EYSE Sukhumvit 43

  

อีส สุขุมวิท 43


EYSE Sukhumvit 43 เป็นทำเลแรกที่ทาง Singha Estate ส่งมาหยั่งเชิงตลาดกลุ่มลูกค้า Low Rise Luxury Condo ด้วยราคาที่ต้องบอกว่าแพงพอตัว ถ้าเทียบกับคอนโด Low Rise อื่นๆทั่วไป ยิ่งถ้าไปบอกลูกค้าทั่วไป ที่ยังไม่ทราบข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับโครงการว่าราคาขายเริ่มต้นที่ตรม.ละ 267,000 บาท บางทีลูกค้ารายนั้นอาจจะเบือนหน้าหนี แต่หากว่าเรา Zoom in ไปในเชิง Product Development และ Attribute & Benefit เมื่อเทียบกับโครงการใน Class เดียวกัน ก็จะพบว่า คอนโด 7 ชั้น เพดานสูง 3 เมตร มีพื้นที่ส่วนกลาง และ Practical Functions หลายๆอย่างที่เหมือน “บ้าน” ใจกลางย่านพร้อมพงษ์ แห่งนี้ก็ดูจะมีราคาขายที่เหมาะสมตอบโจทย์คนมีกำลังซื้อ และกลุ่มนักลงทุนแบบ Thoughtful Investor ที่เลือกซื้อจากความชอบในบรรยากาศ อยากอยู่เองไปก่อนสักพักแล้วค่อยขายมากกว่าปัจจัยในเรื่องราคาเปรียบเทียบ และผลตอบแทนในเชิงตัวเลข

เกริก บุณยโยธิน on July 20, 2018 at 7:33 pm

Prop score™: 3.7

คะแนนรีวิว: 0.0

0 รีวิว



    ข้อมูลโครงการ

ชื่อโครงการ

EYSE Sukhumvit 43

บริษัทผู้สร้าง

Singha Estate Plc.

สถานที่

ซอยสุขุมวิท 43

สถานีรถไฟ BTS

BTS พร้อมพงษ์ Distance 550 m.

สถานีรถไฟใต้ดิน

-

Airport Rail Link

-

สถานี BRT

-

พื้นที่

1-3-69.4 ไร่

ชั้น

7 ชั้น 2 อาคาร

ยูนิต

107 ยูนิต

ที่จอดรถ

ที่จอดรถ 100%

ลิฟท์

อาคารละ 2 ตัว

สิ่งอำนวยความสดวก

Lobby, Storage Room, Mailbox, The Living Room, The Meeting Room, Lawn Terrace, Waterfall Terrace, Sunken Terrace, Garden Lounge, Steam room, Private Onsen, Swimming pool, Kids pool, Jacuzzi, Fitness


    ประเภทยูนิต

ประเภท

คอนโดมิเนียมโลว์ไรส์/คอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ลักชัวรี่/CONDO

studio

-

1 bedroom

52.25-54.5 ตร.ม.

2 bedroom

62.5-94.75 ตร.ม.

3 bedroom

-

Duplex

2 Bedroom (Duplex) 99.50 - 99.75 ตร.ม.

Penthouse

-

ประเภทอื่นๆ

Combined Unit 3 ห้องนอน 109 ตรม.

ความสูงจากพื้นถึงเพดาน

3 เมตร

ราคาเริ่มต้น / ตรม.

ประมาณ 267,000 บาท/ตร.ม.

ราคาเริ่มต้น / ยูนิต

13.99 ล้านบาท

ค่าส่วนกลาง

ืn/a

Sinking Fund fee

n/a

สร้างเสร็จ

2020

เว็บไซต์

http://www.singhaestate.co.th/condominium/an-urban-sanctuary-condo-at-sukhumvit-43/concept4.php?lang_selection=TH

1221


เพื่อนบ้าน Street View


เปิดห้องตัวอย่าง EYSE Sukhumvit 43 คอนโด Luxury 7 ชั้น ย่านพร้อมพงษ์ ที่ให้คุณรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน พร้อมสวนขนาดใหญ่

 

พร้อมพงษ์ คือย่าน Lifestyle District และต้นกำเนิดของย่าน Expat ที่มีชื่อเสียง และเป็นที่รู้จักกันไปทั่วโลก เป็นพื้นที่รอยต่อที่เชื่อมกับย่านทองหล่อ และอโศก ที่เป็น destination อันดับต้นๆของคนไทยและชาวต่างชาติ อีกทั้งเป็นแหล่ง hangout อันดับต้นๆของคนไทย ซึ่งหากเปรียบเทียบง่ายๆ หากยกทองหล่อให้เป็นชินจูกุของกรุงเทพฯ พร้อมพงษ์ก็เปรียบเสมือนย่านกินซ่า เพราะรายล้อมไปด้วยแหล่งชอปปิ้งระดับไฮเอนด์บนพื้นที่ทำเลราคาแพง กล่าวคือพร้อมพงษ์ จะมีความหรูหรา ไฮเอนด์ มีระดับมากกว่าทองหล่อที่เน้นความ mass ในระดับหนึ่ง ก็เพราะ พร้อมพงษ์ เป็นย่าน CBD ที่รวมเอาอาคารสำนักงาน ห้างสรรพสินค้า  และร้านค้าระดับไฮเอนด์ รวมทั้งการผนึกกำลังและสร้าง new destination ของทั้งคนไทยและต่างชาติ อย่าง The Em District ที่มีทั้ง EMPORIUM EMQUARTIER และ EMSPHERE ที่ยกทัพมาผนึกกำลังตอกย้ำความ Hi-end ให้กับย่านมากยิ่งขึ้น

 

นอกจากนี้พร้อมพงษ์ ยังเป็นย่านที่เดินทางได้อย่างสะดวกสบายย่านหนึ่ง เพราะล้อมรอบไปด้วยไปด้วยถนนเส้นหลักที่เชื่อมโยงไปยังส่วนต่างๆของเมือง ทั้งถนนสุขุมวิท เพชรบุรี รวมทั้งเชื่อมไปยังทองหล่อ ผ่านซอยลัด โดยไม่ต้องผ่านถนนหลัก รวมทั้งยังสามารถเดินทางสะดวกผ่านรถไฟฟ้าสายสุขุมวิท จึงเหมาะสำหรับการใช้ชีวิตกลางเมืองเป็นที่สุด ทำให้ developer หลายรายเลือกทำเลที่อยู่อาศัยในย่านพร้อมพงษ์ บนซอยสุขุมวิทฝั่งเลขคี่อย่าง สุขุมวิท 31, 33, 35, 39 ที่เป็นแหล่งของอพาร์ทเมนท์ เซอร์วิสอพาร์ทเมนท์ ห้องใหญ่ ราคาสูง เหมาะกับ expat ที่ใช้ชีวิตอยู่เป็นครอบครัว จนมีความต้องการของตลาดที่อยู่อาศัยใจกลางย่านค่อนข้างสูง ทำให้มีโครงการคอนโดระดับ luxury จนถึง super luxury มาครอบครองทำเล และพัฒนาที่อยู่อาศัยในย่านนี้ เพื่อรองรับวิถีชีวิตในย่านสุดหรู และตอกย้ำความเป็นย่าน Hi-end มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในช่วงซอย 39 ที่เป็นซอยทะลุ The Em District และเชื่อมระหว่างถนนสุขุมวิทและเพชรบุรีได้อีกด้วย รวมทั้งซอยสุขุมวิท 24 ซอยฝั่งตรงข้ามที่มีคาแรคเตอร์คล้ายกันคือ ติดทางเข้า The Emporium และเชื่อมระหว่างถนนสุขุมวิทและถนนพระรามที่ 4 จึงได้รับอานิสงค์ในการพัฒนาไปด้วยหลายต่อหลายโครงการฯ จนทำให้ภายในซอยเริ่มแน่นและรถติดมากขึ้นทุกวัน ทำให้ความ privacy ที่อาคารพักอาศัยต้องการค่อยๆลดลง ทางเลือกใหม่ของการเลือกทำเลในย่านพร้อมพงษ์ ซอยตันจึงเป็นอีกทางเลือกที่สามารถจำกัดการพัฒนา และสร้างความ Privacy ให้กับการอยู่อาศัยได้ รวมทั้งมีเพียงไม่กี่ซอยที่เป็นซอยตัน แต่ไม่ลึก จึงสะดวกในการเดินทางสู่ถนนใหญ่ หนึ่งในซอยนั้นก็คือ ซอยสุขุมวิท 43

ส่วนใหญ่แล้ว เมื่อพูดซอยตัน ก็มักจะมากับเขตทางขนาดเล็ก ทำให้ขึ้นอาคารได้ไม่สูง หรืออาจติดข้อจำกัดเรื่องขนาดแปลงกับกฎหมายของขนาดการก่อสร้างอาคาร ทำให้คอนโดส่วนใหญ่เป็น Low Rise และลดเกรดของวัสดุและแบรนด์ลงมา ทั้งๆที่พื้นที่เป็นพื้นที่ที่เหมาะแก่การพักอาศัยแบบ Privacy มากกว่า High rise รวมทั้งมีคนอีกกลุ่มที่ชอบการใช้ชีวิตแบบ Low Rise มากกว่า เพราะความสงบ ผู้คนไม่พลุกพล่าน เหมาะกับการพักอาศัยที่แท้จริง

 

แต่ยิ่งบนพื้นที่กลางเมือง ที่ดินราคาแพง การพัฒนาคอนโดส่วนใหญ่มักเป็นคอนโด High rise ที่ออกแบบ และให้วัสดุ ระดับ Luxury ที่มีขายและแข่งขันกันค่อนข้างมาก ทั้ง Design และสเปคภายใน รวมถึงพื้นที่ส่วนกลางก็ดูจะไม่หนีกันไปเท่าไหร่นัก แต่ในทางกลับกัน หากจะหาคอนโด Low Rise ใหม่ๆในย่านนี้ บอกเลยว่าหายากกว่า Condo High Rise หลายเท่านัก ยิ่งถ้าเป็นคอนโด Low Rise แต่อยู่ในระดับ Luxury ซึ่งความเป็น Luxury ในมุมมองของใครหลายคน หมายถึง การสะท้อนความเป็น Luxury ในงานออกแบบ การเน้นความเป็นส่วนตัว จำนวนยูนิตในโครงการ และการเป็นคอนโดที่ไม่อยู่ติดถนนใหญ่มากนัก แต่ยังสามารถเดินทางและเชื่อมต่อกับแหล่ง lifestyle โดยรอบได้โดยง่าย และยิ่งย่านพร้อมพงษ์ การจะหาที่ดินในการพัฒนาโครงการคอนโด Low Rise ที่สะท้อนความเป็น Luxury ดังกล่าว น่าจะหายากกว่าที่ดินเพื่อทำคอนโด High rise ซึ่งหากจะหาคอนโด Low Rise ในย่าน ก็จะมีแค่ 2 แห่งที่อยู่ใน segment luxury คือ Ashton Residence 41 และโครงการใหม่ของ Singha Estate คือ EYSE Sukhumvit 43 (อีส สุขุมวิท 43)

EYSE เป็นคำอังกฤษโบราณ ที่มีความหมายเช่นเดียวกับ EASE  ที่มีความหมายถึงการพักผ่อน ความสบาย ที่ทำมาใช้เป็นแบรนด์ของโครงการ ที่ต้องการสื่อถึงโครงการที่ผู้อยู่อาศัยได้พักผ่อนอย่างแท้จริง ผ่านการทำสำรวจความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย คนจำแนกประเภทของผู้ซื้อออกมาเป็น กลุ่ม Mature single adult ที่ต้องการคอนโดเพื่อการอยู่อาศัยและพักผ่อนเสมือนอยู่บ้านจริงๆ กลุ่ม Family ที่ใช้เป็นบ้านหลังที่ 2 กลุ่ม early retire ที่ยังคงชื่นชอบการใช้ชีวิตในเมืองแต่ก็ต้องการความอยู่สบายหลังเกษียณ และกลุ่มสุดท้ายคือกลุ่ม Thoughtful Investor ที่ชอบผลตอบแทนและเน้นการลงทุนในระยะยาวเฉพาะกับคอนโดที่ตนเองชอบ และนำโจทย์การใช้ชีวิตของคนแต่ละกลุ่มมาออกแบบหาจุดร่วมเพื่อออกแบบโครงการภายใต้แบรนด์ EYSE ให้เป็นคอนโดที่ออกแบบบนฐานความต้องการและความปรารถนาลึกๆของกลุ่มลูกค้าที่ต้องการอยู่อาศัยแบบ Luxury Low Rise อย่างแท้จริง นั่นคือการใช้ชีวิตแบบ ABSOLUTE URBAN RETREAT 4 แกน คือ SAFE – PRIVATE – SANCTUARY- LIKE A HOUSE ภายใต้คอนเซป THE HIDDEN TREASURE เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยได้เผยตัวตนที่ซ่อนอยู่เมื่อได้ใช้เวลาอยู่ในโลกส่วนตัวของตน ผ่าน 4 องค์ประกอบสำคัญของความเป็น THE HIDDEN TREASURE คือ

Downtown Hidden Location

การเลือกทำเลที่ตั้งโครงการ ที่มีความสงบเป็นส่วนตัว  แต่อยู่ใน Prime location ทำให้ผู้อยู่อาศัยสามารถใช้ชีวิตตาม Lifestyle ของตัวเองได้อย่างสะดวกสบาย รวมทั้งการดึงเอาลักษณะเด่นของแต่ละ Location มาผสานกับ THE HIDDEN TREASURE ถ่ายทอดสู่การออกแบบโครงการ EYSE ในแต่ละแห่ง ซึ่งเป็นการผสมผสานกันอย่างลงตัว ทั้งในแง่ของผู้อยู่อาศัยในโครงการ กับพื้นที่ทำเลต่างๆ

 

Courtyard or backyard concept ,disconnect to the world outside

โครงการมีความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนห้องที่น้อย ผสานการดีไซน์ที่เน้นการอยู่ร่วมกับธรรมชาติ การออกแบบที่คำนึงถึงทิศทางลม และแดด และพื้นที่สีเขียวที่ออกแบบให้ใกล้ชิดกับผู้อยู่อาศัย เสมือนอยู่บ้านที่มีลาน สนามหญ้า ที่นั่งใต้ร่มไม้ มีทั้งพื้นที่ส่วนตัวและพื้นที่ใช้งานร่วมกัน รวมทั้งเห็นและสัมผัสบรรยากาศยอดไม้ เสมือนคุณอยู่ชั้นบนของบ้าน

Layout options and Real usage function provided

ใส่ใจทุกความต้องการที่แอบซ่อนของผู้อยู่อาศัย โดยการลดการสร้างอาคารเต็มข้อจำกัดพื้นที่ แต่สร้างเพียง 107  ยูนิต บนที่ดินกว่า 2 ไร่ เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยได้ทีพื้นที่ที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะตัวได้มากที่สุด ทั้งในแง่ของฟังก์ชั่นการใช้งานและดีไซน์ ที่ให้ความสูงห้องถึง 3 เมตร ซึ่งตลาดคอนโด low rise ไม่ค่อยมี

 

Multi-functional Facilities

พื้นที่ส่วนกลางอารมณ์บ้าน ที่ซ่อนฟังก์ชั่นการใช้งานให้สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานได้หลากหลาย และเพิ่มโอกาสการพบปะกันระหว่างผู้อยู่อาศัย ที่จัดเต็มให้ทุกสิ่งอำนวยความสะดวก ระดับ Luxury ไม่แพ้ส่วนกลางในคอนโด High rise รวมทั้งการมีที่จอดรถแบบ private car park 100% พร้อม EV charger 3 คัน

นอกจาก ความเป็น THE HIDDEN TREASURE หลัก ตามคอนเซปต์แบรนด์ EYSE ที่ให้มาอย่างครบครัน EYSE Sukhumvit 43 ก็มีความโดดเด่นของ Hidden Fascination ของซอยสุขุมวิท 43 ถึงแม้เป็นซอยตัน แต่ถือว่าเป็น Hidden Gem ที่มีสเน่ห์ เพราะนอกจากจะตั้งอยู่บนทำเลที่ใกล้ศูนย์กลาง CBD อโศกพร้อมพงษ์ ในรัศมีใกล้ lifestyleโดยรอบในระยะที่สามารถเดินได้ อย่าง Rain Hill 420 เมตร Emporium 675 เมตร Emquartier 720 เมตร และ BTS พร้อมพงษ์ 550 เมตร

ถึงแม้จะอยู่Locationใจกลางเมือง แต่บรรยากาศภายในซอยค่อนข้างเงียบสงบ เหมาะสำหรับพักอาศัย ไม่มีอาคารสูงในระยะประชิด และที่สำคัญคืออยู่ติดกับ พระตำหนักเลอดิส และพระตำหนักวิลล่า-วัฒนา ทำให้ได้วิวสวนสวยและวิวดี

ประกอบกับการออกแบบที่คำนึงถึงการอยู่อาศัยอย่างแท้จริง ผ่านการวางตัวอาคาร 2 อาคารเป็น L shape ล้อมคอร์ทพื้นที่ส่วนกลางและ Landscape ที่ทำให้เกิด Private court yard ภายในโครงการ

และพื้นที่ Private แบบส่วนตัวที่ออกแบบตามคอนเซปท์ Bonding with the Fascination Nature คือการออกแบบที่เน้นความต่อเนื่องของทัศนียภาพ ผ่าน Central Courtyard พื้นที่คอร์ทส่วนกลางสีเขียวของโครงการ ทั้ง 4 โซน

 

ประกอบด้วย Lawn Terrace พื้นสนามหญ้าโล่งๆ แต่รายล้อมด้วยพรรณไม้นานาชนิด ที่สามารถใช้เป็นสนามออกกำลังกาย สนามเด็กเล่น หรือกิจกรรม out door อื่นๆได้

Vertical Green Wall สูง 10 เมตร ที่ทำหน้าที่โอบกอดและกำหนด space รวมทั้งเป็นจุดปลายตาสีเขียวผืนใหญ่ที่มองเห็นจากโดยรอบโครงการ และมี Sunken Terrace ที่กดลงไปต่ำกว่าระดับพื้นดิน สร้างความต่างระดับของ Space ที่สามารถแยกการใช้งาน รวมทั้งให้บรรยากาศเสมือนนั่งอยู่ท่ามกลางป่าสีเขียวใจกลางเมือง

เพิ่มบรรยากาศด้วยเสียงน้ำไหล ที่ Waterfall Terrace พื้นที่กึ่ง out door ที่มีมุมโซฟา ยื่นและโอบล้อมด้วยสายน้ำ

และ Facilities cube พื้นที่รวม facility หลักของโครงการ ที่ออกแบบให้เชื่อมกับสวนและ Vertical Green Wall

มีห้อง Fitness ที่ชั้นล่าง ที่มีวิวของสวนสีเขียวสร้างความผ่อนคลายขณะออกกำลังกาย

ส่วนที่ชั้นบน เป็นสระว่ายน้ำ ที่มี vertical green wall สร้างความเป็นส่วนตัว ท่ามกลางทิวไม้ที่รายล้อม

รวมทั้งการออกแบบให้มีความร้สึกเหมือนอยู่บ้าน ตั้งแต่ Main Entrance ที่มีพื้นที่ drop off ก่อนเข้าสู่พื้นที่จอดรถ

พื้นที่ Lobby เพดานสูงที่ออกแบบให้โปร่งโล่ง พร้อมแทรกบรรยากาศสวนไว้ที่ผนังห้อง

The Living room ที่ชั้น 1 ของ Building A พื้นที่พักผ่อน ที่สามารถเป็นพื้นที่รับแขก นั่งอ่านหนังสือพิมพ์ ริมสวน เสมือนห้องนั่งเล่นชั้นล่างของบ้าน

พร้อมห้อง The Meeting room สำหรับนั่งทำงาน หรือประชุมส่วนตัว ที่สามารถเชื่อมต่อกับธรรมชาติภายนอก

Garden Lounge ชั้น 1 ของ Facilities Cube พื้นที่ใช้งาน สังสรรค์ หลากหลายมุม ที่ตกแต่งด้วยบรรยากาศสวน กับบรรยากาศหินของพื้นและผนังภายใน

และพื้นที่สวนโดยรอบโครงการ ที่เว้นระยะและคำนึงถึงมุมมองของการใช้งานจริง

รวมทั้งการออกแบบ Facade ในสไตล์ Scenic Bay Window เต็มความสูง 3 เมตร ที่ยกเอาพื้นที่ CDU ของแอร์ไว้บนพื้นที่ด้านบนของห้องที่จะไป interlock กับอีกยูนิตนึงพอดี ทำให้ตัวอาคารมีลักษณะพิเศษเฉพาะตัว

โดยที่ตัวอาคาร A มีทั้งหมด 60 Units ชั้นละ 10 Units แบ่งเป็น 1 Bedroom 31 Units, 2 Bedroom 24 Units และ Duplex 5 Units อาคาร B มีทั้งหมด 47 Units ชั้นละ 7 Units แบ่งเป็น 1 Bedroom 31 Units ,2 Bedroom 14 Units, Duplex 2 Units

 

ส่วน Units ที่โครงการทำมาขาย เรียกว่ามีหลายรูปแบบ แต่หลักๆ คือ มี 3 Type คือ 1 Bedroom ขนาด 52.25 – 54.50 Sq.m., 2 Bedroom ขนาด 62.50 – 94.75 Sq.m. และ Duplex 2 Bedroom ขนาด 99.50 – 99.75 Sq.m.

 

1 Bedroom มีด้วยกัน 6 ขนาด คือ

1 Bedroom 1A-1 และ 1AM-1 ขนาด 52.25 Sq.m. มีชั้นละ 1 ห้อง ที่อาคาร A ตั้งแต่ชั้น 2 เป็นต้นไป โครงการให้ประตู 1.5 บาน(ประตูบานครึ่ง) แบ่งการใช้งานเป็น โซนครัวแบบคอมแพคและ living อีกส่วนเป็นห้องนอน และwalk-in closet แบบฝั่งเดียว โดยมีห้องน้ำเป็น double access พร้อมอ่างอาบน้ำและที่อาบน้ำแยก ที่ปลายสุดติดอากาศมี bay window ที่ยก step จากการวางคอมฯแอร์

 

1 Bedroom 1A-2 ขนาด 54 Sq.m. มีชั้นละ 1 ห้องเฉพาะชั้นคี่ที่อาคาร B โครงการให้ประตู 1.5 บาน(ประตูบานครึ่ง) ห้องหน้ากว้างจาก 1 bedroom type แรก แบ่งการใช้งานเป็น โซนครัว ที่มีพื้นที่วางโต๊ะทานอาหาร และ living area ติดระเบียงใหญ่ อีกส่วนเป็นห้องนอน และwalk-in closet ซ้ายขวา โดยมีห้องน้ำเป็น double access พร้อมอ่างอาบน้ำและที่อาบน้ำแยก ที่ปลายสุดติดอากาศมี bay window ที่ยก step จากการวางคอมฯแอร์

1 Bedroom 1A-3 ขนาด 54 Sq.m. มีชั้นละ 1 ห้องเฉพาะชั้นคู่ที่อาคาร B โครงการให้ประตู 1.5 บาน(ประตูบานครึ่ง) ห้องหน้ากว้างจาก 1 bedroom type แรก แบ่งการใช้งานเป็น โซนครัว ที่มีพื้นที่วางโต๊ะทานอาหาร และ living area ติดระเบียงใหญ่ อีกส่วนเป็นห้องนอน และwalk-in closet ซ้ายขวา โดยมีห้องน้ำเป็น double access พร้อมอ่างอาบน้ำและที่อาบน้ำแยก ที่ปลายสุดติดอากาศมี bay window ที่ยก step จากการวางคอมฯแอร์

 

1 Bedroom 1A-4 และ 1A-4 plus ขนาด 54-54.50 Sq.m. มีที่ชั้น G 1 ห้องที่อาคาร B ชั้น 3,5,7 ชั้นละ 5 ห้อง และ 4,6 ชั้นละ 3 ห้อง ทีอาคาร A และ B โครงการให้ประตู 1.5 บาน(ประตูบานครึ่ง) แบ่งการใช้งานเป็น โซนครัว ที่มีพื้นที่วางโต๊ะทานอาหาร และ living area ติดระเบียงใหญ่ อีกส่วนเป็นห้องนอน และwalk-in closet ซ้ายขวา แต่สามารถเลือกลดพื้นที่ walk-in closet และเพิ่มเป็นห้อง Plus สำหรับเป็นห้องทำงาน หรือใช้งานได้ มีห้องน้ำเป็น double access พร้อมอ่างอาบน้ำและที่อาบน้ำแยก แต่ถ้าเป็นแบบห้อง plus จะไม่มีอ่างอาบน้ำ และที่ปลายสุดติดอากาศมี bay window ที่ยก step จากการวางคอมฯแอร์

 

1 Bedroom 1A-5 และ 1A-5 plus ขนาด 54-54.50 Sq.m. มีที่ ชั้น 3,5,7 ชั้นละ 3 ห้อง และ 2,4,6 ชั้นละ 5 ห้องที่อาคาร A และ B โดยรูปแบบแปลนห้องและ option ใกล้เคียงกับ 1 Bedroom 1A-4 และ 1A-4 plus แต่สลับฝั่งกัน ทำให้ได้พื้นที่ห้องครัวใหญ่กว่า แต่ห้องน้ำเล็กลง

 

1 Bedroom ขนาดสุดท้ายคือ 1A-6 และ 1AM-6 ขนาด 54.25 Sq.m. มีชั้นละ 1 ห้อง ที่อาคาร B โครงการให้ประตู 1.5 บาน(ประตูบานครึ่ง) แบ่งการใช้งานเป็น โซนครัวและ living อีกส่วนเป็นห้องนอน และwalk-in closet โดยมีห้องน้ำเป็น double access พร้อมอ่างอาบน้ำและที่อาบน้ำแยก ที่ปลายสุดติดอากาศมี bay window ที่ยก step จากการวางคอมฯแอร์

 

2 Bedroom 2B-1 ขนาด 62.50 Sq.m. ห้องมุมทรงพิเศษที่ออกแบบให้บานกระจกเอียงเชื่อมมุมมองสู่สวน มีชั้นละ 1 ห้อง ที่อาคาร A โครงการให้ประตู 1.5 บาน(ประตูบานครึ่ง) แบ่งการใช้งานเป็น โซนครัวติดทางเข้า เชื่อมต่อกับ living area ติดระเบียง และห้องนอนเล็ก ห้องนอนใหญ่ติดหน้าต่างกระจกบานใหญ่ 2 ห้องน้ำ พร้อมอ่างอาบน้ำที่ห้องนอนใหญ่และที่อาบน้ำแยก

 

2 Bedroom 2B-2 และ 2B-2 plus ขนาด 88 Sq.m. มีที่ชั้น 3,5,7 ชั้นละ 2 ห้อง ที่อาคาร A โครงการให้ประตู 1.5 บาน(ประตูบานครึ่ง) แบ่งการใช้งานเป็น โซนครัว เชื่อม living area และระเบียง อีกส่วนเป็น ห้องนอนเล็ก ห้องนอนใหญ่ ที่ปลายสุดติดอากาศมี bay window ที่ยก step จากการวางคอมฯแอร์ มี 2 ห้องน้ำ พร้อมอ่างอาบน้ำ อ่างล้างหน้าแบบ his & her และwalk-in closet ที่ห้องนอนใหญ่ พร้อมห้องเก็บของ แต่สามารถเลือกเป็นห้อง Plus คือลดขนาดห้องนอนเล็ก และตัดห้องเก็บของออก เพื่อให้ได้ห้องอเนกประสงค์อีก 1 ห้อง

 

 

2 Bedroom 2B-3 และ 2B-3 plus ขนาด 88 Sq.m. มีที่ชั้น 2,4,6 ชั้นละ 2 ห้อง ที่อาคาร A รูปแบบแปลนห้องและoption เหมือน 2 Bedroom 2B-2 และ 2B-2 plus แต่กลับด้านซ้ายขวา

 

2 Bedroom 2B-4 ขนาด 88.25 Sq.m. ห้องมุมทรงพิเศษที่ออกแบบให้บานกระจกเอียงเชื่อมมุมมองสู่สวน มีที่ชั้น3-7 ชั้นละ 1 ห้อง ที่อาคาร A โครงการให้ประตู 1.5 บาน(ประตูบานครึ่ง) แบ่งการใช้งานเป็น โซนครัว เชื่อม living area และระเบียง อีกส่วนเป็น ห้องนอนเล็ก ห้องนอนใหญ่ ที่ปลายสุดติดอากาศมี bay window ที่ยก step จากการวางคอมฯแอร์ มี 2 ห้องน้ำ พร้อมอ่างอาบน้ำ อ่างล้างหน้าแบบ his & her และwalk-in closet ที่ห้องนอนใหญ่

 

2 Bedroom 2B-5 ขนาด 91.25 Sq.m. ห้องมุมทรงพิเศษที่ออกแบบให้บานกระจกเอียงเชื่อมมุมมองสู่สวน มีชั้นละ 1 ห้อง ที่อาคาร B โครงการให้ประตู 1.5 บาน(ประตูบานครึ่ง) มีพื้นที่ corridor ติดทางเข้า แบ่งการใช้งานเป็น โซนครัว เชื่อม living area และระเบียง พร้อมที่เก็บของ อีกส่วนเป็น ห้องนอนเล็ก ห้องนอนใหญ่ ที่ปลายสุดติดอากาศมี bay window ที่ยก step จากการวางคอมฯแอร์ มี 2 ห้องน้ำ พร้อมอ่างอาบน้ำ อ่างล้างหน้าแบบ his & her และwalk-in closet ที่ห้องนอนใหญ่

 

2 Bedroom 2B-6 ขนาด 94.75 Sq.m. ห้องมุมสุดทางเดิน มีชั้นละ 1 ห้อง ที่อาคาร B โครงการให้ประตู 1.5 บาน(ประตูบานครึ่ง) แบ่งการใช้งานเป็น ครัวใหญ่ พร้อม island เชื่อม living area ที่มีการแบ่งพื้นที่ functional room และระเบียงยาว อีกส่วนเป็น ห้องนอนเล็ก ห้องนอนใหญ่ ที่ปลายสุดติดอากาศมี bay window ที่ยก step จากการวางคอมฯแอร์ มี 2 ห้องน้ำ พร้อมอ่างอาบน้ำ อ่างล้างหน้าแบบ his & her และwalk-in closet ที่ห้องนอนใหญ่

 

ห้อง Duplex 2 Bedroom 2DP-1 และ 2DPM-1 ขนาด 99.50-99.75 Sq.m. ห้อง duplex ที่ชั้น G จำนวน 7 units ที่อาคาร A และ B โครงการให้ประตู 1.5 บาน(ประตูบานครึ่ง) แบ่งการใช้งานเป็น โซนครัว เชื่อม living area และระเบียง ห้องน้ำ 1 ที่ชั้นล่าง ส่วนชั้นบน เป็น ห้องนอนเล็ก ติด double space ห้องน้ำในตัว ห้องนอนใหญ่ที่ปลายสุดติดอากาศมี bay window ที่ยก step จากการวางคอมฯแอร์ ห้องน้ำในตัว พร้อม walk-in closet ที่ห้องนอนใหญ่

 

สุดท้ายสามารถเลือกซื้อ 1 Bedroom 2 ห้องที่อยู่ติดกันมารวมเพื่อทำเป็นห้อง 3 Bedroom ซึ่งทางโครงการได้มีทำแปลนไว้ให้ด้วย คือ type 3CB-1 และ 3CB-2 ขนาด 108.25-109 Sq.m. แต่ได้เฉพาะบางตำแหน่ง ที่ชั้น 3-7 ที่อาคาร A และ B เท่านั้น คือการรวมเอาห้อง 1 Bedroom 2 ห้องมารวมกันและประกบห้องรับแขกไปเป็นห้องนอนที่ 3

 

 

 

โดยห้องตัวอย่าง โครงการตกแต่งห้อง 2 Bedroom 2B-2 88 Sq.m. มาให้ชม

ที่ประตูเป็นประตู 1.5 บาน ที่บานเล็ก เป็นบาน Fix สามารถเปิดเมื่อต้องการขนของขนาดใหญ่ได้ พร้อมระบบ Digital door lock push & pull

เปิดเข้าสู่ภายในห้อง เปิดรับด้วยพื้นที่ครัว เชื่อมต่อกับห้องนั่งเล่นริมระเบียง

พื้นที่ครัวติดทางเข้าด้านซ้าย โครงการ Built-in ชุดครัว หน้าบานสีขาว ยาวเต็มแนวผนัง

เป็นแบรนด์ Poliform ของ Italy

แบ่งเป็นตู้เย็นบานเปิดคู่ built-in ติดประตูทางเข้า

ถัดไปเป็นเคาท์เตอร์หินอ่อน เชื่อมไปยังผนังกันเปื้อน ที่ฝังอ่างล้างจานแบบ 2 อ่าง

และเตาไฟฟ้า 4 หัว พร้อมที่ดูดควันด้านบน ของ Kuppersbusch

เหนือเคาท์เตอร์เป็นชั้นวางอุปกรณ์ทำครัว

ส่วนด้านล่างเป็นไมโครเวฟฝังเข้าชุดกับชั้นและลิ้นชักเก็บชุดทำครัว

ตรงกลางมี Island หินอ่อน

ด้านล่างเป็นบานเปิดสามารถเก็บของ หรืออุปกรณ์ต่างๆได้

ติด Island มีพื้นที่พอให้ตั้งโต๊ะอาหาร สำหรับ 4 ท่านได้ พอดีกับพื้นส่วนครัว

หลังประตูทางเข้าด้านขวา เป็น Cabinet & washing machine room Custom made เข้ามุม

ถัดจากครัวเป็นพื้นที่พักผ่อนริมระเบียง

ที่พื้นห้องปูด้วย Compounded wood ไม้จริง มีลาย ปูเป็น Chevron pattern

ที่ living area อยู่ติดริมประตูกระจกทางออกระเบียง

สามารถวางโซฟาชุดใหญ่สำหรับ 3-4 ที่นั่ง พร้อมโต๊ะกลาง

ผนังฝั่งตรงข้ามสามารถวางชั้นวางทีวี หรือ built-in เป็นชั้นเก็บของได้เต็มแนวผนัง

ที่ระเบียงเป็นระเบียงยาว ใช้งานได้เต็มทั้งพื้นที่ ไม่มีคอมเพรสเซอร์แอร์มาวางให้เปลืองพื้นที่

โครงการให้ราวกันตกบานกระจก เปิดเชื่อมมุมมองกับสวนภายนอกได้อย่างต่อเนื่อง

มาพร้อมกับ façade แนวผนังเชื่อมกับเพดานด้านบน สำหรับเก็บคอมฯแอร์

ด้านขวาของ unit เป็นห้องนอนทั้ง 2 ห้อง ห้องเก็บของ และห้องน้ำ ที่ประตูทางเข้าแต่ละห้อง เป็นประตูบานสูงจรดเพดาน

ห้องแรกขวามือ เป็นห้องเก็บของ แยกเป็นสัดส่วน และอยู่ในพื้นที่ที่ใช้งานได้สะดวก

ถัดไปเป็นห้องน้ำเล็ก สำหรับห้องนอนเล็กและห้อง living

ภายในแบ่งพื้นที่ส่วนแห้งไว้ติดทางเข้า ติดกันเป็นโถสุขภัณฑ์แขวนผนังติดกับห้องอาบน้ำ

โครงการให้อ่างล้างหน้าพร้อมตู้เก็บของ แบบแขวนผนัง พร้อมกระจกบานยาว ที่สามารถเปิดเป็นที่เก็บของด้านในได้

พื้นที่ส่วนเปียกกั้นด้วย shower glass บานสูง

ภายในปูด้วยกระเบื้องหินอ่อนสีขาว พร้อมที่ระบายน้ำเข้าเซต

โครงการให้ Rain shower และ hand shower พร้อมที่วางอุปกรณ์อาบน้ำที่มุมผนัง

ส่วนห้องแรกซ้ายมือ เป็นห้องนอนเล็ก

ภายในห้องแบ่งพื้นที่ขวามือเป็นตู้เสื้อผ้า Poliform จาก Italy หน้าบานสีขาว สูงจรดเพดาน

มีดีไซน์ให้มีพื้นที่วางของ วางกระเป๋า หรือเครื่องประดับ แยกการใช้งาน

ติดกันสามารถวางโต๊ะเครื่องแป้ง เป็นมุมแต่งตัวได้

กลางห้องเป็นพื้นที่วางเตียง ที่สามารถวางเตียง Queen Size แบบมีพื้นที่รอบเตียงเหลือพอสำหรับเดิน

ปลายสุดของห้อง เป็นหน้าต่างบานใหญ่

พร้อมมุม bay window ที่ยก step จากพื้นที่วางคอมฯแอร์

เหมาะสำหรับเป็นมุมนั่งทำงาน เอนกาย

หรือพักผ่อนไปกับพื้นที่สีเขียวภายนอกห้อง

ห้องสุดท้ายสุดทางเดิน เป็นห้องนอนใหญ่ ห้องน้ำในตัว

ห้องนอนใหญ่ แบ่งเป็น 3 ส่วน คือ ห้องน้ำที่ด้านขวาของทางเข้า

ภายในห้องน้ำ เป็น 4 fixture bathroom แบ่งพื้นที่ส่วนแห้งไว้ติดประตูทางเข้า

ด้านขวาเป็นอ่างล้างหน้าของ GROHE แยก his & her แบบมีตู้เก็บของด้านล่าง แขวนผนังลอยตัว พร้อมกระจกบานใหญ่ ยาวเต็มผนัง

สุดอ่างล้างหน้า เป็นอ่างอาบน้ำเข้ามุม

ส่วนด้านซ้าย เป็นมุมวางโถสุขภัณฑ์แบบแขวนผนัง

ติดกันเป็นห้องอาบน้ำ หรือพื้นที่ส่วนเปียก กั้นด้วย shower box เข้ามุม

ภายในโครงการให้ Rain shower และ hand shower พร้อมที่วางอุปกรณ์อาบน้ำ

ตรงข้ามประตูทางเข้าห้องนอนใหญ่ เป็นมุมสำหรับวางโต๊ะเครื่องแป้ง เป็นมุมแต่งตัว ติดทางเข้าห้องน้ำ และเชื่อมกับ walk-in closet

ที่อยู่ด้านซ้ายของทางเข้า เป็น Poliform walk-in closet

ตู้เสื้อผ้าแยก his & her ซ้ายขวา หน้าบานสีขาว แยกช่องวางกระเป๋าและของอื่นๆ

ด้านในสุดเป็นห้องนอน มีประตูกระจกบานเลื่อนกั้นระหว่างภายในห้องนอนและ walk-in closet

ส่วนพื้นที่ห้องนอน ค่อนข้างกว้าง

สามารถวางเตียง queen size พร้อมโต๊ะหัวเตียง และมีพื้นที่โดยรอบเหลือพอให้เดินใช้งาน

ผนังปลายเตียงสามารถติดทีวีแบบแขวนผนังได้

และปลายสุดห้องนอน เป็นหน้าต่างบานใหญ่

พร้อมมุม bay window ที่ยก step จากพื้นที่วางคอมฯแอร์

เป็นมุมนั่งทำงาน เอนกาย นอนชมวิวภายนอกได้

โดยโครงการให้พร้อม wallpaper ทุกห้อง และ Home Automation ที่รองรับการใช้งานทั้งระบบธรรมดาและแอพพลิเคชั่น

สำหรับในกลุ่มตลาดสินค้า Luxury นั้น การที่จะพัฒนาสินค้าให้ตรงจริตกลุ่มผู้ซื้อ จนกลายมาเป็นการตัดสินใจซื้อสินค้านั้น ดูจะเป็นเรื่องที่ต้องผสมผสานกันระหว่างศาสตร์และศิลป์ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในยุคปัจจุบันก็เป็นอีกหนึ่ง Case Study ที่ดี เนื่องจากเป็นที่รับรู้กันว่าในช่วงหลายปีให้หลังมานี้ ทิศทางในการพัฒนาโครงการคอนโดเพื่อรองรับดีมานท์ของกลุ่มคนระดับ Top of Pyramid ดูจะมีการแข่งขันที่รุนแรงมากยิ่งขึ้น คู่ขนานไปกับราคาที่ดินที่เพิ่มมากขึ้น และกำลังซื้อของชาวต่างชาติ รวมถึงกลุ่มเศรษฐีหน้าใหม่ ที่มองหาสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงน้อยกว่าการลงทุนในรูปแบบอื่นๆ แต่สำหรับตลาดอสังหาฯในเมืองไทยนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายที่ดีเวลอปเปอร์แต่ละรายจะยืนหยัด ยึดมั่นใน Brand Positioning ของตัวเองไปได้ตลอดรอดฝั่ง หลายๆดีเวลลอปเปอร์เริ่มมีการ Diversify โครงการให้ครอบคลุมหลายเซกเมนท์มากยิ่งขึ้น เพื่อกระจายความเสี่ยงในการทำธุรกิจ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับกลุ่มผู้ถือหุ้น และพันธมิตรที่มาร่วมลงขันในการพัฒนาโครงการ บางรายจากเดิมที่เน้นการพัฒนาโครงการแต่เพียงแค่กลุ่มลูกค้าระดับบน ก็เริ่มมาพัฒนาโครงการระดับ Mass เพื่อหวังยอดขายให้มากขึ้น ในขณะเดียวกันผู้เล่นระดับ Mass หลายรายก็ขยับขึ้นไปสู่ตลาดบน ด้วยความเชื่อมั่นว่าตลาดคอนโดระดับบน คือตลาดที่ยังไม่ค่อยได้รับผลกระทบจากสภาพเศรษฐกิจ…ผลลัพธ์ที่ตามมาก็คือกลุ่มดีมานท์ที่ต้องการซื้อโครงการคอนโดในระดับ Luxury ขึ้นไปเริ่มเกิดความเลี่ยน เบื่อหน่ายกับคำโฆษณาที่เน้นภาพลักษณ์ของโครงการอันสวยหรู แต่กลับส่งต่อบริบทของความ Luxury ออกมาไม่ได้มากเท่าที่ควร เมื่อโครงการสร้างเสร็จ จนดีมานท์ในตลาดคอนโด Luxury เริ่มที่จะชะลอการตัดสินใจซื้อ

 

จากประสบการณ์โดยตรงของผมในตลาดคอนโด Luxury การที่จะขายของให้คนรวยที่มองความคุ้มค่าในเชิงอารมณ์มาก่อนเหตุผล บางทีเรื่องทำเลที่ตั้งโครงการ และการเลือกใช้วัสดุในการก่อสร้าง อาจจะเป็นเพียงแค่ส่วนเล็กๆในการตัดสินใจซื้อ ในทางกลับกันปัจจัยหลักที่มีส่วนเป็นอย่างมากในการตัดสินใจว่าจะซื้อ หรือไม่ซื้อ ดูจะเป็นในแง่ของ Branding และการนำเสนอประสบการณ์สุดหรูในแบบ Personalized Experiences กล่าวคือ แบรนด์นั้นมีภาพลักษณ์ของความหรูหรา ฟู่ฟ่ามากแค่ไหน และแบรนด์นั้นสามารถถอดรหัสความต้องการในการใช้ชีวิตเหนือระดับ ของผู้พักอาศัยได้มีความโดดเด่นแตกต่าง อย่างไรจากโครงการอื่นๆ เพื่อให้แน่ใจว่าเมื่อตัดสินใจซื้อที่นี่แล้ว จะได้รับความเป็น Exclusively Yours เต็มที่ ได้อยู่ร่วมกับคนในระดับเดียวกัน ไม่มีความ Mass ที่ใครๆก็เข้าถึงได้…และถ้าเอาเหตุผล ดังกล่าวมาถอดออกเป็น Criteria ในการพัฒนาคอนโดแล้ว รูปแบบของโครงการก็จะออกมาภายใต้กรอบ 4 ข้อนี้ครับ 1. ให้ความเป็นส่วนตัวสูงสุด ถ้าเทียบกับโครงการใน Class เดียวกัน ใน Prime Location 2. สามารถ Customized บางฟังก์ชั่นได้ตามความต้องการของลูกค้าที่มีความ “เยอะ” มากกว่า 3. มีพื้นที่ และวิวที่เปิดโล่ง ปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นการใช้งาน เพื่อรองรับแขก ทำกิจกรรมเพื่อนฝูงในสังคมเดียวกันได้ในแบบที่ไม่ซ้ำ และ 4. มี Brand Positioning ที่ยืนหยัดชัดเจนในการพัฒนาโครงการสำหรับกลุ่ม Luxury โดยไม่วอกแว่กไปพัฒนาโครงการในเซกเมนท์อื่นๆเพื่อให้แบรนด์ถูก Devaluated ลงไป

 

สิ่งที่ผมพูดไปทั้งสี่ข้อนี้ ก็ดูจะตรงกับ Brand Promise ของทาง Singha Estate ในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์มากที่สุดจริงๆ เพราะหากเรามองไปที่ผู้เล่นในกลุ่มตลาด Luxury – Super Luxury แล้วก็จะพบว่า Singha Estate  เป็นเพียงแค่รายเดียวเท่านั้นที่ยัง Active ต่อเนื่องในตลาด Luxury ทุกปี ทั้งๆที่เพิ่งเริ่มก่อตั้งบริษัทฯได้แค่สามปี! ในขณะที่รายอื่นๆที่พัฒนาแต่ตลาดบน มักจะติดในบ่วงในการพัฒนาให้มีโครงการใหม่เปิดขึ้นมาได้ทุกๆปี ซึ่งส่วนตัวแล้วผมเชื่อว่าความต่อเนื่องในการทุ่มทุนพัฒนาโครงการระดับ Luxury ของ Singha Estate นี่ล่ะครับ ที่เป็น Dynamic Force สำคัญในการส่งให้บริษัทฯนี้ขึ้นแท่นไปสู่ Top of Mind อันดับหนึ่งใจของกลุ่มผู้ซื้อคอนโดในระดับ Luxury ไปเรียบร้อยแล้ว ที่เหลือก็เป็นหน้าที่ของบริษัทฯในการที่จะส่งมอบโครงการที่กำลังก่อสร้างทั้ง 3 โครงการ อันประกอบด้วย THE ESSE Asoke, THE ESSE at SINGHA COMPLEX และ THE ESSE Sukhumvit 36 ให้ได้ตามมาตรฐานที่วางไว้

แน่นอนว่าการมาของ EYSE Sukhumvit 43 (อีส สุขุมวิท 43) ทาง Singha Estate ก็ยังคงยึดมั่นในการเจาะกลุ่มไลฟ์สไตล์ลูกค้าระดับบน เหมือนกันโครงการภายใต้แบรนด์ THE ESSE แต่แบรนด์ EYSE นั้นมีการเพิ่มมิติของความเป็น “บ้าน” ที่มอบความเป็นส่วนตัวที่มากกว่า และมีรูปแบบยูนิตมอบความ Personalized ที่ตรงตามความต้องการได้มากกว่า ด้วยจุดเด่นของความเป็นคอนโด Low Rise และทำเลสงบเงียบในแบบพรีเมียมข้างวัง จนแทบไม่น่าเชื่อว่านี่คือพร้อมพงษ์ ย่าน Hi End Shopping District ระดับโลกที่สุดแสนจะวุ่นวาย ซึ่งในงานแถลงข่าวเปิดตัวโครงการเมื่อช่วงกลางเดือนที่ผ่านมาเราก็ได้ทราบถึง Brand DNA ของ EYSE ที่เปรียบดั่ง Absolute Urban Retreat” หรือพื้นที่ผ่อนคลายใจกลางเมือง โดยมี Attribute & Benefits ที่ตอบโจทย์ insight ของกลุ่มลูกค้าในตลาดคอนโด Low Rise Luxury จากการวิจัยมาว่า ความปลอดภัย (Safe) ความเป็นส่วนตัว (Private) ความผ่อนคลาย (Sanctuary) และความอบอุ่นเหมือนบ้าน (Like a House) คือสิ่งที่ถูกนำมาพิจารณาในการเลือกซื้อโครงการ จาก Customer Preference ดังกล่าวถูกสร้างให้เกิดเป็น Brand Blueprint โดยทุกโครงการในแบรนด์ “EYSE” จะถูกพัฒนาภายใต้คอนเซปท์ “The Hidden Treasure” ที่มีองค์ประกอบคือ Hidden Gem Location ที่ตั้งโครงการที่มีความเฉพาะตัว เน้นความเป็นส่วนตัวสูง มีทำเลที่เงียบสงบ แต่อยู่ใจกลางเมือง เต็มไปด้วยความสะดวกสบายและไลฟ์สไตล์ที่ตอบโจทย์ Hidden Life in Nature การออกแบบที่เน้นให้ผู้อยู่อาศัยได้ใช้ชีวิตผสานไปกับความเป็นธรรมชาติ สร้างความรู้สึกผ่อนคลายแม้อยู่ใจกลางเมือง Serve Everyone Hidden Needs  ตอบโจทย์ความต้องการแบบปัจเจกของผู้อยู่อาศัย และสุดท้าย คือ Hidden Function in One Space การออกแบบพื้นที่ส่วนกลางให้เป็น Multi-Function Facilities ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน แต่เพิ่มฟังก์ชั่นการใช้งานต่างๆ เพื่อความสะดวกสบายสำหรับการอยู่อาศัย ไว้อย่างครบครัน

 

EYSE Sukhumvit 43 เป็นทำเลแรกที่ทาง Singha Estate ส่งมาหยั่งเชิงตลาดกลุ่มลูกค้า Low Rise Luxury Condo ด้วยราคาที่ต้องบอกว่าแพงพอตัว ถ้าเทียบกับคอนโด Low Rise อื่นๆทั่วไป ยิ่งถ้าไปบอกลูกค้าทั่วไป ที่ยังไม่ทราบข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับโครงการว่าราคาขายเริ่มต้นที่ตรม.ละ 267,000 บาท บางทีลูกค้ารายนั้นอาจจะเบือนหน้าหนี แต่หากว่าเรา Zoom in ไปในเชิง Product Development และ Attribute & Benefit เมื่อเทียบกับโครงการใน Class เดียวกัน ก็จะพบว่า คอนโด 7 ชั้น เพดานสูง 3 เมตร มีพื้นที่ส่วนกลาง และ Practical Functions หลายๆอย่างที่เหมือน “บ้าน” ใจกลางย่านพร้อมพงษ์ แห่งนี้ก็ดูจะมีราคาขายที่เหมาะสมตอบโจทย์คนมีกำลังซื้อ และกลุ่มนักลงทุนแบบ Thoughtful Investor ที่เลือกซื้อจากความชอบในบรรยากาศ อยากอยู่เองไปก่อนสักพักแล้วค่อยขายมากกว่าปัจจัยในเรื่องราคาเปรียบเทียบ และผลตอบแทนในเชิงตัวเลข

ด้วยจำนวนยูนิต 107 ยูนิต อาจจะไม่ใช่โครงการที่มียูนิตน้อยที่สุดในย่านนี้ แต่ก็อย่าลืมว่าโครงการมีการแบ่งสัดส่วนอาคารพักอาศัยออกเป็น 2 อาคาร พร้อมอาคาร Facilities อีก 1 อาคาร โดยที่ไม่ได้มีห้องพักห้องไหนที่ Block วิวกันเอง ในระยะประชิด แบบหน้าต่างชนหน้าต่าง วิวของห้องวงในจะได้รับบรรยากาศความสวยงามของ Central Courtyard ในขณะที่วิววงนอกก็จะได้รับทัศนียภาพสีเขียวที่พิเศษกว่าคอนโด Low Rise แห่งอื่นๆ คือได้พื้นที่สวนสวยเปิดโล่งของวังเลอดิส และวิลล่า วัฒนา ที่เชื่อแน่นอนว่าจะคงความสวยงามแบบนี้ไปอีกนาน แตกต่างจากคอนโด Low Rise แห่งอื่นๆที่วิวนอกมักจะไปชนบ้านตึกแถว หรือหน้าต่างของอาคารข้างเคียง ผู้ที่อยู่อาศัยใน EYSE Sukhumvit 43 จะได้เห็นความต่อเนื่องของทัศนียภาพที่ดึงเอาความสวยงามของพื้นที่ส่วนกลางสีเขียวของโครงการ ทั้ง 4 โซนอันประกอบด้วย Vertical Green Wall สูง 10 เมตร/ Sunken Terrace ที่กดลงไปต่ำกว่าระดับพื้นดิน/ Central Courtyard และ Waterfall Terrace มาไว้ในตัวห้องผ่านทางการออกแบบ Facade ในสไตล์ Scenic Bay Window เต็มความสูง 3 เมตร ที่ยกเอา CDU ของแอร์ไว้บนพื้นที่ด้านบนของห้องที่จะไป interlock กับอีกยูนิตนึงพอดีทั้งหมดทั้งมวลนี้คือคอนเซปท์ “Embrace Your Hidden Fascination” อันเป็นเอกลักษณ์ของ EYSE Sukhumvit 43

บรรยากาศของความอยู่บ้าน ที่ทาง EYSE Sukhumvit 43 มอบให้ยังไม่หมดเพียงแค่นี้ เพราะถ้าดูจากสัดส่วน Unit Mix บางทีอาจจะยังไม่สะใจกลุ่มผู้ซื้อกระเป๋าหนักที่อยากได้ห้องที่ใหญ่กว่าห้อง Duplex 99.5 ตรม. เพราะที่นี่ยังเปิดโอกาสให้ต่อเติม “บ้าน” ได้ง่ายๆด้วยการซื้อห้องแบบ Combined Unit 1 ห้องนอนติดกันจนกลายเป็น 3 ห้องนอนขนาด 109 ตรม. แถมยังหมดห่วงเรื่องการวนหาที่จอดนานๆด้วยจำนวนที่จอดรถ 100% แบบ Fix มีโฉนด และก็ยังมี Personal Storage อยู่ข้างๆ เอาไว้ใส่ของใหญ่ๆ ถุงกอล์ฟ รองเท้า ฯลฯ โดยที่ไม่ต้องแบกเข้าไปให้เกะกะห้อง ขึ้นลงไปมา เหมือนกับเวลาเราจอดรถที่โรงรถในบ้านและมีห้องเก็บของ กับตู้ใส่รองเท้าอยู่ข้างๆรถ สะดวกจริงๆครับ

 

นอกจากนี้ที่นี่ยังให้ Option การ Customized ทั้งการเพิ่มพื้นที่ห้องเอนกประสงค์ให้กับห้อง 1-2 นอนได้ เช่นเดียวกับเลือกโทนสีในการแต่งห้องได้

โดยหากใครอยากได้ Furniture แบรนด์เนมระดับไฮเอนด์ที่ทางโครงการใช้ที่ห้องตัวอย่างก็สามารถเดินเข้าไปสั่งซื้อได้จากทาง ARKITEKTURA ในราคาสุดพิเศษสำหรับลูกค้าโครงการนี้โดยเฉพาะด้วยครับ

EYSE Sukhumvit 43 มีราคาเริ่มต้นต่อยูนิตที่ 13.99 ล้านบาท เริ่มก่อสร้างช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้ และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 4/2563 ทั้งนี้โครงการจะเปิดให้ชมห้องตัวอย่างที่สำนักงานขายซอยสุขุมวิท 36 ติด BTS สถานีทองหล่อ ตั้งแต่วันที่ 16 ก.ค. 2561 เป็นต้นไป และจะมีงาน Presales ในวันที่ 21-22 ก.ค. 2561 สิทธิพิเศษสำหรับผู้ซื้อในช่วงวันดังกล่าว จะได้รับส่วนลดมูลค่า 200,000 – 400,000 บาท ลงทะเบียนได้ที่ http://bit.ly/2KDxcxt  สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร.1221 หรือ www.singhaestate.co.th



เกริก บุณยโยธิน

เกริก บุณยโยธิน

ผู้ก่อตั้งเวปไซต์แบ่งปันความรู้ด้านการตลาด และการสร้างแบรนด์ในวงการอสังหาฯ พร็อพฮอลิค ดอทคอม..หลังจากที่ใช้เวลามากกว่า 10 ปี ในการวนเวียน เข้าๆออกๆ ในสายงานด้านการตลาด และวางแผนกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ ของบริษัทอสังหาฯ และเอเยนซีโฆษณาชั้นนำหลายแห่ง (โดยที่ไม่รู้ว่าทำไมต้องจับสลากเจอลูกค้าสายอสังหาฯทุกที)...จนถูกครอบงำโดยจิตใต้สำนึก ให้ถีบตัวเองออกจากกรอบการทำงานแบบเดิมๆ เพื่อออกมาจุดประกายความคิดที่ถูกต้อง และนำเสนอมุมมองใหม่ๆ ให้กับกลุ่มคนที่สนใจในธุรกิจอสังหาฯ

เว็บไซต์


PropScore™ 3.7

SCORE:
0.0
From : 0 รีวิว


ยังไม่มีการให้คะแนนและ Comment โครงการนี้


“Niche MONO Mega Space Bangna” กว้างมากกว่าด้วย Double Space & Triple Facilities เริ่ม 2.2 ล้าน

จะซื้อคอนโดใหม่ทั้งทีต้องดูจากอะไรบ้าง แล้วโครงการไหนดีที่สุด? นี่คงเป็นคำถามที่คนจะซื้อคอนโดมีอยู่ในใจกันใช่ไหมคะ จริงๆ แล้วอาจจะพูดได้ว่าไม่มีคอนโดไหนที่ดีที่สุดจริงๆ แต่จะมีแค่คอนโดพัฒนาจนถูกใจเ... อ่านต่อ




Saladeang One X BEATNIQ: 7 Wonders Lifestyles units at a NEVER BEFORE PRICE

แคมเปญ 7 WONDERS 7 LIFESTYLES เป็นโปรโมชั่นพิเศษ จาก 2 Limited Luxury Condominiums by S... อ่านต่อ

วิเคราะห์แนวนโยบาย Macroprudential สำหรับสินเชื่อ เพื่อที่อยู่อาศัย เพิ่มดาวน์ 20% ยาแรงหรือแค่ยาชา?

มีคนถามผมเข้ามาถึงเรื่องที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ ออกข้อเสนอแนวนโยบาย Macroprudential ส... อ่านต่อ

คอนโดแมนพรีวิว “PARK ORIGIN THONGLOR” คอนโด Flagship ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ Origin

PARK ORIGIN เปิดตัวพร้อมกัน 3 ทำเลคือ พญาไท ทองหล่อ และพร้อมพงษ์ ซึ่งนอกจากคำว่า PARK ... อ่านต่อ

แสนสิริ ตอกย้ำความเป็นผู้นำในด้านผู้พัฒนานวัตกรรมเพื่อการใช้ชีวิตในยุคดิจิทัล เผยแผนพัฒนาสมาร์ท คอนโด ประกาศเดินหน้าใช้เทคโนโลยี Internet of Things (IoT) ในทุกโครงการคอนโดมิเนียมที่จะแล้วเสร็จตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นไป แบ่งแผนพัฒนาออกเป็น 3 ระดับตามเซ็กเมนต์โครงการ ตั้งแต่การควบคุมระบบพื้นฐานไปจนถึงอาคารอัจฉริยะเต็มรูปแบบ เน้นกลยุทธ์ในการยกระดับสมาร์ท คอนโด ของวงการอสังหาริมทรัพย์ ผ่านแนวคิด 3 ด้าน ได้แก่ iConvenience (ความสะดวกสบาย) iSafe (ความปลอดภัย) และ iGreen (ด้านประหยัดพลังงาน) ชู “เดอะ ไลน์ อโศก-รัชดา” โครงการภายใต้การร่วมทุนระหว่างแสนสิริและบีทีเอส กรุ๊ปฯ เป็นโมเดลสมาร์ท คอนโดแห่งแรกของแสนสิริ พร้อมยก ดิ เอดจ์ (The Edge) อาคารอัจฉริยะที่สุดในโลกของประเทศเนเธอร์แลนด์เป็นต้นแบบในการพัฒนาโครงกายภายในปี 2563

ในยุคที่ผู้คนโหยหาความเป็นรากเหง้าที่บรรพบุรุษสืบสานต่อๆ กันมา ทำให้คนรุ่นใหม่หันมาหลงใหลความเป็นไทยกันมากขึ้น ไม่เว้นแม้แต่การออกแบบ “บ้าน” ของโครงการต่างๆ ที่ประยุกต์ความโมเดิร์นและ ภูมิปัญญาไทยเข้าด้วยกัน จนเกิดเป็นเอกลักษณ์ที่ควรค่าแก่การลงทุน บริษัท พรีเมียร์ แอสเซ็ทส์ จำกัด ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ผ่านแนวคิดเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต สังคม และสิ่งแวดล้อมไปด้วยกัน เปิดโครงการใหม่ บ้านนวัต รามคำแหง 118 บ้านเดี่ยวนวัตกรรมเพื่อการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “Thoughtful Design for Every Step of Life” บ้านสำหรับคนทุกเจเนอเรชั่น อยู่อาศัยอย่างเป็นส่วนตัวและยั่งยืนพร้อมประหยัดพลังงานเต็มรูปแบบ สำหรับผู้ที่ชื่นชอบความเป็นส่วนตัว รักความเงียบสงบ มีระบบการรักษาความปลอดภัยที่ทันสมัย บนทำเลที่ลงตัวบนถนนรามคำแหง ซอย 118 แยก 33 เดินทางสะดวกด้วยการคมนาคมที่ครอบคลุมทุกเส้นทาง ในอนาคตสามารถใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ตลิ่งชัน-มีนบุรี) สถานีสัมมากร