PROPHOLIC’s Best of 2020 แม้มีโครงการน้อย แต่ก็ล้วนเป็นความทรงจำที่ดี

เกริก บุณยโยธิน 30 December, 2020 at 19.38 pm

ผมเชื่อว่าใครหลายๆคน รวมถึงผมเองก็คงอยากจะบอกว่าปี 2020 ที่กำลังจะผ่านพ้นไปนี้เป็นปีที่ไม่มีอะไรอันน่าจดจำ ไม่มีอะไรดีพอที่สร้างจะความประทับใจอะไรให้เราในชีวิตเลย โดยเฉพาะในแง่มุมของวงการอสังหาฯบ้านเรา จากเดิมปี 2019 ก็ว่าแย่แล้ว พอมาเจอปีนี้เข้าไปจากความหวัง ความฝันที่จะทำอะไรหลายๆอย่างก็พลันดับวูบไป เรียกได้ว่าถ้ารอดมาได้ก็สะบักสะบอมกันไปถ้วนหน้าเลยทีเดียว…ซึ่งเราในฐานะ Real Estate Publisher ที่ในแต่ละปีต้องเดินทางไปส่อง ไปรีวิวโครงการไม่น้อยกว่าปีละ 200 โครงการ แต่มาปีนี้กลับกลายเป็นว่ามีโครงการให้เราไปเดินส่องดู ทั้งเปิดใหม่และสร้างเสร็จไม่ถึง 100 โครงการเลย แต่ถึงอย่างไรก็ตามในมุมมองของผม โครงการพร้อมอยู่ รวมถึงโครงการเปิดใหม่ที่เปิดตัวในปี 2020 นับว่าเป็นโครงการที่ “มีของ” อยู่ทุกแห่งครับ เพราะเขาเหล่านั้นล้วนแน่ใจ มั่นใจว่าเปิดมาแล้วจะไม่แป๊ก ยังไงของดี มีจุดเด่น ราคาได้ ก็ย่อมมีคนจับจองซื้อหา เพราะสินค้าทุกสินค้าในโลกนี้มนุษย์เราใช้อารมณ์ในการตัดสินใจซื้ออยู่เหนือเหตุผลทั้งนั้นแหละครับ ดังคำกล่าวที่ว่า ความต้องการของมนุษย์ไม่มีวันสิ้นสุด ต่างจากความจำเป็นที่หากเมื่อเราได้ครอบครองแล้วก็จบไป

 

เวปพร็อพฮอลิคเราไม่ได้มีผู้อุปถัมภ์ หรือมีทรัพยากรมากมายในการลงทุนเพื่อจัดงานมอบรางวัลให้กับเหล่าโครงการน้อยใหญ่ต่างๆ ดังเช่น Publisher รายใหญ่อื่นๆครับ แต่อย่างน้อยเราก็เชื่อว่ามุมมองบางอย่างของเราน่าจะตรงกับความเป็นจริง และตรงกับใจของกลุ่มลูกค้าที่ตัดสินใจเป็นเจ้าของโครงการนั้นไม่มากก็น้อย ดังนั้นในวาระโอกาสนี้ เราจึงขอนำเสนอบทความ PROPHOLIC’ Best of 2020 ซึ่งผมจะขอเรียกว่าเป็น คำชื่นชม” ให้กับโครงการต่างๆที่ผมมองว่าเป็นโครงการที่มี Point of Different ที่ดีมากๆในสายตาของผมในรอบปีนี้มาให้ละกันครับ…มาเริ่มกันเลยว่ามีอะไรบ้าง

 

1. ทาวน์โฮมที่ให้คุณชมสวน และท้องฟ้าได้แม้อยู่ในห้องนอน: บ้านภูริปุรี คอร์ทยาร์ด – พัฒนาการ

ถ้าพูดถึงโครงการทาวน์โฮม หลายๆ คนคงจะนึกภาพถึงอาคารสูง 2-3 ชั้น ที่แม้จะมีพื้นที่ใช้สอยภายในตัวบ้านที่ค่อนข้างมาก แต่หลายๆ โครงการก็ยังมีข้อจำกัดในเรื่องของขนาดที่ดิน การจัดวาง Space หรือจำนวนห้องนอน – ห้องน้ำให้สัมพันธ์กับการใช้งานกับทุกคนในบ้าน การขาดพื้นที่ใช้งานเอนกประสงค์แบบ Semi – Outdoor  หรือพื้นที่ Open Space ขนาดใหญ่ รวมถึงผู้อยู่อาศัยส่วนใหญ่ก็มักเลือกที่จะเอาพื้นที่บริเวณสวนหลังบ้านออก เพื่อที่จะต่อเติมเป็นห้องครัว หรือห้องซักรีดแบบใช้งานได้จริงจังมากกว่า ทำให้การอยู่ท่ามกลางธรรมชาติแมกไม้ดูจะเป็นเรื่องที่ทำได้ยากในปัจจุบันได้มีผู้พัฒนาโครงการทาวน์โฮมหลายรายที่ได้มองเห็น Pain Point ของปัญหาดังกล่าว และได้นำนวัตกรรมการออกแบบใหม่ๆ มาใช้ในการสร้างโครงการ เพื่อยกระดับของการอยู่อาศัยแบบทาวน์โฮมให้พัฒนาไปอีกขั้น บ้านภูริปุรี คอร์ทยาร์ด – พัฒนาการ (Baan Puripuri Courtyard – Pattanakarn) คือโครงการที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ในเรื่องดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรมมากที่สุด

 

จุดเด่นที่ชัดเจนของโครงการนี้ และเป็น Extra Benefit ที่แตกต่างจากโครงการทาวน์โฮมที่อื่นๆ ก็จะเป็นออกเป็น 1. การจัดวาง Space ให้ทุกๆ บริเวณของบ้านได้สัมผัสพื้นที่เปิดโล่ง และมีปฏิสัมพันธ์ต่อเนื่องถึงกันได้สะดวก ไม่ว่าจะเป็นส่วนของห้อง Living, Private Courtyard, ห้องนอน แม้กระทั่งห้องครัว 2. เป็นทาวน์โฮมแห่งเดียวที่นำธรรมชาติเข้าสู่ตัวบ้านได้มากที่สุด ทั้งแสงแดด สายลม ต้นไม้ โดยที่ไม่ลดทอนพื้นที่ใช้สอย 3. ห้องแต่ละห้องได้วิวที่ค่อนข้างพิเศษไม่เหมือนทาวน์โฮมทั่วไปที่อยู่ห้องรับแขกได้วิวหลังคารถ อยู่ห้องนอนได้วิวตรงข้ามบ้าน อยู่ห้องครัวได้วิวกำแพง และ 4. จอดรถได้มากถึง 4 คัน

 

อ่านบทความรีวิวต่อได้ที่นี่ https://bit.ly/3rI5nWS

 

2. คอนโดที่มีพื้นที่ส่วนกลางน่าใช้งาน สำหรับทุกชีวิตในครอบครัวมากที่สุด: Maru Ladprao 15

สิ่งที่โดดเด่นมากที่สุดของ Maru Ladprao 15 ที่หลายคนบอกเป็นเสียงเดียวกันก็คือ การมีพื้นที่ส่วนกลางอันเป็นเลิศ (Excellence Facilities) เป็นคอนโดที่แม้จะมียูนิตน้อยเป็นส่วนตัวสูงแค่สามร้อยกว่ายูนิต แต่กลับมีพื้นที่ส่วนกลางที่ออกแบบให้ทุกโซนใช้งานได้จริงและแตกต่างหลากหลายตอบโจทย์คนทุกวัยทุกไลฟ์สไตล์ไม่ว่าจะทำงาน นั่ง นอน ออกกำลังกาย ร้องเพลง กิน เล่น ดูหนัง พาน้องหมาไปเดินชิลล์เพราะที่นี่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ได้ตามเงื่อนไขของโครงการ มี Dog Park ให้โดยเฉพาะครบสุดยอดแห่งพื้นที่ส่วนกลางครับ

 

เริ่มตั้งแต่ที่ชั้น 1 ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ Outdoor ได้แก่ สวนด้านหลังโครงการ (Verdure Forest) เป็นสวนมีที่นั่งพัก ทางเดิน ที่สำหรับกระโดดเล่นสำหรับเด็ก ซึ่งโซนนี้เป็น Dog Park ในตัว , มีที่สูบลมล้อจักรยาน (Bicycle Parking Rack) พื้นที่อาบน้ำสุนัขและล้างรถมอเตอร์ไซค์ (Bark & Bike Wash) ส่วนพื้นที่ภายในร่มมี Lobby มีโต๊ะพนักงานต้อนรับ ที่นั่งพักคอย , Mailbox , Smart Storage ของ 24Box และมี Co-Living Space  เป็นพื้นที่นั่งทำงานที่มองออกไปเป็นสวน สีเขียวสบายตา และเดินบันไดวนเชื่อมต่อมาที่ชั้น 2 มี Hotspot Conference Room ห้องประชุม ห้องทำงาน

กระโดดไปที่ชั้น 7 มีสวนหย่อมวิวเมือง (Wisdom Forest)

ส่วนที่ชั้น 10,15,20 ที่สามชั้นนี้จะมี Pocket Terrace แทรกตัวอยู่ให้อารมณ์ความเป็นส่วนตัว

และชั้น main facility floor อยู่ที่ชั้น 24 รวม Facility ไฮไลท์ ได้แก่ Fitness Room ห้องออกกำลังกายและห้องโยคะ มีสระว่ายน้ำวิวเมืองขนาด half-Olympic พร้อมกับสระเด็กและ warm water pool สระน้ำอุ่นที่ทำอุณหภูมิได้ถึง 38องศา เพื่อความผ่อนคลาย และมีพื้นที่ห้องสำหรับทำอาหารที่ Co-creation Space

 

ชั้นดาดฟ้า Rooftop มีพื้นที่เพื่อการผ่อนคลายหลากหลาย ได้แก่ Music Box เป็นห้องร้องคาราโอเกะมีไมโครโฟน ลำโพงพร้อม และมีเครื่องเสียงสำหรับเล่นดนตรี ร้องเพลง สังสรรค์ได้เต็มที่อย่างเป็นส่วนตัว ส่วนพื้นที่ภายนอกมี Relax Forest พร้อมกับโซนปิ้งย่าง BBQ Sunken Terrace มีอ่างล้างจาน ถัดมาเป็นมีอัฒจันทร์นั่งชมหนังแบบ Outdoor Theatre และมีโซน Outdoor Pool Table เล่นเกมอย่างสนุกสนานกับเพื่อนฝูง และตบท้ายด้วยพื้นที่ชมวิวเมือง Stargazing Deck อันเป็นส่วนตัว

 

เรียกได้ว่ามีพื้นที่ส่วนกลางหลากหลาย ครบถ้วน ให้ใช้ได้อย่างเต็มอิ่ม เพียงอยู่แค่ใน Maru Ladprao 15 ก็ไม่ต้องออกไปไหนเลยก็ได้ครับ

 

อ่านบทความรีวิวต่อได้ที่นี่ https://bit.ly/35MftwB

 

 

3. คอนโดที่รายล้อมด้วยฮวงจุ้ยที่ดี ล้ำลึกด้วยปรัชญาตะวันออก ราคาไม่เว่อร์: Supalai Oriental Sukhumvit 39

เพราะเน้นเรื่องฮวงจุ้ย เราจึงเห็นการออกแบบ ที่เน้นคุณภาพของการอยู่อาศัยในแบบหนาแน่นน้อย ด้วยการจัดวางอาคารเพียง 4 อาคารที่พักอาศัย และ 1 อาคารจอดรถ บนเนื้อที่กว่า 10-1-29 ไร่ โดยอาคารประกอบด้วยอาคารสูง 25 ชั้น 2 อาคาร คือ Tower A และ Tower B ตั้งอยู่ด้านหน้าโครงการ และอาคารสูง 35 ชั้น 2 อาคาร คือ Tower C ตั้งอยู่ตรงกลางโครงการฯ และ Tower D ตั้งอยู่ด้านหลังสุด และอาคารจอดรถสูง 9 ชั้นแยก 1 อาคาร อาคารทั้งหมดมีดีไซน์ ฟังก์ชั่นที่แตกต่างกัน เพื่อคุณภาพของการอยู่อาศัย และทั้งโครงการฯมีเพียง 1,046 ยูนิต และร้านค้า 8 ยูนิต ซึ่งถือว่ายูนิตน้อยเมื่อเทียบกับขนาดที่ดิน และโครงการอื่นรอบๆ และทุกอาคาร ถูกจัดวางให้มีพื้นที่โล่งล้อมรอบ ทั้งที่เป็นถนนภายในโครงการฯ และสวนภายในโครงการฯที่มีมากกว่า 3 ไร่ ให้ทุกยูนิตใกล้ชิดธรรมชาติ เพื่อลดความหนาแน่นและสร้างพื้นที่ที่อยู่อาศัยที่สงบใจกลางเมือง

 

สำหรับคนที่ชอบห้องใหญ่ๆ น่าจะชอบที่นี่มาก เพราะลำพังแค่ห้อง 1 – 2 ก็ว่าใหญ่แล้วถ้าเทียบกับโครงการรอบข้าง แต่ที่นี่จัดห้อง 3 ห้องนอนขนาด 144 – 180 ตรม. และห้อง Penthouse 4 ห้องนอน พื้นที่ใหญ่สุดๆ ถึง 355 ตร.ม. มาให้อย่างจุใจ และที่สำคัญมีราคาต่อยูนิตถูกกว่าห้อง Penthouse ที่อื่นๆ ตอบโจทย์การอยู่อาศัยในย่านสุขุมวิท ที่ความต้องการในการอยู่อาศัยเป็นครอบครัว ดังจะเห็นได้จากห้องเช่า หรือคอนโดที่เน้นหนักไปทางห้องขนาดใหญ่ 2-4 ห้องนอน ที่พบได้เยอะในอพาร์ทเมนท์ย่านสุขุมวิทตอนกลาง โดยเฉพาะบนถนนสุขุมวิท 39…ที่นี่มีความแตกต่างมากกว่าโครงการอื่นๆ ใน Mid Sukhumvit ที่มักจะมีแต่โครงการคอนโดที่มีพื้นที่โครงการไม่ใหญ่มาก จะหาคอนโด High Rise ใหม่ ตร.ม. ละแสนนิดๆ ห้องใหญ่ที่อยู่ในซอยสุขุมวิท 39 พร้อมที่จอดรถ 100% คงหาไม่ได้แถวนี้อีกแล้ว เมื่อรวมกับเหตุผลทั้ง 12 ข้อที่ได้กล่าวไปแล้ว หลายๆคนก็คงจะได้ข้อสรุปในใจแล้วว่า Supalai Oriental Sukhumvit 39 น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคอนโดแบรนด์เนมราคาประหยัดในย่านสุขุมวิทตอนกลาง ที่ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของได้ไม่ยากครับ

 

อ่านรีวิวต่อได้ที่นี่ครับ https://bit.ly/37Z0d0L

 

4. Super Luxury Condo ติดรถไฟฟ้าทองหล่อ ที่มีห้องออนเซ็น Best in Class ที่สุด: The ESSE Sukhumvit 36

เนื่องจากทาง สิงห์ เอสเตท ก็น่าจะรู้ดีกว่า ตลาดคอนโด Super Luxury บนทองหล่อตอนนี้เต็มไปด้วยคู่แข่งหลายโครงการ ซึ่งเกือบทั้งหมดเน้นการพัฒนาห้องที่มีขนาดใหญ่ให้สมกับฐานะของผู้ซื้อ แต่ในทางกลับกันผู้ซื้อของระดับ Super Luxury จำนวนไม่น้อยก็เกิดความรู้สึกที่ว่าไม่รู้จะซื้อไปทำไมเพราะมีบ้านหลังใหญ่ หรือห้องเพ้นท์เฮ้าส์อยู่แล้วหลายหลัง ซื้อแค่มาพักเป็นบางคราวเท่านั้น บางทีการเติม Option ห้องเริ่มต้นที่มีขนาด 38.5 ตรม.ก็อาจจะเข้ามาตอบโจทย์กลุ่มผู้ซื้อหน้าใหม่ รวมถึงกลุ่มลูกค้าของ Hongkong Land ในฮ่องกงเองที่อยากจะหาซื้อคอนโดที่ถูกพัฒนาโดย Hongkong Land แต่ไม่สามารถหาซื้อได้ที่ฮ่องกง เนื่องจากราคาที่สูงเกินกว่าจะรับได้ก็เป็นได้ อีกทั้งฮ่องกงกับกรุงเทพฯก็อยู่ใกล้กันเพียงแค่นิดเดียว ผมมองว่าน่าจะมี Potential ในการขายที่ดีกว่าการไปจับมือกันพัฒนากับดีเวลลอเปอร์จากญี่ปุ่น ประเทศซึ่งคนส่วนใหญ่นิยมการเช่าอสังหาฯมากกว่าการซื้อด้วยซ้ำไป

 

สำหรับพื้นที่ส่วนกลางแน่นอนว่าที่สร้างความว้าวมากที่สุดในสายตาใครหลายๆคนก็คือห้องออนเซ็น ที่น่าจะใหญ่มากที่สุดในบรรดาทุกคอนโดในย่านทองหล่อ แยกห้องชาย – หญิง ห้องละ 2 บ่อที่มีความต่างของอุณหภูมิ 42 องศาและ 38 องศา มีขนาดประมาณห้องละ 230 ตรม. เช่นเดียวกับ Sky Lounge วิวสุดสะพรึง ทั้ง In Door และ Semi – Outdoor บนชั้น 41 ที่ผมกะดูด้วยสายตาแล้ว มันสูงกว่าชั้น 41 ที่โครงการอื่นๆมากเลยอ่ะครับ

 

อ่านรีวิวต่อที่นี่ครับ https://bit.ly/32A5FnH

 

5. ทาวน์โฮมหนึ่งเดียวที่มีบ้าน 2.5 ชั้น พร้อมโถง Living แบบ Duplex สูง 5.2 เมตร: Pruksa Ville พหลโยธิน – รามอินทรา

แบบบ้าน Emperor สูง 2.5 ชั้น บ้านหน้ากว้าง 5.5 เมตร แต่ได้พื้นที่ Living เป็น Double Volume สูงถึง 5.2 เมตร ซึ่งนับว่าเป็นแห่งเดียวในตลาดที่ทำแบบนี้ เพราะหากขึ้นชื่อว่าเป็นโถง Living แบบ Double Volume ก็จะมักจะเป็นบ้านขนาด 3.5 ชั้นหมด โดยมีราคาที่แพงกว่า 7 ล้านบาทขึ้นไป

 

นอกจากนี้โครงการยังเน้นฟังก์ชั่นการอยู่อาศัยแบบ Multi-Generation โดยมีห้องนอนผู้สูงอาศัยอยู่ที่ชั้น 1 และโครงการยังใกล้กับรถไฟฟ้าสายสีเขียวสถานีสายหยุดมากกว่าโครงการคู่แข่งโดยรอบที่อยู่ในเส้นวัชรพล และสุขาภิบาล 5 พร้อมทั้งเดินทางเข้าเมืองสะดวกด้วยจุดขึ้น-ลงทางด่วน รามอินทรา-อาจณรงค์

อ่านรีวิวต่อได้ที่นี่ครับ https://bit.ly/34FrVxn

 

6. Active คอนโดรูปทรงภูเขา ที่มีพื้นที่ส่วนกลางน่าออกกำลังมากที่สุด: Ideo Mobi Sukhumvit Eastpoint

Ideo Mobi Sukhumvit Eastpoint คือคอนโด High-rise ยิ่งใหญ่อลังการ ออกแบบจำลองบรรยากาศของภูเขาหน้าผาหุบเหว ถ้ำและ form ต่างๆ ที่มีในธรรมชาติสอดแทรกไว้ทุกอณูของดีไซน์และ Facility ตั้งอยู่บนที่ดินหน้ากว้างเกือบ 200 เมตร จึงโดดเด่นกว่าโครงการอื่นๆ แบ่งออกเป็น 2 Tower ตึกแรก A 520 ยูนิตและ B 642 ยูนิต มีสระว่ายน้ำเชื่อมต่อทั้งสองอาคาร ความยาวกว่า 60 เมตร มี Jacuzzi และมี Hidden Cave แทรกตัวอยู่ ไฮไลท์สำหรับสายเซลฟี่ต้องเชิญที่ Cave Garden Walk เป็นบันไดเดินจากชั้น G มาสู่ชั้น 5 จำลองจากโถงถ้ำลึกในหุบเขาเร้นลับ

 

ห้องพักอาศัยเป็นห้องแบบ Spanning Design ห้องหน้ากว้างเริ่มตั้งแต่ 5.2 เมตรไปจนถึงกว้าง 10.2 เมตร เป็นรูปแบบที่แตกต่างจากคอนโดอื่นๆ ในย่านเดียวกัน | ยูนิตที่แนะนำจะเป็น 1 Bedroom 36 ตารางเมตรเพราะมีหน้ากว้าง 7.6 เมตร มีอ่างอาบน้ำ และพื้นที่ walk-in closet ได้ห้องนั่งเล่นกว้างและระเบียงลดเป็น yard เพื่อเพิ่มพื้นที่ภายในห้องนั่งเล่นให้ใหญ่ขึ้น

 

อ่านรีวิวต่อได้ที่นี่ครับ https://bit.ly/3kRZxyh

 

7. คอนโดหรูที่เป็น The New Iconic แห่งแรก และแห่งสุดท้าย บนหัวมุมสี่แยกพระรามเก้า: ASHTON Asoke – Rama 9

ซึ่งแน่นอนว่าในการพัฒนาโครงการที่พักอาศัย บนทำเลที่เป็น Blue Chip Location แบบนี้ ดีเวลลอปเปอร์ทุกรายย่อมมี dilemma อยู่ในใจครับว่า ที่ดินที่ค่อนข้างหายาก ทรงคุณค่า อยู่บนหัวมุม Super Prime Area แบบนี้ จะให้พัฒนาโครงการที่มีราคาถูกไปเลย ก็คงทำให้ถูกกว่าโครงการรอบข้างไม่ได้ ดังนั้นทางออกจึงมีอยู่ 2 Choices ด้วยกันคือ จะเลือกพัฒนาแบบ Economy of Scale ทำคอนโดหน้าตาธรรมดา ยูนิตเยอะหน่อย ไม่มีส่วนกลาง ฟังก์ชั่นอะไรที่มันดูล้ำๆ ขายในราคาที่แพงกว่าชาวบ้านสัก 20% ก็พอแล้ว หรือจะเลือกพัฒนาโครงการที่ดูแหวกแนวจากอาคารข้างเคียง มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่เหมือนกัน เป็น Iconic Building ให้สมกับทำเลที่ได้มา วาง Positioning ให้ฉีกออกจากตำแหน่งของทุกคู่แข่ง แล้วขายในราคาที่สูงที่สุดของย่านนี้เลย เพราะยังไงการซื้อคอนโดของกลุ่มผู้มีกำลังซื้อสูงในสมัยนี้ก็มักที่จะเลือกซื้อโครงการที่ match กับภาพลักษณ์ taste ของตัวเองอยู่แล้ว ที่สำคัญก็คือในย่านพระรามเก้าเอง ยังไม่มีโครงการคอนโดอะไรเลยที่สะท้อนภาพลักษณ์ของความหรูหรา มีดีไซน์ที่โดดเด่น แปลกตากว่าใคร เหมาะมากสำหรับบรรดาเหล่าเซเลป คนดังที่ชื่นชอบการถ่ายรูป หรือพาเพื่อนๆมาปาร์ตี้อัพโหลดรูปสวยๆกันบนสระแบบ Double Panoramic Pool ที่ยื่นออกจากตัวอาคาร 6 เมตร ให้ทุกคนในโลกอิจฉาเล่นๆ…เมื่อทางเลือกมาจบลงที่ข้อ 2 ดังนั้นเราจึงได้เห็นแบรนด์ระดับ Top of Hierarchy ของอนันดาอย่าง ASHTON มาลงที่หัวมุมสี่แยกพระรามเก้าแบบนี้ครับ

อ่านรีวิวต่อที่นี่ครับ https://bit.ly/34tml04

8. คอนโดดีไซน์สวย ราคาโดนใจ ซื้อขายง่าย เช่าสบาย: Ikon Udomsuk

การเปิดตัวของคอนโดมิเนียมแบรนด์ Ikon Udomsuk ถือว่าเป็นอีกโครงการที่ดังปังและมีกระแสมากสำหรับกลุ่มผู้ติดตามซื้อคอนโดมิเนียมในช่วงปี 2020 เพราะด้วยหลายๆ เหตุผลที่ทำให้ประสบความสำเร็จในก้าวแรกที่เปิด Pre-sale ไม่ว่าจะเป็นการเปิดตัวด้วยราคาโดนใจต่ำล้านบาท (แม้ตัวเลขต่ำล้านจะเป็นเพียงแค่เหตุผลทางการตลาดก็ตาม) แต่ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรที่ก็ถูกจริง และมีดีไซน์ดูหรูหราแพงเกินราคา และยังแถมฟรีในหลายสิ่งที่ไม่เคยคิดว่าจะได้จากการซื้อคอนโด เช่น ฟรีน้ำดื่ม ฟรีเน็ต ฟรีค่าโทร

 

เหตุผลทั้งหมดทั้งมวลนี้ส่งผลให้เกิดความรู้สึกนึกคิดว่ามันคุ้มค่าที่จะควักเงินจ่ายและได้ใจลูกค้าไปอย่างง่ายดายนั่นเอง เน้นย้ำถึงจุดเด่นที่ตอบโจทย์การกินอยู่อาศัยอย่างคุ้มค่า ทั้งราคาขาย ราคาที่นักลงทุนจะซื้อปล่อยเช่า ได้ Yield ดี และยังออกแบบไปถึงค่าใช้จ่ายรายเดือนลดลงให้กับผู้พักอาศัยในระยะยาวอีกด้วย

 

อ่านรีวิวต่อที่นี่ครับ https://bit.ly/33YZlHv

 

9. บ้านเดี่ยว 100 ลบ. ทำเลเยี่ยม หนึ่งเดียวติด The Nine พระราม 9: Quaritz Rama 9

“อัญมณีหายากอันล้ำค่า ที่คู่ควรต่อการส่งมอบเป็นมรดกประจำตระกูล” คือคำจำกัดความที่น่าจะชัดเจนมากที่สุดสำหรับโครงการQUARITZ RAMA 9 โครงการที่ทางผู้พัฒนาตั้งใจที่จะตั้งชื่อให้สื่อถึงความหมายเฉพาะอย่างแร่ควอตซ์ ที่ถูกนำมาทำเป็นอัญมณีล้ำค่าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และคำว่า RITZ ที่ปัจจุบันกลายเป็นคำแสลงที่สื่อความหมายถึงความหรูหรา ตามแบบฉบับโรงแรม 6 ดาวอย่าง The Ritz Carlton…หลังจากที่ทางทีมงาน MBK Real Estate ใช้เวลาในการศึกษา และพัฒนามายาวนานเกือบ 10 ปี โครงการ Ultra Luxury Single House แห่งนี้ ก็สร้างเสร็จสมบูรณ์ พร้อมที่ก้าวขึ้นมาสร้างมาตรฐานใหม่อีกครั้งให้กับตลาดบ้านระดับ Ultra Luxury ติดถนนใหญ่ใจกลางพระราม 9 จริงๆ ด้วยองค์ประกอบอันสมบูรณ์แบบ ที่คู่ควรกับการตั้งราคาขายในระดับนี้ ไม่ว่าจะเป็น Concept การออกแบบที่โดดเด่น หาได้ยาก อย่าง Gated Community แนวคิดของพื้นที่รั้วรอบขอบชิด เป็นรูปแบบบ้านปิดทึบ โดยการนำจุดเด่นของการอยู่ในอาศัยภายในบ้าน กับจุดเด่นของการอยู่อาศัยในอาคารชุดพักอาศัย มารวมกัน เป็น Penthouse on ground ซึ่งมอบความแตกต่างที่ชัดเจนจากบ้าน Ultra Luxury โครงการอื่นๆ ที่เน้นพื้นที่นอกบ้าน ส่วนกลาง และหน้าบ้านใหญ่ๆ การสร้างอัตลักษณ์ที่ชัดเจนให้กับตัวบ้าน เพื่อสะท้อนตัวตนของผู้พักอาศัยได้ชัดเจนที่สุด ผ่านการออกแบบบ้านมาให้ถึง 3 Types บนพื้นที่ดินทั้งโครงการที่ไม่ถึง 2 ไร่ ซึ่งนับว่าเป็นโครงการเดียวที่ทุ่มทุน เอาใจคนซื้อมากขนาดนี้ หากเป็นที่อื่นเราก็คงจะได้เห็นบ้านเพียงแค่แบบเดียว, การเลือกใช้วัสดุ จัดวาง Space ที่ช่วยทำลายข้อจำกัดของการเป็นโครงการบ้านติดถนนใหญ่ ติดทางด่วน ติดห้าง ที่มักจะต้องประสบปัญหาด้านฝุ่นและเสียงอยู่เสมอๆ และสุดท้ายคือที่ตั้งโครงการที่อยู่ติดห้างในแบบที่สามารถเดินทะลุออกประตูข้างเข้าไปที่เสรี มาร์เก็ต ตลาดสดพร้อมฟู้ดคอร์ท ที่ได้รับการยอมรับจากหลายคนว่านี่คือตลาดสดแบบ Hybrid ที่ดีที่สุดของเมืองไทย โดยที่ดินตรงนี้ยังเป็นที่ดินบนหมู่บ้านเสรี ซึ่งในปัจจุบันไม่สามารถหาที่เปล่าๆได้ขนาดนี้อีกแล้ว โดยราคาขายที่ดินของย่านนี้ในปัจจุบันก็อยู่ที่ราวๆตารางวาละ 250,000 – 400,000 บาท แล้วแต่ทำเลที่ตั้ง …เพียงแค่นี้ก็พอจะเห็นแล้วว่า QUARITZ RAMA 9 นั้นเป็นของหายากในตลาดมากแค่ไหน

 

อ่านรีวิวต่อที่นี่ครับ https://bit.ly/2RZHWYl

 

10. สุดยอดแบรนด์คอนโดมหาชน ขวัญใจวัยรุ่นและต่างชาติ: Nue Noble Ratchada-Lat Phrao

NUE ย่อมาจาก New Urban Epicenter คือเป็นแบรนด์คอนโดมิเนียมจาก Noble ที่กำหนดนิยามสะท้อนถึงจุดแข็งในเรื่องของทำเลที่กำลังเติบโตและน่าสนใจในอนาคตอันใกล้โดยเกาะไปตามแนวรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายทั่วกรุงเทพฯ  และปริมณฑล Nue เป็นแบรนด์ที่เลือกสร้างสรรค์คอนโดมิเนียมระดับพรีเมียมและทาง Noble ก็เปิดขายในราคาที่ถูกใจคนซื้ออยู่เองและสามารถทำกำไรได้สำหรับนักลงทุน บวกกับงานดีไซน์ Facility ที่จัดเต็มจัดครบสวยงามและใช้สอยได้อย่างคุ้มค่าทุกตารางเมตร ตอบโจทย์ชีวิตคนรุ่นใหม่ที่รู้จักเลือกของเป็น ซึ่งถ้าจะนับจริงๆแล้ว Nue Noble Ratchada-Lat Phrao นี่คือคอนโดมิเนียมทำเลดีแบบ “On Station” ที่มีราคาต่อตารางเมตรถูกที่สุดในบริเวณกรุงเทพชั้นในได้เลยครับ

 

อ่านรีวิวต่อที่นี่ครับ https://bit.ly/2D7ToNB

 

11. คอนโดตารางเมตรละเกินสองแสนห้าที่คนแย่งกันโอนมากที่สุด: CELES Asoke

ท่ามกลางกระแสการแข่งขันกันพัฒนาโครงการคอนโดสูงหลายแห่งในกรุงเทพฯ ปฎิเสธไม่ได้ว่าคีย์เวิร์ดของคำว่า Luxury นั้นถูกหยิบยกมาใช้กันอย่างแพร่หลาย โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อที่จะดึงดูดกลุ่มผู้ซื้อที่มีศักยภาพและสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง จากทั่วทุกมุมโลก ผลลัพธ์ก็คือเราได้เห็นโครงการคอนโดหลายโครงการที่นิยามตัวเองว่าเป็นโครงการระดับ Luxury จนกลุ่มผู้ซื้อหลายคนเริ่มรู้สึกว่าโครงการเหล่านั้น ไม่ได้มีความเป็น Exclusivity และไม่ได้สะท้อนความเป็นปัจเจกนิยมของผู้เป็นเจ้าของได้มากเท่าที่ควร

 

สำหรับตลาดคอนโด Luxury ในกรุงเทพฯ ปัจจัยที่จะช่วยชี้วัดความหรูหรา ก็จะมีทำเลที่ตั้งที่มีความเป็น Super Prime Area ความเป็นส่วนตัว มอบ Space ที่มากกว่า ความประณีตในการก่อสร้าง การคัดสรรวัสดุ ที่หรูหราแต่ทนทาน มีความ Timeless สวยเด่นเสมอ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน มีบริการสุดพิเศษสำหรับไลฟ์สไตล์เหนือระดับที่แตกต่างกันของลูกบ้าน และที่สำคัญมากๆก็คือต้องสามารถถ่ายทอดประสบการณ์ในการอยู่อาศัยที่เป็นเอกลักษณ์อันยากจะหาใครเลียนแบบ เมื่อเอาองค์ประกอบเหล่านี้มารวมกัน ก็จะนำมาซึ่ง Benefit ที่ทุกโครงการ Luxury ที่แท้จริงต้องมีก็คือมูลค่าที่สูงขึ้นตามกาลเวลาครับ…เมื่อนำเอาข้อเท็จจริงนี้มาพิจารณาก็จะพบว่า CELES Asoke เป็นหนึ่งในไม่กี่โครงการ Luxury Condo ในกรุงเทพฯที่มีองค์ประกอบดังกล่าวครบถ้วนสมบูรณ์มากที่สุดในชั่วโมงนี้

อ่านรีวิวต่อที่นี่ครับ https://bit.ly/3kb5oxC

 

12. คอนโดตากอากาศ สูงเสียดฟ้า วิวทะเลทุกยูนิต: AROM WONGAMAT

“A Great brand taps into emotions. Emotions drive most, if not all, of our decisions. A brand reaches out with a powerful connecting experience. It’s an emotional connecting point that transcends the product.” Scott Bedbury, Nike, Starbucks

 

ในการสร้างแบรนด์สำหรับตลาด Luxury โดยเฉพาะในสินค้าประเภท High Involvement Product เรามักจะเรียนรู้มาตลอดว่าแบรนด์ที่ดีย่อมเป็นแบรนด์ที่สามารถถ่ายทอดประสบการณ์ร่วมของแบรนด์ที่มีต่อผู้บริโภค จนเกิดเป็นอารมณ์ที่นำมาซึ่ง Passion ในการถวิลหาเพื่อที่จะได้ครอบครอง…ซึ่งแน่นอนว่าหากใครที่ได้ลองเข้ามาสัมผัสบรรยากาศจริงที่ Sale Gallery ของ AROM Wongamat ก็คงไม่แปลกใจว่าทำไมโครงการนี้ถึงเลือกที่จะใช้ชื่อแบรนด์ว่า “อารมณ์” แทนที่จะเป็นชื่ออื่นๆที่สะท้อนถึงความเป็น International Reputation ของชายหาดพัทยา หรือพัฒนาเป็น Branded Residences เพื่อที่จะขายชาวต่างชาติ หรือกลุ่มนักลงทุน ดังเช่นหลายต่อหลายโครงการคอนโดที่อยู่ในพัทยา คีย์เวิร์ดของคำว่าอารมณ์นั้น ถือว่าเป็น Trigger สำคัญที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อของลูกค้า แน่นอนว่าหากสินค้าหรือโครงการใดที่สามารถถ่ายทอด Emotional Appeal ออกมาผ่านองค์ประกอบต่างๆของแบรนด์ ให้ซึมลึกเข้าไปสู่โสตประสาทของผู้บริโภคได้มากที่สุด ลูกค้าก็จะตัดสินใจซื้อโดยที่ไม่จำเป็นต้องไปเปรียบเทียบหรือหาเหตุผล ตัวเลือกอื่นใดอีก เพราะนี่มันคือเสียงสะท้อนที่ดังก้องอยู่ในใจของผู้ซื้อว่า นี่ล่ะคือตัวฉัน คือของๆฉันที่จะต้องคว้ามาเป็นเจ้าของให้ได้ บางทีการตั้งชื่อโครงการว่าอารมณ์ ก็ส่งผลดีอย่างเหลือเชื่อในการที่จะปลุกเร้าจิตใต้สำนึกของผู้ซื้อให้ลองหลับตาจินตนาการถึงภาพตัวเองยามล่องลอยอยู่บนท้องฟ้า เหนือชายหาดวงศ์อมาตย์ อันเป็นส่วนตัวแห่งนี้ มากกว่า Tangible Benefits ในเชิงตัวเลข หรืออะไรหลายๆอย่าง

 

อ่านรีวิวต่อที่นี่ครับ https://bit.ly/3bbQVyv

 

13. Branded Residence ที่ดูลึกลับ น่าค้นหา และเปี่ยมเสน่ห์ มากที่สุดบนทองหล่อ: KHUN by YOO inspired by Starck

“Luxury comes from exclusivity. Individualism equals exclusivity. So by definition, every time a brand gives room to consumers to express their individualism, it becomes an exclusive, luxurious good.” Bart Suichies…คำพูดดังกล่าวน่าจะเป็นการบ่งบอกถึงนิยามของคำว่า Luxury ในยุคที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่ในตลาดมีแนวโน้มที่จะมองหาประสบการณ์ความหรูหรารูปแบบใหม่ที่จะช่วยเติมเต็มความต้องการในแบบสุดขั้วที่ไม่เหมือนใครของตัวเองในสไตล์ New Luxury ซึ่งแตกต่างจากบริบทเดิมๆของ Old Luxury ที่ความหรูหราจำเป็นต้องมาจากองค์ประกอบทางกายภาพของสินค้า (Attribute) เป็นหลัก

 

แนวคิดของการสร้าง New Luxury Culture ในโลกของแบรนด์นั้น มาจากการเปลี่ยนแปลงทั้งในฟากฝั่งของกลุ่มดีมานท์ในการเลือกใช้ Luxury Product ที่มีมากขึ้นหลายเท่าตัวในแต่ละปี จนทำให้เจ้าของแบรนด์ส่วนใหญ่เบนเข็มมาพัฒนารูปแบบของสินค้าให้มีความหรูหรา ราคาแพง เพื่อสนองตอบความต้องการเหล่านี้ ผลลัพธ์ก็คือเราได้เห็น Impact หลายๆอย่างที่ตามมาในกลุ่มตลาด Luxury ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาสินค้าให้มีความ Mass มากขึ้น จนกลายเป็น Affordable Luxury เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่หลากหลาย…Massification of Luxury คือสิ่งที่เราเห็นมากขึ้นเรื่อยๆในปัจจุบัน มากจนทำให้ผู้บริโภคหลายๆคน (โดยเฉพาะกลุ่ม Gen x – Millennials) เริ่มรู้สึกว่าสินค้า Luxury ที่มีอยู่ในตลาดหลายๆแบรนด์นั้นไม่ได้มีความเป็น Exclusivity, มี Attribute & Benefit ที่คล้ายกันไปหมด, ไม่ได้สะท้อนความเป็นปัจเจกนิยมของผู้เป็นเจ้าของได้มากเท่าที่ควร แตกต่างกับ New Luxury Product ที่ล้วนสร้างมนต์เสน่ห์อันเย้ายวนใจ มอบประสบการณ์อันแปลกใหม่ กับกลุ่มผู้มีกำลังซื้อระดับสูงทั่วโลก จนเกิดเป็นความถวิลหาเพื่อให้ได้ครอบครอง

 

“KHUN by YOO inspired by Starck” คือเรื่องราวของความเป็น New Luxury… เป็นปฐมบทของการสร้างวัฒนธรรม New Luxury ให้เกิดขึ้นในตลาดอสังหาฯของประเทศไทย และยังเป็นคำตอบเดียวของกลุ่มผู้ซื้อ Super Luxury Condo ในชม.นี้ที่ล้วนแล้วแต่เบื่อหน่ายกับกระแสการสร้าง Super Luxury Condo ที่มีอยู่เกลื่อนตลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในย่านไลฟ์สไตล์ชั้นนำอย่างทองหล่อ

 

“ลึกลับ เปี่ยมเสน่ห์ รุ่มรวยรสนิยม” น่าจะเป็นนิยามที่เหมาะสมที่สุดของ KHUN by YOO inspired by Starck คอนโดที่ผมยกย่องว่าเป็นสัญลักษณ์แห่ง New Luxury Culture ที่ไม่ว่าใครก็ตามที่เข้ามาเยี่ยมชม สัมผัสบรรยากาศ ก็ล้วนแต่บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า “นี่แหละคือสิ่งที่ฉันกำลังมองหา แต่ยังหาไม่เจอที่ไหน” ที่นี่คือ 1st Design Branded Residence แห่งแรกของเมืองไทย เช่นเดียวกับการเป็นโครงการแรกภายใต้การออกแบบของ YOO Studio ในประเทศไทย ที่ผสานมนต์เสน่ห์ของงานดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ ไม่เหมือนใครพร้อมพลิกโฉมที่อยู่อาศัยให้กลายเป็น “Rare Item” ที่ควรคู่แก่การแสวงหาและเก็บสะสม

 

นี่คือก้าวแรกในการปักธงรบในตลาด Super Luxury Condo ในกรุงเทพฯ ของแสนสิริ ที่มองว่ากลุ่มตลาดนี้เริ่มถึงจุดที่มาตรฐาน และคุณภาพในการก่อสร้าง รวมถึงงานดีไซน์ไม่ได้เป็น Trigger สำคัญต่อกลุ่มผู้ซื้อที่เป็น Real Demand ในกลุ่มเซกเมนท์ HNWIs เท่าไหร่นัก แตกต่างจาก Design Branded Residence ที่สะท้อนอัตลักษณ์ที่แตกต่างของผู้เป็นเจ้าของได้อย่างมีสไตล์ ตอบสนอง Need ในแบบ Self – Actualization ได้มากที่สุด

 

อ่านรีวิวต่อได้ที่นี่ http://bit.ly/36K6YAw

 

14. คอนโดเปิดใหม่ที่ขายหมดเร็วที่สุดแห่งปี: Supalai Premier Si Phraya-Samyan

ศุภาลัย พรีเมียร์ สี่พระยา-สามย่านเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคนที่มองหาคอนโดมิเนียมให้มอบความคุ้มค่าสูงสุด เพราะนอกจากราคาจะถูกกว่าโครงการรอบข้างแล้ว ยังได้ Space ที่ใหญ่กว่า ได้ที่จอดรถมากกว่า เหมาะทั้งกับคนที่ต้องการอยู่เองจริงๆ ซื้อไว้ปล่อยเช่าก็มีคนอยากเช่าเพราะทำเลดี หรือหากต้องการที่จะขายต่อก็มี gap ให้เล่นระหว่างราคาปัจจุบันกับราคาที่จะสูงขึ้นในอนาคต ทางศุภาลัยตั้งราคาอยู่ในจุดที่สมเหตุสมผลและโดนใจผู้บริโภคมากที่สุดเพราะเปิดขายในราคาตารางเมตรละ 85,000 บาทเท่านั้น ซึ่งถือว่าราคาดีงามมากๆ

 

ทำเลสี่พระยา-พระรามสี่-สามย่านเป็นย่านที่จะถูกพัฒนาไปสู่บริบทใหม่แห่งการเป็น Multi lifestyle District 24 ชั่วโมงจากการร่วมพัฒนาระหว่างจุฬาฯและ TCC และโครงการ mixed use อีกมากมายในย่านพระรามสี่ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต ออกแบบให้แยกอาคารจอดรถออกจากอาคารพักอาศัยเป็นสัดส่วน จำนวนยูนิตต่อชั้นน้อย มีความเป็นส่วนตัว เพดานห้องสูงถึง 2.84 เมตรพร้อมบานกระจกขนาดใหญ่เทียบเท่าคอนโดระดับ high-end ขายแบบ fully-fitted พร้อมชุดครัวคุณภาพเยี่ยม ออกแบบห้องขนาดใหญ่อยู่จริงสบายไม่อึดอัด และมีระบบ Home Automation เปิดปิดแอร์แบบฝังฝ้าได้สะดวกสบาย ทั้งหมดนี้ขายในราคาต่อตารางเมตรถูกมากที่สุดในสามย่านเมื่อเทียบกับบรรดาคอนโด freehold ที่ถือและส่งต่อเป็นมรดกให้ลูกหลานได้ตลอดไป ทุกอย่างดีหมดและบรรทัดสุดท้ายเรื่องราคาก็ดีเช่นกัน

 

อ่านรีวิวต่อที่นี่ https://bit.ly/2ZrXfx2

 

15. คอนโด Mixed Use ทำเลทันสมัยแห่งอนาคต ราคาต่ำกว่าตลาด: Skyrise Avenue SKV.64

Skyrise Avenue SKV.64 เป็น Mixed Use โครงการแรกของ Risland ในประเทศไทย และอยู่ตรงข้ามกับ New Digital District อย่าง True Digital Park อีกด้วย จึงนับว่าเป็นโครงการคอนโด High Rise ที่ได้รับอานิสงค์จาก True Digital Park ไปเต็มๆ ราวกับตั้งอยู่ในโครงการเดียวกัน ที่นี่ถือได้ว่าเป็นอาคารที่มีความสูงมากที่สุดในย่านปุณณวิถีฝั่งสุขุมวิท 64 และยังรวมเอาสำนักงาน ห้องพักอาศัย และพื้นที่ Retail มารวมไว้ในโครงการ บนพื้นที่ขนาดใหญ่ถึง 22 ไร่ และสวนสีเขียวที่มีมากถึง 9 ไร่ ให้ผู้อยู่อาศัยได้รับอากาศบริสุทธิ์เต็มๆ พร้อมทั้งส่วนของ Facilities ที่แยกออกมาจากอาคารที่พักอาศัยเพื่อความเป็นส่วนตัวของลูกบ้านอย่างแท้จริง ซึ่งมีการแยก Facilities เป็น 3 อาคาร พร้อมฟังก์ชันที่เข้ากับเทรนด์ในยุคนี้ อย่าง Wellness Living และในโครงการมีห้องให้เลือกหลายแบบ พร้อมห้อง Duplex มีเพดานสูงถึง 6 เมตร รวมทั้ง 4 อาคาร เพียง 12 ยูนิต ส่วนยูนิตต่อชั้นเพียง 11 ยูนิตเท่านั้น และมีราคาเฉลี่ยที่ค่อนข้างถูกเมื่อเทียบกับคอนโด Hi-Rise ในย่านเดียวกัน ราคาเฉลี่ยที่ 110,000 บาทต่อตารางเมตร ถูกกว่าคอนโด High Rise อื่นๆที่อยู่ริมถนนใหญ่ในย่านเดียวกันถึง 20% โดยที่สเปคมาตรฐานภายในห้องก็ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่าโครงการใด และยังเป็นคอนโดที่อยู่ในย่านที่มีแนวโน้มในการพัฒนาโครงการอสังหาฯ มากขึ้น อนาคตราคาอาจมีการปรับสูงขึ้นมากกว่านี้แน่นอน

 

อ่านรีวิวได้ที่นี่ https://bit.ly/30M1tPM

 

16. Branded Residences ติดหาด ในราคาที่จับต้องได้: Veranda Residence Hua – Hin

โครงการ Veranda Residence Hua – Hin เป็น Beachfront Condo ที่เป็น Branded Residences ที่มีราคาดีคุ้มค่ามากที่สุดในตลาดคอนโดติดหาดใจกลางเมืองหัวหิน ณ ปัจจุบัน หัวหินเป็นเมืองท่องเที่ยวสุดคลาสสิคตลอดกาลที่ใครๆ ก็อยากแวะมาพักผ่อน สูดอากาศบริสุทธิ์ กับราคาเริ่มต้นที่ 5.8 ล้านบาท แลกกับการได้เป็นเจ้าของคอนโดหรูรูปแบบ Branded Residences ติดหาดและเขาตะเกียบ นับว่าเป็นการตัดสินใจที่ชาญฉลาดหากเทียบกับ Supply ใหม่ติดหาดใจกลางเมืองหัวหินที่ห้องเริ่มต้นก็มีราคาเฉียดแปดล้านบาทเข้าไปแล้ว อีกทั้งที่นี่ยังสร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่ภายในช่วงไตรมาสสองนี้แล้ว ที่นี่เป็นที่ดินแปลงใหญ่เกือบสุดท้ายที่ติดริมทะเลหัวหินชั้นใน จึงถือเป็นคอนโดที่เป็น Rare Item ควรค่าแก่การถือครอง และมีโอกาสมากมายที่ในระยะยาวมูลค่าของโครงการนี้จะสูงขึ้น อีกทั้งยังมีห้องแบบ Beachfront ที่สามารถเทควิวหาดสวย น้ำทะเลใส ใกล้กับเขาตะเกียบ และ Pool Access ที่เทควิวสระว่ายน้ำของโครงการ ก็มีให้เลือกตามความต้องการ ซึ่งลูกค้าของ Veranda Residence Hua – Hin ยังได้สิทธิ์ Membership Card ในเครือ Veranda ที่จะได้ส่วนลด 10-15% กับสินค้าร่วมรายการที่ทางบริษัทกำหนดไว้อีกด้วย

 

สำหรับคอนโดตากอากาศที่เจ้าของห้องไม่ค่อยได้ไปอยู่นั้นการดูแลรักษาจากนิติที่มีคุณภาพมาตรฐาน Hotel Branded Residence เป็นสิ่งสำคัญ เพราะห้องจะได้รับการดูแลให้มีสภาพดีและพร้อมใช้งานตลอดเวลาเมื่อมีลูกค้าต้องการเข้าพัก และยังมีโอกาสในการทำกำไรจากการขายและเช่าได้มากกว่าคอนโดปกติ โดยหากใครที่มองหาผลตอบแทนแบบ Fix เป็นรายปี และไม่ได้ต้องการเข้าพักบ่อยๆ ที่นี่ก็มีตัวเลือกเป็นแพคเกจห้องสำหรับนักลงทุนแนว Lifestyle Investment โดยเฉพาะ ซึ่งนอกจากเราจะได้รับผลตอบแทนจากการซื้อห้องแบบ Rental Guarantee ตามเรทที่โครงการกำหนดไว้แล้ว และเรายังสามารถเข้าพักตามโควต้า Time Sharing ได้อีกด้วย

 

อ่านรีวิวได้ที่นี่ https://bit.ly/2N1QFqo

 

พบกันใหม่ปีหน้า 2021 ครับ Happy New Year ขอให้ปีหน้านี้เป็นปีที่ดีสำหรับทุกคน และมีโครงการดีๆเปิดใหม่เยอะๆครับ

 

เกริก บุณยโยธิน

ผู้ก่อตั้งเวปไซต์แบ่งปันความรู้ด้านการตลาด และการสร้างแบรนด์ในวงการอสังหาฯ พร็อพฮอลิค ดอทคอม..หลังจากที่ใช้เวลามากกว่า 10 ปี ในการวนเวียน เข้าๆออกๆ ในสายงานด้านการตลาด และวางแผนกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ ของบริษัทอสังหาฯ และเอเยนซีโฆษณาชั้นนำหลายแห่ง (โดยที่ไม่รู้ว่าทำไมต้องจับสลากเจอลูกค้าสายอสังหาฯทุกที)...จนถูกครอบงำโดยจิตใต้สำนึก ให้ถีบตัวเองออกจากกรอบการทำงานแบบเดิมๆ เพื่อออกมาจุดประกายความคิดที่ถูกต้อง และนำเสนอมุมมองใหม่ๆ ให้กับกลุ่มคนที่สนใจในธุรกิจอสังหาฯ

เว็บไซต์

อาธาร์ พหลฯ-อารีย์

ทาวน์โฮม พฤกษาวิลล์ พหลโยธิน-ราม...

บ้านภูริปุรี คอร์ทยาร์ด – พัฒนาการ

ซึ่งบทความนี้เราจะพาไปพบกับทาวน์โฮมแนวคิดใหม่ ไม่เคย...

28 November, 2020

มารุ ลาดพร้าว 15

Maru เป็นแบรนด์เนมคอนโดมิเนียมที่ถ่ายทอดแนวคิดการมีค...

20 November, 2020

รีเจ้นท์ โฮม บางซ่อน 28

ปกติแล้วสำหรับคนที่ซื้อคอนโดมิเนียมหลายคนอาจจะนิยมมอ...

19 November, 2020

ศุภาลัย โอเรียนทัล สุขุมวิท 39

Supalai Oriental Sukhumvit 39 คืออัครสถานแห่งใหม่ ที...

13 November, 2020