ARTHA Phahol-Ari

  

อาธาร์ พหลฯ-อารีย์


บทความนี้เราจะพาไปพบกับโครงการแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ที่เป็นโครงการบ้านเดี่ยวในรูปแบบ Pool Villa ใจกลางย่านที่มีเอกลักษณ์อันพิเศษที่ไม่เหมือนใครอย่างย่านพหล - อารีย์ ที่มีเพียงแค่ 3 ยูนิต เท่านั้น กับโครงการ Artha Phahol – Ari

เกริก บุณยโยธิน เมื่อ 7 January, 2021 เวลา 12.30 pm

Prop score™: 3.5

คะแนนรีวิว: 0.0

0 รีวิว



    ข้อมูลโครงการ

ชื่อโครงการ

Artha Phahol – Ari

บริษัทผู้สร้าง

บริษัท เอสติม่า แอสเสท จำกัด

สถานที่

ซอยพหลโยธิน 14

สถานีรถไฟ BTS

BTS สะพานควาย Distance 1,200 m./BTS อารีย์ Distance 1,600 m.

สถานีรถไฟใต้ดิน

-

Airport Rail Link

-

สถานี BRT

-

พื้นที่

0-1-58 ไร่

ชั้น

3.5 ชั้น

ยูนิต

3 ยูนิต

ที่จอดรถ

4 คัน

ลิฟท์

1 ตัว

สิ่งอำนวยความสดวก

ลิฟต์ส่วนตัว, สระว่าย้ำส่วนตัว, ระบบบ้านอัจฉริยะ, ประตูรั้วอัตโนมัติ


    ประเภทยูนิต

ประเภท

บ้านเดี่ยว

studio

-

1 bedroom

-

2 bedroom

-

3 bedroom

-

Duplex

-

Penthouse

-

ประเภทอื่นๆ

-

ความสูงจากพื้นถึงเพดาน

2.85, 3.3 และ 6.9 เมตร ที่โถง Living

ราคาเริ่มต้น / ตรม.

84,000 บาท/ตร.ม.

ราคาเริ่มต้น / ยูนิต

39 ล้านบาท

ค่าส่วนกลาง

No

Sinking Fund fee

No

สร้างเสร็จ

2021

เว็บไซต์

https://aestimaasset.com

09-8692-6924


เพื่อนบ้าน Street View


Artha Phahol – Ari พูลวิลล่า สไตล์ MCM บนทำเลเปี่ยมเสน่ห์ที่พร้อมสะกดให้หลงใหลเพียงก้าวแรกที่ได้สัมผัส

บทความนี้เราจะพาไปพบกับโครงการแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ที่เป็นโครงการบ้านเดี่ยวในรูปแบบ Pool Villa ใจกลางย่านที่มีเอกลักษณ์อันพิเศษที่ไม่เหมือนใครอย่างย่านพหล – อารีย์ ที่มีเพียงแค่ 3 ยูนิต เท่านั้น กับโครงการ Artha Phahol – Ari โดยโครงการ  Artha Phahol – Ari เป็นบ้านขนาด 3.5 ชั้น พร้อมชั้นดาดฟ้า มาพร้อมกับ สไตล์การออกแบบงานสถาปัตยกรรมในรูปแบบ Mid Century Modern ที่มอบความแตกต่างจากทุกโครงการบ้านเดี่ยวในย่านพหล – อารีย์

Artha Phahol – Ari เป็นโครงการที่มีการออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ มีการเลือกสรรวัสดุ จัดวาง Space Planning และฟังก์ชั่นการใช้งานที่สะท้อนถึงรสนิยมของความสมบูรณ์แบบที่หาได้ยากมากในย่าน พหล – อารีย์ โดยในด้านของงานออกแบบสถาปัตยกรรมที่นี่จะได้รับแรงบันดาลใจมาจากงานสถาปัตยกรรมโมเดิร์นช่วงกลางศตวรรษที่ 20 หรือที่เรียกว่า Mid Century Modern ที่ได้รับอิทธิพลมาจากสถาบันออกแบบ Bauhaus โดยจะมีลักษณะของฟอร์มอาคารที่ เรียบนิ่ง เน้นความเรียบง่าย และรูปทรงเรขาคณิตที่ถูกนำมาทับซ้อนให้มีมิติ แต่มีสัดส่วนที่สวยงาม มีการจัดองค์ประกอบที่ชัดเจน

พร้อมการใช้วัสดุที่หาได้ง่ายอย่างกระจก คอนกรีต และเหล็กกล้า มุ่งเน้นไปที่การเปิดเผยวัสดุที่แท้จริง ลดทอนรายละเอียดของวัสดุหรูหราที่เกินความจำเป็น นำมาสู่การสร้างสรรค์แนวคิดการออกแบบที่เรียกว่า “AMARANTHINE” Eternal Aesthetics หรือความงามอันเป็นนิรันดร์ โดยจะเห็นได้จาก Facade ของตัวอาคารที่โดดเด่นด้วย Facade กรอบปูนทรงเรขาคณิตมาทับซ้อนกับกระจก เพื่อทำหน้าที่เป็นครีบบังแดดและบังสายตาจากคนภายนอก ให้ความสมบูรณ์แบบในงานสถาปัตยกรรมที่มีความงามเข้ากับบริบทของย่านผู้ดีเก่าแก่อย่างพหล-อารีย์ให้มีความร่วมสมัยคงอยู่ได้ตลอดไป

ทำเลพหล – อารีย์ ถือเป็นย่านที่มีความคึกคักอีกหนึ่งแห่งในกรุงเทพฯ เลยก็ว่าได้ ที่นี่เป็นย่าน Residential ที่มีคนติดถิ่นเยอะ ไม่อยากย้ายออกไปไหน เพราะเป็นย่านเก่าแก่ที่สงบเป็นส่วนตัว มีบริบทของเมืองเก่า ย่านการค้าเก่าที่ผสมกลมกลืนเข้ากับวิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่ ที่เข้ามาพร้อมกับเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีเขียว และอาคารสำนักงานเกิดใหม่มากมาย จนเกิดเป็นเอกลักษณ์อันพิเศษที่ไม่เหมือนใคร ภาพการอยู่อาศัยในปัจจุบันและอนาคตของย่านพหล – อารีย์ รวมทั้งเส้นทางใกล้เคียงอย่างประดิพัทธ์ สะพานควาย และอินทามระ ดูจะเปี่ยมไปด้วยสีสันของการอยู่อาศัยในแบบ Vertical Living บนคอนโดสูง เพื่อให้สอดรับกับราคาที่ดินที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงดีมานท์การอยู่อาศัยทั้งจากคนในถิ่นเดิม และกลุ่มคนหน้าใหม่ที่ต้องการย้ายเข้ามาใช้ชีวิตในแบบไม่เหมือนใครในย่านนี้

ภาพของทำเลพหล – อารีย์ในปัจจุบัน อาจเรียกได้ว่าเป็นทำเลศูนย์กลางของอาคารสำนักงานเลยก็ว่าได้ เพราะแวดล้อมไปด้วยอาคารสำนักงานทั้งเอกชนและสถานที่ราชการสำคัญอีกหลายแห่ง ทั้ง ธนาคารออมสินสำนักงานใหญ่, Pearl Bangkok, Ari Hill, SC Tower, The Rice, รพ.วิมุตติ อีกทั้งอาคารสูงระดับไฮเอนด์ที่เข้ามาตั้งอยู่ในทำเลนี้ เป็นการตอกย้ำว่าย่านนี้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศ และยังเป็นทำเลที่มีความสะดวกสบายในการเดินทางเป็นอย่างมาก ใกล้ทั้งสถานีรถไฟฟ้าสายสีเขียว และสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน หรือหากใช้รถยนต์ส่วนตัวก็สามารถเชื่อมไปสู่ถนนเส้นหลัก อย่าง ลาดพร้าว วิภาวดีรังสิต ประดิพัทธ์ และพระราม 6 ได้ง่ายๆ ที่นี่ยังรายล้อมด้วยแหล่งไลฟ์สไตล์ต่างๆไม่ว่าจะเป็น Community Mall อย่าง La Villa ร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์ ร้านอาหารฟิวชั่น Hostel หรือร้านกาแฟเก๋ๆ ที่พร้อมจะเข้ามาเติมเต็มการใช้ชีวิตของคุณให้มีสีสันมากยิ่งขึ้นในทุกๆ วัน

ภาพจาก : https://www.siamfuture.com/th/projects?pro_id=la_villa

คาเฟ่เก๋ๆ หลากหลายสไตล์ที่รอให้คุณไปถ่ายรูปสวยๆ มาลงโซเชียล

ภาพจาก : https://www.ryoiireview.com/article/cafe-ari-bangkok/

ภาพจาก : https://sistacafe.com/summaries/49506

โดยโครงการฯ ตั้งอยู่ในซอยพหลโยธิน 14 จุดสังเกตเด่นๆ คือ ซอยเดียวกับสถานีตำรวจบางซื่อ ระยะทางจากโครงการฯ ถึง BTS สะพานควายประมาณ 1.2 กม และ BTS อารีย์ เพียง 1.6 กม. เท่านั้น  และหากมาจากถนนวิภาวดีรังสิต สามาถเข้ามากจากทางแยกสุทธิสาร มุ่งตรงมาสู่ซอยอินทามระ 4 ก็ได้เช่นเดียวกัน

Artha Phahol – Ari (อาธาร์ พหล – อารีย์) ถูกพัฒนาโดยบริษัท เอสติม่า แอสเสท จำกัด และได้รับการออกแบบงานสถาปัตยกรรมโดยบริษัท ทิศทางสตูดิโอ จำกัด  โดยโครงการ  Artha Phahol – Ari เป็นบ้านเดี่ยวระดับ Super Luxury ตั้งอยู่บนพื้นที่ขนาด 0-1-70.4 ไร่ ที่ไม่ได้เข้าเป็นโครงการจัดสรร ไม่มีนิติบุคคล สามารถปรับเปลี่ยนเป็น Home Office ได้ จำนวน 3 ยูนิต Type A, B และ C บ้าน โดยทุก Type จะมีฟังก์ชั่นในบ้านคล้ายกันหมดทุกหลัง คือ เป็นบ้านขนาด 3.5 ชั้น + ดาดฟ้า มี 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 3-4 ที่จอดรถ พร้อมลิฟท์ และห้องนอนแม่บ้าน แต่จะแตกต่างกันที่ขนาดที่ดินและหน้ากว้างที่ดินบริเวณหน้าบ้าน

โดย Type A มีพื้นที่ใช้สอย 570 ตร.ม. บนที่ดิน 55.1 ตร.วา หน้ากว้างที่ดิน 10 ม. Type B มีพื้นที่ใช้สอย 570 ตร.ม. บนที่ดิน 51.30 ตร.วา หน้ากว้างที่ดิน 8.6 ม. และ Type C มีพื้นที่ใช้สอย 590 ตร.ม. บนที่ดิน 64 ตร.วา หน้ากว้างที่ดิน 13 ม. บ้าน Type นี้มีที่ดินกว้างกว่า Type อื่นและมีสวนด้านข้างบ้าน และในบ้านทั้ง 3 ยูนิต จะมีฟังก์ชั่นที่เป็นเอกลักษณ์ คือ มีสระว่ายน้ำทุกยูนิต, Double Volume สูงถึง 6.9 ม., Pocket Garden 2 จุด เป็นสวนระเบียงหน้าบ้าน และสวนกลางบ้านด้านข้างติดกับลิฟท์ รวมไปถึงพื้นที่อเนกประสงค์ทั้ง Indoor และ Outdoor บนดาดฟ้า

Floor Plan Type A

บ้านที่เราจะพาไปชมวันนี้คือ บ้าน Type A ที่มีการตกแต่งเป็นบ้านตัวอย่าง มีพื้นที่ใช้สอย 570 ตร.ม. เท่ากับบ้าน Type B ที่อยู่ติดกัน แต่ที่ดินใหญ่ ขนาดหน้าบ้านกว้างกว่า และหน้าบ้านทุกหลังหันไปทางทิศตะวันออกครับ โดยบริเวณหน้าบ้านจอดรถได้ถึง 4 คัน มีพื้นที่กว้างสำหรับรถ SUV ขนาดใหญ่ด้วยครับ โดยประตูรั้วหน้าบ้านเป็นประตูรั้วรีโมท เปิด-ปิด อัตโนมัติ ยี่ห้อ Albano จากประเทศอิตาลี สูง 3 ม. พร้อมรีโมทรับสัญญาณได้ไกลถึง 70 ม. เมื่ออยู่ในที่โล่ง สามารถกดเปิดประตูรอไว้ก่อนที่เจ้าของจะถึงบ้านได้ ทางโครงการให้รีโมทกับเจ้าของบ้านด้วยกัน 3 ตัว และให้กล้องวงจรปิด 6 ตัว ติดนอกบ้าน 3 ตัว และติดในบ้านอีก 3 ตัว เชื่อมต่อระบบบ้านอัจฉริยะ ดูผ่านสมาร์ทโฟนได้

ประตูรั้วรีโมท เปิด-ปิด พร้อมรีโมทรับสัญญาณได้ไกลถึง 70 ม.

กล้องวงจรปิด 6 ตัว ดูผ่านสมาร์ทโฟนได้

บริเวณผนังตรงนี้มีช่อง EV Charger ขนาด 220 w ติดตั้งพร้อมเดินสายไฟไว้ให้ เจ้าของบ้านที่ใช้รถแบบ Hybrid ก็นำหัวชาร์จมาเปลี่ยนตรงช่องนี้ก็สามารถนำสายมาเสียบชาร์จกับตัวรถได้เลยครับ

มาถึงยังส่วนของประตูเข้าบ้านแบบอลูมิเนียมอัลลอยด์ ยี่ห้อ Tostem จากประเทศญี่ปุ่น แบบหมุนล็อค 3 ชั้น เพิ่มความปลอดภัยแก่สมาชิกภายในบ้าน และมีระบบรักษาความปลอดภัยถึง 4 ระดับ คือ ประตูรั้วบ้านแบบเปิด-ปิด อัตโนมัติ, Digital Door Lock, กล้องวงจรปิดไร้สาย และ Cube Door/Windows ที่ตรวจวัดแรงสั่นสะเทือน ทั้งทางโครงการให้แอร์ฯ Daikin Inverter ทั้งหมด 9 ตัว/หลัง

เดินเข้ามาภายในตัวบ้าน ก็จะเจอกับห้องโถงก่อนเป็นอันดับแรก เพดานสูง 3.3 ม. มีโซฟาอยู่ชิดกับผนังด้านนี้ใช้นั่งใส่รองเท้าได้ ปูพื้นด้วยกระเบื้องนำเข้า Cotto Italia ถัดมาเป็นช่องแสงที่ทางโครงการติดกระจกไว้

กระเบื้องนำเข้า Cotto Italia

ตรงนี้เป็นบันไดขึ้นไปยังชั้นบน ส่วนขวามือมีลิฟท์โดยสารอยู่ตรงจุดนี้ ยี่ห้อ Mitsubishi จากประเทศญี่ปุ่น โดยชั้น 1 ถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานด้านกิจกรรมส่วนรวม ไม่ว่าจะเป็นการรับแขก หรือมีปาร์ตี้ภายในบ้านก็สามารถจัดในบริเวณนี้ได้

และบริเวณนี้ทางโครงการตกแต่งบ้านตัวอย่างให้เป็นครัว Pantry ของ Kvik และ Smeg ทั้งหมด Island อยู่ตรงกลาง มี  Built-in ช่องสำหรับใส่ตู้เก็บไวน์ เผื่อมีเพื่อนๆ มาปาร์ตี้ที่บ้าน ก็สามารถทำอาหารที่ครัวนี้ได้เลย ซึ่งบ้านจริงอีกสองหลังจะไม่มีครัวในชั้นนี้แต่จะไปอยู่ที่ชั้นลอยแทน หรือนำตู้เก็บไวน์ ตู้โชว์อย่างอื่นที่เป็นของสะสมของเจ้าของบ้านมาไว้ในจุดนี้ก็ได้เช่นกันครับ

ส่วน Powder Room ชั้นล่างจะอยู่ใต้บันได แต่ไม่ได้รู้สึกเลยว่าเป็นห้องน้ำใต้บันได เพราะมีการตีฝ้าให้สูงเท่ากันหมด ภายในห้องใช้สุขภัณฑ์ TOTO ทั้งหมด ใช้เป็นประตูบานเลื่อน ง่ายสำหรับเปิด-ปิด ข้างๆ กับ Powder Room เป็นห้องเก็บของ ที่เอาไว้เก็บตู้ไฟ วงจรไฟฟ้า และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ไว้ตรงส่วนนี้

ติดระบบ Home Automation ไว้ใกล้กับ Powder Room

ถัดมาเรียกได้ว่าเป็นส่วน Highlight ของบ้านเลยก็ว่าได้ เพราะเป็น Living Room ที่มีเพดานสูงถึง 6.9 ม. ทำให้ส่วนนี้ดูโปร่งและโล่งเป็นอย่างมาก อีกทั้งพื้นที่กว้างมากสามารถวางชุดโซฟาขนาดใหญ่ได้ และผนังด้านหลังเป็นหินอ่อนลายขาวดำ Alabescato Orobico ออกแบบ และจัดวางแพทเทิร์นตามมิติเรขาคณิตที่ถูกทับซ้อนด้วยคิ้วแสตนเลสสีทอง ตามคอนเซปท์ MCM

หินอ่อนลายขาวดำ Alabescato Orobico

ประตูหลังบ้านใช้เป็นกระจกบานเลื่อนแบบเต็มความสูง มีรางม่านให้ และเซาะร่องให้แบบนี้ครับ เมื่อมองออกไปที่หลังบ้านก็จะพบกับ Private Pool ขนาด 8×3 ม. ลึก 1.1 ม. มีหัวจ่ายจากุซซี่ถึง 3 หัว ยี่ห้อ Hayward จากประเทศอเมริกา และสวนหลังบ้าน รวมไปถึง Shower ที่อยู่ข้างบ้านตรงนี้ครับ รั้วหลังบ้านสูง 5.5 ม. ส่วนรั้วข้างบ้านที่ติดกับยูนิตข้างๆ สูง 2 ม. และรั้วที่อยู่ติดกับฝั่งโรงเรียนสูง 2.5 ม. ครับ

เซาะร่องให้ ป้องกันน้ำไหลเข้าในบ้าน

รั้วหลังบ้านสูง 5.5 ม.

วนขึ้นไปดูที่ชั้น M กันครับ พื้นไม้เทียม Hybrid Engineered wood และมีส่วนของ Pocket Garden อยู่ในชั้นนี้ และชั้นสองด้วยครับ ซึ่งเป็นความสูงถึง 6.5 เมตร

ขึ้นมาถึงชั้น M หรือที่เรียกกันว่าชั้นลอย มีเพดานสูง 2.85 ม. ปูพื้นด้วย Engineering Wood ก็จะเจอกับระแนงไม้กั้นแบบนี้ สามารถเปิดออกได้ บ้านจริงอีก 2 หลังไม่มีการตกแต่งแบบนี้ ลิฟต์จะอยู่ด้านนี้ ฝั่งขวามือถูกตกแต่งเป็นมุมทำงาน มีระเบียงมองลงไปยัง Living Room ด้านล่างได้ เพราะมีเพดาน 6.9 ม. ระเบียงเป็นกระจก ส่วนด้านหลังโต๊ะทำงานมีหน้าต่างที่รับแสงธรรมชาติได้อย่างเต็มที่อยู่ติดกับชั้นวางหนังสือ โดยประตูและหน้าต่างทางโครงการใช้เป็นเฟรมอลูมิเนียม Winset Aluminium ทั้งหลัง

จากชั้น M มองลงไปยัง Living Room ชั้น 1

ถัดมาเป็นครัว ให้ Built-in ของ Kvik และ Smeg เหมือนกับครัวชั้นล่าง ซึ่งครัว Standard ที่ทางโครงการให้จะเป็นแบบนี้ครับ บ้านจริงอีก 2 หลัง ก็จะได้แบบนี้ คือ มีอ่างล้าง 2 หลุม เครื่องดูดควัน เตาไฟฟ้าเซรามิค 4 หัว และเตาไมโครเวฟ

ติดกับครัวเป็นห้องน้ำ ห้องซักล้าง และห้องแม่บ้าน อยู่โซนหน้าบ้าน เพื่อให้สะดวกต่อการ Service ของแม่บ้านและให้ความ Private ต่อเจ้าของบ้านด้วย

และจุดนี้เป็นห้องทานอาหารติดกับห้องครัว โดยแขกสามารถขึ้นมายังส่วนนี้ได้ เดินออกมาที่ระเบียง จะมี Pocket Garden ความสูงประมาณ 6.5 ม. ไปจบอยู่ที่ห้องนอนบนชั้น 2 สามารถมองเห็นได้จากหน้าบ้านและสามารถบังสายตาจากฝั่งตรงข้ามได้ ติดก๊อกสำหรับรดน้ำต้นไม้ให้ด้วยครับ

Pocket Garden ด้านนอกบริเวณชั้น M

ต่อไปเราขึ้นไปที่ชั้น 2 กันครับ ชั้นนี้จะเป็น Private Area เพราะเป็นในส่วนของห้องนอนที่สมาชิกในบ้านอาศัยอยู่ มีเพดานสูง 2.85 ม. เดินขึ้นมาก็จะเจอกับลิฟท์โดยสารครับ แต่ฝั่งซ้ายมือข้างลิฟท์เป็น Pocket Garden อีก 1 จุด เริ่มตั้งแต่ชั้น 2 ถึงดาดฟ้า สูงประมาณ 6.5 ม. ไม่ว่าคุณจะพักที่ชั้นไหนก็สามารถเห็นส่วนสีเขียวจากห้องนอนได้

พื้นที่ว่างข้างลิฟท์ตรงนี้ ถือว่ากว้างมาก เจ้าของบ้านสามารถจัดเป็น Living Room เล็กๆ สำหรับคนในครอบครัว อาจจะใช้ Living Room ชั้น 1 ที่ใช้รับแขก หรือสร้างพื้นที่ Private ให้กับลูกๆ โดยการกั้นพื้นที่ตรงนี้ให้รวมกับห้องนอน 2 เพื่อเพิ่มพื้นที่ให้ลูกได้ทำงานอย่างเต็มที่ ส่วนห้องนอน 2 ที่อยู่ด้านใน มีห้องน้ำและ Walk-in Closet ในตัว สุขภัณฑ์ยี่ห้อ TOTO ทั้งหมด ห้องนอนทุกห้องมีระเบียงของตัวเอง

ห้องนอนทุกห้องมีห้องน้ำและ Walk-in Closet ในตัว

ทางเดินไปห้องนอน 3 จะผ่านช่อง Pocket Garden ขวามือตรงนี้ครับ ซึ่งห้องนอน 3 จะอยู่ฝั่งหน้าบ้าน มีห้องน้ำ ที่ให้ระบบน้ำร้อน-น้ำเย็น ทั้งหลัง และ Walk-in Closet ในตัวเหมือนกัน พร้อมระเบียงด้านนอกที่เปิดออกไปได้ วิวตรงข้ามกับห้องที่อยู่ฝั่งนี้ก็คือ Condo ด้วยความที่ทางโครงการใส่ใจถึงความเป็นส่วนตัวของผู้อยู่อาศัย จึงมีการออกแบบ Façade บนชั้นนี้ให้มีความถี่กว่าชั้นล่างครับ

ตอนนี้ผมอยู่บนชั้น 3 ครับ เป็นส่วนของ Master Bedroom และห้องนอน 4 เพดานสูง 2.85 ม. โดยพื้นที่ Master Bedroom กินพื้นที่ไปครึ่งชั้นแล้วครับ ไม่มีการกั้น Walk-in Closet ไว้ ให้ผู้อยู่อาศัยเนรมิตห้องนอนของตัวเองได้ตามความต้องการ

ห้องน้ำใน  Master Bedroom มีอ่างอาบน้ำให้ ซึ่งความพิเศษอยู่ที่เมื่อเราแช่อ่างอยู่ ก็สามารถมองวิวด้านนอกไปพร้อมๆ กันได้ เพราะมีช่องประตูที่เปิดออกไปเจอกับระเบียงด้านนอกได้ ห้องน้ำนี้มีอ่างแบบ His & Her แยกส่วนแห้งและเปียกให้อยู่คนละมุมห้อง มีฉากกั้นอาบน้ำแบบกระจกนิรภัย สำหรับห้องอาบน้ำชั้น 2-3 ทุกห้อง ยี่ห้อ Cristina Sanitary ติดระบบน้ำร้อน-น้ำเย็น ให้ ส่วนชักโครกใช้แบบ Auto Washlet ของ TOTO

ออกจาก  Master Bedroom เพื่อไปยังห้องนอน 4 ผ่าน Pocket Garden ข้างลิฟต์ตรงนี้ ในบริเวณนี้ที่ถูกกั้นด้วยกระจกเป็นแบบความสูง แสงธรรมชาติส่องเข้ามาได้อย่างเต็มที่ ทำให้บ้านไม่มืดและคนอยู่ไม่รู้สึกอึดอัด มีขนาดเท่ากับห้องนอนในชั้น 2 สามารถย้าย Walk-in Closet ของ Master Bedroom มาไว้ในห้องนี้ได้ มีห้องน้ำไว้ใช้สำหรับแต่งตัวด้วย เพื่อเป็นการเพิ่มพื้นที่ของห้องนอนให้กว้างขึ้น หรือจะตกแต่งเป็นห้องทำงานก็มีพื้นที่สำหรับวางโต๊ะ ชั้นเก็บเอกสาร หนังสือได้เยอะ

มาถึงชั้นสูงสุดของตัวบ้านแล้วครับ นั่นก็คือชั้นดาดฟ้า ที่มี Rooftop ด้วยกันถึง 2 ด้าน ที่ฝั่งหน้าบ้านและหลังบ้าน เป็นระบียงกระจก Laminated Glass ทั้ง 2 ด้าน โดยใช้จัดเป็นสวนกลางแจ้งหรือจัดปาร์ตี้ชิลๆ กับกลุ่มเพื่อน พร้อมกับชมวิวกรุงเทพได้ด้วยครับ

ส่วนห้องเอนกประสงค์ติดกับลิฟต์ เป็นห้องที่สามารถรับน้ำหนักได้มากกว่าปกติถึง 2 เท่าคือ 500 กม. ต่อ ตร.ม. เนื่องจากชั้นลอยถึงชั้น 3 รับน้ำหนักได้ 250 กม. ต่อ ตร.ม. สามารถทำเป็น Home Gym วางอุปกรณ์ Fitness ขนาดใหญ่ และน้ำหนักเยอะได้สบาย

สำหรับใครหลายๆคนที่คุ้นชินกับการอยู่อาศัยในย่านนี้ ต้องการให้ลูกหลานอยู่ร่วมกันในบ้านหลังใหญ่ บนทำเลที่ทรงคุณค่าในสายตาของผู้ที่เป็นเจ้าของ ก็ย่อมต้องการที่จะมองหาโครงการที่อยู่อาศัยในรูปแบบบ้านเดี่ยวมากกว่าคอนโดครับ โดยในย่านพหล – อารีย์นั้น ต้องบอกว่ามีโครงการแนวราบระดับ Luxury อยู่ไม่มากนัก ที่เรารู้จักกันดีก็จะเป็นโครงการอย่าง Malton และ iNine ซึ่งทั้ง 2 โครงการเป็นโครงการบ้านจัดสรรในรูปแบบ Gated Community ในขณะที่ Artha Phahol – Ari นำเสนอความแตกต่างทั้งในเชิงงานออกแบบ และรูปแบบโครงการที่ทำออกมาเป็นพูลวิลล่าริมถนนเพียงแค่ 3 ยูนิต ซึ่งนั้นก็หมายความว่าผู้ซื้อจะสามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นการใช้งาน และรูปแบบบ้านได้ในอนาคต ในแบบ Flexible Plan ไม่ต้องมากังวลว่า การปรับปรุงแก้ไขใดๆ จะอยู่ในข้อกำหนดของนิติบุคคล เพราะไม่มีค่าส่วนกลาง ที่นี่จึงน่าจะเป็นที่ถูกอกถูกใจของเหล่าผู้มีกำลังซื้อที่มองหาที่ดินเปล่าเพื่อสร้างบ้านเองด้วยเช่นกัน

 

เพราะหากในอนาคตเจ้าของบ้านอยากจะปรับปรุง เปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้งานก็สามารถทำได้ง่าย หรือคนซื้อคนไหนอยากจะเอามาทำเป็น Gallery House เก๋ๆ ให้คนมาเยี่ยมชมพร้อมจิบกาแฟบนชั้น Roof Top ก็ได้เช่นกัน จึงมีความได้เปรียบในเรื่องของความยืดหยุ่นของกลุ่มผู้ซื้อและการใช้งานมากกว่าโครงการบ้านจัดสรรอื่นๆ ที่เป็น Gated Community และราคาที่ดินในทำเลนี้ค่อนข้างสูง อยู่ที่ 320,000-390,000 บาท/ตร.ม. ซึ่งจะหาพื้นที่เปล่าเพื่อสร้างบ้านเองก็ยากมากแล้ว เพราะมีโครงการเกิดขึ้นจนเต็มพื้นที่ โดยหากเลือกซื้อเป็นคอนโดในย่านนี้ก็จะมีราคาต่อ ตร.ม. ที่เกินแสนสองหมื่นบาทต่อ ตร.ม. แต่ที่นี่บ้านแต่ละหลังมีราคาเริ่มต้น Type A 48,000,000 บาท Type B 39,000,000 บาท และ Type C 47,000,000 บาท คิดเป็นเริ่มต้นต่อ ตร.ม. ก็ประมาณ 84,000 บาท ครับ

ตอนนี้สามารถเข้าชมบ้านตัวอย่าง Artha Phahol – Ari ได้แล้ว หากใครสนใจหรืออยากเข้ามาชมบ้านตัวอย่างสามารถติดต่อได้ที่เบอร์ตามด้านล่างนี้ครับ 09-8692-6924

 

ดูแบบ VDO ได้ที่นี่ https://youtu.be/_R7mO3zoJ_A



เกริก บุณยโยธิน

ผู้ก่อตั้งเวปไซต์แบ่งปันความรู้ด้านการตลาด และการสร้างแบรนด์ในวงการอสังหาฯ พร็อพฮอลิค ดอทคอม..หลังจากที่ใช้เวลามากกว่า 10 ปี ในการวนเวียน เข้าๆออกๆ ในสายงานด้านการตลาด และวางแผนกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ ของบริษัทอสังหาฯ และเอเยนซีโฆษณาชั้นนำหลายแห่ง (โดยที่ไม่รู้ว่าทำไมต้องจับสลากเจอลูกค้าสายอสังหาฯทุกที)...จนถูกครอบงำโดยจิตใต้สำนึก ให้ถีบตัวเองออกจากกรอบการทำงานแบบเดิมๆ เพื่อออกมาจุดประกายความคิดที่ถูกต้อง และนำเสนอมุมมองใหม่ๆ ให้กับกลุ่มคนที่สนใจในธุรกิจอสังหาฯ

เว็บไซต์


PropScore™ 3.5

SCORE:
0.0
From : 0 รีวิว


ยังไม่มีการให้คะแนนและ Comment โครงการนี้


Monthly Roundup ธ.ค. 63

บริษัท อัลติจูด ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ประสบความสำเร็จกับการขายก่อนเปิดโครงการจริง (Early Bird) ทาวน์โฮมพรีเมียแบรนด์น้องใหม่ ‘อัลติจูด คราฟ บางนา (ALTITUDE KRAF BANGNA)’ มูลค่า 1,469 ล้านบาท ซึ่งปิด... อ่านต่อ

27 January, 2021



แสนสิริประกาศแผนปี 64 “The Year of Hope”

แสนสิริประกาศแผนปี 64 “The Year of Hope” เดินหน้าสานต่อความหวังในการมีบ้านของคนไทย เช่น... อ่านต่อ

21 January, 2021

RE2021 ยืนหยัดอย่างฮีโร่เพื่อความอยู่รอด พร้อมแนะไอเดียการตลาดที่น่าสนใจในปีนี้

“บนเส้นทางอันยาวไกล ไร้ซึ่งทัศนวิสัย และเต็มไปด้วยสิ่งกีดขวาง บุคคลที่เป็นฮีโร่จะไม่ยอม... อ่านต่อ

8 January, 2021

PROPHOLIC’s Best of 2020 แม้มีโครงการน้อย แต่ก็ล้วนเป็นความทรงจำที่ดี

ผมเชื่อว่าใครหลายๆคน รวมถึงผมเองก็คงอยากจะบอกว่าปี 2020 ที่กำลังจะผ่านพ้นไปนี้เป็นปีที่... อ่านต่อ

30 December, 2020