The Printing House Poshtel โครงการบูรณะโรงพิมพ์เก่าให้กลายเป็นที่พักร่วมสมัยสไตล์อินดัสเทรียลลอฟท์

Sudaporn 28 February, 2018 at 22.28 pm

ท่ามกลางตึกแถวที่มีอายุหลายสิบปีในย่านเก่าแก่อย่างถนนดินสอ การเกิดของ poshtel ในนาม The Printing House Poshtel กับรูปแบบอาคารที่ดูทันสมัยอาจดูขัดตากับบริบทแวดล้อมอยู่ไม่น้อย ทว่าอาคารหลังนี้ก็ถือว่าเป็นการบ่งบอกถึงการเปลี่ยนผ่านของยุคสมัย จากการเป็นชุมชนที่เต็มไปด้วยบ้านพักอาศัย ร้านค้า และร้านอาหารเก่าแก่ ไปสู่การบูรณะ ซ่อมแซม รื้อถอน และสร้างใหม่ให้อาคารหลายๆ หลังกลายเป็นที่พักรูปแบบต่างๆ โดยแทรกตัวอยู่ร่วมกับกลุ่มอาคารเดิมและชุมชนในย่านเมืองเก่านี้ และที่นี่ก็คืออีกหนึ่งผลิตผลที่เกิดขึ้น

 

ย้อนกลับไปในทศวรรษ  1940s อาคารขนาด 2 คูหา สูง 6 ชั้นหลังนี้ คือที่ตั้งของโรงพิมพ์ที่รับผลิตสื่อการศึกษาอยู่หลายสิบปี ก่อนปล่อยเช่าให้แก่โครงการเชิงพาณิชย์ที่เปลี่ยนผันไปตามยุคสมัย จนกลายเป็น poshtel แห่งนี้ในปัจจุบัน อาคารดังกล่าวได้รับการปรับปรุงขึ้นใหม่ โดยเจ้าของพยายามคงสภาพโครงสร้างดั้งเดิมของโรงพิมพ์เอาไว้ให้ได้มากที่สุด เพื่ออนุรักษ์และเชื่อมโยงภาพในอดีตและปัจจุบันเข้าด้วยกัน อาคารที่โดดเด่นด้วย façade สีเหลืองปั้มรูกลมขนาดใหญ่นั้นได้รับการออกแบบในแนวทางอินดัสเทรียลลอฟท์ โครงสร้างและความลงตัวในการเลือกใช้วัสดุ เฟอร์นิเจอร์ตกแต่ง และสีโทนกลาง ตลอดจนงานไลท์ติ้งที่ไม่ดูดิบหรือแข็งจนเกินไปปรากฏให้เห็นในการออกแบบอาคารหลังนี้ ในส่วนรีเซฟชั่นถูกกำหนดให้อยู่บริเวณชั้นหนึ่งซึ่งเป็นตำแหน่งเดียวกับห้องเก็บสต๊อกหนังสือเดิมในสมัยก่อน โดยในชั้นเดียวกันยังเป็นพื้นที่ของร้านอาหารและคาเฟ่แบบ Fine Dining ที่เปิดบริการตั้งแต่ 7.30-22.00 อย่าง The Letter Press Cafe & Restaurant ด้วย


ในชั้นถัดมานอกจากจะกันพื้นที่ส่วนหนึ่งสำหรับรองรับแขกของ The Letter Press Cafe & Restaurant แล้ว ยังมีการแบ่งสรรปันส่วนให้เป็นพื้นที่สาธารณะที่พวกเขาเรียกว่า Social Lounge สำหรับให้แขกสามารถใช้เวลาร่วมกันในบริเวณนี้ได้ อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งของห้องพักแบบ Private Deluxe Room จำนวน 3 ห้อง ที่ออกแบบขึ้นสำหรับแขกที่มาเป็นคู่ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่เทียบเท่ากับห้องพักแบบ deluxe ภายในโรงแรม

ขณะที่ห้องพักส่วนที่เหลืออีกจำนวน 12 ห้อง นั้นถูกกำหนดให้อยู่ในชั้น 3 อันประกอบไปด้วย ห้องแบบ Family Room 1 ห้องที่มาพร้อมเตียงขนาดควีนไซส์ 1 หลัง และเตียงสองชั้น 2 หลัง ห้องแบบ Dormitory จำนวน 4 และ 6 เตียง อย่างละ 1 ห้อง ซึ่งแต่ละเตียงจะมีทีวี หูฟัง ตู้เซฟ ม่านปิดกันแสงเพื่อความเป็นส่วนตัว และมีการทำบันไดทางขึ้นเพิ่มเติมเพื่อให้การใช้งาน bunk bed สะดวกยิ่งขึ้น พื้นที่ส่วนกลางภายในห้อง Dorm มีสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง อาทิ ตู้เย็นและล็อคเกอร์เก็บของขนาดใหญ่ โดยจะมีห้องอาบน้ำรวมแยกส่วนอยู่ภายนอกห้อง สำหรับในชั้น 4 เป็นห้องนอนรวมแบบ Dormitory ที่เปิดให้บริการสำหรับผู้หญิงโดยเฉพาะ โดยเป็นห้องนอนรวมจำนวน 6 และ 8 เตียง พร้อมห้องน้ำในตัว และมีระเบียงส่วนตัว

 

อีกหนึ่งจุดไฮไลท์ของ poshtel แห่งนี้ คือบริเวณชั้น 5 และ 6 ที่มีการดัดแปลงพื้นที่ให้เป็น Sky Bar ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เข้าพักใช้เวลากับบรรยากาศและทัศนียภาพที่แตกต่างกันไปในแต่ละช่วงของวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งตั้งแต่เวลาพลบค่ำที่เราจะได้สัมผัสกับแสงแดดอ่อนและลมเย็น พร้อมจิบเครื่องดื่มและดื่มด่ำกับความสวยงามของเขตเมืองเก่าที่ยังคงเสน่ห์ไว้ในแบบ 360 องศา

The Printing House Poshtel ไม่เพียงแต่จะผสมผสานรูปแบบการดีไซน์ที่หรูหราและทันสมัยแบบบูติคโฮเทลกับการจัดการด้านบริการที่เป็นมิตร ใกล้ชิด และเป็นกันเองแบบโฮสเทลเข้าด้วยกันได้อย่างพอเหมาะพอเจาะ ในราคาสบายกระเป๋าเมื่อเทียบกับการบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ที่นี่จัดเตรียมไว้ให้เท่านั้น แต่ที่นี่ยังมีข้อได้เปรียบในแง่ของสถานที่ตั้งที่อยู่ในเขตหัวเมืองชั้นใน ซึ่งแวดล้อมไปด้วยสถานที่สำคัญทั้งทางประวัติศาสตร์ วัดวาอาราม มีชุมท้องถิ่น อาหาร และวิถีชีวิตแบบชาวพระนครที่ถูกเก็บรักษาไว้อย่างดี ขณะเดียวกัน แม้จะไม่ติดแนวรถไฟฟ้า แต่ก็ยังสามารถเชื่อมต่อไปยังถนนสำคัญๆ อย่างเช่น ถนนราชดำเนิน อีกหนึ่งศูนย์กลางที่สามารถเดินทางไปยังจุดต่างๆ ของกรุงเทพฯ ได้สะดวกสบาย ซึ่งความตั้งใจที่จะปรับปรุงตึกแถวเก่าหลังนี้ให้โดดเด่น ก็ดูจะดึงดูดนักท่องเที่ยวแนวผจญภัย สายรักสบาย (flash packer) ที่มักมองหาประสบการณ์แท้ๆ แบบท้องถิ่นในทุกช่วงของประสบการณ์ไปได้ไม่น้อย

 

The Printing House Poshtel 

Photo courtesy of The Printing House Poshtel

Address: 140 Dinso Road, 10200, Bangkok, Thailand

Website: www.facebook.com/printinghouseposhtel, www.printinghouseposhtelbkk.com



Sudaporn

Sudaporn

อิ๋งมีความสนใจด้านงานออกแบบ ศิลปะ และวัฒนธรรม จนมีโอกาสได้ทำงานเป็นกองบรรณาธิการให้นิตยสาร art4d ระหว่างปี 2004-2016 ปัจจุบันอิ๋งยังคงทำงานเขียนอย่างต่อเนื่องให้กับนิตยสาร องค์กร และแพลนฟอร์มออนไลน์ โดยโฟกัสไปที่งานดีไซน์ โครงการขับเคลื่อนสังคม อาหาร ท่องเที่ยว และสุขภาพ

เว็บไซต์

Saladeang One X BEATNIQ: 7 Wonders Lifestyles units at a NEVER BEFORE PRICE

แคมเปญ 7 WONDERS 7 LIFESTYLES เป็นโปรโมชั่นพิเศษ จาก 2 Limited Luxury Condominiums by SC Asset คือ SALADAENG ONE และ BEATNIQ ใน 2 ทำเล คือ ศาลาแดง และ สุขุมวิท ที่สร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่ อ่านต่อ




วิเคราะห์แนวนโยบาย Macroprudential สำหรับสินเชื่อ เพื่อที่อยู่อาศัย เพิ่มดาวน์ 20% ยาแรงหรือแค่ยาชา?

มีคนถามผมเข้ามาถึงเรื่องที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ ออกข้อเสนอแนวนโยบาย Macroprudential ส... อ่านต่อ

คอนโดแมนพรีวิว “PARK ORIGIN THONGLOR” คอนโด Flagship ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ Origin

PARK ORIGIN เปิดตัวพร้อมกัน 3 ทำเลคือ พญาไท ทองหล่อ และพร้อมพงษ์ ซึ่งนอกจากคำว่า PARK ... อ่านต่อ

หวนอดีต…คิดถึงอนาคต…ที่พระโขนง กับความเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้น

ในอดีตนานมามากๆ แล้ว ย่านพระโขนงเป็นชุมชนบ้านเรือน มีสวนเกษตร ผู้คนประกอบอาชีพเกษตรกรรม... อ่านต่อ

แสนสิริ ตอกย้ำความเป็นผู้นำในด้านผู้พัฒนานวัตกรรมเพื่อการใช้ชีวิตในยุคดิจิทัล เผยแผนพัฒนาสมาร์ท คอนโด ประกาศเดินหน้าใช้เทคโนโลยี Internet of Things (IoT) ในทุกโครงการคอนโดมิเนียมที่จะแล้วเสร็จตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นไป แบ่งแผนพัฒนาออกเป็น 3 ระดับตามเซ็กเมนต์โครงการ ตั้งแต่การควบคุมระบบพื้นฐานไปจนถึงอาคารอัจฉริยะเต็มรูปแบบ เน้นกลยุทธ์ในการยกระดับสมาร์ท คอนโด ของวงการอสังหาริมทรัพย์ ผ่านแนวคิด 3 ด้าน ได้แก่ iConvenience (ความสะดวกสบาย) iSafe (ความปลอดภัย) และ iGreen (ด้านประหยัดพลังงาน) ชู “เดอะ ไลน์ อโศก-รัชดา” โครงการภายใต้การร่วมทุนระหว่างแสนสิริและบีทีเอส กรุ๊ปฯ เป็นโมเดลสมาร์ท คอนโดแห่งแรกของแสนสิริ พร้อมยก ดิ เอดจ์ (The Edge) อาคารอัจฉริยะที่สุดในโลกของประเทศเนเธอร์แลนด์เป็นต้นแบบในการพัฒนาโครงกายภายในปี 2563

ในยุคที่ผู้คนโหยหาความเป็นรากเหง้าที่บรรพบุรุษสืบสานต่อๆ กันมา ทำให้คนรุ่นใหม่หันมาหลงใหลความเป็นไทยกันมากขึ้น ไม่เว้นแม้แต่การออกแบบ “บ้าน” ของโครงการต่างๆ ที่ประยุกต์ความโมเดิร์นและ ภูมิปัญญาไทยเข้าด้วยกัน จนเกิดเป็นเอกลักษณ์ที่ควรค่าแก่การลงทุน บริษัท พรีเมียร์ แอสเซ็ทส์ จำกัด ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ผ่านแนวคิดเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต สังคม และสิ่งแวดล้อมไปด้วยกัน เปิดโครงการใหม่ บ้านนวัต รามคำแหง 118 บ้านเดี่ยวนวัตกรรมเพื่อการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “Thoughtful Design for Every Step of Life” บ้านสำหรับคนทุกเจเนอเรชั่น อยู่อาศัยอย่างเป็นส่วนตัวและยั่งยืนพร้อมประหยัดพลังงานเต็มรูปแบบ สำหรับผู้ที่ชื่นชอบความเป็นส่วนตัว รักความเงียบสงบ มีระบบการรักษาความปลอดภัยที่ทันสมัย บนทำเลที่ลงตัวบนถนนรามคำแหง ซอย 118 แยก 33 เดินทางสะดวกด้วยการคมนาคมที่ครอบคลุมทุกเส้นทาง ในอนาคตสามารถใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ตลิ่งชัน-มีนบุรี) สถานีสัมมากร