Airbnb กรุงเทพ 2026 ตลาดยังโตแต่กำไรหดหาย เจ้าของห้องควรไปต่อหรือพอแค่นี้?
ภาพของตลาด Airbnb ฺBangkok 2026 ไม่ได้เป็นเรื่องของการเติบโตอย่างเดียวอีกต่อไป แต่เป็นเรื่องของการเปลี่ยนเกมโดยสิ้นเชิง ข้อมูลจาก Airbtics และ AirDNA เมื่อเอามาซ้อนกันจะเห็นเทรนด์ใหม่ชัดว่า แม้ตัวเลขบางด้านดูดีขึ้น แต่แกนของตลาดกำลังเคลื่อนตัวไปสู่รูปแบบใหม่ที่คนส่วนใหญ่ยังปรับตัวไม่ทัน
รายได้เฉลี่ยต่อปีของที่พักในกรุงเทพอยู่ที่ประมาณ 433,000 บาท (รายได้เดือนละประมาณ 36,000 บาท ยังไม่หักค่าใช้จ่าย) ตัวเลขนี้แทบไม่ขยับจากปีก่อน และเมื่อมองลึกลงไปจะพบว่าสาเหตุหลักไม่ได้มาจากดีมานด์หายไป แต่เกิดจากซัพพลายจำนวนที่พักใหม่ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จำนวนที่พักเพิ่มขึ้นมากกว่า 26% ภายในปีเดียว และพุ่งขึ้นกว่า 115% ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ในขณะที่ราคาต่อคืนยังปรับขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 1815 บาท สะท้อนว่าตลาดไม่ได้ขาดลูกค้า แต่ผู้เล่นใหม่กำลังเข้ามาแย่งส่วนแบ่งอย่างต่อเนื่อง ตลาดเริ่มกลายเป็น Red ocean สีแดงเข้มขึ้น
ตลาด Airbnb กรุงเทพฯ มีการกระจุกตัวของซัพพลายในทำเลหลักอย่างชัดเจน โดย 5 อันดับแรกที่มีจำนวน listings สูงสุด ได้แก่ เขตวัฒนา 2,176 รายการ ตามด้วยเขตคลองเตย 2,053 รายการ เขตห้วยขวาง 1,415 รายการ เขตราชเทวี 760 รายการ และเขตบางรัก 688 รายการ ซึ่งสะท้อนว่าซัพพลายส่วนใหญ่ยังคงรวมตัวอยู่ในโซน CBD และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของเมืองกรุงเทพที่มีทั้งดีมานด์จากนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติสูง แต่ในขณะเดียวกันก็หมายถึงระดับการแข่งขันที่เข้มข้นและแรงกดดันต่อผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย
เมื่อดูจากมุมของ AirDNA จะเห็นภาพอีกด้านที่สำคัญมาก Occupancy หรืออัตราการเข้าพักเฉลี่ยอยู่เพียงประมาณ 55–56% ซึ่งถือว่ายังมีช่องว่างขนาดใหญ่สำหรับการเพิ่มประสิทธิภาพได้อีกหรือไม่ อาจมีปัจจัยอะไรอื่นอะไรบ้างที่ส่งผลทำให้ค่า Occupancy rate ไม่สูงเท่าในอดีตปี 2024 ที่โรงแรมเขตภาคกลางเคยมี Occupancy rate สูงประมาณ 77% (จากข้อมูลศูนย์วิจัย ธนาคารกรุงเทพ) ถือว่าวันนี้ occupancy ต่ำกว่าอดีต 21%
ภาพจาก Research Department Bangkok Bank https://www.bangkokbank.com/th-TH/-/media/1d46fddeae0340fda87b894a3b47e254.ashx
สิ่งที่เปลี่ยนเกมจริง ๆ ไม่ใช่แค่เรื่องตัวเลขการเงิน แต่คือพฤติกรรมของตลาดที่กำลังกลับหลังหันอย่างชัดเจนจาก Short-term stay ไปสู่ Long-term stay โดยมากกว่าครึ่งของ active listings ในกรุงเทพกลายเป็นการเข้าพัก 30 คืนขึ้นไป ซึ่งสะท้อนการปรับตัวทั้งด้านกฎหมายและกลยุทธ์ของแต่ละคน การปล่อยเช่าแบบรายเดือนกลายเป็นจุดสมดุลใหม่ที่ช่วยลดความเสี่ยงด้านกฎหมายและทำให้กระแสเงินสดนิ่งขึ้น นี่ทำให้ Airbnb ในกรุงเทพไม่ใช่ตลาด short-term rental แบบเดิมอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น hybrid ระหว่างโรงแรมและสินทรัพย์ให้เช่าระยะยาว
ในมุมของการลงทุน ภาพรวมจึงออกมาไม่สวยนัก จากข้อมูล Airbitics พื้นที่กรุงเทพถูกจัดอยู่ในระดับ E+ ด้านความคุ้มค่าในการลงทุน ซึ่งอยู่ในกลุ่มท้ายของประเทศเมื่อเทียบกับราคาอสังหาริมทรัพย์ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ไม่มีลูกค้า แต่เป็นเพราะการแข่งขันสูงจน yield ถูกกดลงอย่างต่อเนื่อง คนที่ทำ airbnb ที่ยังใช้แนวคิดแบบเดิม โดยหวังพึ่ง occupancy สูงจาก short-term เพียงอย่างเดียวนั้นกำลังถูกบีบทั้งจากต้นทุนและจำนวนคู่แข่งใหม่ๆ ที่วิ่งเข้ามาในตลาด







