IRA Residences สาทร-กัลปพฤกษ์ บ้านที่เชื่อมต่อกับสวนส่วนกลางทุกหลัง เพื่อคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนในทุกมิติ แห่งแรกในย่านสาทร-กัลปพฤกษ์

เกริก บุณยโยธิน 27 March, 2026 at 12.45 pm

ประกาศที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา


ท่ามกลางความผันผวนจากปัจจัยลบรอบด้านในปี 2569 ตลาดบ้านระดับ Luxury ที่มีราคาตั้งแต่ 20 ล้านบาทขึ้นไป กำลังเข้าสู่ยุค ‘Selection of Excellence’ หรือการเฟ้นหาที่อยู่อาศัยที่ยอดเยี่ยมที่สุดในทุกมิติ เมื่อกำลังซื้อเริ่มมีความระมัดระวังมากขึ้น กลยุทธ์ของดีเวลลอปเปอร์ชั้นนำจึงไม่ได้หยุดอยู่แค่การสร้างบ้านสวยบนทำเลดี แต่คือการออกแบบสถาปัตยกรรมที่สามารถ ‘ตอบโจทย์ความยั่งยืน’ เพื่อดึงดูดดีมานด์เฉพาะกลุ่ม และช่วงชิงโอกาสในจังหวะที่ตลาดกำลังปรับฐานราคาเพื่อมุ่งเน้นคุณภาพที่แท้จริง

 

ในด้านการพัฒนาโครงการเพื่อดึงดูดดีมานด์เฉพาะกลุ่มนั้น ต้องบอกว่าเทรนด์ที่น่าสนใจในการพัฒนาโครงการแนวราบในปัจจุบัน โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าประเภท Luxury Home ในเมือง มักจะแบ่งออกเป็น 2 เทรนด์หลักๆ อย่างแรกคือการออกแบบบ้านที่มอบทั้งดีไซน์ สเปซ และฟังก์ชัน ที่สะท้อนถึงรสนิยมที่แตกต่างเป็นเอกลักษณ์ของเจ้าของบ้าน และอีกอย่างก็คือ การออกแบบบ้านที่ให้ความสำคัญกับการนำเอาองค์ประกอบของธรรมชาติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการอยู่อาศัย เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในแบบยั่งยืนของเจ้าของบ้านในทุกมิติทั้ง Physical Well-Being และ Emotional Well-Being ซึ่งสำหรับใครหลายคน โดยเฉพาะครอบครัวใหญ่ ความต้องการพื้นที่อยู่อาศัยในแบบมัลติ เจเนอเรชั่น ที่สามารถรองรับไลฟ์สไตล์และกิจกรรมของทุกกลุ่มและทุกช่วงวัย ท่ามกลาง Green Community คือหนึ่งใน Unmet Needs สำคัญที่ผู้ซื้อยอมจ่ายเพื่อแลกกับความสุขระยะยาว สอดคล้องกับงานวิจัยจาก Journal of Environmental Psychology ที่ระบุว่า สถาปัตยกรรมมีอิทธิพลโดยตรงต่อสภาพจิตใจ ผ่านแนวคิด Biophilic Design การจัดการแสงสว่างและการถ่ายเทอากาศที่สมบูรณ์ รวมถึงการเลือกใช้วัสดุธรรมชาติที่ช่วยลดความเครียดและตัดสิ่งรบกวนภายนอก นวัตกรรมเหล่านี้ไม่ใช่เพียงแค่ฟังก์ชันเสริม แต่คือ ‘หัวใจหลัก’ ของการอยู่อาศัยที่ส่งผลต่อสุขภาพกายและใจในระยะยาวอย่างแท้จริง

 

หากนึกถึงดีเวลลอปเปอร์ที่เป็นต้นตำรับในการพัฒนาโครงการแนว Cluster Home (คลัสเตอร์โฮม) ซึ่งเป็นรูปแบบการอยู่อาศัยแนวราบที่มอบฟังก์ชั่นมากกว่า Vertical Home ในเมืองทั่วไป ด้วยการผสมผสานการออกแบบพื้นที่ส่วนกลาง ให้หลอมรวมเข้ากับงานดีไซน์บ้านในสไตล์ Inside out – Outside in เพื่อสร้างความเป็นธรรมชาติ เพิ่มขอบเขตของบรรยากาศในการพักอาศัย ให้ความรู้สึกพักผ่อนอย่างแท้จริง ด้วยการให้ความสำคัญกับการออกแบบภูมิทัศน์ที่ให้ความรู้สึกเหมือนพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ ตอบโจทย์การใช้งานของคนหลาย Generations โดยที่ยังสามารถเชื่อมต่อวิวและการใช้งานของทุกคนในครอบครัวสู่พื้นที่ส่วนกลาง ด้วยทางเดินจากตัวบ้านที่เชื่อมเข้าสู่พื้นที่สวนส่วนกลางขนาดใหญ่ และสระว่ายน้ำ ให้ความรู้สึกราวกับว่าทุกพื้นที่ในโครงการทุกหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับตัวบ้าน ก็คงจะนึกเป็นคำตอบไหนไม่ได้นอกจาก ‘นายณ์ เอสเตท’ (NYE ESTATE) หนึ่งในผู้นำการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ในเซกเมนท์ Hi-end & Eco-Luxury ที่กล้านำเสนอแนวคิดการอยู่อาศัยใหม่ๆ แตกต่างจากตลาดทั่วไปให้กับลูกค้า มีจุดเด่นในเรื่องของการผสมผสานกันอย่างกลมกลืนระหว่างความเป็น Green Living และ ดีไซน์คอนเซปท์ ที่แตกต่างกันไปในแต่ละโครงการ ที่มักจะมาพร้อมกับการพัฒนานวัตกรรมการ ออกแบบใหม่ๆ และให้ความสำคัญกับการเลือกสรรวัสดุที่มีคุณภาพ ประณีตในแบบ Craftsmanship ใช้งานได้จริง และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยมีแบรนด์สร้างชื่อภายใต้ Quarter Collection ที่ประกอบไปด้วย Quarter Thonglor, Quarter 31 และ Quarter 39 ย่านพร้อมพงษ์ – ทองหล่อ / โครงการ ParcPriva บ้านเดี่ยวรัชดา -พระราม 9 ที่การันตีความสำเร็จด้วย 3 รางวัลใหญ่จากเวทีระดับโลก Asia Pacific Property Awards 2016 – 2017 / โครงการพรีเมียมทาวน์โฮม CHERKOON Sukhumvit 77 / และโครงการ KRAAM Sukhumvit 26 คอนโด High rise ระดับ Super Luxury โครงการแรกที่สร้างจุดเด่น ด้านนวัตกรรมการออกแบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การใช้งานพื้นที่ที่เกิดประโยชน์สูงสุด และการคำนึงถึงการใช้สอยเหมือนการอยู่บ้านมากกว่าคอนโด บนทำเลสุขุมวิท 26 ซึ่งทุกโครงการที่กล่าวมาล้วนได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีประสบความสำเร็จ Sold Out ไปทุกโครงการแล้ว

 

 

นอกจากนี้ นายณ์ เอสเตท ยังมีโครงการรูปแบบอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น อาคารสำนักงานระดับ Grade A อย่าง PUNN Smart WorkSpace บนถนนพระราม 4 ที่ร่วมกันพัฒนากับบริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ในพัฒนาพื้นที่การทำงานสำหรับคนรุ่นใหม่ บนสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำงานด้วยการดึงพื้นที่สีเขียวและธรรมชาติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในพื้นที่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ POPS หรือ Privately Owned Public Spaces เพื่อ “ปัน” พื้นที่เอกชนให้สาธารณะร่วมใช้ประโยชน์จากความสวยงามและร่มรื่นของต้นไม้ภายในโครงการ มากกว่าความสวยงามจากพื้นที่สีเขียวที่สร้างขึ้น เช่นเดียวกับอาคาร Park Silom อาคารสำนักงานมิกซ์ยูสพรีเมียม ซึ่งเป็นการร่วมกันพัฒนากับบริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ที่ได้รับการขนานนามให้เป็น “ปอดแห่งใหม่ใจกลางสีลม” ภายใต้มาตรฐานการออกแบบอาคารประหยัดพลังงาน (LEED) และมาตรฐานการยกระดับสุขภาพวะที่ดีของผู้ใช้อาคาร (WELL) ระดับสากล

โดยเมื่อช่วงกลางปี 2568 ที่ผ่านมา นายณ์ เอสเตท ได้เรียกเสียงฮือฮาให้กับตลาด Cluster Home อีกครั้ง ด้วยการส่งโครงการ IRA Residences Ngamwongwan (ไอรา เรซสิเดนซ์ งามวงศ์วาน) เข้ามาทำตลาดในทำเลงามวงศ์วาน ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็น Residential Area เก่าแก่ ที่มีศักยภาพที่เติบโตอย่างรวดเร็ว รายล้อมด้วยโครงการที่อยู่อาศัยและโครงสร้างพื้นฐานที่ครบครัน เดินทางที่สะดวก ใกล้เมืองและแหล่งงานสำคัญของนนทบุรี แต่ยังคงความเงียบสงบและความเป็นส่วนตัวสูง เหมาะสำหรับผู้ที่มองหาที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เป็นส่วนตัว และเป็นครอบครัวใหญ่ บนคอนเซปท์ A PRIVATE URBAN NATURE RETREAT ที่มาพร้อมองค์ประกอบสำคัญเพื่อความยั่งยืน และเวลบีอิ้ง โดยบริษัท สถาปนิกชุมชนและสิ่งแวดล้อม จำกัด (สถาบันอาศรมศิลป์)

 

IRA Residences Ngamwongwan

เพื่อสานต่อความสำเร็จของโครงการ IRA Residences Ngamwongwan ในฐานะผู้บุกเบิกในด้านการพัฒนาโครงการบนคอนเซปท์ AN URBAN NATURE RETREAT ได้อย่างเป็นรูปธรรม ล่าสุด นายณ์ เอสเตท จึงพร้อมนำเสนอความเอ็กซ์คลูซีฟบทใหม่ เพื่อสนองตอบความต้องการของกลุ่มครอบครัวเจนใหม่ที่มองหาบ้านเดี่ยวที่ตอบโจทย์ความยั่งยืน ท่ามกลางกรีนคอมมูนิตี้ ที่แทรกความเป็นธรรมชาติเข้ามาอยู่ภายในตัวบ้านทุกหลัง เช่นเดียวกับตอบเทรนด์สำคัญอย่าง ‘Longevity’ หรือการมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพที่ผู้คนเริ่มตระหนักถึงมากขึ้นในปัจจุบัน เพราะบ้านในยุคใหม่ไม่ใช่แค่ที่พักอาศัย แต่ต้องเป็นพื้นที่ที่ช่วยฟื้นฟูพลังกายและพลังใจ (Regenerative Living) เพื่อรองรับการใช้ชีวิตในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด สู่ทำเลศักยภาพที่เป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญระหว่างย่านธุรกิจและพื้นที่อยู่อาศัยระดับพรีเมียม กับโครงการ ‘IRA Residences Sathon – Kanlapaphruek’ (ไอรา เรสซิเดนซ์ สาทร – กัลปพฤกษ์)

โดยโปรเจกต์นี้ถือเป็นการปักหมุดครั้งสำคัญบนทำเล สาทร – กัลปพฤกษ์ ซึ่งถือเป็นถนนสายสำคัญของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตก ที่เชื่อมเข้าสู่ใจกลาง CBD สาทรได้อย่างรวดเร็วที่สุดทำเลหนึ่ง และยังเป็นครั้งแรกที่ นายณ์ เอสเตท เข้ามาบุกตลาดบนทำเลใหม่ที่ไม่เคยพัฒนาโครงการมาก่อน โดยชูจุดแข็งในเรื่องของงานดีไซน์คอนเซปท์ในแบบโครงการแรก แต่มาด้วยราคาขายที่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท!! ท่ามกลางบริบทของความท้าทายในตลาดอสังหาฯ ปี 2569 โครงการ IRA Residences สาทร-กัลปพฤกษ์ จึงเปรียบเสมือนหนึ่งใน ‘Rare Item’ สำหรับกลุ่มครอบครัวที่กำลังมองหาบ้านเดี่ยวที่มอบความเป็นส่วนตัวสูงสุด แต่ยังคงความรื่นรมย์ของธรรมชาติไว้อย่างลงตัว ภายใต้มาตรฐานงานออกแบบระดับ Craftsmanship ที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด ตั้งแต่การจัดวางทิศทางแสง ลม ไปจนถึงพื้นที่ใช้สอยที่รองรับการเติบโตของสมาชิกทุกเจนเนอเรชัน เพื่อตอกย้ำว่าการมีคุณภาพชีวิตที่ดีและยั่งยืนนั้น เริ่มต้นได้จากพื้นที่ที่เราเรียกว่า ‘บ้าน’ อย่างแท้จริง

พบนิยามใหม่ของการใช้ชีวิตแบบยั่งยืน บนองค์ประกอบสำคัญที่โดดเด่นกว่าทุกโครงการในย่าน สาทร – กัลปพฤกษ์

 

1. ตั้งอยู่บนศูนย์กลางย่านไลฟ์สไตล์ และ Hub ของการเดินทางที่สำคัญของย่านกัลปพฤกษ์

พื้นที่ฝั่งกรุงเทพตะวันตกอย่างช่วงกัลปพฤกษ์ – วงแหวนกาญจาภิเษก เป็นอีกทำเลเมืองชั้นนอกที่ได้รับความนิยมในการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยทุกระดับ เนื่องจากมีความพร้อมในการรองรับทุกไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัย ด้วยห้างสรรพสินค้าทุกรูปแบบ ตลาดนัด โรงพยาบาล สถานศึกษาโดยเฉพาะโรงเรียนเลิศหล้า ฯลฯ อีกทั้งยังเป็นแหล่งงานที่สำคัญของฝั่งธนบุรี และยังไม่ไกลจากฝั่งกรุงเทพชั้นในอีกด้วย โดยในปัจจุบันย่านนี้ยังได้รับความนิยมจากกลุ่มครอบครัววัยทำงานที่มองหาโครงการบ้านที่สามารถเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมืองได้สะดวกด้วยรถไฟฟ้า MRT ที่สถานีหลักสอง และบางแค หรือ BTS สถานีวุฒากาศ เช่นเดียวกับทางรถยนต์ที่ถนนวงแหวนกาญจนาภิเษก โดยมีเดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ บางแค เป็น Lifestyle Magnet ที่สำคัญ

 

โดยถนนวงแหวนกาญจนาภิเษกฝั่งตะวันตก นับว่าเป็นหนึ่งในโครงข่ายคมนาคมที่สมบูรณ์แบบของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตก ด้วยการที่ทำหน้าที่เชื่อมต่อระหว่าง ถนนสายหลักของฝั่งธนฯ อย่าง ถนนเพชรเกษม ถนนกัลปพฤกษ์ และถนนพระราม 2 ทำให้การเดินทางเข้า-ออกเมืองทำได้หลากหลายทิศทาง ทั้งการวิ่งตรงเข้าสู่สาทรผ่านถนนกัลปพฤกษ์ หรือการออกไปทางพระราม 2 และนนทบุรี-ปทุมธานีได้สะดวก ใช้เส้นทางทางพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอก ที่จุดขึ้น-ลงทางด่วนศรีรัช (ด่านฉิมพลี หรือด่านกาญจนาภิเษก) ที่ช่วยให้การเดินทางเข้าสู่โซนจตุจักร บางซื่อ และเชื่อมต่อไปยังทางด่วนขั้นที่ 1 และ 2 เป็นเรื่องง่าย เช่นเดียวกับทางพิเศษพระราม 3 – ดาวคะนอง – วงแหวนฯ ที่เชื่อมต่อกับถนนวงแหวนฯ ฝั่งตะวันตก ยังช่วยให้เข้าถึงโครงข่ายทางด่วนใหม่ที่มุ่งหน้าสู่โซนพระราม 3 และสมุทรสาครได้อย่างรวดเร็ว เมื่อรวมกับเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินสถานีหลักสอง ที่บริเวณหน้า เดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ บางแค จึงทำให้ทำเลนี้ได้ถูก Transform จากชานเมืองให้กลายเป็น City Extension ทำเลเมืองส่วนต่อขยายอย่างเต็มตัว ทำให้การเดินทางเข้าสู่ย่าน CBD อย่างสามย่าน สีลม หรือสาทร เป็นเรื่องที่ทำได้ง่าย จึงเป็นทำเลที่ตอบโจทย์ทั้งกลุ่มคนรุ่นใหม่ในโซนนี้ ที่ต้องการขยับขยายครอบครัว แต่ยังต้องการอาศัยอยู่ในละเเวกเดิม และกับเจ้าของกิจการในย่านนี้ เช่นเดียวกับคนที่ทำงานใจกลางเมืองมากๆ โดยที่ตั้งโครงการสามารถเข้าถึงได้จาก 2 เส้นทาง ทั้งจากถนนกาญจนาภิเษกที่ซอยกาญจนาภิเษก 8 และถนนกัลปพฤกษ์

2. แห่งแรกและแห่งเดียวในย่านสาทร – กัลปพฤกษ์ ที่มอบความแตกต่างด้วยคอนเซปท์ LIFE EXPANDED IN URBAN SANCTUARY

เช่นเดียวกับโครงการรุ่นพี่อย่าง IRA Residences งามวงศ์วาน โครงการ IRA Residences สาทร-กัลปพฤกษ์ ยังคงคอนเซทป์การพัฒนาที่ให้ความสำคัญกับการค้นหาความต้องการที่อยู่อาศัยของผู้อยู่อาศัยยุคใหม่ ที่มองหาบ้านที่สามารถให้ความผ่อนคลายและหลีกหนีจากความวุ่นวาย หลังจากที่ต้องเผชิญกับความเครียดจากการทำงานและมลภาวะจากฝุ่นพิษ ด้วยแนวคิด LIFE EXPANDED IN URBAN SANCTUARY ที่มาพร้อมองค์ประกอบสำคัญ 5 ด้าน คือ 1. บ้านที่ตอบโจทย์ความยั่งยืน 2. เวลบีอิ้ง ซัพพอร์ตสุขภาพกายและใจให้กับผู้อยู่อาศัย (Wellbeing) 3. กรีน คอมมูนิตี้ แวดล้อมด้วยธรรมชาติ (Green Community) 4. มีความเป็นส่วนตัวสูง (Privacy) และ 5. มัลติ เจเนอเรชัน รองรับไลฟ์สไตล์ของคนทุกวัยในครอบครัว (Multi – Generation) ที่ถูกถอดรหัสออกมาเป็น Cluster Home สูง 3 ชั้นจำนวน 27 หลัง กับแบบบ้านดีไซน์ในคอนเซ็ปต์ โอเรียลทัล โมเดิร์น สไตล์ (Oriental modern style) ดีไซน์เรียบง่ายแต่คลาสสิก (Timeless) สวยงามไม่ว่าวันเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน พร้อมกลิ่นไอตะวันออกด้วยเส้นสาย โทนสีของวัสดุ และสวนส่วนกลางระหว่างบ้าน (Double front courtyard house) โดยบริษัท สถาปนิกชุมชนและสิ่งแวดล้อม จำกัด (สถาบันอาศรมศิลป์)

โดยคอนเซ็ปต์การออกแบบเริ่มตั้งแต่วางผังให้โครงการเป็นกรีน คอมมูนิตี้ (Green community) ออกแบบให้ระบบสัญจรทางเท้าต่อเนื่องเชื่อมกันทั้งโครงการ พร้อมกับปลูกต้นไม้ใหญ่ตลอดแนวถนนหลัก ทำให้ในภาพรวมเต็มไปด้วยพื้นที่สีเขียวที่มีความต่อเนื่องตลอดทั้งโครงการ พร้อมทั้งออกแบบให้พื้นที่ส่วนกลางเป็น Universal Design รองรับไลฟ์สไตล์และกิจกรรมของทุกกลุ่มและทุกช่วงวัย

 

ส่วนการวางผังตัวบ้านดีไซน์ให้มีลักษณะเป็นคลัสเตอร์ โดยบ้านทุกหลังสามารถเชื่อมต่อกับสวนส่วนกลางโดยตรง เลือกใช้ต้นไม้ที่ให้ความสูงต่างระดับกันไปเพื่อเพิ่มความรื่นรมย์ทางสายตา และความร่มรื่นในการพักอาศัยได้ทุกช่วงเวลา ซึ่งทำให้เกิดชุมชนที่ร่มรื่น น่าอยู่ จำนวนรถยนต์วิ่งผ่านบ้านแต่ละหลังน้อยลง ช่วยลดเสียงรบกวน และเพิ่มความเป็นส่วนตัว พร้อมกันนี้ยังวางตำแหน่งบ้านตามแนวทิศเหนือใต้ เพื่อหลบแดดทิศตะวันออกและทิศตะวันตก เปิดทางให้บ้านรับลมธรรมชาติจากทิศตะวันออกเฉียงเหนือและทิศใต้ได้อย่างเต็มที่ ออกแบบพื้นที่ให้เหมาะกับการอยู่อาศัยของทุกช่วงวัย (Multi-generation) รวมถึงสัตว์เลี้ยง พร้อมสวนส่วนกลางที่เชื่อมต่อระหว่างบ้าน เพื่อส่งเสริมสุขภาวะที่ดี (Well-being) จึงนับว่าเป็นโครงการแรกและโครงการเดียวที่พัฒนาในรูปแบบนี้สำหรับทำเลสาทร – กัลปพฤกษ์

3. มีแบบบ้าน 3 ชั้นให้เลือก 2 แบบ ในรูปแบบ Double Front Courtyard House

โครงการ IRA Residences Sathon – Kanlapaphruek (ไอรา เรสซิเดนซ์ สาทร – กัลปพฤกษ์) ตั้งอยู่ที่ซอยกาญจนาภิเษก 8 เป็นบ้านเดี่ยวขนาด 3 ชั้น จำนวน 27 ยูนิต บนพื้นที่โครงการประมาณ  8 – 2 -84.5 ไร่ ในโครงการมีบ้านให้เลือกทั้งหมด 2 แบบ คือ แบบบ้าน SIRA (S) ขนาดพื้นที่ใช้สอย 345 ตารางเมตร และที่ดินขนาด 58.9-72.9 ตารางวา, แบบบ้าน MIRA (M) ขนาดพื้นที่ใช้สอย 403 ตารางเมตร และที่ดินขนาด 64.1-98.9 ตารางวา

Master Plan

Master Plan ของโครงการมีจุดเด่นอยู่ที่พื้นที่สีเขียวที่แทรกผ่านระหว่างตัวบ้านแต่ละหลัง และโดยรอบโครงการ มี facilities หลัก เช่น สระว่ายน้ำและพื้นที่กิจกรรมอยู่ในโซนนี้ ทำให้บ้านแถวด้านบนและด้านล่างของสวนสามารถมองเห็นวิวต้นไม้ตามธรรมชาติ และเดินถึงส่วนกลางได้ใกล้มาก เพียงแค่เปิดประตูหลังบ้านไปก็เจอแล้ว พร้อมทั้งการจัด layout บ้าน ส่วนใหญ่จะเป็นแปลงสี่เหลี่ยมเรียงเป็นระเบียบ หันหน้าบ้านเข้าหาถนน และมี Backyard ด้านหลัง ทำให้ได้รับความเป็นส่วนตัวระหว่างบ้านต่อบ้านค่อนข้างดี เปิดรับความเป็นธรรมชาติจากต้นไม้ใหญ่ให้เข้ามาอยู่ภายในบ้านได้ทั้งทางสายตา และการใช้งาน

สำหรับแบบบ้านจะมีทั้งหมด 2 แบบ โดย Function หลักๆ ที่ชั้น 1-3 เหมือนๆ กัน จอดรถได้ 3 -4 คัน* มี Courtyard ข้างบ้านกับหลังบ้าน ต่างที่ขนาดพื้นที่และส่วนที่เป็นโถง Double Volume ที่ชั้น 1 แบ่งออกเป็น SIRA (S) พื้นที่ใช้สอย 345 ตารางเมตร พื้นที่ดิน 58.9 – 72.9 ตารางวา และ MIRA (M) พื้นที่ใช้สอย 403 ตารางเมตร พื้นที่ดิน 64.1 – 98.9 ตารางวา ราคาขายเริ่มต้น 30 ล้านบาท แบบบ้านดีไซน์ในคอนเซ็ปต์ โอเรียลทัล โมเดิร์น สไตล์ (Oriental Modern Style) ดีไซน์เรียบง่ายแต่คลาสสิก (Timeless) สวยงามไม่ว่าวันเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน พร้อมกลิ่นไอตะวันออกด้วยเส้นสาย โทนสีของวัสดุ และสวนส่วนกลางระหว่างบ้าน (Double front courtyard house)

แบบบ้าน SIRA พื้นที่ใช้สอย 345 ตารางเมตร ที่ดินประมาณ 58.9–72.9 ตารางวา 3 ห้องนอน  4 ห้องน้ำ จอดรถ 3 คัน ทางโครงการไม่ได้ให้ Lift มาแต่ทำปล่องลิฟท์ไว้รองรับการติดตั้งในอนาคต โดยชั้นล่างเริ่มจากด้านหน้าเป็นที่จอดรถได้ 3 คัน จากนั้นเข้ามาจะเป็นโซนห้องนั่งเล่น ที่มาพร้อมพื้นที่โถง Double Volume เชื่อมต่อกับพื้นที่ทานอาหารแบบเปิด รวมถึงห้องน้ำสำหรับแขก ทำให้บ้านดูโปร่งและใช้งานต่อเนื่องกันได้ดี ด้านในสุดเป็นส่วน Back of House ห้องครัวที่แยกสัดส่วนการใช้งานกับพื้นที่ในบ้านเพื่อลดกลิ่นและความวุ่นวาย โดยมีพื้นที่ห้องแม่บ้านอยู่ติดกันสามารถเข้า-ออกเพื่อใช้งานโซน Back of  house นี้ได้โดยไม่ต้องเดินผ่านจากห้องนั่งเล่น อีกทั้งยังมีพื้นที่ Inner Courtyard อยู่ข้างบ้านต่อกับโซนห้องนั่งเล่น ที่ช่วยดึงแสงธรรมชาติเข้ามาในบ้านได้เป็นอย่างดี

 

พอขึ้นไปชั้นสองจะเป็นพื้นที่ของครอบครัวมากขึ้น มีห้องนอน 2 ห้อง พร้อมห้องน้ำ และมีพื้นที่นั่งเล่นรวมสำหรับคนในบ้าน ทำให้ชั้นนี้เหมาะกับการพักผ่อนหรือใช้เวลาร่วมกันโดยไม่ต้องลงไปชั้นล่าง มีหน้าต่างบานใหญ่บริเวณโถงชานพักช่วยให้แสงส่องถึงทั้งชั้นและบ้านไม่อึดอัด รวมถึงมีทั้งบันไดและลิฟต์ที่เจ้าของบ้านติดตั้งเองเชื่อมทุกชั้นเพื่อความสะดวก

 

ส่วนชั้นบนสุดจะเป็นโซนของห้องนอนหลักที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ภายในมีทั้งห้องน้ำขนาดใหญ่พร้อมอ่างอาบน้ำ พื้นที่ Walk-in Closet และมุมนั่งเล่นส่วนตัว รวมถึงมีพื้นที่ระเบียงเล็กๆ ทำให้ชั้นนี้มีความเป็นส่วนตัวสูงและแยกจากส่วนอื่นของบ้านอย่างชัดเจน ส่วนอีกปีกของบ้านจะเป็นพื้นที่เอนกประสงค์ที่สามารถปรับเป็นห้อง Home Entertainment หรือห้องทำงานส่วนตัวของเจ้าของบ้านได้ โดยรวมแล้วบ้านนี้ออกแบบมาให้ใช้งานง่าย โปร่ง มีแสงธรรมชาติเข้าถึง และเหมาะกับครอบครัวที่ต้องการพื้นที่ครบทั้งส่วนรับแขก พื้นที่ครอบครัว และพื้นที่ส่วนตัวในหลังเดียว

แบบบ้าน MIRA แบบ 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 3 ที่จอดรถ มีพื้นที่ใช้สอย 403 ตารางเมตร พื้นที่ดินประมาณ 64.1 – 98.9 ตารางวา  เริ่มจากชั้นแรก ด้านหน้าจะเป็นที่จอดรถได้ 3 – 4 คัน* (แล้วแต่ขนาดที่ดิน) มีส่วนของ Maid Quarter ที่ประกอบด้วยห้องแม่บ้านและพื้นที่ครัวที่แยกอยู่ด้านหน้าของตัวบ้านสามารถเดินเข้าได้ทางลานจอดรถเลย ทำให้ใช้งานสะดวกและไม่รบกวนพื้นที่หลัก กลางบ้านจะมีพื้นที่ห้องเก็บของ และโถงลิฟต์ที่เจ้าของบ้านสามารถติดตั้งลิฟท์ส่วนตัวเพิ่มเองได้ ส่วนด้านในเป็นพื้นที่หลักที่เปิดโล่งรวมกันระหว่างห้องนั่งเล่นที่มาพร้อมพื้นที่โถง Double Volume และส่วนทานอาหารขนาดใหญ่ เชื่อมต่อกับพื้นที่ Inner Courtyard ทำให้ดูโปร่งและรับแสงธรรมชาติได้ดี

 

ขึ้นมาชั้นสองจะเป็นโซนพักผ่อนของครอบครัว มีห้องนอนรอง 2 ห้องพร้อมห้องน้ำในตัว และมีโซนเอนกประสงค์ ที่สามารถปรับรูปแบบการใช้งานให้เป็นได้ทั้งห้องนั่งเล่นของครอบครัว หรือห้องทำงานขนาดใหญ่ที่สามารถมองลงไปเห็นโถง Double Volume บริเวณส่วนนั่งเล่นได้ และยังมาพร้อมระเบียงขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อการใช้งานทั้งฝั่งห้องนอน และโซนเอนกประสงค์เข้าไว้ด้วยกัน

 

ชั้นสามจะเป็นพื้นที่ส่วนตัวมากที่สุด โดยมีห้อง Master Bedroom ขนาดใหญ่พร้อมห้องน้ำและพื้นที่ Walk-in Closet ซึ่งมีพื้นที่กว้างมากพอในการเพิ่มพื้นที่มุมนั่งเล่นส่วนตัวได้อีกจุดหนึ่งภายในห้อง และยังได้พื้นที่ระเบียงที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของบ้าน โดยที่อีกฝั่งของชั้นนี้ยังมีอีกหนึ่งห้องนอนที่สามารถใช้เป็นห้องลูกหรือห้องนอนสำหรับผู้สูงอายุได้ โดยบริเวณชานพักข้างๆกับโถงลิฟท์ยังมีพื้นที่เอนกประสงค์ไว้สำหรับจัดเป็นมุมพระ หรือทำเป็นชั้นวาง Display ของสะสมที่เจ้าของบ้านชอบก็ได้เช่นกัน

 

นอกจากนี้การวางผังตัวบ้านยังดีไซน์ให้มีลักษณะเป็นคลัสเตอร์ โดยบ้านทุกหลังสามารถเชื่อมต่อกับสวนส่วนกลางโดยตรงเพียงแค่เปิดประตูหลังบ้าน ซึ่งทำให้เกิดชุมชนที่ร่มรื่น จำนวนรถยนต์วิ่งผ่านบ้านแต่ละหลังน้อยลง ช่วยลดเสียงรบกวน และเพิ่มความเป็นส่วนตัว พร้อมกันนี้ยังวางตำแหน่งบ้านตามแนวทิศเหนือใต้ เพื่อหลบแดดทิศตะวันออกและทิศตะวันตก เปิดทางให้บ้านรับลมธรรมชาติจากทิศตะวันออกเฉียงเหนือและทิศใต้ได้อย่างเต็มที่ ออกแบบพื้นที่ให้เหมาะกับการอยู่อาศัยของทุกช่วงวัย (Multi-generation) รวมถึงสัตว์เลี้ยง พร้อมสวนส่วนกลางที่เชื่อมต่อระหว่างบ้าน เพื่อส่งเสริมสุขภาวะที่ดี (Well-being) แตกต่างจากบ้านจัดสรรทั่วไปที่มักออกแบบเป็นกล่องสี่เหลี่ยม และแบ่งแยกพื้นที่ใช้งานชัดเจนระหว่างตัวบ้านกับส่วนกลาง

4. ให้ทุกวันเหมือนการพักผ่อนในรีสอร์ท ด้วยพื้นที่ส่วนกลางที่ช่วยเติมเต็มคุณภาพชีวิตทั้งกายและใจ

สำหรับพื้นที่ส่วนกลางวางผังให้โครงการเป็นกรีน คอมมูนิตี้ (Green community) ออกแบบให้ระบบสัญจรทางเท้าต่อเนื่องเชื่อมกันทั้งโครงการและสามารถเป็นทางวิ่งได้ด้วย พร้อมกับปลูกต้นไม้ใหญ่ตลอดแนวถนนหลัก ทำให้ในภาพรวมเต็มไปด้วยพื้นที่สีเขียวที่มีความต่อเนื่องตลอดทั้งโครงการ พร้อมทั้งออกแบบให้พื้นที่ส่วนกลางเป็น Universal Design รองรับไลฟ์สไตล์และกิจกรรมของทุกกลุ่มและทุกช่วงวัย มีพื้นที่ใช้งานทั้งแบบ Passive และ Active กระจายอยู่ทั้งสองสวน เพื่อมุ่งสร้างปฎิสัมพันธ์ร่วมกันระหว่างลูกบ้าน โอบล้อมด้วยต้นไม้ใหญ่ให้ความรู้สึกเหมือนพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ นอกจากนี้ยังมี Pet Friendly Zone ที่ทุกคนสามารถพาสัตว์เลี้ยงมาทำกิจกรรมในสวนได้ โดยมีประตูรั้วและแนวไม้พุ่มแบ่งแยกจากส่วนอื่นชัดเจน มีที่นั่งพักคอย ที่ผูกสายจูง และถังขยะสำหรับเก็บมูลสัตว์ นอกจากนี้ยังมี Abor Pavilion พื้นที่นั่งพักผ่อนและนั่งทำงานใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ และ Acorn garden พื้นที่เล่นและเรียนรู้ธรรมชาติ ที่เต็มไปด้วยสีสันสดใสโทนสีฟ้าและสีเขียว

 

โดยพื้นที่ส่วนกลางจะถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ดังนี้

ส่วนกลางภายในโครงการถูกออกแบบให้เชื่อมต่อกันเป็นระบบเดียว ภายใต้แนวคิดที่ให้ธรรมชาติแทรกอยู่ในทุกจังหวะของการอยู่อาศัย โดยเริ่มจากแกนหลักคือ Green Walking Track ซึ่งเป็นเส้นทางเดินรวมประมาณ 650 เมตรที่ล้อมรอบทั้งโครงการ ทำหน้าที่เหมือนเส้นเลือดหลักที่เชื่อมทุกพื้นที่เข้าด้วยกัน ตลอดแนวทางจะเต็มไปด้วยพื้นที่สีเขียวและสวนขนาดย่อย สร้างบรรยากาศร่มรื่นให้ลูกบ้านสามารถใช้งานได้ทั้งการออกกำลังกาย เดินเล่น หรือพักผ่อนในชีวิตประจำวัน

เมื่อเข้ามาภายในจะพบกับโซน Arbor Court ที่ถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่พักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติในบรรยากาศที่เงียบสงบ รายล้อมด้วยต้นไม้ใหญ่และพื้นที่สีเขียว มีทั้งส่วน Canopy Walk, Arbor Pavillion, Acorn Garden และ Whisper Grove ทั้งมุมกิจกรรมเบาๆ และศาลานั่งพัก เหมาะสำหรับการใช้เวลาส่วนตัวหรือทำกิจกรรมกับครอบครัว ให้ความรู้สึกเหมือนมีสวนส่วนตัวขนาดใหญ่ภายในโครงการ

 

ถัดมาอีกโซนคือ Aqua Courtyard ซึ่งอยู่บริเวณด้านหน้าโครงการ จะเน้นบรรยากาศที่มีชีวิตชีวามากขึ้นด้วยองค์ประกอบของน้ำ ไม่ว่าจะเป็นสระว่ายน้ำและพื้นที่พักผ่อนริมสระว่ายน้ำ ให้ลูกบ้านเข้ามาใช้พื้นที่ส่วนกลางพร้อมกันทั้งครอบครัวได้

โดยโซน Aqua Courtyard เชื่อมต่อกับอาคาร The Club ที่เป็นศูนย์กลางของกิจกรรมต่างๆ ทั้ง The Conservatory Lounge, The Game Parlour, The Wellness Studio และ The Fitness Studio ทำให้โซนนี้กลายเป็นพื้นที่สำหรับการทำกิจกรรมและการพบปะสังสรรค์ของทุกคนในโครงการ

The Conservatory Lounge พื้นที่นั่งพักผ่อนที่ลูกบ้านเข้ามาใช้บริการได้อย่างเต็มที่ พาเพื่อนๆ มาเข้านั่งเล่น นั่งคุยกันได้สบายๆ

The Game Parlour ห้องที่พาสมาชิกในครอบครัวเข้ามาเล่นบอร์ดเกมส์ลับสมองได้ ให้ทุกคนในบ้านได้ทำกิจกรรมร่วมกัน

The Wellness Studio ห้องออกกำลังกายแบบโยคะ ที่จะช่วยให้คุณผ่อนคลายหลังจากเหนื่อยจากการทำงานมาทั้งวันได้

The Fitness Studio ออกกำลังกายพร้อมเพลิดเพลินกับวิวสระว่ายน้ำด้านนอกได้

โดยภาพรวมของพื้นที่ส่วนกลางในโครงการทั้งสามส่วนถูกออกแบบให้เสริมกันอย่างลงตัว คือมีทั้งพื้นที่สำหรับการเคลื่อนไหว การพักผ่อน และการใช้ชีวิตร่วมกัน ทำให้การอยู่อาศัยไม่ได้จำกัดอยู่แค่ภายในบ้าน แต่ขยายออกมาเป็นประสบการณ์ของการใช้ชีวิตท่ามกลางธรรมชาติรายล้อมทั้งโครงการได้เลย

 

ในวันที่โลกภายนอกเต็มไปด้วยความเร่งรีบและความท้าทาย การมีบ้านที่ออกแบบมาเพื่อโอบกอดธรรมชาติ และฟื้นฟูพลังกายพลังใจ คือรางวัลที่ดีที่สุดสำหรับชีวิต โครงการ IRA Residences สาทร-กัลปพฤกษ์ น่าจะเป็นบทพิสูจน์ให้เราเห็นว่า ธรรมชาติและความเป็นเมืองสามารถหลอมรวมกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ ภายใต้แนวคิด Urban Nature Retreat ที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดตั้งแต่วิศวกรรมไปจนถึงสุนทรียภาพ เพื่อให้ทุกวันที่คุณกลับมาถึงบ้าน คือวันพักผ่อนที่แท้จริงและยาวนานตลอดไป

 

IRA Residences สาทร-กัลปพฤกษ์

ฟรีค่าส่วนกลาง 8 ปี* ฟรีแอร์ทั้งหลัง* ลุ้นทริปไหว้พระฮ่องกง 2 ที่นั่ง*

นัดเข้าชม รับส่วนลดเพิ่ม 300,000* บ.

ติดต่อโครงการ โทร. 06-2195-9626

Website : https://register.iraresidences.com/sathon_kanlapaphruek

เกริก บุณยโยธิน

เกริก บุณยโยธิน

ผู้ก่อตั้งเวปไซต์แบ่งปันความรู้ด้านการตลาด และการสร้างแบรนด์ในวงการอสังหาฯ พร็อพฮอลิค ดอทคอม..หลังจากที่ใช้เวลามากกว่า 10 ปี ในการวนเวียน เข้าๆออกๆ ในสายงานด้านการตลาด และวางแผนกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ ของบริษัทอสังหาฯ และเอเยนซีโฆษณาชั้นนำหลายแห่ง (โดยที่ไม่รู้ว่าทำไมต้องจับสลากเจอลูกค้าสายอสังหาฯทุกที)...จนถูกครอบงำโดยจิตใต้สำนึก ให้ถีบตัวเองออกจากกรอบการทำงานแบบเดิมๆ เพื่อออกมาจุดประกายความคิดที่ถูกต้อง และนำเสนอมุมมองใหม่ๆ ให้กับกลุ่มคนที่สนใจในธุรกิจอสังหาฯ

เว็บไซต์

นันทวัน ราชพฤกษ์-พรานนก

โมดิซ อาวองการ์ด

เชปเตอร์วัน สปาร์ค จรัญ

Chapter One Spark Charan (แชปเตอร์วัน สปาร์ค จรัญ) ค...

5 January, 2026

นิว ริเวอร์เรสต์ ราษฎร์บูรณะ

ขึ้นชื่อว่าอยู่คอนโดมิเนียม แน่นอนว่าข้อได้เปรียบที่...

11 December, 2025

คัลเจอร์ จุฬา

“คัลเจอร์” (Culture) เป็นแบรนด์คอนโดมิเนียมใหม่จากบร...

4 December, 2025

เนอวานา แอทเวิร์ค กรุงเทพกรีฑา

โครงการ Nirvana@Work Krungthep-Kreetha มีหัวใจหลักขอ...

10 November, 2025

สอบถามโครงการ

ได้รับข้อมูลเรียบร้อยแล้ว
ขอบคุณอย่างยิ่งที่สนใจครับ
จะมีเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับไปนะครับ

ขออภัย
ไม่สามารถส่งข้อมูลได้
กรุณาลองใหม่อีกครั้ง