The Reserve Sukhumvit 61

  

เดอะ รีเซิร์ฟ สุขุมวิท 61


สำหรับโครงการ The Reserve Sukhumvit 61 นั้น นิยามของความเป็น Luxury นั้นนอกจากจะถูกถ่ายทอดออกมาผ่านงานออกแบบแลนด์สเคป และสถาปัตยกรรมที่มอบบรรยากาศของความเป็น Modern Classic แล้วยังต้องมีความเป็น Luxury in Detail ที่จับต้องได้จริง สามารถตีมูลค่าเป็นตัวเงินได้จริง ไม่ว่าจะเป็นทำเลที่ดีที่สุด

เกริก บุณยโยธิน เมื่อ 5 February, 2021 เวลา 00.00 am

Prop score™: 4.2

คะแนนรีวิว: 0.0

0 รีวิว



    ข้อมูลโครงการ

ชื่อโครงการ

The Reserve Sukhumvit 61

บริษัทผู้สร้าง

บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน)

สถานที่

ซอยสุขุมวิท 61

สถานีรถไฟ BTS

BTS เอกมัย Distance 1,000 m.

สถานีรถไฟใต้ดิน

-

Airport Rail Link

-

สถานี BRT

-

พื้นที่

3-0-34.6 ไร่

ชั้น

7 ชั้น 2 อาคาร

ยูนิต

182 ยูนิต

ที่จอดรถ

100% หรือ 186 คัน รวมจอดซ้อนคัน

ลิฟท์

อาคารละ 2 ตัว

สิ่งอำนวยความสดวก

Double Volume Lobby, สวนพักผ่อน, สระว่ายน้ำระบบเกลือ, Jacuzzi, ฟิตเนส, ห้องซาวน่า และ ออนเซ็น, Smart Locker, Shuttle Service, EV Charger, Auto Parking


    ประเภทยูนิต

ประเภท

CONDO/Low-Rise Condominium

studio

30.75 – 30.87 ตร.ม.

1 bedroom

35.91 – 49.53 ตร.ม., 1 Bedroom Plus 47.61 – 48.55 ตร.ม.

2 bedroom

61.62- 138.8 ตร.ม.

3 bedroom

157.60 ตร.ม.

Duplex

113.32 – 132.11 ตร.ม.

Penthouse

-

ประเภทอื่นๆ

-

ความสูงจากพื้นถึงเพดาน

ห้องมารตรฐานสูง 2.7 เมตร

ราคาเริ่มต้น / ตรม.

230,000 บาท/ตร.ม.

ราคาเริ่มต้น / ยูนิต

1 ห้องนอนเริ่ม 8.9 ล้านบาท

ค่าส่วนกลาง

85 บาท/ตร.ม./เดือน

Sinking Fund fee

500 บาท/ตร.ม.

สร้างเสร็จ

2021

เว็บไซต์

https://bit.ly/3qPrN7b

1739


เพื่อนบ้าน Street View


The Reserve Sukhumvit 61 คอนโด Luxury ที่บรรยากาศดีที่สุด ครบทุกองค์ประกอบของความหรูหราใจกลางเอกมัย – ทองหล่อ

แม้ว่าในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา เราได้เห็นโครงการคอนโดภายใต้ร่มเงาของพฤกษาฯได้ถูกทยอยสร้างเสร็จพร้อมอยู่ออกมามากมาย แต่กลับไม่มีแบรนด์ไหนเลยที่จะสามารถก้าวข้ามผ่าน Perception ของลูกค้าที่มีต่อแบรนด์ทุกแบรนด์ของพฤกษาฯในเรื่องของความประณีตในการคัดสรรวัสดุ การก่อสร้าง ราคา และการบริการได้เลย ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ Flagship อย่าง The Tree ที่ทางพฤกษาฯทุ่มทุนดันสุดแรงเกิด ทั้งปรับดีไซน์ ขายส่วนกลางล้ำๆ เปิดกระจายหลากหลายทุกทำเล หรือแบรนด์ขวัญใจตลาดแมสอย่าง Plum Condo ตลอดจนแบรนด์ที่เน้นความคุ้มค่าอย่าง The Privacy และ Chapter แม้ว่าแบรนด์ทั้งหมดจะกวาดยอดขายมาได้อย่างไม่น้อยหน้าคู่แข่งในตลาด แต่กลับไม่ได้มีส่วนสำคัญในการที่จะเป็น Game Changer ให้พฤกษาฯก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในผู้เล่นรายสำคัญของตลาดคอนโดในกลุ่ม Luxury Segment ได้ ในมุมมองของผู้ซื้อคอนโดส่วนใหญ่ก็ยังคงมองว่าพฤกษาฯถนัดที่จะทำคอนโดที่มีราคาไม่แพงขาย มากกว่าที่จะไปจับกลุ่มตลาดที่มีกำลังซื้อสูงเพื่อให้สอดรับกับเทรนด์ในการพัฒนาโครงการในช่วงประมาณ 5 ปีที่แล้ว ซึ่งเป็นยุคที่ตลาดคอนโดเมืองไทย ได้ถูกหมายปองจากเหล่ามหาเศรษฐีและนักลงทุนจากทั่วโลก จนถูกขนานนามว่าเป็นยุคที่คอนโดระดับ Luxury ในเขต Prime Area นั้นหาได้ง่ายกว่าคอนโดระดับ Mass

 

ในแง่ของการจัดเรียง Brand Port Folio โครงการคอนโดในเซกเมนท์ Luxury ของพฤกษาฯนั้นจริงๆแล้วมีอีก 1 แบรนด์ก็คือ IVY ที่ห่างหายไปจากการทำตลาดมานานมากแล้ว ในขณะที่แบรนด์ The Reserve (เดอะ รีเซิร์ฟ) นั้นก็เป็นแบรนด์ที่ถูกนำมา Rebrand ใหม่ เมื่อราว 3 ปีที่แล้ว โดยการเพิ่มเติม Value Added ทั้งในเรื่องที่จับต้องได้ลงไป อาทิ สเปคของวัสดุ งานแลนด์สเคป เฟอร์ฯ พื้นที่ส่วนกลาง สัดส่วนยูนิต เช่นเดียวกับการเป็นโครงการที่ตั้งอยู่บนทำเลที่ได้รับการยอมรับจากกลุ่มเป้าหมายว่ามีเอกลักษณ์ในการใช้ชีวิตที่ไม่เหมือนใคร เพื่อเป้าหมายเดียวก็คือ การสร้างบรรยากาศการอยู่อาศัยที่ดูหรูหราน่าอยู่กว่าโครงการใกล้เคียง และเหนือสิ่งอื่นใดก็คือการพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าเมื่อถึงเวลาที่ต้องทำสินค้าระดับ Luxury พฤกษาฯก็ทำได้ดีไม่แพ้สินค้าระดับ Mass นับจากนี้แบรนด์ The Reserve เจนเนอเรชั่นใหม่นี้จะรับหน้าที่เป็นแบรนด์ Top of Hierarchy ของพฤกษาฯ จากการทยอยเปิดโครงการอย่างต่อเนื่องทั้งที่ พหล – ประดิพัทธ์, สาทร และสุขุมวิท 61 ทั้ง 2 โครงการ (น่าเสียดายที่รูปแบบเดิมที่วางเอาไว้ที่ทองหล่อ 2 ไม่ได้ไปต่อ) ซึ่งหลายๆคนคงจะคุ้นกันดีกับแนวทางการทำการสื่อสารของแบรนด์ ซึ่งมีการใช้ Code of Expression เป็นสัตว์ป่า Exotic ชนิดต่างๆ เพื่อสื่อเป็นนัยถึงลักษณะโดดเด่น หายากอันเป็นเอกลักษณ์สำคัญของโครงการ ที่แตกต่างกันไปในแต่ละทำเล โดย The Reserve Sukhumvit 61 (เดอะ รีเซิร์ฟ สุขุมวิท 61) นั้นมีจุดเด่นในเรื่องของการออกแบบ Courtyard ขนาดใหญ่ที่แทรกกลางระหว่างอาคาร รายล้อมด้วยสังคมที่ดี เช่นเดียวกับความ Private ของจำนวนยูนิต จึงทำให้ที่นี่มีสโลแกนว่า Reserve Your Exclusivity” ที่สื่อความหมายถึง การเป็นโครงการที่สงวนไว้ให้เฉพาะผู้ที่ถูกเลือกแล้ว ซึ่งก็คือกลุ่ม Elite Society ที่แม้จะประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน และสังคม แต่ก็ยังต้องการสถานที่ที่สามารถพักผ่อนและชาร์จพลังได้หลังจากกลับมาบ้าน เปรียบดั่งหมี Grizzly ซึ่งเป็นสัตว์นักล่าที่ทรงพลัง ตัวใหญ่ที่สุดในโลก อยู่บนสุดของห่วงโซ่อาหาร  แต่ก็พบเห็นได้ยาก และมีจำนวนน้อยจนเสี่ยงสูญพันธุ์

สำหรับโครงการ The Reserve Sukhumvit 61 นั้น นิยามของความเป็น Luxury นั้นนอกจากจะถูกถ่ายทอดออกมาผ่านงานออกแบบแลนด์สเคป และสถาปัตยกรรมที่มอบบรรยากาศของความเป็น Modern Classic แล้วยังต้องมีความเป็น Luxury in Detail ที่จับต้องได้จริง สามารถตีมูลค่าเป็นตัวเงินได้จริง ไม่ว่าจะเป็นทำเลที่ดีที่สุด การคัดสรรวัสดุที่พรีเมียมที่สุด เช่นเดียวกับการบริการหลังการขาย ที่เมื่อเอาองค์ประกอบทั้งหมดมารวมกันก็จะทำให้ผู้ครอบครองที่นี่ได้เต็มอิ่มกับความหรูหราสะดวกสบายขั้นสุด ในแบบที่หาจากโครงการอื่นๆในย่านเอกมัยไม่ได้

 

หากไปถามความคิดเห็นจากกลุ่มผู้ที่ต้องการพักอาศัยในคอนโดหรูที่อยู่บน Super Prime Area ส่วนใหญ่แล้ว หลาย ๆ ครั้งเรามักจะพบคำตอบว่าทำเลที่น่าอยู่ที่สุด ไม่จำเป็นที่จะต้องอยู่ริมถนนใหญ่ ติดรถไฟฟ้าเสมอไป แต่ต้องมีความเป็นส่วนตัว ร่มรื่น และสะดวกสบาย ใช้รถยนต์ส่วนตัวเดินทางไปที่ต่างๆได้สะดวก

ในแง่ของการก่อสร้างและฟังก์ชั่นการใช้งานจริง โครงการมีการสร้างความเป็น Luxury in Detail ทั้งในส่วนของการออกแบบพื้นที่ส่วนกลาง และฟังก์ชั่นการใช้งานในห้อง รวมไปถึง การเลือกใช้วัสดุอันหรูหรา ในทุกอณูของโครงการ ไม่เว้นแม้แต่บริเวณโถงลิฟท์และโถงทางเดินที่ทำออกมามาตรฐานเดียวกันทุกชั้น ต่างจากโครงการอื่นๆที่เรามักจะเห็นการประดับตกแต่งโถงลิฟท์ โถงทางเดินบริเวณชั้นส่วนกลางให้ดูหรูหรากว่าชั้นอื่นๆ

 

เรายังได้พบเห็นมาตรฐานที่มากกว่าคอนโด Low Rise ที่อื่นๆ ทั้งจำนวนที่จอดรถ พื้นที่ส่วนกลาง แนว center court yard พร้อม landscape อันสวยงาม ระยะความสูงจากพื้นสู่ฝ้าที่เทียบเท่ากับคอนโด High Rise และที่จอดรถถึง 100% และมาตรการการบริการในแบบ Concierge Service ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนี้ได้นำมาซึ่งประสบการณ์การพักอาศัยที่หรูหรา แตกต่างจากการอยู่อาศัยในคอนโดแห่งอื่น ๆ ของพฤกษา และคอนโดใกล้เคียงที่อยู่โดยรอบ เอกมัย – สุขุมวิท 61 อย่างเห็นได้ชัด

โดยปกติแล้ว ถ้าพูดถึงย่านเอกมัย ในความคิดของคนหลายๆคนก็มักจะรวมไปถึงย่านทองหล่อด้วยเช่นกัน ไม่ใช่แค่เพียงการเป็นย่านติดกัน หรือมีบริบทของการใช้งานพื้นที่ที่เป็นแหล่ง lifestyle เหมือนกัน แต่ทั้งสองย่านยังมีเส้นทางที่เชื่อมต่อกันได้ในแบบที่ไม่ต้องออกถนนใหญ่ เชื่อมไปมาหากันได้หลายต่อหลายเส้นทาง โครงการคอนโดในย่านเอกมัย และทองหล่อ จึงมักจะถูกนำมาเปรียบเทียบกันอยู่บ่อยครั้ง โดยระยะหลังคอนโดในย่านเอกมัยมักจะชูจุดขายที่เหนือกว่าทองหล่อในเรื่องของราคาที่ถูกกว่า และจับกลุ่มลูกค้าในฐานกว้างกว่า แต่โครงการ The Reserve Sukhumvit 61 น่าจะเป็นโครงการต้นแบบที่พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าย่านเอกมัยก็มีคอนโดระดับ Luxury ที่มีองค์ประกอบสมบูรณ์ไม่แพ้ที่ทองหล่อเลย โดยที่ราคาขายก็ยังถูกกว่ากันพอสมควร

ภาพรวมของทำเลเอกมัยก็ดูจะเป็นย่าน lifestyle ที่เทน้ำหนักไปทางที่พักอาศัย เป็น Residential Area ที่มีสีสัน มีความหลากหลายผสมผสานอย่างลงตัวมากกว่า จนกลายเป็นพื้นที่ที่มีคอนโดหลายต่อหลายโครงการทั้ง High Rise Condo บนถนนใหญ่ และ Low-rise ซ่อนตัวอยู่ในซอยย่อยๆ พัฒนาขึ้นมาจำนวนมาก ซึ่งหากว่าใครรู้จักทำเลเอกมัยจริงๆ คงตอบได้ว่าย่านสำคัญที่สุดบนถนนเอกมัย คือ เอกมัยตอนใต้ ที่อยู่โซนใกล้รถไฟฟ้ามากกว่า มีราคาที่ดินสูงกว่าเอกมัยเหนือ มี Big C เป็นศูนย์กลาง มีห้าง Don Don Donki มีร้านรวงต่างๆ ที่รองรับกับไลฟ์สไตล์หลังเลิกงาน ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ผับ บาร์ คาเฟ่ สถานที่เดินเล่นนั่งชิลล์ และยังเป็น Night-life destination ที่มีชื่อเสียงสำหรับนักท่องเที่ยว

และถ้ายิ่งเจาะลึกลงไปที่ทำเล สุขุมวิทซอย 61 เป็นซอยที่มีคอนโด ที่อยู่อาศัย บ้านเรือนเตี้ยๆ Serviced Apartment แบรนด์ดัง รวมทั้งเป็นซอยที่มีความเป็นระเบียบร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่พร้อมมีทางเดินเท้าตลอด 2 ข้างทาง เรียกได้ว่าเป็นซอยที่พักอาศัยที่สมบูรณ์แบบ และยิ่งปลายสุดของซอย ที่เป็นพื้นที่ดินของพฤกษา กับการพัฒนาโครงการ 2 โครงการ คือ  The Reserve Sukhumvit 61 และ The Reserve 61 HIDEAWAY ที่ไม่เพียงแต่จะมาเติมเต็มซอยที่พักอาศัยแห่งนี้ให้กลายเป็น Residential ที่สมบูรณ์แบบ แต่ The Reserve ยังมาพร้อมกับความเป็น Perfect Residential Area เนื่องจากตั้งอยู่บนพื้นที่สุดซอยสุขุมวิท 61 ที่สามารถเข้าออกได้ถึง 2 เส้นทาง ทั้งทางฝั่งสุขุมวิท 61 และทางเอกมัยซอย 1 จึงสะดวกสำหรับทั้งคนที่เดินทางไปถนนสุขุมวิท รถไฟฟ้า ผ่านซอยสุขุมวิท 61 ซอยบนสุขุมวิทเพียงไม่กี่ซอยที่สามารถเลี้ยวซ้าย-ขวาได้เลย รวมทั้งเป็นซอยที่ได้รับรางวัลชุมชนน่าอยู่ของ กทม ที่มีความสะอาด สงบ หรือจะไปพระราม 9 ถนนเพชรบุรี ก็สามารถเลือกออกทางเอกมัยซอย 1 ได้ ซึ่งเป็น Exclusive Benefit ในเรื่องของการเดินทางที่มีให้เฉพาะลูกบ้าน The Reserve Sukhumvit 61 และ The Reserve 61 HIDEAWAY เท่านั้น

 

The Reserve Sukhumvit 61 (เดอะ รีเซิร์ฟ สุขุมวิท 61) ประกอบด้วยอาคารชุดพักอาศัยจำนวน 2 อาคาร 182 units สูง 7 ชั้น และชั้นใต้ดิน 2 ชั้นเป็นที่จอดรถ 100% ของจำนวน units (ผสมกันระหว่าง Automatic Parking และแบบที่จอด Conventional)

อาคารวางตัวเป็นรูปตัว L มีตึก A อยู่ติดทางเข้าโครงการ และตึก B อยู่ด้านในสุดของโครงการ ล้อมคอร์ทพื้นที่ส่วนกลางที่ออกแบบให้เป็นพื้นที่สีเขียวที่ใหญ่ที่สุดในใจกลางสุขุมวิท ที่ใช้งานร่วมกันทั้ง 2 อาคาร บนเนื้อที่โครงการรวม 3-0-34.6 ไร่

พื้นที่ส่วนกลางหลัก อยู่ที่ตึก A อาคารด้านหน้าติดทางเข้า

ตั้งแต่ Lobby ที่เป็นทั้ง Lobby ของอาคาร A และเป็นที่นั่งรอรถสำหรับคนที่จอด Auto Parking พร้อมบริการผู้ช่วยส่วนตัวในรูปแบบ Concierge Service ที่สแตนด์บายให้บริการตลอดเวลา

ที่มีทั้งพื้นที่นั่งรอ ที่เปิดเข้าหาวิวคอร์ทสวนกลางพื้นที่โครงการ

รวมทั้งหน้าจอดำเนินการและแจ้งลำดับรถ Auto Parking ก็มีจัดพื้นที่ไว้ที่บริเวณ Lobby ตึก A

ติดกันมีพื้นที่นั่ง กึ่ง outdoor สำหรับผู้มาติดต่อ เนื่องจากติดกับพื้นที่นิติบุคคล

และ Mail room ที่แยกเฉพาะลูกบ้านในแต่ละอาคาร ใช้ระบบคีย์การ์ด เป็นพื้นที่กึ่ง Semi-Public

ติดกันเป็น Locker room ที่สามารถฝากของ ฝากพัสดุ เพื่อรอรับ รอส่งได้

ก่อนจะเข้าสู่ส่วนพื้นที่ Private เฉพาะของลูกบ้าน ที่เข้าออกผ่านระบบการรักษาความปลอดภัย ด้วย Key card และระบบสแกนใบหน้า ไม่ว่าจะเปิดประตู เข้าลิฟท์ เข้าสู่พื้นที่ส่วนกลาง เพื่อลดการสัมผัสจากการใช้งาน

บริเวณโถงลิฟท์ของตึก A เปิดเชื่อมต่อกับพื้นที่ส่วนกลาง indoor

อย่าง ห้อง Yoga room ที่มีอุปกรณ์ทั้งเสื่อโยคะ บล็อกโยคะ ไว้รองรับ สามารถเรียกเทรนเนอร์มาสอนแบบprivate ท่ามกลางวิวสวน พื้นที่สีเขียวที่เป็นฉากหน้า ให้ได้ผ่อนคลายไปพร้อมๆกับการเข้าอาสนะ

พื้นที่ Fitness สามารถเข้าออกได้อีกทางกรณีลูกบ้านพักอยู่อาคาร B สามารถเข้าใช้งานผ่านทาง terrace ริมสวนและริมสายน้ำไหล ที่สามารถนั่งพักผ่อนฟังเสียงน้ำ รับลม ได้

 

ฝั่งตรงกันข้ามเป็นห้องน้ำ ภายในมีล็อกเกอร์ Onsen แยกชายหญิง ให้คุณได้ผ่อนคลายความเมื่อยล้าของร่างกายแบบ private ได้บ่อยเท่าที่คุณต้องการ

พื้นที่ terrace เชื่อมต่อกับสระว่ายน้ำที่ทอดตัวยาวขนานตัวอาคาร B

มีเตียงริมสระให้ได้นอนอาบแดด นั่งพักจากการว่ายน้ำ

และเชื่อมต่อกับพื้นที่สวนที่ TROP ออกแบบให้มีทั้งร่มเงาจากต้นไม้ใหญ่ มีการเล่นระดับ และแนวพุ่มไม้ที่แบ่งพื้นที่ใช้งาน และเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับการใช้งานทั้งในพื้นที่ส่วนกลางและพื้นที่ส่วนตัว

และมีทั้งลูกเล่นพื้นที่บ่อน้ำ ที่จำลองระบบนิเวศไม้น้ำมาเป็นส่วนหนึ่งของทางเท้า ทำให้เหมือนมีสายน้ำไหล เชื่อมโยงอยู่โดยรอบพื้นที่ส่วนกลาง อีกทั้งยังได้รับไอเย็นจากน้ำเมื่อสัมผัสกับลมอีกด้วย

รวมทั้งมี sunken seat ริมสระ และโอบล้อมด้วยต้นไม้ ให้คุณได้นั่งเล่น อ่านหนังสือ หรือพูดคุยท่ามกลางพื้นที่เปิดโล่ง ในความรู้สึกที่เป็นส่วนตัวได้ในเวลาเดียวกัน

ติดกันเป็นทางเข้าอาคาร B ที่เปิดรับด้วยโถง Lobby วิวสระน้ำทอดยาวเข้าสู่ mail room โถงลิฟท์ และที่จอดรถใต้ดิน

ในส่วนของยูนิตพักอาศัย ที่อาคาร A เริ่มที่ชั้น 2-7 มีรูปแบบห้องที่แตกต่างกันไปตามขนาดของพื้นที่การใช้งาน ตั้งแต่ห้อง studio 30.75 Sq.m. จนไปถึงห้องไซส์ใหญ่กว่า 157.06 Sq.m. ส่วนอาคาร B มีห้องที่ชั้น 1 เป็น Pool Access เพียง 4 ห้อง

 

ปัจจุบัน units พักอาศัย ทั้งหมดมีหลุดโอนมาเพียง 10% (ณ เดือนมกราคมโอนไปแล้ว 40%) เหลือขายแค่ห้องขนาด 1 Bedroom 48 Sq.m. , 1 Bedroom plus 47.8 Sq.m. และ Studio 31 Sq.m. โดยทุกห้อง ทุก type ขายแบบ Fully Furnished พร้อมเฟอร์ฯลอยตัวจาก Chanintr Living และความเป็น Luxury in detail ในส่วนต่างๆของห้อง

 

แม้แต่พื้นที่โถงลิฟท์ และโถงทางเดินก็ถูกตกแต่งแบบหรูหราเหมือนกันทุกชั้น ทุกอณูพื้นที่เลยจริงๆ

ห้องตัวอย่างมีตกแต่งให้ชมถึง 3 ห้อง

เริ่มกันที่ตึก A ชั้น 6 ห้องแรก ห้อง Studio เลขที่ 78/54 ขนาด 31 Sq.m. ห้อง size เล็กสุด

เปิดต้อนรับด้วยประตูลายไม้บานใหญ่ ที่ให้ Digital Door Lock ของ Yale ที่ประตูมีแผงแนวนอนเล็กๆคาดตลอดความกว้างของประตู ที่สามารถเปิดปิด เพื่อระบายอากาศ หรือให้ลมหมุนเวียน ทำให้ห้องไม่ร้อน และไม่อับ เป็น Ventilation Door ภายในห้อง มาพร้อม Welcome light ที่เหนือประตหู้องที่เปิด-ปิดอัตโนมัติ และในเวลาฉุกเฉิน สามารถเป็น emergency light ได้ด้วย

ด้านซ้ายโครงการติดตั้ง VDO door phone & Emergency phone ของ bticino

ด้านขวาหลังประตูเป็นตู้ built-in สำหรับวางรองเท้า

พื้นที่ส่วนแรกเป็นครัวยาวติดผนังฝั่งขวา โครงการให้ครัว built-in ที่เคาน์เตอร์ครัว โครงการให้ เตาไฟฟ้า 2 หัวของ gorenje ฝังเรียบไปกับพื้นเคาท์เตอร์

ด้านบนเป็นที่ดูดควัน gorenje ที่ design by Phillipe Starck สามารถปรับมุมองศาการใช้งานได้

ติดกัน เป็นที่วางจาน และอ่างล้างจานแบบฝังเคาท์เตอร์ โครงการให้ก๊อกน้ำระบบสัมผัส ที่ตัวก๊อก เพื่อเปิด-ปิดการใช้งาน โดยไม่ต้องหมุนเปิดวาล์วทุกครั้งที่ใช้งาน และยังให้ Food Waste Disposer เครื่องปั่นเศษอาหารที่ติดตั้งพร้อมใช้งาน ซึ่งไม่ต้องกังวลเรื่องเศษอาหารอุดตันในภายหลัง

ด้านล่างเป็น Combi Oven ของ gorenje by Phillipe Starck เช่นกัน

ด้านล่างและด้านบนเคาน์เตอร์ เป็นตู้และลิ้นชัก สำหรับเก็บอุปกรณ์การประกอบอาหาร แบบแยกประเภทการใช้งาน

ที่มีเซนเซอร์ด้านล่าง เพียงแค่ขยับเท้า ลิ้นชักก็เปิดออกมาเอง เพราะคิดถึงการใช้งานจริง ที่มืออาจถือของจนเต็ม จึงเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกที่คำนึงถึงการใช้งานแม้เพียงเล็กน้อย

ผนังฝั่งตรงข้ามเป็นกระจกสีชาเชื่อมมุมมองกับ walk-in closet

ถัดเข้าไปในพื้นที่ห้องนอน โครงการให้กระจกบานเลื่อนบานใหญ่ ที่สามารถปิดเมื่อทำครัว หรือเลื่อนยาวไปปิดที่บริเวณ walk-in closet ได้เช่นกัน

ภายในห้องนอนเชื่อมไปยัง walk-in closet ปูด้วย engineered wood ปูลาย Herringbone Pattern

และติดตั้งแอร์ concealed type ที่ห้องนอน

แบ่งพื้นที่ตรงกลางเป็นที่ตั้งเตียง king size พร้อมโต๊ะหัวเตียง

และโซฟา 2 ที่นั่งที่ปลายเตียง ที่มีพื้นที่มากพอสำหรับโต๊ะวางทีวี และมุมตกแต่ง พร้อมพื้นที่ทางเดิน

ด้านในสุดติดหน้าต่างเป็นมุมตั้งโต๊ะอาหาร โต๊ะทำงานที่เปิดเชื่อมวิวด้านนอก หรือจะขยับโซฟามาตั้งเป็นมุม day bed ไว้นั่งชิลชมวิวเมืองด้านนอกก็ยังได้

 

โครงการให้รางผ้าม่านที่ Built มาให้พร้อมซ่อนไฟ indirect Light

ติดกันเป็นประตูออกระเบียง ที่ระเบียงกว้าง แยกพื้นที่แขวนคอมแอร์ และสามารถตั้งเครื่องซักผ้า มีฉากกั้นเป็นสัดส่วน ทำให้สามารถใช้งาน หรือเปิดเชื่อมพื้นที่ภายในและภายนอกได้

ติดทางเข้าเป็นพื้นที่สำหรับแต่งตัว และห้องน้ำ

ด้านหน้าห้องน้ำเป็น walk-in closet ยาวเต็มผนัง สูงจรดเพดานทั้งด้านซ้ายและขวา

ที่โครงการได้ custom made ทำให้ขนาดพอดีกับความกว้างและความสูงของผนัง เพื่อการใช้งานให้คุ้มค่าทุกพื้นที่

ที่ออกแบบให้มีพื้นที่เก็บของที่ด้านบน มีพื้นที่ที่สามารถจัดเก็บกระเป๋าเดินทาง หรือเครื่องประดับได้ และที่สำคัญมาพร้อมกับไฟทุกช่องการใช้งาน

ถัดไปเป็นห้องน้ำ ภายในแบ่งพื้นที่เป็นส่วนเปียกและส่วนแห้ง

โดยส่วนแห้งติดทางเข้าเป็น อ่างล้างหน้าแบบแขวนผนังฝังเคาท์เตอร์

โดยส่วนแห้งติดทางเข้าเป็น อ่างล้างหน้าแบบแขวนผนังฝังเคาท์เตอร์

 

ถัดไปด้านในเป็นมุมตั้งโถสุขภัณฑ์ แบบ Auto Washlet ของ Villeroy & Boch ตั้งไว้ที่ด้านซ้ายของทางเข้า พร้อมด้วย Emergency phone ไว้ติดต่อกับนิติบุคคล หรือเปิดประตูอัตโนมัติ เวลาที่ต้องการความช่วยเหลือ

ฝั่งตรงข้ามเป็น Shower Glass ที่โครงการให้ Hand shower ติดผนัง และ rain shower ติดเพดานของ Villeroy & Boch

พร้อมผนังหินสีขาวดำ Black Forest แผ่นใหญ่เต็มแนวผนัง

ห้องนี้เหมาะสำหรับอยู่ 1-2 คน ที่ชอบการใช้ชีวิตใจกลางเมือง ชอบห้องขนาดกะทัดรัด แต่สามารถใช้งานได้ทุกพื้นที่ ครบทุกฟังก์ชั่น

 

ห้องถัดไป เลขที่ 78/56 1 Bedroom ขนาด 48 Sq.m.

โครงการให้ประตูลายไม้บานใหญ่ ที่ให้ Digital Door Lock ของ Yale ที่ประตูมีแผงแนวนอนเล็กๆคาดตลอดความกว้างของประตู ที่สามารถเปิดปิด เพื่อระบายอากาศ หรือให้ลมหมุนเวียน ทำให้ห้องไม่ร้อน และไม่อับ เป็น Ventilation Door ภายในห้อง มาพร้อม Welcome light ที่เหนือประตหู้องที่เปิด-ปิดอัตโนมัติ และในเวลาฉุกเฉิน สามารถเป็น emergency light ได้ด้วย

 

พื้นที่ส่วนแรก เปิดรับด้วยพื้นที่ dinning & living area กว้างและลึก ที่เป็นพื้นที่กลางในการใช้งาน และเชื่อมพื้นที่ bedroom ที่ปีกขวา พื้นห้องปูด้วย engineered wood ปูลาย Herringbone Pattern

ที่เคาน์เตอร์ครัว โครงการให้ เตาไฟฟ้า 2 หัวของ gorenje ฝังเรียบไปกับพื้นเคาท์เตอร์

ด้านบนเป็นที่ดูดควัน gorenje ที่ design by Phillipe Starck สามารถปรับมุมองศาการใช้งานได้

ด้านล่างมี Combi Oven ของ gorenje by Phillipe Starck เช่นกัน

ด้านบนเคาน์เตอร์ เป็นตู้และลิ้นชัก สำหรับเก็บอุปกรณ์การประกอบอาหาร แบบแยกประเภทการใช้งาน

ด้านล่างเป็นลิ้นชักเก็บอุปกรณ์การประกอบอาหาร ที่มีเซนเซอร์ด้านล่าง เพียงแค่ขยับเท้า ลิ้นชักก็เปิดออกมาเพื่อความสะดวกในการใช้งาน

โครงการให้อ่างล้างจานแบบฝังในเคาท์เตอร์ ที่ก๊อกน้ำมาพร้อมระบบสัมผัส ที่ตัวก๊อก เพื่อเปิด-ปิดการใช้งาน โดยไม่ต้องหมุนเปิดวาล์วทุกครั้งที่ใช้งาน และยังให้ Food Waste Disposer เครื่องปั่นเศษอาหารที่ติดตั้งพร้อมใช้งาน ซึ่งไม่ต้องกังวลเรื่องเศษอาหารอุดตันในภายหลัง

ปลายสุดเคาท์เตอร์ครัวเป็นห้องน้ำ double access ที่สามารถเข้าได้จากห้องนอนด้วย

ถัดจากครัว เป็นพื้นที่ living area

ที่สามารถตั้งชุดโซฟาพร้อมโต๊ะกลาง สำหรับ 3-4 ที่นั่ง

ที่ผนังฝั่งตรงข้าม สามารถวางทีวี และทำชั้นวางของไว้ที่ผนังด้านนี้ได้

ด้านหลังชุดโซฟา เป็นมุมสำหรับตั้งโต๊ะทานอาหาร ติดริมประตูออกระเบียง สำหรับ 2 ที่นั่ง

โครงการให้รางผ้าม่านที่ Built มาให้พร้อมซ่อนไฟ indirect Light

ที่ระเบียงกว้าง แยกพื้นที่ตั้งคอมฯแอร์ แบบมีฉากกั้นเป็นสัดส่วน ทำให้สามารถใช้งาน หรือเปิดเชื่อมพื้นที่ภายในและภายนอกได้

ติดประตูออกระเบียงมีพื้นที่ริมหน้าต่างที่สามารถตั้งโซฟาเข้ามุมได้

ถัดไปเป็นห้องนอน ภายในห้องนอนแบ่งพื้นที่ด้านซ้ายติดทางเข้าเป็น พื้นที่สำหรับแต่งตัว และห้องน้ำ

 

ด้านหน้าห้องน้ำเป็น walk-in closet ยาวเต็มผนัง สูงจรดเพดาน ทั้งด้านซ้ายและขวา พร้อมไฟทุกช่องใช้งาน

ตู้เสื้อผ้าเป็น custom made ทำให้ขนาดพอดีกับความกว้างและความสูงของผนัง เพื่อการใช้งานให้คุ้มค่าทุกพื้นที่

และมาพร้อมกับโต๊ะเครื่องแป้ง ที่ออกแบบให้มีพื้นที่เก็บของที่ด้านบน

ภายในห้องน้ำแบ่งพื้นที่เป็นส่วนเปียกและส่วนแห้ง

โดยส่วนแห้งติดทางเข้าเป็น อ่างล้างหน้าฝังเคาท์เตอร์ลอยตัว

ด้านหลังกระจกสามารถเปิดเป็นพื้นที่เก็บอุปกรณ์การใช้งานต่างๆได้อย่างเป็นระเบียบ

ติดกันเป็นมุมตั้งโถสุขภัณฑ์ ไว้ติด Shower Glass

 

ที่ด้านใน เป็นพื้นที่ส่วนเปียก โครงการให้ Hand shower ติดผนัง และ rain shower ติดเพดาน ของ Villeroy & Boch พร้อมผนังหินสีดำ Black Forest เต็มแนวผนัง

พร้อมอ่างอาบน้ำเข้ามุมติดประตูบานเปิด

ส่วนที่ห้อง โครงการให้เตียง king size พร้อมโต๊ะหัวเตียง

ที่ปลายเตียงเป็นโต๊ะสำหรับตั้งทีวี

ห้องนี้เหมาะสำหรับคนที่ชอบพื้นที่ใช้งานเป็นสัดส่วน มีห้องนั่งเล่นที่กว้างขวาง

 

จริงๆ ที่โครงการมีอีกห้องเป็นห้อง promotion แต่ไม่ได้ตกแต่งให้ชม คือห้อง 1 Bedroom plus ห้องหันทางทิศตะวันออก ที่ลดขนาดห้องรับแขก แต่ได้ห้องส่วนตัวเพิ่มมาอีก 1 ห้องไว้ใช้งาน และโครงการตกแต่งพร้อมตู้เสื้อผ้าให้เพิ่มด้วย

ห้องสุดท้ายที่ตึก B โครงการตกแต่งห้อง Duplex ห้อง 3 ห้องนอน 113 Sq.m. ห้องเลขที่ 78/87 เป็นห้องแบบ Pool Access ได้ที่ระเบียง

ภายในห้องเป็น Duplex เพดานสูงแบบ Double Volume ที่ส่วน Living

ประตูทางเข้า ที่นอกจากให้ Digital Door Lock และ VDO door phone & Emergency phone ของ bticino แล้ว ที่ประตูยังมีแผงแนวนอนเล็กๆคาดตลอดความกว้างของประตู ที่สามารถเปิดปิด เพื่อระบายอากาศ หรือให้ลมหมุนเวียน ทำให้ห้องไม่ร้อน และไม่อับ เป็น Ventilation Door ให้กับทุกห้อง

 

ด้านข้างกันเป็นห้องซักรีดใต้บันได ที่กว้างขวาง มาพร้อมชั้นวางของที่ออกแบบให้สามารถแขวนเสื้อผ้า ใส่ผ้าที่ใช้แล้ว รวมทั้งวางกระเป๋าเดินทางหรือเก็บของได้

ข้างในเป็นตู้ built-in สำหรับวางรองเท้า และโซนซักรีด ที่มีพื้นที่สำหรับวางเครื่องซักผ้าได้ และแขวนเสื้อได้

ด้านขวาของประตูเป็นพื้นที่ครัว built-in จากประตูทางเข้าไปจรดห้องน้ำ และครัวโครงการให้มาพร้อมกับ Island ยาวขนานเคาน์เตอร์ครัว

ที่เคาน์เตอร์ครัว โครงการให้ เตาไฟฟ้า 4 หัวของ gorenje ฝังเรียบไปกับพื้นเคาท์เตอร์

ด้านบนเป็นที่ดูดควัน gorenje ที่ design by Phillipe Starck สามารถปรับมุมองศาการใช้งานได้

ด้านล่างมี Combi Oven ของ gorenje by Phillipe Starck เช่นกัน

ด้านล่างและด้านบนเคาน์เตอร์ เป็นตู้และลิ้นชัก สำหรับเก็บอุปกรณ์การประกอบอาหาร แบบแยกประเภทการใช้งาน ที่ด้านล่างมีเซนเซอร์ เพียงแค่ขยับเท้า ลิ้นชักก็เปิดออกมาเพื่อความสะดวกในการใช้งาน

ที่เคาน์เตอร์ Island เป็นส่วนพื้นที่เตรียมอาหาร และเคาท์เตอร์บาร์

โครงการให้อ่างล้างจานแบบฝังในเคาท์เตอร์ ที่ก๊อกน้ำมาพร้อมระบบสัมผัส ที่ตัวก๊อก เพื่อเปิด-ปิดการใช้งาน โดยไม่ต้องหมุนเปิดวาล์วทุกครั้งที่ใช้งาน และยังให้ Food Waste Disposer เครื่องปั่นเศษอาหารที่ติดตั้งพร้อมใช้งาน ซึ่งไม่ต้องกังวลเรื่องเศษอาหารอุดตันในภายหลัง

ด้านล่าง island เป็นตู้สำหรับเก็บอุปกรณ์ทำครัวได้ ตลอดความยาว เรียกได้ว่าให้ของเกรดหรูแล้ว ยังมาพร้อมกับงานออกแบบที่ใช้งานได้คุ้มค่าในทุกพื้นที่อีกด้วย

ถัดจากครัว เป็นพื้นที่ติดริมหน้าต่าง เป็นพื้นที่ living area ที่แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ

ตรงข้ามครัวเป็นโต๊ะทานอาหารสำหรับ 6 ที่นั่งที่สามารถ take view สระว่ายน้ำ

อีกส่วนสามารถตั้งชุดโซฟาพร้อมโต๊ะกลาง สำหรับ 3-4 ที่นั่ง Take View สระ และสวนส่วนกลางไว้ติดริมหน้าต่าง

โครงการให้รางผ้าม่านที่ Build มาให้พร้อมซ่อนไฟ indirect Light

ที่แนวเสาเป็นที่ตั้งของชั้นวางทีวี

ที่ระเบียงกว้าง แยกพื้นที่ตั้งคอมฯแอร์ แบบมีฉากกั้นเป็นสัดส่วน ทำให้สามารถใช้งาน หรือเปิดเชื่อมพื้นที่ภายในและภายนอกได้ และสามารถเปิดสู่สระว่ายน้ำได้

 

ติดมุมทานอาหาร เป็นพื้นที่ปีกขวาของห้องเป็นห้องนอนเล็ก Bedroom 1 มีห้องน้ำในตัว ที่เป็น double access จากห้องครัว

 

ภายในห้องนอนแบ่งพื้นที่ด้านขวาติดทางเข้าเป็น พื้นที่สำหรับแต่งตัวทั้งสองฝั่งขนานทางเข้าห้องน้ำซึ่งเป็น custom made ทำให้ขนาดพอดีกับความกว้างและความสูงของผนัง เพื่อการใช้งานให้คุ้มค่าทุกพื้นที่

ภายในห้องน้ำแบ่งพื้นที่เป็นส่วนเปียกและส่วนแห้ง

โดยส่วนแห้งติดทางเข้าเป็น อ่างล้างหน้าฝังเคาท์เตอร์อ่างล้างหน้าที่วางลอยตัว

ด้านหลังกระจกสามารถเปิดเป็นพื้นที่เก็บอุปกรณ์การใช้งานต่างๆได้อย่างเป็นระเบียบ

ติดกันเป็นมุมตั้งโถสุขภัณฑ์ ไว้ติด Shower Glass

ที่ด้านซ้ายของทางเข้าห้องน้ำ เป็นพื้นที่ส่วนเปียก โครงการให้ Hand shower ติดผนัง ของ Villeroy & Boch

ส่วนห้องนอน ติดพื้นที่ริมหน้าต่างกระจกบานใหญ่ เป็นพื้นที่มุมพักผ่อน ตั้งเตียง Queen Size พร้อมโต๊ะหัวเตียงทั้งสองด้านได้

ที่ปลายเตียงเป็นชั้นวางทีวี

ที่บานหน้าต่างเป็นหน้าต่างบานเปิดซ้ายขวา สามารถเปิดรับลม และแสงธรรมชาติเข้าสู่ในพื้นที่ห้องได้

ส่วนที่ Master bedroom อยู่ที่ชั้น2

ที่ชั้น 2 มีประตูเข้าออกตามกฎหมายอาคาร

เป็นห้องนอนขนาดใหญ่เต็ม Floor ที่สามารถวางเตียงพร้อมโต๊ะหัวเตียง และจัดวางมุมนั่งพักผ่อนเพิ่มได้

และยังมีพื้นที่เหลือพอให้โซฟา ไว้เป็นมุมพักผ่อน เอนหลัง นั่งดูทีวีได้ที่บริเวณปลายเตียง

ด้านขวาเป็น walk-in closet และห้องน้ำขนาดใหญ่

Walk-in closet เป็นตู้ที่ออกแบบให้สามารถแยกเก็บของตามประเภทการใช้งาน เช่น กระเป๋า เครื่องประดับ นาฬิกา ฯลฯ

คั่นกลางพื้นที่ด้วยโต๊ะเครื่องแป้ง ลิ้นชักเก็บเครื่องประดับและของส่วนตัว

ที่ห้องน้ำเป็น sexy bath room ที่มาพร้อมม่านกั้นเพื่อความเป็นส่วนตัว

ภายในแบ่งเป็นพื้นที่ส่วนแห้งติดทางเข้า มาพร้อมอ่างอาบน้ำ แบบลอยตัวสีขาว เข้ากับชุดสุขภัณฑ์ทั้งหมด

อ่างล้างหน้าแบบ his & her พร้อมกระจกบานยาว

ด้านขวาเป็นกระจกกั้นสูงจรดเพดาน ระหว่างโถสุขภัณฑ์ และห้อง

อาบน้ำ

โครงการให้ Hand shower แบบติดผนัง และ Rain shower ติดเพดาน ของ Villeroy & Boch เช่นกัน4

ห้องโถสุขภัณฑ์เป็นแบบ Auto Washlet ของ Villeroy & Boch ตั้งไว้ที่ด้านซ้ายของทางเข้า พร้อมด้วย Emergency phone ไว้ติดต่อกับนิติบุคคล หรือเปิดประตูอัตโนมัติ เวลาที่ต้องการความช่วยเหลือ

ห้องนี้สามารถอยู่ได้เหมือนบ้าน สำหรับครอบครัวได้เลยเพราะมีพื้นที่ใช้งานส่วนต่างๆ แยกชัดเจน และมีขนาดใหญ่

 

The Reserve Sukhumvit 61 ต้นแบบ Luxury Condo ที่พร้อมเปลี่ยน Perception ในอดีตของแบรนด์พฤกษา

 

นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในช่วงเดือนมค. 2018 จวบจนถึงวันนี้ก็เป็นระยะเวลา 3 ปีพอดี หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมคอนโดสูงเพียงแค่ 7 ชั้น 2 อาคาร มีจำนวนยูนิตเพียงแค่ 182 ยูนิตแห่งนี้ ถึงได้ใช้เวลาในการสร้างนานมาก นานจนผิดวิสัยของพฤกษาฯที่ตึกสูงบางโครงการสร้างไม่ถึง 2 ปีด้วยซ้ำไป! คำตอบของเรื่องดังกล่าว เชื่อว่าคุณผู้อ่านเองก็คงได้เห็นแล้วจากรายละเอียดของการรีวิวด้านบน ซึ่งดีเทลของโครงการทั้งหมดนั้นน่าจะสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามที่จะเป็น Perfectionist ในการที่จะส่งมอบโครงการนี้โดยที่ไม่ยึดติดกับ Speed ในการสร้างโครงการดั่งเช่นที่ผ่านมา

 

การพัฒนาคอนโดในกลุ่มเซกเมนท์ Luxury ขึ้นไป มักเน้นการพัฒนาโครงการด้วย 5 องค์ประกอบสำคัญ คือ ทำเล รูปแบบโครงการและการเลือกสรรรวัสดุ ความประณีตในการสร้างสรรค์ แบรนด์ และบริการสุดพิเศษสำหรับไลฟ์สไตล์เหนือระดับที่แตกต่างกันของลูกบ้าน ซึ่งในบรรดาองค์ประกอบทั้ง 5 ข้อนี้ ข้อ 2 และข้อ 3 คือสิ่งที่ค่อนข้างง่ายในการลอกเลียนแบบ เนื่องจากเป็นสิ่งที่สามารถเนรมิตรขึ้นมาได้ตราบเท่าที่มีงบประมาณในการพัฒนา แตกต่างจากทำเล และแบรนด์ ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่าโครงการไหนคู่ควรกับราคาขายที่สุดแพง ตอบโจทย์กำลังซื้ออันมหาศาลจากกลุ่มมหาเศรษฐีทั่วโลกได้…โครงการ The Reserve Sukhumvit 61 นั้น มีแต้มต่อที่ชัดเจนมากที่สุดในเรื่องของทำเล ที่ไม่ว่าจะในปัจจุบันหรืออนาคตก็ไม่สามารถหาโครงการที่อยู่กึ่งกลาง เข้าออกได้สองทาง ทั้งทางฝั่งสุขุมวิท 61 และเอกมัย ได้อีกแล้ว (ยกเว้นโครงการ The Reserve 61 Hideaway ที่อยู่ข้างๆกันไว้ 1 โครงการ)

 

ซอยสุขุมวิท 61 เป็นซอยที่ตัดขาดความวุ่นวายของเส้นสุขุมวิท ไว้ด้วยบรรยากาศซอยแห่งการพักอาศัย รายล้อมด้วยบ้านพักส่วนตัวขนาดใหญ่ มีคอนโด low rise และ Serviced Apartment แบรนด์ดังค่าเช่าแพงในซอยเพียงกี่แห่งที่เป็นเพื่อนบ้าน ขับรถออกปากซอยก็เลือกที่จะเลี้ยวซ้ายหรือขวาได้เลย ทำให้ซอยสุขุมวิท 61 กลายเป็นซอยที่พักอาศัยที่สมบูรณ์แบบ ในขณะที่ซอยเอกมัย 1 ก็ยังอยู่ในรัศมีเอกมัยตอนใต้ที่มีครบทุกองค์ประกอบของความเป็นย่าน Central Millennials District โดยข้อจำกัดที่หลายๆคนรู้ดีเกี่ยวกับซอยเอกมัยก็คือปริมาณรถที่หนาแน่นแทบจะทุกช่วงเวลา จนทำให้ผู้ที่อยู่คอนโดในย่านนี้หลายๆคนน่าจะรู้สึกอิจฉาผู้ที่เป็นเจ้าของ The Reserve Sukhumvit 61 เพราะสามารถเข้าออกได้แบบสบายๆโล่งๆทางซอยสุขุมวิท 61 ซึ่งก็คงจะพูดได้อย่างเต็มภาคภูมิว่านี่คือคอนโด Low Rise ระดับ Luxury ที่มีที่ตั้งที่ดีเยี่ยมที่สุดสำหรับกลุ่มผู้ซื้อกระเป๋าหนักที่ใช้รถยนต์เป็นพาหนะหลักในการเดินทาง (ที่จอดรถ 100%) แต่หากใครอยากเดินทางด้วยรถไฟฟ้า สภาพของซอยสุขุมวิท 61 ที่มีความร่มรื่นพร้อมฟุตบาทขนาดใหญ่ ก็ดูจะเอื้อให้การเดินเท้าไปยังสถานีรถไฟฟ้าเอกมัยสะดวกมากจริงๆ (สามารถเดินเข้าไปใช้ Skywalk ของ Major Cineplex ได้เช่นเดียวกัน)

นอกจากความสมบูรณ์แบบของโครงการที่อัดแน่นด้วยเฟอร์ฯทั้ง Built-in และลอยตัวแบรนด์เนมชั้นนำ นำเข้าจากต่างประเทศ อย่าง CHANINTR LIVING เช่นเดียวกับความใส่ใจในรายละเอียดของการใช้งานในทุกพื้นที่ของห้อง ที่จะช่วยมอบความสบายขั้นสุดให้ผู้เป็นเจ้าของ พร้อมการออกแบบ Landscape โดย TROP ที่ช่วยให้บรรยากาศของโครงการดูน่าอยู่หรูหรามากกว่าโครงการคอนโด Low Rise ทั่วไปในย่านนี้แล้ว โครงการ The Reserve Sukhumvit 61 ยังถูกพัฒนาภายใต้คอนเซปท์ Pruksa 4.0 ที่เน้นนำเสนอนวัตกรรม 4 ด้าน ได้แก่ Smart Product พัฒนาสินค้าแบบ HVA-High Value Added, Smart Marketing โดยเน้นการใช้ดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง, Smart Service โฮมเซอร์วิสแอปพลิเคชัน และ Smart Construction ทำงานผ่านอี-คอนสตรัคชันสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าในเรื่องการก่อสร้าง และบริการหลังการขายให้ได้มากที่สุด

และหากดูจากราคาก็ต้องบอกตามตรงว่านี่คือโครงการที่มีราคาสูงที่สุดในถนนสุขุมวิท 61 และช่วงเอกมัยใต้ (ไม่นับ The Reserve 61 Hideaway) สวนทางกับ Perception ของคนส่วนใหญ่ที่อาจจะมองว่าคอนโดที่ทำสถิติแพงที่สุดของย่านนั้นๆ จำเป็นต้องเป็นคอนโด High Rise ที่มี Exposure อันโดดเด่น ซึ่งส่วนตัวแล้วผมคิดว่าคนที่ซื้อคอนโดในระดับนี้ก็มักจะเลือกซื้อด้วยเหตุผลทางด้านอารมณ์ ควบคู่ไปกับบรรยากาศโดยรวมของโครงการมากกว่า ไม่ได้ต้องการที่จะเปรียบเทียบกับโครงการอื่นที่อยู่ใกล้เคียงมากเท่าไหร่ และอย่าลืมครับว่านี่คือแบรนด์ The Reserve ที่เป็นที่สุดของพฤกษาในขณะนี้ และหากมีเจ้าอื่นๆเลือกที่จะเอาแบรนด์ตัว Top มาลง ด้วยราคาที่ดินแบบปัจจุบันก็คงจะมีราคาที่ไม่หนีห่างกันสักเท่าไหร่นัก…อย่าลืมนะครับว่าในโลกของตลาด Luxury ไม่มีคำว่า Comparative ไม่จำเป็นต้องเปรียบเทียบกับใคร แต่จะมีเพียงแค่คำว่า Superlative ของที่ให้ต้องดีที่สุด เหนือกว่ามาตรฐานทั่วไปอย่างชัดเจน

ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ทำให้ผมเชื่อว่า The Reserve Sukhumvit 61 นั้น เป็นอีกหนึ่งโครงการหรูของจริง ในแบบ Authentic Luxury หาใช่โครงการหรูเทียม หรือ Affordable Luxury ที่ถูกพัฒนา Product ขึ้นมาเพื่อจับกลุ่ม Masstige (Mass + Prestige) อันเป็นฐานลูกค้ากว้างในยุคนี้ครับ ตอนนี้โครงการเหลือขายเพียงแค่ไม่กี่ห้องแล้ว โดยมีโปรโมชั่นล่าสุดคือ OPEN HOUSE 1 Bedroom เริ่ม 8.9 ลบ.* อยู่ฟรี 2 ปี และ ฟรี ทุกค่าใช้จ่ายวันโอนฯ* ( 1 ก.พ. – 31 มี.ค. 2564)  พร้อมรับ Fully Furnished by CHANINTR LIVING

 

หากใครที่มองหาความหรูหราอันเป็นเอกลักษณ์ เช่นเดียวกับประสบการณ์การพักผ่อนท่ามกลางสวนสวยใจกลางเมืองก็ขอเชิญไปสัมผัสบรรยากาศจริงได้ที่โครงการตั้งแต่วันนี้ครับ

 

ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ ส่วนลดเพิ่ม 100,000 บาท* https://bit.ly/3qPrN7b



เกริก บุณยโยธิน

ผู้ก่อตั้งเวปไซต์แบ่งปันความรู้ด้านการตลาด และการสร้างแบรนด์ในวงการอสังหาฯ พร็อพฮอลิค ดอทคอม..หลังจากที่ใช้เวลามากกว่า 10 ปี ในการวนเวียน เข้าๆออกๆ ในสายงานด้านการตลาด และวางแผนกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ ของบริษัทอสังหาฯ และเอเยนซีโฆษณาชั้นนำหลายแห่ง (โดยที่ไม่รู้ว่าทำไมต้องจับสลากเจอลูกค้าสายอสังหาฯทุกที)...จนถูกครอบงำโดยจิตใต้สำนึก ให้ถีบตัวเองออกจากกรอบการทำงานแบบเดิมๆ เพื่อออกมาจุดประกายความคิดที่ถูกต้อง และนำเสนอมุมมองใหม่ๆ ให้กับกลุ่มคนที่สนใจในธุรกิจอสังหาฯ

เว็บไซต์


PropScore™ 4.2

SCORE:
0.0
From : 0 รีวิว


ยังไม่มีการให้คะแนนและ Comment โครงการนี้


สิงห์ เอสเตทเดินหน้าปั้นธุรกิจใหม่ หวังกลยุทธ์ 4 ประสานจะช่วยเติมเต็มธุรกิจปัจจุบันให้แกร่งทั่วแผ่น ตั้งเป้าโต 3 เท่าภายใน 3 ปี

บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) (S) หนึ่งในบริษัทผู้พัฒนาและลงทุนอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทย คือบริษัทที่มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด ด้วยฐานะการเงินอันแข็งแกร่ง และมูลค่าสินทรัพย์มากกว่า 65,000 ล้... อ่านต่อ

1 March, 2021



Monthly Roundup ม.ค. 64

บริษัท เอซ เอสเตท กรุ๊ป จำกัด เดินหน้าสานต่อความสำเร็จ ร่วมทุน “กลุ่มบริษัททาคูนิ” เปิด... อ่านต่อ

26 February, 2021

BuGaan Yothinpattana แบรนด์ Exclusive Residences ล่าสุดใน Sansiri Luxury Collection ที่ออกแบบโดยคิดมาจาก Luxury Lifestyle ของลูกค้าอย่างแท้จริง

"นี่คือบ้านที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์หรูหรา ทันสมัยของกลุ่มลูกบ้านที่เราไปศึกษา Insight มา คว... อ่านต่อ

26 February, 2021

7 เคล็ดลับจ้างงานตัดต้นไม้ สั่งงานยังไงให้รู้เท่าทัน

เนื่องจากคนรับจ้างตัดตกแต่งต้นไม้ที่เรียกว่า Aborist หรือรุกขกร (อ่านว่า รุก-ขะ-กอน) หล... อ่านต่อ

22 February, 2021

“Location” isn’t everywhere! Understand the definition of “Prime Location” from the eyes of expat.

ผมรู้สึกว่าคนไทยส่วนใหญ่ไม่ได้มีความเข้าใจที่ถูกต้องนัก ในเรื่องของ “ทำเล” เมื่อซื้อโคร... อ่านต่อ

22 February, 2021