CLOUD Residences – SKV23

  

คลาวด์ เรสซิเดนซ์ สุขุมวิท 23


CLOUD Residences - SKV23 จากดีเวลลอปเปอร์ที่มีชื่อเสียงจากฮ่องกง เป็นคอนโดฯ Hi Rise อาคารที่ถูกดีไซน์แบบ Iconic Building ถือได้ว่าสูงที่สุดในซอยสุขุมวิท 23 เลยก็ว่าได้ ยังเป็นโครงการที่มอบความเป็นส่วนตัวสำหรับผู้อยู่อาศัยด้วยจำนวนสัดส่วนยูนิตเพียง 14 ยูนิตต่อชั้น

wipawan khampuwiang เมื่อ 7 March, 2020 เวลา 01.55 am

Prop score™: 3.9

คะแนนรีวิว: 0.0

0 รีวิว



    ข้อมูลโครงการ

ชื่อโครงการ

CLOUD Residences - SKV23

บริษัทผู้สร้าง

บริษัท ริสแลนด์ (ประเทศไทย) จํากัด

สถานที่

ซอยสุขุทวิท 23

สถานีรถไฟ BTS

BTS อโศก Distance 1100 m.

สถานีรถไฟใต้ดิน

-

Airport Rail Link

-

สถานี BRT

-

พื้นที่

1-3-27.6 ไร่

ชั้น

43 ชั้น

ยูนิต

372 ยูนิต

ที่จอดรถ

67%

ลิฟท์

3 Passenger Lifts + 1 Service Lift

สิ่งอำนวยความสดวก

Glamorous Garden, Lobby, Infinite-Edge Lap Pool, Kid’s Aqua Corner, Pleasant Jacuzzi, Blue Recreational Zone, Green Leisure Zone, 270 Experience Fitness Club, Serenity Yoga Studio, Sauna Room, Elite Sky Working Lounge, The Roof Bar & Dinning, Open-Air BBQ Area, Sky Common Pavilion, The Sunset Deck


    ประเภทยูนิต

ประเภท

CONDO/คอนโด High Rise

studio

-

1 bedroom

29-30 ตร.ม., 1 Bedroom Extra 41-43 ตร.ม.

2 bedroom

57-60 ตร.ม.

3 bedroom

-

Duplex

-

Penthouse

79-99 ตร.ม.

ประเภทอื่นๆ

Double Space 47-95 ตร.ม.

ความสูงจากพื้นถึงเพดาน

4.5 เมตร

ราคาเริ่มต้น / ตรม.

18x,xxx บาท/ตร.ม.

ราคาเริ่มต้น / ยูนิต

5.99 ล้านบาท

ค่าส่วนกลาง

n/a

Sinking Fund fee

n/a

สร้างเสร็จ

2023

เว็บไซต์

www.cloudresidencesasoke.com

02-026-6888


เพื่อนบ้าน Street View


รีวิว CLOUD Residences – SKV23 ให้คุณเต็มอิ่มกับการใช้ชีวิตเหนือระดับ บนคอนโดสูงเสียดฟ้าใจกลางสุขุมวิท 23

 

ตลาดอสังหาฯ บ้านเราในปัจจุบันเต็มไปด้วยแหล่งเงินทุนจากต่างชาติมากมาย เนื่องจากหากเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านด้วยกันในทวีปเอเชียแล้ว ประเทศไทยโดยเฉพาะกรุงเทพฯ ดูจะมีแต้มต่อในการลงทุนมากที่สุด ทั้งในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐาน เครือข่ายคมนาคม และการสนับสนุนจากภาครัฐ ที่มีมาอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ราคาขายของโครงการอสังหาฯ ในกรุงเทพฯ ก็ยังมีราคาที่ต่ำกว่า คุ้มค่าในการลงทุนมากกว่าประเทศอื่นๆ โดยมีปัจจัยเสริมอย่างในเรื่องการท่องเที่ยวที่ในปีที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวที่หลงใหลในเสน่ห์ของประเทศไทย ได้แวะเวียนเข้ามาพักผ่อนกันมากขึ้น ผลลัพธ์ก็คือ เราได้เห็นทั้งโครงการร่วมลงทุนกับดีเวลลอปเปอร์ไทย การเป็นพาร์ทเนอร์กันในเรื่องของการแลกเปลี่ยน Know How ตลอดจนการมาลงทุนเปิดบริษัทพัฒนาอสังหาฯ ด้วยตัวเอง โดยการสนับสนุนจากบริษัทแม่ ซึ่งแนวทางในแบบสุดท้ายนี้เรามักจะได้เห็นจากดีเวลลอปเปอร์ที่มาจากฮ่องกง และประเทศจีน แตกต่างจากดีเวลลอปเปอร์จากญี่ปุ่น ที่มักจะเลือกวิธีการมาร่วมทุนกับดีเวลลอปเปอร์ชาวไทยเป็นหลัก

 

RISLAND คือ ดีเวลลอปเปอร์ต่างชาติสัญชาติฮ่องกง ที่มีแหล่งเงินทุน และเครือข่ายฐานลูกค้าอันแข็งแกร่งมาก อีกทั้งตัวบริษัทเองก็ยังมีความน่าเชื่อถือ เพราะเป็นบริษัทฯ ที่ดำเนินธุรกิจด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัย อาคารพาณิชย์ และการบริหารจัดการอาคาร มีโครงการอสังหาริมทรัพย์อยู่ใน 5 ประเทศ รวม 14 โครงการ ในประเทศสหรัฐอเมริกา นิวซีแลนด์ อินเดีย อินโดนีเซีย และประเทศไทย รวมมูลค่าโครงการทั่วโลกร่วมแสนล้านบาท โดยในปัจจุบันได้เข้ามาพัฒนาโครงการอสังหาฯ ที่เมืองไทยแล้ว หลายโครงการ อย่าง โครงการ อาร์ติซาน รัชดา (Artisan Ratchada) โครงการมิกซ์ยูส ,โครงการ คลาวด์ ทองหล่อ-เพชรบุรี (CLOUD Thonglor-Phetchaburi) คอนโด Iconic บน ถนนเพชรบุรี ,โครงการ เลค ซีรีน พระราม2 (Lake Serene Rama2) บ้านเดี่ยวลักซ์ชัวรี่ริมทะเลสาบ ชุมชนคนอายุยืนแห่งแรกและเพียงแห่งเดียวในย่านพระราม 2 และโครงการ เดอะ ลิฟวิ่น เพชรเกษม (The LIVIN Phetkasem) คอนโดใหม่ ที่ตอบโจทย์ทุกการเดินทาง ได้ภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่ปีเท่านั้น

โครงการ อาร์ติซาน รัชดา

โครงการ คลาวด์ ทองหล่อ-เพชรบุรี

โครงการ เลค ซีรีน พระราม2

โครงการ เดอะ ลีฟวิ่ง เพชรเกษม

 

โดยทุกโครงการของ RISLAND ในประเทศไทย ได้สะท้อนถึงความมุมานะที่จะสร้าง Iconic Landmark ดังจะเห็นได้จากแต่ละโครงการก็จะมีจุดเด่น เป็นเอกลักษณ์ ไม่ว่าจะเป็นงานดีไซน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำสถิติคอนโดที่มีความสูงมากที่สุดในย่านนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็น CLOUD ทองหล่อ – เพชรบุรี หรือล่าสุดกับคอนโดมิเนียมในชื่อโครงการว่า CLOUD Residences – SKV23 ที่ทำสถิติความสูงถึง 200 เมตร นับว่าเป็นโครงการที่มีความสูงมากที่สุดในสุขุมวิท 23 ซึ่งการที่เป็น Developer จากฮ่องกง ก็ดูจะได้เปรียบมากตรงที่ได้ฐานลูกค้าจากฮ่องกง จีน ไต้หวัน เป็นจำนวนมาก เพราะคนเหล่านี้เวลาซื้อของอะไรจะมีความเป็นชาตินิยมสูง เลือกซื้อจากคนที่ใช้ภาษาเดียวกัน และชาติเดียวกันเป็นหลักเพื่อความอุ่นใจ

 

สุขุมวิท 23 ย่าน Expat และ Educational Area

ความสำคัญของทำเลสุขุมวิท 23 นั้น เรียกได้ว่าเป็นทำเลของชาวต่างชาติ หรือ Expat ที่อยู่อาศัยในย่านนี้กันอย่างมากมาย และยังเป็นย่านที่อยู่อาศัยใจกลางเมืองระดับไฮเอนด์ ที่พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก ทั้งยังรวมแหล่งไลฟ์สไตล์ไว้โดยรอบ ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้าอย่าง Terminal 21 และ Emquartier ก็สามารถตอบโจทย์ได้ทั้งเรื่องกิน เที่ยว ช้อปปิ้ง ได้อย่างครบถ้วน  โดยไม่ต้องเดินทางไปที่อื่นให้เหนื่อย และภายในซอยสุขุมวิท 23 ก็เต็มไปด้วยร้านอาหาร ร้านนั่งดื่มอีกมากมาย ทำให้ในซอยมีความคึกคักอยู่ตลอด หรือหากต้องการที่เดินเล่นพักผ่อน ออกกำลังกาย อย่างสวนสาธารณะก็อยู่ใกล้ถึง 2 แห่งด้วยกัน คือ สวนเบญจสิริ และสวนเบญจกิติ ว่าด้วยเรื่องของการเดินทางเข้า-ออกซอยสุขุมวิท 23 ก็ยิ่งมีความสะดวกมาก เนื่องจากซอยนี้อยู่ใกล้กับโครงการรถไฟฟ้าถึง 2 สาย ไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้า BTS สถานีอโศก หรือรถไฟฟ้า MRT สถานีสุขุมวิท รวมถึงขนส่งสาธารณะที่สามารถเชื่อมต่อไปยังย่านอื่นในกรุงเทพฯ ได้โดยง่าย ก็มีให้เลือกใช้บริการอย่างหลากหลาย

ย่านอโศกยังเป็นที่หมายปองจากดีเวลลอปเปอร์หลายรายที่มองหาที่ดินแถวบริเวณนี้เพื่อพัฒนาคอนโดมิเนียมของตัวเองขึ้นในพื้นที่ที่ถูกเรียกว่าเป็นหนึ่งใน The Heart of Residential Area ท่ามกลางวิถีชีวิต CBD ที่ดีที่สุดในปัจจุบัน และย่าน CBD แห่งนี้ ยังถูกพัฒนาต่อยอดให้เป็น Residential Area ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของ Expat ต่างชาติที่ทำงานในย่านนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ และยังเป็นทำเลที่อยู่ติดกับสถานศึกษา อย่าง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ หรือ มศว ซึ่งเป็นย่านของ Real Demand อย่างแท้จริง ที่ค่อนข้างมีเอกลักษณ์ในเรื่องของเหตุผลในการซื้อ ที่ตอบโจทย์กลุ่มคนที่ต้องการใช้ชีวิตร่วมกันเป็นครอบครัวแบบ Multi – Generation โดยโครงการคอนโดมิเนียมที่เกิดขึ้นในย่านนี้ส่วนใหญ่จะเป็นโครงการที่มีการออกแบบห้อง Facilities ให้ตอบโจทย์ทั้งกับกลุ่มที่มีไลฟ์สไตล์ที่เกี่ยวข้องกับ มศว และพื้นที่โดยรอบทั้งนักศึกษา กลุ่มคนทำงาน หรือ Expat ที่อาศัยอยู่ในย่านนี้เช่นกัน  

เจาะจุดเด่น โครงการ CLOUD Residences – SKV23 ที่มีความ Private และราคาที่ Competitive มากที่สุดของ High Rise ในย่านอโศก

CLOUD Residences – SKV23 จากดีเวลลอปเปอร์ที่มีชื่อเสียงจากฮ่องกง เป็นคอนโดฯ Hi Rise อาคารที่ถูกดีไซน์แบบ Iconic Building ถือได้ว่าสูงที่สุดในซอยสุขุมวิท 23 เลยก็ว่าได้ ยังเป็นโครงการที่มอบความเป็นส่วนตัวสำหรับผู้อยู่อาศัยด้วยจำนวนสัดส่วนยูนิตเพียง 14 ยูนิตต่อชั้น และในชั้น 31-39 มีจำนวนยูนิตเพียง 4 ยูนิตเท่านั้น พร้อม Daylight Corridor และ Nature Ventilation อีกทั้งในเรื่องของความสูง Floor to Ceiling ที่มีตั้งแต่ 2.8 เมตร, 3.4 เมตร และห้องแบบ Double Space สูงถึง 4.5 เมตร โดยให้พื้นที่ชั้นลอยมากกว่าขนาดเดียวกันในตลาด พร้อม Facilities ภายในโครงการทั้งหมดถึง 3 ชั้น ทั้งพื้นที่สวนด้านหน้าโครงการที่มีระยะร่นเข้ามาถึง 40 เมตร มีสระว่ายที่เปิดรับวิวถึง 270 เมตร และสามารถขึ้นไปชมวิวกรุงเทพฯ ได้แบบ 360 องศา บนชั้น Rooftop อีกทั้งยังเป็นโครงการที่มีราคา Competitive มากที่สุดในบรรดาคอนโด High Rise เปิดใหม่ย่านอโศก – สุขุมวิท 23 ในราคาเริ่มต้น 18x,xxx บาท/ตร.ม.

โครงการ CLOUD Residences – SKV23 อยู่ห่างจากปากซอยสุขุมวิท 23 เพียง 700 เมตรเท่านั้น การเข้า-ออกระหว่างโครงการและปากซอยก็มีความสะดวกอย่างมาก ใช้การเดินเท้าก็ใช้เวลาไม่นานมาก หากใครที่ไม่ชอบเดินก็มีวินมอไซค์บริการอยู่ภายในซอย อีกทั้งการเดินทางไปยังย่านอื่นก็สะดวก รวดเร็ว เนื่องจากโครงการอยู่ใกล้ BTS (สถานีอโศก) และ MRT (สถานีสุขุมวิท) และยังแวดล้อมไปด้วยห้างสรรพสินค้า สถานที่สำคัญมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Terminal 21, Emquartier, Emporium สถานศึกษาหลายแห่ง อย่าง Preps International School, NIST International School, The American School of Bangkok และ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

 

รายละเอียด CLOUD Residences – SKV23 อัดแน่นกับพื้นที่ส่วนกลาง 3 ชั้น

โครงการ CLOUD Residences – SKV23 (คลาวด์ เรสซิเดนซ์ สุขุมวิท 23) คอนโดมิเนียม Hi-Rise ความสูง 43 ชั้น บนพื้นที่ 1-3-27.6 ไร่ จำนวนยูนิตทั้งหมด 372 ยูนิต พร้อมที่จอดรถ 67% พร้อมแบบห้องให้เลือกทั้งหมด 5 แบบ คือ ห้องแบบ 1 Bedroom ขนาด 29-30 ตร.ม., ห้องแบบ 1 Bedroom Extra ขนาด 41-43 ตร.ม., ห้องแบบ  2 Bedroom ขนาด 57-60 ตร.ม., ห้องแบบ Double Space ขนาด 47-95 ตร.ม. และห้องแบบ Penthouse ขนาด 79-99 ตร.ม. ในราคาเริ่มต้นเพียง 5.99 ลบ.

พร้อมด้วย Facilities ภายในโครงการถึง 3 ชั้น ตั้งแต่ชั้น 28-30 ที่สามารถเดินเชื่อมกันได้หมดทุกชั้น และเรียกได้ว่าเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกที่สามารถตอบโจทย์ให้กับไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยได้อย่างครบถ้วน เพราะโครงการมีจำนวนยูนิตเพียงแค่ 372 ยูนิต แล้วทางโครงการให้ Facilities 3 ชั้น และครบทุกฟังก์ชั่น ไม่ว่าจะเป็นสายออกกำลังกาย สายชิล หรือสายปาร์ตี้ ก็มีไว้รองรับทั้งหมด รวมถึงชั้น G ก็มี Glamorous Garden กับ Lobby ไว้ต้อนรับลูกค้าและผู้พักอาศัยเช่นกัน

Facilities บนชั้น 28-30

ชั้น 28 ประกอบไปด้วย Infinite-Edge Lap Pool, Kid’s Aqua Corner, Pleasant Jacuzzi, Blue Recreational Zone และ Green Leisure Zone

Infinite-Edge Lap Pool รับวิวได้ถึง 270 องศา และมีบันไดเดินเชื่อมขึ้นไปได้ถึงชั้น 30

Green Leisure Zone พื้นที่สีเขียวข้างสระว่ายน้ำที่จะทำให้คุณเพลิดเพลินไปกับวิวสวยของกรุงเทพฯ

ชั้น 29 ประกอบไปด้วย 270 Experience Fitness Club, Serenity Yoga Studio, Sauna Room และ Elite Sky Working Lounge

270 Experience Fitness Club ห้องออกกำลังกายที่จะทำให้คุณชมวิวกรุงเทพฯ ได้แบบ 270 องศา

Elite Sky Working Lounge

Serenity Yoga Studio อยู่ด้านหลังห้อง Fitness

ชั้น 30 ประกอบไปด้วย The Roof Bar & Dinning, Open-Air BBQ Area, Sky Common Pavilion และ The Sunset Deck

จุดนี้จะเป็นบันไดเชื่อมต่อ Facilities ทั้ง 3 ชั้น สามารถเดินขึ้น-ลงได้ และตัวอาคารจริงจะมีการติดหลังคาไว้ตำแหน่งลูกศรสีแดง เพื่อกันแดด กันความร้อน สำหรับลูกบ้านที่เข้ามาใช้บริการยังพื้นที่ส่วนนี้

Floor Plan & Unit Plan พิเศษกับห้อง Double เพดานสูง 4.5 เมตร

Master Plan

มีพื้นที่จอดรถ Automatic Parking อยู่ชั้นล่าง โดยมีลิฟท์จอดรถให้บริการถึง 3 ตัว

Floor Plan

ชั้นพักอาศัยเริ่มต้นที่ชั้น 5 ห้องพักอาศัยต่อชั้นเพียง 14 ห้อง แต่ละชั้นก็จะมีทั้งห้องแบบ 1 Bedroom, 1 Bedroom Plus และ 2 Bedroom คละกันไป ห้องจะอยู่ฝั่งทิศตะวันออกและทิศตะวันตก

ชั้น 6-25

ชั้น 26

ชั้น 27

ชั้น 28 ที่เป็นส่วนของ Facilities มีสระว่ายน้ำเทควิว 270 องศา พร้อมพื้นที่สีเขียวให้ได้นั่งพักผ่อน แต่ในชั้นนี้มีห้องพักอาศัยเพียงแค่ 4 ห้องเท่านั้น และมีเพดานสูง 3.4 เมตร ให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวกับผู้อยู่อาศัยอย่างสูงสุด

ชั้น 29 จะเป็นส่วนของ Facilities ทั้งชั้น ประกอบด้วย Experience Fitness Club, Serenity Yoga Studio, Sauna Room และ Elite Sky Working Lounge

ชั้น 30 จะเชื่อมกับ Sky Garden

ชั้น 31-39 จะเป็นชั้นที่มีห้องแบบ Double Space

ชั้น 40-41 จะเป็นส่วนของ Penthouse มีเพียงแค่ 2 ห้องต่อชั้นเท่านั้น เพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับผู้อยู่อาศัยมากขึ้น

ชั้น 43 ชั้นสุดท้ายของอาคาร มี Penthouse 1 ห้อง ที่เป็นแบบ Double Space อีกด้วย ส่วนฝั่งตรงข้ามกับห้องจะเป็นพื้นที่งานระบบของคอนโดนั่นเอง

 

Unit Plan 1 Bedroom

ห้อง Type นี้ เหมาะสำหรับอยู่ 1-2 คน เนื่องจากขนาดห้องเริ่มต้นที่ 29.50 ตร.ม. ถ้าเป็นผู้หญิงที่อาศัยอยู่คนเดียว และมีความหลงใหลในการช้อปปิ้ง อาจต้องเพิ่มตู้เสื้อผ้าเข้ามาอีกสักตู้ จะทำให้เก็บของส่วนตัวได้เยอะ ถ้าหากอาศัยอยู่ด้วยกัน 2 คน จะเลือกเป็นห้องขนาด 34 ตร.ม. ก็ตอบโจทย์เป็นอย่างมาก

Unit Plan 1 Bedroom Plus

ห้อง Type 1 Bedroom Plus ที่มีพื้นที่อเนกประสงค์เพิ่มขึ้น เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยสามารถใช้ประโยชน์จากพื้นที่ส่วนนั้นได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นมุมทำงาน หรือ Kids Room ก็สามารถเนรมิตพื้นที่ในส่วนนี้ได้

Unit Plan 2 Bedroom

ห้องที่มี 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ สะดวกสำหรับอยู่อาศัยกันแบบครอบครัว และด้วยขนาดห้องที่มีตั้งแต่ 50 ตร.ม. ขึ้น จึงมีพื้นที่เพียงพอสำหรับการทำกิจกรรมภายในครอบครัว แถมมีฟังก์ชั่นห้องให้เลือก ไม่ว่าจะเป็น ห้องนอนสองห้องติดกัน หรือห้องนอนชิดผนังคนละฝั่งแล้วคั่นกลางด้วยห้องนั่งเล่น

Unit Plan Loft

ห้อง Type พิเศษ ที่คุณจะได้พื้นที่ถึง 2 ชั้นด้วยกัน ให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวอย่างมาก ซึ่งผู้อาศัยสามารถรับแขกไว้ที่ชั้นล่างได้ มีทั้งห้องน้ำ ห้องนั่งเล่น และส่วนครัว ไว้รองรับ โดยไม่ต้องขึ้นไปชั้นบนที่เป็นพื้นที่ส่วนตัวของเจ้าของห้องเลย

Unit Plan Penthouse

Penthouse ห้อง Type ใหญ่ที่สุดในโครงการ พร้อมพื้นที่ใช้สอยอย่างกว้างขวาง ขนาด 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ พร้อมอ่างอาบน้ำทั้ง 2 ห้อง ภายในห้องจัดเป็นสัดส่วนอย่างชัดเจน มีห้องครัวแยกออกจากภายในห้องต่างกับห้อง Type อื่น และพื้นที่ Walk-in Closet สำหรับคุณแม่บ้านที่รักในการช้อปปิ้ง

 

ห้องตัวอย่าง CLOUD Residences – SKV23 และฟังก์ชั่นการใช้งาน

ห้องแบบ 1 Bedroom ขนาด 29.9 ตร.ม.

เปิดประตูเข้ามาในห้องก็จะเจอกับ Foyer ด้านหน้าห้องเป็นอันดับแรก ซึ่งส่วนใหญ่แล้วห้องที่มี Foyer จะต้องเป็นห้องขนาด 50 ตร.ม. ขึ้นไป หรือแบบ 2 ห้องนอนเท่านั้น ทำให้ห้องดูมีสัดส่วน และมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น

ถัดมาซ้ายมือเป็นส่วนครัวที่จะได้แบบห้องตัวอย่างแบบนี้

ลามิเนตสีน้ำตาลเข้ม พร้อมท็อปครัวปูกระเบื้องสีครีม

ตู้เย็นใช้เป็นตู้ปิดแบบนี้ ชั้นด้านบนสามารถวางอุปกรณ์ วัตถุดิบในครัวได้

ใช้เตาไฟฟ้า 2 หัว ยี่ห้อ gorenje

อ่างล้างจานแบบ 1 ช่อง ยี่ห้อ Teka พร้อมพื้นที่ว่างด้านข้างให้วางที่เก็บจานได้

มีช่องวางไมโครเวฟไว้ตำแหน่งนี้

ตู้ด้านล่างมีช่องวางเครื่องซักผ้า ใช้เป็นเครื่องซักผ้าฝาหน้า และใช้เป็นประตูบานเปิด-ปิด เฉพาะเวลาใช้งาน

สามารถตั้งโต๊ะทานอาหารง่ายๆ ขนาด 2 ที่นั่ง ได้แบบห้องตัวอย่าง พื้นห้อง Engineering Wood หนา 14 มม.

ด้านหลังของโต๊ะทานอาหารก็จะเป็นส่วนของห้องนั่งเล่น

วางโซฟาขนาด 2-3 ที่นั่งได้ พร้อมโต๊ะเล็กๆ เพื่อใช้วางของหน้าทีวี

ระเบียงติดกับห้องนั่งเล่น ซึ่งมีพื้นที่ไม่กว้างมาก

พื้นที่วางคอมเพรสเซอร์แอร์แบบห้องตัวอย่าง

ใช้เป็นทีวีติดผังจะสะดวกที่สุด เนื่องจากขนาดห้องไม่ได้กว้างมาก ต้องรู้จักจัดสรรพื้นที่เพื่อให้สามารถวางของอย่างอื่นได้ด้วย

ถัดจากมุมทีวีก็จะมีทางเดินไปห้องน้ำที่ติดกับห้องนอน

ห้องน้ำมีขนาดจำกัด แต่ก็ไม่ได้แคบจนเกินไป มีปลั๊กไฟติดไว้ให้

ชักโครกและอ่างล้างหน้าใช้ยี่ห้อ TOTO

ด้วยการดีไซน์ของอ่างล้างหน้า

กั้นส่วนแห้งและส่วนเปียกด้วยตู้อาบน้ำ มี Rain Shower และชั้นเก็บอุปกรณ์อาบน้ำให้

ห้องนอนอยู่ติดกับห้องน้ำ วางเตียงขนาด 5 ฟุตได้ หากเป็นเตียง 6 ฟุต จะเหลือพื้นที่ด้านข้างเตียงน้อย

ตู้เสื้อผ้าได้แบบห้องตัวอย่าง

ใช้เป็นแอร์ฝังฝ้าแบบห้องตัวอย่าง โดยพื้นที่ปลายเตียงไม่พอให้วางโต๊ะวางทีวี ถ้าอยากนำทีวีเข้ามาไว้ในห้องควรใช้เป็นทีวีติดผนังจะสะดวกกว่า

 

ห้องแบบ 1 Bedroom Plus ขนาด 41.4 ตร.ม.

เปิดประตูเข้ามาก็จะเห็นส่วนครัวเป็นอันดับแรก

ครัวรูปตัว U ขนาดเดียวกับห้องก่อนหน้านี้

เปิดช่องด้านบนใส่วัตถุดิบและอุปกรณ์ทำอาหารได้เยอะ

ใช้เป็นตู้เย็นบานปิดแบบนี้

เตาไฟฟ้า 2 หัว ยี่ห้อ gorenje

เครื่องดูดควันยี่ห้อเดียวกับเตาไฟฟ้า ส่วนครัวภายในห้อง เป็นครัวเปิดที่ไม่ได้อยู่ติดหน้าต่างอาจจะเลือกทำอาหารสไตล์ฝรั่ง ที่ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ หรือวัตถุดิบอะไรมาก

อ่างล้างจาน ยี่ห้อ Teka

ช่องด้านล่างมีช่องวางเครื่องซักผ้า ใช้เป็นเครื่องซักผ้าแบบฝาหน้า

ทางโครงการไม่ได้ให้โต๊ะทานอาหาร สามารถติดตั้งแบบห้องตัวอย่างได้ สำหรับ 2 ที่ กำลังพอดี

ห้องนั่งเล่น ด้วยพื้นที่ห้องที่เป็นแนวยาว จึงทำให้พื้นที่วางโต๊ะหน้าโซฟาค่อนข้างจำกัด เจ้าของห้องอาจนำโต๊ะมาวางข้างโซฟาแทน เพื่อให้มีพื้นที่ในการเดินมากขึ้น

มีพื้นที่สามารถวางโซฟาขนาด 2-3 ที่นั่งได้

ใช้เป็นทีวีติดผนัง หรือติดตู้แบบในห้องตัวอย่างได้ จะทำให้มีพื้นที่วางของได้เยอะ

ใช้เป็นทีวีติดผนัง หรือติดตู้แบบในห้องตัวอย่างได้ จะทำให้มีพื้นที่วางของได้เยอะ

ส่วนห้องนอนมีความกว้าง มีพื้นที่ข้างหัวเตียงไว้วางโต๊ะได้ ปูพื้นห้องด้วย Engineering Wood หนา 14 มม.

ใช้เป็นแอร์ฝังฝ้าแบบนี้ พื้นที่ปลายเตียงพอสำหรับการเดินเข้า-ออก ถ้าต้องการนำทีวีเข้ามาไว้ในห้องนอน ควรใช้เป็นทีวีติดผนังแทน

พื้นที่ว่างข้างหัวเตียงกว้าง

ระเบียงของห้อง Plus ในห้องติดกับห้องนอน ไม่แคบเกินไป

มีประตูแบบนี้สำหรับวางคอมเพรสเซอร์แอร์

ห้องน้ำกว้างกว่าห้อง 1 Bedroom ห้องน้ำจัดสัดส่วนอย่างชัดเจน

พื้นต่างระดับสำหรับส่วนแห้งและส่วนเปียก

อ่างล้างหน้าที่มีดีไซน์เหมือนกับห้องแบบแรก

ติดปลั๊กไฟไว้ในห้องน้ำใกล้กับอ่างล้างหน้า

ชักโครก TOTO Washlet

ฝักบัวพร้อม Rain Shower ยี่ห้อ kohler

 

ห้องแบบ Loft ขนาด 43 ตร.ม.

Plan ชั้น 1 และชั้น 2 โดดเด่นด้วยเพดานสูงถึง 4.5 เมตร สำหรับห้อง Loft ที่นี่จะมีจุดเด่นที่มากกว่าที่อื่นตรงที่ชั้นลอยมีพื้นที่ใช้สอยที่มากกว่า ขนาดที่สามารถทำห้องนั่งเล่นเพิ่มขึ้นมาอีกห้องได้

เข้ามาในห้อง ฝั่งขวามือจะเป็นตู้เก็บรองเท้าขนาดใหญ่ สามารถเก็บรองเท้าได้เยอะ

ถัดมาเป็นโต๊ะทานอาหารและส่วนครัว ติดกับห้องนั่งเล่น

โต๊ะทานอาหารถ้าเป็นโต๊ะแบบห้องตัวอย่างก็สามารถวางได้แบบ 4 ที่นั่ง ถ้าเป็นโต๊ะแนวยาวก็ต้องเป็นโต๊ะที่ไม่มีหน้ากว้างมาก จะได้มีพื้นที่เดินมากขึ้น

ครัวรูปตัว L สะดวกในการใช้งาน

ไมโครเวฟ ยี่ห้อ gorenje

ตู้ด้านบนเปิดออกได้แบบนี้

เครื่องดูดควัน

เตาไฟฟ้า 3 หัว

ช่องว่างตู้ด้านล่าง

อ่างล้างจานเหมือนกับห้องก่อนหน้านี้

ช่องว่างใต้อ่างล้างจาน นำถังขยะที่ใช้สำหรับเทเศษอาหารไว้ตรงมุมนี้ได้

ห้องนั่งเล่น ติดเป็นกระจกมุมแบบเต็มความสูง สามารถรับแสงด้านนอกได้อย่างเต็มที่

สามารถวางโซฟาและโต๊ะทีวีได้อย่างจัดเต็มแบบห้องตัวอย่าง เพราะมีพื้นที่กว้างขวาง ไม่จำกัดเหมือนห้องก่อนหน้า

ระเบียงอยู่หลังห้องนั่งเล่น

พร้อมพื้นที่วางคอมเพรสเซอร์แอร์

ความพิเศษของห้อง Type นี้ เพดานตรงห้องนั่งเล่นสูง 4.5 เมตร ทำให้ห้องดูโปร่ง โล่ง กว่าห้อง Type อื่น

ซึ่งตารางเมตรที่บอกขนาดของห้องก็จะเป็นในส่วนของชั้น 1 อย่างห้องนี้ขนาด 43 ตารางเมตร ก็จะนับแค่ชั้น 1 ส่วนชั้นสองนั้นก็จะเป็นขนาดประมาณ 72 ตารางเมตร พอมองขึ้นไปก็จะรู้สึกว่าห้องมีความโปร่งโล่งมาก

ห้องนอนชั้น 1

ใช้หน้าต่างบานเปิดแบบนี้

พื้นที่ปลายเตียงกว้าง

ห้องน้ำชั้น 1 อยู่ตรงข้ามกับห้องนอน ห้อง Type นี้ มีห้องน้ำ 1 ห้อง

อ่างล้างหน้า

พื้นที่วางชักโครกไม่แคบเกินไป

กั้นส่วนเปียกด้วยตู้กระจกแบบนี้

มี Rain Shower ให้

ช่องวางอุปกรณ์อาบน้ำ 2 ช่อง

ออกจากห้องน้ำแล้วขึ้นไปที่ชั้นบนกัน ติดกับบันไดมีตู้ที่ใช้วางเครื่องซักผ้าไว้มุมนี้ พร้อมช่องใส่ของด้านบน

ปูพื้นบันไดด้วย Engineering Wood

ราวบันไดเป็นกระจก

ขึ้นมาถึงชั้นบน ซ้ายมือก็จะเป็นห้องนอน

มีพื้นที่ว่างข้างเตียงไว้วางโต๊ะ

หน้าต่างบานเปิดแบบห้องนอนชั้นล่าง

พื้นที่ชั้นบนกว้าง สามารถจัดเป็นห้องดูหนังหรือมุมทำงานได้

มุมมองจากชั้นบนลงไปชั้นล่าง

พื้นที่ด้านหลังมุมนั่งเล่นเหลือเยอะ

จัดเป็นโต๊ะเครื่องสำอางแบบห้องตัวอย่างได้

Walk-in Closet แยกออกมาจากห้องนอน

 

สรุป CLOUD Residences – SKV23

โครงการ CLOUD Residences – SKV23 เป็นคอนโด Hi-Rise ที่มีการออกแบบเพื่อให้เป็น Iconic Landmark ที่โดดเด่นที่สุดในสุขุมวิท 23 โดยทำสถิติความสูงถึง 200 เมตร นับว่าเป็นโครงการที่มีความสูงมากที่สุดในสุขุมวิท 23 และตอบโจทย์การอยู่อาศัยในหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการอยู่คนเดียว อยู่สองคน หรือการอยู่แบบครัวใหญ่ ก็มีห้องให้เลือกตามความต้องการถึง 5 แบบด้วยกัน และ Facilities แบบจัดเต็มที่เชื่อมต่อกันถึง 3 ชั้น โครงการยังอยู่ในทำเลที่แวดล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกไม่ว่าจะเป็นการใช้บริการของขนส่งสาธารณะหรือใช้รถยนต์ส่วนตัวก็สะดวกและรวดเร็ว อีกทั้งยังอยู่ในย่านของ Residential ที่มีทั้งชาวไทยและต่างชาติอาศัยอยู่ ทำให้ราคาอสังหาฯในย่านนี้เติบโตขึ้นได้อย่างรวดเร็ว และโครงการดูจะเหมาะกับการซื้อเพื่อลงทุนในระยะยาว ทั้งการปล่อยเช่าชาวต่างชาติที่ทำงานในย่านนี้ ซึ่งจะมีงบประมาณในการเช่าที่สูงกว่า รวมไปถึงการขายต่อที่หากซื้อในราคาที่ไม่เกินตารางเมตรละสองแสนกลางๆ ก็ยังมีโอกาสที่ราคาจะดีดตัวสูงขึ้น เนื่องจากราคาเฉลี่ยของคอนโด High Rise ในย่านนี้ ก็อยู่ที่ประมาณ ตร.ม.ละ 250,000 บาทขึ้นไป อีกทั้งความได้เปรียบของที่นี่ก็จะเป็นคอนโด High Rise ที่มีความเงียบสงบมากกว่าคอนโด High Rise ที่ตั้งอยู่ริมถนนใหญ่ ติดรถไฟฟ้า ที่มีความวุ่นวาย เสียงดัง พอสมควร การที่โครงการประสบความสำเร็จในการขายกับชาวต่างชาติโดยเฉพาะชาวเอเชียด้วยกันเอง ก็น่าจะเป็นหลักประกันในระดับหนึ่งได้ว่าเมื่อโครงการนี้สร้างเสร็จก็น่าจะได้รับความนิยมในตลาด International Market จนเกิดการบอกต่อกันในหมู่ชาวต่างชาติได้มากกว่าโครงการอื่นๆ

ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิพิเศษ ได้ที่ และสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: http://bit.ly/322cInB

โทรศัพท์ : 02-026-6888

**พบกับงาน First Call ที่สำนักงานขายโครงการ พร้อมรับโปรโมชั่นสุดพิเศษได้ในวันที่  20 – 21 มีนาคมนี้ ตั้งแต่เวลา 9.00 – 18.00 น.



wipawan khampuwiang

wipawan khampuwiang

จบทางด้านภาษาไทยและชอบงานเขียน ชอบอ่านและดูรูปภาพรีวิวบ้าน คอนโดต่างๆ เบื่อกับการอยู่ห้องทั้งวันแบบไม่มีอะไรทำ ฉะนั้นงานอดิเรกก็เลยชอบหาที่เที่ยวและถ่ายภาพ

เว็บไซต์


PropScore™ 3.9

SCORE:
0.0
From : 0 รีวิว


ยังไม่มีการให้คะแนนและ Comment โครงการนี้


3 เทรนด์นิยามความหรูหราแบบใหม่ล่าสุดที่คนอสังหาฯ ต้องรู้

นานมาแล้วที่คำว่า หรูหรา มีค่าเท่ากับ มากเกินความจำเป็น แต่ทุกวันนี้สิ่งที่สำคัญต่อลูกค้าระดับบนมากที่สุดคือการใช้จ่ายของพวกเขาจะสร้างผลกระทบทางบวกต่อโลกใบนี้ได้อย่างไร และมันได้ให้ประสบการณ์ที่มีค... อ่านต่อ

30 March, 2020



We will Survive! รวมไอเดียรับมือภัยโรคระบาด COVID-19 สำหรับคนอสังหา 10 กลุ่ม

จนถึงวันนี้คงไม่มีใครไม่รู้จักโรค COVID-19 อีกต่อไปแล้ว มันไม่ใช่แค่โรคที่ทำให้สุขภาพขอ... อ่านต่อ

23 March, 2020

Monthly Roundup

บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) เปิดตัวอย่างเป็นทางการของแฟล็กชิฟลักชัวรี่คอนโดมิเ... อ่านต่อ

18 March, 2020

COVID-19 ส่งผลต่อเศรษฐกิจและอสังหาริมทรัพย์อย่างไร

โคโรน่าไวรัส คือ กลุ่มของไวรัสที่ทำให้เกิดโรคในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมและนก สำหรับในมนุษย์... อ่านต่อ

17 March, 2020

เคล็ดลับการทำ E-mail Marketing เข้าถึงลูกค้าซื้อบ้าน

หากจะพูดถึงวิธีการเข้าถึงลูกค้าที่ง่ายและใช้งบประมาณไม่มาก การส่งอีเมลก็คงจะเป็นหนึ่งใน... อ่านต่อ

10 March, 2020