KRAAM SUKHUMVIT 26 [Actual Unit]

  

คราม สุขุมวิท 26 [อาคารจริง]


“คราม (KRAAM)” ในภาษาไทยแปลว่า “บ้าน” และเพื่อตอบโจทย์ความฝันของการมีบ้านของใครหลายๆคน ผ่านนวัตกรรมการออกแบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การใช้งานพื้นที่ที่เกิดประโยชน์สูงสุด และการคำนึงถึงการใช้สอยเหมือนการอยู่บ้านมากกว่าคอนโด (Home-Like Condominium) บนทำเลชุมชนที่พักอาศัยคุณภาพสูง อย่างสุขุมวิท 26 ที่ร่มรื่นด้วยอุโมงค์ต้นไม้ใหญ่ตลอดสองฝั่งถนน และรายล้อมด้วยย่านธุรกิจสำคัญ ห้างสรรพสินค้าชั้นนำอย่าง The EM District , K Village, A Square และยังสามารถเดินทางได้สะดวกสบายไม่ว่าจะไปยังถนนสุขุมวิท ถนนพระรามที่ 4 ขึ้นทางด่วน หรือใช้บริการ BTS สถานีพร้อมพงษ์ ที่ห่างออกไปเพียงแค่ 500 เมตร

เกริก บุณยโยธิน เมื่อ 21 August, 2019 เวลา 17.17 pm

Prop score™: 4.3

คะแนนรีวิว: 0.0

0 รีวิว



    ข้อมูลโครงการ

ชื่อโครงการ

KRAAM SUKHUMVIT 26

บริษัทผู้สร้าง

Nye Estate

สถานที่

สุขุมวิท 26

สถานีรถไฟ BTS

BTS พร้อมพงษ์ Distance 500 m.

สถานีรถไฟใต้ดิน

-

Airport Rail Link

-

สถานี BRT

-

พื้นที่

1-3-91 ไร่

ชั้น

29 ชั้น

ยูนิต

128 ยูนิต

ที่จอดรถ

ประมาณ 176 คันคิดเป็น 140%

ลิฟท์

ลิฟท์โดยสาร 3 ตัว, ลิฟท์ขนของ 1 ตัว

สิ่งอำนวยความสดวก

Lobby, สระว่ายน้ำ ระบบเกลือ, สระเด็ก, ห้องออกกำลังกาย, Jacuzzi, Yoga room, Steam room, Library, Multi-purpose room, Concierge service, Laundry service, Room maintenance, Doorman, Shuttle services


    ประเภทยูนิต

ประเภท

คอนโด High Rise/CONDO/Luxury Condo/คอนโดมิเนียมระดับอัลตร้า-ลักซ์/คอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ลักชัวรี่

studio

-

1 bedroom

61 ตารางเมตร

2 bedroom

102 – 122 ตารางเมตร

3 bedroom

177 – 180 ตารางเมตร

Duplex

-

Penthouse

229 ตารางเมตร

ประเภทอื่นๆ

-

ความสูงจากพื้นถึงเพดาน

3 เมตร

ราคาเริ่มต้น / ตรม.

270,000 บาท/ตร.ม.

ราคาเริ่มต้น / ยูนิต

17 ล้านบาท

ค่าส่วนกลาง

100 บาท/ตร.ม./เดือน

Sinking Fund fee

1,200 บาท/ตร.ม.

สร้างเสร็จ

2019

เว็บไซต์

www.NyeEstate.com/th/project/KRAAM/

02-677-3344


เพื่อนบ้าน Street View


ชมบรรยากาศจริง ของบ้านในฝันใจกลางสุขุมวิทที่ KRAAM Sukhumvit 26 “Home-Like Super Luxury condominium”

 

ทุกวันนี้ความพยายามของดีเวลลอปเปอร์ ในการพัฒนารูปแบบคอนโดให้ตรงกับความต้องการที่แตกต่างกันไปในแต่ละกลุ่มเป้าหมาย เป็นเรื่องที่ “A Must” เนื่องจากตลาดมีการแข่งขันกันสูง ผู้พักอาศัยจึงต้องมองหาโครงการคอนโดที่สะท้อนถึงความต้องการของตัวเอง และสะท้อนถึงบริบทดั้งเดิมของทำเลที่ตัวเองชอบ หรือคุ้นเคยออกมาให้ได้มากที่สุด โดย KRAAM Sukhumvit 26 (คราม สุขุมวิท 26) จากนายณ์ เอสเตท (Nye Estate) นอกจากจะชูจุดเด่นในเรื่องของความเป็น Luxury Home- Like Condominium แห่งแรกที่สร้างเสร็จสมบูรณ์ในตลาดคอนโดย่านสุขุมวิทตอนกลางแล้ว ยังมีจุดเด่นในแง่ของการอนุรักษ์ความเป็นธรรมชาติที่ทรงคุณค่าบนทำเลเดิมให้สืบสานดำรงอยู่จากรุ่นสู่รุ่น

KRAAM Sukhumvit 26 ประสบความสำเร็จในการรักษาต้นหางนกยูงอายุร่วม 100 ปี เอาไว้ให้ได้ตั้งตระหง่านต้อนรับอยู่กลางคอร์ททางเข้า โดยผสานการออกแบบ การใช้งานใหม่ๆเข้าไป เพื่อเป็นพื้นที่พักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติกลางเมือง และนำมาเป็นจุดขายในเชิงสัญลักษณ์ของโครงการ ถือเป็นบทพิสูจน์ให้เห็นถึงความเอาใจใส่ในการพัฒนาโครงการ ที่อีกหลายดีเวลลอปเปอร์น่าเอาไปเลียนแบบ

“คราม (KRAAM)” ในภาษาไทยแปลว่า “บ้าน และเพื่อตอบโจทย์ความฝันของการมีบ้านของใครหลายๆคน ผ่านนวัตกรรมการออกแบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การใช้งานพื้นที่ที่เกิดประโยชน์สูงสุด และการคำนึงถึงการใช้สอยเหมือนการอยู่บ้านมากกว่าคอนโด (Home-Like Condominium) บนทำเลชุมชนที่พักอาศัยคุณภาพสูง อย่างสุขุมวิท 26 ที่ร่มรื่นด้วยอุโมงค์ต้นไม้ใหญ่ตลอดสองฝั่งถนน และรายล้อมด้วยย่านธุรกิจสำคัญ ห้างสรรพสินค้าชั้นนำอย่าง The EM District , K Village, A Square และยังสามารถเดินทางได้สะดวกสบายไม่ว่าจะไปยังถนนสุขุมวิท ถนนพระรามที่ 4 ขึ้นทางด่วน หรือใช้บริการ BTS สถานีพร้อมพงษ์ ที่ห่างออกไปเพียงแค่ 500 เมตร

นวัตกรรมการออกแบบที่กล่าวถึง คือ การออกแบบผ่านตัวอาคารที่จัดวางให้รับลมจากทิศตะวันตกเฉียงใต้ 

ภายในอาคารมีช่องลม เพื่อรับลมธรรมชาติเข้าสู่ตัวอาคาร ทำให้ในอาคารมีอากาศไหลผ่าน มีลมถ่ายเท ไม่อับ

อีกทั้งการวาง Plan ห้อง ที่ออกแบบให้ผนังห้องแยกจากกันในแต่ละยูนิต นอกจากจะเพื่อความเป็นส่วนตัวแล้ว ยังทำให้เกิด Cross Ventilation เพื่อเพิ่มการถ่ายเทอากาศอีกทางหนึ่ง

และโดยส่วนใหญ่ของอาคารเป็นการออกแบบกระจกบานใหญ่ (Full Height Window) เพื่อรับแสงเข้าสู่พื้นที่ส่วนต่างๆได้เต็มที่ แต่ก็มีฟินบังแดดแนวตั้ง (Vertical Façade Fin) ที่ลดแสงในบางช่วงเวลา ทำให้ผู้อาศัย สามารถลดการใช้พลังงานได้

 

และเกิดเป็น texture ใหม่ที่ดูทันสมัย สวยงามภายนอกอาคาร

รวมทั้งการคำนึงถึงการอยู่บ้าน ที่เป็นการอยู่อาศัยในระยะยาว และการอยู่อย่างสะดวกสบาย ทางโครงการ จึงออกแบบพื้นที่ส่วนต่างๆให้สามารถเก็บของได้อย่างเป็นระเบียบ และออกแบบพื้นที่การใช้งานในชีวิตประจำวันให้มีความสะดวกสบาย เหมาะแต่การใช้งานของทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะตู้เก็บของขนาดใหญ่

ตัวโครงการสร้างอยู่บนพื้นที่ 1-3-91 ไร่ เป็นอาคารสูง 29 ชั้น 128 ยูนิต ชั้นละ 6-8 ยูนิต มีลิฟท์โดยสาร 3 ตัว และลิฟท์ขนของ 1 ตัว

 

ประกอบด้วย ชั้น G  เป็นพื้นที่สวน และ Lobby

ที่มีมุมสำหรับพักผ่อนและทำงานที่หลากหลายทั้งมุมโซฟา และโซนรับแขก ภายใน Lobby ดีไซน์ด้วยกระจก Full Height ขนาดใหญ่เพื่อรับวิวพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่กว่า 1 ไร่ ด้านหน้าโครงการ

มุมนั่งทำงานหรืออ่านหนังสือ กับโต๊ะไม้ตัวยาว

หรือมุมคุยงานที่กระจายพื้นที่ให้ได้ใช้งานตามตำแหน่งต่างๆ

ที่เปิดโล่งสู่พื้นที่สีเขียวด้านหน้าโครงการ

ที่ยังคงเก็บรักษาต้นหางนกยูงอายุ 100 ปี เป็นสัญลักษณ์ของโครงการ ที่แผ่ร่มเงาปกคลุมทั่วทั้งพื้นที่สวนด้านหน้าอาคาร แทรกด้วยพื้นที่พักผ่อนที่กลมกลืนกับธรรมชาติ

มีปะติมากรรมรูปดอกหางนกยูง ที่เป็นสัญลักษณ์ของโครงการ มาตกแต่งตามพื้นที่มุมสวน หรือผนังต่างๆ โดยรอบโครงการ

ส่วนชั้น 2-9 เป็นพื้นที่จอดรถแบบ Fix พร้อมที่เก็บของสำหรับผู้อยู่อาศัยที่ไม่ต้องการถือของขึ้นลง เช่น ถุงกอล์ฟ เป็นต้น

รวมทั้งมีจุดชาร์จไฟสำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้าไว้รองรับ (EV Charger Station)

ชั้น 10-25 เป็นส่วนที่พักอาศัย

โดยที่ชั้น 10-18 มีเพียง 8 ห้องต่อชั้น

และชั้น 19-25 มี 6 ห้องต่อชั้น

ชั้น 26  เป็นพื้นที่ส่วนกลาง อย่างสระว่ายน้ำ infinity edge

ที่โอบล้อมด้วยวิวเมืองโดยรอบ 

แบ่งพื้นที่เป็นพื้นที่นั่งพักผ่อน วิวสระและมีฉากหลังเป็นตึกสูงของใจกลางมหานคร

เสมือนได้ว่ายน้ำอยู่ท่ามกลางยอดตึกใจกลางเมือง

มีการตกแต่งด้วยปะติมากรรมดอกหางนกยูง อยู่ริมสระ

ที่สระแยกสระเด็กเป็นพื้นที่ส่วนตัว มีสเตปขั้นกั้นระหว่างสระและมี Outdoor Pool Shower

และปลอกหมอนอิงก็เป็นลายสกรีนของดอกหางนกยูง

ติดกันเป็นฟิตเนส ที่มีอุปกรณ์ระดับ World Class ครบครัน โอบล้อมด้วยวิวเมือง 180 องศา สามารถมองเห็นบางกระเจ้าได้

ตรงกลางโถงทางเดินของชั้นนี้ มี sky roof ที่ปิดป้องกันฝน แต่เปิดรับแสงให้ส่องถึง และดูโปร่งโล่ง

อีกโซนถัดจากโถงทางเดินเป็นห้องสตีม แยกชายหญิง

ภายในห้องน้ำมีตู้ล็อกเกอร์ สำหรับเก็บอุปกรณ์

และมีห้อง Penthouse 1 ห้อง ที่ชั้นนี้

ชั้น 27-28 เป็นที่พักอาศัยรูปแบบ Penthouse ซึ่งขายหมดไปตั้งแต่เริ่มเปิดขาย มี 4 ห้องต่อชั้น และชั้น 29 มี 3 ห้อง

ส่วนรูปแบบห้องที่ตอนนี้ยังเหลือขายมีทั้งหมด 3 แบบ แต่เหลือแค่แบบละนิดหน่อยคือ 1Bedroom, 2Bedroom, และ 3Bedroom 

 

ห้องตัวอย่างที่ทางโครงการจัดตกแต่งให้ดูมี 3 แบบ คือ 1 Bedroom, 2 Bedroom และ 3 bedroom

ทุกชั้น ที่โถงทางเดินจะมีช่องลมที่ออกแบบมาเพื่อการถ่ายเทอากาศ และยังดูสวยงามอีกด้วย

เริ่มกันที่ 1 Bedroom 60.88 Sq.m.ที่ชั้น 12A

ห้องจะแบ่งพื้นที่เป็น 3 ส่วน คือ Living area ,Bedroom และ yard

เริ่มจากประตูห้องที่ให้มาเป็นประตูบานใหญ่สูงจรดฝ้า ระบบ Digital door lock ของ Samsung

เปิดเข้าไปจะพบกับพื้นที่ Living area พื้นที่กลางที่เชื่อมกับระเบียงขนาดใหญ่ ที่ปลายสุดด้านในของห้อง เป็นประตูกระจกบานเลื่อนสูงจากพื้นจรดเพดานที่ปลายห้องนั่งเล่น โดยระยะจากพื้นสู่เพดานอยู่ที่ 3 เมตร ทั้งห้องนั่งเล่นจึงได้รับแสงแดดส่องเข้าถึงในทุกๆพื้นที่ ถึงสว่างจากแสงธรรมชาติ แต่ห้องก็ไม่ร้อน เพราะกระจกรอบห้องเป็นกระจกกั้นความร้อนสามชั้น (Triple Glazed Window) ที่ดูดซับเสียงและกันความร้อนได้มากกว่ากระจกทั่วไป

บริเวณLiving area แบ่งพื้นที่ใช้งานออกเป็น 2 ส่วนหลักๆ คือ

พื้นที่ครัว ติดกับประตูทางเข้า

ชุดครัวโครงการ Built-in มาให้ ครบครันทั้งตู้เย็น Built-in และ Hood ของ Siemens, Hobs ของ Gaggenau, อ่างล้างจานของ Blanco พร้อมพื้นที่สำหรับติดตั้งเครื่องล้างจาน

ด้านหลังประตูเป็นชุด built-in ชั้นวางรองเท้า

ต่อกันเป็นชั้นติดผนังรูปตัว L สูงจากพื้นจรดเพดาน เว้นร่องด้านล่างชั้น Built-in ทั้งหมด เป็นระยะพอที่จะยืนแล้วสอดเท้าเข้าไป ตามสรีระและการใช้งาน เช่น ทำครัว เป็นต้น

ซึ่งทุกส่วนออกแบบให้มีการใช้งานได้ในทุกรายละเอียดคือออกแบบให้เป็นชั้นที่สามารถเก็บของและใช้งานได้จริง แม้แต่ช่องดูดควันก็มีการออกแบบให้พื้นที่ที่เหลือเล็กน้อยสามารถใช้วางแก้วน้ำได้เป็นต้น

โดยครัวโครงการออกแบบให้เป็นตู้เย็นแบบฝัง เหนือตู้เย็นเป็นชั้นเก็บของบานเปิด แบบ Soft closed ถัดมาเป็นอ่างล้างจาน  ด้านล่างเป็นชั้นวางถังขยะ เก็บของ

ใกล้อ่างล้างจานเป็นเตาไฟฟ้าฝังพื้น 2 หัว ด้านล่างเป็นไมโครเวฟฝังจากGaggenau และชั้นเหนือขึ้นไปเป็นที่ดูดควัน และสามารถเก็บแก้วน้ำ หรือขวดขนาดเล็กได้

 

ติดกัน เป็นชั้นเก็บของขนาดใหญ่ ที่ด้านในแบ่งเป็นสัดส่วนในการใช้งาน มีทั้งแบบแบ่งชั้นสำหรับวางแก้ว ขวดน้ำ จาน ชาม หรือชั้นกว้างและลึก สำหรับเก็บอุปกรณ์ทำอาหารขนาดใหญ่

พร้อมพื้นที่สำหรับติดตั้งเครื่องล้างจาน

ตรงกลางมีเคาท์เตอร์ครัว Top เป็นหินเปรโตเก้ คุณภาพ Food Grade สีน้ำตาล ที่มุมเคาท์เตอร์มาพร้อมเต้าเสียบไฟ แบบเก็บได้เมื่อไม่มีการใช้งาน

ด้านล่างเคาท์เตอร์ด้านติดกับ Furniture ครัว Built-in เป็นลิ้นชักและตู้เก็บของบานเปิด แบบ Soft closed

ฝั่งตรงกันข้าม เป็นเคาท์เตอร์บาร์กระจกพร้อมมุมนั่งทานอาหาร

ถัดจากครัว เป็นพื้นที่พักผ่อนที่โปร่งโล่งดูสบาย ด้วยความสูง 3 เมตร

พื้นที่พักผ่อนกว้างพอที่จะวางชุดโซฟา สำหรับ 3-4 คน ไว้นั่งดูทีวี หรือนั่งคุย ชมวิวนอกห้อง

ตรงข้ามชุดโซฟา เป็นที่วางทีวี และชั้นวางหนังสือ พร้อมมุมนั่งทำงาน อ่านหนังสือเล็กๆ หรือจิบชาริมระเบียง

ที่ระเบียงเป็นระเบียงแคบ ยาวขนานห้อง ราวกันตกเป็นกระจก เปิดเชื่อมวิวเมืองโดยรอบ

ระหว่างพื้นที่ครัวและพื้นที่นั่งเล่น เป็นทางเข้าห้องนอน

ซึ่งภายในห้องนอนแบ่งพื้นที่ใช้งานเป็น 2 ส่วน คือ

ส่วนแรกเป็นห้องแต่งตัวและห้องน้ำ

โดยมีพื้นที่แต่งตัว เป็นตู้เสื้อผ้า Built-in สูงจากพื้นจรดเพดาน วางตัวขนานยาวเต็มแนวผนัง

ในส่วนของห้องน้ำแบ่งพื้นที่ส่วนแห้ง มาพร้อมอ่างอาบน้ำแบบลอยตัว โดยมีให้ทุกห้อง Master Bedroom ของโครงการและเคาท์เตอร์อ่างล้างหน้าแบบฝังพื้นเคาท์เตอร์ ด้านล่างมีพื้นที่เก็บของและวางของได้ตลอดแนว มาพร้อมกระจกบานใหญ่เต็มความกว้างผนัง

ฝั่งตรงกันข้าม เป็นห้องอาบน้ำและห้องวางสุขภัณฑ์ กั้นด้วยผนังทึบ มีบานกระจกสไลด์เปิดปิดระหว่าง 2 พื้นที่

ห้องอาบน้ำ มีทั้ง Rain shower และ Hand Shower ที่ปลายผนังออกแบบให้สามารถวางอุปกรณ์อาบน้ำได้

ส่วนชุดสุขภัณฑ์เป็นของ TOTO

พื้นห้องน้ำปูยาวเป็นวัสดุเดียวกับผนัง

 

มาถึงในส่วนของห้องนอน ที่เปิดกว้างด้วยกระจกเต็มบาน นอนชมวิว มาพร้อมหน้าต่างกระจกบานกระทุ้ง สำหรับเปิดระบายอากาศ หรือรับลมเย็นๆในบางวันได้

มีพื้นที่วางเตียง โดยสามารถวางเตียง King Size พร้อมโต๊ะหัวเตียง

พื้นที่สุดท้ายที่เป็นจุดขายของโครงการ คือ Yard ที่มีทั้งพื้นที่ส่วนตัว เชื่อมต่อ เป็นพื้นที่ใช้งานขนาดใหญ่ พื้นที่ Yard ที่เป็นช่องรับลมเข้าสู่ตัวห้องอีกทางหนึ่ง และเป็นพื้นที่ที่ทำให้ผนังห้อง 2 ห้องไม่ติดกันเสมือนอยู่บ้านจริงๆ และยัง สามารถระบายอากาศได้ดี

โครงการออกแบบให้เป็นพื้นที่ใช้งาน เช่น ซักล้าง หรือเป็นพื้นที่ระเบียงตากผ้า โดยมีชั้น Built-in ติดผนัง สำหรับวางเครื่องซักผ้าฝาหน้า และเก็บผ้า หรืออุปกรณ์ซักผ้าได้

ระเบียงบริเวณ Yard ของห้องนี้อยู่ถัดจากห้องแต่งตัวออกไป

ในกรรมสิทธิ์์ห้องชุดมีพื้นที่ถึงประตูระเบียง พื้นที่ที่เหลือเป็นพื้นที่ส่วนกลาง สำหรับ Service แต่สามารถใช้งานได้จริง ปลายสุดเป็นฟินแนวตั้งที่บังแดดตลอดตัวอาคาร

 

 

มาถึงอีกห้องที่โครงการตกแต่งไว้ให้ดูเป็นห้อง 2 Bedroom ขนาด 108.72 Sq.m.

เมื่อเปิดประตูบานใหญ่เข้ามาพื้นที่แรกที่พบในห้องเป็นพื้นที่ครัว Built-in ติดผนังทั้ง2ฝั่ง สูงจากพื้นจรดเพดาน เว้นร่องด้านล่างชั้น Built-inทั้งหมด เป็นระยะพอที่จะยืนแล้วสอดเท้าเข้าไป ตามสรีระและการใช้งานในการทำครัว และทุกส่วนถูกออกแบบให้มีการใช้งานได้ในทุกรายละเอียดคือออกแบบให้เป็นชั้นที่สามารถเก็บของและใช้งานได้จริง

หลังประตูฝั่งซ้ายเป็นที่เก็บรองเท้า ที่ออกแบบให้หน้าบานเป็นกระจก

โดยครัวฝั่งขวา โครงการออกแบบให้เป็นเคาท์เตอร์ยาว

ประกอบด้วยอ่างล้างจานฝังพื้นเคาท์เตอร์ วัสดุพื้นผิว Food Grade ด้านล่างเป็นชั้นวางถังขยะ เก็บของ ใกล้อ่างล้างจานเป็นเตาไฟฟ้าฝังพื้น 4 หัวจาก Gaggenau ชั้นเหนือขึ้นไปเป็นที่ดูดควัน และสามารถเก็บแก้วน้ำ หรือขวดขนาดเล็กได้ ติดกัน เป็นชั้นเก็บของขนาดใหญ่ บานเปิด แบบ Soft closed ที่ด้านในแบ่งเป็นสัดส่วนในการใช้งาน

มีทั้งแบบแบ่งชั้นสำหรับวางแก้ว ขวดน้ำ จาน ชาม หรือชั้นกว้างและลึก สำหรับเก็บอุปกรณ์ทำอาหารขนาดใหญ่ เช่น เตาไฟฟ้า หม้อหุงต้ม ให้เป็นระเบียบได้ และมีช่องสำหรับติดตั้งเครื่องล้างจานได้ ทั้งสองด้านของชั้นเก็บของ เป็นลิ้นชักแนวสูง มาพร้อมที่เก็บอุปกรณ์เครื่องปรุงต่างๆได้

พร้อมชั้นระบบโช๊คที่ช่วยจัดเก็บ และใช้งานได้โดยสะดวก

ผนังฝั่งตรงข้าม เป็น Built-in เต็มผนังเช่นกัน มีตู้เย็นฝัง เหนือตู้เย็นเป็นชั้นเก็บของ บานเปิด แบบ Soft closed ถัดมาเป็นไมโครเวฟฝัง  และมุมกาแฟที่ชั้นโล่งด้านซ้ายสุด หรือเป็นเคาท์เตอร์สำหรับวางเครื่องดื่มได้

ตรงกลางมีเคาท์เตอร์ครัว Top เป็นหินพาลิสซานโดร (Palissandro) สีขาว ที่มุมเคาท์เตอร์มาพร้อมเต้าเสียบไฟ แบบเก็บได้เมื่อไม่มีการใช้งาน พร้อมลิ้นชักเก็บของด้านใต้

ต่อกันเป็นโต๊ะทานข้าวที่เชื่อมจากเคาท์เตอร์ครัว สำหรับ 4 คน

ผนังตรงข้ามครัว บริเวณด้านหลังประตูห้อง เป็นผนัง Furniture Built-in สำหรับเก็บของและรองเท้าได้ตลอดแนว

 

ถัดจากครัว เป็นห้อง Living หน้ากว้าง

พื้นที่ Living area ขนาดกว้างขวางสามารถวางชุดโซฟาเซ็ตใหญ่ ไว้นั่งดูทีวี หรือรับแขก พร้อมวิวนอกห้อง มุมกว้าง

ตรงข้ามชุดโซฟา เป็นชั้นสำหรับวางทีวี และมีชั้นวางหนังสือ

พร้อมมุม day bed นั่งพักผ่อน

พร้อมมุมอ่านหนังสือเล็กๆ ที่มุมห้องแบบเตียง day bed ที่เชื่อมต่อกับระเบียง เป็นพื้นที่อ่านหนังสือริมชานบ้านได้สบายๆ

ในส่วนของห้องนอนแรก มีห้องน้ำด้านนอก ใช้ร่วมกับห้องรับแขก

ในส่วนของห้องน้ำแบ่งพื้นที่ออกเป็น ส่วนเปียกและส่วนแห้ง มีประตูกระจกบานเปิดกั้น 2 พื้นที่

พื้นที่ส่วนแห้งมาพร้อมเคาท์เตอร์อ่างล้างหน้าแบบฝังพื้นเคาท์เตอร์ ด้านล่างมีพื้นที่เก็บของและวางของได้ตลอดแนว มาพร้อมกระจกบานใหญ่เต็มผนัง และ ชุดสุขภัณฑ์ ของ TOTO 

ส่วนเปียก เป็นห้องอาบน้ำแบบ Shower ที่มุมผนังออกแบบให้สามารถวางอุปกรณ์อาบน้ำได้

 

ในส่วนของห้องนอน โครงการออกแบบให้ห้องนอนดูเปิดกว้างด้วยกระจกเต็มบาน นอนชมวิว มาพร้อมหน้าต่างกระจกบานกระทุ้ง สำหรับเปิดระบายอากาศ หรือรับลมเย็นๆในบางวันได้

ห้องนอนมีพื้นที่พอสำหรับวางเตียง Queen Size พร้อมโต๊ะหัวเตียงได้

ติดประตูทางเข้าเป็นตู้เสื้อผ้า built-in ฝังในแนวผนัง

ห้องนอนที่ 2 หรือ Master Bedroom มีพื้นที่ใช้งาน 2 ส่วนหลักๆ คือห้องนอน และห้องน้ำ พื้นที่แต่งตัว

ห้องน้ำแบ่งเป็นส่วนเปียก ส่วนแห้ง กั้นด้วย Shower Box กระจกบานเปิด

พื้นที่ส่วนเปียก มีทั้ง Rain Shower และ shower พร้อมที่วางอุปกรณ์อาบน้ำ

พื้นที่ส่วนแห้ง มาพร้อมอ่างอาบน้ำ โถสุขภัณฑ์ และเคาท์เตอร์อ่างล้างหน้าแบบฝังพื้นเคาท์เตอร์ ด้านล่างมีพื้นที่เก็บของและวางของได้ตลอดแนว มาพร้อมกระจกบานใหญ่เต็มผนัง

พื้นที่แต่งตัว เชื่อมระหว่างห้องน้ำและห้องนอน เป็นตู้เสื้อผ้า Built-in ทั้ง 2 ฝั่งผนัง สูงจากพื้นจรดเพดาน

ในส่วนของห้องนอน ดูเปิดกว้างด้วยกระจกเต็มบาน นอนชมวิว มาพร้อมหน้าต่างกระจกบานกระทุ้ง สำหรับเปิดระบายอากาศ หรือรับลมเย็นๆ ได้

ห้องนอน Master Bedroom สามารถวางเตียง King Size พร้อมชั้นวางของหัวเตียง และชั้นวางทีวีที่ปลายเตียงได้

ปลายเตียงเป็นพื้นที่วางทีวีและมุมทำงาน เชื่อมต่อสู่ตู้เสื้อผ้า

ติดกับห้องนอนใหญ่และห้องนั่งเล่น เป็นตู้เก็บของขนาดใหญ่ที่สามารถเก็บของได้

ถัดไปเป็นพื้นที่ Yard ที่เป็นช่องรับลมเข้าสู่ตัวห้องอีกทางหนึ่ง และเป็นพื้นที่ที่ทำให้ผนังห้อง 2 ห้องไม่ติดกัน สามารถระบายอากาศได้ดี

มีลักษณะเป็นพื้นที่ใช้งาน เช่น ซักล้าง หรือเป็นพื้นที่ระเบียงตากผ้า โดยมีชั้น Built-in ติดผนัง สำหรับวางเครื่องซักผ้าฝาหน้า และเก็บผ้า หรืออุปกรณ์ซักผ้าได้

ระเบียงบริเวณ Yard ในกรรมสิทธิ์์ห้องชุดมีพื้นที่ถึงประตูระเบียง พื้นที่ที่เหลือเป็นพื้นที่ส่วนกลาง สำหรับ Service แต่สามารถใช้งานได้จริง ปลายสุดของจริงจะเป็น ฟินแนวตั้งที่บังแดด ตลอดตัวอาคาร

ห้องถัดไป 3 bedroom ขนาด 174.30 Sq.m.

พื้นที่แรกเป็นพื้นที่ครัว Built-in ด้านซ้ายมือ ติดผนังทั้ง 2 ฝั่ง สูงจากพื้นจรดเพดาน เว้นร่องด้านล่างชั้น Built-inทั้งหมด เป็นระยะพอที่จะยืนแล้วสอดเท้าเข้าไป ตามสรีระและการใช้งานในการทำครัว และทุกส่วนถูกออกแบบให้มีการใช้งานได้ในทุกรายละเอียดคือออกแบบให้เป็นชั้นที่สามารถเก็บของและใช้งานได้จริง

โดยครัวฝั่งขวา โครงการออกแบบให้เป็นเคาท์เตอร์ยาว

ประกอบด้วยอ่างล้างจานฝังพื้นเคาท์เตอร์  ด้านล่างเป็นชั้นวางถังขยะ เก็บของ ใกล้อ่างล้างจานเป็นเตาไฟฟ้าฝังพื้น 4 หัว จาก Gaggenau ชั้นเหนือขึ้นไปเป็นที่ดูดควัน และสามารถเก็บแก้วน้ำ หรือขวดขนาดเล็กได้ ติดกัน เป็นชั้นเก็บของขนาดใหญ่ บานเปิด แบบ Soft closed ที่ด้านในแบ่งเป็นสัดส่วนในการใช้งาน มีทั้งแบบแบ่งชั้นสำหรับวางแก้ว ขวดน้ำ จาน ชาม หรือชั้นกว้างและลึก สำหรับเก็บอุปกรณ์ทำอาหารขนาดใหญ่ เช่น เตาไฟฟ้า หม้อหุงต้ม ให้เป็นระเบียบได้ และมีช่องสำหรับติดตั้งเครื่องล้างจานได้ ทั้งสองด้านของชั้นเก็บของ เป็นลิ้นชักแนวสูง มาพร้อมที่เก็บอุปกรณ์เครื่องปรุงต่างๆได้

ผนังฝั่งตรงข้าม เป็น Built-in เต็มผนังเช่นกัน มีตู้เย็นฝัง Siemens เหนือตู้เย็นเป็นชั้นเก็บของ บานเปิด แบบ Soft closed ถัดมาเป็นไมโครเวฟฝังจาก Gaggenau และมุมกาแฟที่ชั้นโล่งด้านซ้ายสุด หรือเป็นเคาท์เตอร์สำหรับวางเครื่องดื่มได้

ตรงกลางมีเคาท์เตอร์ครัว Top หินพาลิสซานโดร (Palissandro) สีขาว ที่มุมเคาท์เตอร์มาพร้อมเต้าเสียบไฟ แบบเก็บได้เมื่อไม่มีการใช้งาน

ผนังปลายสุดของห้องครัว เป็นทางออกสู่พื้นที่ Yard

ที่เป็นช่องรับลมเข้าสู่ตัวห้องอีกทางหนึ่ง และเป็นพื้นที่ที่ทำให้ผนังห้อง 2 ห้องไม่ติดกัน สามารถระบายอากาศได้ดี มีลักษณะเป็นพื้นที่ใช้งาน เช่น ซักล้าง หรือเป็นพื้นที่ระเบียงตากผ้า โดยมีชั้น Built-in ติดผนัง สำหรับวางเครื่องซักผ้าฝาหน้า และเก็บผ้า หรืออุปกรณ์ซักผ้าได้

ระเบียงบริเวณ Yard ในกรรมสิทธิ์์ห้องชุดมีพื้นที่ถึงประตูระเบียง พื้นที่ที่เหลือเป็นพื้นที่ส่วนกลาง สำหรับ Service แต่สามารถใช้งานได้จริง ปลายสุดเป็น ฟินแนวตั้งที่บังแดด ตลอดตัวอาคาร

หลังประตูทางเข้าเป็นห้องน้ำ

ถัดจากครัว เป็นห้อง Living หน้ากว้าง

พื้นที่ Living area กว้าง โปร่งโล่ง สามารถวางชุดโซฟาเซ็ตใหญ่ ไว้นั่งดูทีวี หรือรับแขก พร้อมวิวนอกห้อง มุมกว้าง

ด้านหลังชุดโซฟา เป็นโต๊ะทานอาหารสำหรับ 10 ที่นั่ง

มุมของห้องสามารถจัดเป็นพื้นที่ทำงานและห้องอ่านหนังสือได้

หลังโต๊ะทานอาหาร เป็นห้องเก็บของขนาดใหญ่

และห้องน้ำสำหรับแขก

ที่ระเบียงเป็นระเบียงใหญ่ สามารถตั้งโต๊ะเก้าอี้สำหรับนั่งพักผ่อนได้บรรยากาศภายนอกกับวิวมุมสูงของเมืองอีกมุม

ในส่วนของห้องนอนแรกห้องน้ำในตัว

เข้ามาจะพบกับส่วนของห้องนอน Master Bedroom โครงการออกแบบให้ห้องนอนดูเปิดกว้างด้วยกระจกเต็มบาน นอนชมวิว มาพร้อมหน้าต่างกระจกบานกระทุ้ง สำหรับเปิดระบายอากาศ

ห้องนอนมีพื้นที่กว้างขวางสามรถวางเตียง King Size พร้อมโต๊ะหัวเตียงได้

ปลายเตียงกว้างพอให้ตั้งชั้นวางทีวีติดแนวผนังได้

ด้านหลังผนังปลายเตียงเป็นทางเข้าห้องน้ำและ walk-in closet

ในส่วนของห้องน้ำเป็นประตูบานเลื่อน แบ่งพื้นที่ออกเป็น ส่วนเปียกและส่วนแห้ง มีประตูกระจกบานเปิดกั้น 2 พื้นที่

พื้นที่ส่วนแห้งโครงการให้อ่างอาบน้ำลอยตัว ตั้งอยู่ติดริมหน้าต่าง

มาพร้อมเคาท์เตอร์อ่างล้างหน้าแบบฝังพื้นเคาท์เตอร์ His & Her ด้านล่างมีพื้นที่เก็บของและวางของได้ตลอดแนว มาพร้อมกระจกบานใหญ่เต็มผนัง

แยกห้องตั้งสุขภัณฑ์ ของ TOTO

ติดกันเป็นส่วนเปียก เป็นห้องอาบน้ำแบบrain shower และ hand shower ที่มุมผนังออกแบบให้สามารถวางอุปกรณ์อาบน้ำได้

ติดประตูทางเข้าห้องน้ำเป็นตู้เสื้อผ้า built-in ฝังในแนวผนังเป็น u shape

ห้องนอนที่ 2 มีพื้นที่ใช้งาน 2 ส่วนหลักๆ คือห้องนอน และห้องน้ำ พื้นที่แต่งตัว

ห้องน้ำแบ่งเป็นส่วนเปียก ส่วนแห้ง กั้นด้วย Shower Box กระจกบานเปิด

พื้นที่ส่วนเปียก มีทั้ง Rain Shower และ shower พร้อมที่วางอุปกรณ์อาบน้ำ

 

พื้นที่ส่วนแห้ง เป็นโถสุขภัณฑ์ และเคาท์เตอร์อ่างล้างหน้าแบบฝังพื้นเคาท์เตอร์ ติดทางเข้า ด้านล่างมีพื้นที่เก็บของและวางของได้ตลอดแนว มาพร้อมกระจกบานใหญ่เต็มผนัง

ด้านหน้าทางเข้าห้องน้ำเป็นพื้นที่แต่งตัว เชื่อมระหว่างห้องน้ำและห้องนอน เป็นตู้เสื้อผ้า Built-in เต็มแนวผนัง สูงจากพื้นจรดเพดาน

ในส่วนของห้องนอน ดูเปิดกว้างด้วยกระจกเต็มบาน นอนชมวิว มาพร้อมหน้าต่างกระจกบานกระทุ้ง สำหรับเปิดระบายอากาศ หรือรับลมเย็นๆ ได้

ห้องนอนสามารถวางเตียง Queen Size พร้อมชั้นวางของหัวเตียง และชั้นวางทีวีที่ปลายเตียงได้

ห้องนอนสุดท้าย อยู่ปีกด้านขวาติดโซนโต๊ะทานอาหาร แบ่งพื้นที่เป็น 2 ส่วนหลักๆ คือห้องนอน และห้องน้ำ พื้นที่แต่งตัว

ห้องน้ำแบ่งเป็นส่วนเปียก ส่วนแห้ง กั้นด้วย Shower Box กระจกบานเปิด

พื้นที่ส่วนเปียก โครงการให้ hand shower พร้อมที่วางอุปกรณ์อาบน้ำ

 

พื้นที่ส่วนแห้ง เป็นโถสุขภัณฑ์ และเคาท์เตอร์อ่างล้างหน้าแบบฝังพื้นเคาท์เตอร์ ติดทางเข้า ด้านล่างมีพื้นที่เก็บของและวางของได้ตลอดแนว มาพร้อมกระจกบานใหญ่เต็มผนัง

ด้านหน้าทางเข้าห้องน้ำเป็นพื้นที่แต่งตัว เชื่อมระหว่างห้องน้ำและห้องนอน เป็นตู้เสื้อผ้า Built-in L shape เต็มแนวผนัง สูงจากพื้นจรดเพดาน

ในส่วนของห้องนอน ดูเปิดกว้างด้วยกระจกเต็มบาน นอนชมวิว มาพร้อมหน้าต่างกระจกบานกระทุ้ง สำหรับเปิดระบายอากาศ หรือรับลมเย็นๆ ได้

ห้องนอนมีพื้นที่พอสำหรับวางเตียง Queen Size พร้อมชั้นวางของหัวเตียง และชั้นวางทีวีที่ปลายเตียงได้

KRAAM Sukhumvit 26 แม้ว่าจะมีจำนวนยูนิตเพียงแค่ 128 ยูนิต นับว่าเป็นคอนโด High Rise ที่มีจำนวนยูนิตน้อยที่สุดในย่านสุขุมวิท 26 และ 24 แต่ก็เป็นโครงการคอนโดที่มีหลากหลายห้องให้ได้เลือกตามแต่ละขนาดครอบครัวและความต้องการ โดยจุดเด่นที่ทุกห้องมีร่วมกันคือ พื้นที่ประโยชน์ใช้สอยที่ครบครัน มีขนาดใหญ่ ไม่เหมือนอยู่คอนโดแต่เสมือนได้ใช้พื้นที่แบบอยู่บ้าน คู่กับงานออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ และนวัตกรรมการออกแบบประหยัดพลังงาน ที่เน้นความเป็นส่วนตัว และความกลมกลืนกับสภาพแวดล้อมโดยรอบ

 

ยุคสมัยนี้ดูเหมือนว่าคอนเซปท์การพัฒนาคอนโดในรูปแบบอบอุ่นเหมือนอยู่บ้านตามสไตล์ Feel Like Home จะเป็น new normal สำหรับโครงการที่เน้นห้องใหญ่จับกลุ่ม Family แต่ถ้าจะถามว่าโครงการ Luxury High Rise Condo โครงการไหนที่เป็นโครงการแรกๆในการนำคอนเซปท์นี้มาใช้ พร้อมกับการสร้างอัตลักษณ์ของ Home-Like ให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรมจับต้องได้มากที่สุดก็น่าจะเป็น KRAAM Sukhumvit 26 (คราม สุขุมวิท 26) ซึ่งทางผู้พัฒนาอย่าง นายณ์ เอสเตท (Nye Estate) ตั้งใจให้ที่นี่เป็นที่อยู่อาศัยที่สะท้อนความรู้สึกของการอยู่บ้านอย่างแท้จริง โดยมีไฮไลท์ที่น่ายกย่องคือการอนุรักษ์ ‘ต้นหางนกยูง’ อายุนับ 100 ปี ให้สามารถอยู่คงสภาพเดิมร่วมกับบริบทของพื้นที่สีเขียวกว่า 1 ไร่

บรรยากาศของความเหมือนบ้านของที่นี่ ช่างดู Surreal จนผมคิดว่าหากเอาผ้าปิดตา มาปิดตาใครก็ได้ที่มาเยี่ยมชมโครงการ และไปเปิดดูอีกทีตอนที่อยู่ในห้อง หรือบริเวณสวนขนาดใหญ่ที่หน้าโครงการ รับรองว่าร้อยทั้งร้อยก็ต้องนึกว่าเรากำลังเดินอยู่ในโครงการบ้านเดี่ยวสุดหรูที่ไหนสักแห่ง ที่ไม่ใช่ใจกลางสุขุมวิท 26 แบบนี้

บริบทโดยรวมของทำเลสุขุมวิท 26 นั้น นอกจากจะเป็นซอยลัดเลาะที่ทำหน้าที่เชื่อมต่อระหว่างถนนสุขุมวิท และถนนพระรามสี่แล้ว (ที่กำลังเร่งพัฒนาแบบก้าวกระโดดจนแซงหน้าหลายๆทำเลในกรุงเทพฯชั้นในไปแล้ว จากการร่วมกันพัฒนาโครงการระดับ Mega Projects พร้อมๆกันบริเวณเกือบทุกแยกใหญ่บนถนน) ยังมีลักษณะของการเป็นย่าน Residential Area ที่สมบูรณ์แบบ น่าอยู่ สวยงาม เพราะมีอุโมงค์ต้นไม้สีเขียวอยู่ตลอดสองฝั่งทาง และยังเป็นที่ตั้งของ Neighborhood Malls ที่เน้นจับกลุ่ม Family ตั้งแต่เด็กเล็ก สัตว์เลี้ยง ไปจนถึงกลุ่ม Expat อย่าง K Village, A Square, Bambini Villa และ Nihonmachi โดยหากรวม Hyper Market อย่าง Big C เข้าไป และการเข้าถึงย่านไลฟ์สไตล์ชั้นนำอย่าง The Em District ได้โดยง่าย ก็อาจเรียกได้ว่าทำเลตรงนี้คือสุดยอดปรารถนาของใครหลายๆคน…จึงไม่แปลกที่บรรดา Landlord ที่เป็นเจ้าของที่ดินและอาศัยอยู่ในย่านนี้ จึงไม่ยอมที่จะย้ายออกไปไหนง่ายๆ ซึ่งก็ส่งผลให้ Supply โครงการคอนโด High Rise ริมถนนสุขุมวิท 26 นั้นมีน้อยมาก ถ้าเทียบกับสุขุมวิท 24, 39 และบริเวณย่านทองหล่อ ทำเลนี้มีบรรยากาศของความร่มรื่นน่าอยู่ เป็นบ้านอันสมบูรณ์แบบของใครหลายๆคนมานานแล้ว จึงไม่แปลกที่ KRAAM Sukhumvit 26 โดย นายณ์ เอสเตท (Nye Estate) และพันธมิตรออกแบบชั้นนำอย่าง A49, PIA Interior และ P Landscape จะเลือกใช้กลยุทธ์ Home-Like ในการพัฒนาโครงการคอนโด ให้แตกต่างจากตลาดคอนโด Super Luxury ที่มีให้เลือกซื้อกันมากมายในย่านพร้อมพงษ์ – ทองหล่อ

 

Massification of Luxury (ความพยายามในการทำให้สินค้าหรูสามารถเข้าถึงได้ในวงกว้าง) คือสิ่งที่เราได้มีโอกาสเห็นจากทุกดีเวลลอปเปอร์ ที่หันมาพัฒนาโครงการคอนโดในกลุ่มตลาด Luxury – Super Luxury ในช่วง 3 ปีให้หลัง หลายๆโครงการใช้คอนเซปท์ราคาที่จับต้องได้ง่ายอย่าง Affordable Luxury บางโครงการใช้สุนทรียะของงานศิลปะ (Aesthetic Experience) มาเพื่อดึงดูดกลุ่มผู้ที่ชื่นชอบงานสะสม โดยที่อีกหลายโครงการเน้นการใช้วัสดุแวววาว หินอ่อนจากเหมืองหายาก เฟอร์ฯแบรนด์ดังเป็นองค์ประกอบในการตกแต่งของพื้นที่ส่วนกลาง แต่สำหรับ KRAAM Sukhumvit เลือกที่จะกำหนดนิยามของคำว่า Luxury คือ “บ้าน” ซึ่งเป็นคำที่ถ่ายทอดเรื่องราว ประสบการณ์ของการอยู่อาศัยร่วมกันแบบอบอุ่น อยู่ได้จริง ในแบบที่มีความเป็น Emotional มากที่สุด โดยที่มี Tangible Asset คือ การออกแบบให้มีลักษณะเป็น Home-Like Condominium ที่คำนึงถึงความเป็นส่วนตัวของผู้อยู่อาศัย ให้ได้ฟังก์ชั่นเหมือนการอยู่บ้านทุกอย่างโดยเฉพาะพื้นที่ Storage บริเวณที่จอดรถ พื้นที่ Yard แบบกึ่ง Outdoor ภายในห้องและการออกแบบให้แปลนแต่ละยูนิตไม่มีผนังติดกัน ล้วนแล้วแต่ตอบโจทย์คนที่ต้องการ “บ้าน” ที่เจาะจงว่าต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบสุขุมวิท 26 เท่านั้น…ในมุมมองของผมนี่คือสิ่งที่ นายณ์ เอสเตท (Nye Estate) ถนัด และเป็น Perception ที่ค่อนข้างชัดเจนในกลุ่มลูกค้า มี Prove Evidence ที่ชัดเจนจากโครงการบ้านหรูใจกลางสุขุมวิททั้ง 3 โครงการคือ Quarter 31, Quarter 39 และ Quarter ทองหล่อ

ผมเองเป็นคนที่ชอบใช้ชีวิตอยู่ในห้องครับ เมื่อครั้งที่ผมอยู่คอนโดก็กลับไม่ชอบออกไปใช้พื้นที่ส่วนกลาง ขนาดลู่วิ่งยังซื้อมาไว้ใช้ส่วนตัวในห้องเลย เนื่องจากเป็นคนที่ชอบมีปฎิสัมพันธ์กับญาติสนิท มิตร สหาย คนรู้ใจ มากกว่าที่จะไปพบปะสังสรรค์กับคนภายนอก กล่าวคือหากมีคอนโดไหนที่ให้ห้องที่มีขนาดใหญ่ ฟังก์ชั่นพร้อมทุกอย่าง มีห้อง Yard ได้วิวสวนสวยๆ มีผู้ร่วมชั้นน้อยๆ ไม่ต้องห่วงเรื่องเสียงดังเอะอะโวยวาย แต่ถ้านึกจะไปห้างก็ใกล้ ไปง่ายสะดวก ก็ดูจะถูกใจผมเป็นพิเศษ ผมไม่รู้ว่ามีคนมากแค่ไหนที่รู้สึกแบบเดียวกับผมแต่สำหรับใครที่ชอบพื้นที่ส่วนกลางหรูหราฟุ้งๆ มี Sky Lounge ห้องกระจกลอยฟ้า พร้อม Wine Bar อาจจะไม่ค่อยถูกจริตกับที่นี่เท่าไหร่ เพราะด้วยจำนวนยูนิตที่น้อยและค่าส่วนกลางตรม.ละ 100 บาท แถมยังเน้นห้องขนาดใหญ่ (ห้องเพนท์เฮ้าส์ขายหมดแล้ว และ 70% ที่ขายได้คือห้อง 2 นอนขึ้นไปเป็นหลัก) ที่นี่จึงคำนึงการอยู่อาศัยในระยะยาว และการอยู่อย่างสะดวกสบาย ทางโครงการ จึงออกแบบพื้นที่ส่วนต่างๆให้สามารถเก็บของได้อย่างเป็นระเบียบ และออกแบบพื้นที่การใช้งานในชีวิตประจำวันให้มีความสะดวกสบาย เหมาะแก่การใช้งานของทุกเพศทุกวัย มากกว่าที่จะเป็นพท.ที่ต้องใช้งบประมาณในการบำรุงรักษาเยอะ และสิ้นเปลืองพลังงาน

ยิ่งหากดูในราคาขายที่ตอนนี้ก็จะพบว่าราคายังไม่ได้ไปไกลถึงตารางเมตรละสามแสนครับ และเชื่อว่าหลังโอนไปที่นี่น่าจะมี Gap ในการทำราคาเพิ่มขึ้นได้อีกเนื่องจากมีจำนวนยูนิตที่น้อย เน้นกลุ่มเป้าหมายอยู่เองที่ไม่ได้ต้องการขายห้องทำกำไรระยะสั้นเพียงน้อยนิด อีกทั้งคอนโดเปิดใหม่ที่อยู่ห่างออกไปไม่กี่เมตรตอนนี้ก็มีราคาขายที่ตารางเมตรละสามแสนกว่าเข้าไปแล้วเช่นกัน KRAMM Sukhumvit 26 คืออีกหนึ่ง Masterpiece Living ในบรรยากาศที่แตกต่าง และควรแค่แก่การอยู่อาศัยระยะยาวอย่างแท้จริงครับ

 

24-25 ส.ค. นี้ ร่วมสัมผัสประสบการณ์อยู่อาศัยเหนือระดับใจกลางพร้อมพงษ์ รายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกชั้นนำกับ คราม สุขุมวิท 26 หนึ่งใน ‘Nye Signature Collection’ 3 โครงการหรู สร้างเสร็จสมบูรณ์พร้อมเข้าอยู่ พิเศษสุด รับ Ultimate Deal of the Year สูงสุด 1,500,000 บาท และ Premium Gift Voucher พิเศษสุดร่วมกิจกรรมสุดเอกคลูซีฟ Tea Blending Art Workshop* โดยร้าน TE Thonglor ภายในงานเท่านั้น ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ nyeestate.com/nyesignaturecollection/ ข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 062-195-9626



เกริก บุณยโยธิน

เกริก บุณยโยธิน

ผู้ก่อตั้งเวปไซต์แบ่งปันความรู้ด้านการตลาด และการสร้างแบรนด์ในวงการอสังหาฯ พร็อพฮอลิค ดอทคอม..หลังจากที่ใช้เวลามากกว่า 10 ปี ในการวนเวียน เข้าๆออกๆ ในสายงานด้านการตลาด และวางแผนกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ ของบริษัทอสังหาฯ และเอเยนซีโฆษณาชั้นนำหลายแห่ง (โดยที่ไม่รู้ว่าทำไมต้องจับสลากเจอลูกค้าสายอสังหาฯทุกที)...จนถูกครอบงำโดยจิตใต้สำนึก ให้ถีบตัวเองออกจากกรอบการทำงานแบบเดิมๆ เพื่อออกมาจุดประกายความคิดที่ถูกต้อง และนำเสนอมุมมองใหม่ๆ ให้กับกลุ่มคนที่สนใจในธุรกิจอสังหาฯ

เว็บไซต์


PropScore™ 4.3

SCORE:
0.0
From : 0 รีวิว


ยังไม่มีการให้คะแนนและ Comment โครงการนี้


พาไปชมโครงการ ลา กาซิต้า คอนโดฯ ตากอากาศสไตล์สแปนิช พร้อมพื้นที่ส่วนกลางกว่า 2.5 ไร่ และตึกเสร็จพร้อมเข้าอยู่ ในราคาเริ่มต้น 2.19 ลบ.

ลา กาซิต้า (La Casita) ชื่อนี้หลายคนอาจเคยได้ยินมาบ้างแล้ว นั่นก็คือชื่อโครงการคอนโดมิเนียมจากทางแสนสิริ และมีความโดดเด่นในเรื่องของการออกแบบและมีเอกลักษณ์ ที่มากับสีสันพาสเทล ให้ความรู้สึกสดใสและผ... อ่านต่อ

11 November, 2019



ตระการตากับพรมเปอร์เซียร์ เปียโนโบราณอายุกว่า 100 ปี และเครื่องเสียงมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท

วันนี้ผมจะพาเดินชมนิทรรศการ Bangkok Persian Carpet Exhibition 2019 - งานจัดแสดงและจำหน... อ่านต่อ

8 November, 2019

Exclusive Interview: คุณโก้ ชานนท์ เรืองกฤตยา กับการพลิกองค์กรครั้งสำหรับสู่การเป็น Urban Living Solutions Company

เป็นเวลานานกว่า 5 ปีแล้วล่ะครับ ที่ผมไม่ได้มีโอกาสนั่งทานข้าวบนโต๊ะเดียวกัน ในแบบเป็นกั... อ่านต่อ

4 November, 2019

พาชม JLL Asia Pacific Headquarter ที่ Paya Lebar สิงค์โปร์

ที่นี่เป็นอาคารสำนักงานแห่งที่สองของ JLL ในวิงค์โปร์ที่เพิ่งจะ Move in ไปเมื่อ 6 สัปดาห... อ่านต่อ

2 November, 2019

RML เผยกลยุทธ์ธุรกิจ 5 ปี พร้อมบุกชมห้องตย. The Estelle Phrom Phong แห่งแรกในสิงค์โปร์ เคียงข้างร้านบ้านหญิง ที่ Royal Square@Novena

วันนี้โครงการ The Estellle Phrom Phong ได้ฤกษ์ในการเปิดตัวอย่างเป็นทางการสู่สาธารณชนชาว... อ่านต่อ

2 November, 2019