Supalai Loft Sathorn-Ratchaphruek

  

ศุภาลัย ลอฟท์ สาทร – ราชพฤกษ์


Supalai Loft Sathorn-Ratchaphruek จึงถือว่าเป็นคอนโดสูงบนถนนราชพฤกษ์ บนทำเล Interchange BTS x MRT สถานีบางหว้า ที่สะดวกในการเลือกใช้เส้นทางและการเดินทาง โดยเฉพาะคนที่ทำงานในย่านสีลม สาทร จะยิ่งสะดวก ไม่ว่าจะใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือรถไฟฟ้า เพราะออกจากโครงการ ก็มุ่งหน้าตรงเข้าทำงานได้เลย เพียง 6 สถานีเท่านั้น

เกริก บุณยโยธิน เมื่อ 26 June, 2020 เวลา 11.00 am

Prop score™: 4.1

คะแนนรีวิว: 0.0

0 รีวิว



    ข้อมูลโครงการ

ชื่อโครงการ

Supalai Loft Sathorn-Ratchaphruek

บริษัทผู้สร้าง

บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน)

สถานที่

ถนนราชพฤกษ์

สถานีรถไฟ BTS

BTS บางหว้า Distance 450 m.

สถานีรถไฟใต้ดิน

Airport Rail Link

-

สถานี BRT

-

พื้นที่

3-1-75.1

ชั้น

33 ชั้น

ยูนิต

565 ยูนิต (ห้องพักอาศัย 563 ยูนิต และร้านค้า 2 ยูนิต)

ที่จอดรถ

คิดเป็น 51% หรือ ประมาณ 289 คัน

ลิฟท์

ลิฟต์โดยสารแบบล็อกชั้น 3 ตัว, ลิฟต์บริการ 1 ตัว

สิ่งอำนวยความสดวก

Lobby, Community Area, Lift Lobby / Mail box, Smart Locker, Water Feature, Pocket Courtyard, Playspace / Park Living / Green walk way, Delivery Drop Off, สระว่ายน้ำ Infinity Edge, Jacuzzi, Fitness, Sauna, Game Room, Greenery / Natural Green , Roof Garden, Relaxing Area, Relaxing Terrace, Sky Lounge, Panoramic Corner


    ประเภทยูนิต

ประเภท

CONDO/คอนโด High Rise

studio

-

1 bedroom

29.00-35.00 ตร.ม., 1 Bed Plus : 44.5 ตร.ม.

2 bedroom

52.00-65.00 ตร.ม.

3 bedroom

100.5-103.5 ตร.ม.

Duplex

-

Penthouse

-

ประเภทอื่นๆ

-

ความสูงจากพื้นถึงเพดาน

2.7 เมตร

ราคาเริ่มต้น / ตรม.

57,xxx บาท/ตร.ม.

ราคาเริ่มต้น / ยูนิต

1.69 ล้านบาท

ค่าส่วนกลาง

39 บาท/ตร.ม./เดือน

Sinking Fund fee

390 บาท/ตร.ม.

สร้างเสร็จ

คาดว่าแล้วเสร็จ ต้นปี 2567

เว็บไซต์

https://www.supalai.com/reg/loft_sathornratchaphruk

1720


เพื่อนบ้าน Street View


รีวิว ศุภาลัย ลอฟท์ สาทร – ราชพฤกษ์: วิวดี ยูนิตน้อย ห้องใหญ่ ราคาดีที่สุด เดินง่ายใกล้ Skywalk ถึงรถไฟฟ้าบางหว้า Interchange

 

ถ้าพูดถึงจุด Interchange ของสถานีรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯในปัจจุบันซึ่งมีหลายแห่งกระจายตัวไปตามเส้นทางรถไฟฟ้าแต่ละสายที่มาบรรจบกัน แต่ละจุดตัดก็ล้วนมีศักยภาพ ความสำคัญ และจุดเด่นเฉพาะที่แตกต่างกันไป อาทิ อโศก เป็น Interchange ของย่าน CBD ใจกลางเมือง หรือ สยาม ก็เป็น Interchange ของย่านศูนย์กลางการช้อปปิ้ง แต่หากพูดถึงสถานี Interchange สำคัญเฉพาะฝั่งธนฯ ก็ต้องเป็นสถานี Interchange ที่มีบทบาทสำคัญในเรื่องของการเป็นย่านที่อยู่อาศัยดั้งเดิม เป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางเข้าตัวเมืองเพื่อไปทำงานของผู้คนในย่านชานเมืองฝั่งธนช่วงตลิ่งชัน – ราชพฤกษ์ อย่างสถานีบางหว้า Interchange เนื่องจากเป็นส่วนต่อขยายของรถไฟฟ้าสายสีเขียวหรือสายสีลม ตั้งแต่ช่วงกรุงธนบุรี – บางหว้า ตัดกับรถไฟฟ้ามหานครสายสีน้ำเงิน ช่วงหัวลำโพง-บางแค ซึ่งทั้งสองสายนี้ล้วนแต่มุ่งตรงสู่ย่านสำคัญกลางใจเมือง รวมทั้งศูนย์กลางธุรกิจต่าง ๆ เช่น สีลม สาทร พระราม 4 อโศก พระราม 9 รวมทั้งเป็นทำเลที่ยังสามารถหาคอนโดที่ราคาไม่แพงมาก เดินทางสะดวกไม่ว่าจะเป็นเส้นทาง BTS หรือ MRT รวมทั้งเป็นจุดที่กรุงเทพมหานครต้องการให้เป็น Transportation Hub ที่เชื่อมต่อการเดินทางแบบสาธารณะทุกรูปแบบ รถ ราง เรือ เพื่อรองรับการเดินทางและการท่องเที่ยวอีกด้วย โดยบริเวณรอบสถานีบางหว้า จะแบ่งย่านที่อยู่อาศัยแนวคอนโดออกเป็นทำเลริมถนนเพชรเกษม และทำเลที่อยู่ริมถนนราชพฤกษ์ ซึ่งมีจุดเด่นและบริบทของทำเลที่แตกต่างกันไป คอนโดที่อยู่ในฝั่งเพชรเกษมมักจะชูจุดเด่นในเรื่องของความใกล้ห้าง ติดถนนใหญ่ และเหมาะกับผู้ที่ต้องใช้ชีวิตในย่านฝั่งธนฯ ในขณะที่คอนโดที่อยู่ฝั่งราชพฤกษ์ดูจะเหมาะกับคนที่ต้องการความเป็นส่วนตัว วิวสวย และทำงานในย่านสาทร เนื่องจากเดินทางสู่สาทรได้สะดวกกว่าทั้งทางรถยนต์ และรถไฟฟ้า

แต่ถ้าหากคุณเป็นคนที่ใช้รถไฟฟ้าเป็นหลักในการเดินทาง และมองหาโครงการที่อยู่อาศัยที่สามารถเดินเท้าเข้าไปที่โครงการได้โดยสะดวก คงต้องเป็นทำเลฝั่งถนนราชพฤกษ์ที่ได้เปรียบมากกว่า เนื่องจากตัวสถานีบางหว้ามี Skywalk ที่เชื่อมตรงจากสถานีมาลงที่ฝั่งถนนราชพฤกษ์ ต่อไปยังบริเวณท่าเรือโดยสาร จึงถือว่าเป็นการเดินทางที่สะดวกต่อผู้อยู่อาศัยฝั่งดังกล่าว โดยเฉพาะเป็นประโยชน์ต่อกลุ่มผู้คนที่อยู่คอนโดในบริเวณถนนราชพฤกษ์ เชื่อมต่อกับถนนเทอดไท ซึ่งทำเลนี้หากจะหาคอนโดสูงในฝั่งนี้ก็มีเพียงแค่ Aspire สาทร – ราชพฤกษ์ และ Supalai ลอฟท์ สาทร – ราชพฤกษ์ ที่ตั้งอยู่กันคนละฝั่ง แต่หากพูดถึง Supalai ก็จะมีความได้เปรียบในเรื่องการเข้าออกที่สามารถเข้าออกได้ 2 ทางทั้้งจากถนนเทอดไท ที่ทะลุมาจากถนนเพชรเกษม ทางซอยเพชรเกษม 23 และฝั่งถนนราชพฤกษ์ ที่มุ่งหน้าไปยัง BTS วุฒากาศ ทำเลของ Supalai จึงเป็นจุดกึ่งกลางระหว่าง 2 สถานี BTS ทั้งบางหว้า และวุฒากาศ ทำให้สามารถเลือกการเดินทางที่ตัวเองสะดวกได้ หากต้องใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีเขียวเพื่อไปยังสาทรก็เลือกไปสถานีวุฒากาศ แต่หากต้องการใช้รถไฟฟ้า MRT เพื่อไปย่านพระรามสี่ อโศก ก็เลือกไปขึ้นที่สถานีบางหว้าได้ เช่นกัน

บริเวณ Skywalk จุดทางลงที่ท่าเรือ เพื่อเดินต่อเข้ามายังโครงการ จะสังเกตุว่ามีการอัพเกรดพื้นที่บริเวณนี้ให้มีความเป็นศิลปะ ดูสะอาดเรียบร้อย ปลอดภัยน่าเดินมากยิ่งขึ้น สำหรับการพัฒนาพื้นที่แห่งนี้ ศุภาลัย ได้ร่วมมือกับทางสำนักเขตภาษีเจริญ และกรมทางหลวงชนบท สร้างสรรค์ภูมิทัศน์บริเวณ Skywalk สถานีรถไฟฟ้าบางหว้า Interchange ที่เชื่อมต่อกับโครงการ ศุภาลัย ลอฟท์ สาทร-ราชพฤกษ์ ที่ห่างจากสถานีรถไฟฟ้า เพียง 450 เมตร ด้วยการปรับปรุงทางเดินเท้าตั้งแต่ทางลงสถานีรถไฟฟ้า ด้วยหลังคาใหญ่ตลอดทางเพื่อสร้างความร่มรื่น และสร้างพื้นที่สีเขียวด้วยการปลูกต้นไม้ตลอดทางเดิน พร้อมไฟส่องสว่าง อีกทั้งยังสร้างสีสันด้วยจิตรกรรมบนกำแพง หรือ Graffiti ช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีแก่สังคมและชุมชนบริเวณโดยรอบ โดยการดำเนินการปรับปรุงพื้นที่นั้น จะช่วยให้ทางเดินสุดสร้างสรรค์แห่งนี้ มีความสะอาดและเป็นระเบียบเรียบร้อย สร้างคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมที่ดีให้กับประชาชน ทั้งยังสามารถเป็นจุดเช็คอินแห่งใหม่ เพื่อดึงดูดประชาชนให้มาเยี่ยมชมจิตรกรรมบนกำแพงได้อีกด้วย

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA

 

Supalai Loft Sathorn-Ratchaphruek จึงถือว่าเป็นคอนโดสูงบนถนนราชพฤกษ์ บนทำเล Interchange BTS x MRT สถานีบางหว้า ที่สะดวกในการเลือกใช้เส้นทางและการเดินทาง โดยเฉพาะคนที่ทำงานในย่านสีลม สาทร จะยิ่งสะดวก ไม่ว่าจะใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือรถไฟฟ้า เพราะออกจากโครงการ ก็มุ่งหน้าตรงเข้าทำงานได้เลย เพียง 6 สถานีเท่านั้น ส่วนในเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวกต่อการอยู่อาศัย ถ้าพูดถึงพื้นที่ฝั่งธนฯ เรียกว่ามีครบทั้งโรงพยาบาล สถานศึกษา ตลาด ห้างสรรพสินค้า และแหล่ง Lifestyle mall ต่างๆ ที่มีอยู่แล้ว อย่างครบครัน และรองรับการใช้งานของผู้อยู่อาศัยในย่านอย่างแท้จริง อาทิ The Mall ท่าพระ Homepro The Circle ราชพฤกษ์ ตลาดพลู ฟู้ดวิลล่า โรงพยาบาลพญาไท 3 ม.สยาม โรงเรียนศึกษานารี เป็นต้น ยิ่งถ้ารถไฟฟ้าสายสีทองเสร็จ ก็ไปเปลี่ยนสถานี และไปเดินเล่นพักผ่อนในวันหยุดที่ ICONSIAM ได้โดยง่าย

โดย Supalai Loft Sathorn-Ratchaphruek ออกแบบมาเพื่อเป็นอาคารชุดพักอาศัย สูง 33 ชั้น (ไม่รวมดาดฟ้า) บนพื้นที่ 3-1-75.1 ไร่ กับจำนวนยูนิตเพียง 565 ยูนิต (ห้องพักอาศัย 563 ยูนิต และร้านค้า 2 ยูนิต) กับราคาเริ่มต้นที่ 1.69 ล้านบาท ที่ถูกกว่าโครงการอื่นๆ เยอะมาก

และที่สำคัญการออกแบบโครงการฯ ทั้งส่วนกลางและภายในห้องพักอาศัย พร้อมรับการใช้ชีวิตแบบ New Normal

ประกอบด้วย

 

Touchless : Face Scan และประตูอัตโนมัติ เมื่อเข้าสู่โซนพักอาศัย โดยไม่ต้องสัมผัสคีย์การ์ด หรือสแกนนิ้ว และสามารถเข้าสู่อาคารได้หลากหลายจุด เพื่อลดความแออัดของการเข้าออกอาคารเพียงจุดเดียว แต่ยังคำนึงถึงระบบความปลอดภัยและความสะดวกที่ครบครัน ทั้ง ระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง ระบบกล้อง CCTV ระบบป้องกันอัคคีภัย Smoke & Heat Detector และ Fire Alarm เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. และ Smart Locker

 

Delivery Drop Off (จุดพักรับ-ส่งบริการ Delivery แยกเป็นสัดส่วนจากโซนพักอาศัย) ส่วนที่จอดรถมีประมาณ 51% ของจำนวนยูนิต

 

วางผังอาคารเน้นการถ่ายเทอากาศจากธรรมชาติ และเน้นการประหยัดพลังงาน อาคารจึงถูกออกแบบและให้ความสำคัญในเรื่องต่างๆ อาทิ การวางผังโครงการเพื่อลดความร้อนจากแสงแดด(ยามบ่าย) เข้ามาภายในอาคาร โดยวางอาคารเป็นรูปตัว L เพื่อให้ตัวอาคารเป็นตัวบังแสงแดดให้แก่กัน อีกทั้งยังช่วยให้เกิดร่มเงาบนพื้นที่ส่วนกลางอย่าง Pocket Courtyard ตรงกลางอาคาร ทำให้เกิดการพักผ่อนที่ร่มจากเงาอาคาร และยังเกิดการไหลเวียนอากาศที่ดี และช่วยให้อุณภูมิภายในของอาคารต่ำลงอีกด้วย

สวนส่วนกลางแบบแยกส่วน เพิ่มพื้นที่กระจายตัวโดยรอบโครงการ เพื่อลดความแออัดในการใช้งานเพียงพื้นที่เดียว และเพิ่มความเป็นส่วนตัวในการใช้งานมากขึ้น โดยแยกเป็น 3 ชั้นหลักๆ และแต่ละชั้นก็มีพื้นที่ย่อยๆ แยกการใช้งาน ได้แก่

 

ชั้น 1 เป็น Lobby, Community Area (เป็นลักษณะแบบห้องประชุม เชื่อมโยงกับLobby), Lift Lobby / mail box, Smart Locker, Water Feature (พื้นที่ต้อนรับด้านหน้า บริเวณ Drop off), Pocket Courtyard, Playspace / Park Living / Green walk way, Delivery Drop Off (จุดพักรับ-ส่งบริการ Delivery แยกเป็นสัดส่วนจากโซนพักอาศัย)

ชั้น 6 เป็น สระว่ายน้ำ Infinity Edge 2 ด้าน (สระน้ำระบบเกลือ) แยกสระผู้ใหญ่ และสระเด็ก มี Jacuzzi, Fitness, Sauna, Game Room, Greenery / Natural Green

 

ชั้น 33 เป็น Roof Garden, Relaxing Area, Relaxing Terrace, Sky Lounge ห้องอเนกประสงค์ ที่สามารถรองรับ Work Form Home พร้อมระบบ Fiber Optic ให้ทำทุกกิจกรรมบนโลกออนไลน์ได้ในแบบไม่มีสะดุด

ส่วนภายในยูนิตได้ออกแบบห้องพักอาศัยเป็นห้องกว้าง เพดานสูง 2.7 เมตร มีจำนวนยูนิตน้อย ทำให้มีความเป็นส่วนตัว และภายในห้องลดเสียงและลดความร้อนจากภายนอก ด้วยหน้าต่างกรอบบาน UPVC ที่ใช้กระจกเขียวตัดแสงและวัสดุเพื่อลดความร้อนจากภายนอกเข้าสู่ตัวอาคาร การวางผังห้องพักเน้นเปิดหน้าห้องให้กว้าง เพื่อสามารถรับลมและแสงแดดจากธรรมชาติได้ดีขึ้น จึงมี ประตู หน้าต่างบานใหญ่ เปิดรับแสง และระบายอากาศได้ดี อีกทั้งยังใช้วัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อผู้พักอาศัยและสิ่งแวดล้อม

 

และภายในห้องมีการแบ่งสัดส่วน เพื่อตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย

โดย Supalai Loft Sathorn-Ratchaphruek มีประเภทห้องให้เลือกถึง 4 ประเภท คือ         

1 Bedroom 29.0-35.0 ตร.ม.

1 Bedroom PLUS 44.5 ตร.ม.

2 Bedrooms 52.0-65.0 ตร.ม.

3 Bedrooms 100.5-103.5 ตร.ม.

 

ซึ่งยูนิตพักอาศัยเริ่มตั้งแต่ชั้น 6 แต่ที่ชั้น 6 จะไม่มีห้องหันไปทางฝั่งทิศตะวันตก เพราะเป็นส่วนของ Facilities หลัก โดยห้องทิศเหนือจะได้วิวของส่วน Facilities เป็นแนวยาว

ส่วนที่ชั้น 7-32 เป็นห้องพักทั้งหมด การวาง layout ถูกออกแบบให้ตรงกลางเป็นโถงลิฟท์โดยสารจำนวน 3 ตัว แยกลิฟท์ service ห้องไฟ ห้องขยะ ส่วนพื้นที่พักอาศัยแบ่งเป็น 4 ด้านทางปีกทิศเหนือและทิศใต้ และปีกทิศตะวันออก – ตะวันตก โดยห้อง 2 ห้องนอนส่วนใหญ่จะเป็นห้องมุมสุดทางเดินทั้งสองด้าน และที่เหลือจะเป็นห้อง 1 bedroom ซึ่งเป็น type ที่มีจำนวนเยอะสุดของโครงการ

ส่วนที่ชั้น 33 พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นส่วนกลาง แต่มีห้อง PRESIDENTIAL หรือห้อง 3 Bedroom size ใหญ่สุดของโครงการ ที่มีเพียง 2 ห้องตั้งอยู่ที่ชั้นนี้ นับว่าเป็นรูปแบบห้องขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาทุกคอนโดที่ตั้งอยู่บนถนนราชพฤกษ์

ในส่วนของ unit plan 1 Bedroom จะมีให้เลือก 2 ขนาดห้อง คือ 29 Sq.m. และ 35 Sq.m.

1 Bedroom 29 Sq.m. ห้อง size เล็กสุด แต่ตั้งอยู่ฝั่งทิศเหนือ หรือด้านหน้าโครงการ ทำให้สามารถ take view ของพื้นที่ส่วนกลางที่ชั้น 6 ได้ โดยมีชั้นละ 2 unit ที่ชั้น 6-32

ส่วนห้อง 1 Bedroom ที่มีจำนวนเยอะที่สุดคือ 35 Sq.m.

หลักๆ ทุกห้องจะเน้นพื้นที่ living room และครัว แยกห้องนอนและห้องน้ำ แต่แต่ละ type ต่างกันตรงที่ตำแหน่งห้อง และตำแหน่งตู้เสื้อผ้า

 

อย่าง 1 Bedroom 1B1 35 Sq.m. และ 1 Bedroom 1C1-1C2 35 Sq.m. จะเป็นที่ตั้งตู้เสื้อผ้าในห้องนอน แบบห้อง 1 Bedroom ทั่วไป และโดยห้อง 1C1 และ 1C2 เป็นพื้นที่ครัวปิดเหมาะกับคนที่ชอบทำอาหารหนัก ส่วนห้องแบบ 1B1 จะเป็นครัวเปิดบริเวณทางเข้าห้องเหมาะกับคนที่ต้องการส่วนของ Living ที่กว้างกว่า เนื่องจากสามารถเปิดเชื่อมพื้นที่กับส่วนห้องนอนได้ และบริเวณริมหน้าต่างห้องนอนยังมีพื้นที่เหลือพอให้จัดวางเป็นพื้นที่พักผ่อนแบบ Bay Window ได้

แต่ 1 Bedroom 1D1-1D2 35 Sq.m. และ 1 Bedroom 1E1 35 Sq.m จะได้ walk-in closet ที่เชื่อมต่อจากห้องนอน เป็นห้องแต่งตัวติดริมระเบียง แยกเป็นส่วนตัวชัดเจน ได้ครัวเปิดเชื่อมต่อกับส่วน Living โดยห้องนี้จะคล้ายๆกับเป็นห้อง Plus ขนาดย่อม จัดวางเป็นโต๊ะทำงานใส่ลงไปได้เช่นกัน ซึ่งทางศุภาลัยเรียกว่า Favorite Corner เป็นนิยามของพื้นที่แบบ Plus ที่เพิ่มเข้ามา ทั้งในห้องขนาด 35 ตรม. และ 45 ตรม. ที่ผู้อยู่อาศัยสามารถปรับเป็นฟังก์ชั่นอะไรก็ได้

ส่วนห้อง 2 Bedroom ขนาด 52 Sq.m. 2 Bedroom 54.50 Sq.m. และ 2 Bedroom 56 Sq.m. เป็นห้อง 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ แยกใช้ร่วมกันที่โถง living area  ตัวห้องตั้งอยู่สุดทางเดิน ห้องมุมทั้งสองฝั่ง และอีก 2 ห้องที่ติดโถงลิฟท์

ส่วน 2 Bedroom 65 Sq.m. เป็น 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ มีชั้นละ 1 unit ที่ชั้น 7-32

ส่วนอีก Type ที่เป็นห้อง High Light คือเป็นห้องแนว Plus คือ 1 Bedroom Plus 44.50 Sq.m.  ซึ่งเป็น 1 Bedroom Plus ไซส์ใหญ่ หากเทียบกับ Aspire และเป็นห้อง plus ที่เพิ่มขึ้นมาบริเวณห้องนั่งเล่น ที่สามารถเปิดเชื่อมถึงกัน แยก Function การใช้งานได้อย่างเป็นสัดส่วน

ในส่วนของห้องตัวอย่าง จะพาไปชม 2 ห้อง คือ 1 Bedroom 35 Sq.m. (1D1) และห้อง High Light อย่าง 1 Bedroom Plus 44.50 Sq.m. แต่ต้องบอกก่อนว่า Supalai Loft Sathorn-Ratchaphruek ขายแบบห้องเปล่า ให้เพียงแค่ห้องน้ำแบบห้องตัวอย่าง และเคาท์เตอร์ครัวที่วางงานระบบไว้ให้ทั้งระบบไฟฟ้าและระบบดูดควัน

 

ส่วนการตกแต่ง แน่นอน ขึ้นชื่อว่า Supalai Loft ก็ต้องเป็นแนว Loft ตั้งแต่ตัว Sale office ที่เป็นกล่อง เหล็ก กระจก ไม้

ภายในก็เน้นวัสดุที่ให้สีปูน มี texture เหมือนปูนเปลือย ผสานงานเหล็ก

รวมทั้งบรรยากาศแนวร้านกาแฟ ที่เอาใจคอกาแฟ มาตกแต่งให้ชม ทั้งพื้นที่ต้อนรับและภายในห้องตัวอย่าง

เริ่มกันที่ ห้อง 1 Bedroom 35 Sq.m. (1D1)

เป็นห้องหน้ากว้าง 5 เมตร แบ่งพื้นที่ใช้งานเป็นโซนด้านหน้าติดทางเข้าและด้านหลังเป็นพื้นที่ติดอากาศตรงหน้าต่าง

โซนด้านหน้าติดทางเข้า เป็นพื้นที่ living area เชื่อมไปรับกับพื้นที่ครัวที่ด้านขวา

โดยพื้นที่ living area สามารถวางชุดโซฟาตัวยาวติดแนวผนัง พร้อมโต๊ะกลางตัวเล็กไว้ที่มุมโซฟาด้านในด้านหนึ่งได้

ระยะความสูงของห้องอยู่ที่ 2.7 เมตร ซึ่งถือว่าค่อนข้างสูงกว่าแบรนด์ศุภาลัยตัวอื่นๆ

ส่วนผนังฝั่งตรงกันข้ามสามารถวางชั้นวางทีวีตัวไม่กว้างมาก หรือติดทีวีเข้าผนัง ก็จะทำให้มีระยะในการนั่งดูทีวีกว้างขึ้น

ปลายสุดโซฟา สามารถตั้งโต๊ะทานอาหารสำหรับ 2 ที่นั่งได้

ส่วนด้านขวาเป็นพื้นที่ครัวและทางเข้าห้องน้ำ

โดยครัวโครงการให้เป็นครัวเปิด จริงๆ ใครชอบครัวปิด อาจทำฉากกระจกกั้น สำหรับใช้งานเฉพาะเมื่อทำอาหาร เพื่อป้องกันกลิ่นภายในห้องก็ยังได้ เพราะตำแหน่งครัวโครงการออกแบบแยกเป็นโซน มีสัดส่วนที่ชัดเจน

ส่วนของครัว โครงการ built-in เคาท์เตอร์ครัวให้ไว้ที่ด้านซ้าย เต็มแนวพื้นส่วนครัว

แยกการใช้งานเป็นเคาท์เตอร์ ที่มีอ่างล้างจาน และตำแหน่งติดตั้งเตาไฟฟ้าไว้ให้ ด้านล่างเป็นลิ้นชักเก็บอุปกรณ์ทำครัว

ด้านบนเป็นตู้และชั้นวางไมโครเวฟ พร้อมช่องวางเครื่องดูดควันและงานระบบ

ผนังด้านหลัง ติดทางเข้าห้องน้ำ สามารถวางตู้เย็นและเครื่องซักผ้า หรือสามารถ built-in เพิ่ม หากใครต้องการความเป็นสัดส่วนและความเรียบร้อยในการใช้งาน

 

ติดกันเป็นห้องน้ำสำเร็จรูป ที่ยกพื้นสูงจากตัวห้อง แต่ไม่ต้องกลัวเรื่องน้ำรั่วใดใด เพราะการที่ยกพื้นสูง ได้วางงานระบบท่อและการระบายน้ำไว้ด้านล่างเรียบร้อยแล้ว

ภายในห้องน้ำ แบ่งพื้นที่เป็น 2 ส่วนคือ ส่วนแห้งติดทางเข้า และส่วนเปียกที่ด้านซ้าย กั้นด้วย shower glass บานเลื่อน 

ภายในห้องน้ำ แบ่งพื้นที่เป็น 2 ส่วนคือ ส่วนแห้งติดทางเข้า และส่วนเปียกที่ด้านซ้าย กั้นด้วย shower glass บานเลื่อน

ภายในพื้นที่เปียก ติดตั้ง rain shower และ hand shower แบบติดผนัง พร้อมเครื่องทำน้ำอุ่น ชุดสีดำ ของ HAFELE

พร้อมช่องวางอุปกรณ์อาบน้ำแบบฝังในผนัง

บริเวณในสุดของห้องแบ่งพื้นที่เป็น 2 ส่วนคือ ห้องนอนและ walk-in closet ติดทางออกระเบียง

 

ห้องนอนเป็นพื้นที่ที่เชื่อมยาวต่อมาจากตัวห้องนั่งเล่น มีบานกระจก 3 ตอนกั้นการใช้งาน หรือเปิดโล่ง เมื่อต้องการพื้นที่กว้างๆ หรือเปิดรับแสงจากภายนอกให้เข้าสู่ภายในห้องได้

ภายในห้องสามารถวางเตียง Queen Size พร้อมโต๊ะหัวเตียงได้ทั้งสองด้าน แต่หากจะเพิ่มเป็น King size ขนาดพื้นที่ก็เพียงพอ แต่อาจต้องใช้โต๊ะหัวเตียงตัวเล็กลง

ส่วนผนังปลายเตียงโครงการฯวางงานระบบไว้สำหรับติดตั้งทีวีแบบติดผนังได้

ที่ผนังกระจกของห้องนอน เป็นหน้าต่างบานเปิดถึง 3 บาน เรียกว่าตรงตาม concept การออกแบบของโครงการ ที่ใช้บานเปิดใหญ่ เพื่อการระบายอากาศและลดความร้อนภายในตัวอาคาร

ติดกันเป็นทางเข้า walk-in closet ที่มาพร้อมกระจกบานเลื่อน สามารถกั้นห้อง แยกสัดส่วนได้ชัดเจน

ห้องนี้น่าจะเหมาะกับสาวๆ หรือคนที่เสื้อผ้า ของใช้เยอะ เพียงพอแน่นอน ถ้าเทียบกับการมีตู้เสื้อผ้าเพียงตู้เดียวมาตั้ง หรือถ้าใครจะแบ่งการใช้งานพื้นที่เป็นตู้เสื้อผ้าส่วนหนึ่ง หรือพื้นที่ใช้งานอื่นๆ อีกส่วนหนึ่ง พื้นที่นี้ก็เพียงพอในการใช้งาน

แถมยังเป็นพื้นที่ติดริมระเบียง ที่สามารถเปิดรับลง ปลูกต้นไม้ หรือใช้เป็นมุมจิบกาแฟ ชมวิวโดยรอบก็ยังได้

แถมยังเป็นพื้นที่ติดริมระเบียง ที่สามารถเปิดรับลง ปลูกต้นไม้ หรือใช้เป็นมุมจิบกาแฟ ชมวิวโดยรอบก็ยังได้

แถมยังเป็นพื้นที่ติดริมระเบียง ที่สามารถเปิดรับลง ปลูกต้นไม้ หรือใช้เป็นมุมจิบกาแฟ ชมวิวโดยรอบก็ยังได้

ถือว่าเป็น 1 Bedroom ที่ Function ครบครัน แยกพื้นที่การใช้งานเป็นสัดส่วนอย่างชัดเจน แต่ก็สามารถปรับเปลี่ยนให้เข้ากับ lifestyle หรือการใช้งานเฉพาะตัวของแต่ละคนได้ ห้องนี้ด้วยขนาด น่าจะเหมาะกับผู้อาศัย 1-2 คน ที่เน้นพื้นที่ living และพื้นที่แต่งตัวใหญ่

 

อีกห้องตัวอย่าง คือ 1 Bedroom Plus 44.50 Sq.m. เป็นห้อง Hi-light ของโครงการ เพราะมี space ห้องกึ่งอเนกประสงค์เพิ่มขึ้นมา น่าจะเหมาะกับคนที่มีกิจกรรมหรืองานอดิเรกเฉพาะตัว ที่อยากแยกการใช้งานจากส่วนอื่นๆ ของห้อง

ห้องนี้ unit plan เป็นห้องทรงลึก แยกการใช้งานหลักๆ เป็นปีกซ้ายและขวา อย่างชัดเจน คือปีกขวา ติดทางเข้า เป็นส่วนของ ครัว living area และห้อง plus ที่เพิ่มขึ้นมา ส่วนปีกซ้ายเป็นส่วนของห้องนอนและห้องน้ำในห้องนอน

พื้นที่ส่วนแรก เป็นครัว ที่โครงการ built-in เคาท์เตอร์ครัวให้ไว้ที่ด้านขวา เต็มแนวพื้นส่วนครัว แยกการใช้งานเป็นเคาท์เตอร์ ที่มีอ่างล้างจาน และตำแหน่งติดตั้งเตาไฟฟ้าไว้ให้ ด้านล่างเป็นลิ้นชักเก็บอุปกรณ์ทำครัวต่างๆ

ด้านบนเป็นตู้และชั้นวางไมโครเวฟ พร้อมช่องวางเครื่องดูดควันและงานระบบ

ด้านซ้ายเป็นที่วางตู้เย็น เครื่องซักผ้า หรือสามารถ built-in เป็นมุมชงกาแฟ วางอุปกรณ์กาแฟต่างๆ สำหรับคอกาแฟ และนักสะสมได้

ถัดจากครัวเป็นพื้นที่ living area ที่เรียกว่าอยู่ใจกลาง unit สามารถเข้าห้องนอนได้จากพื้นที่ส่วนนี้

 

พื้นที่ living สามารถจัดวางโต๊ะทานอาหารติดครัว หรือทำเป็นเคาท์เตอร์บาร์ แบบร้านกาแฟ ก็ดูประหยัดพื้นที่และใช้งานได้จริง

ถัดไป พื้นที่กว้างพอให้วางชุดโซฟาสำหรับ 2-3 ที่นั่ง พร้อมโต๊ะกลาง และชั้นวางทีวีที่ผนังฝั่งตรงข้ามได้

ปลายสุดเป็น high light ของห้อง คือ ห้อง plus หรือห้องอเนกประสงค์ ที่สามารถปรับเปลี่ยนเป็นห้องใช้งานอื่นๆ สำหรับความชื่นชอบส่วนตัวได้ ไม่ว่าจะเป็นห้องทำงาน ห้องดนตรี ห้องดูหนัง ห้องปลูกต้นไม้ หรือแม้แต่สำรองไว้สำหรับสมาชิกคนพิเศษของครอบครัวก็ยังได้

รวมทั้งยังสามารถเปิดเชื่อมการใช้งานกับส่วน living area ให้เป็นพื้นที่เดียวกัน ติดริมหน้าต่างได้เช่นกัน ที่สำคัญห้องนี้มีแอร์มาให้ แยกเฉพาะ เป็นตัวที่ 3 ของ unit ทำให้สามารถใช้งานได้หลากหลายตามความต้องการที่แท้จริง

ห้องนี้แอบมีกระจกเข้ามุมเปิดหาระเบียงห้องนอน เพิ่มมุมมองที่เปิดกว้างจากภายในห้อง

อีกส่วนของ unit ด้านซ้ายเป็นห้องนอน ห้องน้ำในตัว พร้อมระเบียงในห้องนอน

ห้องน้ำถูกวางไว้ที่ด้านซ้ายของทางเข้าห้อง เป็นห้องน้ำสำเร็จรูป ที่ยกพื้นสูงจากตัวห้อง

ภายในห้องน้ำ แบ่งพื้นที่เป็น 2 ส่วนคือ ส่วนแห้งติดทางเข้า และส่วนเปียกที่ด้านขวา กั้นด้วย shower glass บานเลื่อน

พื้นที่ส่วนแห้ง โครงการให้อ่างล้างหน้าแบบลอยตัวของ COTTO พร้อมกระจก ติดกันเป็นโถสุขภัณฑ์ ของ COTTO

ภายในพื้นที่เปียก ติดตั้ง rain shower และ hand shower แบบติดผนัง พร้อมเครื่องทำน้ำอุ่น ชุดสีดำ ของ HAFELE

พร้อมช่องวางอุปกรณ์อาบน้ำแบบฝังในผนัง

ด้านหน้าติดทางเข้าห้องน้ำเป็นพื้นที่สำหรับแต่งตัว จะวางตู้เสื้อผ้า หรือทำ walk-in closet ก็มีพื้นที่มากพอให้ใช้งานเป็นสัดส่วน

ตรงกลางห้องเป็นส่วนของที่วางเตียงนอน กว้างพอให้วางเตียง queen size หรือ เพิ่มขนาดไปถึง King size เลยก็ได้ และยังมีที่เหลือโดยรอบเตียง ให้วางโต๊ะหัวเตียงได้

ที่ผนังปลายเตียง วางงานระบบ สามารถติดตั้งทีวีได้ที่ผนังด้านนี้

ปลายสุดของห้องเป็นประตูกระจกบานเลื่อนออกระเบียง

ที่ระเบียงห้องนี้เป็นระเบียงกว้าง แต่มีมุมวางคอมฯแอร์ ที่ด้านซ้ายของระเบียง แต่ก็ยังเหลือพื้นที่มากพอให้ใช้งาน วางเก้าอี้ชมวิว หรือทำสวนเล็กริมระเบียง เป็นต้น

ห้องนี้จึงเป็นห้องที่น่าสนใจ และเหมาะกับคนที่มี lifestyle ชื่อชอบกิจกรรมเฉพาะตัว ที่อยากมีพื้นที่พิเศษสำหรับใช้งาน หรือมีห้องสำรองไว้สำหรับสมาชิกคนพิเศษ ห้องนี้สามารถอยู่ได้ 2 คน หรือ 3 คนสำหรับสมาชิกตัวน้อย

 

Supalai Loft Sathorn-Ratchaphruek น่าซื้ออยู่เองมากแค่ไหน

 

“สิ่งเดียวที่โครงการนี้ล้าสมัยมาคือราคา! เราไม่ได้เห็นราคาแบบนี้มาเกือบ 10 ปีแล้วนับตั้งแต่ที่รถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีลมเริ่มเปิดใช้งานใหม่ๆ…” คุณไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) พูดถึงโครงการคอนโดใหม่ล่าสุดที่เปิดตัวอย่างไม่เกรงใจสภาพตลาดในช่วงนี้อย่าง “Supalai Loft Sathorn-Ratchaphruek” คอนโด New Function เพื่อตอบรับสู่ยุค New Normal ใกล้รถไฟฟ้าสถานีบางหว้า Interchange

 

Supalai Loft Sathorn-Ratchaphruek ถือว่าเป็นโครงการที่ราคาถูกกว่าโครงการใกล้เคียงอื่นๆ และนี่คือคอนโดที่มีเพดานและหน้าต่างที่สูงมากที่สุดในบรรดาทุกโครงการของ Supalai Loft (เพดานสูง 2.7 เมตร หน้าต่างสูง 2.5 เมตรเป็นบานกระทุ้งเปิดได้ทุกบาน) อีกทั้งยังมีราคาที่ถูกกว่าราคาเฉลี่ยของคอนโดสูงบนถนนราชพฤกษ์ช่วงบางหว้า – วุฒากาศ กว่าครึ่งนึง! (เริ่มตรม.ละ 57,xxx เฉลี่ย 6x,xxx) แถมยังมีห้องพิเศษให้เลือกจับจองเป็นเจ้าของ อย่างห้อง 1 Bedroom plus รวมทั้งมี 2 bedroom เป็น choice ให้เลือกสำหรับคนที่มีครอบครัว หรือต้องการห้องใหญ่ แต่อยากอยู่ในพื้นที่ย่านพักอาศัย หรือมีกลุ่มคนที่มีบ้านเดี่ยวอยู่ในย่านนี้ ติดถิ่น ติดทำเล อยากมีพื้นที่สำรองสำหรับครอบครัวขยาย เพราะเดิมพื้นที่ดังกล่าวเป็นทำเลแนวราบทำให้อาจจะหาพื้นที่บ้านเดี่ยวที่ปลอดภัย ใกล้เมือง ได้ยากขึ้นเรื่อยๆ รวมทั้ง Supalai Loft Sathorn-Ratchaphruek ยังมีขนาดห้องที่หลากหลายให้เลือก บนราคารวมที่ไม่แพงมาก ใกล้การเดินทางด้วยรถไฟฟ้าอย่างสถานี Interchange บางหว้าเพียง 450 เมตร รวมทั้งเป็นโครงการที่นอกจากจะคำนึงถึงการใช้งานแบบประหยัดพลังงานภายในอาคารแล้ว ยังเป็นการออกแบบที่รองรับ New Normal Living หลายๆอย่าง รวมถึงการให้ความสำคัญในเรื่องของการถ่ายเทอากาศ บนทุกบริเวณของพื้นที่ส่วนกลางที่กระจายอย่างหลากหลาย และเปิดรับลมตามทิศทางลมและการออกแบบ รวมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกที่อย่างประตูอัตโนมัติ ที่ลดการสัมผัสของผู้ใช้งาน

หากจะถามคนในย่านฝั่งธนฯว่ามีดีเวลลอปเปอร์ชั้นนำรายไหนที่เอาจริง เอาจังกับการรุกตลาดคอนโดสูงในย่านฝั่งธนฯมากที่สุด เชื่อแน่นอนว่าหลายๆคนน่าจะตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า “ศุภาลัย” ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อครับว่าในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ศุภาลัยมีการเปิดตัวโครงการคอนโดใหม่ๆอย่างต่อเนื่องบนทำเลฝั่งธนฯ ทั้งตลาดพลู เจริญนคร วุฒากาศ ท่าพระ ประชาธิปก พระราม 8 รวมไปถึงสามแยกไฟฉาย ซึ่งจากผลลัพธ์ดังกล่าวก็ต้องบอกว่าแบรนด์ศุภาลัยนั้นค่อนข้างที่จะเป็นที่คุ้นหู คุ้นตาของคนจำนวนมากในย่านฝั่งธนฯไม่แพ้โครงการอื่นใดเลย ในขณะที่ดีเวลลอปเปอร์รายอื่นๆล้วนแต่กลัวๆกล้าๆที่จะเปิดโครงการในย่านนี้ เพราะไม่มั่นใจถึง Insight ลูกค้าว่าต้องการอะไรในการใช้ชีวิตบนคอนโดบ้าง ประกอบกับพฤติกรรมการซื้อคอนโดของชาวฝั่งธนฯที่มักจะรอซื้อตอนตึกเสร็จเพื่ออยู่เองมากกว่า การซื้อเก็งกำไร จึงทำให้หลายๆดีเวลลอปเปอร์ที่มีฐานลูกค้านักลงทุนอยู่เยอะ กลับประสบปัญหาในการขายโครงการในย่านนี้ จนต้องม้วนเสื้อกลับไปในย่านที่ตัวเองถนัดก็มีไม่น้อย…แล้วทำไมเรื่องดังกล่าวจึงไม่เกิดขึ้นกับศุภาลัยเลย คำตอบก็คือการพัฒนาโครงการที่จับกลุ่มคนซื้ออยู่เองที่มองหา Space ที่มากกว่า และความใกล้ถิ่นฐานเดิมเป็นหลัก เข้าใจความต้องการอันเป็นเอกลักษณ์ของกลุ่มลูกค้า

 

กล่าวคือลูกค้าส่วนใหญ่ของคอนโดในย่านฝั่งธนฯนั้นล้วนแต่เป็นคนที่คุ้นเคยกับทำเลนั้นๆอยู่แล้ว มันเป็นไปไม่ได้ที่จะโหมกระแสโปรโมตให้คนที่มีคอนโดอยู่แล้วใจกลางกรุงย่านทองหล่อ เอกมัย อโศก มาซื้อคอนโดที่วุฒากาศ เพราะคนเหล่านั้นก็คงไม่อินกับทำเล ไม่รู้ว่าจะซื้อไปทำไม จะซื้อเพื่อลงทุนปล่อยเช่าก็คงจะมองภาพผู้เช่าไม่ออกว่าจะเป็นแนวไหน ในขณะที่พฤติกรรมในการซื้อคอนโดของคนในย่านฝั่งธนฯนั้นก็ล้วนแต่เป็นกลุ่ม Real Demand ที่ Switching มาจากการอยู่อาศัยบนแนวราบอย่างอาคารพาณิชย์ และบ้านเดี่ยวชานเมืองซะเป็นส่วนใหญ่ กล่าวคือภาพของลูกค้าในใจของศุภาลัยนั้น ถูกตีโจทย์ให้เป็นพ่อแม่ซื้อไว้เพื่อเก็บไว้เป็นสมบัติให้ลูกหลาน เพื่อให้ได้อยู่ใกล้บ้านกัน ไว้เป็นที่จอดรถ ไว้ใช้พื้นที่ส่วนกลาง จะเดินทางไปทำงานก็ยังสะดวกด้วยรถไฟฟ้า หรือไม่ก็ลูกหลานซื้อให้พ่อแม่ยามแก่ชรา จะได้ไม่ลงเดินขึ้นลงบันไดให้ลำบาก ซึ่งก็แน่นอนว่ากลุ่มลูกค้าที่ซื้อนั้นเค้ามีบ้านหลักเป็นของตัวเองอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นที่จะต้องซื้อคอนโดที่มีราคาแพงกว่าบ้านหลักของตัวเอง ดังนั้นการเลือกพัฒนาโครงการที่อาจจะไม่จำเป็นต้องอยู่ติดบันไดสถานีรถไฟฟ้า แต่ยังอยู่ในระยะที่เดินไหว ทำห้องให้ใหญ่กว่าโครงการใกล้เคียง ก็จะสามารถทำราคาที่ถูกกว่าได้มาก…นอกจากนี้ที่นี่ยังพลิกขนบเดิมในการพัฒนาโครงการของศุภาลัยที่เน้นพัฒนาบนที่ดินแปลงใหญ่ ยูนิตเยอะๆ ด้วยการใส่ยูนิตลงไปแค่ 565 ยูนิต (ห้องพักอาศัย 563 ยูนิต และร้านค้า 2 ยูนิต) เท่านั้น ถือว่าเป็นสัดส่วนที่ค่อนข้างน้อยหากเทียบกับขนาดที่ดิน 3 ไร่กว่า เทียบง่ายๆเลยคอนโดที่อยู่ตรงข้ามกันบนพื้นที่ 4 ไร่กว่าแต่กลับมีจำนวนยูนิตถึง 1,049 ยูนิต ต่างกันเกือบเท่าตัว! เช่นเดียวกับการทำห้องเพดานสูง 2.7 เมตร (มีห้องเพดานสูง 3 เมตรบนชั้น 33 จำนวน 2 ห้อง) โดยที่เฟรมหน้าต่างก็มีความสูงตามมาด้วยที่ 2.5 เมตร ดีกว่าทุกโครงการภายใต้แบรนด์ Loft ทั้งหมดของศุภาลัยด้วยซ้ำ

ถ้าไปถามลูกค้าของคอนโดแห่งอื่นๆในย่านบางหว้า – วุฒากาศว่า คอนโด 2 ห้องนอนขนาดประมาณสัก 50 ตารางเมตร ต้องใช้เงินเท่าไหร่จึงจะซื้อได้ คำตอบก็คือราวๆ 4 ล้านปลายๆ – 5 ล้านบาท แต่ Supalai Loft Sathorn-Ratchaphruek คือโครงการเดียวในย่านบางหว้า – วุฒากาศ ที่ใช้เงินพียงแค่ไม่ถึง 4 ล้านก็สามารถเป็นเจ้าของห้องขนาด 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 65 ตรม.ได้สบายๆเลย ประหยัดไปกว่ากันเยอะเลยครับ ด้วยราคาต่อตรม.ที่อยู่ระหว่าง 5x,xxx – 6x,xxx บาทจึงทำให้ที่นี่ครองสถิติคอนโด High Rise ที่มีราคาถูกที่สุดในย่าน BTS บางหว้า – วุฒากาศ ในแบบไร้คู่แข่งเลยครับ…เอาจริงๆนะถ้าต้องใช้เงินมากกว่า 5 ล้านเพื่อซื้อคอนโดสองห้องนอนในย่านนี้ สู้เขยิบห่างไปอีกนิดเพื่อซื้อบ้านเดี่ยว หรือโครงการแนวราบอื่นๆไม่ดีกว่าเหรอครับ เผลอๆได้ราคาที่ถูกกว่านี้ด้วยซ้ำ เรื่องพวกนี้เป็นเรื่องที่ลูกค้าศุภาลัยย่อมรู้ดีอยู่แล้วครับ

 

Supalai Loft Sathorn-Ratchaphruek  คอนโดใหม่ที่ถูกออกแบบมาเพื่อพร้อมรับการใช้ชีวิตแบบ New Normal ราคาเริ่มต้นที่ 1.69 ลบ. เท่านั้น! ผู้สนใจสามารถเข้าชมโครงการได้แล้ววันนี้ที่ Sale Gallery ตามพิกัดนี้เลยครับ https://goo.gl/maps/NpMiGE4dPPzSqeH26

 

ข้อมูลเพิ่มเติม : https://bit.ly/2BTFTQB

สอบถามรายละเอียดโทร. 1720

 



เกริก บุณยโยธิน

เกริก บุณยโยธิน

ผู้ก่อตั้งเวปไซต์แบ่งปันความรู้ด้านการตลาด และการสร้างแบรนด์ในวงการอสังหาฯ พร็อพฮอลิค ดอทคอม..หลังจากที่ใช้เวลามากกว่า 10 ปี ในการวนเวียน เข้าๆออกๆ ในสายงานด้านการตลาด และวางแผนกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ ของบริษัทอสังหาฯ และเอเยนซีโฆษณาชั้นนำหลายแห่ง (โดยที่ไม่รู้ว่าทำไมต้องจับสลากเจอลูกค้าสายอสังหาฯทุกที)...จนถูกครอบงำโดยจิตใต้สำนึก ให้ถีบตัวเองออกจากกรอบการทำงานแบบเดิมๆ เพื่อออกมาจุดประกายความคิดที่ถูกต้อง และนำเสนอมุมมองใหม่ๆ ให้กับกลุ่มคนที่สนใจในธุรกิจอสังหาฯ

เว็บไซต์


PropScore™ 4.1

SCORE:
0.0
From : 0 รีวิว


ยังไม่มีการให้คะแนนและ Comment โครงการนี้


Monthly Roundup ส.ค. 63

บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ล่าสุดปรับโฉมดีไซน์ใหม่เพิ่มความโมเดิร์นยิ่งขึ้นกับ “บ้านเดี่ยว New Series” ให้ความเป็นส่วนตัวสูง เพียง 42 หลังเท่านั้น ประกอบด้วยแบบบ้าน GEO แบบบ้าน Aqua แล... อ่านต่อ

22 September, 2020



RAIMON LAND ภายใต้ทีมบริหารชุดใหม่ งัดกลยุทธ์สวนกระแส ONLINE เตรียมจัด EVENT สุดยิ่งใหญ่“Raimon Land Miracle 9 Miracle Deal

เดิมที การจัดงานโชว์โปรเจคต่างๆตามห้างเพื่อสร้างกระแสดึงความสนใจ เป็นสิ่งที่ DEVELOPER... อ่านต่อ

19 September, 2020

ON TOP มากกว่าจองที่สำนักงานขาย !!! ชี้เป้าห้องน่าซื้อสุดๆ จาก Ananda iStore

ซึ่งอนันดาเค้าคัดมาและให้ On Top เพิ่มให้จากโปรฯ ปกติอีก 2-5 หมื่นบาท  แถมเงินจองก็ถูกก... อ่านต่อ

4 September, 2020

Miles Ratchada-Ladprao คอนโดแบรนด์ใหม่จากเครือ Major ให้ชีวิตได้เริ่มต้นการเดินทางครั้งสำคัญ ใจกลางรัชดา-ลาดพร้าว

หากเปรียบชีวิตของเราเป็นเหมือนกับการเดินทาง (Journey) ต่างย่อมมีหมุดหมายแห่งความสุขและค... อ่านต่อ

3 September, 2020

Sneak Preview: Supalai Oriental Sukhumvit 39 กับโปรแรง ONE Price ตรม.ละ 99,000!!!

Supalai Oriental Sukhumvit 39 คืออัครสถานแห่งใหม่ ที่เปี่ยมด้วยมนต์เส่นห์ของอารยธรรมตะว... อ่านต่อ

2 September, 2020