Ashton Silom (Actual Building)

  

แอชตัน สีลม (อาคารจริง)


ย่าน CBD ของกรุงเทพฯ ที่มีความสำคัญในด้านเศรษฐกิจการเงิน และมีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง คงหนีไม่พ้นย่านสีลม ที่เป็นย่าน CBD แห่งแรกของกรุงเทพฯ และเป็นย่านแรกๆที่หนาแน่นไปด้วยตึกสูง ที่มาพร้อมมูลค่าที่ดินอันมหาศาล มีประวัติศาสตร์อันเลอค่าในฐานะของที่ดินพระราชทาน จากย่านที่อยู่อาศัยของคหบดีสมัยก่อน สู่การเป็นย่านธุรกิจ ที่เป็นที่ตั้งของบริษัทชั้นนำต่างชาติ สถาบันการเงิน สำนักงานใหญ่ของธนาคารพาณิชย์ต่างๆ จนถูกขนานนามมากว่า 40 ปีแล้วว่าเป็นศูนย์กลางทางการเงินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

เกริก บุณยโยธิน on February 18, 2019 at 5:08 pm

Prop score™: 4.3

คะแนนรีวิว: 0.0

0 รีวิว



    ข้อมูลโครงการ

ชื่อโครงการ

Ashton Silom (Actual Building)

บริษัทผู้สร้าง

Ananda Development PLC

สถานที่

เขตบางรัก

สถานีรถไฟ BTS

BTS ช่องนนทรี Distance 350 m.

สถานีรถไฟใต้ดิน

-

Airport Rail Link

-

สถานี BRT

-

พื้นที่

2-1-44.30 ไร่

ชั้น

48 ชั้น

ยูนิต

428 ยูนิต

ที่จอดรถ

309 คัน

ลิฟท์

ลิฟต์โดยสาร 5 ตัว

สิ่งอำนวยความสดวก

สระว่ายน้ำ, สระเด็ก, จากุซซี่, ห้องออกกำลังกาย, ห้องกำลังกายแบบส่วนตัว, ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า และห้องน้ำ, ห้องอบไอน้ำ, ห้องซาวน่า, ห้องนวด, ห้องสมุด, ห้องชมภาพยนตร์, ห้องบิซิเนส เซ็นเตอร์, ลานพักผ่อน


    ประเภทยูนิต

ประเภท

คอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ลักชัวรี่/CONDO

studio

-

1 bedroom

31 – 48 ตร.ม.

2 bedroom

71 – 86 ตร.ม.

3 bedroom

-

Duplex

-

Penthouse

-

ประเภทอื่นๆ

-

ความสูงจากพื้นถึงเพดาน

3 - 3.6 เมตร

ราคาเริ่มต้น / ตรม.

279,000 บาท/ตร.ม.

ราคาเริ่มต้น / ยูนิต

8.9 ล้านบาท

ค่าส่วนกลาง

n/a

Sinking Fund fee

n/a

สร้างเสร็จ

2018

เว็บไซต์

https://bit.ly/2BC2huY

02 316 2222


เพื่อนบ้าน Street View


พาชม Super Luxury Condo สร้างเสร็จใหม่ แห่งเดียวบนถนนใหญ่สีลม ที่ Ashton Silom

 

ย่าน CBD ของกรุงเทพฯ ที่มีความสำคัญในด้านเศรษฐกิจการเงิน และมีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง คงหนีไม่พ้นย่านสีลม ที่เป็นย่าน CBD แห่งแรกของกรุงเทพฯ และเป็นย่านแรกๆที่หนาแน่นไปด้วยตึกสูง ที่มาพร้อมมูลค่าที่ดินอันมหาศาล มีประวัติศาสตร์อันเลอค่าในฐานะของที่ดินพระราชทาน จากย่านที่อยู่อาศัยของคหบดีสมัยก่อน สู่การเป็นย่านธุรกิจ ที่เป็นที่ตั้งของบริษัทชั้นนำต่างชาติ สถาบันการเงิน สำนักงานใหญ่ของธนาคารพาณิชย์ต่างๆ จนถูกขนานนามมากว่า 40 ปีแล้วว่าเป็นศูนย์กลางทางการเงินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย หรือ “Wallstreet of Thailand” นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งรวมการพัฒนาของภาครัฐและเอกชนที่มักเกิดขึ้นบนย่านนี้อย่างต่อเนื่อง อาทิ การมาของรถไฟฟ้าสายแรกในกรุงเทพมหานคร เชื่อมต่อด้วยระบบรถ MRT และ BRT เชื่อมย่านชานเมืองเข้าสู่ใจกลางเมืองได้อย่างง่ายดาย รวมทั้งการนำสายไฟฟ้าลงใต้ดินทั้งหมดแทนการใช้เสาไฟฟ้าบนถนนสีลม มีแนวต้นไม้ใหญ่ที่สร้างความร่มรื่นทั้งบนเกาะกลางและฟุตบาท 2 ฝั่งทางยาวตลอดเส้น และจากการที่เป็นย่านที่ถูกพัฒนาจนเต็มพื้นที่มาตั้งแต่อดีต และมีมูลค่าที่ดินที่ติดอันดับราคาประเมินสูงสุด Top 3 มาเป็นระยะเวลาหลายต่อหลายปี ด้วยราคาที่ถูกปรับขึ้นราว 20-30% ในแต่ละปี ทำให้ย่านสีลมแทบไม่มีการพัฒนาคอนโดสูง และอาคารขนาดใหญ่ขึ้นใหม่มากเท่าไหร่

 

แต่เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงมาทีก็มักสร้างความฮือฮา การเปลี่ยนแปลง และความคึกคักให้กับย่านไม่น้อย อย่างการเปิดตัว King Power Mananakhon Tower ที่นอกจากสร้างภาพลักษณ์ของ skyline ใหม่ให้กับเมืองและย่านแล้ว ยังช่วยให้ย่านนี้คึกคักมี Value มากกว่าที่ผ่านมา เพราะถึงแม้สีลม-สาทรจะได้ชื่อว่าเป็น CBD มานานแล้ว แต่สิ่งที่ขาดไปสำหรับย่านนี้ก็คือห้างสรรพสินค้าในแบบ Magnet ระดับโลก ซึ่งหลังจากที่ King Power เข้า Take โครงการ Mahanakhon จาก Pace ก็ทำให้ตรงนี้มีความเป็น World Destination มากขึ้น เพราะมีทั้งโรงแรม Orient – Express แห่งแรกของโลก ร้านอาหารชั้นนำอย่าง MOTT32 จุดชมวิวที่สูงที่สุดของกรุงเทพ และก็ยังมี Duty Free Shop กลางเมือง ที่เข้าถึงได้ง่าย สะดวกสบาย จากนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่เดินทางเข้ามาในพื้นที่ใจกลางเมือง

นอกจากอาคาร King Power Mananakhon Tower ที่เป็นอาคารสูงเกิดขึ้นใหม่ในละแวกย่านสีลมแล้ว ในแง่ของอาคารที่พักอาศัย อย่างคอนโดมิเนียมสูง ที่ผ่านมาแทบนับจำนวนได้ หรือแทบจะไม่มีเกิดขึ้นเลยก็ว่าได้ เพราะแปลงที่ดินที่หายากและราคาสูงจนแทบไม่มีใครอยากลงทุนในย่านนี้สักเท่าไหร่นัก แต่ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ได้ทำสิ่งที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ให้เกิดขึ้น ด้วยการคว้าที่ดินแปลงงาม บนถนนใหญ่สีลม ถัดจากโรงแรม Pullman Silom ใกล้สถานีรถไฟฟ้าช่องนนทรี ใกล้ inner CBD ทั้งสาทร และสีลม เพื่อขึ้นคอนโดแบรนด์ Ashton Silom (แอชตัน สีลม) คอนโดแรกในรอบเกือบ 15 ปีที่ตั้งอยู่บนถนนสีลมโดยแท้จริง ผสานงานออกแบบที่ทันสมัย และมีรสนิยม ด้วยความพิเศษเหนือระดับที่ ASHTON ไม่เคยสรรค์สร้างไว้ที่ไหน และสร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่ได้แล้ววันนี้

กับงานศิลปะชิ้นเอก ที่สะท้อนเอกลักษณ์เฉพาะตัว ตั้งแต่ตัวอาคารภายนอก ที่มีเอกลักษณ์และโดดเด่น (Iconic Architecture) ด้วยนวัตกรรมการดีไซน์ตัวอาคารในรูปแบบ New Sculpture Building เปิดมุมมองใหม่แห่งการพักอาศัยด้วยเพดานที่สูงถึง 3.6 เมตร และมีลูกเล่น Stack Floor สลับชั้นกันเป็น Vertical Interlocking Concept คือ การออกแบบภายในห้องให้มีการเล่นระดับสูงต่ำระหว่างห้องนั่งเล่นและห้องนอน ด้วยการเพิ่มพื้นที่บันได พร้อมออกแบบกระจกที่มีความเฉพาะบริเวณมุมห้อง ให้สามารถเลื่อนเปิดปิดได้แบบไร้มุม

พร้อมเปิดรับด้านหน้าทางเข้าโครงการกับ Alfresco Living Plaza

พื้นที่สวน และ Sunken Seating ที่รายล้อมด้วยต้นไม้ สายน้ำ เชื่อมจากทางเข้าสู่ภายในตัวอาคาร

โดยรอบตัวอาคาร ถูกออกแบบให้มีพื้นที่สีเขียว เชื่อมถึงกัน อาทิ พื้นที่สวนแนวตั้งบริเวณชั้นลานจอดรถ

หรือพื้นที่สวนริมตัวอาคาร ที่เชื่อมกับมุมมองภายในเมื่อใช้งาน

เมื่อเข้าสู่ภายในตัวอาคาร เปิดต้อนรับด้วยโถงต้อนรับ ที่ตกแต่งด้วยศิลปะชิ้นเอก

อย่าง Reception counter สีทอง ที่ออกแบบเป็นลายผ้ากำลังปลิว มีร่องรอยความอ่อนช้อย

ตัดกับผนังและฝ้าเพดาน ที่มี sculpture ลายผ้าผืนใหญ่ เป็น hi-light ของพื้นที่ lobby ที่ออกแบบแสดงให้เห็นความประณีต เน้นงาน Craft ที่ทอเส้นทองเหลืองและโลหะต่างๆด้วยมือ ผสมผสานการใช้เทคนิคพิเศษของ การกัดกรดทางวิทยาศาสตร์เข้ามาช่วย เพื่อให้เกิดการสร้างสรรค์ที่มีอัตลักษณ์เฉพาะของ Ashton Silom

ภายในอาคาร ตัวผนังอาคารส่วนใหญ่ใช้งานผ้าทอลายผสมเส้นทองเหลืองเป็นลวดลายของผนังอาคารรวมทั้งผนังหน้าโถงลิฟท์ ก็ยังคงคอนเซปต์งานคราฟที่หรูหรา และมีเอกลักษณ์อยู่ เน้นลายสีทอง ที่ดูโดดเด่นและหรูหรา มีคุณค่าในเวลาเดียวกัน

ที่ชั้น 1 มีพื้นที่ ที่ออกแบบเป็นมุมพักผ่อน ไว้หลากหลายมุม เปิดรับแสงจากภายนอกด้วยกระจกบานสูง ทำให้เป็นมุมพักผ่อน รับแขก ที่ดู อบอุ่นและหรูหราในเวลาเดียวกัน

พร้อม sculpture ตกแต่งตลอดทางเดิน

ใกล้กัน มีห้อง mail room ที่ใช้โทนสีไม้ ตัดกับแถบสีทองเหลือง ที่ยังคงเส้นสายแนวนอน เหมือนลวดลายบนผนังไว้อยู่

นอกจากพื้นที่ต้อนรับที่เน้นใช้สีทอง น้ำตาล เทา แล้ว ยังถูกนำขึ้นไปใช้กับพื้นที่ส่วนกลางของคอนโด ทั้งที่ชั้น ชั้น 34 – 34M

ที่ชั้น 34 เป็นพื้นที่สระว่ายน้ำรูป ตัว U โอบล้อมยาวตลอดทั้งอาคาร

แยกสระเด็ก จากุซซี่

ทำให้ได้สัมผัสทุกมุมมองของวิว CBD โดยรอบอาคาร

ติดพื้นที่สระว่ายน้ำ มีมุมนั่งพักผ่อน กึ่ง out door ที่ตกแต่งด้วยโครงเหล็ก กระจก define space สำหรับเป็นมุมพักผ่อนส่วนตัว บนพื้นที่ชั้นส่วนกลางขนาดใหญ่

ปลายสุดของสระว่ายน้ำมีห้องโยคะ หรือออกกำลังส่วนตัว สำหรับ private class ที่สามารถ take วิว ได้ทั้งสระว่ายน้ำ และวิวเมืองรอบข้าง

ภายในห้องน้ำชาย หญิง มี ห้องสตีม และซาวน่า แยกชายหญิงไว้ให้บริการ 

อีกฝั่งของสระว่ายน้ำเป็นฟิตเนส วิวเมือง ให้คุณได้ออกกำลังกาย พร้อมผ่อนคลายไปกับวิวเมืองโดยรอบ

ส่วนชั้น 34M เหนือสระว่ายน้ำและฟิตเนส เป็นห้อง Library, Theatre และ Business Lounge

ที่มาพร้อมมุมนั่งอ่านหนังสือ เอนกายกับชุดโซฟาตัวใหญ่ใจกลางห้อง

ข้างๆกัน มีห้อง Theatre Lounge

รองรับการดูหนัง และการพักผ่อน ของครอบครัว ที่ตกแต่งด้วยโซฟาหนังสีน้ำตาล และโต๊ะหินสีขาว เรียบหรู และสะดวกสบาย

ถัดไป มีห้อง social club ที่มีโต๊ะพูล

และมุมพักผ่อนไว้รองรับ สำหรับสายเล่มเกมส์ สายสังคม ที่สามารถเวลาสนุก พูดคุย ไปพร้อมกับการผ่อนคลายกับวิวเมืองด้านนอก

นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่ส่วนกลาง บนชั้น 48 ที่มีทั้งโซน Indoor อย่าง Social Club และโซน Outdoor อย่าง Botanical Lounge

นั่งทำงาน กับมุมโต๊ะไม้เก๋ๆ เปิดรับแสงธรรมชาติจากภายนอก

และมุม mini bar ที่มีรองรับสำหรับสายปาร์ตี้ หรือรวมกลุ่มจัดงานสุด private ได้เช่นกัน

ภายนอกเป็น Botanical Lounge ไว้ให้นั่งกินลมชมวิวยามค่ำคืน

มาถึงตัวห้องพัก วันนี้จะพาไปชมกันถึง 4 ห้อง ซึ่งจุดเด่นของห้องจำนวน 85% ในโครงการนี้คือ ออกแบบเป็นห้องมุมทุกห้อง ทุกห้องให้ห้องเปล่า Partly Fitted ประกอบด้วย ม่านทึบแสง แอร์ฝังฝ้า ชุดครัว และห้องน้ำ โดย CDU แอร์จะถูกนำไปไว้ที่ส่วนกลาง ทำให้ไม่เกะกะสายตาเมื่อมองจากในห้องออกระเบียง ใช้งานระเบียงได้เต็มที่

 

ห้องแรก เริ่มที่ชั้น 12 ห้อง 186/33 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ขนาด 71.5 Sq.m.

เปิดเข้าสู่ภายในห้องด้วยประตูบานไม้เซาะร่องสีน้ำตาลอ่อน พร้อม digital door lock ของ Yale

ด้านในเปิดรับด้วยเป็นพื้นที่ living area เปิดโล่ง

ด้านในสามารถจัดชุดโซฟา ไว้เป็นมุมดูทีวี และพักผ่อน ที่ด้านซ้ายของทางเข้า

สามารถเปิดรับแสงจากภายนอกส่องได้ถึงด้านใน

ติดริมหน้าต่าง สามารถตั้งโต๊ะตัวเล็ก เป็นมุมทำงาน อ่านหนังสือได้

ติดกันเป็นทางออกระเบียง ทำให้พื้นที่ริมหน้าต่างเป็นกระจกเข้ามุม หันสู่ระเบียง

ส่วนด้านขวาของทางเข้า เป็นมุมครัว โครงการให้ครัวเปิด built-in เต็มแนวผนัง พร้อมอุปกรณ์ครัวของ smeg

โครงการให้เคาท์เตอร์ครัวสีขาว ฝังเตาไฟฟ้า 4 หัว

พร้อมช่องวางเครื่องซักผ้าฝาหน้า

ด้านบนติดตั้งเครื่องดูดควัน และเว้นช่องไว้วางไมโครเวฟ

พร้อมตู้ และชั้นสำหรับวางอุปกรณ์ทำครัวแบบแยกการใช้งาน

และเว้นช่องวางตู้เย็นไซต์ใหญ่ที่ปลายเคาท์เตอร์ครัว

 

ด้านหน้าชุดครัว กว้างพอให้ตั้งโต๊ะทานอาหารสำหรับ 4 ที่นั่ง

ด้านในสุด ถัดจากครัว เป็นทางเข้าห้องนอนทั้ง 2 ห้อง และห้องน้ำสำหรับห้อง living

ห้องแรกซ้ายมือ เป็นห้องนอนเล็ก ภายในมีขนาดพอเหมาะ สามารถตั้งเตียง queen size ได้เต็มความกว้างห้อง ติดหน้าต่างกระจกบานใหญ่

ที่ปลายเตียงสามารถ built-in ตู้เสื้อผ้าเต็มความกว้างช่องผนัง และที่ติดตั้งทีวี ที่ผนังห้อง

ห้องถัดไป เป็นห้องนอนใหญ่ มีห้องน้ำในตัว

ที่ห้องนอนเป็นกระจกเข้ามุม สามารถตั้งเตียง king size พร้อมโต๊ะหัวเตียง

ที่ปลายเตียง สามารถติดตั้งทีวีแบบแขวนผนัง

ที่ผนังข้างหัวเตียงมีกระจกบานใส เปิดเชื่อมกับพื้นที่ห้องน้ำ

ติดทางเข้าห้องนอน สามารถ built-in เป็นมุมแต่งตัว

และห้องน้ำ ที่มาพร้อมกระจกบานใหญ่ เปิดรับแสงส่องทั่วถึงทั้งห้อง

ที่ห้องน้ำ แบ่งเป็นพื้นที่ส่วนแห้ง ประกอบด้วย เคาท์เตอร์อ่างล้างหน้า แบบลอยตัว

โถสุขภัณฑ์ของ KOHLER พร้อมกระจกบานยาวเต็มผนัง

ด้านในกั้นด้วย glass shower เป็นพื้นที่ส่วนเปียก

ในพื้นที่ส่วนเปียก โครงการให้ hand shower และ Rain shower ของ GROHE

และมุมอ่างอาบน้ำแบบจากุซซี่ ติดหน้าต่างเต็มบาน

ห้องน้ำอีกห้อง อยู่ติดห้องครัว แบ่งพื้นที่ส่วนแห้ง ประกอบด้วย เคาท์เตอร์อ่างล้างหน้า แบบลอยตัว พร้อมกระจกบานยาวเต็มผนัง

โถสุขภัณฑ์ของ KOHLER

ด้านในกั้นด้วย glass shower เป็นพื้นที่ส่วนเปียก

ในพื้นที่ส่วนเปียก โครงการให้ hand shower และ Rain shower ของ GROHE

ห้องนี้เหมาะสำหรับคนกำลังสร้างครอบครัว หรือครอบครัวเดี่ยว ที่มีห้องเล็กไว้รองรับสมาชิกใหม่ในอนาคต หรืออาจแบ่งเป็นห้องทำงาน ห้องใช้งานพิเศษสำหรับ lifestyle พิเศษๆของคุณก็ยังสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการ

 

ห้องถัดไป อยู่ที่ชั้น 12A ห้อง 186/49 ขนาด 48 Sq.m. 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ เป็นห้องที่มีจุดเด่นในการออกแบบ คือมี sexy bathroom อยู่กลางห้อง เป็นห้องดีไซน์ใหม่ที่เน้นการเชื่อมต่อการใช้งานระหว่างห้องต่างๆได้ง่าย ทำให้พื้นที่แต่ละส่วนดูกว้างขึ้นใช้งานได้เต็มฟังก์ชั่น

ด้านในเปิดรับด้วย ครัว built-in เต็มแนวผนังด้านขวา พร้อมอุปกรณ์ครัวของ smeg

โครงการให้เคาท์เตอร์ครัวสีขาว ฝังเตาไฟฟ้า 2 หัว พร้อมช่องวางเครื่องซักผ้าฝาหน้า

ด้านบนติดตั้งเครื่องดูดควัน และเว้นช่องไว้วางไมโครเวฟ

พร้อมตู้ และชั้นสำหรับวางอุปกรณ์ทำครัวแบบแยกการใช้งาน

และเว้นช่องวางตู้เย็นไซต์ใหญ่ที่ปลายเคาท์เตอร์ครัว

ถัดไปสามารถวางโต๊ะทานอาหาร หรือโต๊ะทำงานสำหรับ 2 ที่นั่ง

ด้านในสุดเป็น พื้นที่ living area สามารถวางชุดโซฟาสำหรับ 2 ที่นั่ง

พร้อมที่วางทีวีเต็มแนวผนัง

ถัดไปเป็นระเบียงยาว พร้อมราวกันตกกระจก

ที่สามารถวางโต๊ะและเก้าอี้ไว้นั่งจิบกาแฟยามเช้า กับวิวเมืองด้านนอกได้

ด้านหลังชุดโซฟาเป็นที่ตั้งเตียงนอน King size พร้อมพื้นที่โดยรอบเตียง

หัวเตียงติดริมกระจกเข้ามุม และมีที่พอไว้วางโต๊ะทำงานริมหน้าต่าง

ระหว่างที่ตั้งเตียงนอนและชุดโซฟา มีบานเลื่อนสามารถปิดเป็นสัดส่วน แยกการใช้งานได้เมื่อต้องการความเป็นส่วนตัว

กลางห้องเป็นห้องน้ำ พร้อมกระจกเข้ามุม หันไปทางกระจกนอกห้อง

ประตูห้องน้ำเป็นบานเลื่อน

ด้านในห้องน้ำ แบ่งเป็นพื้นที่ส่วนแห้ง ประกอบด้วย เคาท์เตอร์อ่างล้างหน้า แบบลอยตัว พร้อมกระจกบานยาวเต็มผนัง

โถสุขภัณฑ์ของ KOHLER

ด้านในกั้นด้วย glass shower เป็นพื้นที่ส่วนเปียก

ในพื้นที่ส่วนเปียก โครงการให้ hand shower และ Rain shower ของ GROHE

 

และอ่างอาบน้ำ ติดกระจกเข้ามุมเป็นแบบ Sexy Bathroom

ด้านหน้าทางเข้าห้องน้ำ ซึ่งสามารถเข้าได้จากฝั่งตรงข้ามครัว เป็นพื้นที่สำหรับ built-in หรือตั้งตู้เสื้อผ้า และมุมแต่งตัว ติดริมหน้าต่างกระจกบานยาวที่โอบล้อมรอบห้อง

ห้องนี้เหมาะสำหรับ 1-2 คน ชอบความแตกต่าง และการใช้งานที่ปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นห้องสตูขนาดใหญ่ หรือแบ่งกั้นพื้นที่เป็นสัดส่วน และน่าจะเหมาะสำหรับคนที่ชอบระเบียงที่สามารถออกไปใช้งานได้จริง

 

ห้องที่สาม เป็นห้องขนาดเล็กที่สุดคือ 31 Sq.m. 186/51 มีแปลนห้องเหมือน 48 Sq.m. คือ มีห้องน้ำอยู่กลางห้อง ตัดอ่างอาบน้ำแบบจากุซซี่ออกไป ฟังก์ชั่นการใช้งานคล้ายกัน แต่ย่อขนาดลงมา

ด้านในเปิดรับด้วย ครัว built-in เต็มแนวผนังด้านซ้าย พร้อมอุปกรณ์ครัวของ smeg

โครงการให้เคาท์เตอร์ครัวสีขาว ฝังเตาไฟฟ้า 2 หัว พร้อมช่องวางเครื่องซักผ้าฝาหน้า

ด้านบนติดตั้งเครื่องดูดควัน และเว้นช่องไว้วางไมโครเวฟ

พร้อมตู้ และชั้นสำหรับวางอุปกรณ์ทำครัวแบบแยกการใช้งาน

ถัดไปสามารถวางโต๊ะทานอาหาร หรือโต๊ะทำงานสำหรับ 2 ที่นั่ง

ด้านในสุดเป็น พื้นที่ living area สามารถวางชุดโซฟาสำหรับ 2 ที่นั่ง พร้อมที่วางทีวีเต็มแนวผนัง

ถัดไปเป็นระเบียงยาว พร้อมราวกันตกกระจก ขนาดกะทัดรัด

 

ด้านหลังชุดโซฟาเป็นที่ตั้งเตียงนอน Queen size หรือจะวางแบบ King Size ก็ได้เช่นกัน พร้อมพื้นที่โดยรอบเตียง ติดริมกระจกบานใหญ่

ระหว่างที่ตั้งเตียงนอนและชุดโซฟา มีบานเลื่อนสามารถปิดเป็นสัดส่วน แยกการใช้งานได้เมื่อต้องการความเป็นส่วนตัว

กลางห้องเป็นห้องน้ำ ประตูห้องน้ำเป็นบานเลื่อน

ด้านในห้องน้ำ แบ่งเป็นพื้นที่ส่วนแห้ง ประกอบด้วย เคาท์เตอร์อ่างล้างหน้า แบบลอยตัว พร้อมกระจกติดผนัง

โถสุขภัณฑ์ของ KOHLER

ด้านในกั้นด้วย glass shower เป็นพื้นที่ส่วนเปียก

ในพื้นที่ส่วนเปียก โครงการให้ hand shower และ Rain shower ของ GROHE

ด้านหน้าทางเข้าห้องน้ำ ซึ่งสามารถเข้าได้จากฝั่งตรงข้ามครัว เป็นพื้นที่สำหรับ built-in หรือตั้งตู้เสื้อผ้า และมุมแต่งตัว

ห้องนี้เหมาะสำหรับ 1-2 คน ชอบห้องขนาดกะทัดรัด และการใช้งานที่ปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นห้องสตูขนาดใหญ่ หรือแบ่งกั้นพื้นที่เป็นสัดส่วน

 

ห้องสุดท้ายที่จะพาไปชม คือ ห้อง 186/52 ขนาด 75 Sq.m. ห้อง 2 Bedroom จะเป็น Stack Floor ที่เป็นจุดขายของที่นี่ มี Step บันไดเปลี่ยนพื้นที่การใช้งาน และเปลี่ยนความสูงของพื้นที่ใช้งานระหว่างห้อง Living room ที่มีความสูงสุดถึง 3.6 เมตร แยกจากห้องครัวและห้องนอน

ด้านในเปิดมารับด้วย พื้นที่ welcome space ที่สามารถ วางตู้รองเท้า และเก้าอี้สำหรับนั่งเปลี่ยนรองเท้าได้อีกด้วย ตัวพื้นที่ใช้งานจริงถูกยกสเต็ปขึ้นไปจากบันได 3 ขั้น จะพบกับโถงทางเดินยาว แยกเข้าสู่ห้องต่างๆ ซ้ายขวา

ขวามือแรก เป็นห้องน้ำ ที่ด้านใน แบ่งเป็นพื้นที่ส่วนแห้ง ประกอบด้วย เคาท์เตอร์อ่างล้างหน้า แบบลอยตัว พร้อมกระจกติดผนัง

ถัดไปเป็นโถสุขภัณฑ์ของ KOHLER

ด้านในกั้นด้วย glass shower เป็นพื้นที่ส่วนเปียก

ในพื้นที่ส่วนเปียก โครงการให้ hand shower และ Rain shower ของ GROHE

ถัดไปเป็นห้องนอนทั้ง 2 ห้อง

ห้องนอนแรกอยู่ซ้ายมือเป็นห้องนอนใหญ่ ห้องน้ำในตัว

ที่ห้องนอนเป็นกระจกเข้ามุม สามารถตั้งเตียง king size พร้อมโต๊ะหัวเตียง

ที่ข้างเตียง สามารถติดตั้งทีวีแบบแขวนผนัง

ติดทางเข้าห้องนอน สามารถ built-in เป็นมุมแต่งตัว

และห้องน้ำ ที่มาพร้อมกระจกบานใหญ่ เปิดรับแสงส่องทั่วถึงทั้งห้อง

ที่ห้องน้ำ แบ่งเป็นพื้นที่ส่วนแห้ง ประกอบด้วย เคาท์เตอร์อ่างล้างหน้า แบบลอยตัว

โถสุขภัณฑ์ของ KOHLER พร้อมกระจกบานยาวเต็มผนัง

ด้านในกั้นด้วย glass shower เป็นพื้นที่ส่วนเปียก

ในพื้นที่ส่วนเปียก โครงการให้ hand shower และ Rain shower ของ GROHE

และมุมอ่างอาบน้ำจากุซซี่ ติดหน้าต่างเต็มบาน

ติดทางเข้าห้องนอนใหญ่ เป็นห้องนอนเล็ก

 

ถัดไปเป็นห้องครัว

แบ่งเป็นส่วนเคาท์เตอร์ครัว ประกอบด้วย เตาไฟฟ้าแบบ Built-in (ให้เฉพาะห้องแบบ 2 ห้องนอน)

มีเจาะช่องสำหรับเครื่องซักผ้าฝาหน้า ตู้เย็น

ด้านบนเป็นชั้นวางของ มีเจาะช่องสำหรับไมโครเวฟ และเครื่องดูดควันของ Smeg

ครัวเป็นมุมพื้นเข้ามุม กั้นด้วยราวกันตกกระจก เปิดเชื่อมกับห้อง living room ที่ลด step ลงไปด้านล่าง

ที่เป็นไลท์ของห้องนี้ คือพื้นที่ห้องที่มีเพดานสูงสุดถึง 3.6 เมตร และลด Step ด้วยบันได 5 ขั้นเล็กๆ เพื่อแบ่งการใช้งานระหว่างพื้นที่พักผ่อนและส่วนของครัวและห้องนอน

ในส่วนของLiving room นี้ สูงถึง 3.6 เมตร มีกระจกล้อมรอบห้อง สามารถใช้พักผ่อนและชมวิวได้รอบ

มาพร้อมการออกแบบกระจกเปิดปิดเข้ามุม ที่มีราวกันตกเป็นกระจกกั้นเพื่อความปลอดภัยอีกชั้นหนึ่ง

 

บริเวณห้อง Living room มีมุมวางโต๊ะทานอาหารสำหรับ 4 ที่นั่ง

ด้านในสามารถวางโซฟาเซ็ตใหญ่ พร้อมผนังติดตั้งทีวีและชมวิวได้ในตัว

หรือจะจัดมุมทำงานเล็กๆ ติดพื้นที่โซฟาก็ยังสามารถทำได้เพราะพื้นที่ที่ให้มาเหลือเฟือ

พร้อมพื้นที่ออกระเบียงขนาดเล็กจากห้อง living

และด้วยพื้นที่ Stack floor ที่สูงโปร่ง และมีกระจกล้อมรอบ ยิ่งทำให้ห้องดูกว้างขึ้นไปอีก

ห้องนี้เหมาะสำหรับครอบครัวขนาดเล็ก หรือคนที่กำลังสร้างครอบครัว มีพื้นที่สำหรับรองรับสมาชิกใหม่ หรือเหมาะสำหรับคนที่ชอบอยู่คอนโด และมีบรรยากาศการใช้งานเหมือนอยู่บ้าน

 

โดยราคาห้องนี้อย่างห้อง 1 Bedroom 49.79 Sq.m. ชั้น 23 ราคา 13.6 ล้านบาท ห้อง 2 Bedroom 71.49 Sq.m. ชั้น 12 ราคาอยู่ที่ 19.4 ล้านบาท และห้อง 2 Bedroom 75.91 Sq.m. ชั้น 40 ราคาอยู่ที่ 25.2 ล้านบาท หรือราคาโดยเฉลี่ยทั้งโครงการอยู่ที่ประมาณ 279,000 บาทต่อตารางเมตร

 

วิเคราะห์ความคุ้มค่าน่าซื้อกับ Ashton Silom

 

เมื่อครั้งที่ Ashton Silom เปิดตัวเมื่อราวๆ 3 ปีที่แล้ว ดูเหมือนว่าตลาดคอนโด Super Luxury ในกรุงเทพฯจะอยู่ในช่วงที่พีคสุดๆ เนื่องจากดีมานท์ในขณะนั้น ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มที่ซื้อเพื่อลงทุน และกลุ่มเศรษฐีที่มองหาคอนโดทำเลดีๆไว้ประดับบารมี หรือเอาไว้ใช้เป็นแมนชั่นหลังที่สอง-สามเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ ล้วนแต่ยังคงมีความสุขกับผลตอบแทนที่ได้รับจากการลงทุนคอนโด อีกทั้งปริมาณคอนโดที่อยู่ในระดับ Super Luxury ยังไม่มีให้เห็นจนเกลื่อนตลาดเหมือนทุกวันนี้ หรือพูดง่ายๆก็คือปริมาณ Supply ที่ค่อนข้างสอดคล้องกับดีมานท์ ทำให้โครงการ Ashton Silom จุดติด จนกลายเป็นที่กล่าวขวัญในตลาดไปได้พักใหญ่ เมื่อผสานกับ Brand Story ที่นำเอาความเป็น Legendary Location ของสีลม มาเรียงร้อยถ่ายทอดให้กลมกลืนกับแนวทางในการพัฒนาโครงการให้เป็น The Pioneer ที่เน้นการนำเอานวัตกรรมสุดล้ำหลายอย่างมาใช้ในการออกแบบก่อสร้าง เพื่อให้สมกับการเป็นคอนโดริมถนนใหญ่สีลมหนึ่งเดียวในรอบสิบกว่าปี จึงทำให้ยอดขายของโครงการโดยเฉพาะห้อง Stack ขนาดใหญ่สุด บนชั้นสูงๆ ล้วนแต่ถูกจับจองโดยเหล่าเศรษฐีกระเป๋าหนักแนว Thoughtful Investor ที่มองว่าไม่ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไรก็แล้วแต่ ซื้อที่นี่ไปคงไม่ผิดหวัง สีลมก็คือสีลม และคงมีไม่กี่โครงการที่สามารถสร้างห้องสไตล์ Stack แบบนี้ออกมาได้

 

ผมยังจำได้ดีเมื่อครั้งที่ไปเยี่ยมเยือนสำนักงานขายที่ทำออกมาได้ Stylish & Distinguish ที่สุดในบรรดาทุกคอนโดที่เปิดตัวในปีนั้น จนผมคิดว่าหากมีการให้รางวัล The Best Sale Gallery of The Year ขึ้นมา Ashton Silom ก็น่าจะเหมาะสมกับรางวัลนี้ด้วยประการทั้งปวง เพราะนอกจากที่ภายนอกจะเด่นสะดุดตาจนใครก็ตามที่เดินผ่านไปมาจะต้องหยุดมองแล้ว ก็ยังสร้างความสงสัยให้กับทุกคนว่าที่นี่คืออะไรกันแน่ ซึ่งผลลัพธ์ที่ตามมาก็คือ “โรงสีข้าว” แห่งนี้ สร้าง Impact ได้พอสมควรในหมู่คนที่ไม่เคยสนใจคอนโดมาก่อน เอาง่ายๆคือเพื่อนผมหลายคนที่ไม่คิดสนใจจะซื้อคอนโด ต้องรีบมาถามผมว่าคอนโด ที่เป็นโรงสีข้าว สีน้ำตาลบนถนนสีลมนี่ดีไหม แถมอนันดาฯยังได้ Free PR จำนวนมากจากคนเดินถนนทั่วไปที่ต้องหยุดมองเพื่อถ่ายภาพก่อนที่จะนำมาโพสต่อเพื่อคลายความสงสัยในหน้า Social Media

เผลอแป๊ปเดียวเวลาก็ล่วงเลยมาจนโครงการสร้างแล้วเสร็จสมบูรณ์ไปเมื่อช่วงปลายปีที่ 2018 ที่ผ่านมา ซึ่งผมเองก็ได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมที่โครงการเป็นกลุ่มแรกๆ…“วิวสวย บรรยากาศดี” คือ First Impression แรกของผมเมื่อก้าวเข้ามายังล้อบบี้ของโครงการ ต่อเนื่องไปยัง Sky Lounge บนชั้น 48 ที่มองเห็นบรรยากาศอันสวยงามของกรุงเทพฯได้รอบทิศ นอกจากนี้สิ่งหนึ่งที่ผมเห็นว่าโครงการ Ashton Silom นั้นมีความแตกต่างจากโครงการ Ashton แบรนด์อื่นๆ หรือแม้กระทั่ง Super Luxury คอนโดที่อื่นๆก็คือความพยายามในการสร้าง Common  Space ที่เปิดโล่งต่อเนื่องสู่ถนนสีลม เพื่อให้ผู้คนที่ผ่านไปมาได้สัมผัสกับบรรยากาศของธรรมชาติและสายน้ำ จาก Alfresco Living Plaza สวนเล่นระดับหน้าโครงการที่ดู Contrast กับความแออัดของพื้นที่ริมถนนใหญ่สีลม ซึ่งนี่คือสิ่งที่แตกต่างจากคอนโด Super Luxury แห่งอื่นๆที่ไม่ค่อยจะ Contribute ความสวยงามอะไรของโครงการตัวเองให้กับบริบทรอบข้างสักเท่าไหร่

 

Alfresco Living Plaza” สวนที่โดดเด่นบนถนนสีลม จากการรังสรรค์ของ TROP นี้ถูกออกแบบให้มีการเล่นระดับของพื้นที่ ให้สวนและน้ำตกอยู่ด้านล่างเพื่อมอบความสงบได้อย่างเต็มที่ เส้นสายที่เคลื่อนไหววุ่นวายของการออกแบบ ล้วนสะท้อนความไม่หยุดนิ่งของสีลม ภายใต้แนวคิด “Movements” สะพานคนเดิน Cross Over ซ้อนทับพื้นที่สีเขียวที่ถูกกดลงต่ำเป็น Sunken Garden ราวกับเป็นชั้น  Layers ของความแตกต่างหลากหลายที่ผสมในย่านนี้ และยังสร้างความเป็นส่วนตัว ลดเสียงรบกวนโดยตรงจากถนนสีลม

Ashton Silom มี Key Attribute หลักอยู่ 3 ประการครับ ที่จะช่วยส่งให้ที่นี่เป็นหนึ่งใน Super Luxury Condo Collection ของใครหลายๆคน สิ่งแรกก็คือรูปแบบของเลย์เอ้าท์อาคาร และยูนิตที่ยากจะหาใครเลียนแบบ สองคือวิวจากพื้นที่ส่วนกลางชั้นบนสุดที่สามารถเห็นได้ครบทั้งอาคารสูง แม่น้ำ หรือสวนสีเขียวขนาดใหญ่ และสามคือการเป็นคอนโดใหม่ FREEHOLD หนึ่งเดียวบนทำเลติดถนนใหญ่ใจกลางสีลม

ในแง่ของรูปแบบเลย์เอ้าท์อาคาร หากไม่นับโครงการรุ่นน้องอย่าง Ashton Asoke – Rama 9 ก็ต้องบอกว่า Ashton Silom คือโครงการที่อัดแน่นไปด้วยนวัตกรรมการออกแบบ และฟังก์ชั่นสุดล้ำด้านต่างๆที่สะท้อนความเป็นผู้บุกเบิกได้อย่างแท้จริง อาทิ

นวัตกรรมดีไซน์ใหม่ “Vertical Interlocking Concept” ที่เปิดมุมมองการอยู่อาศัยที่กว้างกว่า โดยการนำเสนอยูนิตพิเศษที่เล่นระดับระหว่างห้องนั่งเล่นและห้องนอน ทำให้ได้ความสูงของเพดานที่ต่างกันเป็นพิเศษ สูงสุดถึง 3.6 เมตร* ทำให้เกิดความโปร่งสบาย ผสานกับห้องในรูปแบบ L-Shape ทำให้ห้องส่วนใหญ่มีความเป็น Corner Units ที่เพิ่มความเป็นส่วนตัวสูงให้กับแต่ละยูนิต

ด้วย Vertical Interlocking Concept จะสร้างความเป็นพื้นต่างระดับ สลับไขว้กันไปในแต่ละชั้น เพิ่มมิติในการพักอาศัย ได้เป็นอย่างดี การออกแบบอย่างนี้ ทำให้ได้ส่วนเพดานสูง 3.6 เมตร ในบางโซนของห้อง เพิ่มอารมณ์ความรู้สึกของการอยู่อาศัยในแบบ Ultra Luxury กระจกบานเต็มสูงจากพื้นถึงพื้น

Double corner-rooms unit plan เป็นที่รับรู้กันโดยทั่วไปว่าห้องหัวมุมมักเป็นห้องที่ได้รับความนิยมสูงสุดในทุกโครงการ นอกเหนือจากการวางผังอาคารที่ทำให้ 12 units ใน 14 units ต่อ 1 ชั้นหรือ 85%ของห้องพักทั้งหมดในโครงการเป็น corner unit แล้ว การวางผังห้องพักแบบ 2 Bedroom type ด้านหน้าและด้านหลังของอาคารให้มีลักษณะเป็นผังแบบ L-shape ทำให้ห้องใช้สอยภายใน unit type นี้เป็นห้องแบบ Double corner-rooms คือมีห้องใช้สอยเป็นห้องหัวมุมถึง 2 ห้องคือ ห้องนั่งเล่น และห้องนอนใหญ่ อีกทั้งห้องนั่งเล่นหัวมุมนี้ยังมีหน้าต่างบานเลื่อนแบบพิเศษเปิดโล่งที่มุมห้อง Open-corner sliding window ที่ทำให้ห้องนั่งเล่นสามารถเปิดโล่งกลายเป็นระเบียงนั่งเล่นขนาดใหญ่รับอากาศธรรมชาติและทิวทัศน์ที่เปิดโล่งได้สูงสุด ช่วยสร้าง Value ที่เท่าเทียมกันให้กับทุกยูนิตในชั้นเดียวกัน

และถึงแม้ว่า Ashton Silom จะมีจำนวนยูนิตที่ 428 ยูนิต แต่ด้วยการแบ่งอาคารออกเป็น 2 ฝั่ง [เชื่อมต่อกันที่ชั้นส่วนกลาง 10 และ 34] มีผังทางเดินแบบ Single Loaded Corridor พร้อมช่อง Atrium คั่นกลางระหว่างอาคารทั้งสองฝั่ง จึงทำให้สัดส่วนของผู้อยู่อาศัยในแต่ละฝั่งนั้นค่อนข้างน้อยกว่าคอนโด Super Luxury หลายๆแห่งที่อยู่ในย่านสาทร หรือ Super Prime Area แห่งอื่นๆ

ถ้าพูดถึงทำเล Ashton Silom ก็คือคอนโดใหม่แห่งแรกในรอบสิบกว่าปี ที่ตั้งอยู่บนถนนสีลม ทำเลแห่งสีสันที่แตกต่างกันไปในยามเช้าและยามค่ำคืน และแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยในการหาที่ดินเพื่อพัฒนาคอนโดขนาดใหญ่ นอกจากจะไปพัฒนาบนเส้นถนนพระรามสี่ ทำเลสีลมนั้นแม้แต่การพัฒนาช้อปปิ้งมอลล์ และอาคารสำนักงาน ยังต้องเป็นการ renovate หรือไม่ก็เป็นที่ดินเช่าเนื่องจากไม่สามารถหาที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการใหม่ได้อีกแล้ว ยิ่งเป็นโครงการที่อยู่อาศัยแบบ High Rise ก็แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะหาที่ดินว่างแบบ Freehold เพื่อพัฒนาโครงการ

 

ซึ่งผมเองก็ค่อนข้างมีมุมมองที่ดีต่อทำเลสีลมเนื่องจากว่าผมเองได้ใช้ชีวิตในวัยเรียนอยู่ในย่านนี้มาตลอด 12 ปีแต่ก็เป็นที่น่าแปลกใจพอสมควร ถ้าหากไปถามความเห็นของคนที่มีอายุต่ำกว่า 35 ปีที่ส่วนใหญ่แล้ว ก็มักที่จะรู้สึกเฉยๆกับทำเลนี้ แตกต่างกับทำเล อย่างอโศก ราชเทวี หรือพร้อมพงษ์-ทองหล่อ ที่ดูจะเป็นที่นิยมในหมู่กลุ่มคน Gen Y – Gen Z มากกว่า…เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องแปลก หากเพราะว่าพวกเขาเหล่านั้นล้วนถือกำเนิด และเติบโตขึ้นมาท่ามกลางยุครุ่งเรืองของแหล่งLifestyle & Shopping ในย่านสยาม ทองหล่อ พร้อมพงษ์ และเอกมัย ในทางกลับกัน หากไปถามถึงกลุ่มคนในยุคผมขึ้นไป หรือไปถามกลุ่มคนในยุค Gen X – Baby Boomer ก็กลับพบว่าทำเลสีลมนั้นเป็นทำเล ที่ดีมากถึงมากที่สุดทำเลหนึ่งในเมืองไทย แต่ในอนาคตอันใกล้ผมกลับมองว่าสีลมนี่ล่ะจะมีความหลากหลายในเชิง Lifestyle มากขึ้น จนกลายเป็นอีกหนึ่ง Top Tourist Destination ของกรุงเทพฯ อันเนื่องมาจากการมาของ King Power Mahanakhon ที่พกเอาจุดขายสุดว้าวอย่าง Observation Deck สูงเสียดฟ้า โรงแรมแบรนด์ดังอย่าง Orient – Express ซึ่งเป็นแห่งแรกในโลก รวมถึง Duty Free Shop และร้านอาหารชั้นนำระดับโลกมากมาย ที่จะทยอยมาลงที่โครงการ King Power Mahanakhon ที่อยู่ถัดไปเพียงแค่ข้ามถนน!

สำหรับคำถามที่ว่าโครงการนี้แพงไหม ก็ต้องบอกว่าถ้าเราเอาราคาเฉลี่ยของคอนโดในกลุ่ม Super Luxury มากางดูก็จะพบว่า ที่เปิดตัวกันไปในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาก็ล้วนแล้วแต่มีราคาที่เกินกว่าตารางเมตรละสามแสนบาททั้งสิ้น ที่สำคัญคือคอนโดตารางเมตรละสามแสนกว่าบาทเหล่านั้นล้วนอยู่บนทำเลที่มี Supply เปิดใหม่ราคาเดียวกันมากมาย จนกลายเป็นของโหล ยากต่อการตัดสินใจที่จะยอมรับได้ง่ายๆว่าคอนโดเหล่านั้นคือ Rare Item ซึ่งหากพิจารณาจากข้อเท็จจริงดังกล่าวแล้ว บวกกับต้นทุนในการก่อสร้างโครงการที่ยากกว่าปกติ บนที่ดินสีลมติดถนนใหญ่ที่หลายสิบปีจะหลุดมาให้พัฒนาโครงการใหม่สักครั้งนึง ก็ต้องบอกว่าคุ้มค่า สมควรแก่การครอบครอง สำหรับใครก็ตามที่มองหาที่อยู่อาศัยสักแห่งที่จะช่วยยกระดับสถานภาพการใช้ชีวิตของคุณให้สูงยิ่งขึ้นไปอีกขั้นครับ

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดต่อนัดหมายเพื่อเยี่ยมชม ห้องจริงที่โครงการ Ashton Silom ได้ที่ https://bit.ly/2BC2huY



เกริก บุณยโยธิน

เกริก บุณยโยธิน

ผู้ก่อตั้งเวปไซต์แบ่งปันความรู้ด้านการตลาด และการสร้างแบรนด์ในวงการอสังหาฯ พร็อพฮอลิค ดอทคอม..หลังจากที่ใช้เวลามากกว่า 10 ปี ในการวนเวียน เข้าๆออกๆ ในสายงานด้านการตลาด และวางแผนกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ ของบริษัทอสังหาฯ และเอเยนซีโฆษณาชั้นนำหลายแห่ง (โดยที่ไม่รู้ว่าทำไมต้องจับสลากเจอลูกค้าสายอสังหาฯทุกที)...จนถูกครอบงำโดยจิตใต้สำนึก ให้ถีบตัวเองออกจากกรอบการทำงานแบบเดิมๆ เพื่อออกมาจุดประกายความคิดที่ถูกต้อง และนำเสนอมุมมองใหม่ๆ ให้กับกลุ่มคนที่สนใจในธุรกิจอสังหาฯ

เว็บไซต์


PropScore™ 4.3

SCORE:
0.0
From : 0 รีวิว


ยังไม่มีการให้คะแนนและ Comment โครงการนี้


ทำความรู้จักกับ Plus Living Management ธุรกิจบริหารจัดการโครงการที่เป็นมากกว่างานนิติฯ แต่เป็น “มืออาชีพ” ที่พร้อมใช้ “ใจ” ในการดูแลทุกมิติของการใช้ชีวิต

‘เบื้องหลัง’ ความเป็นอยู่ที่ดีในบ้านที่มาจาก ‘คนหลังบ้าน’ นอกเหนือจากสิ่งก่อสร้างที่เป็นส่วนประกอบของบ้านและคอนโดมิเนียมที่น่าอยู่แล้ว ‘ความใส่ใจ’ และ ‘ความเป็นมืออาชีพ’ ในการดูแลที่อยู่อาศัยเป็นอี... อ่านต่อ




ผ่าแนวคิดสำหรับธุรกิจ SMEs และ Startup ที่กำลังมองหาที่ตั้งสำนักงานใหญ่ ร่วมเฟ้นหา Home Office ทำเลดีโดย HEADQUARTERS Ekamai-Ladprao

ย่านทาวน์อินทาวน์ถือเป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อระหว่างธุรกิจขนาดเล็กและกลางเข้าด้วยกัน เป... อ่านต่อ

Update พระราม 9 โซนใหม่ ย่าน BizLiving ศูนย์รวมธุรกิจผนวกรวมกับที่อยู่อาศัยในอนาคต ที่มาพร้อมกับโครงการ Mixed-use ใหม่ล่าสุด Siamese Rama 9

ถ้าพูดถึงย่านพระราม 9 แล้วก็คงไม่ต้องบอกเล่าอะไรมากเพราะปัจจุบันก็เห็นกันแล้วว่าเป็นย่า... อ่านต่อ

Estara Haven Pattanakarn 20 มีทุกอย่างที่คนอยากได้บ้านต้องการ!

แวะมาดู ESTARA Haven Pattanakarn 20 ทำให้รู้ว่าโครงการนี้นอกจากจะมีบ้านแฝด 3 ชั้น 56 ยู... อ่านต่อ