Wealthy but Empty รวยแต่เหนื่อยใจ เมื่อมีทุกอย่าง แต่ไม่รู้จะใช้ชีวิตเพื่ออะไร
คนรวยที่หลงทาง เมื่อเงินไม่ใช่คำตอบของชีวิตอีกต่อไป
ในโลกที่คนส่วนใหญ่ยังพยายามหาเงินให้มากขึ้น เพื่อจะได้มีชีวิตที่ดีขึ้น มีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่ไปถึงจุดนั้นแล้ว แต่กลับรู้สึกว่า ชีวิตไม่ได้ดีขึ้นอย่างที่คิด มันแค่เงียบ ว่างเปล่าลง และไม่รู้จะไปทางไหนดี
มีเรื่องราวเล่าจากชายวัย 42 ปีคนหนึ่งที่ได้รับความมั่งคั่งจำนวนมากจากครอบครัว แทนที่เขาจะดีใจ แต่เขากลับรู้สึกผิด ไร้คุณค่า และไม่มีเป้าหมายชีวิต เพราะความสำเร็จที่ได้มาด้วยตัวเองอย่างการเรียนจบปริญญาเอกและขายสตาร์ทอัปนั้นดูเล็กน้อยมากเมื่อเทียบกับเงินที่เขาได้รับมาจากพ่อแม่โดยที่ตัวเขาไม่ได้สร้างเอง ชายคนนี้จึงเกิดภาวะหลงทาง โดดเดี่ยว และไม่กล้าพูดเรื่องนี้กับใคร เพราะคนส่วนใหญ่ไม่ได้เจอปัญหาแบบเขา
ประเด็นนี้คือเรื่องที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึง
การหลงทางของคนที่มีทุกอย่างแล้ว
เราถูกสอนมาตลอดว่า ถ้าอยากมีชีวิตที่ดี ต้องเรียนเก่ง ทำงานหนัก และหาเงินให้ได้มากพอ เพราะความลำบากทำให้เราต้องพยายาม แต่พอวันหนึ่งคุณมีเงินมากพอแล้ว ไม่ต้องดิ้นรน ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย สิ่งที่เคย drive ผลักคุณไปข้างหน้าก็หายไป
แล้วคำถามใหม่ก็จะเกิดขึ้นทันทีว่า
แล้วฉันจะใช้ชีวิตไปเพื่ออะไร
หลายคนไม่ได้แค่รู้สึกว่างเปล่า แต่ยังรู้สึกผิดและไม่ภาคภูมิใจอีกด้วย รู้สึกว่าสิ่งที่ตัวเองมีไม่ได้มาจากน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับพ่อแม่ที่สร้างทุกอย่างขึ้นมาเอง (self-made) มันเลยกลายเป็นความรู้สึกว่า ตัวเองไม่เก่งพอ หรือไม่คู่ควรกับสิ่งที่มี
แต่จริงๆ แล้ว มันไม่ใช่ความผิดของคุณเลย
คุณไม่ได้โกงอะไร คุณแค่เริ่มต้นชีวิตมาในจุดที่ต่างจากคนอื่น
ปัญหาจริงๆ ไม่ใช่เรื่องเงิน แต่เป็นเรื่องของ “ตัวตน” มากกว่า เพราะที่ผ่านมา เรามักวัดคุณค่าของตัวเองจากความสำเร็จ จากเงิน หรือจากสิ่งที่คนอื่นมองเห็น แต่พอสิ่งเหล่านี้ไม่จำเป็นอีกต่อไป เราจะเริ่มไม่แน่ใจว่า ถ้าไม่มีอะไรให้พิสูจน์แล้ว เราเป็นใครกันแน่
สิ่งที่ยากอีกอย่างคือ เรื่องแบบนี้พูดกับใครก็ลำบาก เพราะคนส่วนใหญ่จะไม่เข้าใจ หลายคนเลยเลือกเก็บไว้คนเดียว กลัวคนจะมองว่า “มีทุกอย่างแล้วยังจะทุกข์อะไรอีก” สุดท้ายก็ยิ่งรู้สึกโดดเดี่ยว เหมือนใช้ชีวิตอยู่คนเดียว ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วไม่ได้อยากเป็นแบบนั้น
ทางออกของเรื่องนี้ ไม่ใช่การหาเงินเพิ่ม หรือพยายามทำให้ตัวเองสำเร็จมากขึ้น แต่คือการเปลี่ยนวิธีคิด จากเดิมที่เคยใช้ชีวิตเพื่อความสำเร็จ มาเป็นการใช้ชีวิตเพื่อ “ความหมาย”
แทนที่จะถามว่า จะเก่งขึ้นได้ยังไง หรือจะหาเงินได้อีกเท่าไร
ลองเปลี่ยนเป็นถามว่า เราจะทำให้ชีวิตของใครดีขึ้นได้บ้าง



