Propholic’s Best of 2021 ย้อนดูของดีท่ามกลางปีที่ซัพพลายขาดช่วง

เกริก บุณยโยธิน 27 December, 2021 at 22.31 pm

ผ่านไป 10 เดือนเพิ่งจะได้เห็นโครงการคอนโดเปิดใหม่” คำพูดดังกล่าวเป็นคำอุทานเบาๆในใจของผมในช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา หลังจากที่นั่งนับวันเวลาของปี 2021 ที่กำลังวิ่งผ่านไปอย่างรวดเร็ว ใช่ครับสำหรับผมปี 2021 มันผ่านไปอย่างรวดเร็วมาก แต่ไม่ใช่รวดเร็วในแบบที่เหมือนกันกับทุกๆปีที่ผ่านมา ที่ผมมักจะใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการเข้าร่วมงานแถลงข่าว เข้าชมโครงการ และก็นั่งทำคอนเทนต์ สำหรับโครงการใหม่ๆที่มีมาต่อเนื่องไม่หยุดในแต่ละสัปดาห์ ตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิงกับปี 2021 นี้ที่ผมมักจะใช้เวลาไปกับการประชุมออนไลน์กับ Potential Partner เพื่อหาลู่ทางในการทำงานใหม่ๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า รวมไปถึงการพัฒนาคอนเทนท์ในรูปแบบที่ไม่เคยทำมาก่อนให้มากยิ่งขึ้น ในแบบที่แทบจะไม่มี Sponsored Content เลยหลายเดือนติดกัน เพื่อให้กลุ่มคนอ่านผู้น่ารักของเรายังคงจดจำเราได้อยู่เสมอ และเฝ้ารอวันที่ตลาดอสังหาฯจะ Rebound กลับมา จากสถิติปีที่ผ่านมาผมคิดว่าน่าจะมีโครงการคอนโดเปิดใหม่ในกรุงเทพฯและปริมณฑลไม่เกิน 20,000 ยูนิตเองมั้งครับ ปี 2020 ว่าลงแรงแล้วปีนี้ยิ่งลงแรงมากกว่า โดยส่วนตัวของ Propholic เองมีโครงการใหม่ที่เราได้รับโอกาสเข้าไปรีวิวไม่ถึง 20 โครงการครับ น้อยที่สุดตั้งแต่เปิดบริษัทมากว่า 7 ปีเลยล่ะครับ…แต่ถ้าให้ผมนิยามคำพูดสั้นๆที่สะท้อนถึง Positive Side ของปีนี้ก็น่าจะเป็น ซัพพลายขาดช่วง” อันเนื่องมาจากการเปิดตัวโครงการน้อยและของพร้อมอยู่ที่มีอยู่ในตลาดก็เหลือขายน้อยลงจนขาดไปแล้วสำหรับในบางกลุ่มเซกเมนท์ราคาครับ อสังหาฯมีเรียลดีมานท์เข้ามาตลอดครับและมีปริมาณที่เพิ่มขึ้นทุกปี อยู่ที่ว่าจำนวนของดีมานท์นั้นมัน Match พอดีกับจำนวนกับซัพพลายหรือไม่ ซึ่งปีนี้ผมเห็นสัญญาณว่ามีดีมานท์อยู่หลายกลุ่มทีเดียวที่อยากได้ของแต่ยังไม่มีของที่ Match พอที่จะซื้อครับ และหากจะให้พูดข้าไปถึงปีหน้าเลยว่าจะให้คำนิยามว่าอะไร ผมว่าที่เหมาะที่สุดก็เป็นคำเก่าที่เคยวนเวียนใช้กันมาหลายยุคแล้วอย่าง “A Year of Hope หรือปีแห่งความหวัง” นั้นเองครับ เนื่องจากปัจจัยบวกที่ทยอยมีเข้ามาจากหลายๆฝ่ายทั้งจากฝั่งดีเวลลอปเปอร์ที่มองข้ามซ๊อต ไม่สนใจในเรื่องของแนวโน้มของ Pandemic แล้วแต่ไปเน้นพัฒนาโครงการให้ผู้อยู่อาศัยสามารถอยู่ได้ท่ามกลางสถานการณ์ปัจจุบันต่อเนื่องในอนาคตมากกว่า ฝั่งนโยบายภาครัฐฯที่ทยอยปลดล๊อคกฎระเบียบต่างๆ จนทำให้แบงค์ปล่อยสินเช่าได้คล่องขึ้น รวมถึงฝั่งความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูงที่มองว่าในยุคที่การใช้ชีวิตลำบากแสนสาหัส สิ่งเดียวที่ปลอบประโลมจิตใจได้ก็คือการใช้เงินเพื่อซื้อสิ่งที่ชอบ สิ่งที่ฝันเอาไว้ เพราะนี่อาจจะเป็นโอกาสเดียวในชีวิตที่ได้ใช้ ทั้งหมดนี้ล้วนสั่งสมให้เกิดเป็น Pent Up Demand จำนวนมหาศาลที่รอปลดปล่อยในปีแห่งความหวัง 2022 นี้ครับ

 

ดังเช่นปีที่ผ่านมาครับ เวปพร็อพฮอลิคเราไม่ได้มีผู้อุปถัมภ์ หรือมีทรัพยากรมากมายในการลงทุนเพื่อจัดงานมอบรางวัลให้กับเหล่าโครงการน้อยใหญ่ต่างๆ ดังเช่น Publisher รายใหญ่อื่นๆครับ แต่อย่างน้อยเราก็เชื่อว่ามุมมองบางอย่างของเราน่าจะตรงกับความเป็นจริง และตรงกับใจของกลุ่มลูกค้าที่ตัดสินใจเป็นเจ้าของโครงการนั้นไม่มากก็น้อย ช่วงใกล้ปีใหม่แบบนี้ ผมจึงขอนำเสนอบทความ PROPHOLIC’ Best of 2021 ซึ่งผมจะขอเรียกว่าเป็น “คำชื่นชม” ให้กับโครงการต่างๆที่ผมมองว่าเป็นโครงการที่มี Point of Different ที่ดีมากๆในสายตาของผมในรอบปีนี้มาให้ละกันครับ…มาเริ่มกันเลยว่ามีอะไรบ้าง

 

1. “ดิ แอสเพน ทรี” โครงการเพื่อนแท้หนึ่งเดียวที่ให้คุณได้เริ่มต้นสนุกกับชีวิตบทใหม่ในวัยอิสระ และยังพร้อมดูแลให้บริการคุณไปตลอดชีวิต

 

ถ้าหากคุณเป็นคนหนึ่งที่มีอายุใกล้จะถึง 60 ปีแล้ว โดยที่ชีวิตที่ผ่านมาประสบความสำเร็จมาแล้วทุกอย่าง มีชื่อเสียง มีเงินทองสะสมมากมาย อยากซื้อของแพง แบรนด์หรูก็ไหนก็ซื้อได้ ได้รับการยอมรับอย่างสูงในแวดวงสังคม ใช้ชีวิตอย่างโชกโชนในแบบดื่มด่ำเต็มที่ Enriched Experience มาแล้วทุกมิติ โดยที่รอบกายไม่ได้มีบุตรหลานมาคอยดูแลเอาใจใส่ ไม่มีพันธะอะไรใดๆให้ต้องสานต่อในแบบห่วงหน้าพะวงหลังอีกแล้ว…เชื่อแน่ว่าเมื่อถึงจุดๆหนึ่งบางคนก็อาจจะคิดครับว่าที่ผ่านมาเราเป็นคนใช้เงินซื้อความสุข ซื้อความปรารถนา หรือว่าเงินเป็นคนใช้เราซื้อความสุข เพื่อดับไฟปรารถนากันแน่ และสิ่งที่ใช้เงินซื้อมาทั้งหมดนั้น สุดท้ายแล้วจะเป็นยังไงต่อเมื่อไม่มีเรา โดยที่สุขภาพร่างกายของเราก็ถูกบั่นทอนไปด้วยผลลัพธ์ที่มาจากการใช้เงินเพื่อซื้อประสบการณ์ในแบบที่คุณคิดว่า “ใช่”  สำหรับคุณในขณะนั้น อยากให้ลองสังเกตตัวเองดูง่ายๆครับว่าคุณเป็นคนที่มีบ้านและคอนโดหลายที่เยอะมากๆ ประเภทว่าเห็นอะไรก็ชอบ มีเงินก็ซื้อไปให้หมด แต่ยิ่งซื้อก็กลับยิ่งโหยหาสิ่งใหม่ และมองหลังที่ตัวเองถือครองอยู่เป็นเพียงแค่บ้านพัก หรือช่องทางในการกระจายทรัพย์สิน ที่ยิ่งแก่ตัวลงก็ยิ่งกังวลว่าจะทำอย่างไรกับทรัพย์สินเหล่านั้นดีหรือไม่ ถ้าใช่ผมก็คิดว่าคุณน่าจะลองเปิดใจเข้ามารู้จักกับโครงการ The Aspen Tree ดูครับ

‘ดิ แอสเพน ทรี’ เป็นโครงการที่พักอาศัยพร้อมมอบบริการดูแลตลอดชีวิต สำหรับผู้ที่ต้องการวางแผนการใช้ชีวิตในระยะยาว ที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป เน้นบริการและการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน (Preventive Care) ผสานโปรแกรม Health & Wellness โดยผ่านกิจกรรมระหว่างวันและสันทนาการต่างๆ ที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ผู้สูงวัย ซึ่งจะช่วยส่งเสริมสุขภาพกาย จิตใจ และสมอง นอกจากนั้นยังมีบริการ รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันอีกด้วย ที่สำคัญ โครงการดิ แอสเพน ทรี ยังถือเป็นโครงการแห่งแรกที่มุ่งเน้นด้านการดูแลตลอดชีวิต (Holistic Lifetime Care) ใส่ใจด้วยทีมผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ เพื่อให้ท่านได้อยู่อาศัยอย่างไร้ความกังวล โดยได้ร่วมทำงานกับ เบย์เครสต์ โกลบอล โซลูชั่น (Baycrest Global Solutions) องค์กรจากประเทศแคนาดาที่มีประสบการณ์มากกว่า 100 ปี และเป็นผู้นำระดับโลกทางด้านการพัฒนาที่พักอาศัยสำหรับผู้สูงวัย ตลอดจนเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลในโครงการ ที่ผ่านหลักสูตรฝึกอบรมการดูแลผู้สูงวัย เพื่อสร้างมาตรฐานการดูแลผู้สูงวัยและมอบบริการที่ดีที่สุดให้ผู้อยู่อาศัยอย่างมีคุณภาพ

 

โครงการถูกพัฒนาภายใต้แนวคิด Aging-In-Place คือการให้ผู้สูงวัยสามารถใช้ชีวิตในบ้านตัวเองได้ยืนยาวยิ่งขึ้น พร้อมส่งเสริมการใช้ชีวิตอย่างอิสระ ผลักดันการค้นหาตัวตน และจุดประกายแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต ท่ามกลางสิ่งแวดล้อมที่ผ่อนคลาย ใกล้ชิดธรรมชาติ ยกระดับคุณภาพชีวิต มอบความสุขแก่ผู้สูงวัยในช่วงเวลาอันงดงามที่สุด เติมเต็มช่วงเวลาอันล้ำค่าเกินกว่าที่จะจินตนาการได้ มีทั้งแบบ Active Living Condominiums และ Sky Villa Residences เพรียบพร้อมทั้งที่พักอาศัย สิ่งอำนวยความสะดวก การบริการอย่างครบครัน และการดูแลด้านสุขภาพจากผู้เชี่ยวชาญอย่างครบวงจร

 

ไม่เพียงเท่านั้น ดิ แอสเพน ทรี ยังมอบรูปแบบการใช้ชีวิตอย่างอิสระให้กับผู้อยู่อาศัย พร้อมด้วยการดูแลอย่างต่อเนื่อง โดยผู้อยู่อาศัยสามารถมั่นใจได้ถึงความสะดวกสบาย ความอุ่นใจ ในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย รวมถึงศูนย์ดูแลสุขภาพสำหรับผู้สูงวัย ภายในโครงการ ไปกับ Health & Brain Center ที่เป็นศูนย์ส่งเสริมและฟื้นฟูสุขภาพผู้สูงวัย ตอบโจทย์ทุกความต้องการทางด้านสุขภาพกาย ใจ และสมอง ภายใต้รูปแบบการดูแลที่ทันสมัย พร้อมด้วยทีมผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์เฉพาะทาง รู้สึกถึงความเป็นส่วนตัว และอุ่นใจด้วยการดูแลและใส่ใจในทุกๆ รายละเอียด อย่างถูกต้องตามหลักการดูแลผู้สูงวัย และที่ Health & Brain Center ยังมีบริการทางด้านการดูแลผู้สูงวัยรายวัน ด้านสมองและความจำ การฟื้นฟูสมรรถภาพแบบระยะสั้น พร้อมเป็นศูนย์ด้านผู้สูงวัยและศูนย์ดูแลแบบระยะยาว โดยมุ่งเน้นในการให้ความสำคัญต่อการบริการ ด้วยมาตรฐานระดับโลก

ซึ่งการเข้าอยู่ในโครงการนี้จะเป็นในแบบดูแลตลอดชีวิต แต่สัญญาจะทำเป็นระยะยาวที่ 30 ปีครับ ขายสิทธิการเช่าหรือปล่อยเช่าต่อไม่ได้ โดยต้องชำระค่าห้องและบริการจ่ายทั้งหมด ณ วันโอนสิทธิ *สำหรับกรณีคืนห้องก่อนกำหนด ทางโครงการจะคืนเงิน ค่าห้อง และค่าบริการ หากอยู่ไม่ครบ 30 ปี โดยหักเฉพาะปีที่ใช้ ปีละ 3.33%

อ่านบทความรีวิวต่อได้ที่นี่ https://bit.ly/3bVVnSY

 

2. HOF UDOMSUK โดดเด่นมากฟังก์ชั่น ที่จอดรถเยอะ ใจกลางอุดมสุข

 

หากใครที่คุ้นเคยกับย่านอุดมสุขก็จะพบว่าเป็นย่านที่เต็มไปด้วยอาคารพาณิชย์ทั้งสมัยเก่าและใหม่เรียงรายอยู่เต็มสองฝั่งถนน ซึ่งแม้จะรองรับในเรื่องการค้าขายและการอยู่อาศัยได้ดี แต่ก็มีข้อจำกัดมากในเรื่องของที่จอดรถ และทิศทางแสง ลม การระบายอากาศ และการดีไซน์อาคารที่เน้นความลึกเพียงอย่างเดียว ดังนั้น โครงการจึงเน้นในเรื่องของการนำงานดีไซน์มาใช้ในการแก้ปัญหาของความอับทึบ และมืดของอาคารตึกแถว โดยพื้นที่ภายในจะสามารถเปิดรับแสงแดดและลมประจำทิศให้สามารถเข้า-ออก และหมุนเวียนในปริมาณที่เพียงพอได้ทั่วทั้งอาคาร อันส่งผลต่อเนื่องไปสู่การช่วยลดปริมาณพลังงานในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ในอาคารด้วยเช่นกัน

และสิ่งที่ทำให้โครงการ HOF UDOMSUK แตกต่างไปจากอาคารทาวน์โฮมทั่วไป ก็คือลักษณะการออกแบบของพื้นที่ภายในให้มีความยืดหยุ่นเพื่อให้ผู้อยู่อาศัยสามารถใช้งานได้หลากหลายรูปแบบการออกแบบส่วนโครงสร้างและงานระบบให้สามารถรองรับการขยับขยายและการต่อเติมในอนาคต ซึ่งเป็นการรับประกันได้ว่าผู้ใช้งานจะสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ และตอบสนองกับวิถีชีวิตในปัจจุบันที่มีความต้องการเชื่อมโยงของพื้นที่อาศัย และพื้นที่ทำงานให้อยู่ร่วมกันได้อย่างสอดประสานเป็นหนึ่งเดียว

อ่านบทความรีวิวต่อได้ที่นี่ https://bit.ly/3mwmNEz

 

3. The Reserve Sukhumvit 61 ครบทุกองค์ประกอบของความหรูหราใจกลางเอกมัย

การพัฒนาคอนโดในกลุ่มเซกเมนท์ Luxury ขึ้นไป มักเน้นการพัฒนาโครงการด้วย 5 องค์ประกอบสำคัญ คือ ทำเล รูปแบบโครงการและการเลือกสรรรวัสดุ ความประณีตในการสร้างสรรค์ แบรนด์ และบริการสุดพิเศษสำหรับไลฟ์สไตล์เหนือระดับที่แตกต่างกันของลูกบ้าน ซึ่งในบรรดาองค์ประกอบทั้ง 5 ข้อนี้ ข้อ 2 และข้อ 3 คือสิ่งที่ค่อนข้างง่ายในการลอกเลียนแบบ เนื่องจากเป็นสิ่งที่สามารถเนรมิตรขึ้นมาได้ตราบเท่าที่มีงบประมาณในการพัฒนา แตกต่างจากทำเล และแบรนด์ ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่าโครงการไหนคู่ควรกับราคาขายที่สุดแพง ตอบโจทย์กำลังซื้ออันมหาศาลจากกลุ่มมหาเศรษฐีทั่วโลกได้…โครงการ The Reserve Sukhumvit 61 นั้น มีแต้มต่อที่ชัดเจนมากที่สุดในเรื่องของทำเล ที่ไม่ว่าจะในปัจจุบันหรืออนาคตก็ไม่สามารถหาโครงการที่อยู่กึ่งกลาง เข้าออกได้สองทาง ทั้งทางฝั่งสุขุมวิท 61 และเอกมัย ได้อีกแล้ว (ยกเว้นโครงการ The Reserve 61 Hideaway ที่อยู่ข้างๆกันไว้ 1 โครงการ)

 

ซอยสุขุมวิท 61 เป็นซอยที่ตัดขาดความวุ่นวายของเส้นสุขุมวิท ไว้ด้วยบรรยากาศซอยแห่งการพักอาศัย รายล้อมด้วยบ้านพักส่วนตัวขนาดใหญ่ มีคอนโด low rise และ Serviced Apartment แบรนด์ดังค่าเช่าแพงในซอยเพียงกี่แห่งที่เป็นเพื่อนบ้าน ขับรถออกปากซอยก็เลือกที่จะเลี้ยวซ้ายหรือขวาได้เลย ทำให้ซอยสุขุมวิท 61 กลายเป็นซอยที่พักอาศัยที่สมบูรณ์แบบ ในขณะที่ซอยเอกมัย 1 ก็ยังอยู่ในรัศมีเอกมัยตอนใต้ที่มีครบทุกองค์ประกอบของความเป็นย่าน Central Millennials District โดยข้อจำกัดที่หลายๆคนรู้ดีเกี่ยวกับซอยเอกมัยก็คือปริมาณรถที่หนาแน่นแทบจะทุกช่วงเวลา จนทำให้ผู้ที่อยู่คอนโดในย่านนี้หลายๆคนน่าจะรู้สึกอิจฉาผู้ที่เป็นเจ้าของ The Reserve Sukhumvit 61 เพราะสามารถเข้าออกได้แบบสบายๆโล่งๆทางซอยสุขุมวิท 61 ซึ่งก็คงจะพูดได้อย่างเต็มภาคภูมิว่านี่คือคอนโด Low Rise ระดับ Luxury ที่มีที่ตั้งที่ดีเยี่ยมที่สุดสำหรับกลุ่มผู้ซื้อกระเป๋าหนักที่ใช้รถยนต์เป็นพาหนะหลักในการเดินทาง (ที่จอดรถ 100%) แต่หากใครอยากเดินทางด้วยรถไฟฟ้า สภาพของซอยสุขุมวิท 61 ที่มีความร่มรื่นพร้อมฟุตบาทขนาดใหญ่ ก็ดูจะเอื้อให้การเดินเท้าไปยังสถานีรถไฟฟ้าเอกมัยสะดวกมากจริงๆ (สามารถเดินเข้าไปใช้ Skywalk ของ Major Cineplex ได้เช่นเดียวกัน)

อ่านบทความรีวิวต่อได้ที่นี่ https://bit.ly/3sBhGa5

 

4. ครบเครื่องที่สุดในทองหล่อ! Noble FORM THONGLOR หนึ่งฟอร์มของการใช้ชีวิตที่ได้ทุกสิ่ง

Noble Form Thonglor (โนเบิล ฟอร์ม ทองหล่อ) เป็นแบรนด์ใหม่ใน Segment ระดับ Luxury ของ Noble ที่มีประสบการณ์สูงในการพัฒนาคอนโดย่านทองหล่อ ตั้งอยู่บนทำเลใจกลางไข่แดงของทองหล่อ รอบๆ โครงการไม่มีอาคารสูงมาบดบังวิวในระยะประชิด ทำเลดีใกล้ทุกย่านไลฟ์สไตล์ hangout ชั้นนำแบบที่เดินถึงง่ายสบายๆ

 

โดดเด่นด้วยการเป็นคอนโดมิเนียมที่มีสูงที่สุดของถนนทองหล่อเส้นหลักด้วยความสูงถึง 211 เมตร ออกแบบสถาปัตยกรรมสไตล์ Art Deco พร้อมลวดลาย Facade แนวนอน สลับฟันปลา อันเป็นเอกลักษณ์ที่แตกต่าง มีพื้นที่ส่วนกลางเป็นพื้นที่สีเขียวสไตล์ Tivoli Garden ออกแบบโดย Shma มือดีด้าน Landscape อันดับต้นๆ ของไทย มีพื้นที่สีเขียวเยอะมากและใหญ่ที่สุดบนทองหล่อ

 

มีห้องพักอาศัยมีหลายขนาดให้เลือกตามราคาขายที่ตอบโจทย์ของ Real Demand คนทองหล่อ ไม่ว่าจะเป็นแบบ 1 Bedroom 2 Bedroom ที่มีทั้งแบบชั้นเดียว Simplex และ แบบ Full plex เพดานสูง 4.85 เมตรแบ่งเป็นสองชั้นในยูนิตเดียวกัน ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้านเดี่ยวบนตึกสูง พิเศษตรงที่ห้องนอนชั้นสองมีห้องน้ำในตัวด้วย นอกจากนี้แต่ละยูนิตมีพื้นที่ Bay window เพิ่มมาให้เพื่อพักผ่อนริมหน้าต่าง บางยูนิต ออกแบบพื้นที่เปิดโล่งบริเวณทางเข้าทำให้ห้องดูอบอุ่นและโล่งสบายในคราวเดียวกัน

 

ทาง Noble ขาย Noble Form Thonglor แบบ Fully Fitted คือให้ห้องน้ำ ครัว แถมตู้ Built-in ให้ครบทุกฟังก์ชั่น ได้แก่ ตู้เก็บของ ตู้เสื้อผ้า ตู้ครัว และแถมตู้เย็นแบบ Built-in ให้อีกด้วย ถือว่าสเปคที่ได้จัดเต็มพร้อมมาก แค่ซื้อเฟอร์นิเจอร์ลอยตัวเพิ่มเองนิดหน่อยก็อยู่ได้เลย และมี option พิเศษสำหรับคนที่อยากซื้อควบสองห้องเป็น Combined Unit เพื่อเพิ่มพื้นที่พักอาศัยและได้สิทธิ์จอดรถ 2 คัน ที่โครงการนี้จอดรถสะดวกสบายด้วย Auto Parking จำนวนมากถึง 50% ของยูนิตพักอาศัย

 

อ่านบทความรีวิวต่อได้ที่นี่ https://bit.ly/3HhIYGv

 

5. LANDMARK @ Grand Station จุดหมายใหม่ Mixed-Use ใจกลางรามอินทรา ใกล้ห้างแฟชั่นไอส์แลนด์

ทำเลรามอินทรามีศักยภาพที่จะเป็น Node สำคัญแห่งใหม่ เนื่องจากรามอินทรามีศักยภาพมาก เพราะกำลังจะมีรถไฟฟ้า มีความพร้อมของที่ดินรอการพัฒนา มีปริมาณ Traffic คนในย่านนี้เยอะอยู่แล้ว  มีห้างสรรพสินค้าและแหล่งงานอยู่แล้ว แต่สิ่งที่รามอินทรายังขาดก็คือโครงการระดับไฮเอนด์ที่เป็น Mixed Use มีครบทุกอย่างที่คนในย่านรามอินทรากำลังต้องการในแบบที่ไม่ต้องเดินทางเข้าตัวเมือง โครงการแบรนด์ Landmark จึงสร้างขึ้นมาเพื่อให้เป็นแลนด์มาร์กของย่าน New-CBD ในทำเลต่างๆ ซึ่งปัจจุบันจะสร้าง 2 ทำเล ได้แก่ ทำเลถนนพระรามเก้าตอนกลาง และในย่านรามอินทราครับ

 

การแบ่งโซนต่างๆ โซนทาวเวอร์ C (ฝั่งทิศเหนือ) จะมีห้องพักอาศัยตั้งแต่ชั้น 4-22 ซึ่งจะแบ่งย่อยออกเป็น ชั้น 1 มี Lobby ร้านค้า ,ชั้น 2 เป็นสำนักงาน และเป็นที่จอดรถ (377คัน) ,ชั้น3 เป็นพื้นที่ Facility สระว่ายน้ำ , ห้องพักอาศัยจะเริ่มที่ชั้น 4-5 เป็นห้องพักอาศัยสำหรับคนที่เลี้ยงสัตว์ , ชั้น 8-9 จะมีเพดานสูงพิเศษกว่าห้องอื่นจึงสามารถทำเป็นห้อง Co-living ได้, ส่วนห้อง Elder จะมีอยู่ในทุกชั้น ตกแต่งห้องน้ำพิเศษแบบ Universal Design สำหรับกลุ่มผู้สูงอายุ , ส่วนชั้น 6,7,12-22 นั้นจะเป็นห้องมาตรฐานทั่วไปครับ ส่วนโซน B ที่เป็น Cassia Residence จะมีทั้งห้องพักแบบ Branded Residence มี Facility และ Lobby แยกไปต่างหาก และยังมีห้องประชุม และห้องอาหารบนชั้นดาดฟ้า สเน่ห์ของโครงการ Mixed-Use อยู่ตรงที่การที่ลูกบ้านจะได้รับความสะดวกสบาย มีบริการอื่นๆ และร้านอาหารอยู่ใกล้ตัว โดยแทบจะไม่ต้องออกไปไหน และการดูแลในระยะยาวรูปแบบโรงแรมที่เป็นเพื่อนบ้านใกล้ตัวก็จะเหมือนช่วยกันดูแลทรัพย์สิน ช่วยกันดูแลอาคารทั้งโครงการให้ใหม่อยู่เสมอ คอนโดมิเนียมแนว Mixed-Use ที่มีการบริหารจัดการแบบนี้จึงดีในระยะยาว ไม่ปล่อยตึกโทรมเหมือนโครงการคอนโดมิเนียมรูปแบบเดิมๆ

อ่านบทความรีวิวต่อได้ที่นี่ https://bit.ly/3JgyjOt

6. LIFE Rama 4 – Asoke ครั้งแรกของเอพีกับห้อง VERTIPLEX เพดานสูง 4.4 เมตร

ในอดีตที่ผ่านมาทำเลพระรามสี่ ช่วงคลองเตยอาจจะเป็นทำเลนอกสายตาของใครหลายๆคนหากเทียบกับ ช่วงสามย่าน ลุมพินี และพระโขนง แม้จะมี MRT ศูนย์สิริกิต์ฯเป็นตัวชูโรงในเรื่องการเดินทางอยู่ก็ตามแต่จากการทุ่มทุนพัฒนาของกลุ่ม TCC และบริษัทในเครือที่ส่งสารพัดโครงการ Mixed Use มาลงในแยกนี้ เช่นเดียวกับกลุ่ม LPN x NYE Estate ส่งผลให้แยกนี้กลายสภาพเป็นย่านธุรกิจขนาดย่อม ที่เต็มไปด้วยอาคารสูงทันสมัยที่ดู Contrast โดยสิ้นเชิงจากบริบทของชุมชนทึ่มีอยู่ดั้งเดิมโดยรอบ ด้วยการที่พื้นที่ส่วนใหญ่ของแยกคลองเตยเป็นที่ดิน leasehold การแปลงโฉมรูปแบบการใช้งาน หรือ Re-Development ให้เข้ากับบริบทเมืองยุคใหม่จึงทำได้ง่าย และบริการจัดการมูลค่าได้ในแบบระยะยาว ในที่สุดย่านพระรามสี่ – คลองเตยจึงกลายเป็นทำเลกลางเมืองที่เชื่อมต่อย่าน CBD หลักใกล้เคียงทั้งอโศก ลุมพินี สาทร สุขุมวิท ได้อย่างเนียนตามากยิ่งขึ้นตามลำดับ เมื่อความเป็นย่านธุรกิจขยายตัวขึ้น แน่นอนว่าดีมานท์ในการอยู่อาศัยก็ต้องตามมา และเอพีก็เป็นอีกหนึ่งผู้พัฒนาที่มองเห็นโอกาสนี้เป็นรายแรกๆกับ LIFE พระราม 4 – อโศก ที่ตั้งอยู่บนที่ดินขนาด 5-2-7.5 ไร่ สูง 39 ชั้น 1 อาคาร จำนวน 1,237 ยูนิต มูลค่าโครงการ 6,700 ล้านบาท ซึ่งเป็นคอนโดร่วมทุนโครงการใหม่ล่าสุดอันดับที่ 19 ของการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจระหว่างเอพีและพันธมิตรญี่ปุ่น มิตซูบิชิ เอสเตท เรสซิเดนซ์ (บริษัทในเครือมิตซูบิชิ เอสเตท กรุ๊ป) มายาวนานกว่า 8 ปี

 

ดูคลิปรีวิวได้ที่นี่ https://youtu.be/JOXDADx3Oj0

 

7. MUNIQ Langsuan คอนโด Freehold พร้อมอยู่หนึ่งเดียว เพียงไม่กี่ก้าวจากสวนลุมฯ ที่มีกระแสรีเซลแรงมาก

สำหรับ MUNIQ Langsuan ต้องบอกว่า Key To Success ที่ทำให้โครงการยังคงอยู่ในกระแส และได้รับความนิยมในการหาซื้อในตลาดรีเซลอยู่อย่างต่อเนื่อง ยิ่งสร้างเสร็จก็ยิ่งแรงก็คือ

 

1. การเป็น Luxury Freehold Condo ที่อยู่บนทำเลจุดที่ดีที่สุดของทำเลหลังสวนแท้ๆ ชนิดที่เดินไม่ถึง 100 เมตรก็เข้าไปวิ่งเล่นในสวนลุมพินีได้แล้ว ซึ่งทำเลหลังสวนนั้นได้ชื่อว่าเป็นทำเลไฮเอนด์มาตั้งแต่อดีตหลายสิบปีก่อน และในปัจจุบันยิ่งถูกเติมเต็มศักยภาพให้มีความไฮเอนด์มากยิ่งขึ้นไปอีก แตกต่างจากหลายๆทำเล Inner CBD อื่นๆที่ศักยภาพของทำเลนั้นถูกพัฒนาจนเต็มขั้นไปหมดแล้ว

 

2. การคือมองศักยภาพทำเลขาดโดยทีมผู้พัฒนาโครงการ จากเดิมถนนต้นสนที่เป็นซอยตัน กลับกลายเป็นถนนสายหลัก 2 ways ที่เชื่อมต่อระหว่างถนนชิดลมสู่ถนนสารสินได้หน้าตาเฉย โดยที่รูปแบบของถนนทั้งเส้นทางเดินรถ และทางเดินเท้าก็ได้มีการพัฒนาให้มีความร่มรื่นมากยิ่งขึ้น และเปี่ยมไปด้วยสีสันแห่งไลฟ์สไตล์ที่หรูหราระดับโลกจากสารพัดโครงการที่อยู่ในย่านหลังสวน – ชิดลม

 

3. ที่เป็นจุดสลบก็คือการตั้งราคาขายที่ค่อนข้าง Competitive มากๆในย่านหลังสวน-ชิดลม เนื่องจากมีราคาขายเริ่มต้นที่ถูกกว่าคอนโด Lease Hold บางแห่งที่อยู่ติดกันด้วยซ้ำไป ซึ่งลำพังการเป็นคอนโด Freehold ใหม่เพียงแห่งเดียวในดงคอนโด Leasehold ก็ว่ายากแล้ว แต่นี่กลับขายในราคาที่เร้าใจกว่ามาก แล้วแบบนี้คนที่มีเงินพร้อมซื้อคนไหนจะอดใจไหว

 

4. จำนวนยูนิตที่มีเพียงแค่ 163 ยูนิต น้อยที่สุดในบรรดาคอนโด Freehold ที่อยู่บนถนนหลังสวน – ชิดลม พร้อมจำนวนที่จอดรถถึง 111% แบบ Automatic

 

5. ขนาดพื้นที่ห้องแบบ 1 นอน ขนาด 50.88 – 57.89 ตรม.ที่หาได้ยากสำหรับคอนโด Freehold ในย่านนี้ ด้วยขนาดดังกล่าวจึงทำให้ราคาห้องออกมาไม่แพงโดดจนมากนัก จับกลุ่มตลาดในฐานกว้างได้มากกว่า

 

6. ได้พื้นที่ส่วนกลางที่หลากหลาย อัดแน่นด้วยฟังก์ชั่นที่ตอบโจทย์ทุก Generation กระจายตัวอยู่บนชั้น 1, 5-6, 7, 27 และ 28 มากซะจนแทบจะไม่ต้องก้าวออกไปเดินเล่นออกกำลังกายที่สวนลุมฯด้วยซ้ำ!

 

และสุดท้ายข้อ 7 ก็คือ ห้องบางส่วนโดยเฉพาะชั้นสูงๆ ที่สูงกว่าตึกใกล้เคียงก็ยังได้รับวิวพื้นที่สีเขียวและทะเลสาปสวยๆ ของสวนลุมพินี ซึ่งเป็นวิวที่ยังไงก็ต้องอยู่กับเจ้าของห้องไปตลอดทั้งชาติครับ

 

อ่านบทความรีวิวต่อได้ที่นี่ https://bit.ly/3quHKkr

 

8. Malton Gates นิยามใหม่ของบ้านหรูที่สมบูรณ์แบบจากเมเจอร์ฯ

บางคนที่อาจจะเป็น Introvert ก็อาจจะชอบโครงการ Malton Private Residence ที่มีความเป็นส่วนตัวสูงเพราะมีทุกอย่างอยู่ในยูนิตของตัวเอง ส่วนบางคนอาจจะเป็น Extrovert ก็อาจจะชอบโครงการ Malton Gates เพราะโครงการมี community แบบปิด สามารถสังสรรค์กับเพื่อนบ้าน มี clubhouse ภายในหมู่บ้าน มีพื้นที่ส่วนกลางที่ได้พบปะเจอกันและกัน แต่การออกแบบก็ยังคำนึงถึงความเป็นส่วนตัวภายในตัวบ้านไว้ได้เป็นอย่างดี

 

เอกลักษณ์ที่โดดเด่นของ Malton Gates คือมีความเป็นชุมชนคนรวย (Luxury Gated Community) พร้อมประยุกต์ความสำคัญของเรื่องสุขภาวะที่ดี (Wellness)เข้ามาใช้กับ facility พื้นที่ส่วนกลางและนำเอาแนวคิดพัฒนารูปแบบการใช้ชีวิต (Lifescape Design) มาปรับใช้อย่างจริงจังเป็นที่แรกๆ ของประเทศไทย ซึ่งมีแกนพัฒนาหลัก 5 เรื่อง คือ Attention to Details ใส่ใจรายละเอียด ทุกพื้นที่มีความหมาย, Understanding Lifestyle เข้าใจทุกบริบทของช่วงชีวิต, Top-notch Quality เน้นคุณภาพสำคัญเป็นอันดับหนึ่งตั้งแต่การก่อสร้างถึงส่งมอบ, Best Caring Service บริการด้วยหัวใจ และ Enduring purpose คิดทุกมิติเพื่อคุณค่าที่ยั่งยืน

 

อ่านบทความรีวิวต่อได้ที่นี่ https://bit.ly/3rOAjal

 

9. SASARA Hua Hin เร้นกายจากความวุ่นวาย และดื่มด่ำไปกับบรรยากาศการใช้ชีวิตริมหาดหัวหิน

SASARA Hua Hin อ่านว่า ศศรา หัวหิน เป็นคอนโดมิเนียมแบรนด์ใหม่ล่าสุดจากเครือ Charn Issara ซึ่งเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีความเชี่ยวชาญโดยเฉพาะการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยที่มอบประสบการณ์การพักผ่อนแบบตากอากาศระดับ High-end ทั้งในกรุงเทพ หัวเมืองท่องเที่ยวต่างๆ ทั้งภูเขา ชายทะเลต่างๆ โครงการเด่นที่มีชื่อเสียง เช่น Sri Panwa ภูเก็ต, Thew Talay World ชะอำ-หัวหิน, Baba Beach Club ภูเก็ต

 

SASARA Hua Hin (ศศรา หัวหิน) เปรียบเสมือน “The Art Of Escape” ที่สะท้อนรูปแบบการพักผ่อนริมชายหาดในมุมที่หลบซ่อนจากความวุ่นวาย เราสามารถใช้ชีวิตส่วนตัวท่ามกลางธรรมชาติห้อมล้อม สวยงามดั่งงานศิลป์ชิ้นเอกริมชายหาดทะเลหัวหิน บนทำเลเลอค่าอย่างเขาตะเกียบที่เพิ่มมูลค่าทุกปีสามารถส่งต่อเป็นมรดกและมอบเอกสิทธิ์ในการพักผ่อนริมหาดจากรุ่นสู่รุ่นได้ตลอดไป

 

อ่านบทความรีวิวต่อได้ที่นี่ https://bit.ly/3CkrlDf

 

10. แฮปปี้กันถ้วนหน้าทั้งเจ้าของและสัตว์เลี้ยง! ที่ “Whizdom The Forestias – Petopia”

หากคุณเป็นหนึ่งในคนรักสัตว์ที่จำเป็นต้องอยู่อาศัยในคอนโด แน่นอนว่าคุณย่อมต้องเจอกับสารพัดปัญหาที่พร้อมจะเกิดขึ้นตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นความพะวงจนต้องหลบๆซ่อนๆในเรื่องของการถูกเพื่อนร่วมชั้นจับได้ว่าแอบเลี้ยงน้องหมา น้องแมวในห้อง หรือแม้กระทั่งคอนโดบางแห่งที่ให้เลี้ยงสัตว์ได้ ก็เป็นคอนโดแค่แนว Pet Welcome ที่อนุญาตให้เลี้ยงภายใต้ข้อบังคับเป็นสิบ ตั้งแต่ห้ามเดินเล่นที่พื้นที่ส่วนกลาง ขึ้นลิฟท์ ห้องไม่เก็บเสียง ไปจนถึงการจำกัดน้ำหนัก เพียงเพราะกลัวว่าคนที่ไม่เลี้ยงสัตว์จะไม่ซื้อ ไม่ใช่ Pet Friendly อย่างแท้จริงที่คิดทุกรายละเอียดมาให้ครบ มีพื้นที่ส่วนกลางที่ออกแบบมาให้เฉพาะ โดยที่คนและสัตว์เลี้ยงทั้งอาคารสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข และถูกสุขลักษณะ… วันนี้ “Whizdom The Forestias – Petopia” พร้อมแล้วสำหรับการสร้างมาตรฐานใหม่ของที่อยู่อาศัยสำหรับคนรักสัตว์เลี้ยง ด้วยการผสานความใส่ใจในการออกแบบทุกรายละเอียด ทั้งการออกแบบพื้นที่ส่วนกลาง พื้นที่ใช้สอยภายในห้อง สภาพแวดล้อม และการใช้ชีวิตในทุกวัน ให้ตอบโจทย์การอยู่ร่วมกันของคนและสัตว์เลี้ยงอย่างมีความสุขและปลอดภัย

 

“Whizdom The Forestias – Petopia นับคอนโดมิเนียมที่สร้างมาตรฐานใหญ่ของที่อยู่อาศัยแห่งแรกในประเทศไทย ที่เป็นมากกว่าคอนโดมิเนียมที่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์เลี้ยงได้เท่านั้น แต่ได้ทำการศึกษา ค้นคว้าวิจัย และผนึกความร่วมมือกับหลากหลายพันธมิตรที่เป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ และหนึ่งในนั้นคือ Petology ในฐานะพันธมิตรผู้นำด้านนวัตกรรมเพื่อสัตว์เลี้ยง เพื่อให้เกิดความเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงความต้องการของเจ้าของสัตว์เลี้ยง และสัตว์เลี้ยง เพื่อให้ทุกรายละเอียดของ Whizdom The Forestias – Petopia เป็นพื้นที่ที่ผู้อยู่อาศัยและสัตว์เลี้ยงได้ใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีความสุข ถูกสุขอนามัย และปลอดภัย อย่างแท้จริง และยังเป็นขยายตลาดไปยังกลุ่มลูกค้าของทั้ง 2 องค์กรให้เกิดประโยชน์ร่วมกันสูงสุด

 

อ่านบทความรีวิวต่อได้ที่นี่ https://bit.ly/3k7NLS5

 

11. The MUVE Kaset คอนโดที่คิดมาครบเพื่อคน Gen ใหม่ 5 นาทีถึง ม.เกษตร

สำหรับแบรนด์ เดอะ มูฟ เป็นคอนโดมิเนียมรูปแบบใหม่ที่คิดมาเพื่อคน Gen ใหม่ตั้งแต่วัยเรียนจนไปถึงวัยทำงาน เน้นการดีไซน์สเปซที่ตอบโจทย์และคุ้มค่า สามารถใช้งานได้จริง ทั้งการพักผ่อน เรียนรู้ และทำงาน ให้คุณได้เต็มที่กับทุกด้านของชีวิต มูฟชีวิตให้เต็มพิกัด ไม่ว่าจะเรื่องงานหลัก งานที่อดิเรกชอบ เรื่องเพื่อน หรือเรื่องตัวเอง

 

แนวคิดในการออกแบบโครงการ เดอะ มูฟ เกษตร คือการใช้เส้นสายของอาคารที่ลื่นไหลในการร้อยเรียงพื้นที่เข้าไว้ด้วยกัน ทำให้อาคารดูมีความเคลื่อนไหว สื่อถึงจังหวะสนุกสนาน มีการเลือกใช้คู่สีหลักเป็นสีส้มตัดกับสีเขียวอย่างลงตัว เพื่อตอบโจทย์กลุ่มคนยุคใหม่ย่านเกษตรที่มีความสดใส สนุก และความกระตือรือร้น

 

ในแง่ของโครงการต้องบอกว่านี่คือโครงการที่เน้นในเรื่องของการดีไซน์ Space ภายในห้องให้ Lean แต่ Compact พร้อมชนกับคู่แข่งโดยรอบจริงๆ โดยถ้ามองจากขนาดห้องเพียงอย่างเดียว ก็นับว่าเป็น Mode ที่ใกล้เคียงกับโครงการอื่น เพียงแต่ที่นี่ได้แต้มต่อในเรื่องของราคาที่มีราคาเริ่มต้นเพียงแค่ราวๆ ตร.ม. ละเจ็ดหมื่นกว่าบาท ไปจนสูงสุดที่เก้าหมื่นกว่าบาท และเป็นการขายแบบ Full Furnished ซึ่งถ้าเราไปดูโครงการใหม่อื่นๆ ก็จะพบว่ามีราคาเกินกว่าตารางเมตรละแสนบาทขึ้นไปทั้งนั้น อาจจะไม่ได้สอดรับกับเทรนด์การใช้จ่ายของกลุ่มเป้าหมายในยุคปัจจุบัน ที่มองหาความคุ้มค่าราคาประหยัดมากกว่าการที่ต้องอยู่ประชิดติดรถไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว และไม่อยากที่จะเสียค่าส่วนกลางไปกับส่วนที่ตัวเองก็ไม่ค่อยได้ใช้งานมากเท่าไหร่นักอย่างสระว่ายน้ำ หรือห้อง Sky Lounge…ถ้าอยากที่จะใช้ชีวิตบนย่านเกษตรให้ Work ต้องที่นี่เลย

 

อ่านบทความรีวิวต่อได้ที่นี่ https://bit.ly/3JlmB4X

 

12. BuGaan Yothinpattana แบรนด์ Exclusive Residences ที่ออกแบบโดยคิดมาจาก Luxury Lifestyle ของลูกค้าอย่างแท้จริง

BuGaan Yothinpattana (บูก้าน โยธินพัฒนา) คือแบรนด์บ้านเดี่ยวแบรนด์ใหม่ที่แสนสิริ นำมาใช้เป็น Fighting Brand ในกลุ่มตลาดบ้านเดี่ยวที่มีเซกเมนท์ราคามากกว่า 20 ลบ.ต่อยูนิต ซึ่งในแง่ของ Pricing แบรนด์ BuGaan เองดูจะทับซ้อนกันกับแบรนด์ดังของแสนสิริเองอย่าง Narasiri (แพงที่สุดคือบ้านแสนสิริพัฒนาการ และรองลงมาก็คือแบรนด์ Narasiri) ซึ่งการมาของแบรนด์ใหม่นี้น่าจะมีเหตุผลในเชิง Branding คือต้องการที่จะจับกลุ่ม Target Persona ใหม่ โดยที่ไม่ต้องการที่จะเปลี่ยนแปลง Target เดิม และ Perception เดิมของกลุ่มลูกค้าแบรนด์ Narasiri ที่ค่อนข้างจะแข็งแกร่ง มี Brand Loyalty สูง และมีภาพของความเป็นครอบครัวคหบดีขนาดใหญ่ที่นิยมรถ Rolls Royce ในขณะที่แบรนด์ BuGaan เป็นครอบครัว Young Millionaire ประสบความสำเร็จตั้งแต่ยังอายุน้อย และมี taste ของความหรูหรา ทันสมัย ดีไซน์เฉี่ยวอย่าง Bentley ซึ่งแน่นอนว่ากลยุทธ์ในการจับกลุ่มลูกค้าสไตล์นี้ ส่วนหนึ่งก็คือการนำเสนอ Substitute Product ที่สามารถทดแทนการอยู่อาศัยบนคอนโดหรูห้องใหญ่ในย่านใกล้เคียงอย่างสุขุมวิท ทองหล่อ พระรามเก้าได้ กลุ่มคนที่ซื้อ BuGaan จะไม่ใช่คนที่มองหาบ้านหลังแรก แต่คือคนที่มองหารูปแบบของการอยู่อาศัยที่สะท้อนตัวตนออกมามากที่สุด มีเหตุผลที่ชัดเจนว่าต้องซื้อ ไม่ว่าจะซื้อเพราะกำลังจะแต่งงานมีครอบครัว หรือต้องการขยายที่อยู่อาศัยเพื่อจะรองรับสมาชิกใหม่ หรืออยากเอาพ่อแม่มาอยู่ด้วย ซึ่งคำว่าตัวตนในที่นี้ก็คือไลฟ์สไตล์ในแบบ Work Smart, Play Smart เป็น New Young Affluent ที่ประสบความสำเร็จมีสถานะทางสังคมแล้ว ต้องการที่อยู่อาศัยที่ให้ทั้ง Style, Space, Status และ Location ที่โดดเด่น เข้ากับวิถีชีวิตได้เลยในแบบที่ไม่ต้องมานั่งปรับเปลี่ยน ทำความเข้าใจกับบริบทของทำเล หรืออะไรก็ตาม

 

นี่คือบทพิสูจน์ความสำเร็จของอีกหนึ่งโครงการภายใต้ “Sansiri Luxury Collection” จากความเข้าใจลูกค้าที่สะท้อนอยู่บน Design / Function / Space / Prime Location จนได้รับการตอบรับที่ดี Sold Out! ปิดการขายโครงการ “บูก้าน โยธินพัฒนา” (BuGaan Yothinpattana) Exclusive Modern Residence เพียง 14 ยูนิต ภายใน 4 เดือน

 

อ่านบทความรีวิวต่อได้ที่นี่ https://bit.ly/3eOLOrC

 

13. ศุภาลัย พรีเมียร์ สามเสนราชวัตร คอนโดพร้อมห้องสไตล์เพนท์เฮ้าส์ หนึ่งเดียวท่ามกลางย่านชุมชนการค้าเก่า ใจกลางเมือง 

จุดเด่นไฮไลท์ของคอนโดมิเนียมศุภาลัย พรีเมียร์ สามเสน-ราชวัตรแห่งนี้คือ facility design ที่มีความแปลกใหม่ในเรื่องของจำนวนที่จอดรถที่ให้มามากถึง 100% นั่นหมายความว่าลูกบ้านทุกยูนิตจะมีที่จอดรถอย่างน้อย 1 คัน ซึ่งเป็นรูปแบบที่จอดธรรมดา (conventional) บวกกับที่จอดรถแบบอัตโนมัติ (Auto Parking) ซึ่งถือว่าตอบโจทย์คนมีรถยนต์มากที่สุด นอกจากนี้ยังออกแบบให้มี Infinity Edge Rooftop Swimming Pool สระลอยฟ้าชมวิวเมืองอีกด้วย ถือว่าจัดเต็มในด้าน facility ได้อย่างสมบูรณ์ทั้งด้านฟังก์ชั่นและงานออกแบบที่ให้ความรู้สึกหรูหราคลาสสิคไร้กาลเวลาทรงคุณค่านิรันดร

 

มารอบนี้ศุภาลัยไม่มีห้องดีไซน์ old school แบบใหญ่แต่ใช้งานยากอีกต่อไป แต่จะเป็นดีไซน์ที่ทั้งใหญ่และยังคำนึงถึงการใช้งานจริงแบบคุ้มค่าทุกตารางเมตรอีกด้วย ซึ่งเป็นเทรนด์ของคอนโดมิเนียมในปี 2021 เป็นต้นไปเลย เพราะปัจจุบันคนในเมืองเลือกซื้อคอนโดมิเนียมเพื่ออยู่อาศัยระยะยาวได้จริงแทนซื้อบ้านหลังโตกันแล้ว ดังนั้น Layout design ของ ศุภาลัย พรีเมียร์ สามเสนราชวัตร จะชูจุดเด่นตรงที่ทุกห้องเป็นห้องหน้ากว้าง หน้าต่างแบบ oversize ใช้ชีวิตได้สบายๆ เหมือนอยู่บ้าน เพิ่มดีไซน์ชุดครัวแบบทันสมัย และทำออกมาให้เป็น private เพราะจัดสรรให้มีจำนวนยูนิตที่น้อยเสมือนพำนักอยู่ในหมู่บ้านกลุ่มเล็กๆ

 

อ่านบทความรีวิวต่อได้ที่นี่ https://bit.ly/3DeWQPR

 

14. The Crest Park Residences คอนโดหรูเพียงหนึ่งเดียว บนห้าแยกลาดพร้าว ที่พร้อมยกระดับการใช้ชีวิตแนวสูงของคุณให้เหนือกว่าใคร

แม้ในปัจจุบันจะมีคอนโดเปิดใหม่มากมายในบริเวณห้าแยกลาดพร้าว ย่านที่หลายคนมองว่าเป็น City Center ของกรุงเทพฯตอนเหนือ ที่มีศักยภาพเพียงพอในการเป็น CBD แห่งใหม่ได้ แต่ก็เป็นเรื่องที่ค่อนข้างประหลาดใจที่ยังไม่มีคอนโดระดับ Luxury เข้ามาพัฒนาเพื่อเติมเต็มความต้องการที่ยังขาดหายไปของกลุ่มดีมานท์ในย่านนี้ที่มองหาความพิเศษ มีเอกลักษณ์ และมอบความเป็นส่วนตัวที่มากกว่า แตกต่างจากคอนโดเกือบทั้งหมดในย่านนี้ ที่มักจะมีรูปแบบโครงการขนาดใหญ่หลายอาคาร หลายพันยูนิต…The Crest Park Residences’ (เดอะเครสท์ พาร์ค เรสซิเดนเซส) คือโครงการคอนโดแห่งแรกในย่านนี้ ที่พร้อมจะสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้กับบริเวณห้าแยกลาดพร้าว ด้วยการมอบประสบการณ์การใช้ชีวิตอันหรูหรา ท่ามกลางวิวสวนที่สวยที่สุดในแบบที่ไม่สามารถหาได้จากโครงการอื่นโดยรอบ The Crest Park Residences ถูกพัฒนาภายใต้บริษัท เอสซี เอ็นเอ็นอาร์ วัน จำกัด (SC NNRCo.,Ltd.) บริษัทร่วมทุนระหว่าง SC Asset กับ Nishitetsu Group ยักษ์ใหญ่ด้านอสังหาฯ และคมนาคมแห่งภูมิภาคคิวชู ประเทศญี่ปุ่น  ด้วยมูลค่าโครงการราว 3,400 ล้านบาท

 

โครงการ The Crest Park Residences คือโครงการคอนโด Luxury โครงการล่าสุดที่มาปักหมุดอยู่บริเวณห้าแยกลาดพร้าว ห่างจาก MRT สถานีพหลโยธินเพียง 80 เมตร ซึ่งสามารถเชื่อมต่อไปยัง BTS สถานีห้าแยกลาดพร้าว ผ่าน Skywalk ที่อยู่ห่างออกไปเพียง 20 เมตรได้ การกลับมาในครั้งนี้โครงการมีการออกแบบงานดีไซน์ให้มีความทันสมัย และนำเอาธรรมชาติเข้ามาสอดแทรกไว้ในตัวโครงการให้ได้มากที่สุด โดยมีไฮไลท์เป็นโถง Atrium เปิดโล่ง พร้อมแมกไม้นานาพรรณในรูปแบบ Floating Oasis สูงจากชั้น 4 ถึงชั้นดาดฟ้า ที่พร้อมเชื่อมความเป็นธรรมชาติในตัวโครงการให้เป็นหนึ่งเดียวกับบริบทของสวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม

 

เพิ่มความ Exclusivity ให้กับผู้พักอาศัยด้วยจำนวนยูนิตเพียงแค่ 420 ยูนิต พร้อมที่จอดรถ 235 คัน (เป็นแบบ Automatic 230 คัน) แบ่งประเภทของยูนิตออกเป็น 1 ห้องนอน ขนาด 31 – 41 ตรม. 1 ห้องนอนพลัส ขนาด 47 – 50 ตรม. 2 ห้องนอนขนาด 73 ตรม. และ Loft ขนาด 31 – 73 ตรม. โดยที่ทุกยูนิตเป็นห้องแบบหน้ากว้าง ความแตกต่างที่หาไม่ได้จากโครงการอื่นในย่านนี้ก็คือ การออกแบบ Floor Plan ของทุกชั้นเพื่อให้ทุกห้องเป็นห้องที่ดีพอๆกันหมด ภายใต้องค์ประกอบสำคัญที่เป็น Signature Design 4 อย่างคือ Single Loaded Corridor เพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัว, Floating Oasis บริเวณ Façade อาคารฝั่งโถงลิฟท์ ที่ช่วยเพิ่มสุนทรียภาพในการอยู่อาศัยท่ามกลางธรรมชาติได้ดีมากๆ ทั้งยังดูโดดเด่นเมื่อมองจากภายนอก, No ‘Bad’ Units ซึ่งเป็นการออกแบบให้ไม่มียูนิตไหนที่มีประตูเข้าออกเป็นทางสามแพร่ง ไม่มีห้องตรงข้ามกัน ไม่มีห้องติดห้องขยะ และ Mailbox on Own Floor ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับลูกบ้านโดยที่ไม่ต้องลงไปรับจดหมายที่บริเวณ Lobby เหมือนกับโครงการอื่นๆ

 

อ่านบทความรีวิวต่อได้ที่นี่ https://bit.ly/3mBnn4o

 

พบกันใหม่ปีหน้า 2022 ครับ Happy New Year ขอให้ปีหน้านี้เป็นปีที่ดีสำหรับทุกคน และมีโครงการดีๆเปิดใหม่เยอะๆกว่าปี 2021 สัก 5 เท่าตัวครับ

เกริก บุณยโยธิน

ผู้ก่อตั้งเวปไซต์แบ่งปันความรู้ด้านการตลาด และการสร้างแบรนด์ในวงการอสังหาฯ พร็อพฮอลิค ดอทคอม..หลังจากที่ใช้เวลามากกว่า 10 ปี ในการวนเวียน เข้าๆออกๆ ในสายงานด้านการตลาด และวางแผนกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ ของบริษัทอสังหาฯ และเอเยนซีโฆษณาชั้นนำหลายแห่ง (โดยที่ไม่รู้ว่าทำไมต้องจับสลากเจอลูกค้าสายอสังหาฯทุกที)...จนถูกครอบงำโดยจิตใต้สำนึก ให้ถีบตัวเองออกจากกรอบการทำงานแบบเดิมๆ เพื่อออกมาจุดประกายความคิดที่ถูกต้อง และนำเสนอมุมมองใหม่ๆ ให้กับกลุ่มคนที่สนใจในธุรกิจอสังหาฯ

เว็บไซต์

นิว โนเบิล คูคต สเตชั่น

เดอะ รีเซิร์ฟ สาทร

ศุภาลัย ไลท์ ท่าพระ - วงเวียนใหญ่

ย่านฝั่งธนฯ นับว่าเป็นย่านชุมชนเก่าแก่ที่เปี่ยมไปด้ว...

19 April, 2022

เดอะ ทรี พัฒนาการ – เอกมัย

นอกจากทำเลดีงามติดถนนใหญ่แล้ว อีกเหตุผลที่ทำให้ลูกบ้...

23 March, 2022

แลนด์มาร์ค แอท เกษตรศาสตร์ ทุ่งสองห้อง สเตชั่น

ทุ่งสองห้องเป็นทำเลรถไฟฟ้าเกิดใหม่ อาจจะยังไม่ค่อยคุ...

22 March, 2022

เดอะ เนสท์ สุขุมวิท 71

ซอยสุขุมวิท 71 หรือซอยปรีดี พนมยงค์ คือส่วนหนึ่งของย...

21 March, 2022