BEATNIQ (Actual Unit)

  

บีทนิค (ห้องจริง)


BEATNIQ คือคอนโดระดับ Luxury ที่แสดงออกซึ่งความเป็นเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมแนว MCM (Mid Century Modern) หรือสถาปัตยกรรมราวๆยุค 30 – 60’s ที่มีความเป็น Modernist ที่อาจหาไม่ได้อีกแล้ว โดย BEATNIQ ได้ถอดรหัสความเป็น MCM ผ่านลักษณะของอาคารที่เรียบนิ่ง แต่มีสัดส่วนที่สวยงาม มีการจัดองค์ประกอบที่ชัดเจน เน้นประโยชน์การใช้สอยของ space และแก่นแท้ของวัสดุ อีกทั้งยังเป็นการดึงเอาเอกลักษณ์ ภาพจำของพื้นที่เดิมอย่างโรงแรม REX ที่มีเอกลักษณ์ในเชิงสถาปัตยกรรมแนว MCM อยู่แล้ว ซึ่งการสร้าง BEATNIQ ให้สอดคล้องกับบริบทเดิม เป็นโจทย์ที่มีความท้าทายเป็นอย่างยิ่ง สำหรับตลาดคอนโด ในย่านทองหล่อ ซึ่งเป็นย่านที่มีการแข่งขันรุนแรงในเรื่องของราคาที่สูงและความทันสมัยในเชิงไลฟ์สไตล์

เกริก บุณยโยธิน on September 20, 2018 at 10:37 pm

Prop score™: 4.5

คะแนนรีวิว: 0.0

0 รีวิว



    ข้อมูลโครงการ

ชื่อโครงการ

BEATNIQ

บริษัทผู้สร้าง

เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น – SC ASSET

สถานที่

ถนนสุขุมวิท

สถานีรถไฟ BTS

BTS ทองหล่อ Distance 250 m.

สถานีรถไฟใต้ดิน

-

Airport Rail Link

-

สถานี BRT

-

พื้นที่

1-3-69 ไร่

ชั้น

34 ชั้น

ยูนิต

197 ยูนิต

ที่จอดรถ

193 ช่องจอด คิดเป็น 98%

ลิฟท์

ลิฟท์โดยสาร 3 ตัว ลิฟท์ขนของ 1 ตัว

สิ่งอำนวยความสดวก

Lobby, Reading Lounge, Meeting Room, Landscape Garden, Dipping Pool, Swimming Pool ระบบเกลือ, Fully-equipped Gym, Boxing Area, Yoga Studio, Kid’s Lounge, Landscape Sky Garden, Sky Lounge, + BBQ Terrace, Semi-outdoor Heated Spa Pool


    ประเภทยูนิต

ประเภท

Luxury High Rise Condominium/CONDO

studio

-

1 bedroom

43 -59 ตารางเมตร

2 bedroom

80 – 83 ตารางเมตร, 2 Bedroom Plus 109 – 122 ตารางเมตร

3 bedroom

162 – 207 ตารางเมตร

Duplex

2 Bedroom Duplex 96 – 103 ตารางเมตร

Penthouse

162 – 207 ตารางเมตร

ประเภทอื่นๆ

-

ความสูงจากพื้นถึงเพดาน

2.8 เมตร. 3.5 เมตร และ 6 เมตร

ราคาเริ่มต้น / ตรม.

276,000 บาท/ตร.ม.

ราคาเริ่มต้น / ยูนิต

12 ล้านบาท

ค่าส่วนกลาง

90 บาท/ตร.ม./เดือน

Sinking Fund fee

900 บาท/ตร.ม.

สร้างเสร็จ

2018

เว็บไซต์

https://bit.ly/2PqgxLU

1749


เพื่อนบ้าน Street View


สะกดให้หลงใหลเพียงก้าวแรกที่ได้สัมผัส กับมนต์เสน่ห์แห่ง MCM อันสง่างามที่ BEATNIQ

 

BEATNIQ คือคอนโดระดับ Luxury ที่แสดงออกซึ่งความเป็นเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมแนว MCM (Mid Century Modern) หรือสถาปัตยกรรมราวๆยุค 30 – 60’s ที่มีความเป็น Modernist ที่อาจหาไม่ได้อีกแล้ว โดย BEATNIQ  ได้ถอดรหัสความเป็น MCM ผ่านลักษณะของอาคารที่เรียบนิ่ง แต่มีสัดส่วนที่สวยงาม มีการจัดองค์ประกอบที่ชัดเจน เน้นประโยชน์การใช้สอยของ space และแก่นแท้ของวัสดุ อีกทั้งยังเป็นการดึงเอาเอกลักษณ์ ภาพจำของพื้นที่เดิมอย่างโรงแรม REX ที่มีเอกลักษณ์ในเชิงสถาปัตยกรรมแนว MCM อยู่แล้ว ซึ่งการสร้าง BEATNIQ ให้สอดคล้องกับบริบทเดิม เป็นโจทย์ที่มีความท้าทายเป็นอย่างยิ่ง สำหรับตลาดคอนโด ในย่านทองหล่อ ซึ่งเป็นย่านที่มีการแข่งขันรุนแรงในเรื่องของราคาที่สูงและความทันสมัยในเชิงไลฟ์สไตล์

 

BEATNIQ ถือเป็นหนึ่งใน 3 คอนโด Limited Luxury Collection ของ SC Asset ซึ่งเป็น Developer ที่มีชื่อเสียงสั่งสมมานานในเรื่องของการพัฒนาโครงการระดับ Luxury เคียงคู่กับ Saladaeng One และ 28 Chidlom ซึ่งแต่ละที่ก็มีที่ตั้งอันเป็นที่หนึ่งในแต่ละทำเลอยู่แล้ว โดย BEATNIQ ก็ได้เปรียบเรื่องทำเลบนถนนสุขุมวิท ใกล้รถไฟฟ้าทองหล่อ

โครงการยังมีจุดเด่นเรื่องงานออกแบบตั้งแต่หน้า façade อาคารที่มีการ Interlock กันระหว่างส่วนที่เป็นงานเหล็กกับกระจก ตัว grill และ fin พาดยาวสูงตั้งแต่ยูนิตชั้นล่างสุดไปถึงชั้น Penthouse เหมือนตึกซีแกรม ในมหานครนิวยอร์กซึ่งสะท้อนความ Less is more ในภาษาทางสถาปัตยกรรมและยังทำหน้าที่เป็นครีบบังแดด และบล็อคลมช่องสี่เหลี่ยมที่มีมิติที่ออกแบบได้เหมาะสม กับสภาพภูมิอากาศในเขตร้อนคือ ทำหน้าที่รับแสงธรรมชาติและถ่ายเทอากาศบวกกับการใช้สีของโครงการที่ใช้โทนสีเทา สีขาว และหิน เพื่อเผยให้เห็นถึงแก่นแท้ของวัสดุอย่างบริสุทธิ์ และยังมีการสอดแทรกองค์ประกอบของรูปทรงที่เป็น Organic Sculpture form ในพื้นที่ส่วนกลาง อาธิ การใช้บันไดเวียน spiral ในการเชื่อมพื้นที่ส่วนกลางที่อยู่ต่างระดับกันเรียกว่าเป็นการออกแบบที่คงคอนเซปท์ “Less is Luxury”คือ ความเรียบง่ายแต่ดูดีในแบบมินิมอล ที่เน้นความพิถีพิถันในฟังก์ชั่น ดีไซน์ และใช้ประโยชน์ได้จริง

แต่การออกแบบที่ต้องการสะท้อนทั้งเรื่องราวของพื้นที่ บนความหรูหรา แต่ยังใช้ประโยชน์ได้ ถือว่าเป็นความท้าทายอย่างมาก ซึ่ง BEATNIQ ได้พัฒนาโครงการเสร็จแล้ว และถือว่าเป็นการออกแบบส่วนผสมที่ลงตัวระหว่าง Function และ Form ทั้งรูปแบบเอกลักษณ์ภายนอกที่ดูโดดเด่น บอกเล่าเรื่องราว ภาพจำของพื้นที่ และสะดุดตามากกว่าคอนโด อื่นใดในย่านทองหล่อแล้ว ยังได้ทำเลที่ตั้งอยู่ติดถนนใหญ่ และยังมีจุดเด่นกับรูปแบบห้องที่มีให้เลือกหลากหลาย ตรงตามความต้องการของคนทุกประเภท เพราะโครงการตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 1-3-69 ไร่ ตัวอาคารสูง 34 ชั้น แต่มีจำนวนยูนิตเพียงแค่ 197 ยูนิตเท่านั้น ทำให้การออกแบบห้องพักมีเลย์เอ้าท์ที่เน้นการจัดวาง space ในแบบที่อยู่ได้จริง ไม่อึดอัด มีการใช้งานครบตามความต้องการ

และที่สำคัญคือมีรูปแบบห้องให้เลือกหลากหลายสุดๆ และมีหลากหลายขนาด

ตั้งแต่ห้องเล็ก 1 ห้องนอนขนาด 43 -59 ตารางเมตร

2 ห้องนอนขนาด 80 – 83 ตารางเมตร

ไปจนถึงห้องแบบ 2 นอน 100 กว่าตรม ที่มีทั้งขนาด 109 – 122 ตารางเมตร

2 ห้อง Duplex ขนาด 96 – 103 ตารางเมตร

และห้อง Penthouse รวมถึง Pool Villa 3 ห้องนอนขนาด 162 – 207 ตารางเมตร (5 ยูนิต)

ซึ่งห้องแต่ละ Type จะถูกแบ่งไปตามโซนแต่ละชั้น และมีองค์ประกอบที่แตกต่างกัน ในส่วนของความสูงของเพดานที่มีตั้งแต่ 2.8, 3.5 ไปจนถึง 6 เมตรสำหรับห้อง Duplex และห้องแบบ Penthouse Pool Villa ที่ยกสระสูงขึ้นไปชั้นบน ซึ่งน่าจะมีไม่กี่แห่ง บนย่านทองหล่อที่มีห้องรูปแบบนี้ (ดูแปลนห้องเพิ่มเติมได้ที่ https://propholic.com/prop-verdict/beatniq/ )

นอกจากรูปลักษณ์อาคารและรูปแบบห้องที่สร้างความแตกต่างแล้ว ยังมีพื้นที่ส่วนกลาง ที่นำเอารูปแบบสถาปัตยกรรม แบบ MCM เข้าไปใช้ภายในพื้นที่ส่วนกลาง ทั้งสี วัสดุ และรูปทรงเลขาคณิต แต่ยังแฝงไว้ด้วยความเรียบหรู สะดวกสบาย ตอบทุกสัมผัสของรายละเอียดการใช้ชีวิตอย่างครบถ้วน ภายใต้แนวคิด Design with Function คือ ดีไซน์ เรียบ สวยสะดุดตา แต่ยังคำนึงถึงประโยชน์ใช้สอยและความต้องการของผู้พักอาศัย

 

ตั้งแต่โถง Lobby ที่ใช้โทนสีดำ และวาง Pattern ในแบบรูปทรงเลขาคณิต รวมทั้งเลือกใช้วัสดุอย่างหินอ่อนอลาเบสกาโต้ สีขาวลายธรรมชาติ

ผสานกับผนังที่ดึงเอารูปแบบ façade ด้านหน้าอาคารเข้ามาใช้ บริเวณโถงทางเดินด้านหน้าห้อง mail room นำสู่โถงลิฟท์

กั้นพื้นที่ห้องนิติบุคคล และพื้นที่ Drop off  พื้นที่โหลดของขึ้นลิฟท์ ห้องแม่บ้าน ที่แยกส่วนกันอย่างชัดเจนจากพื้นที่โถง lobby

ส่วนอีกมุมโถงทางเดิน เป็นห้อง mail room ที่แยกออกเป็นสัดส่วน

รวมทั้งการลดทอนรายละเอียดของผนังโถงทางเดินไปสู่ผนังกระจกห้อง Reading Lounge with Meeting Room ที่ยังคงรักษารูปแบบของช่องตารางรูปทรงเลขาคณิตไว้

นอกจากสวยงามแล้ว ยังเป็นเสมือนช่องรับแสงเข้าสู่ตัวอาคาร และสามารถใช้ประโยชน์เป็นทั้งพื้นที่วางของ

และเป็นฉากกั้นห้องให้ได้อ่านหนังสือ หรือจัดประชุมได้อย่างเป็นส่วนตัว

ติดโถง lobby เป็นทางออกไปสู่ Landscaped Garden with Dipping Pool ที่ออกแบบโดย TROP

สวนเล่นระดับ ที่สามารถสร้างพื้นที่ส่วนตัวกับ Movable Wall ที่สามารถเลื่อนเปิดปิดได้ เพื่อสร้างพื้นที่ใช้งาน

ท่ามกลางเนินหญ้า ต้นไม้ใหญ่ และสายน้ำ เอกสิทธิ์บรรยากาศการใช้งานเฉพาะผู้พักอาศัย

นอกจากพื้นที่ชั้น G ที่เพียบพร้อมและรองรับการใช้งานแบบ passive แล้ว ถ้าต้องการพื้นที่ active อย่าง Swimming Pool with Floating Pool Pavilion ห้อง fitness , yoga studio หรือพื้นที่ห้องเด็กเล่น ต้องไปที่ชั้น 7 และ 8

ที่ชั้น 7 เปิดรับด้วยสระว่ายน้ำ มุมมองเปิดกว้าง ตัดกับพื้นและผนังหินที่ดูหรูหรา

และเน้นความ special กับพื้นที่ Hanging Pavilion ที่ลอยอยู่เหนือพื้นน้ำ

ให้ได้ใช้งานพร้อมเปิดรับมุมมองใหม่ๆ ของการชมวิวถนนสุขุมวิท และย่านทองหล่อยามค่ำคืน ในแบบที่ไม่เหมือนใคร

สุดปลายมุมสระเป็น Double Volume Fitness ที่โอบล้อมด้วยวิวเมืองและวิวสระน้ำ

รวมทั้งตอบโจทย์ทุกกิจกรรมทั้ง Fully-Equipped Gym with Boxing Area ที่พื้นที่ชั้น 7

และมีบันไดเชื่อมสู่ชั้น 8 กับห้อง Yoga Studio

แถมยังเชื่อมกับทางเดินลอยฟ้า ที่มีพื้นที่นั่งพัก ชมวิวในอีกมุมมอง

สามารถเดินเชื่อมสู่ Kid’s Lounge ชั้น 8 ที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งได้

นอกจากพื้นที่ส่วนกลางที่เรียกว่าวิวดีที่ชั้น 7 และ 8 แล้ว ยังมีพื้นที่ส่วนกลางที่ชั้น 32 กับ Landscape Sky Garden ที่เชื่อมมุมมองถึง 3 ชั้น

และมีพื้นที่สีเขียว พร้อมพื้นที่นั่งเล่นพักผ่อน กับวิวเมือง

ที่สามารถเห็นได้ถึงโค้งแม่น้ำเจ้าพระยา และโค้งบางกระเจ้าในวันที่ฟ้าเปิดได้ด้วย

และที่สำคัญที่พื้นที่ sky garden ยังมากับเอกลักษณ์ที่สะท้อน ความเป็นสถาปัตยกรรมยุค 60s และเป็นสัญลักษณ์ของโครงการ กับ Spiral Staircase บันไดวนดีไซน์พิถีพิถัน

ที่เชื่อมต่อส่วน Penthouse ที่ชั้น 32-33 และวนขึ้นไปยังส่วนกลางที่ชั้น 34

ส่วนที่ชั้น 34 เป็นห้อง sky lounge ที่โอบล้อมด้วยพื้นที่สวน และวิวเมืองแบบ 180 องศา

ภายในห้อง มีทั้งมุมสำหรับทำอาหาร Co-Kitchen ที่มีอุปกรณ์พร้อมใช้งาน

เชื่อมกับโต๊ะทานอาหารตัวยาว

และมุมชุดโซฟา เหมาะสำหรับhang out กับกลุ่มเพื่อนและครอบครัว

พร้อมพื้นที่สำหรับ BBQ ที่ terrace ด้านนอก

พื้นที่อีกด้านของชั้น 34 เป็นสวนหย่อมขนาดเล็ก

พร้อมห้องน้ำแยกชายหญิงที่ให้เครื่องเป่าของ dyson

และมีพื้นที่ตู้ล็อกเกอร์ระบบเปิดปิด digital สำหรับเก็บของก่อนขึ้นไปที่ Heated spa pool ชั้น 34M

และนอกจากพื้นที่ส่วนกลาง ยูนิตและเลย์เอ้าท์ห้องก็มีความน่าสนใจเช่นกัน ซึ่งโครงการขายแบบ Fully fitted ให้ครัว ห้องน้ำ ตู้รองเท้า และตู้เสื้อผ้าครบตามห้องตัวอย่าง

 

ซึ่งวันนี้จะขอนำเสนอห้องตัวอย่าง 2 ขนาด คือ 57 Sq.m. และ 83 Sq.m. ที่ชั้น 16

ที่เปิดต้อนรับด้วยโถงลิฟท์ ลายหินสีเทาขาว ที่มาพร้อมกับพื้นที่จัดแสดงงานศิลปะ ภาพวาด ที่ปลายโถงทางเดิน และแตกต่างกันในแต่ละชั้น

ห้องแรกที่จะพาไปชมคือ ห้อง 1 bedroom 57 Sq.m.

ที่ต้อนรับด้วยประตูไม้บานสูง พร้อม digital door lock

และความสูงในห้องกว่า 2.8 m

ห้องนี้เปิดรับด้วยพื้นที่ครัว built-in ที่ด้านซ้ายของทางเข้า มีแบ่งพื้นที่เป็นชั้นวางรองเท้าติดประตูทางเข้า

เช่นเดียวกับที่ด้านขวาเป็นตู้รองเท้าหรือตู้เก็บของ และที่วางเครื่องซักผ้า พร้อมงานระบบและเครื่องทำน้ำร้อน built-in พร้อมที่ระบายอากาศด้านล่างตู้

ที่ครัวพื้นครัวปูด้วยกระเบื้องสีขาว เข้ากับชุด built-in

ที่โครงการให้เคาท์เตอร์ L shape พร้อมเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวของ Kuppersbusch

ที่เคาท์เตอร์ติดตั้งอ่างล้างจานของ teka

และเตาไฟฟ้า Kuppersbusch 2 หัว

พร้อมตู้และลิ้นชักเก็บอุปกรณ์ครัว ของ Starmark

และที่วางอุปกรณ์ทำอาหารที่ตู้ built-in ด้านบน สูงจรดเพดาน

และเตาอบไมโครเวฟที่ผนังปลายสุดเคาท์เตอร์

ตรงกันข้ามเป็นตู้เย็น built-in แบบแยกบานเปิดบนล่าง

ถัดจากครัวเป็นพื้นที่ living area ปูด้วยพื้นไม้สีน้ำตาลทอดตัวยาวสู่ระเบียง

ที่มีพื้นที่กว้างพอให้วางโต๊ะทานอาหารสำหรับ 2 ที่นั่ง ที่ด้านหน้าเคาท์เตอร์ครัว

และชุดโซฟาสำหรับ 3-4 ที่นั่ง พร้อมโต๊ะกลางที่ปลายห้องติดระเบียง

ผนังฝั่งตรงข้ามชุดโซฟาสามารถ built-in ชั้นวางทีวีและชั้นวางของได้เต็มพื้นที่ของผนัง

ห้องนี้หันไปทางทิศใต้ โครงการให้ระเบียง แบบ Semi-balcony

ที่ระเบียงกว้างมาก มากพอที่จะวางชุดโซฟาสำหรับ 2 นั่งพร้อมโต๊ะกลางไว้นั่งชมวิว หรือจิบกาแฟยามเช้า

โดยมีประตูกระจกบานเลื่อนระหว่างพื้นที่ระเบียงและห้อง living ให้เปิดเชื่อมถึงกัน เพิ่มพื้นที่ใช้งานให้มากขึ้น

หรือจะปิดประตูที่ห้องนั่งเล่น แล้วเปิดรับลม ชมวิวที่หน้าต่างบานเปิดบานสูง พร้อมราวกันตกกั้นเพื่อความปลอดภัย

 

และที่สำคัญพื้นที่ระเบียง แยกพื้นที่วางคอมฯแอร์เป็นสัดส่วน พร้อมประตูปิดเพื่อความเรียบร้อย

ปีกขวาของห้อง ติดที่ตั้งทีวี เป็นประตูทางเข้าห้องนอนพร้อมห้องน้ำภายในห้องนอน ที่กั้นด้วยประตูบานเลื่อนไม้รางบน ทำให้พื้นห้องเชื่อมต่อถึงกันแบบไร้รอยต่อ

ภายในห้องนอนแบ่งพื้นที่ห้องน้ำและมุมแต่งตัวไว้ที่ด้านขวาของทางเข้าและพื้นที่พักผ่อน วางเตียงนอนไว้ที่ด้านซ้าย ติดหน้าต่างบานสูง

ที่ห้องน้ำโครงการให้ sexy bathroom กับหิน nero portoro ที่โดดเด่นด้วยลวดลายธรรมชาติบนพื้นหินสีดำสนิท

ในห้องน้ำ แบ่งพื้นที่ส่วนแห้งติดทางเข้า

โครงการให้อ่างล้างหน้าของ GROHE แบบลอยตัว ตัวอ่างฝังกับเคาท์เตอร์หิน nero portoro พร้อมกระจกบานใหญ่ ที่สามารถเปิดเก็บอุปกรณ์อาบน้ำได้

ส่วนที่ด้านซ้าย ด้านหลังประตูห้องน้ำ เป็นมุมห้องตั้งโถสุขภัณฑ์ -ของ TOTO washlet แบบแขวนผนัง

ส่วนที่ด้านขวา กั้นด้วย shower glass

ภายในแบ่งเป็นห้องอาบน้ำ ที่โครงการให้ rain shower แบบติดเพดาน และ hand shower พร้อมช่องวางอุปกรณ์อาบน้ำในผนัง

อีกส่วนหนึ่งคือที่ตั้งอ่างอาบน้ำเข้ามุม

ด้านหน้าติดทางเข้าห้องน้ำ เป็นตู้เสื้อผ้า built-in สูงจรดเพดาน แบ่ง 3 บานเปิด

พร้อมโต๊ะเครื่องแป้ง top หินวางแบ่งพื้นที่ใช้งานและสามารถเปิดเป็นกระจกแต่งหน้าได้

ส่วนพื้นที่ริมหน้าต่างบานใหญ่ full frame เป็นที่ตั้งเตียงนอน

สามารถวางเตียง queen size พร้อมโต๊ะหัวเตียง และยังมีพื้นที่รอบเตียงเหลือให่เพิ่มขนาดเตียงสำหรับคนชอบเตียงขนาดใหญ่ได้

ถือว่าเป็นห้อง 1 bedroom ขนาด compact ไม่เล็กไม่ใหญ่ไป และมีการแบ่งการใช้งานพื้นที่ต่างๆอย่างเป็นสัดส่วน

เหมาะสำหรับคนรุ่นใหม่ วัยทำงาน มีพื้นที่ให้พักผ่อนได้เต็มที่ ใช้งานได้เต็มที่

สำหรับใครที่มีครอบครัวขนาดเล็ก อาจต้องขยับมาเป็นห้อง 2 bedroom ขนาด 83 Sq.m. 2ห้องนอน 2 ห้องน้ำขนาดกะทัดรัดห้องหัวมุม ทิศเหนือ

ที่ต้อนรับการกลับบ้านทุกครั้งกับประตูบานเปิดไม้สูงจรดเพดาน

ภายในห้องทอดยาวด้วย corridor จากประตูทางเข้า สู่พื้นที่เข้าห้องนอนด้านใน

พื้นที่ส่วนแรกแยกเป็นห้องครัวที่ด้านซ้ายมือ U shape โครงการให้

พื้นครัวปูด้วยกระเบื้องสีขาว เข้ากับชุด built-in

และพื้นที่ living ที่ด้านขวามือ ทอดยาวสู่ระเบียง

ส่วนพื้นที่ living area เป็นพื้นที่ตอนลึก และกว้าง

กว้างพอให้วางโต๊ะทานอาหารสำหรับ 4 ที่นั้ง ที่ติดโถงทางเดิน และใกล้พื้นที่ครัว

ด้านใน ติดหน้าต่างออกระเบียง เป็นมุมพักผ่อนดูทีวี ที่วางอยู่ในตำแหน่งค่อนข้าง private

และค่อนข้างกว้าง เพราะสามารถวางชุดโซฟาสำหรับ 4-5 ที่นั่ง พร้อมโต๊ะกลางตัวใหญ่ ได้แบบสบายๆ

มีระยะมากพอให้วางทีวีจอใหญ่ พร้อมชั้นวางทีวีที่ผนังฝั่งตรงข้าม

ระเบียงฝั่งนี้ได้ระเบียงยาว พร้อมราวกันตกกระจก

เปิดรับแสงและเชื่อมวิวเมืองด้านหน้าโครงการ

ที่ corridor หน้าทางเข้าห้องนอน แบ่งเป็นพื้นที่ห้องน้ำสำหรับห้องนอนเล็ก และห้อง living ที่ด้านซ้าย ด้านหลังครัว ซึ่งภายในห้องน้ำ โครงการแบ่งพื้นที่ส่วนแห้งติดทางเข้า เป็นอ่างล้างหน้าขอแบบลอยตัว ฝังกับเคาท์เตอร์หิน nero portoro พร้อมกระจกบานใหญ่

ถัดไปเป็นโถสุขภัณฑ์

และโดดเด่นด้วย ผนังหิน nero portoro สูงและ shower glass กั้นพื้นที่ส่วนเปียกที่ด้านใน

ติดกันเป็นทางเข้าห้องนอนเล็ก

ภายในห้องนอนเล็กมีพื้นที่ค่อนข้างจำกัด สามารถวางเตียง Queen size ไว้ติดหน้าต่างบานใหญ่

ปลายสุดโถง corridor เป็นทางออกระเบียง

ที่ติดตั้งงานระบบ คอมฯแอร์ และสามารถตั้งเครื่องซักผ้า เป็นพื้นที่ซักล้างได้ที่ระเบียงฝั่งนี้ พร้อมประตูกระจกบานขุ่น เปิดรับแสงจากภายนอกเข้าสู่โถงทางเดิน

สวนห้องสุดท้าย คือห้องนอนใหญ่ อยู่ขวามือของโถงทางเดิน

ภายในแบ่งเป็นพื้นที่ walk-in closet ที่ด้านหน้าติดทางเข้าห้อง เชื่อมยาวตลอดสองด้านทางเดิน สู่พื้นที่ด้านใน

ระหว่าง walk-in closet เป็นห้องน้ำในห้องนอนใหญ่

ที่โดดเด่นด้วยหิน nero portoro และหน้าต่างที่มีวิวเมืองเข้าเฟรมเป็นเสมือนกรอบรูปที่เปลี่ยนไปทุกๆวัน

ภายในห้องน้ำ แบ่งพื้นที่ส่วนแห้งไว้ที่ด้านขวาติดทางเข้า โครงการให้อ่างล้างหน้าของ GROHE แบบลอยตัว ตัวอ่างฝังกับเคาท์เตอร์หิน nero portoro พร้อมกระจกบานใหญ่ ที่สามารถเปิดเก็บอุปกรณ์อาบน้ำได้

ติดกันเป็นโถสุขภัณฑ์ -ของ TOTO washlet แบบแขวนผนัง

ถัดไปเป็นอ่างอาบน้ำ ติดหน้าต่างกระจก โดดเด่นด้วยหิน nero portoro ยาวเต็มอ่างอาบน้ำ

ส่วนที่ด้านขวา กั้นด้วย shower glass

ภายในเป็นห้องอาบน้ำ ที่โครงการให้ rain shower แบบติดเพดาน และ hand shower ติดผนังหินผืนใหญ่

ด้านในสุดเป็นพื้นที่พักผ่อน ที่โอบล้อมด้วยหน้าต่างกระจกบานใหญ่ทั้งสองด้าน

เปิดเชื่อมรับวิวภายนอกของถนนสุขุมวิท เป็นฉาก city view ใจกลางเมืองที่สุดจะ private

พื้นที่ส่วนนี้ สามารถวางเตียง king size พร้อมโต๊ะหัวเตียงแบบมีพื้นที่เหลือโดยรอบให้ได้ใช้งาน

แถมยังมีมุมห้องที่สามารถวางเก้าอี้นั่งเอนหลังชมวิวได้ทั้งวัน

อีกมุมมีพื้นที่เข้ามุมผนังที่สามารถตกแต่งเป็นพื้นที่ทำงานเล็กๆได้ที่ด้านนี้

เรียกว่าเป็นห้อง 2 ห้องนอนขนาดกะทัดรัด แต่เต็มไปด้วยพื้นที่การใช้งานแบบส่วนตัวๆ และน่าจะเหมาะกับคนที่ชอบชมวิวเมืองเป็นอย่างยิ่ง

 

นอกจากนี้ยังมีห้อง 1bedroom 43 Sq.m. สำหรับคนที่ชอบห้องขนาดกะทัดรัด และห้องแบบนี้ค่อนข้างขายดีเพราะเป็นขนาดเล็กที่สุด

ที่มาพร้อมกับประตูบานเลื่อน กั้นการใช้งาน แบ่งพื้นที่ห้องนอนและห้องนั่งเล่นได้

หรือใครชอบห้องใหญ่ก็ต้องเลือกห้องนี้เลย 2 bedroom 108 Sq.m. ห้องหัวมุม มีจุดเด่นคือพื้นที่ Semi Outdoor Balcony ขนาดใหญ่ประดับด้วยหิน Gold Portoro

ที่มาพร้อมกับพื้นที่ระเบียงติดแอร์ขนาดใหญ่ เป็นเสมือนห้องใช้งานกึ่ง semi out door ได้อีกห้อง

และที่สำคัญคือโครงการให้ผนังหินผืนใหญ่ ปูด้วยหินอ่อนลาย Gold Portoro โดดเด่นสร้างเอกลักษณ์ให้กับห้องนี้

พร้อมระเบียงซักล้างแยกอีกส่วน และมีครัวไทยรองรับแยกจากครัวฝรั่งไว้ด้วย

หากเป็นเมื่อสักสามปีที่แล้ว ถ้ามีคอนโดโครงการใดสักแห่งเปิดตัวในย่านทองหล่อ โดยเฉพาะช่วงริมถนนใหญ่สุขุมวิทก็มักจะเป็นที่สนใจของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายมากหน้าหลายตา เพราะทองหล่อในขณะนั้นยังไม่ได้ถูกแปรสภาพเป็นย่าน Residential Area แนวสูงแบบในปัจจุบันนี้ แถมร้านค้า ร้านอาหาร รวมถึงสถานที่ที่น่าจะเป็นแหล่งดึงดูดให้คนทั่วโลกหลั่งใหลมาเยี่ยมเยือนย่านที่ได้ชื่อว่ามีไลฟ์สไตล์ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯก็ยังมีเรียงรายอยู่พร้อมหน้า ตลอดริมสองฟากถนนใหญ่สุขุมวิท เช่นเดียวกับซอยทองหล่อ (สุขุมวิท 55) และซอยสุขุมวิท แน่นอนว่าสีสันไลฟ์สไตล์ในยามค่ำคืนของทองหล่อล้วนเป็นดั่งมนต์สะกดชั้นดีให้ใครหลายคน โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีกำลังซื้อสูง มองหาที่พักอาศัยที่มอบไลฟ์สไตล์ของความเป็นทองหล่อให้ได้มากที่สุด ผลลัพธ์ก็คือที่ดินบริเวณโดยรอบสถานีรถไฟฟ้าทองหล่อส่วนใหญ่ ทั้งซอย 55, 57, 36, 38 และ 40 ถูกดีเวลลอปเปอร์ชั้นนำหลายรายแปรสภาพให้กลายเป็นคอนโดหรูราคาแพง จนแทบจะไม่เหลือบรรยากาศเดิมๆอันมีสีสันของย่านทองหล่อ ด้วยเหตุผลบนความเป็นจริงที่ว่า คอนโดแห่งใดก็ตามที่ตั้งอยู่ในย่านทองหล่อมักจะได้รับความนิยม ซื้อง่ายขายคล่อง ปล่อยเช่าดี ราคาขายต่อขึ้นสูงลิบ…แต่นั่นก็เป็นเรื่องของอดีตเมื่อหลายปีมาแล้ว ด้วยการที่ย่านทองหล่อเป็นหนึ่งในไม่กี่ย่านในกรุงเทพฯที่เราจะพบเห็นความเปลี่ยนแปลงของอาคารเก่า และเส้นขอบฟ้าตลอดเวลา จากดีมานท์ที่ไม่มีวันหมดของกลุ่มคนไทย และกลุ่มกำลังซื้อหน้าใหม่กระเป๋าหนักชาวต่างชาติ  ทำให้ในปีนี้ และปีหน้าเราก็คงจะได้เห็นการเปิดตัวคอนโดอีกหลายโครงการบนย่านทองหล่อแห่งนี้ ในราคาขายที่ใครหลายๆคนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าซื้อไปก็ไม่เหลือช่องว่างพอให้ลงทุนปล่อยเช่า/ขายต่อ หรือหากใครที่ต้องการเช่าอยู่ก็คงจะต้องไปเช่าต่อจากคนต่างชาติที่มีกำลังซื้อที่มากกว่าคนไทยส่วนใหญ่

เมื่อครั้งที่ BEATNIQ เปิดตัวไปเมื่อ 2 ปีที่แล้ว บนที่ดินเดิมของ REX Hotel  สุขุมวิท 32 โรงแรมเก่าแก่ที่เป็นแหล่งพึ่งพึงยามดึกของกลุ่มคนชอบปาร์ตี้ในย่านทองหล่อ ด้วยการที่แปลงที่ดินมีขนาดไม่ใหญ่มาก และต้นทุนในการซื้อก็ค่อนข้างสูงทำสถิติในขณะนั้น (ประมาณตารางวาละ 1.3 ล้านบาท) ส่งผลโดยตรงต่อราคาขายของโครงการที่สร้างความฮือฮากับกับตลาดคอนโด Luxury ด้วยราคาขายเริ่มต้นที่เป็นสถิติของทองหล่อคือ 12 ล้านบาท หรือราวๆตรม.ละ 270,000 บาท เหนือสิ่งอื่นใด SC ASSET หมายมั่นปั้นมือว่า BEATNIQ จะเป็น 1 ใน 3 โครงการระดับ Masterpiece ภายใต้ Limited Luxury Collection ที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดคอนโด Luxury เมืองไทยให้ได้ตามที่คาดหวัง…2 ปีผ่านไป ในวันที่ BEATNIQ สร้างเสร็จสมบูรณ์ ดูเหมือนว่าอะไรหลายๆอย่างจะเป็นใจให้กับ BEATNIQ เนื่องจากทองหล่อในวันนี้คือสมรภูมิเดือดของตลาดคอนโดในกลุ่ม Luxury – Super Luxury ชนิดที่ว่าหากเราเดินไปในทุกระยะ 200 เมตรของทองหล่อ จากทุกทิศทางของสถานี BTS ทองหล่อ เราก็จะต้องพบเจอกับ Luxury Condo ที่กำลังสร้างอยู่ เรียงรายรอให้พวกเราเข้าซื้อเป็นเจ้าของ ถี่ยิบราวกับ 7-11 ก็ไม่ปาน เยอะจนใครหลายๆคนเปรียบเปรยว่าทองหล่อคือย่านที่มีคอนโดระดับตารางเมตรละสามแสนขายกันแบบมืดฟ้ามัวดินมากที่สุด

 

แล้วอะไรที่ทำให้ BEATNIQ ได้เปรียบกว่าโครงการอื่นๆ?

สิ่งแรกที่เห็นแน่ๆก็คือราคาขายครับ นับจากวันเริ่มต้นขายโครงการ จนถึงวันที่โครงการสร้างแล้วเสร็จ ต้องบอกว่า BEATNIQ พกความได้เปรียบมาอย่างเต็มๆด้วยราคาขายที่วันนั้นหลายคนบอกว่าแพง กลายเป็นวันนี้ที่ทุกคนบอกว่าถูก เพราะแทบทุกคอนโดเปิดใหม่ที่อยู่โดยรอบรัศมี 300 เมตรจากสถานี BTS ทองหล่อล้วนแต่มีระดับราคาที่สูงกว่า BEATNIQ ทั้งนั้น ยิ่งถ้าเป็นในซอยสุขุมวิท 55 ต้องบอกว่ายิ่งกลางซอยก็ยิ่งแพง! และหากมองไปที่ Unit Mix ของโครงการก็จะพบว่าที่นี่มีรูปแบบห้องที่หลากหลาย ตอบโจทย์กลุ่มผู้ซื้อแต่ละรายที่มีความต้องการในการอยู่อาศัยที่แตกต่างกันมากที่สุด กล่าวคือ สำหรับคนที่มีกำลังซื้อสูง มีรสนิยมความหรูหราฟู่ฟ่า ชอบพาเพื่อนมาปาร์ตี้ในย่านทองหล่อบ่อยๆ ก็คงจะต้องชอบห้องแบบ Duplex รวมไปถึงห้องแบบ Penthouse Pool Villa ที่มอบความ Luxury In Space ที่แตกต่างจากคอนโดอื่นใดในย่านทองหล่อ ชนิดที่ว่าจะพามาปาร์ตี้ทั้งที ทำไมต้องไปเสียเงินเที่ยวผับบาร์ที่ไม่ได้มอบบรรยากาศของทองหล่อในวิวสูง แบบบนคอนโดตัวเอง ซึ่งบาร์ที่ไหนก็ให้ไม่ได้

 

หรือหากใครที่มองหาห้องขนาดไม่ใหญ่มาก แต่อัดแน่นไปด้วยฟังก์ชั่นการใช้งาน ในขนาด 1 ห้องนอนประมาณ 43 – 59 ตรม. ก็เป็นตัวเลือกที่น่าจะมี liquidity ในการลงทุนสูง ซื้อง่าย ขายคล่อง ปล่อยเช่าสบายๆไม่ต้องคิดมาก แถมยังพกความได้เปรียบตรงที่ห้องมีขนาดใหญ่กว่าคอนโดแบบ 1 ห้องนอนของโครงการที่เพิ่งเปิดใหม่ แต่กลับมีราคารวมที่ถูกกว่า ยิ่งเป็นการขายแบบ Fully Fitted ที่ให้ทั้งครัว Fully Equipped ตู้เสื้อผ้า อ่างอาบน้ำ (ยกเว้นห้อง 43 ตรม.)  Walk-in Closet รวมถึง Built-in Dressing Table สุดหรูมาด้วย เป็นอะไรที่คุ้มเกินกว่ามาตรฐานคอนโด Luxury – Super Luxury ทั่วไป ที่ดีเวลอปเปอร์หลายรายมักจะสร้างมายาคติว่าคนที่มีกำลังซื้อของแพงมักชอบที่จะไปแต่งห้องเอาเองมากกว่า…ผมแอบทราบมาว่าตอนนี้โครงการมีข้อเสนอที่ไม่อาจปฎิเสธได้ก็คือแพคเกจห้องแบบ Fully Furnished ในสไตล์ Less is Luxury แต่ขายในราคาที่ทุกคนต้องร้องว้าว ในชั้นล่างๆด้วย (‘Signature Decoration Package’ มูลค่ากว่า 1 ล้านบาท พิเศษเพียง 3 ยูนิตเท่านั้น ด้วยราคาเริ่ม 14.99 ล้านบาทเฉพาะวันที่ 22-23 ..นี้)

และสิ่งสุดท้ายที่ช่วยเสริมให้ BEATNIQ มีความเป็นเอกลักษณ์โดดเด่น แตกต่างจากคอนโด Luxury อื่นๆในย่านเดียวกันก็คือ “Style” ครับ

 

เราอยากให้ได้อารมณ์เหมือนขับรถผ่านสุขุมวิท แล้วเห็นแต่ละคอนโดมีดีไซน์จัดๆ พอมาถึง BEATNIQ ปุ๊ป จะเห็นความนิ่งนิ่งจนต้องหันมาดู LUXURY มีหลายความหมายถ้าตีความง่ายๆ ก็คือทองๆ เงินๆ แต่มุมมอง LUXURY ของเราคือ Best ที่ได้พื้นที่สวนขนาดใหญ่ใจกลางสุขุมวิท และใช้งานได้จริง ซึ่งเป็น LUXURY ที่หาได้ยากขึ้นทุกที

ป๊อก คบคงสันติ Designer Director บริษัท T.R.O.P. จำกัด ผู้ออกแบบ

ประโยคด้านบนน่าจะบ่งบอกถึงเอกลักษณ์อันยากที่จะเลียนแบบได้ของ BEATNIQ ครับ คำพูดของพี่ป๊อกเมื่อก่อนนั้นอาจจะยังไม่เห็นภาพชัดเจนเท่าไหร่ เพราะตอนนั้นทองหล่อยังไม่มีคอนโดเยอะเท่านี้ แต่พอมาวันนี้ และมองภาพไปอีก 3 ปีข้างหน้า ย่านทองหล่อจะเป็นศูนย์รวมของคอนโดแนวสูงที่แข่งกันขายความหรูหราทันสมัย เพราะดีเวลลอปเปอร์หลายๆคนเชื่อว่าจะสร้างคอนโดให้ดูเด่น โดนใจกลุ่มผู้มีอันจะกินที่ชอบสีสันในยามค่ำคืนของทองหล่อ มันต้องเป็นโครงการที่ล้ำๆ เห็นสีสันแวววับจากกระจกหรือ Aluminum Composite มาแต่ไกล ซึ่งหากทุกคอนโดสร้างออกมาเป็นแนวนี้หมด คนซื้อก็คงจะเหมือนถูกบังคับให้เลือกซื้อคอนโดในสไตล์เดียวกันมากจนเกินไป อีกทั้งนิยามของคำว่า Luxury ของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน แถมคน Generation ปัจจุบันก็ต้องการที่จะหาคอนโดที่เข้ากับบุคคลิกของตัวเองได้อย่างแนบเนียนที่สุด เพราะอย่าลืมว่าของราคาแพงตอนนี้แห่กันขายจนเต็มแผงไปหมดแล้ว ตัวเลือกที่มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดอาจจะไม่เข้าตาใครหลายๆคน แต่ก็ถูกจริต ตรงใจคนอีกหลายๆคนเช่นเดียวกันครับ

BEATNIQ คือคอนโดแห่งเดียวของเมืองไทย ที่มีกลิ่นอายสถาปัตยกรรมในยุค Mid-century modern (MCM) ผสมผสานไปกับแนวความคิดยุคสมัยใหม่มากที่สุด และยังมี Story ที่เชื่อมโยงกับบริบทของสถานที่เดิม กล่าวคือเป็นการต่อยอดสถาปัตยกรรมจาก REX Hotel เดิม ในนิยามใหม่ของความหรูหราอย่าง LESS IS LUXURY” ซึ่งเป็นความหรูหราในรายละเอียด ฟังก์ชั่น และดีไซน์ ถูกตีความหมายใหม่ในรูปแบบของ ที่มีการ Interlock กันระหว่างส่วนที่เป็นงานเหล็กกับกระจก ตัว grill และ fin ถูกพาดยาวสูงขึ้นไปตั้งแต่ยูนิตชั้นล่างสุดไปถึงชั้นที่เป็น Penthouse เหมือนตึกซีแกรม ในมหานครนิวยอร์กซึ่งสะท้อนความ Less is more ในภาษาทางสถาปัตยกรรมได้อย่างชัดเจน เป็นต้นแบบของ การออกแบบตึกสูงที่ให้ความสำคัญกับการใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยบริบทเดิม ที่ BEATNIQ หยิบมาใช้ได้เด่นชัดที่สุด คือ ส่วนกรอบปูนทรงเรขาคณิตที่เรียกว่า Block ลม บริเวณ podium ชั้นจอดรถเป็นช่องสี่เหลี่ยมมีมิติ ที่ทำหน้าที่รับแสงธรรมชาติและถ่ายเทอากาศ เหมาะกับสถาปัตยกรรมเขตร้อนชื้นในบ้านเรา อีกทั้งสร้างความแตกต่างจากอาคารทั่วไปอย่างมีเอกลักษณ์ โดยช่องเหลี่ยมเฉียงนั้นเอง เมื่อแสงตกกระทบจะเกิดเงาส่งผลให้แต่ละช่องมีความงามของแสงในแต่ละช่วง

รูปทรงเลขาคณิตในส่วนของ Block ลมดังกล่าว ยังถูกดึงมาใช้ในงานตกแต่งภายในอย่างล้อบบี้ และลิฟท์โดยสารเช่นเดียวกัน

ท้ายที่สุดแล้ว เมื่อรวมกับองค์ประกอบแห่งความโดดเด่นอื่นๆที่ BEATNIQ พร้อมมอบให้กับผู้พักอาศัยที่มองหาความแตกต่างจากคอนโด Luxury ทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นทางเข้าของโครงการที่เมื่อเข้ามาแล้วจะเสมือนอยู่อีกโลกหนึ่ง สร้างความเป็นส่วนตัวแก่ผู้พักอาศัย และพื้นที่ส่วนกลางที่โดดเด่นไม่แพ้กัน คือ ส่วน Swimming Pool with Floating Pool Pavilion บริเวณชั้น 7-8 ของโครงการ ซึ่งมีความพิเศษในส่วน Hanging Pavilion ที่ลอยอยู่เหนือพื้นน้ำ ให้ผู้พักอาศัยได้เปิดรับมุมมองใหม่ๆ ของการชมวิวยามค่ำคืน ในแบบที่ไม่เหมือนใคร และ Landscape Sky Garden บนชั้น 32 ที่ไม่เพียงมอบความชุ่มชื่นของธรรมชาติสีเขียวชอุ่ม แต่ยังใส่เอกลักษณ์ที่สะท้อน ความเป็นสถาปัตยกรรมยุค 60s ด้วย Spiral Staircase อีกหนึ่ง Signature ที่เป็นเอกลักษณ์ของโครงการ ก็เชื่อแน่ว่าที่นี่น่าจะเป็นคอนโดที่ช่วยให้คุณเป็นคนที่เท่ห์และมีเสน่ห์มากที่สุดในสายตาของใครหลายๆคน รวมถึงผมครับ

 

พบกับงาน The Open House’ ที่ BEATNIQ สุขุมวิท32 เผยโฉมคอนโดหรู โดดเด่นด้วยดีไซน์ งานสถาปัตยกรรมที่ได้แรงบันดาลใจยุคสมัย Mid-Century Modern พร้อมรับโปรโมชั่นล่าสุดกับห้องแต่ง Signature Decoration Package’ มูลค่ากว่า 1 ล้านบาท พิเศษเพียง 3 ยูนิตเท่านั้น ด้วยราคาเริ่ม 14.99 ล้านบาท เฉพาะวันที่  22-23 ..นี้

ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเพื่อร่วมงาน และรับสิทธิพิเศษได้ที่ https://bit.ly/2PqgxLU



เกริก บุณยโยธิน

เกริก บุณยโยธิน

ผู้ก่อตั้งเวปไซต์แบ่งปันความรู้ด้านการตลาด และการสร้างแบรนด์ในวงการอสังหาฯ พร็อพฮอลิค ดอทคอม..หลังจากที่ใช้เวลามากกว่า 10 ปี ในการวนเวียน เข้าๆออกๆ ในสายงานด้านการตลาด และวางแผนกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ ของบริษัทอสังหาฯ และเอเยนซีโฆษณาชั้นนำหลายแห่ง (โดยที่ไม่รู้ว่าทำไมต้องจับสลากเจอลูกค้าสายอสังหาฯทุกที)...จนถูกครอบงำโดยจิตใต้สำนึก ให้ถีบตัวเองออกจากกรอบการทำงานแบบเดิมๆ เพื่อออกมาจุดประกายความคิดที่ถูกต้อง และนำเสนอมุมมองใหม่ๆ ให้กับกลุ่มคนที่สนใจในธุรกิจอสังหาฯ

เว็บไซต์


PropScore™ 4.5

SCORE:
0.0
From : 0 รีวิว


ยังไม่มีการให้คะแนนและ Comment โครงการนี้


Reasons Why Foreigner Invest Real Estate in Thailand รู้เขารู้เรา ทำไมคนต่างชาติถึงชอบลงทุนอสังหาฯไทย

คนต่างชาติมองว่าเมืองไทยเป็นเมืองที่น่าอยู่ อยู่สบาย แถมมีค่าครองชีพราคาถูกในสายตาคนเอเชียและชาวตะวันตก พูดง่ายๆ คืออยู่แล้วคุ้มค่าราคาจ่าย เมืองไทยเป็นหนึ่งในเมืองที่อยู่อาศัย affordable ของทวีปเอ... อ่านต่อ




จาก เยาวราช ถึง เจริญกรุง มนต์เสน่ห์แห่งย่านเก่าที่น่าหลงใหลและความเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้น

“เยาวราช” ย่านเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร หรือ จะเรียกว่า “ไชน่า ทาวน... อ่านต่อ

อ่านก่อนลงทุนทำ Co-working Space ให้เช่าสำหรับคนไทย

ผู้เขียนเป็นคนที่ใช้บริการ Co-working Space ในไทยมาตั้งแต่ยุคบุกเบิกมีแค่ไม่กี่แห่งในกร... อ่านต่อ

เปิดแปลน Siamese Exclusive Ratchada คอนโดที่ทำสถิติ NEW HIGH ของเส้นรัชดาภิเษกช่วง Prime

รัชดาภิเษกช่วงไพร์ม เริ่มตั้งแต่แยก ณ ระนอง วิ่งยาวมาจนถึงแยกรัชดา - ลาดพร้าว (บางช่วงอ... อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์ลอยน้ำ ‘เรือสำเภาศรีมหาสมุทร’ ครั้งแรกในไทย ยิ่งใหญ่ริมเจ้าพระยา ฉลอง 250 ปีกรุงธนบุรี

หลังจากการเปิดตัวอภิมหาโปรเจกต์สุดอลังการที่สุดในย่านฝั่งธนฯ อย่าง “ICONSIAM” ไปเมื่อวั... อ่านต่อ

ในยุคที่ “ไทยแลนด์ 4.0” ถูกนำไปเป็นบริบทสำคัญในการนำ “เทคโนโลยี” เข้าไปเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนและปฏิรูปในทุกอุตสาหกรรรม ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจนพลิกโฉมอุตสาหกรรมในหลายวงการ เช่น การเงิน อสังหาริมทรัพย์ โทรคมนาคม ฯลฯ บางอุตสาหกรรมนั้นอยู่ในช่วงเริ่มต้นในการนำเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ามาช่วยบริหารจัดการและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน เช่นเดียวกันกับ “อุตสาหกรรมก่อสร้าง” ซึ่งในภาพรวมทั่วโลกนั้น ก็เป็นอุตสาหกรรมที่ยังมีโอกาสให้เทคโนโลยี - นวัตกรรมเข้ามามีบทบาทขับเคลื่อนอีกมาก ช.การช่าง ในฐานะผู้พัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทยได้เล็งเห็นโอกาสนี้ จึงนำเทคโนโลยีการออกแบบและก่อสร้างด้วยระบบ BIM (Building Information Modeling) หรือ ระบบการทำงานแบบจำลองสารสนเทศอาคาร ที่ช่วยออกแบบงานโครงสร้างและประสานการทำงานในส่วนต่างๆได้อย่างแม่นยำมาใช้ในโครงการ ทำให้การดำเนินงานก่อสร้างเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และลดต้นทุนในการดำเนินงาน โดยช.การช่าง ได้ประเดิมเทคโนโลยีนี้กับการก่อสร้าง “โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม” เป็นโครงการแรก