Landmark at Kasetsart TSH Station

  

แลนด์มาร์ค แอท เกษตรศาสตร์ ทุ่งสองห้อง สเตชั่น


ทุ่งสองห้องเป็นทำเลรถไฟฟ้าเกิดใหม่ อาจจะยังไม่ค่อยคุ้นหูเท่าไหร่ในปัจจุบัน ความได้เปรียบในเชิงทำเลรอบสถานีทุ่งสองห้องของ Landmark at Kasetsart TSH Station ก็คือเป็นย่านที่มีศักยภาพสร้างตึกสูงได้

ต่อทอง ทองหล่อ เมื่อ 22 March, 2022 เวลา 10.55 am

Prop score™: 3.8

คะแนนรีวิว: 0.0

0 รีวิว



    ข้อมูลโครงการ

ชื่อโครงการ

Landmark at Kasetsart TSH Station

บริษัทผู้สร้าง

Siamese Asset Co.,Ltd.

สถานที่

ถนน วิภาวดีรังสิต

สถานีรถไฟ BTS

-

สถานีรถไฟใต้ดิน

-

Airport Rail Link

SRT ทุ่งสองห้อง Distance 0 m.,

สถานี BRT

-

พื้นที่

3-3-62 ไร่

ชั้น

19 ชั้น 3 อาคาร

ยูนิต

437 ยูนิต

ที่จอดรถ

166 คัน หรือคิดเป็น 38% (Automatic Parking 135 คัน)

ลิฟท์

2 ตัว

สิ่งอำนวยความสดวก

Elite Lobby, Panoramic Gym, Serene Pool & Jacuzzi


    ประเภทยูนิต

ประเภท

CONDO/คอนโด High Rise

studio

-

1 bedroom

Flexi 1 Bedroom ขนาดพื้นที่โฉนด 25 ตร.ม. พื้นที่ใช้สอยภายใน 38 ตร.ม., Grand 1 Bedroom ขนาดพื้นที่โฉนด 29.5 ตร.ม. พื้นที่ใช้สอยภายใน 44.5 ตร.ม.

2 bedroom

-

3 bedroom

-

Duplex

-

Penthouse

-

ประเภทอื่นๆ

-

ความสูงจากพื้นถึงเพดาน

4.15 เมตร (ห้องปกติ), 4.95 เมตร (ห้อง Co-Living)

ราคาเริ่มต้น / ตรม.

78,000 บาท/ตร.ม.

ราคาเริ่มต้น / ยูนิต

2.99 ล้านบาท

ค่าส่วนกลาง

n/a

Sinking Fund fee

n/a

สร้างเสร็จ

คาดว่าจะแล้วเสร็จ ปี 2567

เว็บไซต์

https://bit.ly/3sP6JS7

1306


เพื่อนบ้าน Street View


กรุงเทพตอนเหนือน่าสนใจมากขึ้น พารีวิวคอนโดใหม่ Landmark at Kasetsart TSH Station ห้อง 2 ชั้น 2 ห้องนอน ติดรถไฟฟ้า ใกล้ .เกษตร ราคาเริ่มต้น 2.99 ล้านบาท! คุ้มสุดในย่านวิภาวดี – เกษตรศาสตร์

 

เพราะอะไรย่านกรุงเทพตอนเหนือจึงน่าสนใจมากขึ้นทุกวัน

 

ทำเลที่น่าสนใจของฝั่งกรุงเทพตอนเหนือไม่ได้มีแต่ย่านห้าแยกลาดพร้าวที่เป็น CBD ของกรุงเทพตอนเหนือ แต่ยังมีทำเลที่รวมแหล่งงานและผู้คนมากมายรวมตัวกันอยู่ในบริเวณย่านเขตหลักสี่และย่านดอนเมืองซึ่งนับว่าเป็นจุดกึ่งกลางระหว่างสามจังหวัด (middle of the three cities) ได้แก่ กรุงเทพ นนทบุรี และปทุมธานี

 

หลักสี่และดอนเมืองเป็นย่านธุรกิจ การค้า และที่อยู่อาศัยแนวราบมายาวนาน ย่านนี้มีศักยภาพที่ดีอยู่แล้วเพราะใกล้แหล่งงานทั้งสนามบินดอนเมือง กลุ่มอาคารสำนักงานในโครงการ North Park ที่มีบริษัทชั้นนำหลายวงการทั้งอาหาร ประกันภัย พลังงาน เช่น CP Tower, Betagro Tower, Chubb Tower, EGCO และมีศูนย์ราชการขนาดใหญ่บนถนนแจ้งวัฒนะ นอกจากนี้ยังเป็นย่าน Campus ใกล้แหล่งการศึกษาอย่างมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (KU) โรงเรียนสาธิตเกษตรฯ , มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) หรือแม้แต่โรงเรียนนานาชาติชื่อดังอย่าง Harrow International School Bangkok ก็ตั้งอยู่ในย่านดอนเมืองด้วย เรียกได้ว่าย่านกรุงเทพฝั่งเหนือมีศักยภาพเดิมที่ดีอยู่แล้วและมีปัจจัยพื้นฐานใหม่ๆ ที่เข้ามาเติมเต็มการพัฒนาอีกเรื่อยๆ

 

ปัจจุบันย่านเขตหลักสี่-ดอนเมืองพัฒนาก้าวไกลไปอีกขั้นโดยการเติมเต็มความสะดวกให้มากขึ้นด้วยรถไฟฟ้าสายสีแดง SRT ที่แม้ปี 2022 ตอนนี้หลายๆ คนจะมองว่าเป็นรถไฟฟ้านอกสายตา แต่ศักยภาพในอนาคตบอกได้เลยว่าสายสีแดงนี้มองข้ามไม่ได้จริงๆ เพราะแท้จริงแล้วสายสีแดงจะเป็นรถไฟฟ้าสาย backbone ใหม่ที่จะสามารถวิ่งเข้าสู่ใจกลางเมืองเชื่อมต่อระหว่างสนามบินดอนเมืองและสนามบินสุวรรณภูมิได้ด้วยและเป็นรถไฟฟ้าที่เชื่อมต่อสายสีอื่นๆ ได้อีก เชื่อมสายสีน้ำเงินที่สถานีบางซื่อ เชื่อมสายสีชมพูที่สถานีหลักสี่ เชื่อมสายสีเขียวที่สถานีพญาไท เชื่อมสายสีเหลืองที่สถานีพัฒนาการ โดยภาพรวมจะเริ่มชัดเจนขึ้นหลังจากมีการเปลี่ยนแปลงการบริหารจัดการ ซึ่งต้องรอดูกันต่อไปในอนาคตครับ รอเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ต่อไปเฉกเช่นรถไฟฟ้าที่เปิดให้บริการมาก่อนหน้านี้ทั้งหมดที่จำเป็นต้องใช้เวลา 5 ปีขึ้นไปจนกว่าจะเห็นการพัฒนาที่ชัดเจนครับ แต่ถึงอย่างไรปัจจุบันก็มีการพัฒนาเสร็จและใช้งานได้จริงแล้วก็ถือว่ามองเห็นด้วยตาเปล่าไม่ต้องจินตนาการอีกต่อไป

จากข้อมูล EIA ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาพบว่าในเขตหลักสี่และเขตดอนเมืองมีโครงการที่ได้รับความเห็นชอบตามภาพกราฟด้านล่าง โดยมีโครงการที่ได้รับความเห็นชอบสูงที่สุดในช่วงปี 2016 และหลังจากนั้นก็มีโครงการใหม่ๆ มาตลอด ถือว่ามีการเติบโตและมีการลงทุนในย่านหลักสี่-ดอนเมืองอยู่อย่างต่อเนื่อง โดยโครงการล่าสุดที่ขอ EIA ผ่านในช่วงปี 2020-2021 นั้นเป็นอสังหาริมทรัพย์ประเภท โรงแรม อาคารสำนักงานหน่วยงานราชการ และคอนโดมิเนียม

ที่มา : ศูนย์ข้อมูลการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม

 

 

ส่วนในปี 2022 ในย่านเขตหลักสี่ มีโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่กำลังขอ EIA และกำลังเปิดตัวขายใหม่ก็คือโครงการคอนโดมิเนียม Landmark at Kasetsart TSH Station ซึ่งวันนี้ทางเว็บไซต์ Propholic.com จะพาไปเจาะลึกถึงโครงการว่ามีอะไรบ้าง ตามมาดูกันครับ

Landmark at Kasetsart TSH Station ติดสถานี เดินทางสะดวก

Landmark at Kasetsart TSH Station อยู่ติดถนนใหญ่เส้นหลัก ถนนวิภาวดีรังสิตตำแหน่งโลเคชั่น ดูแผนที่ Google Maps ที่นี่ https://goo.gl/maps/fUMgeC75WZVHXdJ26

ตึก C สูง 19 ชั้น เป็น freehold condominium อยู่ท้ายสุด , ตึก B อาคารจอดรถ ติดกับโครงการ Max Condominium 8 ชั้น , ตึก A อยู่ติดถนนวิภาวดี อยู่ระหว่างรอการพัฒนา ยังไม่เปิดขาย

Landmark at Kasetsart TSH Station อยู่ติดกับทางเดินขึ้นลงสถานีทุ่งสองห้อง (Thung Song Hong) ถือว่าสะดวกสบายสำหรับคนใช้รถไฟฟ้าและขนส่งสาธารณะ นอกจากนี้ยังมีป้ายรถเมล์อยู่หน้าโครงการด้วยครับ

อีกจุดที่ต้องทราบก็คือ Landmark at Kasetsart TSH Station ตั้งอยู่ในทำเลใกล้ 5 สถานี interchange และ ใกล้รถไฟฟ้าถึง 6 สาย ได้แก่ 1.สายสีแดง 2.สายสีชมพู 3.สายสีเขียว 4.สายสีน้ำเงิน 5.สายสีเหลือง และ 6.สายสีน้ำตาล (โครงการในอนาคต)

รอบสถานีทุ่งสองห้องมีเพียงโครงการ Landmark at Kasetsart TSH Station เท่านั้นที่เป็นคอนโดมิเนียมตึกสูงติดสถานี ส่วนคอนโดมิเนียมใหม่แบบ High-rise ในบริเวณใกล้เคียงที่ไกลออกไปก็มีตามในภาพด้านล่างครับ จากข้อมูลจะเห็นว่าราคาต่อตารางเมตรของ Landmark at Kasetsart TSH Station มีความน่าสนใจทีเดียว ถูกกว่าคอนโดมิเนียมสไตล์การออกแบบเดียวกันในย่านห้าแยกลาดพร้าวซึ่งเป็นกรุงเทพตอนเหนือเหมือนกัน

จุดตัดสินใจของคนที่ชอบ Landmark at Kasetsart TSH Station น่าจะเป็นคนที่อยากได้คอนโดมิเนียมทันสมัยออกแบบดูดีเหมือนกับคอนโดมิเนียมย่านห้าแยกลาดพร้าวระดับราคา 140,000-150,000 บาทต่อตารางเมตร แต่ยอม trade-off ออกไปอยู่ไกลหน่อยแต่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าที่ยังเพิ่งเริ่มตั้งไข่อยู่ เพื่อแลกกับสิ่งที่จะได้รับภายในห้องพักอาศัยหรือได้มูลค่าจากคุณสมบัติต่างๆ ที่จะได้เหนือกว่า โดยจ่ายในราคาเบากว่า 90%

 

ทำเลสถานีทุ่งสองห้อง ทำเลสร้างตึก High-rise ได้ เดินทางไปแหล่งงาน แหล่งช้อปสะดวก

ทุ่งสองห้องเป็นทำเลรถไฟฟ้าเกิดใหม่ อาจจะยังไม่ค่อยคุ้นหูเท่าไหร่ในปัจจุบัน ความได้เปรียบในเชิงทำเลรอบสถานีทุ่งสองห้องของ Landmark at Kasetsart TSH Station ก็คือเป็นย่านที่มีศักยภาพสร้างตึกสูงได้ ถ้าเลยไปจากนี้ก็จะสร้างตึกสูงหลายชั้นแบบ High-rise ไม่ได้แล้วเพราะอยู่ใกล้สนามบินดอนเมือง จะสร้างได้แค่ตึกแบบ Low-rise และ Mid-rise จากข้อมูลนี้ก็พอจะเดาได้ว่าอนาคตย่านรอบสถานีทุ่งสองห้องจะมีโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่ๆ ที่เป็น High-rise เพิ่มมาอีกได้

 

Landmark at Kasetsart TSH Station ตั้งอยู่ใกล้แหล่งทำงานหลากหลาย ติดบันไดสถานีรถไฟฟ้าที่สามารถเชื่อมต่อไปทั่วเมือง ใกล้สนามบินดอนเมือง และก็ยังใกล้แหล่งงานมากมายในย่านถนนวิภาวดีอีกด้วย เช่น กลุ่มอาคารสำนักงานใน North Park, อาคารใกล้วิภาวดีรังสิต เช่น ThaiPBS, สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์, อาคารชินวัตร 3, ธ.ก.ส. สำนักงานใหญ่, ตรีเพชรอีซูซุ สำนักงานใหญ่, ธ.ไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่,ปตท. สำนักงานใหญ่, สำนักงานใหญ่การบินไทย, เดลินิวส์, ไทยรัฐ และอื่นๆ

 

หากใครที่อยากซื้อ Landmark at Kasetsart TSH Station เพื่อลงทุนปล่อยเช่าก็ยังได้เปรียบในเรื่องของความใกล้สถาบันการศึกษามากมาย เช่น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต โรงเรียนหอวัง

 

ทำเลรอบสถานีทุ่งสองห้องใกล้กับแหล่งช้อปปิ้งสำคัญเช่น เซ็นทรัล ลาดพร้าว,เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน, โลตัส ลาดพร้าว, เดอะมอลล์ งามวงศ์วาน, Vi Plaza หรือถ้าหากป่วยไข้ก็ไปหาหมอได้ง่าย มีหลายโรงพยาบาลชั้นนำ เช่น โรงพยาบาลวิภาวดี, โรงพยาบาลเปาโล เกษตร, โรงพยาบาลจุฬาภรณ์, โรงพยาบาลนนทเวช, โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ

 

เรียกได้ว่าถ้าอยู่ที่ Landmark at Kasetsart TSH Station เดินทางสะดวกสบาย ใกล้กับสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันไม่แพ้การอยู่ทำเลใจกลางเมืองที่มีราคาที่ดินสูงๆ เดี๋ยวนี้วิธีการเดินทางหลากหลาย หรือแม้กระทั่งบริการขนส่งถึงที่บ้าน delivery ก็ทำให้ทดแทนการอยู่ใจกลางเมืองได้แล้ว

 

คนยุคนี้จึงมองหา space ที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยจริงๆ  สนใจคอนโดมิเนียม Prime area น้อยลง ยอมอยู่ไกลขึ้นเพื่อได้ห้องพักอาศัยที่กว้างกว่า ใช้งานได้จริงมากกว่าแทนการไปอุดอู้อยู่รวมตัวกันใจกลางเมือง ยุค Pre-covid คนส่วนใหญ่จะตัดสินใจเลือกทำเลสะดวกเต็ม 100% แม้ได้ห้องพักขนาด 50% ก็ยอมแต่คนยุค Post-Covid จะเลือกโดยขอทำเลสะดวกแค่ 70% ก็พอ แต่ขอได้ห้องพักขนาดแบบเต็ม 100% เพราะปัจจัยเรื่องการทำงานแบบ Hybrid ทำงานที่บ้านควบคู่กับทำงานที่ออฟฟิศ เพราะใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่ส่วนตัวมากกว่านั่นเอง

 

จุดเด่นที่มากกว่าใครของโครงการ Landmark at Kasetsart TSH Station

Landmark at Kasetsart TSH Station เป็นโครงการอสังหาริมทรัพย์แบบ mixed use ที่ผสมผสานระหว่างการเป็นคอนโดมิเนียมและ Branded residence โดยมีบริการระดับเดียวกับโรงแรม เพียบพร้อมด้วยร้านอาหาร ร้านค้า และสิ่งอำนวยความสะดวก มีศูนย์รวมพื้นที่กิจกรรมหลากหลายสำหรับทุกคน โดยแบ่งเป็น 3 อาคาร อาคาร A กำลังอยู่ระหว่างรอการพัฒนา, อาคาร B เป็นอาคารจอดรถและมีพื้นที่ส่วนกลางใช้ร่วมกัน และอาคาร C เป็นโครงการคอนโดมิเนียมแบบ freehold ที่กล่าวถึงในบทความนี้ครับ

ผู้พัฒนาโครงการ Landmark at Kasetsart TSH Station คือ Siamese Asset เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาอสังหาฯ Mixed-use อยู่แล้ว มีผลงานที่สร้างเสร็จแล้วหลายโครงการ เช่น Ramada Plaza Residence,   Wyndham Garden Residence (ชื่อเดิมคือ Siamese Exclusive 42) เป็นต้น แนวคิดของผู้บริหาร Siamese Asset จะมุ่งเน้นสร้างประโยชน์ให้กับทุกคนที่อยู่ในโครงการ ตอบโจทย์ทุกจุดประสงค์ไม่ว่าจะเป็นคนที่พักอาศัยประจำก็จะได้รับความสะดวกสบายเหมือนอยู่โรงแรมเพียงแค่จ่ายค่าบริการก็สามารถใช้บริการจากโซน Branded Residence ได้ด้วย นักลงทุนที่ลงทุนในโซน Branded Residence ก็ได้รับผลตอบแทนที่สูงกว่าการปล่อยเช่ารายปีแบบทั่วไป แนวคิดการสร้างสรรค์และบริหารจัดการแบบผสมผสานนี้เป็นเรื่องที่คุ้นเคยดีสำหรับในต่างประเทศโดยเฉพาะในเมืองใหญ่ๆ ที่มีมูลค่าอสังหาริมทรัพย์สูง นอกจากนี้ผู้บริหารของบริษัทพัฒนาโครงการนี้ยังมีแนวคิดแบบนวัตกร (Innovator) ที่ค่อนข้างยืดหยุ่น บางครั้งอาจปรับเปลี่ยนรายละเอียดโครงการให้ดีขึ้นกว่าเดิม โดยมีเป้าหมายใหญ่ที่จะบรรลุให้ได้คือสร้างความสุขและสร้างความสะดวกสบายให้กับทุกคน เพราะฉะนั้นลูกค้าผู้ซื้อโครงการอาจจะต้องทำความเข้าใจในวัฒนธรรมองค์กรของบริษัทผู้พัฒนาและมองเห็นประโยชน์ที่ทุกคนจะได้รับร่วมกันถึงจะไปด้วยกันได้

Landmark at Kasetsart TSH Station ออกแบบให้ห้องพักอาศัยเป็นแบบห้อง double volume เพดานสูงมากกว่าคอนโดมิเนียมปกติทั่วไป ทำให้มีพื้นที่ใช้สอยมากกว่า ให้ความรู้สึกโปร่งโล่งสบาย ได้จำนวนห้องมากกว่าเดิม มีพื้นที่ใช้สอยจริงมากกว่าพื้นที่ตามหน้าโฉนด คุณค่าที่ได้รับทั้งหมดนี้มาจากแนวคิดการออกแบบที่มุ่งเน้นประโยชน์ของผู้อยู่อาศัยเป็นหลัก ซึ่งรายละเอียดนวัตกรรมออกแบบของโครงการในเครือ Siamese Asset จะแตกต่างจากผู้พัฒนารายอื่นครับ ถือว่าเป็นจุดเด่นที่เลียนแบบยากและหาจากคอนโดมิเนียมเจ้าอื่นไม่ได้

ทุกห้องพักอาศัยมีฟังก์ชั่น 2 ห้องนอน สามารถปรับเปลี่ยนสเปซได้ตามไลฟ์สไตล์ ห้อง 2 ชั้นแบบ Double Volume เพดานสูง 4.15 เมตร ถือว่าสูงมากๆ ครับ ส่วนราคาขายเริ่มต้นดีที่สุดในย่าน เริ่ม 78,000 บาทต่อตารางเมตร เริ่มที่ 2.99 ล้านบาท สำหรับห้อง 2 ชั้น 2 ห้องนอน ราคานี้คุ้มและหาเทียบยาก

 

นอกจากนี้ยังมีรูปแบบห้องแบบ Co-living เพดานสูง 4.95 เมตร ที่มีฟังก์ชั่นใหม่แบบ Dual keys แยกประตูใครประตูมัน ซื้อหนึ่งเหมือนได้สองยูนิตซึ่งได้รับความนิยมมาก ตอบโจทย์นักลงทุนที่มองหาของแปลกที่โดดเด่นและคุ้มค่ากว่าใคร

 

Landmark at Kasetsart TSH Station ตั้งอยู่ทำเลติดบันไดสถานีรถไฟฟ้าสถานีทุ่งสองห้องซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของรถไฟฟ้าสายสีแดงที่วิ่งตรงถึงสถานีกลางบางซื่อ และมีศักยภาพเป็นสาย backbone ในอนาคต ตั้งอยู่ใกล้ ม.เกษตร เดินทางไปสนามบินดอนเมืองง่ายแค่ 5 นาที ใกล้ทางด่วนดอนเมืองโทลเวย์ เข้าเมืองสะดวกสบาย

สรุปจุดเด่น Landmark at Kasetsart TSH Station เป็นโครงการ NEW MIXED – USE แห่งแรก แห่งเดียว บนถนนวิภาวดีรังสิต กำลังจะเป็นแลนด์มาร์คใหม่ในวิภาวดี-เกษตร เพียบพร้อมด้วยที่พักอาศัย ร้านอาหาร ร้านค้า สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ และเป็นศูนย์รวบรวมพื้นที่กิจกรรมหลากหลายสำหรับคนทุกวัย  ทำเลดี ระยะทาง 0 ม. ถึง รถไฟฟ้าสายสีแดง ติดกับสถานีทุ่งสองห้องของรถไฟฟ้าสายสีแดงเชื่อมต่อวิภาวดี-จตุจักร และใกล้กับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เดินทางสะดวกเพียง 1 นาที ห้องพักอาศัยออกแบบให้มี DOUBLE VOLUME ใช้สอยได้เหนือกว่าด้วยห้องเพดานสูงถึง 4.15 เมตร ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ทุกการใช้ชีวิตอย่างลงตัว ทุกยูนิตเป็น 2 BEDROOMS ฟังก์ชั่น 2 ห้องนอนแบบ MULTI PURPOSE ROOM ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามไลฟ์สไตล์ไม่ว่าจะเป็นห้องนอน ห้องทำงาน Walk-in Closet ห้องออกกำลังกาย ห้อง Home Theater หรือมุมพักผ่อน ใช้ชีวิตได้เหนือระดับคอนโดมิเนียมทั่วไปด้วยบริการจาก BRANDED RESIDENCEแบบโรงแรมมาตรฐานสากลเพียงแค่จ่ายค่าบริการเพิ่ม เป็นเจ้าของได้ไม่ยากด้วยราคาแบบ VIP OFFER ราคาพิเศษเริ่มต้นเพียง 2.99 ล้านบาท

 

เจาะลึกโครงการ Landmark at Kasetsart TSH Station

โครงการ Landmark at Kasetsart TSH Station (แลนด์มาร์ค แอท เกษตรศาสตร์ ทุ่งสองห้อง สเตชั่น) พัฒนาโดย Siamese Asset หรือบริษัท ไซมิส แอสเสท จำกัด (มหาชน) ตั้งอยู่บนถนนวิภาวดีรังสิต เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย มีพื้นที่โครงการ 3-3-62 ไร่ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน Q4 2567 นับจากวันที่ได้รับใบอนุญาตก่อสร้าง ลักษณะโครงการมี 3 อาคาร อาคาร C (โซน freehold condominium) สูง 19 ชั้น จำนวนยูนิตรวม 437 ยูนิต (รวมทั้ง 3 อาคาร) มีที่จอดรถ 166 คัน แบ่งเป็นที่จอดอัตโนมัติ 135 คัน และที่จอดปกติ 31 คัน (คิดเป็น 37.9%) มีร้านค้า 9 ร้าน (รวมทั้ง 3 ตึก) ตึก C มีลิฟต์โดยสาร 2 ตัว ลิฟต์ขนของ 1 ตัว (ข้อมูลลิฟต์ตึกอื่นยังไม่ปรากฎ)

Facility เด่นในโครงการ Landmark at Kasetsart TSH Station

Elite Lobby โถงต้อนรับที่ชั้น 1 เพดานสูง มองเห็นสวนภายนอก ผ่อนคลายกับวิวธรรมชาติ

Panoramic Gym ห้องฟิตเนส ชั้น 19 มองเห็นวิวเมืองจากมุมสูง

Serene Pool & Jacuzzi สระว่ายน้ำ บนชั้น 19 มองเห็นวิวเมืองทิศตะวันออก

ปลดปล่อยกายผ่อนคลายไปกับสายน้ำท่ามกลางบรรยากาศท้องฟ้าเปิดกว้างสุดสายตา

อาคารจอดรถและสวนสีเขียว

Floor Plan โครงการ Landmark at Kasetsart TSH Station

Master Plan ทุกตึกรวมกัน เรียงตามภาพ A B C

ตึก C ชั้น 1 มีร้านค้า, Lobby , ห้องนิติบุคคลฯ , ห้องจดหมาย

ชั้น 2 เริ่มเป็นห้องพักอาศัย มีห้องแบบ Co-living สูง 4.95 เมตร และห้องแบบ Duplex ชั้นนี้มี 12 ยูนิตต่อชั้น ถือว่าน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับชั้นอื่น

ชั้น 3 มี 14 ยูนิตต่อชั้น มีห้องแบบ Co-living สูง 4.95 เมตรทั้งหมด

ชั้น 4-18 เป็นห้องพักอาศัยสูง 4.15 เมตรแบบ Flexi, Grand ทั้งชั้นมี 14 ยูนิตต่อชั้น

ชั้น 19 เป็นโซน facility มีสระว่ายน้ำ ห้องฟิตเนส ห้องน้ำ

Unit Plan ที่มีใน Landmark at Kasetsart TSH Station

โครงการนี้มีห้องหลายแบบ ได้แก่ Grand สูง 4.15 เมตร, Flexi สูง 4.15 เมตร, Duplex Grand สูง 4.95 เมตร, Duplex Flexi สูง 4.95 เมตร, Co-living สูง 4.95 เมตร

 

Grand จะมีพื้นที่ห้องนั่งเล่นชั้นล่างกว้างใหญ่กว่าแบบ Flexi นอกนั้นรายละเอียดไม่แตกต่างกันมาก

ส่วนแบบ Co-living จะเป็นห้องที่แยกประตูส่วนตัวออกจากกันแบบ Dual Keys (ไม่มีห้องตัวอย่างนะครับ กรุณาดูภาพห้อง Co-living ที่บทความนี้ คลิก และค้นหาคำว่า “ห้องสไตล์ Co-living”)

 

รูป unit plan แบบ Grand

ขอแอบบอกว่า ภาพ unit plan ดูแล้วเข้าใจค่อนข้างยาก เพราะมันจะมีสเปซพิเศษ ตรงส่วนที่เป็นสีเทาซึ่งตรงนี้จะเป็นพื้นที่ที่ไม่มีในโฉนด แนะนำให้มาดูห้องตัวอย่างจริงที่สำนักงานขายดีกว่าครับ (สำนักงานขายอยู่ตรงนี้ครับ  https://goo.gl/maps/4UgedXidS3vaYwdA9 )

 

รูป unit plan แบบ Flexi

ภาพตัวอย่างการตกแต่งห้องพักอาศัย

ห้องนอน

ห้องนั่งเล่น

ห้องอเนกประสงค์

จำลองห้อง 2 ชั้น

ภาพ Model โครงการ Landmark at Kasetsart TSH Station

ตึก C

Facade อาคารออกแบบสไตล์ Modern  มีการเล่นจังหวะให้ไม่ซ้ำกัน มีลูกเล่นดูเพลินตา สีตึกเลือกใช้สีโทนธรรมชาติเพื่อให้กลมกลืนกับสิ่งแวดล้อมรอบข้าง สวยงามคงทน

ฝั่งตะวันออก

ช่องรับแสง

บริเวณชั้น  1

ชั้น rooftop ชั้น 19 สระว่ายน้ำ

Show Unit ห้องตัวอย่างที่โครงการ Landmark at Kasetsart TSH Station

 

ห้องตัวอย่างอยู่ในสำนักงานขายที่โลเคชั่นเดียวกับสถานที่ก่อสร้างโครงการครับ คลิกนำทาง https://goo.gl/maps/4UgedXidS3vaYwdA9  มีห้องตัวอย่าง 2 type คือแบบ Grand และ Flexi สองแบบนี้คล้ายกัน Grand จะมีห้องนั่งเล่นใหญ่กว่า Flexi

 

สเปควัสดุ Landmark at Kasetsart TSH Station

สรุปออกมาได้เป็นแบบนี้ครับ

– พื้นห้องเป็นวัสดุ Synthetic floor ป้องกันความชื้น

– ผนังเป็น wallpaper สีพื้นมาตรฐาน

– ไม่มีเฟอร์นิเจอร์ลอยตัว

– โครงบันไดเหล็ก บันไดไม้ประสานทาสี

– ห้องใต้ห้องนอน ไม่มีประตู ปูพื้น synthetic floor แต่ไม่มีตู้เสื้อผ้า

– พื้นที่เก็บของใต้บันไดเป็นคอนกรีตขัดมันทาสี (เฉพาะแบบ Flexi เท่านั้น)

– ห้องน้ำชั้นล่างมีอุปกรณ์ครบ แต่ไม่มีสายฉีดชำระเพราะให้ washlet ไว้แล้ว ให้ชุดฝักบัวแบบ rain shower เพิ่มมาด้วย ไม่ให้ฉากกั้นอาบน้ำ เตรียมจุดตั้งตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นให้

– ห้องน้ำชั้นบนหรือ powder room มีเฉพาะโถสุขภัณฑ์และอ่างล้างมือ ไม่มี floor drain

– ชั้นสองมีตู้เสื้อผ้ามีหน้าบานกระจกพร้อมไฟหลืบติดตั้งให้ฟรี

– ห้องนอนชั้นบนติดกระจกกั้นห้องให้ด้วย

– ชั้นล่างมีประตูกระจกบานเลื่อน 3 ตอนออกไปพื้นที่กันสาดซึ่งสามารถใช้เป็นระเบียงได้ ปูพื้นกระเบื้อง ทำเป็นพื้นที่โล่ง เตรียมระบบระบายน้ำ ท่อน้ำดี-น้ำเสียสำหรับต่อเครื่องซักผ้าและชุดครัว

– แถมแอร์ wall type 2 ตัวเฉพาะในห้องนั่งเล่นชั้นล่างและห้องนอนชั้นบน ห้องใต้ห้องนอนหรือห้องอเนกประสงค์นั้นไม่ติดตั้งแอร์ให้

– CDU แอร์แขวนที่โซนกันสาด(ระเบียง)

– ผนังภายในห้องเป็นผนังเบา ผนังระหว่างห้องเป็นอิฐมวลเบา ผนังภายนอกเป็นผนัง pre-cast สำเร็จรูป

 

วิดีโอห้องตัวอย่างแบบ Grand และ Flexi

คลิกดูที่นี่ https://youtu.be/veNyTZmx7m8

 

ภาพห้องตัวอย่างแบบ Grand

เปิดห้องเข้ามาพบกับโซนห้องนั่งเล่นสูงโปร่ง 4.15 เมตร

เป็นห้องนั่งเล่นรวมกับโซนกินข้าว

ตำแหน่งแอร์ติดเหนือประตูบานเลื่อน

โซนวางทีวีข้างประตูห้องน้ำ มีบันไดเดินขึ้นชั้นบน

ชั้นบนติดตั้งกระจกกั้นเข้ามุมแบบนี้ให้

โซนนั่งเล่น

พื้นที่กลางเชื่อมต่อสู่ทุกห้องของบ้าน

ด้านนอกคือกันสาด(ระเบียง)

ห้องน้ำชั้นล่าง อุปกรณ์ครบ

มีทุกอย่างยกเว้นฉากกั้นอาบน้ำ, Smart Mirror และ prop ตกแต่งนะครับ

ฝักบัวและ rain shower ให้แบบนี้

พื้นห้องน้ำเป็นกระเบื้องโทนสีขาว

ฝักบัว ช่องวางของ

ของจริงให้กระจกเงา

ห้องน้ำ มีสุขภัณฑ์แบรนด์ Hafele แบบประหยัดน้ำ

อ่างล้างมือแบรนด์ตามภาพ

กระจกเงาของจริงเป็นแบบธรรมดาไม่ใช่ smart mirror

ช่องวางของ

ก๊อกน้ำ

ห้องใต้ห้องนอน (ห้องอเนกประสงค์)

เพดานเตี้ยกว่าปกตินะครับ เพราะด้านบนเป็นห้องนอนที่ชั้นสอง
ห้องนี้จึงเหมาะกับทำเป็นห้องนอนสำรอง ห้องทำงาน ห้องดูหนัง หรือห้องเก็บของ เก็บเสื้อผ้า ห้องนี้ไม่มีแอร์ติดตั้งให้นะครับ

ด้านซ้ายของจริงจะเป็นพื้นที่โล่ง สามารถตกแต่งเป็นตู้เสื้อผ้าเหมือนห้องตัวอย่างนี้ก็ได้

มีหน้าต่างบานเล็กๆ ให้ด้วยนะครับ แสงส่องเข้าได้

ของจริงจะมองเห็นเป็นพื้นที่โล่งๆ ใต้บันได

ออกมาห้องกลาง

เดินสำรวจไปที่ระเบียง พื้นที่ตรงนี้ไม่ปรากฎบนหน้าโฉนดนะครับ เพราะถือว่าเป็นกันสาดครับ แต่ว่ามีการเดินท่อและระบบน้ำไฟไว้ให้เผื่อใครอยากติดตั้งเครื่องซักผ้าและชุดครัว ถือว่าเป็นพื้นที่ที่แถมฟรี ใช้ประโยชน์ได้

ห้องตัวอย่างออกแบบเป็นพื้นที่ pantry ให้ดูเป็นไอเดีย

ชุดครัววางตรงนี้ก็ได้

ด้านบนเป็น CDU แอร์แขวนลงมา

จะสังเกตว่าราวกันตกเป็นวัสดุตะแกรงเหล็กฉีก (expanded metal) ทำให้มีฟังก์ชั่นใช้งานเพิ่มขึ้น สามารถแขวนต้นไม้ได้ด้วย

มองจากระเบียงมาที่ห้องกลาง

เดินขึ้นบันได

ราวจับเหล็ก

ชั้นบนติดตั้งตู้เสื้อผ้าให้แบบนี้

มีห้องน้ำ powder room ให้ด้วย

ตอบโจทย์เข้าห้องน้ำกลางดึกได้สะดวกไม่ต้องเดินขึ้นลง มีโถสุขภัณฑ์ อ่างล้างมือ ไม่มีชั้นวางของให้แบบห้องตัวอย่างนะครับ และไม่มี floor drain ไม่มีสายฉีดชำระเพราะให้ washlet มาแล้ว ดังนั้นการใช้งานจริงถ้าน้ำหกต้องใช้ผ้าเช็ดหรือเครื่องดูดฝุ่นที่ดูดน้ำได้ครับ

จากห้องน้ำชั้นบน มองไปทางห้องนอน

ตู้เสื้อผ้าติดตั้งไฟหลืบให้แบบนี้ บานกระจกแบบนี้

ห้องนอนติดตั้งแอร์ให้ 1 ตัวแบบ wall type ส่วนเครื่องแลกเปลี่ยนอากาศบริสุทธิ์ Air of Life ไม่ได้แถมให้ครับ

ผนังนอกเป็นแบบเฉียง และมีหน้าต่างรับแสง

วางเตียง 5 ฟุตได้

มีกระจกเข้ามุมกั้นห้องให้ด้วย ป้องกันอากาศเย็นไหลลง ช่วยประหยัดไฟในระยะยาวครับ

ผมขอรีวิวเครื่อง Air of Life หรือ ERV (Energy Recovery Ventilation) แบบสั้นๆ นะครับ ใช้งานง่ายครับ ผู้เขียนก็ใช้อยู่ แต่คนละรุ่น แค่เปลี่ยนไส้กรองตามรอบก็โอเคแล้ว ข้อดีของการมีเครื่องนี้จะช่วยลดความร้อนสะสมในยูนิตได้ด้วย เพราะอากาศร้อนจะลอยขึ้นบนชั้นบนตรงนี้ เปิดเครื่องเพื่อให้อากาศในยูนิตออกไปข้างนอก ส่วนอากาศจากข้างนอกก็หมุนเวียนเข้ามาในห้องโดยผ่านการกรองจากไส้กรอง HEPA อากาศที่เข้ามาจะเป็นอากาศบริสุทธิ์ ข้อดีมากๆ คือ วันไหนที่ค่าฝุ่นพิษ PM2.5 สูงมาก การเปิดหน้าต่างระบายอากาศไม่ใช่ทางเลือกที่ดีเลย ดังนั้นการเปิดเครื่อง ERV ไว้ก็เหมือนได้เปิดหน้าต่างถ่ายเทอากาศโดยไม่ต้องปะทะกับฝุ่นครับ เราจะรู้สึกว่าอยู่ในห้องและไม่อุดอู้เหมือนก่อน

 

ข้อจำกัดมีอย่างเดียวคือถ้าเปิดเครื่อง ERV ไว้ทั้งคืนพร้อมเปิดแอร์ อาจจะทำให้อากาศในห้องมีความชื้นต่ำหรืออากาศแห้งมากเกินไป ตื่นเช้ามาอาจจะรู้สึกคอแห้งๆ แต่ก็แก้ไขได้โดยการตั้งเวลาเปิดปิดผ่าน app หรือการตั้งเครื่องสร้างความชื้น (Humidifier) ไว้ในห้องครับ หรือตั้งค่าให้อากาศนอกไหลเข้าห้องอย่างเดียว ไม่ต้องไหลออก หรือตั้งโหลปากกว้างใส่น้ำเอาไว้ก็ช่วยได้ครับ ลองปรับวิธีได้ตามสภาพร่างกายแต่ละคนครับ โดยสรุปแล้ว มีเครื่อง ERV ไว้ดีกว่าไม่มีครับ ยิ่งใครที่อยู่บ้านนานๆ สไตล์ Work From Home ยิ่งควรมีครับ

กระจกเข้ามุม

มุมมองจากชั้นบนมองไปชั้นล่าง ให้บรรยากาศแตกต่างจากคอนโดมิเนียมทั่วไป

ไลฟ์สไตล์การพักในห้องแบบ Grand

เพลิดเพลินกับความบันเทิงที่มุมนี้

ได้พื้นที่ห้องมากขึ้นเพราะมี Double Space สองชั้น

กินข้าวกับเพื่อนๆ ได้อย่างเต็มที่บริเวณชั้นล่าง

ใช้ชีวิตอิสระมากกว่าเดิมด้วยพื้นที่อเนกประสงค์ใต้ห้องนอน

ทำอาหารแบบครัวติดอากาศหรือซักล้างตากผ้าได้เต็มที่บริเวณระเบียงห้องที่แถมมา

ห้องนอนโปร่งโล่งสบายตาด้วยกระจกเข้ามุม

สะดวกสบายเป็นส่วนตัวด้วยห้องน้ำ 2 ห้อง เวลาเร่งด่วนไม่ต้องแย่งเข้าห้องน้ำ กลางคืนก็แวะทำธุระสบายไม่ต้องเดินลงชั้นล่าง

มุมพักผ่อนสงบเงียบที่ห้องนอนชั้นบนเป็นส่วนตัวไม่มีใครรบกวน

 

ห้องตัวอย่าง Show Unit แบบ Flexi Type

ห้องแบบ Flexi จะมีฟังก์ชั่นเหมือนห้อง Grand แต่ต่างที่ขนาดและตำแหน่งของบันได

เปิดเข้ามาจะพบกับโซนกินข้าวหรือทำงาน และโซฟา วางทีวี พื้นที่ค่อนข้างลึก

ห้องกลาง สูงโล่งโปร่ง 4.15 เมตร

โซนกินข้าว วางเฟอร์นิเจอร์ให้ดูเป็นตัวอย่างครับ ของจริงไม่ให้ครับ เพราะเราน่าจะอยากออกแบบฟังก์ชั่นเองกันมากกว่า

บันไดขึ้นชั้นบน และประตูห้องน้ำชั้นล่าง

มองจากบันไดไปที่ชั้นล่าง

จุดติดตั้งแอร์อยู่เหนือประตูบานเลื่อนไประเบียง

โซนวางทีวี

ตรงกลางคือทางเข้าไปห้องอเนกประสงค์

พื้นที่อเนกประสงค์ใต้ห้องนอน

เพดานเตี้ยกว่าปกตินะครับ ใครสูงเกิน 180 ซม. อาจจะเหยียดแขนขึ้นเต็มที่ไม่ได้ แต่อย่างไรก็ตามห้องนี้เหมาะกับทำเป็นห้องทำงาน ห้องเก็บของ ห้องนอนเด็ก หรือห้องอื่นๆตามต้องการ

มีหน้าต่างให้ด้วย

ไม่มีแอร์นะครับ แต่ว่าทางซ้ายมือมี storage space พื้นที่เก็บของใต้บันได

ฝ้าด้านบนเป็นโครงสร้างของพื้นห้องนอนชั้นบนครับ ห้องนี้จะดูมีความเป็นส่วนตัวเหมือนอยู่ในถ้ำ เด็กๆ น่าจะชอบเลย

ออกมาห้องกลาง มองไปที่ระเบียง

จุดวางตู้เย็น

พื้นที่ระเบียง ของจริงจะให้แค่ปูพื้นกระเบื้องและเดินระบบไฟ-น้ำให้ครับ

CDU แอร์แขวน

ชุดครัวตัวอย่างแบบนี้ซื้อที่ IKEA นะครับ

Pantry ที่วางระเบียง เหมาะทำเป็นครัวไทยชั่วคราว ใช้ปรุงอาหารเป็นครั้งๆ ไป (ทิศระเบียงครัวที่แนะนำคือฝั่งทิศเหนือ เพราะจะมีฝุ่นจากลมน้อยกว่าฝั่งทิศใต้ที่โดนลมใต้เกือบทั้งปี)

กลับเข้ามาห้องกลาง

ห้องน้ำชั้นล่าง

ให้กระจกเงาธรรมดา อ่างล้างมือ โถสุขภัณฑ์ washlet กระเบื้องพื้นโทนสีเทา ผนังโทนสีขาว

ของจริงไม่ให้กระจกฉากกั้นอาบน้ำนะครับ ให้ติดตั้งเอง ประมาณหลักหมื่นบาทครับ

ฝักบัวและ rain shower มีให้ครับ สเปคค่อนข้างดีเหนือกว่าคอนโดมิเนียมระดับราคานี้ทั่วไปครับ

ออกจากห้องน้ำ เดินขึ้นบันไดได้ทันที

ห้องนอนชั้นบน

วางเตียงขนาด 5 ฟุต ยังมีทางเดินปลายและข้างเตียง

มีตู้เสื้อผ้า

ประตูกั้นห้องนอนกับบันได

กระจกกั้นให้ระหว่างห้องนอนกับโถงห้องกลาง

ตำแหน่งติดตั้งแอร์บนห้องนอน

ติดแอร์ที่ปลายเตียง

หน้าต่างเปิดออกได้แบบบานกระทุ้ง

ทางเดินจากห้องนอนไปห้องแต่งตัวและห้องน้ำ powder room ชั้นบน

ติดตั้งตู้เสื้อผ้าแบบนี้ให้ฟรี บานกระจกโฟลตสีชา พร้อมไฟหลืบส่องสว่าง

มีพื้นที่ทางเดิน

ห้องน้ำ powder room มีแค่โถสุขภัณฑ์และอ่างล้างมือ ชั้นวางของไม่ได้ครับ

กระจกเงาได้แบบธรรมดา

สรุปแล้ว ห้องแบบ Grand และ Flexi แตกต่างกันที่ขนาดและราคารวม ฟังก์ชั่นใช้งานคล้ายกัน แตกต่างที่ขนาดห้องนั่งเล่นกลาง ทุกห้องได้พื้นที่ใต้ห้องนอนเป็นพื้นที่ multipurpose เพิ่มขึ้นมา ระเบียงที่ได้แถมฟรี ไม่มีในโฉนดแต่ใช้งานได้ ห้องเพดานสูง 4.15 เมตร ดูโปร่งสบาย ไม่อึดอัด มีห้องน้ำเต็มฟังก์ชั่นหนึ่งห้องบวกกับ powder room อีกหนึ่งห้อง Landmark at Kasetsart TSH Station ให้สเปคของต่างๆ ที่ค่อนข้างสวยและเหนือกว่าคอนโดมิเนียมทั่วไป พื้นที่ใช้สอยเยอะ จ่ายในราคาต่อตารางเมตรที่น่าสนใจและถูกกว่าคู่แข่ง

 

สำนักงานขาย

ตั้งอยู่ที่พื้นที่โครงการจริง นำทางโดย Google Map ที่นี่ https://goo.gl/maps/4UgedXidS3vaYwdA9

 

บรรยากาศภายในสำนักงานขาย

ที่นี่มีเครื่องดื่มจาก cafe ของแบรนด์ Kafeology ให้บริการด้วยครับ ลองสั่งได้

Surrounding บรรยากาศรอบข้างโครงการ Landmark at Kasetsart TSH Station

เดินออกจากสถานีรถไฟฟ้าทุ่งสองห้อง ทางออกที่ 8

ทางออกหมายเลข 8

เดินลงจากบันไดก็พบกับทางเข้าโครงการ Landmark at Kasetsart TSH Station

ป้ายหน้าโครงการ Landmark at Kasetsart TSH Station

ทางซ้ายคือสถานที่ก่อสร้าง

อาคารสำนักงานขาย

สนใจโครงการ Landmark at Kasetsart TSH Station

คอนโดใหม่ ห้อง 2 ชั้น 2 ห้องนอน ติดรถไฟฟ้าและใกล้ ม.เกษตร ราคาเริ่มต้น 2.99 ล้านบาท*

VIP Day 2 เม.ย. นี้

กรุณาลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิพิเศษและรับข้อมูลที่เว็บไซต์

https://bit.ly/3sP6JS7

โทรศัพท์ 1306

หรือ walk in เดินทางไปที่สำนักงานได้เลย พิกัดนี้ https://goo.gl/maps/4UgedXidS3vaYwdA9

 

ถ้าขับรถวิภาวดีขาเข้าเมืองเมื่อขับผ่านเดลินิวส์ให้รีบชิดซ้ายเลี้ยวเข้าโครงการทันที

ถ้ามารถไฟฟ้าสายสีแดง ลงสถานีทุ่งสองห้อง ทางออกที่ 8

ถ้ามารถเมล์นั่งสาย 29 ลงป้ายตรงข้ามเดลินิวส์แล้วเดินข้ามสะพานลอยสีฟ้าก็ถึงโครงการ Landmark at Kasetsart TSH Station



ต่อทอง ทองหล่อ

บรรณาธิการสื่อเกี่ยวกับการศึกษา และ Blogger ผู้มีผลงานการวิเคราะห์ด้านอสังหาฯ มามากกว่าร้อยบทความ ยังเป็นผู้สนใจลงทุนคอนโดมิเนียม ชอบใช้ชีวิตแบบ Digital Nomad รักการเดินเท้าและเลือกใช้ขนส่งมวลชนสำรวจความเปลี่ยนแปลงของทำเลสถานที่ผ่านมุมมองการเข้าใจมนุษย์ นอกจากนี้ยังเป็น Active Citizen ช่วยขับเคลื่อนพัฒนาเมืองผ่านงานเขียนและเครื่องมือสื่อสารที่เชื่อมรัฐกับประชาชน เป้าหมายระยะยาวต้องการเห็นคุณภาพชีวิตการอยู่อาศัยที่ดีขึ้นของทุกคนในสังคม ติดตามผลงานได้ที่ https://matttortong.weebly.com

เว็บไซต์


PropScore™ 3.8

SCORE:
0.0
From : 0 รีวิว


ยังไม่มีการให้คะแนนและ Comment โครงการนี้


THE CROWN RESIDENCES : คอนโดฟรีโฮลด์โครงการใหม่หนึ่งเดียวบนทำเลใกล้ MRT ลุมพินี ตรงข้าม ONE BANGKOK

THE CROWN RESIDENCES คือคอนโดฟรีโฮลด์โครงการใหม่ติดถนนใหญ่ หนึ่งเดียวบนทำเลใกล้สถานี MRT ลุมพินี อีกทั้งยังตั้งอยู่ตรงข้ามในระยะเดินเพียง 300 เมตร จากอภิมหาโครงการ 1.2 แสนล้านบาทอย่าง ONE BANGKOK อ่านต่อ

9 May, 2022



เรื่องน่ารู้ก่อนลงทุนอสังหาบน Metaverse

Metaverse คือโลกแห่งการลงทุนใบใหม่ ซึ่งเมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นการลงทุนแล้ว ก็ย่อมมีความเสี... อ่านต่อ

19 April, 2022