The Residences at Mandarin Oriental, Bangkok

  

เดอะ เรสซิเดนซ์ แอท แมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ


หากมีคนถามผมว่าถ้ามีงบประมาณในการซื้อคอนโดหรูในแบบไม่จำกัด จะเลือกซื้อคอนโดที่ไหน? คำตอบเดียวในใจผมตั้งแต่เริ่มทำเพจมาก็คงจะเป็น The Residences at Mandarin Oriental, Bangkok (เดอะ เรสซิเดนซ์ แอท แมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ) ที่ผมกำลังจะรีวิวในแบบละเอียดยิบนี่ล่ะครับ ในมุมมองของผมที่นี่มีทั้งอัตลักษณ์ และคุณลักษณะที่ครบถ้วนในแง่ของความเป็น Ultra Luxury Residences อันยากที่จะหาได้จากโครงการอื่นๆครับ

เกริก บุณยโยธิน เมื่อ 28 August, 2019 เวลา 00.43 am

Prop score™: 4.7

คะแนนรีวิว: 0.0

0 รีวิว



    ข้อมูลโครงการ

ชื่อโครงการ

The Residences at Mandarin Oriental, Bangkok

บริษัทผู้สร้าง

บริษัท ดิ ไอคอนสยาม ซูเปอร์ลักซ์ เรสซิเดนซ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด

สถานที่

ถนนเจริญนคร เขตคลองสาน

สถานีรถไฟ BTS

BTS กรุงธนบุรี Distance 1,500 m./ICONSIAM Distance 20 m.

สถานีรถไฟใต้ดิน

-

Airport Rail Link

-

สถานี BRT

-

พื้นที่

4.9 ไร่

ชั้น

52 ชั้น

ยูนิต

146 ยูนิต

ที่จอดรถ

Automated Parking คิดเป็น 220 %

ลิฟท์

Private Lifts 8 ตัว/อาคาร และ Services Lifts 2 ตัว

สิ่งอำนวยความสดวก

The Chao Phraya Lounge, The Mandarin Gallery, River Terrace, Outdoor Infinity Swimming Pool & Jacuzzi, Poolside Barbecue Terrace, Garden Loft, Golf Simulator & Virtual Game Room, Game Room, Private Fitness & Wellness Studio, Stream Room & Sauna, Separate Female and Male, Changing Rooms, Children’s Pool, Children’s Playroom, Playground, The Oriental Salon, Siam Salon, Lotus Business Suite, The Library, Garden Loft


    ประเภทยูนิต

ประเภท

CONDO/คอนโด High Rise/Luxury Residences/คอนโดมิเนียมระดับอัลตร้า-ลักซ์/Luxury High Rise Condominium/คอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ลักชัวรี่/Branded Residences

studio

-

1 bedroom

-

2 bedroom

127.87-165.40 ตร.ม.

3 bedroom

222.21-228.88 ตร.ม.

Duplex

Duplex 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้อง Powder ขนาด 165 ตรม.

Penthouse

380.93-383.98 ตร.ม.

ประเภทอื่นๆ

Penthouse Duplex 386.12-707.28 ตร.ม.

ความสูงจากพื้นถึงเพดาน

3.2 เมตร/ห้อง Duplex สูง 6.4 เมตร

ราคาเริ่มต้น / ตรม.

550,000 บาท/ตร.ม.

ราคาเริ่มต้น / ยูนิต

74 ล้านบาท

ค่าส่วนกลาง

160 บาท/ตร.ม./เดือน

Sinking Fund fee

1,200 บาท/ตร.ม.

สร้างเสร็จ

2019

เว็บไซต์

https://www.moresidencesbangkok.com/

02-0124555




รีวิวเจาะลึก: โดดเด่น สวยงาม และเปี่ยมเสน่ห์ ไปกับ The Residences at Mandarin Oriental, Bangkok สุดยอด Branded Residence ริมแม่น้ำที่ดีที่สุดของไทย

 

หากมีคนถามผมว่าถ้ามีงบประมาณในการซื้อคอนโดหรูในแบบไม่จำกัด จะเลือกซื้อคอนโดที่ไหน? คำตอบเดียวในใจผมตั้งแต่เริ่มทำเพจมาก็คงจะเป็น The Residences at Mandarin Oriental, Bangkok (เดอะ เรสซิเดนซ์ แอท แมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ) ที่ผมกำลังจะรีวิวในแบบละเอียดยิบนี่ล่ะครับ ในมุมมองของผมที่นี่มีทั้งอัตลักษณ์ และคุณลักษณะที่ครบถ้วนในแง่ของความเป็น Ultra Luxury Residences อันยากที่จะหาได้จากโครงการอื่นๆครับ

 

เชื่อแน่ว่าคำถามแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวของใครหลายๆคนเกี่ยวกับมุมมองในเรื่องของความเป็น Luxury Product สำหรับตลาดคอนโด ว่าโครงการไหนหรูจริง เป็น Authentic Luxury หรือโครงการไหนหรูเทียม เป็น  Affordable Luxury ที่ถูกพัฒนา Product ขึ้นมาเพื่อจับกลุ่ม Masstige (Mass + Prestige) อันเป็นฐานลูกค้ากว้างในยุคนี้…ผมขอบอกเลยว่า Criteria แรกของ Product ใดๆที่มีค่าพอจะเข้าข่ายของความเป็น Luxury Good ที่คนทั่วโลกยอมรับก็คือ มีความหายากและเป็นที่น่าหมายปองสำหรับกลุ่มเป้าหมายที่ยอมที่ทุ่มทุนเพื่อให้ได้ครอบครองของมีค่าที่น้อยคนนักจะมีโอกาสได้เป็นเจ้าของครับ (Rare and desirable)

 

ในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา การพัฒนาคอนโดในกลุ่ม Segment Ultra Luxury มักเน้นการพัฒนาโครงการด้วย 4 องค์ประกอบสำคัญ คือ ทำเล การรูปแบบโครงการและการเลือกสรรรวัสดุ ความประณีตในการสร้างสรรค์ และแบรนด์ ซึ่งในบรรดาองค์ประกอบทั้ง 4 ประการนี้ ข้อ 2 และข้อ 3 คือสิ่งที่ค่อนข้างง่ายในการลอกเลียนแบบ เนื่องจากเป็นสิ่งที่สามารถเนรมิตรขึ้นมาได้ตราบเท่าที่มีงบประมาณในการพัฒนา แตกต่างจากทำเล และแบรนด์ ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่าโครงการไหนคู่ควรกับราคาขายที่สุดแพง ตอบโจทย์กำลังซื้ออันมหาศาลจากกลุ่มมหาเศรษฐีทั่วโลกได้

 

ทำเลทื่เป็น Ultra Luxury Location นอกจากจะต้องเป็นย่านที่มีความเป็น Premium Upscale ใจกลางเมือง ตำแหน่งที่ตั้งของโครงการต้องอยู่ในย่านที่มีพัฒนาการเต็มที่ จนหาที่ดินในการพัฒนาได้ยาก มองเห็นวิวโล่งที่เป็นมิตรต่อสายตา ไม่ว่าจะเป็นวิวแม่น้ำ หรือวิวสวนสาธารณะขนาดใหญ่ รวมทั้งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแต่ละโครงการ ที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน

ซึ่งทำเลที่มักเป็นที่ตั้งของคอนโดจากแบรนด์ที่มีชื่อเสียงในวงกว้าง ก็ล้วนแล้วแต่ปักหมุดในย่านวิทยุ หลังสวน-ราชดำริ ทองหล่อ และโดยเฉพาะริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่มีความได้เปรียบคือทัศนียภาพอันสวยงามของโค้งแม่น้ำ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เป็นทำเลที่ไม่อาจหาที่ดินทดแทนได้ในอนาคต และเป็นที่ชื่นชอบของชาวต่างชาติ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีอภิมหาโปรเจค ที่พร้อมจะดึงดูดความสนใจจากคนทั่วโลกอย่าง ICONSIAM และโครงการรถไฟฟ้าสายสีทอง

ในส่วนของแบรนด์ แน่นอนว่ารูปแบบ Branded Residences ที่เป็นการ Co-Creation กัน ระหว่างดีเวลลอปเปอร์ และแบรนด์ดังที่มีชื่อเสียงยอมรับในระดับโลก ทั้งในเชิง Fashion & Lifestyle หรือในเชิง Hospitality ที่เชี่ยวชาญอย่างมากในเรื่องของการบริการที่เข้าใจ Taste อันลึกซึ่งของกลุ่มคนชั้นสูง ย่อมสามารถสร้างประสบการณ์การใช้ชีวิตอย่างเหนือระดับที่มากกว่าแบรนด์ทั่วๆไป

 

เนื่องจาก Branded Residences นั้นค่อนข้างตอบโจทย์ Value Creation ที่ดีต่อกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ทั้งในวงกว้างระดับ Global หรือกลุ่มที่เป็น Loyalty Fan ของแบรนด์นั้นๆ โดยเฉพาะแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับนับถือระดับโลก ที่มาพร้อมกับบริการสุด Exclusive ที่พร้อมจะปรนนิบัติผู้พักอาศัยให้ได้สัมผัสกับบรรยากาศที่แตกต่างจากการเข้าพักที่อื่น อย่าง Mandarin Oriental ที่เป็น Branded Residence แห่งแรกของ Mandarin Oriental ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นการ Co-Creation ระหว่างบริษัท 2 ยักษ์ใหญ่ของวงการอสังหาริมทรัพย์ อย่าง บริษัท ดิ ไอคอนสยาม ซูเปอร์ลักซ์ เรสซิเดนซ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (ในเครือแมกโนเลียฯและซีพี) กับแบรนด์โรงแรมระดับโลกที่มีตำนานและเรื่องราวเล่าขานอันยาวนานอย่าง แมนดาริน โอเรียนเต็ล โฮเต็ล กรุ๊ป เจ้าของและผู้บริหารโรงแรม รีสอร์ท เรสซิเดนซ์ที่หรูหราที่สุดในโลก (ปัจจุบันมีโรงแรมที่บริหารและอยู่ในระหว่างพัฒนา 46 โรงแรม มีจำนวนห้องพักรวมกันเกือบ 11,000 ห้องใน 25 ประเทศ) และมักตั้งอยู่บนพื้นที่เมืองสำคัญๆ ของโลก อาทิ นิวยอร์ก,วอชิงตัน ดี.ซี., ไมอามี่,ลาสเวกัส,บอสตัน,แอตแลนต้า,ลอนดอน,บาร์เซโลน่า,เจนีวา,ปารีส,มิลาน,มาดริด,ปราก,มิวนิค,มาราเกซ, โตเกียว,ฮ่องกง,เซี่ยงไฮ้,ไทเป, สิงคโปร์,กัวลาลัมเปอร์, จากาตาร์  และกรุงเทพฯ เป็นต้น

 

นอกจากนี้การออกแบบที่เน้นความเป็น Ultra Luxury ผ่านการออกแบบ Space ที่กว้างขวาง โอ่โถง เน้นเพดานสูง โล่ง โปร่งสบาย เปิดรับวิวภายนอก พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งภายในห้องและ facilities ส่วนกลาง ความประณีตในการก่อสร้าง ทั้งหมดนี้จะช่วยสร้างความหายากให้เกิดขึ้นกับโครงการ Ultra Luxury นั้นๆ โดยเฉพาะการออกแบบภายใต้เครือ Mandarin Oriental ที่มักมีความโดดเด่นทุกองค์ประกอบ ทั้งสถาปัตยกรรม การตกแต่งภายใน และบริการระดับเวิลด์คลาส ผ่านส่วนผสมที่หรูหราลงตัวระหว่างความเก่าแก่และความทันสมัย เป็นการพักผ่อนที่หรูหราแห่งศตวรรษที่ 21 สะท้อนผ่านดีไซน์ที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์ พร้อมกลิ่นอายตะวันออกที่โดดเด่น มีสัญลักษณ์ที่สำคัญเป็นพัดจีนที่ตั้งอยู่ทุกเมืองสำคัญของโลก เชื่อมโยงด้วยการบริการเฉพาะตัวของ Mandarin Oriental ที่ให้บริการภายใต้ระบบ ‘Legendary Quality Experiences’ คือการตอบสนองความต้องการของแขกแต่ละรายแบบไม่ขาดตกบกพร่อง และสร้างประสบการณ์ที่สุดแสนจะประทับใจ ในทุกครั้งที่มาเยือน

 

ทั้งหมดนี้ทำให้ แมนดาริน โอเรียนเต็ล โฮเต็ล กรุ๊ปเป็นกลุ่มโรงแรม Luxury Hospitality ที่ดีที่สุดในโลก จนอาจกล่าวได้ว่าถ้าไปถามบรรดาเหล่าเศรษฐีทั่วโลกที่นิยมชมชอบการเข้าพักในโรงแรมระดับเกิน 5 ดาวขึ้นไป ชื่อของแมนดาริน โอเรียนเต็ล (โดยเฉพาะที่กรุงเทพฯ) ย่อมติดอันดับ Top of Mind ในเรื่องของคุณภาพการบริการในแบบ beyond expectation แน่นอน

 

เจาะลึกแนวคิดการออกแบบที่สะท้อนถึงเอกลักษณ์ของการใช้ชีวิตริมแม่น้ำเจ้าพระยา จากอดีตสู่ปัจจุบัน

 

ในส่วนของงานออกแบบ The Residences at Mandarin Oriental, Bangkok เน้นภาพลักษณ์และรูปทรงที่หรูหราสง่างาม โดยผู้ออกแบบได้รับแรงบันดาลใจจากการเดินทางล่องแม่น้ำเจ้าพระยา ในช่วงเวลารุ่งอรุณและยามอาทิตย์อัศดง ที่มักมีประกายอันระยิบระยับของแสงสะท้อนบนผิวน้ำ รูปทรงของบ้านเรือนไทย และสุนทรียภาพของวัฒนธรรมริมน้ำ ที่หลอมรวมเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบสถาปัตยกรรม ผ่านรูปทรงและเฉดสี 3 สี คือ เงิน ทอง และทองชมพู (pink gold) สื่อความหมายถึงความล้ำค่าและรุ่งเรืองของศิลปะไทย façade ผสานความทันสมัยของเส้นสายแห่งอนาคตเข้ากับความคลาสิก ของสถาปัตยกรรมไทยได้อย่างลงตัว

เช่น รูปทรงที่บิดโค้งของระเบียงห้อง ที่สะท้อนถึงรูปทรงพื้นฐานของแนวคิดการออกแบบ ตกแต่งด้วยกระจกผสานเข้ากับการไล่ระดับโครงสร้างที่ซ้อนเหลื่อมกัน ซึ่งจะก่อให้เกิดแสงตกกระทบในมุมที่แตกต่างในเฉดสีทอง เงิน และทองแดง ที่เป็นเฉดสีในสถาปัตยกรรมไทย ผสมกลมกลืนไปกับรูปทรงอาคารสมัยใหม่

DCIM100MEDIADJI_0012.JPG

แปลนอาคารทุกห้องชุดพักอาศัยวางตัวทำมุม 45 องศา เพื่อให้ผู้อาศัยได้ชมกับสวนและวิวแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้ด้านนอกของอาคารมีเหลี่ยมมุม ลึกตื้นเมื่อมองจากภายนอก

 

ระเบียงห้องมีการติดตั้งระบบบังแดดทั้งแนวดิ่งและแนวราบ ติดตั้งเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อมอบสวัสดิภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีแก่ผู้อยู่อาศัย ทั้งระบบป้องกันเสียงรบกวน ระบบป้องกันอัคคีภัยซึ่งสูงกว่ามาตรฐานของสมาคมป้องกันอัคคีภัยแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (National Fire Protection Association: NFPA) รวมถึงการดำเนินงานที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานอาคารเขียวของสหรัฐอเมริกา (Leadership in Energy & Environmental Design: LEED) ช่วยลดอัตราการใช้น้ำลงถึง 30% เมื่อเปรียบเทียบกับอุปกรณ์ใช้นำตามมาตรฐานระดับสากล นอกจากนี้ ยังมีการนำน้ำฝนและน้ำใช้แล้วที่ผ่านการบำบัด กลับมาใช้ใหม่เพื่อการชำระล้างทั่วไป เพื่อลดอัตราการใช้น้ำสะอาดให้น้อยที่สุดตลอดจนติดตั้งระบบเติมอากาศและระบายอากาศประสิทธิภาพสูง (Energy Recovery Ventilator: ERV) เพื่อการหมุนเวียนอากาศที่สดชื่นและมีคุณภาพแก่ผู้ใช้อาคาร

ในส่วนของพื้นที่ส่วนกลางอย่างพื้นที่สวนและภูมิทัศน์ของโครงการมีการใช้วัสดุตกแต่งอย่างหินแกรนิตและไม้ ที่ทำให้ผู้พักอาศัยรู้สึกหรูหราและใกล้ชิดธรรมชาติ ทั้งนี้ยังประดับตกแต่งด้วยประติมากรรมที่สื่อถึงความเป็นไทย ผ่านเส้นสายที่อ่อนช้อยงดงามและการอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างสมดุล

นอกจากนี้การตกแต่งภายในของพื้นที่ส่วนกลาง และโดยเฉพาะภายในห้อง ได้ดีไซเนอร์ชื่อดังอย่าง จอยซ์ แวง (Joyce Wang) นักออกแบบดาวรุ่งของวงการตกแต่งภายในที่เคยแสดงฝีมือในโครงการระดับ Super Luxury มาแล้วมากมาย เช่น ห้องอาหาร Haymarket ใน Hongkong หรือโรงแรม Hollywood Roosevelt ใน LA. ที่เน้นการเล่นกับความทึบและความโปร่งของวัสดุ ผ่านการนำวัสดุที่ดูหนาและหนักมาออกแบบใหม่ให้ดูโปร่งเบาและอ่อนช้อยผ่านเส้นสายที่พลิ้วไหวอ่อนโยน โดยใช้แรงงานของช่างฝีมือระดับสูงในการผลิตชิ้นงานทีละชิ้นอย่างวิจิตรบรรจง จนทำให้งานตกแต่งภายในของโครงการ คว้ารางวัลชนะเลิศในสาขาการออกแบบภายในสำหรับที่อยู่อาศัย (Best Residential Interior Design) จากเวที Thailand Property Awards และ South East Asia Property Awards เมื่อปลายปีที่แล้ว

พื้นที่ส่วนกลาง มีตั้งแต่ที่ Lobby ชั้น 1 ตั้งแต่รถ shuttle bus ที่บริการรับส่งจากด้านหน้าทางเข้าโครงการบริเวณถนนเจริญนคร เข้าสู่บริเวณโถงหน้า lobby โครงการ

ที่หน้า Lobby มี lift จอดรถ รองรับมากถึง 220% หรือรวม 324 คัน รวม 4 โถงลิฟท์ โดยมีบริการ Valet ให้ตลอด 24 ชั่วโมง

แบ่งออกเป็นลิฟท์สำหรับจอดรถ SUV และ Sedan โดยรองรับรถได้เกือบทุกโมเดลทั่วโลก

ด้านหลังโถงลิฟท์จอดรถ เป็นสวนริมแม่น้ำเจ้าพระยา และเป็นทางเดินสุด Exclusive สำหรับลูกบ้านในการเดินเลียบแม่น้ำไปเข้าห้าง ICONSIAM หรือไปท่าเรือส่วนตัว และสาธารณะ

พื้นที่สวนขนาดใหญ่ริมแม่น้ำหน้ากว้างถึง 65 เมตร ถูกสร้างให้สูงกว่าระดับควบคุมน้ำท่วมถึง 4 เมตร พร้อมระบบเขื่อนป้องกันน้ำท่วมที่แข็งแกร่ง สูงกว่าระดับน้ำปกติถึง 2 เมตร ทั้งยังมีท่าเทียบเรือส่วนตัวสำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางทางแม่น้ำ หรือต้องการข้ามไปใช้บริการทั้ง Facilities และสปา อื่นๆที่โรงแรม The Mandarin Oriental Bangkok ฝั่งตรงข้ามจากสิทธิพิเศษของ Residences Elite Programme ที่ได้รับโดยอัตโนมัติของผู้เป็นเจ้าของห้อง ทั้งนี้การที่อาคารถูกออกแบบให้บิดทำมุม 45 องศา ส่วนหนึ่งก็เพื่อให้ผู้อาศัยได้ชื่นชมกับสวนสวยกว่า 1,800 ตรม แห่งนี้ได้อย่างเต็มตา เชื่อมต่อกับทิวทัศน์ของแม่น้ำเจ้าพระยาได้อย่างลงตัว

มี Water Feature เป็นบ่อริมแม่น้ำ ที่จริงๆก็มีขนาดใหญ่มากพอที่จะเป็นสระว่ายน้ำแบบ Riverfront ได้เลย

ติดกับสวนเป็นทางเดินเลียบแม่น้ำไปยังห้าง ICONSIAM และท่าเรือ

 

และโถง Lobby ที่สูงถึง 6 เมตร พร้อม Reception Counter ที่มีพนักงานและ Resident Manager คอยให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง

เข้ามาจะพบกับเคาท์เตอร์ concierge สไตล์โรงแรมถึง 3 จุด เรียกใช้บริการได้ง่ายสะดวกสบายจริงๆ

ด้านซ้ายเป็นมุมโถงนั่งพักผ่อนและรับแขก ที่ชื่อว่า The Chaophraya Lounge

ด้านซ้ายเป็นทางเดินสู่โถงลิฟท์แบบ Private ตลอดทางมีมุมนั่งพักผ่อน รับแขกถึง 3 มุม 3 style ทั้งโซฟาตัวยาว

ชุดโต๊ะตัวยาว ที่ล้วนแต่อำนวยความสะดวก กว้างขวาง เหมาะสำหรับรับแขกคนสำคัญของคุณ

บริเวณนี้เรียกว่า The Mandarin Gallery

 

มี River Clubhouse Facilities ที่รวมทุกอย่างไว้ในชั้น 4-5

 

โดยชั้น 4 จะมี River Terrace ยาวขนานวิวแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นพื้นที่สวนยกระดับที่สามารถใช้งานได้จริง โดยเฉพาะในเวลาช่วงบ่าย-เย็น ที่ไม่ต้องกลัวร้อน เพราะตัวสวนหันสู่ทิศตะวันออก และเวลาบ่ายก็มีตัวอาคารคอยบังแดดให้ เรียกว่าสามารถใช้งานได้คุ้มค่าตลอดทุกช่วงเวลา

ติดกันมี outdoor infinity swimming pool & Jacuzzi ขนาด 35 x 8 M เทควิวที่ต่อเนื่องกับแม่น้ำเจ้าพระยาได้อย่างเนียนตา

บริเวณพื้นสระมีการเดิน Fiber Optic Light เอาไว้เพิ่มความสวยงาม มีประกายระยิบระยับ ในเวลากลางคืน

ที่โอบล้อมด้วยวิวแม่น้ำเจ้าพระยาและพื้นที่สวนส่วนกลาง อย่างสนามหญ้ากลางแจ้งพร้อมลานอาบแดดและห้องอาบน้ำ

แยกสระเด็กไว้ด้านใน ติดกันเป็น play ground

และมีห้อง playroom แยก เรียกว่าเป็นโซนเด็กทั้งภายในและภายนอกอาคาร

นอกจากนี้ยังมีห้อง Garden loft เป็นห้องประชุมและทานอาหาร แบบ dining area with open kitchen ถึง 2 ห้องไว้รองรับการใช้งาน ที่เชื่อมกับวิวสวนส่วนตัวด้านนอก

ติดกันเป็น game room ที่มีพื้นที่พักผ่อนหลากหลายโซน เชื่อมวิวสวนด้านนอกตัวอาคาร

อีกด้านของชั้นนี้เป็นห้องน้ำ และห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า ที่ภายในมี Steam & Sauna room แยกหญิงชาย

ที่ชั้น 5 ด้านในสุดทางเดินเป็นห้อง golf simulator & visual game room ขนาดใหญ่ ที่ออกแบบให้มีโซนที่นั่งและโซนใช้งานแยกจากกัน

ติดกันเป็น Private Fitness & Wellness Studio ที่มาพร้อมกับเครื่องออกกำลังกายครบครัน เปิดโล่งด้วยกระจกบานใหญ่ เชื่อมวิวยอดต้นไม้ที่ชั้น 4 สู่วิวแม่น้ำเจ้าพระยาด้านหน้าโครงการ

มีห้อง yoga room แยก ด้วยบานเปิดปิด

และชั้น 36 จะเป็น Sky Pavilion

เป็นพื้นที่ส่วนกลางใช้งานได้เต็มทั้ง floor แต่ก็สามารถแบ่งเป็นพื้นที่ย่อยๆ กรณีมีผู้ใช้งานที่ต้องการความเป็นส่วนตัว ได้ถึง 4 โซน ประกอบด้วย

 

The Oriental Salon พื้นที่ lounge ที่มาโซนพื้นที่นั่งติดริมหน้าต่างบานใหญ่

และมี pantry bar ที่รองรับการจัดปาร์ตี้ จัดงานเลี้ยงสำหรับลูกบ้าน

และที่ด้านหลังยังมีครัวแยกแบบ Fully Equipped ที่สามารถเรียกเชฟจาก Mandarin Oriental หรือที่อื่นๆมาทำอาหารให้คุณได้แบบ exclusive

ติดกันเป็น The Library มีประตูบานเลื่อนที่สามารถเปิดปิด แยกพื้นที่ใช้งานให้เป็นสัดส่วนได้

ถัดไปเป็น Siam salon เป็นห้อง function room ที่มาพร้อมเครื่องเสียง โปรเจคเตอร์ เรียกว่าสามารถจัดงานเลี้ยงขนาดย่อมๆได้อย่างสบายๆ

และห้องสุดท้ายคือ Lotus Business suite เป็นห้องประชุมสำหรับ 12 ที่นั่ง ที่เชื่อมวิวสวนภายนอก สร้างบรรยากาศการประชุมแบบเฉพาะตัว

และพื้นที่ส่วนตัวแยกการใช้งานแบบเข้ามุม

 

นอกจากพื้นที่ส่วนกลางที่สุด private , exclusive และถือว่ามีพื้นที่ส่วนกลางต่อยูนิตที่ใหญ่กว่า Super Luxury ส่วนใหญ่กว่า 3 เท่า แล้ว ยังมีบริการสุดพิเศษเฉพาะเจ้าของยูนิตในโครงการเท่านั้น โดยแบ่งเป็น 2 ส่วนหลักๆคือ

 

บริการ at residences และบริการ at hotel

โดยบริการ at residences ประกอบด้วย A-la cart services คือบริการแม่บ้าน เชฟ รวมถึงซักรีด/ บริการ standard services มีบริการ valet parking , doorman และ Concierge ที่พร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งสั่งตรงผ่าน Concierge หรือผ่าน application/ รวมทั้งบริการ extra service อาทิ บริการเรียกเชฟส่วนตัว บริการ treatment by the pool เป็นต้น

 

รวมทั้งบริการ at hotel ที่เป็นสิทธิพิเศษสำหรับเจ้าของโครงการที่นี่ ที่ได้รับจากแบรนด์ Mandarin Oriental คือ ได้เป็นสมาชิก Residences Elite Programme ของแมนดาริน โอเรียนเต็ล โดยอัตโนมัติ ซึ่งมอบสิทธิพิเศษที่ครอบคลุมทั่วโลก และการบริการ เมื่อเข้าพักในโรงแรมในเครือแมนดาริน โอเรียนเต็ล ได้รับการบริการเฉกเช่นเดียวกับแขกของโรงแรม และสามารถใช้ facilities ต่างๆของโรงแรมได้เช่นเดียวกัน รวมถึงบริการรูมเซอร์วิสตลอด 24 ชั่วโมงด้วย

รวมไปถึงการบริการที่เฉพาะเจาะจงลงไปถึงระดับ personalized เป็นรายบุคคล ชนิดที่ว่าถ้าคุณเดินลงไปล้อบบี้ พนักงาน แม่บ้านทุกคนก็จะรู้หมดว่าคุณชื่ออะไร อยากทานอะไร กำลังจะออกไปไหน ถือประเป๋าแบรนด์ไหน และขับรถป้ายทะเบียนอะไร

 

นอกจากนั้น ผู้พักอาศัยในโครงการยังได้รับสิทธิพิเศษและการยอมรับระดับวีไอพี เมื่อใช้บริการหรือ ช้อปกับร้านค้าภายในโครงการไอคอนสยาม

 

 

ลงลึกถึงดีเทลกับ Signature Design ที่มอบพื้นที่ใช้สอยและความเป็นส่วนตัวที่เหนือกว่า

 

The Residences at Mandarin Oriental, Bangkok มีความสูง 52 ชั้น จำนวนห้องพักอาศัยทั้งหมด 146 ยูนิต ภายใต้พื้นที่ 4.9 ไร่ ทุกยูนิตเห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีสีสันเขตใจกลางธุรกิจของกรุงเทพฯ เป็นแบคกราวน์ เนื่องจากโครงการได้รับการออกแบบให้เป็น Single-loaded Corridor หรือทางเดินที่มีห้องเพียงฝั่งเดียว ทำให้ทุกห้องหันหน้าเข้าแม่น้ำเจ้าพระยา มาพร้อมกับความสูงกว่า 3.2 เมตร  โดย แบ่งห้องออกเป็น 4 แบบ

 

2 ห้องนอน 127.87 ตรม. – 165.40 ตรม.

3 ห้องนอน 222.21 ตรม. – 228.88 ตรม.

Penthouse 380.93 ตรม. – 383.98 ตรม.

Penthouse Duplex 386.12 ตรม. – 707.28 ตรม.

ที่พักอาศัยเริ่มที่ชั้น 6-42 ชั้นละ 4 ยูนิต คือ BA 2bedroom 127.87 Sq.m., BB 2bedroom 150.17 Sq.m., BC 2bedroom 165.40 Sq.m., CA 3bedroom 222.21 Sq.m. ทุกห้องมี private lift ที่สามารถใช้บริการได้ห้องละ 2 ตัว ทำให้ทุกชั้นมีโถงลิฟท์แยกทั้งหมด 4 โถง แยก lift service อีก 2 ตัวที่บริเวณโถง service corridor ใช้สำหรับเป็นทางเข้าของ maid หรือบริกรต่างๆ

 

ที่นี่ไม่มี Mailbox หรือห้องเก็บพัสดุ เพราะทุกสิ่งจะถูกส่งตรงจากพนักงานขึ้นมาไว้ที่ช่อง Storage บริเวณหน้าห้องพัก

ส่วนชั้นบนเป็น Penthouse โดย Penthouse มีเพียง 5 ยูนิต ประกอบด้วยที่ชั้น 48 และ 49 จำนวน  3 ยูนิต เป็นเพนท์เฮ้าส์แบบชั้นเดียว ชั้นละ 1 ยูนิต ขนาด 380 ตารางเมตร และแบบ Duplex ขนาด 2 ชั้น 1 ยูนิต กินพื้นที่ชั้น 48 และ 49 รวม 386 ตารางเมตร (ชั้นล่าง 226 ตารางเมตร และชั้นบน 160 ตารางเมตร) ที่ชั้น 50 เป็นยูนิตเดียวทั้งชั้น และชั้น 51 และ 52 เป็นเพนท์เฮ้าส์ยูนิตเดียวแบบ Duplex ขนาดใหญ่สุด 710 ตารางเมตร ทุกยูนิตมีทางเข้าลิฟต์ส่วนตัว โดยมีราคาสูงสุดที่ 750,000 บาทต่อตารางเมตร ทำลายสถิติราคาสูงสุดสำหรับโครงการคอนโดริมแม่น้ำเจ้าพระยาไปแล้ว

 

ระเบียงของห้อง Duplex Penthouse จะมี Jacuzzi  ให้ผู้ที่ได้ครอบครองสามารถผ่อนคลายและดื่มด่ำไปกับบรรยากาศริมน้ำเจ้าพระยาแบบส่วนตัว พร้อมเพิ่มความรู้สึกโปร่งโล่ง ด้วยความสูงของเพดานห้องถึง 8 เมตร และหน้าต่างห้องนั่งเล่นที่มีความยาว 9 เมตร สามารถมองเห็นวิวคุ้งแม่น้ำและวิวกรุงเทพได้ในแบบพาโนรามา

ภายในห้องมีความพิถีพิถันแบบ Luxurious Craft ในทุกรายละเอียดและสอดแทรกความละเมียดละไมลงในเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้น ผ่านงานแฮนด์เมดโดยช่างฝีมือซึ่งประดิษฐ์ขึ้นอย่างประณีตบรรจง แตกต่างจากการซื้อเฟอร์นิเจอร์ในท้องตลาดมาจัดวางอย่างมาก อาทิเช่น ผนังกรุผ้าไหมบริเวณหัวเตียงซึ่งใช้วิธีการเพ้นท์ลวดลายดอกเหมยและปักด้วยเส้นไหมหลากสีทีละดอก เพื่อเสริมให้ผนังดูมิติมากขึ้น ซึ่งผู้อาศัยสามารถเลือกโทนสีของลายปักตามฤดูกาลในแบบ Customized ได้ด้วย

Custom made and Wide-range Material เฟอร์นิเจอร์ในห้องเพนท์เฮาส์ที่สั่งทำเฉพาะ ผสมผสานวัสดุหลากหลายประเภทอย่างลงตัวจะสามารถเพิ่มมูลค่าและมอบความประทับใจแก่ผู้คนที่ได้สัมผัส ไม่ว่าจะเป็นไม้ หินอ่อน โมเสก กระจก โลหะทองเหลือง ไปจนถึงการผลิตและการปักลวดลายผ้าและสิ่งทอทั้งหมด โดยต้องมีการจัดวางให้ดูสง่างามในทุกมุมมองและสอดคล้องกับธีมการตกแต่งหลัก รวมทั้ง Designer’s Signature อย่าง จอยซ์ แวง ที่บรรจงประดิษฐ์ตกแต่งให้แต่ละห้องเป็นเสมือนศิลปะชิ้นเอกเฉพาะตัวของผู้อาศัย

ไม่เพียงแต่ห้อง Penthouse เท่านั้นที่ได้รับการออกแบบจาก จอยซ์ แวง แต่วันนี้คุณมีโอกาสที่จะได้สัมผัสศิลปะชิ้นเอกกับห้องตัวอย่าง 3 Bedroom  ที่จะพาท่านผู้อ่านไปชมและสัมผัสกับความเฉพาะตัว กับห้อง Type CA 3Bedroom ขนาด 222.21 Sq.m.

สำหรับโครงการนี้ลูกค้าสามารถเลือกได้ว่าจะซื้อแบบ Fully Fitted หรือ Fully Furnished ที่ตกแต่งอย่างหรูหราสวยงามด้วยงานฝีมือ มีระบบแสงสว่างพิเศษ มีเฟอร์นิเจอร์หลากหลายรูปแบบ (นำเข้าจากต่างประเทศทุกชิ้น โดยใช้เวลาในการสั่งทำล่วงหน้า 210 วัน) รวมถึงพรม ผ้าม่าน วอลล์เปเปอร์ ลวดลายบนพื้น โดยโครงการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์มาตรฐานที่หรูหราระดับโลก เพื่อมอบประสิทธิภาพการใช้งานที่ดีเยี่ยมในทุกสัมผัส อาทิ ครัวแบบบิวท์อินจากแบรนด์ Bulthaup และ Gaggenau โดยใช้อ่างของ FRANKE และเครื่องใช้ไฟฟ้าของ Siemens อุปกรณ์ระบบน้ำมาตรฐานเดียวกับโรงแรมระดับ 5 ดาว พร้อมอุปกรณ์ติดตั้งจากแบรนด์ Hansgrohe และอ่างอาบน้ำระบบน้ำวน และชุดสุขภัณฑ์จาก Neorest

 

โทนสีหลักในการตกแต่งคือ แซนด์เบจ อลูมิเนียม รอยัลบราวน์ และควอทซ์สโตน เพื่อสื่อถึงประกายอันระยิบระยับของวิถีชีวิตริมแม่น้ำเจ้าพระยา ผสานกับงานศิลป์และงานฝีมือซึ่งมีทั้งประติมากรรม การตกแต่งรายละเอียดบนพื้นห้องด้วยลวดลายพิเศษแบบพระราชวังเฟรเดอริคส์บอร์ก (Frederiksborg) ประเทศเดนมาร์ก และการปูพื้นด้วยหินอ่อนจากป่าแบล็คฟอร์เรสต์ การใช้วอลล์เปเปอร์ผ้าไหมลายนูนแบบสามมิติ จากแบรนด์ Fromental ในส่วนของ Signature Collection ที่ได้รับการยอมรับในหมู่คนชั้นสูงของสหราชอาณาจักรในเรื่องของความเป็นสุดยอดช่างฝีมือและการเลือกใช้วัสดุอันหรูหรา ที่สำคัญและมีความหมายมากสำหรับแฟนตัวยงของแบรนด์ Mandarin Oriental ก็คือลวดลายพัดจีนสีทองที่ประตูภายในห้องทุกบาน ซึ่งเป็น Signature Pattern ที่การันตีถึงความเป็น Authenthic Luxury Brand ที่แท้จริง

 

โดยตอนนี้ห้องที่ยังเหลืออีกแค่ 15% มีราคาเฉลี่ย สำหรับ Fully Furnished ที่ตรม.ละ 550,000 บาท และราคาสูงสุดอยู่ที่ 750,000 บาท โดยราคานี้เป็น Option Fully Furnished Package ที่ทางโครงการนำเสนอ โดยได้รับการดีไซน์พิเศษจาก Interior Designer อย่าง Joyce Wang ในราคาสุดพิเศษประมาณ 16.5 ลบ. (สำหรับห้องขนาด 3 ห้องนอน)

 

ทางเข้าห้องแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ 1.ทางเข้าหลักสำหรับผู้พักอาศัย ขึ้นมาจากลิฟท์จะพบโถงลิฟท์ภายในห้อง

ที่เชื่อมกับ 2.ประตูเชื่อมโถงทางเดิน corridor สำหรับแม่บ้าน รวมทั้งสำหรับการบริการทั้งซักรีด จดหมายและพัสดุต่างๆ

ที่มีประตูจะมีตู้วางของแยกจากประตูทางเข้า ที่ฝ่ายบริการสามารถเปิดแขวนเสื้อ หรือวางพัสดุสำหรับแต่ละห้อง โดยไม่ต้องรอเจ้าของห้องมาเปิด

และยังปลอดภัย ด้วยระบบประตูล็อค บริเวณฝั่งที่อยู่อาศัยที่ไม่สามารถเปิดจากด้านนอกได้ ต้องเปิดจากด้านในเท่านั้น

ฝั่งตรงข้ามเป็นทางเข้ายูนิต ที่เป็นบานเปิดคู่บานใหญ่ มาพร้อมระบบ digital door lock ของ yale

เข้ามาด้านในจะพบกับ foyer ต้อนรับ หากเป็นห้อง Fully Fitted ที่เพดานด้านบนจะไม่มีงานตกแต่งไม้มาให้ แต่ Fully Furnished ของ จอยซ์ แวง จะมาพร้อมกับการตกแต่งงานซี่ไม้ที่เพดานดรอปไฟ

ด้านซ้ายของ foyer เป็นห้อง service กั้นด้วยประตูบานเลื่อน ที่มีทั้งงานระบบไฟ อินเตอร์เน็ต แยกเป็นสัดส่วน เพื่อเวลา maintenance จะได้เป็นสัดส่วน ไม่ต้องเข้าสู่พื้นที่หลักของยูนิตนั้นๆ

ฝั่งตรงข้ามเป็นโถงทางเดินยาว แจกสู่ห้องต่างๆ พื้นห้องเป็น Engineered wood ปูลวดลายพิเศษแบบ Frederiksborg

ผนังด้านขวาของโถงทางเดินเป็นตู้ built-in สำหรับวางรองเท้า เก็บของได้ยาวตลอดแนว

สุดทางเดินด้านขวา เป็นห้องน้ำแขก หากเป็นห้องดีไซน์ของ จอยซ์ แวง บานประตูจะมากับลายเส้นรูปพัดจีน ล้อตามสัญลักษณ์ของแมนดาริน โอเรียลเต็ล ภายในห้องน้ำโดดเด่นที่ wallpaper ลายผ้าไหมปักสีทองน้ำตาลตลอดทั้งห้องแบรนด์ Fromental ที่ได้รับการยอมรับในหมู่คนชั้นสูงของสหราชอาณาจักรในเรื่องของความเป็นสุดยอดช่างฝีมือและการเลือกใช้วัสดุอันหรูหรา มาพร้อมตู้ไม้ใส่ของสีดำ วางอยู่ที่ด้านล่างเคาท์เตอร์

ส่วนเคาท์เตอร์ยาวเต็มแนวผนังห้อง ด้านบนติดกระจกบานใหญ่พร้อมช่องเก็บของที่เคาท์เตอร์เป็นอ่างหินอ่อน black forest

และโถสุขภัณฑ์เป็นระบบ automation ที่ให้เหมือนกันทุกห้อง แม้จะไม่ได้เป็นห้องตกแต่งของจอยซ์ แวง

สุดโถงทางเดินเป็น living area ที่เปิดรับวิวพาโรนามิกของแม่น้ำเจ้าพระยา

ภายในห้อง living area เน้นเพดานสูง โล่ง โปร่งสบาย เปิดรับแสงธรรมชาติเข้าสู่ภายในตัวอาคาร ยิ่งทำให้ภายในห้องดูโล่งมากขึ้นกว่าเดิม

แบ่งพื้นที่เป็น 3 โซนหลักๆ คือ ครัว พื้นที่พักผ่อน และพื้นที่ตั้งโต๊ะทานอาหาร

พื้นที่แรกคือครัว โครงการให้เหมือนกันทุกห้องคือ ครัว built-in ยาวเต็มแนวผนัง หน้าบานสีทอง

 

โครงการให้เตาไฟฟ้าของ Gaggenau เชื่อมกับอ่างล้างจานแบบฝังเคาท์เตอร์

ด้านล่างเป็นเครื่องล้างจานของ SIEMENS และชั้นเก็บเครื่องครัว

ปลายสุดเคาท์เตอร์เป็นไมโครเวฟ และเครื่องอบแบบฝังพร้อมตู้เก็บอุปกรณ์ทำครัว และตู้เย็น Built-in บานเปิดคู่

ตรงข้ามเคาท์เตอร์ครัวเป็น island ไว้เก็บอุปกรณ์ครัว เตรียมอาหาร และนั่งพักผ่อน

สุดเคาท์เตอร์เป็นห้องครัวไทย หรือครัวปิด

ที่แยกเคาท์เตอร์ทำอาหาร ที่มีเตาไฟฟ้า ที่ดูดควัน ของ SIEMENS อ่างล้างจาน พร้อมช่องวางไมโครเวฟและชั้นเก็บอุปกรณ์ทำครัว แยกเฉพาะเป็นสัดส่วน สามารถต้มผัดแกงทอดได้สบาย ไม่ต้องกลัวกลิ่นเข้าสู่ภายในห้องพัก

และสามารถแยกเป็นพื้นที่ซักล้างได้ที่อีกด้านของห้อง

ตรงข้ามครัวเป็นพื้นที่วางโซฟานั่งพักผ่อน ริมประตูออกระเบียงบานใหญ่

พื้นที่ส่วนนี้ค่อนข้างกว้าง กว้างมากพอให้วางชุดโซฟาสำหรับ 4-5 ที่นั่ง พร้อมโต๊ะกลาง

ผนังทึบฝั่งตรงข้ามโซฟา สามารถตั้งชั้นวางทีวี พร้อมตู้เก็บของได้เต็มแนวผนัง ซึ่งโครงการให้ทีวีของ BANG & OLUFSEN ซึ่งเป็นพรีเมียมซาวน์ระดับไฮเอนด์ของเดนมาร์ก ถึง 2 เครื่อง คือที่ห้อง living และห้องนอนใหญ่

ปลายสุดห้องนั่งเล่นอีกฝั่ง ติดผนังครัวไทย เป็นมุมที่สามารถตั้งโต๊ะทานอาหาร ติดหน้าต่างบานใหญ่ โดยพื้นที่มุมนี้ สามารถวางโต๊ะทานอาหารทรงกลมสำหรับ 6 ที่นั่งได้

แต่ถ้าใครขี้เกียจหาโซฟา โต๊ะทานอาหารที่เข้าเซต ขนาดพอดีกับพื้นที่ ก็ตัดสินใจกับแพคเกจ จอยซ์ แวง ที่ให้คุณครบทุกการใช้งาน เพราะเขาคิดให้รวมไปถึงบานประตูลายเอกลักษณ์ล้อแบบมาจากสัญลักษณ์ของเครือแมนดาริน โอเรียลเต็ล

ที่ระเบียงเป็นระเบียงยาวเชื่อมจากห้อง living สู่ห้องนอนใหญ่

มีลูกเล่นกับเหลี่ยมมุม ทำให้พื้นที่ระเบียงเสมือนเป็นจุดชมวิวส่วนตัว ที่กั้นด้วยราวกันตกกระจก

สามารถมองเห็นวิวสวนของโครงการเชื่อมกับพื้นที่ริมน้ำของ ICONSIAM

และวิวริมแม่น้ำเจ้าพระยาได้

นอกจากนี้ยังกว้างพอให้วางโต๊ะ out door ไว้นั่งชมวิว จิบชากาแฟยามเช้าได้ด้วย

ในส่วนของห้องนอน ห้องแรกใกล้ทางเข้า ห้องแรกซ้ายมือ

ภายในห้องเป็นห้องน้ำในตัว ห้องน้ำอยู่ติดทางเข้า

ห้องน้ำโครงการให้พื้นที่ส่วนแห้งอยู่ติดทางเข้า แบ่งเป็นพื้นที่ เคาท์เตอร์วางอ่างหินขุด black forest พร้อมกระจกบานใหญ่

ถัดไปเป็นโถสุขภัณฑ์แบบลอยตัว

ด้านในสุดกั้นด้วย glass shower เป็นพื้นที่ส่วนเปียก

ที่โครงการให้ชั้นวางอุปกรณ์อาบน้ำแบบฝังผนัง

ให้ hand shower และ rain shower แบบติดเพดาน ที่มาพร้อมเก้าอี้หินอ่อนวางลอยตัว เชื่อมกระจกบานสูงเปิดรับแสง

ด้านในสุดเป็นโซนวางเตียง พื้นที่พักผ่อน ที่กว้างพอให้วางเตียง queen size พร้อมโต๊ะหัวเตียง

และยังมีพื้นที่มากพอให้วางเก้าอี้โซฟา

และโต๊ะทำงานเข้ามุมชิดแนวผนังได้ แบบเหลือพื้นที่ทางเดินและพื้นที่ใช้งานโดยรอบ

ห้องนอนที่ 2 อยู่ถัดไปซ้ายมือ ห้องที่สอง

ภายในห้องเป็นห้องน้ำในตัว ติดทางเข้าห้อง พื้นและผนังเป็นหินอ่อนสีขาว

ห้องน้ำโครงการให้พื้นที่ส่วนแห้งอยู่ติดทางเข้าขวามือ แบ่งเป็นพื้นที่ เคาท์เตอร์วางอ่างหินขุด black forest พร้อมกระจกบานใหญ่

 

ด้านในกั้นเป็น 2 ห้อง ห้องซ้ายมือเป็นห้องโถสุขภัณฑ์แบบอัตโนมัติ

ห้องขวามือกั้นด้วย glass shower เป็นพื้นที่ส่วนเปียก

ที่โครงการให้ชั้นวางอุปกรณ์อาบน้ำแบบฝังผนัง

ให้ hand shower และ rain shower ที่มาพร้อมเก้าอี้หินอ่อนวางลอยตัว

ผนังตรงข้ามทางเข้าห้องน้ำเป็นตู้เสื้อผ้า built-in

 

ด้านในสุดเป็นโซนวางเตียง พื้นที่พักผ่อน ที่กว้างพอให้วางเตียง queen size พร้อมโต๊ะหัวเตียง

และยังมีพื้นที่มากพอให้วางโต๊ะทำงานเข้ามุมชิดแนวผนัง และตู้เก็บเครื่องประดับ แบบเหลือพื้นที่ทางเดินและพื้นที่ใช้งานโดยรอบ

ห้องสุดท้ายซ้ายมือเป็นห้องนอนใหญ่

ด้านในแบ่งเป็นพื้นที่ 2 ส่วน ซ้ายและขวา

ด้านซ้ายเป็นทางเข้าห้องน้ำ

ด้านหน้าผนังเข้ามุมเป็นตู้เสื้อผ้า built-in

ด้านในสุดทางเดินเป็นห้องน้ำที่ปูด้วยหินอ่อนสีขาวจากพื้นเชื่อมไปสู่ผนัง

ด้านหน้าติดทางเข้าเป็นพื้นที่ส่วนแห้ง

โดยด้านซ้ายเป็นห้องตั้งโถสุขภัณฑ์ พร้อมกระจกบานใสเปิดปิด

ด้านขวาเป็นเคาท์เตอร์ตัวยาว วางอ่างหินอ่อน black forest 2 อ่างแยก his&her พร้อมกระจกบานใหญ่ แยกการใช้งาน

กลางห้องส่วนแห้งนี้ เป็นที่ตั้งของอ่างอาบน้ำแบบลอยตัว เชื่อมกับวิวที่หน้าต่างบานสูงจากพื้นจรดเพดานที่ปลายสุดของห้อง

ติดอ่างอาบน้ำเป็นห้องอาบน้ำ โครงการ กั้นด้วย glass shower เป็นพื้นที่ส่วนเปียกให้ชั้นวางอุปกรณ์อาบน้ำแบบฝังผนัง

ให้ hand shower และ rain shower ที่มาพร้อมเก้าอี้หินอ่อนวางลอยตัว

ด้านขวาของทางเข้าห้องนอนใหญ่ เป็นห้องนอน พื้นที่พักผ่อนติดริมประตูออกระเบียงบานใหญ่ สูงจรดเพดาน

พื้นที่ส่วนนี้กว้างพอให้วางเตียง queen size  พร้อมโต๊ะหัวเตียง และโซฟาปลายเตียง แต่หากใครชอบเตียงไซส์ใหญ่ จริงๆพื้นที่ห้องก็กว้างพอให้ขยับขยายปรับเปลี่ยน

บริเวณหัวเตียงมี Wallpaper ผ้าไหมสั่งทำพิเศษจากแบรนด์ Fromental เช่นเดียวกับห้องน้ำด้านห้องรับแขก

ผนังทึบข้างเตียงโครงการ built-in เป็นชั้นวางของ พร้อมตู้เสื้อผ้าเพิ่มเติมอีก 2 ตู้ซ้ายขวา

และพื้นที่ปลายเตียงสามารถตั้งโต๊ะทำงานและชั้นวางทีวีที่บริเวณผนังด้านนี้ได้ โดยโครงการให้ทีวีของ BANG & OLUFSEN เช่นกัน

นอกจากนี้โครงการยังมีห้องตัวอย่างแบบ Duplex 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้อง Powder ขนาด 165 ตรม.ด้วยเช่นกัน

ห้อง Duplex อาจจะมีระเบียงที่แคบกว่าห้องปกติที่มีหน้ากว้างถึง 12.6 เมตร แต่สิ่งที่ได้รับมาทดแทนก็คือความสูงของเพดานห้องในส่วน Living ที่สูงถึง 6.4 เมตร สามารถ Utilized พื้นที่ใช้สอยแนวตั้งได้เต็มที่ และมีมุมมองไปยังแม่น้ำที่ดูสวยกว่าเมื่อมองจากชั้นบนภายในห้อง

เรียกว่าเป็นความละเอียดของการออกแบบโครงการและตกแต่งที่ครบครันกับการใช้ชีวิต ตั้งแต่ดีเทลการใช้งานภายในห้อง พื้นที่ส่วนกลางภายนอกห้อง ไปจนถึงงานบริการ ที่ครบครัน และคำนึงถึงทุก lifestyle ที่สามารถรองรับและเรียกใช้อย่างสะดวกสบาย เหมาะแก่การพักผ่อน เพราะเพียงแค่คุณขับรถกลับมาถึง ก็มีครบทุกการบริการที่ให้คุณสะดวกสบาย ไม่ต้องมานั่งกังวลหรือเหนื่อยกับเรื่องรอบตัว และที่สำคัญคือทำเลริมแม่น้ำเจ้าพระยาติด ICONSIAM ที่หาไม่ได้แล้วในโค้งแม่น้ำนี้ เพราะแค่คุณก้าวเดินออกไปเพียงไม่กี่ก้าว ก็สามารถเข้าสู่ห้างได้อย่างสบาย ทั้งฝั่ง ICONLUXE

หรือฝั่งเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา

และยังใกล้กับรถไฟฟ้าสายสีทอง ที่กำลังก่อสร้าง สามารถเข้าสู่ภายในห้าง ICONSIAM ได้จากที่ชั้น 2

และทางขึ้นลงก็ไม่ไกลจากทางเข้าโครงการ

นี่คือ One of a Kind Branded Residence แห่งแรกของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภายใต้ชื่อ The Residences at Mandarin Oriental ที่ทุ่มทุนสร้างมากที่สุด!

 

The Residences at Mandarin Oriental, Bangkok คือโครงการที่ใช้เวลาในการก่อสร้างนานสุดๆกว่า 1,825 วัน ซึ่งผมยังจำได้ดีถึงวันแถลงข่าวเปิดตัวว่านี่คือหนึ่งในโครงการแรกๆของประเทศไทยที่ทางทีมผู้พัฒนาประกาศว่า ด้วยการที่เป็น Global Legendary Brand ของ Mandarin Oriental ในฐานะที่เป็นสัญลักษณ์ของความหรูหราในด้านการบริการในธุรกิจ Luxury Hospitality จึงทำให้ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของโครงการมีอยู่ทั่วโลก เป็นกลุ่มคนที่เลือกซื้อความหรูหราขั้นสูงสุด และรู้ดีว่าโครงการนี้มีความพิเศษที่ยากที่จะหาจากที่ไหน เนื่องด้วยทั้งทำเลที่ตั้งและชื่อเสียงของแบรนด์ เป็นเรื่องยากมากที่จะมีโครงการแบบนี้เกิดขึ้นอีก ซึ่งคนกลุ่มนี้ตัดสินใจควักกระเป๋าซื้อเพราะเขาต้องการเป็นเจ้าของ ‘ของสะสม’ ที่หายาก ที่ทำให้พวกเขามีอะไรที่พิเศษและแตกต่าง โดยโครงการยังได้แสดงศักยภาพในการขายในระดับโลกด้วย เปิดตัวขายพร้อมกันทั้ง 3 เมืองใหญ่อย่าง กรุงเทพฯ ลอนดอน และฮ่องกง ซึ่งยอดขายกว่า 30 ยูนิต จากทั้งหมด 146 ยูนิตนั้นมาตั้งแต่ที่ยังไม่ได้เริ่มจัดงานแถลงข่าวด้วยซ้ำไป

 

ในแง่ของความเป็น Luxury Hospitality ก็อาจกล่าวได้ว่าแบรนด์ Mandarin Oriental คือสัญลักษณ์แห่งการพักผ่อนอันหรูหรา ลงตัว ระหว่างความเก่าแก่อันเป็นตำนานกว่า 56 ปี และความทันสมัย ที่สะท้อนผ่านดีไซน์ที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์ พร้อมกลิ่นอายตะวันออกที่โดดเด่น โดยมีโลเกชั่นที่ถือว่าสุดยอด ในทุกๆที่ตั้ง นอกจากนี้ โครงการภายใต้แบรนด์ Mandarin Oriental ทุกแห่งได้นำบริการระดับเวิลด์คลาส ภายใต้ระบบ ‘Legendary Quality Experiences’ เพื่อตอบสนองความต้องการของแขกแต่ละรายแบบไม่ขาดตกบกพร่อง และสร้างประสบการณ์ที่สุดแสนจะประทับใจในทุกครั้งที่มาเยือน ดั่งพันธกิจที่ประกาศไว้ชัดเจนก็คือ “Delight our guests…to make a difference every day, continually getting better to keep us the best…”

 

ตั้งแต่ยุค 2000s เป็นต้นมา DNA ของการเป็นแบรนด์ที่ทรงคุณค่าด้าน Hospitality ได้ถูกถ่ายทอดขยายไลน์ออกมาเป็น The Residences at Mandarin Oriental ซึ่งเป็น Ultra Luxury Residence ที่รุ่มรวยไปด้วยความหรูหราที่พร้อมปรนนิบัติเหล่านักเดินทางที่ต้องการเป็นเจ้าของ Enriched Experience ตามแบบฉบับของ Mandarin Oriental ไปชั่วนิรันดร์ ซึ่งสิทธ์ของการเป็น Residences นอกจากจะได้รับความสะดวกสบายและความเป็นส่วนตัวในโครงการที่พักอาศัยบนสุดยอดทำเลต่างๆทั่วโลกแล้ว ยังจะได้รับการบริการเฉกเช่นเดียวกับแขกของโรงแรม และสามารถใช้ facilities ต่างๆทั้งของโครงการ Residences และบริการเพิ่มเติมในส่วน A la cart service ของโรงแรมได้

 

เมื่อแบรนด์อันแข็งแกร่งบวกกับรูปแบบการดีไซน์อันโดดเด่นของพื้นที่ส่วนกลางและภายในห้องตัวอย่าง รวมถึงห้องแบบ Fully Furnished ถูกรังสรรค์ขึ้นโดย Joyce Wang ศิลปินชาวฮ่องกง เจ้าของสำนักออกแบบ WANG by Joyce Wang ที่ได้นำเสนอนิยามใหม่ของคำว่าชีวิตที่หรูหรา ผ่านการสร้างสรรค์พื้นที่ใช้สอย การจัดระบบแสงสว่าง และการใช้วัสดุตกแต่งที่สอดคล้องกัน เพื่อให้เกิดความเชื่อมโยงของพื้นที่ขนาดใหญ่ในส่วนต่างๆ และนำมารังสรรค์เป็นพื้นที่เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีเลิศ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์และวัสดุประกอบ รวมไปถึงงานศิลป์โบราณรุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นที่หาได้ยากยิ่ง และงานฝีมือช่างพื้นบ้านที่ได้จากการแสวงหาตามแหล่งต่างๆ ทั่วโลก ผสานกับทำเลที่ดีที่สุดของพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาในเขตกรุงเทพฯชั้นใน เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ ICONSIAM และมีสถานีรถไฟฟ้าสายสีทองมาจ่อที่ปากทางเข้าโครงการจึงทำให้ที่นี่เป็น One of A Kind Branded Residence ที่ยากจะหาใครเปรียบ

 

สำหรับตลาดคอนโดในเซกเมนท์ Ultra Luxury ความ Privacy และ Space อาจจะเป็น New Normal ของตลาดนี้ไปแล้ว แต่ The Residences at Mandarin Oriental, Bangkok ยังคงมอบความ Privacy ที่เหนือกว่าคอนโดอื่นๆไปอีกขั้น เพราะนี่คือหนึ่งในไม่กี่โครงการที่มีจำนวนยูนิตต่อชั้นน้อยมากเพียงแค่ 4 ยูนิต โดยแต่ละชั้นจะมีลิฟต์ให้บริการถึง 8 + 2 ตัวเป็นลิฟท์ส่วนตัวให้คุณถึง 2 ตัวต่อ 1 ยูนิต เพื่อมอบความเป็นส่วนตัวและความสะดวกสบายสูงสุด นอกจากนี้ยังมีลิฟต์บริการเสริมอีก 2 ตัวสำหรับให้พนักงานสามารถดูแลห้องชุดแต่ละยูนิตได้อย่างรวดเร็ว เพื่อมอบบริการแห่งการพักอาศัยที่หรูหราเหนือระดับตลอดเวลา โดยเฉพาะบริการ Room Delivery ที่พนักงานสามารถรับส่งผ้า, จดหมาย, พัสดุได้โดยตรงจากประตูหน้าห้อง

ถึงแม้ว่าดีเทลของวัสดุภายในห้องบางอย่างอาจจะไม่ใช่แบรนด์ระดับสุดยอดของโลกในเรื่องของราคา ไม่ได้ปูหินอ่อนที่ผนังห้องทั้งห้อง ไม่ได้ใช้เฟอร์ฯแบรนด์ดังราคาแพง แต่ก็เป็นเฟอร์ฯสั่งทำพิเศษ โดยต้องนำเข้าจากต่างประเทศ เหนือสิ่งอื่นใดสิ่งที่มีค่าหายากมากที่สุดก็คือมูลค่าของแบรนด์ที่จับต้องไม่ได้อย่าง Mandarin Oriental และการบริการระดับ World Class ที่ล้วนแต่ได้รับการยอมรับและบอกต่อกันแบบปากต่อปาก…อย่าลืมนะครับว่าถึงคุณจะมีเงินสร้างบ้านหลายร้อยล้านบาท ใช้งบประมาณในการตกแต่งห้องตรม.ละห้าหมื่น แต่ยังไงคุณก็ไม่สามารถเอาชื่อ The Residences at Mandarin มาแปะหน้าบ้านคุณได้ เช่นเดียวกับบริการจากโรงแรมในเครือ Mandarin Oriental ที่พร้อมเสริฟคุณอยู่ตลอด 24 ชั่วโมงทั่วโลก ในตอนแรกที่ผมเห็นส่วนกลางอย่างฟิตเนสผมก็คิดว่าเล็กเกินไป หรือยังดูขาดห้องสปา ซาลอน  อะไรพวกนี้ แต่พอมาคิดว่าเจ้าของห้องที่นี่สามารถข้ามแม่น้ำไปใช้ Facilities และ Amenities อื่นๆจากโรงแรม Mandarin Oriental ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามแม่น้ำได้ ผมก็กลับคิดว่าเออนี่มันดูเข้าท่า เหมาะสมกับฐานะมากกว่าอีกแฮะ

 

ผมเชื่อว่าลูกค้าที่มีเงินในระดับหลายพันล้านขึ้นไป และเป็นกลุ่มเป้าหมายของ The Residences at Mandarin Oriental, Bangkok ไม่มีใครเค้าคิดพิจารณาในเชิง detail วัสดุห้อง เปรียบเทียบราคากับโครงการข้างเคียง หรือแม้กระทั่งการเดินทางครับ…ในทางกลับกันสิ่งที่จับต้องได้ในใจของลูกค้ากลุ่มนี้ก็คืองานด้านการบริการ เขาเหล่านี้ต้องการ service แบบที่ proactive ใช้ได้ สั่งได้ หาใช่ต้องการแค่ห้องนอนที่ทนทาน และห้องรับแขกที่กว้างขวาง ปูหินอ่อนตลอดทั้งผนัง

 

ในศาสตร์ด้านการสร้างแบรนด์เรามักจะเรียกกลุ่มคนเหล่านี้เป็น Achievers หรือ Actualizers กล่าวคือคนสองกลุ่มนี้มักจะให้ความสำคัญในเรื่องของสถานภาพและการยอมรับทางสังคม คู่ควรกับสิ่งที่ดีมีระดับ เต็มอิ่มกับประสบการณ์การใช้ชีวิตในแบบที่ไม่ธรรมดา ยึดติดกับแบรนด์ที่ตัวเองเคยมีประสบการณ์ดีๆด้วยเท่านั้น…โดยการวัดว่าของสิ่งไหนที่คู่ควรกับพวกเขาเหล่านั้นก็คือระดับราคา และชื่อเสียงของแบรนด์ที่เป็นที่นิยมในหมู่กลุ่มคนในสถานะเดียวกัน ของโหลหาง่าย มีเยอะ และไม่ใช่เป็นที่สุดของราคาไม่ใช่ครับ!! อันที่จริงเค้าซื้อเป็นบ้านหลังที่สอง สาม สี่ ด้วยซ้ำไป ไม่ได้มาใช้ชีวิตอยู่ประจำทุกวัน

 

ในตลาด Ultra Luxury นั้นไม่มีคำว่า Comparative ครับมีแต่ Superlative ยิ่งเป็น Branded Residences ก็มักจะมีตัวเลือกที่น้อยลง เป็นเซกเมนท์ที่จำกัดมากๆ และผู้ซื้อมักจะเลือกจากความพึงพอใจในแบรนด์นั้นๆ แต่หากจะให้เปรียบเทียบจริงๆที่นี่ก็ยังมีความน่าซื้อกว่าที่อื่นอยู่ดี โดยเฉพาะการเป็น Freehold Residences กับราคาขายเริ่มต้นที่ประมาณ 350,000 บาทต่อตารางเมตร เฉลี่ยประมาณ 550,000 บาทต่อตรม. (Fully Furnished) และห้องเพนท์เฮาส์ราคาสูงสุดที่ 750,000 บาทต่อตารางเมตร ทำลายสถิติราคาสูงสุดสำหรับโครงการ Ultra Luxury ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

 

เมื่อพิจารณาถึงปัจจัยทั้งหมดแล้ว หากคุณเป็นมหาเศรษฐีที่มีเงินหลายพัน หลายหมื่นล้านบาท และสนใจในโครงการนี้ ผมก็ยังไม่เห็นเหตุผลที่ไม่สมควรต่อการซื้อเลยครับ เชื่อว่าการเปิดตัวโครงการ The Residences at Mandarin Oriental, Bangkok ในเมืองไทยครั้งนี้ที่โครงการ ICONSIAM จะสร้างแรงกระเพื่อมครั้งสำคัญให้เกิดขึ้นในตลาด Ultra Luxury Residences โดยเฉพาะในกลุ่ม Branded Residence ซึ่งเป็นที่รับรู้กันว่าลูกค้าส่วนใหญ่เลือกซื้อก็เพราะว่าชื่นชอบต่อประสบการณ์ร่วมที่มีต่อแบรนด์นั้นๆ โดยที่มีความเป็น Brand Loyalty สูงมากๆ ด้วยการที่เป็นโครงการแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเป็นโครงการที่ 7 ของโลก จึงไม่น่าแปลกใจว่าที่นี่จึงได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากเหล่า Elite ทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวฮ่องกง และสิงค์โปร์

 

#THEUNVEIL #MOBKKResidences #ICONSIAM



เกริก บุณยโยธิน

เกริก บุณยโยธิน

ผู้ก่อตั้งเวปไซต์แบ่งปันความรู้ด้านการตลาด และการสร้างแบรนด์ในวงการอสังหาฯ พร็อพฮอลิค ดอทคอม..หลังจากที่ใช้เวลามากกว่า 10 ปี ในการวนเวียน เข้าๆออกๆ ในสายงานด้านการตลาด และวางแผนกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ ของบริษัทอสังหาฯ และเอเยนซีโฆษณาชั้นนำหลายแห่ง (โดยที่ไม่รู้ว่าทำไมต้องจับสลากเจอลูกค้าสายอสังหาฯทุกที)...จนถูกครอบงำโดยจิตใต้สำนึก ให้ถีบตัวเองออกจากกรอบการทำงานแบบเดิมๆ เพื่อออกมาจุดประกายความคิดที่ถูกต้อง และนำเสนอมุมมองใหม่ๆ ให้กับกลุ่มคนที่สนใจในธุรกิจอสังหาฯ

เว็บไซต์


PropScore™ 4.7

SCORE:
0.0
From : 0 รีวิว


ยังไม่มีการให้คะแนนและ Comment โครงการนี้


ฉลองปาร์ตี้คริสต์มาสปีนี้ต้องจัดให้พรีเมี่ยมสุดๆ อย่าให้อายใคร! baan & BEYOND ขอแนะนำ “ต้นคริสต์มาสสด” สายพันธุ์ Balsam กลิ่นหอมที่สุดนำเข้าจากแคนาดา สั่งง่าย ส่งถึงบ้าน ดูแลไม่ยากเลย

คริสต์มาสเป็นเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองพบปะกันพร้อมหน้าและเป็นโอกาสดีที่จะได้จัดบ้านใหม่ให้สวยงามเตรียมต้อนรับช่วงเวลาแห่งความอบอุ่นและสนุกสนานจากสมาชิกครอบครัว ญาติพี่น้อง และเพื่อนฝูงให้มาสนุกด้วยกัน... อ่านต่อ

4 December, 2019



เผยรายละเอียด InterContinental Residences Hua Hin สุดยอด Ultra Luxury Residences ติดหาดบนทำเลที่ดีที่สุด ภายใต้แบรนด์ InterContinental แห่งแรกในหัวหิน

"หลายๆคนที่พราวรู้จัก แม้จะมีคอนโดหรือ Villa หลายสิบล้านบาทที่หัวหินอยู่แล้ว แต่เวลามาพ... อ่านต่อ

28 November, 2019

คอนโดที่มีวิวไม่เหมือนกัน เราจะบวกราคาค่าวิวเท่าไหร่ยังไงดี

เคยสงสัยกันบ้างไหมว่าราคาค่าวิวจากคอนโดชั้นที่ 20 จะต่างจากห้องที่อยู่ติดพื้นถนนอย่างไร... อ่านต่อ

27 November, 2019

Top 5 คอนโดมิเนียมที่เด็กจบใหม่หมายตาหมายใจด้วยงบเริ่มต้น 1-4 ล้านบาท

ในที่สุดก็ถึงเวลาเข้าสู่ชีวิตการทำงานอย่างเต็มตัวสำหรับบัณฑิตจบใหม่ป้ายแดงก็อาจกำลังมอง... อ่านต่อ

24 November, 2019