังขยะใต้อ่างล้างจานด้วย เพิ่มมาพิเศษให้

ประตูออกไปยังระเบียง

ระเบียงกว้างพอวางเครื่องซักผ้าแบบฝาหน้า

มองจากระเบียงเข้าไปครัว

จบห้อง 1 Bedroom plus แล้ว ต่อไปมาดูห้องไซส์น้องเล็กสุดกันต่อครับ

 

ห้องตัวอย่าง Studio 21 ตารางเมตร (Type C)

Studio 21 ตารางเมตร (Type C) เปิดห้องเข้ามาพบกับโซนครัวที่แบ่งกั้นชัดเจน อยู่ตรงข้ามกับห้องน้ำ เดินผ่านประตูกระจกบานเลื่อนเข้าไประเบิดสเปซโถงกลางรวมทุกฟังก์ชั่น นั่งเล่น นอน ตู้เสื้อผ้า ทีวี และมีระเบียงจิ๋วรองรับการซักผ้าตากผ้า เหมาะกับคนที่ใช้ชีวิตแบบ minimalist

เปิดเข้ามาพบกับโซนครัวที่มีบานเลื่อนกั้น

ติดกันมีห้องน้ำ

ชุดครัวติดตั้งให้ฟรี

ครบทุกอย่างที่งานครัวต้องการ ของจริงมี hood ดูดควันด้วยครับ (กรุณาดูแบบชุดครัวที่ได้จริงในห้องตัวอย่าง 1 Bedroom Plus 33 ตารางเมตรนะครับ สเปคจะได้แบบนั้น แต่อาจจะแตกต่างที่ขนาดครับ)

ตู้ครัวต่างๆ ต้องอ้างอิงตามห้องตัวอย่าง 1 Bedroom Plus

มุมมองเมื่อหันไปทางประตูทางเข้าห้อง

ประตูบานเลื่อนกระจกกั้นครัวสามารถปิดได้สนิทแบบนี้ ป้องกันกลิ่นรบกวนขณะทำอาหาร

ทางเข้าห้องน้ำ

ผนังห้องน้ำติดกับฝั่งโซนนั่งเล่น

ดีไซน์ของห้องน้ำเลือกใช้โทนสีสองโทน เข้มและอ่อน

ห้องดูกว้าง ตรงกลางเป็นอ่างล้างมือ ปีกซ้ายขวาเป็นโถสุขภัณฑ์และโซนอาบน้ำ

โซนเปียกอาบน้ำมีประตูกระจกกั้น

อ่างล้างมือมีพื้นที่ด้านข้างวางของกระจุกกระจิกในห้องน้ำ

ห้องอาบน้ำขนาดกะทัดรัด แต่ก็กว้างพอที่คนตัวโตๆ จะอาบน้ำได้ครับ

ออกจากห้องน้ำแล้วเดินผ่านครัว เพื่อไปยังโซนกลาง

โซนกลางที่มีทุกฟังก์ชั่นพักผ่อนรวมกัน

มีตู้เสื้อผ้า ที่นอน โซฟา ชั้นวางทีวี ครบทุกหมวดการพักผ่อนหย่อนใจ

เป็นสตูดิโอที่มีหน้ากว้างพิเศษ ได้รับแสงถึงสองฝั่งเลยทั้งฝั่งประตูกระจกระเบียงและหน้าต่าง

สาธิตการวางตู้เสื้อผ้าบิลท์อิน ดีไซน์จริงจะอ้างอิงตามแบบเฟอร์นิเจอร์ห้องตัวอย่าง 1 Bedroom Plus นะครับ ที่จะเป็นบานไม้ ไม่ใช่บานกระจก

พื้นห้องปูด้วยกระเบื้องยาง

สาธิตการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ในห้อง ของจริงไม่ได้ตามภาพนะครับ ต้องอ้างอิงตามห้องตัวอย่าง 1 Bedroom Plus ครับ

โซนพักผ่อน นั่งนอนดูทีวีสบายๆ

สาธิตให้ดูว่า ถ้าไม่จัดเป็นโซนทีวีอย่างเดียวก็ได้ แต่ทำเป็นโซนนั่งทำงาน work from home ได้ด้วย

ตู้เสื้อผ้า

ตำแหน่งแอร์ติดที่ปลายเตียง เหนือทีวี

มุมมองจากระเบียงมองเข้าไปโซนกลาง

ชอบห้องนี้ตรงที่เป็น studio แบบหน้ากว้าง ทำให้ความรู้สึกมันดูกว้างกว่าคอนโดอื่น

และมีช่องแสงมากกว่า ทำให้ห้องไม่อับไม่ทึบ มีแสงสว่างส่องถึง ช่วยฆ่าเชื้อโรคได้ทุกวัน อยู่แล้วสุขภาพดี

รางประตูบานเลื่อนกั้นระหว่างระเบียงกับโซนกลาง

พื้นที่ระเบียงขนาดจิ๋ว เพียงพอสำหรับการวางเครื่องซักผ้าและตากผ้า

ราวกันตกเป็นดีไซน์เฉพาะของแบรนด์ Asakan ครับ จะเป็นรูปคล้ายสามเหลี่ยมพุ่งขึ้นข้างบน น่าจะตีความได้ว่าอยู่แล้วรุ่งเรือง

มุมมองจากระเบียง

สำหรับผู้สนใจดูห้องตัวอย่างและทำเลที่กำลังก่อสร้างจริงของ WELA Ramkhamhaeng 186 กรุณาตามไปยังหมุดนี้ คลิกดูทำเลตรงนี้ https://bit.ly/3Nptvb9

 

ทำเลอยู่ติดรถไฟฟ้า MRT สายสีส้ม สถานีเคหะรามคำแหง ตามที่เห็นในภาพครับ
เลี้ยวเข้ามาใน Asakan City วิ่งผ่านป้อมยามแล้วชิดซ้ายมีป้าย WELA Ramkhamhaeng 186 มีที่จอดรถมากมายสะดวกครับ

ภายในสำนักงานขายกว้างขวาง นั่งห่างกัน มีโมเดลตัวอย่าง ภาพอธิบายโครงการ และมีห้องตัวอย่างทั้งหมด 3 แบบครับ

ด้านข้างสำนักงานขายเป็น clubhouse ที่มีสระว่ายน้ำชั้นล่างและฟิตเนสชั้นบน ลูกค้าสามารถเดินเข้าไปสำรวจได้ครับ

ถนนหน้าโครงการ สองเลน ปูคอนกรีต

ส่วนสถานที่ก่อสร้างจริง จะอยู่ติดกับ clubhouse เลยครับ สามารถขึ้นไปที่ฟิตเนสชั้นสองแล้วส่องดูไซต์ก่อสร้างได้นะครับ

หน้าไซต์ก่อสร้าง มีป้ายบอก

บรรยากาศด้านหน้าปากทางเข้า Asakan City เรียกได้ว่าชิดติดรถไฟฟ้ากันเลยทีเดียว

มีร้านสะดวกซื้อที่ตึกแถวนี้ด้วยครับ สะดวกสบายสุดๆ

รถไฟฟ้าสายสีส้มที่กำลังก่อสร้าง

ถ้าสร้างเสร็จแล้ว การเดินทางเข้าเมืองจะง่ายสุดๆ และสายสีส้มนี้เป็นสายสำคัญที่เชื่อมต่อระหว่าง East-West ของกรุงเทพ จะมีความสำคัญมากพอๆ กับ BTS สายสีเขียวที่วิ่งแบบ North-South เลยครับ พูดตอนนี้อาจจะไม่เห็นภาพ ลองจินตนาการถึงรถไฟฟ้าสายสีเขียวและน้ำเงินในปัจจุบันก็ได้ครับ สายสีส้มจะมีศักยภาพเทียบเคียงกันได้เลย

สำหรับผู้ที่สนใจดูห้องตัวอย่าง หรือสนใจจอง WELA Ramkhamhaeng 186 สามารถ Walk in เข้าไปที่สำนักงานขายได้เลย หรือจะโทรศัพท์สอบถามก่อนก็ได้ที่ โทร. 082-526-5566 แจ้งว่าทราบข่าวจากเว็บไซต์พร็อพฮอลิต (Propholic.com) หรือเข้าเว็บไซต์โครงการ www.welacondo.com เพื่อลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ

 

ซื้อช่วงนี้มีโปรโมชั่น สอบถามได้ที่พนักงานขายได้เลยครับ ตอนนี้กำลังก่อสร้างดังนั้นผ่อนดาวน์ต่ำ เริ่มต้นเพียงเดือนละ 3,900 บาทเท่านั้นเอง

ราคาของ WELA Ramkhamhaeng 186

ราคาของ WELA Ramkhamhaeng 186 (เปิดตัวที่ราคาเฉลี่ยตารางเมตรละ 65,000 บาท) นั้นถือว่าถูกกว่าราคาคอนโดมิเนียมคู่แข่ง และอยู่ในทำเลขาเข้าเมืองที่สะดวกสบายในการเดินทางโดยไม่ต้องเสียเวลากลับรถ  นอกจากนี้ยังมีร้านสะดวกซื้ออยู่ปากซอย และอยู่ใกล้ห้างโลตัส โฮมโปร เดินแค่ 350 เมตรก็ถึงทันที และยังมีดีไซน์ห้องที่กว้างกว่า อยู่อาศัยระยะยาวเหมือนบ้านจริงๆ ได้เหมาะสมกว่าคู่แข่ง เรียกได้ว่า WELA Ramkhamhaeng 186 เหมาะกับคนที่มีมุมมองไม่ยึดติดแบรนด์ดัง แต่เป็นคนฉลาดเลือกสิ่งที่ดีกว่าเพื่อคุณภาพชีวิตในระยะยาวที่ยั่งยืนกว่า

ค่าส่วนกลาง 35 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน

คาดว่าจะแล้วเสร็จเดือนกุมภาพันธ์ ปี พ.ศ. 2566 (ปี ค.ศ. 2023)

ราคาขายเริ่มต้น 1.39 ล้านบาท (ข้อมูลเมื่อเดือนมิถุนายน 2022)

สนใจโทรศัพท์ 082-526-5566

ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษทางเว็บไซต์ https://www.welacondo.com/



ต่อทอง ทองหล่อ

บรรณาธิการสื่อเกี่ยวกับการศึกษา และ Blogger ผู้มีผลงานการวิเคราะห์ด้านอสังหาฯ มามากกว่าร้อยบทความ ยังเป็นผู้สนใจลงทุนคอนโดมิเนียม ชอบใช้ชีวิตแบบ Digital Nomad รักการเดินเท้าและเลือกใช้ขนส่งมวลชนสำรวจความเปลี่ยนแปลงของทำเลสถานที่ผ่านมุมมองการเข้าใจมนุษย์ นอกจากนี้ยังเป็น Active Citizen ช่วยขับเคลื่อนพัฒนาเมืองผ่านงานเขียนและเครื่องมือสื่อสารที่เชื่อมรัฐกับประชาชน เป้าหมายระยะยาวต้องการเห็นคุณภาพชีวิตการอยู่อาศัยที่ดีขึ้นของทุกคนในสังคม ติดตามผลงานได้ที่ https://matttortong.weebly.com

เว็บไซต์


PropScore™ 3.4

SCORE:
0.0
From : 0 รีวิว


ยังไม่มีการให้คะแนนและ Comment โครงการนี้


Monthly Roundup มิ.ย. 65

เปิดตัว “เรฟเฟอเรนซ์ สาทร – วงเวียนใหญ่” คอนโดดีไซน์แนวคิดใหม่ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคน Gen Y ซึ่งอยากให้ที่นี่เป็นพื้นที่ที่สร้างแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตในทุกๆ วัน ด้วยจุดเด่นด้านคอนเซ็ปต... อ่านต่อ

9 August, 2022



ONE PRICE PHENOMENON ปรากฎการณ์ครั้งสำคัญกับการเป็นเจ้าของคอนโด Luxury Collection 4 โครงการดังจากอนันดา เปิดโหมดชีวิตสู่อีกขั้นของ The New Iconic Living

มีผู้ซื้อคอนโดระดับ Luxury จำนวนไม่น้อยเลยทีเดียวที่มีความคิดว่าการเลือกซื้อคอนโดให้ตอบ... อ่านต่อ
6 August, 2022

พาชม เวนิว ไอดี พหลโยธิน-รังสิต บ้านเดี่ยวดีไซน์ใหม่ จากเอสซี แอสเสท บ้านที่ให้คุณเป็นตัวของตัวเองให้มากที่สุด

เอสซี แอทเซส ตอกย้ำความสำเร็จกับบ้านแบรนด์ใหม่ ‘เวนิว ไอดี’ (VENUE ID) ในสไตล์โมเดิร์นท... อ่านต่อ
4 August, 2022