ไม่ต้องฝากเพื่อนหิ้วของจากญี่ปุ่นแล้วนะ !! ดอง ดอง ดองกิ Donki Mall Thonglor เปิดแล้วแห่งแรกในประเทศไทย

Pawanrat D 08 March, 2019 at 10.20 am

สิ้นสุดการรอคอยสำหรับแฟนคลับสายmade in Japan เพราะห้างดังที่ใครๆต่างรู้จักกันดีอย่าง ดอง กิโฮเต้ (Don Quijote) หรือ ดองกิ (Donki) ได้เปิดอย่างเป็นทางการแล้วเมื่อวันศุกร์ ที่ 22 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หลังจากที่มีข่าวแว่วๆให้คนไทยตื่นเต้นมาหลายปี ทำเอาย่านทองหล่อและเอกมัยครึกครักกรถติดว่าเดิมเลยทีเดียวหรือจะเรียกว่าห้างแตกเลยก็ว่าได้ โดยสำหรับ Donki สาขาทองหล่อแห่งนี้เป็นสาขาที่ 3 ที่อยู่นอกญี่ปุ่นที่มีทั้งหมด 160 สาขา โดยเป็นสาขาถัดจากสิงคโปร์ 3 สาขา ฮาวาย 2 สาขา และหลังจากนี้จะไปเปิดย่านจิมซาจุ่ยในฮ่องกง

บรรยากาศของวันเปิดห้างวันแรก ครึกครักตั้งแต่เช้าเลยทีเดียว

โดยดอง กิโฮเต้(Don Quijote) สาขานี้ จะชื่อร้านว่า ดอง ดอง ดองกิ (Don Don Donki) ตั้งอยู่ภายในดองกิ มอลล์ ทองหล่อ ซอย 10 (หรือเอกมัย ซอย 5) ของบริษัท เจซีซี-ทีโอเอ จำกัด ภายใต้คอนเซ็ปค์ ‘Food. Fun, Culture & Amusement Mall’ ที่แตกต่างไปจากดองกิในญี่ปุ่น ซึ่งสะท้อนภาพไลฟ์สไตล์ของคนกรุงที่นิยมการช็อปปิ้งและใช้เวลาในพื้นที่อเนกประสงค์มากกว่าตรงเข้าช็อปปิ้งอย่างเดียว ซึ่งศูนย์การค้า Donki Mall ทองหล่อ แห่งนี้จะมีทั้งหมด 5ชั้น ซึ่งแต่ละชั้นก็จะแบ่งเป็นโซนต่างๆ และในส่วนของร้าน ดอง ดอง ดองกิ ดิสเคาน์สโตร์ที่จำหน่ายสินค้าตั้งแต่สากกระเบือยันเรือรบจะเปิดทั้งหมด 2ชั้น ที่สำคัญคือเปิดตลอด 24 ชม. เลยด้วย


ดอง กิโฮเต้(Don Quijote) กลายเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คของขาช็อปหรือนักท่องเที่ยวไปซะแล้วกับร้านดิสเคาน์สโตร์สะดวกซื้อที่ตั้งในย่านสำคัญของเมืองต่างๆ ในญี่ปุ่น เพราะที่นี้เขาจำหน่ายสินค้าหลากหลายหมวด ตั้งแต่ลูกอม ขนมขบเคี้ยว ช็อกโกแลต เครื่องดื่มบรรจุขวด เครื่องสำอาง เครื่องใช้ไฟฟ้าหรือของเล่นผู้ใหญ่(แต่สาขาที่ไทยไม่มีนะ) ไปจนถึงสินค้า Luxury Brand แถมมาในราคาปลอดภาษีสุดคุ้มอีกด้วย เรียกว่าเป็นสวรรค์ของนักช็อปอย่างยิ่ง แต่กว่าจะมาเป็นอาณาจักรดอง กิโฮเต้ หรือ ดองกิ อย่างที่ทุกคนรู้จักและที่ยิ่งใหญ่เหมือนทุกวันนี้ ต้องรอถึงเกือบ 4 ทศวรรษ เพราะใครจะไปเชื่อว่าจากร้านขายของเล็กๆ จะเติบโตมาถึงขนาดนี้ได้

ดิสเคาน์สโตร์รายใหญ่ของญี่ปุ่นแห่งนี้มีจุดเริ่มต้นในปี 1978 โดย Takao Yasuda ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธาน Don Quijote Holdings ซึ่งในตอนนั้นยังร้านสะดวกซื้อของเขายังใช้ชื่อว่า “Just Co” เป็นร้านขายสินค้าปลีกเล็กๆที่มีขนาดพื้นที่ร้านเพียง 60 ตารางเมตรเท่านั้น แต่แล้วจุดเปลี่ยนก็มาถึง โดยปกติเขามักจะใช้เวลาในตอนกลางคืนจัดของเป็นประจำ แต่ทุกครั้งจะมีลูกค้าที่เห็นไฟจากร้านแล้วคิดว่าร้านยังเปิดอยู่มาใช้บริการี่ร้านของเขา ทำให้ Yasuda สังเกตเห็นว่าจริงๆ แล้ว ในช่วงเวลากลางคืน ก็ยังมีคนต้องการหาซื้อสินค้าอยู่ ซึ่งเมื่อกว่า 30 ปีที่แล้ว ร้านสะดวกซื้อในญี่ปุ่น เปิดให้บริการถึง 23.00 น. จากนั้นเขาจึงได้ตัดสินใจเลื่อนเวลาให้บริการไปถึงเที่ยงคืน และในที่สุดร้านของเขาได้รับความนิยมในเวลาอันรวดเร็ว และประสบความสำเร็จด้านยอดขาย โดยในแต่ละปีสามารถทำยอดขายได้มากถึง 200 ล้านเยน ก่อนจะขยายกิจการ และพัฒนาเป็นร้าน ดอง กิโฮเต้(Don Quijote) หรือ ดองกิ (Donki) แห่งแรกในปี 1989 โดยปัจจุบันบางสาขาเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง และในเวลาต่อมาอาณาจักรแห่งนี้ ได้เติบโตเป็น Don Quijote Holding กลุ่มทุนยักษ์ใหญ่ในประเทศญี่ปุ่น ที่ลงทุนหลากหลายธุรกิจ โดยเน้นที่ธุรกิจค้าปลีก และพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และเมื่อต้นปี 1990 ร้านดองกิ ยังเป็นอีกหนึ่งร้านที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจฟองสบู่ของญี่ปุ่นน้อยที่สุด เนื่องจากสินค้าราคาประหยัดของเขา ช่วยให้คนญี่ปุ่นสามารถใช้จ่ายอย่างมัธยัสถ์ จึงช่วยดันยอดขายให้กับร้านค้าขึ้นไปอีก

ภาพ http://www.yellowkorner.com/pt-en/p/asakusa-don-quijote-tokyo/null

ปัจจุบัน ดองกิ มีทั้งหมด 416 สาขาทั่วโลก และมีเป้าหมายขยายสาขานอกประเทศญี่ปุ่นมากขึ้น โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ปัจจุบันมีสาขาในประเทศสิงคโปร์แล้ว 2 แห่ง เพิ่งเปิดสาขาในประเทศไทยไปแล้วอีก 1 แห่ง และมีแผนขยายหน้าร้านในพื้นที่นี้ 1-2 สาขา/ปี อีกทั้งยังตั้งเป้าว่าจะขยายสาขาในญี่ปุ่นให้ได้ 500 สาขา ภายในปี 2020

 

นอกจากสินค้าค้าที่หลากหลายทำให้หลายคนละลานตาและราคาที่ถือว่าถูกกว่าร้านอื่นๆแล้ว ทางร้านยังสร้าง Signature ที่ไม่เหมือนใคร สร้างความแปลกใหม่และสร้างเอกลักษณ์ให้กับลูกค้าได้เป็นอย่างดี ซึ่งนั้นก็คือมาสคอต Donpen เพนกวินสีฟ้า สวมหมวกนอน นั่งอยู่บนพระจันทร์เสี้ยว เพื่อสื่อถึงการเป็นร้านที่เปิดให้บริการถึงกลางดึก โดยบางสาขาเปิดตั้งแต่ 8 โมงเช้า จนถึงตี 3 และตี 5 ขณะที่บางสาขาให้บริการ 24 ชั่วโมง

ภาพ https://www.quickcompany.in/trademarks/3541859-moon-donpen-logo

อีกทั้งทำนองเพลง Miracle Shopping ที่ติดหูและฝังหัว ซึ่งถูกแต่งโดยพนักงานของดองกิชื่อทานากะ มาอิมิ โดยเพลงจะถูกเปิดคลอตลอดการทำการของร้านดองกิ แปลงเนื้อเป็นไทยตามภาษาของแต่ละประเทศ อย่างที่สิงคโปร์เองก็แปลงเนื้อร้องเป็นภาษาอังกฤษ โดยเราเชื่อว่าขณะเดินเลือกซื้อของภายในร้านไม่เกิน 1 ชั่วโมง คุณจะสามารถร้องเพลงนี้ได้อย่างแน่นอน

https://www.youtube.com/watch?v=iJyYrrDKYZE

 

ข้อมูลจาก https://www.brandbuffet.in.th/2017/11/key-success-factor-of-don-quijote-discount-store

และ https://themomentum.co/don-don-donki-thonglor/

 

โดยในวันศุกร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ในที่สุด  Donki Mall ก็ได้ทำการเปิดตัวสาขาแรกในประเทศสักที ซึ่งตั้งอยู่ที่ทองหล่อซอย10 หรือ เอกมัยซอย 5 ซึ่งสองย่านนี้ถือว่าเป็นย่านที่รวมชาวญี่ปุ่นหรือหนุ่มสาวออฟฟิศแห่งหนึ่งเลยหล่ะ แถมเดินทางได้ไม่ยากด้วย เรียกว่าเป็นการเลือกทำเลที่เหมาะสมและโลเคชั่นที่จัดว่าเยี่ยมเลยด้วย ดองกิบุกย่านทองหล่อแดนไทยแลนด์แบบนี้ทางPropholicของเราก็ไม่พลาดที่จะพาทุกคนไปดูกันสิว่าดองกิ มอลล์ และร้านดอง ดอง ดองกิจะเป็นอย่างไร จะมีสินค้าอะไรน่าสนใจและราคาจะน่ารักสมคำล่ำลือรึเปล่า

Grand Opening วันแรกคนเยอะมากกกก เยอะขนาดที่ว่าต่อแถวเข้าร้าน อีกทั้งวันนี้นอกจากจะเปิดให้คนทั่วไปเข้าแล้วยังมีเหล่าบล็อกเกอร์ ยูทูปเบอร์ และสื่อต่างประเทศมาทำคอนเทนต์กันเต็มห้างเลย ทำให้บรรยากาศค่อนข้างวุ่นวาย

สำหรับห้างดองกิ มอลล์จะมีทั้ง 5 ชั้น แต่สำหรับร้าน ดอง ดอง ดองกิ จะมีทั้งหมด 2 ชั้นด้วยกัน เนื่องจากชั้น1 คนเยอะมาก เราจึงขึ้นมาเข้าทางชั้น2 แต่ก็ดูเหมือนจะไม่แตกต่างกันเท่าไหร่แล้วแต่ละคนก็ไม่มีทีท่าว่าจะยอมแพ้กับจำนวนคนกันเลยทีเดียวเพราะวันนี้นอกจากจะเป็นการเปิดห้างอย่างเป็นทางการแล้ว สินค้ายังเซลล์แบบไม่เกรงใจ แถมยังสามารถสมาชิกฟรีแบบไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอีกด้วย

โดยกิจกรรมในวันนั้นนอกจากจะสมัครสมาชิกฟรีแล้วยังมีกิจกรรมหมุนกงล้อรับของรางวัลเล็กๆน้อยๆด้วย ซึ่งเราก็ไม่พลาดที่จะไปร่วมสนุกด้วยเช่นกัน สำหรับบัตรสมาชิกสามารถสะสมคะแนนเพื่อแลกรับเงินคืนได้เพียงใช้จ่ายสินค้าภายในร้านค้าเท่านี้ก็จะได้รับคะแนนกลับบ้านแล้ว

ข้างหน้าทางเข้าร้านมีร้านมันหวานญี่ปุ่นเผาด้วยนะ คนต่อแถวเยอะเช่นกัน ได้ยินว่าอร่อยมาก ราคาชิ้นละ 70 บาท โดยทางร้านจะเปิดให้เข้ามาซื้อเป็นรอบๆนะคะ อยากกินต้องรอนิดนึง

 

LEVEL 1

เมื่อเข้ามาในร้านเราพบกับของของมากมาย ย้ำว่าละลานตามากๆ ไม่รู้จะเดินไปทางในก่อนดี โดยสำหรับชั้น1 ของร้านดอง ดอง ดองกิจะเป็นโซนของอาหารทั้งอาหารแห้งและอาหารสด

คำเตือน ! ระวังเจอกับดักตั้งแต่ทางเข้านะคะ เพราะคิทแคทที่กลายเป็นของฝากจากญี่ปุ่นหรือเป็นขนมที่หลายคนชอบมีจำหน่ายที่นี้ในราคาที่ไม่แพงเว่อร์เหมือนหลายๆร้าน โดยราคาอยู่ที่ 159-199 บาท แล้วแต่รสชาติและมาในแพคเกจห่อใหญ่บิ๊กบึ้ม (อะ ว่าแล้วก็หยิบมาสักหนึ่งห่อ)

ถั่ววาซาบิ อีกหนึ่งขนมของฝากยอดฮิตมีจ้า

ขนมชีสเส้น ที่กินแล้วแบกแตกสุดๆ

ขนมคุกกี้ Langue De Chat คุกกี้ชื่อดังจากฮอกไกโดก็มา อร่อยมากกัดแล้วละลายในปากเลยหล่ะ

ลูกอมคาราเมลที่เราอยากแนะนำให้กินเพราะมันอร่อยมากกก โดยเฉพาะรสคาราเมล ชอบมากเป็นการส่วนตัว

เข้าสู่หมวดอาหารสดกันบ้างดีกว่าว่าจะมีอะไรน่าสนใจบ้างแต่ที่รู้ๆคืออาหารคุณภาพดีมาก น่ากินม๊ากกก แต่ราคาก็แอบโหดตามคุณภาพเหมือนกัน

เห็นคนมุงๆกันใหญ่เลยอยากรู้ว่าเขามีอะไรกัน สรุปก็คือมุงซื้อสตอเบอรี่ลดราคากันนี่เอง ขอบอกเลยว่าลูกใหญ่ หวานฉ่ำมาก

ครังสินค้าเขาแน่นมากๆเลยนะคะ เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ที่มาแล้วต้องซื้อเลยนะ สำหรับราคาก็มีหลากหลายตามเกรดของสตอเบอรี่ ซึ่งตอนนี้ทางดองกิเขากำลังลดราคาอยู่นะคะใครอยากลิ้มลองว่าสตอเบอรี่ญี่ปุ่นจะเป็นอย่างไรให้มาที่นี้เองนะ แต่ไม่ต้องรีบก็ได้เพราะราคาโปรโมชั่นนี่จนกว่าสินค้าจะหมดค่ะ

นอกจากนี้ยังมีผลไม้อิมพอร์ตหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นมันหวาน จะเอาไปต้ม ไปปิ้ง ไปทอดก็อร่อย หรือถ้าขี้เกียจก็ซื้อแบบสำเร็จรูปให้เขาปิ้งให้ที่หน้าร้านก็ได้

เมล่อนก็มาจ้า ลูกใหญ่น่ากินมากๆ

แอปเปิ้ลถูกมาก ลูกละ 59 บาทเท่านั้น หวานกรอบสุดๆ เราชิมมาแล้ว คอนเฟิร์ม

มะเขือเทศลูกสวยมาก เกรดพรีเมี่ยมสุดๆ

เนื้อลายสวยๆจ้า ราคาก็สวยๆเช่นกัน

ถัดมาเป็นโซนอาหารทะเล สายซูชิ ซาชิมิต้องไม่พลาดเพราะมีเชฟแล่เนื้อปลาให้เห็นกันสดๆเลย สดมากจริงๆ

สมกับเป็นร้านค้าญี่ปุ่นจริงๆ แม้ว่าจะเป็นอาหารตามร้านสะดวกซื้อแต่ก็ยังคงใส่ใจกับความสวยงาม

นอกจากอาหารสดแล้วยังมีโซนอาหารสำเร็จรูปที่ทำให้ลูกค้าทานร้อนๆเลยด้วย

ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ ดอง ดอง ดองกิยังขนร้านคาเฟ่ขนมญี่ปุ่นหลากหลายให้มาอยู่ครบที่นี้ที่เดียวกันไปเลย

 

LEVEL 2

เมื่อขึ้นมาชั้น 2 ก็จะตื่นตาตื้นใจหน่อยเพราะชั้นนี้จะเป็นชั้นจำหน่ายสินค้าเครื่องใช้ต่างๆ เครื่องสำอางรวมไปถึงชุดคอสเพลยืและของเล่นเด็ก เรียกได้ว่ามีตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบกันไปเลย

กองสินค้าในตระกร้าที่เห็นนี่เป็นสินค้าลดราคาที่ลดแบบโหดมากๆ อย่างเช่นยาสระผม ขนตาปลอม มาสคาร่า ฯลฯ ซึ่งแต่ละชิ้นราคาจริงจะอยู่ที่200-400บาทเลยทีเดียว แต่งานนี้ลดกระจายสุดๆไปเลย

กันแดดAnessaที่เรียกว่ากลายเป็นฮอตไอเท็มแบบที่ใครไปญี่ปุ่นต้องซื้อ สำหรับราคาสาวๆคงต้องผิดหวังนิดนึงเพราะยังคงไม่ได้ถูกเท่าญี่ปุ่น เสียใจจัง

น้ำตบลูกเดือยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวราคาน่ารักใช้ได้อยู่ ควรซื้อค่ะ

กองทัพมาร์คหน้าจ้า เยอะมากจริงๆ เลือกไม่ถูกเลยทีเดียว

หัวเชื้อไฮยาลูรอนช่วยบำรุงผิวให้แข็งแรงลดเหลือ 199บาท คือถูกมากๆจริง อะว่าแล้วก็หยิบใส่ตระกร้าเลยค่ะ

นอกจากจะมีเครื่องสำอางแบรนด์ครักสโตร์แล้ว ที่นี้ยังมีแบรนด์ไฮเอนของญี่ปุ่นจำหน่ายอีกด้วย ซึ่งส่วนใหญ่ยังไม่มีช็อปที่ไทย

Sekkisei แบรนดฺสกินแคร์ตัวดังลดอีกราคาอีก 10%

ยังมีมุมแต่งหน้าให้สาวๆได้ลองใช้เครื่องสำอางกันอย่างสบายใจ จะทา จะลอง จะลบออกก็ได้ตามสบายแถมไม่มีBAคอยกวนใจ หากสงสัยหรืออยากสอบถามผลิตภัณฑ์ก็สามารถเรียกพนักงานได้เลย ที่นี้เขาบริการเป็นกันเองมากๆ

ถัดมาเป็นมุมของใช้จิปาถะกันบ้าง มีของแปลกๆมากมายเลยรวมไปถึงอุปกรณ์ออกกำลังกายแปลกๆก็มีให้เลือกซื้อด้วย

ถุงเท้าลายการ์ตูนต่างๆ

ใครที่ชอบการแต่งคอสเพลย์ หรือ ของน่ารักกระจุกกระจิกจะต้องชอบโซนนี้มากแน่ๆ (แหมๆ พี่แกแต่งตัวนินจามาเลย)

เอาไว้ใส่ไปงานปาร์ตี้แฟนซีเก๋ๆ

มีทั้งวิก ทั้งหมวกตลกๆเยอะแยะเต็มไปหมด

เครื่องสำอางคอลเลกชั่นเซเลอร์มูน น่ารักสุดๆ แฟนคลับต้องมีสะสมให้ครบ

สกุชชี่ ของเล่นสุดฮิตของเด็กสมัยนี้ บีบๆขยำๆ เอ่อ..ก็สนุกดีนะ เพลินดีมีกลิ่นหอมด้วย

โซนของเล่นสำหรับเด็ก

เคสมือถือ

ขึ้นชื่อว่าญี่ปุ่นแล้วของใช้ธรรมดาคงไม่ใช่ อย่างเช่นหน้ากากปิดจมูกลายสร้างสรรค์แบบนี้เป็นต้น ถ้าเอาไปใช้จริงคงตลกน่าดู

เครื่องเขียน

โซนของใช้ภายในบ้าน ของเยอะ ราคาน่ารัก ถูกใจคุณแม่บ้านสุดๆ

เรียกว่าชั้น2เป็นสวรรค์ของนักช็อปเลยก็ว่าได้ ให้อยู่ทั้งวันก็ยังได้เลย

บริเวณหน้าร้านดองดองดองกิชั้น2 มีตู้ชกาชาปองด้วยแหละ รู้สึกจะตู้ละ 150 บาท ให้อารมณ์เหมือนอยู่ญี่ปุ่นจริงๆ

 

นอกจากร้านดองดองดองกิแล้วชั้น2ยังรวบรวมร้านค้าสัญชาติญี่ปุ่นไว้ที่นี้ที่เดียวไม่ว่าจะเป็น

ร้านแว่นOwnDays

ไดโซะก็จะเงียบๆหน่อย

ร้าน Nail It ร้านทำเล็บเจลยอดฮิตที่ไม่ได้มีแค่บนบีทีเอสเอท่านั้น แต่ตอนนี้มาเปิดที่Donki mallแล้ว

ซุรูฮะ ร้านที่ขายสินค้าแบรนด์ญี่ปุ่นที่เราคุ้นเคย

รวมถึงร้านจำหน่อยผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ Marukome

 

LEVEL 3

ซื้อของเสร็จเลยขอเดินสำรวจห้างใหม่สักหน่อยว่ามีอะไรบ้าง ซึ่งเมื่อขึ้นมาชั้น3จะเป็นชั้นของร้านอาหารญี่ปุ่นต่างๆ

เรียกว่าเป็นสวรรค์ของคนรักอาหารญี่ปุ่นเลยหล่ะ เลือกร้านที่ชอบได้ตามใจชอบได้เลย

 

LEVEL 4

ภาพ https://themomentum.co/don-don-donki-thonglor/

ในส่วนของชั้น 4 – 5 จะเป็นโซนเอนเตอร์เทน มีคาราโอเกะให้แก่ผู้ที่ชอบร้องเพลงเหมาะกับหนุ่มสาวออฟฟิศแถวทองหล่อเอกมัยมากๆ เลิกงานหรือจะเลี้ยงสังสรรค์ที่นี้ก็เหมาะมาก โดยร้านคาราโอเกะจะมีห้องขนาดใหญ่สุดสำหรับ 30 ที่นั่งพร้อมโต๊ะพูล ห้องขนาดรองลงมา และห้องสำหรับเด็กที่ปูพื้นนิ่มเพื่อให้เด็กๆ กระโดดได้อย่างเต็มที่ ในราคาต่อหัวที่เริ่มต้นตั้งแต่ 160-300 บาทต่อคน ขึ้นกับช่วงเวลา และราคาลดหลั่นลงอีกเมื่อไปกันหลายคน ภายในชั้นเดียวกันมีสวนสนุกคิดตี้ หรือ ‘Hello Kitty Go Around’ ที่จะเปิดเต็มตัวราวกลางเดือนมีนาคม

ข้อมูลจาก https://themomentum.co/don-don-donki-thonglor/

 

LEVEL 5

ภาพ http://www.cleothailand.com/lifestyle/don-don-donki

มาถึงชั้นสุดท้ายกันแล้ว โดยชั้นนี้จะเป็นส่วนของ D-Sport Stadium สนามกีฬาในร่ม อย่าง “Batting Machine” เล่นแบทเองได้ ตีเบสบอลแก้เครียด ปีนผ่า 8 เมตร ค่าบัตรผ่าน คนละ 100 บาทต่อชั่วโมง ไม่จำกัดเครื่องเล่นและเวลา แล้วยังมีร้านเกมส์

ข้อมูลจาก http://www.cleothailand.com/lifestyle/don-don-donki

 

เป็นยังไงกันบ้างสำหรับการเปิดตัวห้างใหม่แห่งย่านทองหล่อ-เอกมัยแห่งนี้ เรียกได้ว่ามีครบทุกอย่างมากๆตั้งแต่อาหาร ร้านคาเฟ่ ความสวยความงาม ของใช้อุปโภครวมไปถึงโซนเอนเตอร์เทนให้คุณได้ผ่อนคลายจากการทำงาน แถมยังเปิดตลอด 24 ชั่วโมงแบบเหงาเมื่อไหร่ก็แวะมาได้เลย หวังว่าจะถูกใจนักช้อปไม่ว่าคุณจะอินกับความMade in Japan หรือไม่ เราเชื่อว่าหากคุณได้แวะมาเดินผ่อนคลายที่นี้จะต้องได้ของถูกใจติดไม้ติดมือกลับบ้านไปอย่างแน่นอน ถ้าใครได้อ่านรีวิวของเราแล้วรุ้สึกคันไม้คันมืออยากเดินทางมาที่ Donki Mall Thonglor คุณสามารถมาได้ง่ายที่ทองหล่อซอย 10 หรือ เอกมัยซอย 5 ซึ่งหากใครขับรถส่วนตัวเองทาง Donki Mall ก็มีลานจอดรถด้วยเหมือนกันนะ ไม่ต้องกลัวจะหาที่จอดรถไม่ได้ หรือจะเดินทางด้วยรถไฟฟ้าBTS ก็สะดวกมากๆ โดยลงที่สถานีทองหล่อหรือเอกมัยก็ได้ เพื่อเพิ่มความสะดวกให้แก่ลูกค้าทางห้างมีรถ Free Shuttle Bus ตามจุดต่างๆบริการอีกด้วย

ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่เพิ่มสีสันให้แก่ย่านที่ไม่ได้มีดีแค่ผับบาร์หรือคาเฟ่และอาหารเท่านั้น ถือว่าเป็นการเรียกนักท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็นทั้งคนไทยเองหรือชาวต่างชาติให้เกิดการกระจายตัวตามย่านต่างของกรุงเทพฯมากขึ้นอีกด้วย ทั้งนี้การที่Donki ที่มีการขยายสาขาออกมานอกประเทศหรือแถบเอเชียเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากขึ้นนั้นแสดงให้เห็นความประสบความสำเร็จของธุรกิจการค้าปลีกได้ของ Don Quijote ได้อย่างชัดเจน และภายในเดือนมิ.ย. 2562 ทางกลุ่ม Donki จะมีหน้าร้านทั่วโลก 470 สาขา และคาดว่าในประเทศสิงคโปร์จะมีหน้าร้านถึง 10 สาขาในอีกไม่กี่ปีจากนี้ จากความสำเร็จของร้านค้า Don Quijote ที่เน้นจำหน่ายสินค้าราคาประหยัด และมีทุกอย่างให้เลือกซื้อส่งผลให้ตัวเลขผลประกอบการของ Don Quijote Group ในรอบปีการเงินระหว่างกรกฎาคม 2016 – มิถุนายน 2017 ทำยอดขายได้สูงถึง 828,800 ล้านเยน และมี Operating Income 46,200 ล้านบาทเลยทีเดียว ซึ่งตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าร้านค้าสะดวกซื้อที่อดีตเคยเป็นร้านขายของธรรมดาๆแห่งนี้ ปัจจุบันได้เติบโตและประสบความสำเร็จมากเพียงไหน อีกทั้งยังคงครองใจคนญี่ปุ่นและคนต่างชาติ และในอนาคตเราเชื่อว่ากระแสความนิยมของ Don Quijote จะยังเป็นเส้นกราฟที่พุ่งสูงขึ้นไปอีกแน่นอน

ข้อมูลจาก https://www.brandbuffet.in.th/2017/11/key-success-factor-of-don-quijote-discount-store

และ https://brandinside.asia/don-quijote-1-trillion-yen-sales

 

สรุป

จากความเห็นส่วนตัวสำหรับ Donki Mall สาขาทองหล่อ ถ้าคะแนนเต็ม 10 เราขอให้ 5 คะแนน เพราะรู้สึกว่าที่นี่ยังขาดเอกลักษณ์สำคัญหลายๆอย่างจากร้าน Original หรือแม้กระทั่งที่สิงค์โปร์ยังดีกว่า

1. ที่นี่เน้นของกิน ของสด อาหารปรุงสำเร็จ แนว Fuji SuperMarket มากจนเกินไป ซึ่งมันไม่ใช่จุดเด่นของ Donki อีกทั้งของกินเหล่านี้หากไปช่วงดึกหลังห้าทุ่ม ก็จะหมด หรือไม่ก็ค้างนาน กลายเป็นของไม่สด

2. พื้นที่ของเบ็ดเตล็ดมีน้อย และมีของน้อยมากที่เป็น Original หาได้เฉพาะที่ดองกี้

3. ถ้านักท่องเที่ยวที่ไปเดินร้านดองกี้ที่ญี่ปุ่น ส่วนใหญ่จะซื้อของอยู่ 5 แผนกก็คือ แผนกยา แผนก Gadget และของเล่น แผนกเครื่องสำองค์และคอนแทคเลนส์ แผนก Cosplay และแผนก 18+ แต่ที่นี่มีแค่แผนกเดียวย่อยๆที่เอามาคือแผนกชุด Cosplay ซึ่งมีน้อยมาก นี่ยังไม่รวมแผนกขายของแบรนด์เนม และของมือสอง และกระเป๋าเดินทาง สรุปคนที่ไปดองกี้ที่ญีุ่ป่นบ่อยๆอาจจะผิดหวัง และภาพจำของคนที่ไม่เคยไปมาก็จะผิดไปด้วย

และทั้งหมดนี้ก็เป็นเพียงความรู้สึกและคิดเห็นส่วนตัวจากPropholicเท่านั้น ขออย่าพึ่งเชื่อเราทั้งหมดนะคะเพราะความเห็นของแต่ละคนอาจจะไม่เหมือนกันก็ได้ โดยเราอยากให้คุณลองไปเดินชิม เดินช้อปด้วยตัวคุณเองด้วยว่ารู้สึกอย่างไรกันบ้างหรือมีความคิดเห็นเหมือนกับเรารึเปล่า แล้วถ้าใครได้มีโอกาสไปเยี่ยมห้างใหม่แห่งนี้แล้วลองเข้ามาคุย มาให้คะแนนกันหน่อยว่ารู้สึกอย่างไร ถ้าคะแนนเต็มสิบคุณจะให้ Donki Mall Thonglor กี่คะแนน ?



Pawanrat D

Pawanrat D

Content Creator จบใหม่ไฟแรงที่คลั่งไคล้ในBeautyและฝันอยากเป็น Beauty Editor แต่จับพลัดจับผลูให้มาทำเกี่ยวกับProperty โดยไม่ได้มีความรู้เกี่ยวกับอสังหาฯและการดีไซน์มาก่อนเลย แต่อาศัยความชอบคิด ขีด เขียนและค้นคว้าสิ่งใหม่ๆอยู่เสมอ

เว็บไซต์

หรูและแพงสุดๆ! DMHOME LUXE เปิดตัว 2 แบรนด์แฟชั่นเอาใจสาย Ultra Luxury กับแบรนด์ Bottega Veneta’s Home และ Roberto Cavalli Home ที่ชั้น 3 สยามพารากอน!

ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปี DECOR MART ได้รับความไว้วางใจ ทั้งจากลูกค้าผู้หลงใหลในการแต่งบ้าน รวมทั้ง สถาปนิก มัณฑนากร และนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ในฐานะผู้นำธุรกิจดีไซน์และสินค้าไลฟ์สไตล์ที่รวบรวมเฟอร์น... อ่านต่อ




EXCLUSIVE interview : คุณธงชัย บุศราพันธ์ เฉลยคำถามว่า “ทำไมถึงกลับมา NOBLE”

บ้างก็ลือว่าเตรียมไปเทคโอเวอร์บริษัทอสังหายักษ์ใหญ่แต่ฐานะการเงินไม่ค่อยดีในขณะนั้น บ้... อ่านต่อ

อยู่รวมกัน เจอปัญหาควันบุหรี่ แก้ไขยังไงดี

บุหรี่ตัวร้าย อันตรายที่ทำลายชีวิตคน” ในแต่ละปีมีคนเป็นจำนวนมากที่เสียชีวิตจากบุหรี่ ผู... อ่านต่อ

เปิดตัว “สโคป หลังสวน” – โครงการแรกในไทย โดยดีไซเนอร์ผู้ออกแบบคอนโดที่แพงที่สุดของนิวยอร์ค

เปิดตัวผลงานแรกในประเทศไทย ของ “โทมัส ยูล-ฮันเซน” ดีไซเนอร์ชาวเดนมาร์ก ผู้ออกแบบภายในโค... อ่านต่อ

KRAAM Sukhumvit 26 ต้นตำหรับ Luxury Home – Like Condominium พัฒนาโดย Nye Estate สร้างเสร็จสมบูรณ์พร้อมเข้าอยู่แล้ว ในราคาเริ่มต้น 16.9 ลบ.

ยุคสมัยนี้ดูเหมือนว่าคอนเซปท์การพัฒนาคอนโดในรูปแบบอบอุ่นเหมือนอยู่บ้านตามสไตล์ Feel Lik... อ่านต่อ