ไม่ต้องกลัวว่าเพื่อนแสนรักจะเหงาเวลาอยู่คนเดียว กับ Gadget สุดคูลสำหรับคนรักสัตว์เลี้ยง

Pawanrat D 13 January, 2019 at 02.43 am

ปัจจุบันลักษณะทางสังคมของเราได้เปลี่ยนไป โดยประเทศไทยกำลังจะเข้าสู่สังคมผู้สู้อายุ คนโสดมากขึ้น คนมีลูกน้อยลง หลายคู่แต่งงานแต่ไม่อยากมีลูก จึงทำให้การเกิดลดลงและจำนวนประชากรของประเทศชะลอตัว สัตว์เลี้ยงจึงเป็นเสมือนเพื่อนหรือลูกเพื่อมาทดแทนและเติมเต็มให้ครอบครัวของคุณสมบูรณ์พร้อมเพิ่มสีสันให้แก่บ้านของเราอีกด้วย

ภาพ https://www.lifewithdogs.tv/2016/04/vitamin-d-seniors-enjoy-health-benefits-from-dog-ownership/


รู้หรือไม่ว่าสัตว์เลี้ยงช่วยเยียวยาจิตใจของเราได้ หรือ เรียกว่า Animal therapy โดยพื้นฐานแล้วคนเรามักจะรู้สึกดีเมื่อลูบหรือสัมผัสขนนุ่มๆ และเมื่อคุณได้ใกล้ชิดกับสัตว์เลี้ยงเมื่อใดฮอร์โมน Endorphin และ Oxytocin จะเพิ่มมากขึ้น ซึ่งล้วนเป็นฮอร์โมนที่ส่งเสริมด้านความสุข นอกจากนี้การที่เราอยู่ใกล้สัตว์นอกจากจะช่วยให้เรามีสุขภาพจิตที่ยังทำให้สุขภาพกายแข็งแรงขึ้นเพราะการเลี้ยงสัตว์จะช่วยให้เราเคลื่อนไหวได้ง่ายขึ้นอย่างไม่รู้ตัวโดยจากผลวิจัยพบว่าเจ้าของสัตว์ที่พาสัตว์เลี้ยงออกไปเดินเล่นทุกวันจะทำให้ความดันโลหิตลดลง รวมทั้งช่วยให้คอเลสเตอรอล และไตรกลีเซอไรด์ลดลงได้ อีกทั้งยังช่วยเป็นการเผาพลาญพลังงานในร่างกายไปในตัวอีกด้วย ซึ่งมันจะสามารถช่วยให้ร่างกายของคุณรู้สึกฟิต พร้อมทั้งช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ และกระดูกให้แข็งแรงขึ้น จึงทำให้หลายบ้านมีการเลี้ยงสัตว์เพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้มีจำนวนสัตว์เลี้ยงเติบโตอย่างต่อเนื่อง…บ้างทีอาจมากกว่าจำนวนการเพิ่มขึ้นของคนซะอีก

 

ขอบคุณข้อมูลจาก https://thematter.co/byte/what-animal-get-from-animal-therapy/50145 และ https://www.catdumb.com/pet-ownership-health-093/

 

ในต่างประเทศ อพาร์ทเมนท์ หรือคอนโดส่วนใหญ่มักจะอนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ตั้งแต่ 1 – 2ตัว ซึ่งในการเลี้ยงสัตว์นั้นชาวต่างชาติมักจะมีความรับผิดชอบต่อส่วนรวมมากกว่าคนไทย ดังนั้นจึงไม่ค่อยมีปัญหาในการอยู่ร่วมกันระหว่างคนเลี้ยงสัตว์และคนทั่วไป แต่ในเมืองไทย สภาพทางสังคม และอะไรหลายๆอย่างทำให้คนบางคนมักจะขาดจิตสำนัก รวมถึงมีการเลี้ยงสัตว์แบบผิดวิธี ปล่อยปละละเลย จนทำให้คนที่ไม่เลี้ยงสัตว์หลายๆคนไม่อยากที่จะอยู่ร่วมกับคนที่เลี้ยงสัตว์ เนื่องจากมองว่าสกปรก เสียงดัง และไม่ปลอดภัย คนที่เลี้ยงสัตว์ส่วนใหญ่ โดยเฉพาะสุนัขหรือแมวก็เลยมีทางเลือกอยู่แค่ไม่กี่ทางคือ ต้องเลี้ยงในบ้าน ทาวน์โฮม หรือในที่ๆมีพื้นที่พอให้เลี้ยงได้ แต่เนื่องจากในปัจจุบันแนวทางในการพัฒนาโครงการคอนโดมีเพิ่มมากขึ้น และก็จะพบว่ามีหลายๆคนก็นิยมที่จะแอบเลี้ยงสัตว์ในคอนโด ซึ่งก็ทำให้มีดีเวลลอปเปอร์หลายรายมองเห็นโอกาสในการทำการตลาด ก็เลยพัฒนาคอนโดในรูปแบบ Pet Welcome ที่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ได้ภายใต้กฎระเบียบที่กำหนดไว้ เช่นคอนโดทุกโครงการของค่าย Major Development ยกตัวอย่างเช่น โครงการMARU EKKAMAI 2 ที่เป็นคอนโด High Rise และอนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ได้ 1 ตัว

โครงการMARU EKKAMAI 2 พื้นที่ที่ตอบทุกการอยู่อาศัยบนคอนเซปต์ Less is More ซึ่งมาในคอนเซปคอนโดที่สามารถเลี้ยงสัตว์ได้ “Pet-friendly Condominium” เรียกว่าเอาใจกลุ่มคนรักสัตว์ ที่อยากอยู่คอนโด แต่คอนโดทั่วไปก็มีข้อจำกัดในการห้ามเลี้ยงสัตว์ และ MARU ก็เป็นคอนโดเพียงไม่กี่รายที่เพิ่งเปิดตัว และอนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ได้ภายใต้ข้อกำหนดของโครงการฯ บนพื้นที่คอนโดที่ออกแบบอย่างเรียบง่าย แต่ครบทุก function

 

แต่การเป็นคอนโดแนว Pet Welcome ก็ดูจะไม่เป็นที่ตอบโจทย์มากสำหรับคนที่เลี้ยงสัตว์อย่างจริงจัง และสัตว์เลี้ยงเองก็ดูที่จะอึดอัดเพราะไม่มีพื้นที่เพียงพอให้วิ่งเล่น ออกกำลังกาย ซึ่งในอนาคตก็เชื่อว่าน่าจะมี Developer หลายรายที่มุ่งมั่นในการพัฒนาโครงการเพื่อสัตว์เลี้ยงอย่างจริงจัง

ข้อมูลเพิ่มเติมที่ https://propholic.com/prop-verdict/maru-ekkamai-2/

 

แต่สำหรับคนที่เลี้ยงสัตว์ไม่ว่าจะอยู่บ้านหรือคอนโด แน่นอนว่าช่วงเวลาที่ห่างไกลจากสัตว์เลี้ยงย่อมสร้างความวิตกกังวลไม่น้อยกับทั้งตัวเราและสัตว์เลี้ยง ในหลายๆครั้งหากเจ้าของไม่อยู่บ้านเกิน 1 วันหรือต้องไปธุระค้างคืน ทางเลือกที่จะนำเอาสัตว์เลี้ยงไปฝากโรงแรม โรงพยาบาล หรือ Daycare ก็คงจะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด แต่หากว่าเราต้องออกไปทำงานแต่เช้ากลับบ้านดึกดื่นทุกวัน การเสียเงินไปฝาก Daycare ทุกวันอาจจะเป็นเรื่องที่สิ้นเปลืองเกินไป ซึ่งในปัจจุบันความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ทำให้เราได้มีโอกาสสื่อสารกับสัตว์เลี้ยงได้อย่างสะดวกสบาย เทคโนโลยีอย่าง VDO Phone, IP Camara ทำให้เราสามารถโต้ตอบกับสัตว์เลี้ยงยามที่เราอยู่ห่างไกลได้ แต่ข้อเสียเปรียบก็คือเราเล่นด้วยไม่ได้ ให้อาหารไม่ได้ ซึ่งผลเสียที่ตามมาก็คือสัตว์เลี้ยงจะเหงา เกินอาการวิตกกังวล มีปัญหากับสุขภาพจิตในระยะยาวได้ ซึ่งวันนี้จะขอเเนะนำตัวช่วยเป็น Gadget สุดคูลจาก Powbo บริษัทในเครือของเอเซอร์ โดยในปี 2017 ทาง Powboได้มีการเพิ่มไลน์และทำการเปิดตัวผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยง ไป 3 รุ่น ได้แก่ Pawbo iPuppyGo เครื่องติดตามน้ำหนักเบา สำหรับการติดตามทุกกิจกรรมและดูแลสุขภาพของสัตว์เลี้ยง, Pawbo WagTag ปลอกคอสุนัขที่เชื่อมต่อด้วยระบบคลาวด์ ติดตามตำแหน่งและตรวจเช็คสภาพแวดล้อมโดยรอบของสัตว์เลี้ยง และ Pawbo Munch ฟีเจอร์ให้อาหารอัจฉริยะที่ใช้งานร่วมกับ Pawbo+ ช่วยให้เจ้าของสามารถโต้ตอบกับสัตว์เลี้ยงได้ไม่ว่าจะอยู่บ้านหรือห่างไกลกัน ซึ่งเพิ่มความสะดวกสบายและช่วยให้คนรักสัตว์หมดกังวัลกับสัตว์เมื่อไม่ได้อยู่บ้านโดย Gadget ตัวหลักก็คงจะเป็น Pawbo กล้องสำหรับสัตว์เลี้ยง พร้อมให้อาหารอัตโนมัติช่วยให้เจ้าของตอบโต้กับสัตว์เลี้ยงได้ไม่ว่าจะอยู่บ้านหรือห่างไกลกัน

ภาพ https://www.facebook.com/pawbothailand/photos/a.1769320293358141

Pawbo⁺ สุดยอดกล้องอัจฉริยะโต้ตอบสื่อสารกับสัตว์เลี้ยง คุณสามารถดูภาพ พูดคุย ให้รางวัลและเล่นกับสัตว์เลี้ยงตัวโปรดของคุณผ่านมือถือได้ทุกที่ ทุกเวลา แม้อยู่ห่างไกลกัน Pawbo⁺ เป็น Gadgetสำหรับคนรักสัตว์เลี้ยง ช่วยให้คุณหมดกังวลเมื่อต้องปล่อยสัตว์เลี้ยงแสนรักไว้ในบ้านลำพัง

ภาพ https://www.facebook.com/pawbothailand/photos/a.176932029335814

โดย Pawbo⁺ ตัวนี้จะมาพร้อมกล้องเว็บแคม wireless ระดับ HD 720P เก็บภาพมุมกว้างได้ 130 องศา ให้คุณสอดส่องพฤติกรรมสัตว์เลี้ยงของคุณหรือส่งเสียงหาสัตว์เลี้ยงผ่านระบบ Push-to-Talk ด้วยออโต้ไมโครโฟน ลำโพงภายในตัว

ภาพ https://www.facebook.com/pawbothailand/photos/a.1769320293358141/1921163508173818

อีกทั้งยังสามารถให้ขนมแก่สัตว์เลี้ยงในช่วงเวลาที่ออกนอกบ้านได้ด้วยฟีเจอร์ Treat dispending มีเลเซอร์พ้อยเตอร์ในตัว ที่ควบคุมสั่งผ่านแอปโดยสามารถใส่ได้สูงสุด 10 ช่อง อาจจะน้อยไปหน่อยสำหรับบ้านไหนที่มีสัตว์เลี้ยงที่ค่อนข้างกินจุแต่อย่างน้อยก็สามารถสร้างความตื่นตาและเป็นเพื่อนเล่นคลายเหงาให้แก่เจ้าตัวน้อยได้ตลอดเวลา  Pawbo⁺ควบคุมการทำงานผ่านสมาร์ทโฟน รองรับการเชื่อมต่อพร้อมกันได้ถึง 8 เครื่อง พร้อมแชร์โมเมนท์สุดน่ารักของเจ้าตัวน้อยให้เพื่อน ๆ ได้เห็นผ่านทางแอปพลิเคชั่น Pawbo Life โดยการดาวน์โหลดแอปผ่านทาง play store ใน android หรือ app store ใน IOS แล้วทำการเชื่อมต่อครั้งแรกโดยเปิด wifi เอาไว้ เพียงเท่านี้ก็สามารถใช้งานได้แล้วที่มีฟีเจอร์ช่วยสร้างกระบวนการรับรู้ สร้างความบันเทิง ให้กับเจ้าตัวน้อยได้อย่างดี

 

เพื่อให้คุณเห็นภาพการใช้เจ้าGadgetตัวนี้มากขึ้น เรามีคลิปวีดีโอรีวิวการใช้งานให้ดูด้วย

เห็นไหมว่าใช้ง่ายไม่ยากแถมเสมือนเราได้อยู่ใกล้สัตว์เลี้ยงของเราตลอดเวลา อีกทั้งไม่ต้องกังวลว่าเจ้าตัวน้อยของเราจะหิวไหมเพราะ Pawboเป็นตัวช่วยในการให้อาหารสัตว์เลี้ยงให้ได้อุ่นใจ

Gadget ต่อมาของ Pawbo ที่ถูกเพิ่มไลน์ถัดมาก็คือ Pawbo Munch อุปกรณ์สำหรับให้อาหารสัตว์เลี้ยง ฟีเจอร์ให้อาหารอัจฉริยะที่ใช้งานร่วมกับ Pawbo+ หมดห่วงเรื่องความหิว ช่วยให้เจ้าของสามารถโต้ตอบกับสัตว์เลี้ยงได้ไม่ว่าจะอยู่บ้านหรือห่างไกลกัน

ภาพ https://pawbothailand.com/pawbo-munch/ และ https://www.facebook.com/pawbothailand/photos/a.1769320293358141

โดย Pawbo Munch จะทำงานด้วยการควบคุมผ่านรีโมทหรือแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน อย่าง Pawbo Life ที่เชื่อมต่อผ่านกล้องสื่อสารระหว่างเจ้าของกับสัตว์เลี้ยงอย่าง Pawbo+ นอกจากนี้ Pawbo Munch ยังมีเครื่องใส่ขนมที่สามารถใส่ขนมรูปร่างและขนาดต่างๆ ให้เจ้าของเลือกประเภทและปริมาณของขนมสำหรับสัตว์เลี้ยงได้ตามใจชอบ

นอกจากนี้ Pawbo Munch มาพร้อมเกมสไตล์สล็อตแมชชีนอันชาญฉลาด ที่ให้เจ้าของให้รางวัลสัตว์เลี้ยงด้วยขนมหลากหลายชนิดที่ทั้งอร่อยและมีประโยชน์ โดยขนมจะถูกปล่อยออกมาจากช่องสไลด์หรือถาดขนมเมื่อสัญลักษณ์ถูกจับคู่ได้ลงตัว มอบความสนุกสนานให้กับทั้งสัตว์เลี้ยงและเจ้าของ

ถือว่าเป็น Gadget ที่สร้างสรรค์และน่ารักมากๆ นอกจากจะช่วยให้เจ้าของสะดวกและหมดห่วงเรื่องอาหารของสัตว์เลี้ยงแล้วยังมอบความสุขและความสนุกสนานให้แก่เจ้าของและสัตว์เลี้ยงอีกด้วย

 

Pawbo iPuppyGO เครื่องติดตามน้ำหนักเบา สำหรับการติดตามทุกกิจกรรมและดูแลสุขภาพของสัตว์เลี้ยง

ภาพ https://pawbothailand.com/pawbo-ipuppygo/

และ https://www.facebook.com/pawbothailand/photos/a.1769320293358141

เทรนด์เทคโนโลยีเพื่อสุขภาพและความแข็งแรง ที่ขยายมาสู่สัตว์เลี้ยง Pawbo iPuppyGo คืออุปกรณ์ติดตามที่คอยเฝ้าดูกิจกรรมต่างๆของสัตว์เลี้ยงด้วย“Smart Tracker” คลายความกังวล ติดตามกิจกรรมของน้อง ๆ ย้อนหลังในช่วงที่เราไม่อยู่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นระดับการออกกำลังกาย รูปแบบการนอน การแสดงอารมณ์ และสถานะสุขภาพ ใช้งานโดยติดไว้กับปลอกคอของเขาเชื่อมต่อด้วยแอปพลิเคชัน iPuppyGo ผ่านบลูทูธ เมื่อเชื่อมต่อแอปพลิเคชันผ่านบลูทูธแล้ว เจ้าของสามารถตั้งค่า iPuppyGo ได้ด้วยการใส่ข้อมูลพื้นฐานของสัตว์เลี้ยงลงไป จากนั้นจึงเริ่มบันทึกและติดตาม เพื่อส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ของสัตว์เลี้ยงให้ดีที่สุด อุปกรณ์มีน้ำหนักเบา ตัวเครื่องมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเพียง 35 มิลลิเมตร จึงสามารถติดไว้กับปลอกคอของสัตว์เลี้ยงได้ และมีสีให้เลือกถึง 5 สี นอกเหนือจากนี้ iPuppyGo ยังมอบความสุข เจ้าของกับสัตว์เลี้ยง ด้วยเกมล่าขุมทรัพย์ ที่สามารถเล่นผ่านทางแอปพลิเคชัน iPuppyGo ฟีเจอร์พิเศษนี้จะให้เจ้าของและสัตว์เลี้ยงตัวโปรด ร่วมเล่นเกมทายปริศนาและตามรอยแผนที่ขุมทรัพย์ เพื่อค้นหาสมบัติที่ซ่อนอยู่ โดยมีรางวัลและข้อเสนอที่น่าดึงดูดใจเป็นเดิมพัน

โดยวิธีใช้งานเจ้า iPuppyGo ก็ไม่ได้ยุ่งยากแต่อย่างใด

ขั้นตอนแรกเลยทำการดาวน์โหลดแอป iPuppyGo ลงบนสมาร์ทโฟนแล้วทำการลงทะเบียนเข้าใช้งานด้วย Email หรือเชื่อมต่อกับ Facebook จากนั้นใส่ข้อมูลพื้นฐานของสัตว์เลี้ยงลงไป (ชื่อ สายพันธุ์ น้ำหนัก และวันเดือนปีเกิด)

iPuppyGo มาใน Packaging กล่องใส เปิดออกมาแล้วก็จะเจอกับอุปกรณ์ที่มีมาให้ด้วยตามนี้

1. ตัวเครื่อง iPuppyGo

2. สายรัด 2 เส้น

3. คู่มือและใบรับประกัน

(iPuppyGo จะใช้ถ่านรีโมทรถยนต์ 1 ก้อน สามารถหาซื้อได้ตามร้านสะดวกซื้อทั่วไป)

ขั้นตอนต่อมา ให้เปิดด้านหลังตัวเครื่องโดยใช้เหรียญหมุนบิดเพื่อใส่ถ่านเข้าไป

จากนั้นใส่สายรัดและนำไปติดไว้ที่ปลอกคอหรือผ้าพันคอของน้องหมาและน้องแมวเท่านี้คุณก็จะสามารถติดตามสัตว์เลี้ยงของคุณผ่านมือถือได้อย่างง่ายดาย

ข้อมูลจาก https://www.facebook.com/pawbothailand/

Pawbo WagTag ติดตามสัตว์เลี้ยงของคุณไปทุกหนแห่ง

ภาพ https://www.facebook.com/pawbothailand/photos/a.1769320293358141/1815356438754526/

มอบความอุ่นใจให้กับเจ้าของด้วย Pawbo WagTag ช่วยให้เจ้าของสามารถรับรู้ได้ว่าสัตว์เลี้ยงของพวกเขาอยู่ที่ไหน ไม่ว่าจะทั้งในบ้านหรือเมื่อพ้นประตูออกไปด้วยเทคโนโลยีการจัดวางตำแหน่งระบบไฮบริด GPS, AGPS, Wi-Fi และ 3G ลงในอุปกรณ์ Pawbo WagTagอีกพร้อมทั้งช่วยให้ปลอกคอสามารถใช้งานได้หลายวันก่อนที่จะนำไปชาร์จใหม่ ผสานกับเทคโนโลยี Geo-fencing ช่วยให้เจ้าของกำหนดพื้นที่ปลอดภัย และรับการแจ้งเตือนทุกครั้งเมื่อสัตว์เลี้ยงเข้าหรือออกจากพื้นที่ปลอดภัยนั้นๆ นอกจากนี้ WagTag ยังมาพร้อมฟีเจอร์สายจูง ไดนามิกเสมือนจริงที่จะคอยเตือนเมื่อสัตว์เลี้ยงพลัดหลงไปไกล ในยามที่เจ้าของพาออกไปเดินเล่น

ภาพ https://www.pawbo.com/us/ifa-en

Pawbo WagTag ยังมอบฟีเจอร์ตรวจจับการเห่าที่จะส่งการแจ้งเตือนไปยังเจ้าของเมื่อตรวจจับเสียงเห่าที่ผิดปกติ และจะเปิดเสียงที่ถูกบันทึกไว้ เพื่อให้เจ้าของได้ยินสิ่งที่เกิดขึ้น เซนเซอร์ตัวเสริมจะช่วยตรวจจับเหตุการณ์ไม่คาดคิดและอุณหภูมิโดยรอบ ทำให้เจ้าของสบายใจได้ว่าสัตว์เลี้ยงของเขาปลอดภัยดี นอกจากนี้เพื่อนและครอบครัวก็ยังสามารถช่วยเจ้าของเลี้ยงสัตว์มอนิเตอร์เจ้าจอมซนจากในระยะไกลได้อีกด้วย โดยจะได้รับการแจ้งเตือนเช่นเดียวกับเจ้าของ

 

นอกจากผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยงทั้ง 3 รุ่นที่ Pawbo ได้เคยเปิดตัวไปแล้ว ปัจจุบันยังมีอีกหลากหลายผลิตภัณฑ์ให้คนรักสัตว์ได้เลือกให้กับสัตว์เลี้ยงที่คุณรัก ไม่ว่าจะเป็น Pawbo Catch อุปกรณ์เสริมเพื่อล่นกับสัตว์เลี้ยงของคุณ

ภาพ https://thegadgetflow.com/portfolio/pawbo-catch-remote-cat-toy/

ไม้ล่อแมวอัตโนมัติพร้อมโหมดทำงานอัตโนมัติสร้างรูปแบบการขยับที่ไม่ซ้ำกันผ่านรีโมทหรือแอปพลิเคชั่น Pawbo Life และปลอดภัยด้วยระบบตัดการทำงานในตัวหากเกิดไฟฟ้าขัดข้อง นอกจากนี้คุณยังสามารถส่องพฤติกรรมและได้ดูเขาเล่นระหว่างวันได้ด้วย แบบนี้ก็ไม่ต้องกลัวน้องแมวที่บ้านจะเหงาอีกต่อไป

แม้ว่าเจ้าของจะไม่มีเวลาเล่นด้วยหรือไม่อยู่บ้านต้องทิ้งสัตว์เลี้ยงของคุณให้อยู่คนเดียว คลายความกังวลไปได้เลยน้องแมวของคุณจะไม่เหงาอีกต่อไป

 

Pawbo Flash อุปกรณ์เสริมเพื่อใช้งานคู่กับ Pawbo⁺ ที่ช่วยให้คุณเห็นสัตว์เลี้ยงได้ในที่มืด

ภาพ https://www.facebook.com/pawbothailand/photos

กล้องส่องสัตว์เลี้ยงในเวลากลางคืนช่วยให้คุณสามารถเห็นน้องหมาและน้องแมวของคูณว่าทำอะไรอยู่ท่ามกลางความมืดในขณะที่คุณไม่อยู่บ้าน โดย Pawbo Flash มาเป็นหูแมวอุปกรณ์เสริมใช้คู่กับPawbo⁺ กล้องอัจฉริยะ นอกจากนี้อุปกรณ์เสริมตัวนี้ยังมีระบบอัจฉริยะที่สามารถเปิด/ปิดไฟกล้องตามความมืดของแสงและแสงไฟจากกล้องยังไม่เป็นอันตรายต่อตาของสัตว์เลี้ยงอีกด้วย

 

วิธีใช้ก็ง่ายๆ แค่เสียบเข้ากับ Pawbo⁺ ก็สามารถใช้งานร่วมกันผ่านแอปพลิเคชัน Pawbo Life พร้อมถ่ายภาพ กับวิดีโอ และสามารถแชร์ลง social media ได้ในทันที

มาในรูปแบบกล้องหูแมวน่ารักพร้อมตัวเสียบเข้ากับ Pawbo⁺

ภาพ https://www.pawbo.com/uk/pawboflash.html/?fbclid=IwAR2wjCENsPOTtSa8LC9ihxi7IuqfZaZYRrPlROWpO1-J7XexSkTYPSWH9c

 

Gadget ใหม่ล่าสุดจาก Pawbo ที่พึ่งจะวางจำหน่ายไปไม่นานในต่างประเทศและกำลังจะมีจำหน่ายในบ้านเราเร็วๆนี้ก็คือ Pawbo Spring

น้ำพุอัจฉริยะสำหรับสัตว์เลี้ยง ที่มาพร้อมกับฟีเจอร์สุดล้ำ อย่างการแจ้งเตือนผ่านแอปพลิเคชัน Pawbo Spring เมื่อเขากินน้ำน้อยเกินไป และบันทึกรูปแบบการกินน้ำในแต่ละวัน พร้อมแผ่นกรองสุดพิเศษให้พวกเขาได้ดื่มน้ำสะอาดตลอดเวลา ปราศจากกลิ่นและแบคทีเรีย ซึ่งนอกจากฟังค์ชั่นพิเศษที่กล่าวไปแล้ว Pawbo Spring ยังออกแบบโดยเน้นการใช้ง่ายที่สะดวกไม่ทำให้ขนของสัตว์เลี้ยงต้องเปียกเลอะเทอะด้วยรูปแบบความลาดเอียง 15 องศาของแผ่นรองน้ำเพื่อให้น้องๆกินน้ำได้ง่ายและไม่เลอะเทอะ

ภาพ http://www.connectedcrib.com/pawbo-spring/

วิธีใช้ง่ายก็แสนจะง่ายแค่ติดตั้งแอป Pawbo Spring App คุณก็สามารถรู้ระดับน้ำว่าเหลือเท่าไหร่โดยไม่ต้องเดินมาเช็คบ่อยๆ

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมและสอบถามได้ที่ https://www.facebook.com/pawbothailand/ และhttps://pawbothailand.com

 

มี Gadget ที่ดีก็คุ้มค่า ปลอดภัยกว่าฝาก Daycare?

เนื่องจากในอนาคตมีแนวโน้มว่าจำนวนผู้สูงอายุและคนโสดจะเพิ่มมากขึ้นส่งผลให้คนเลี้ยงสัตว์เพื่อเป็นเพื่อนคลายเหงาเพิ่มมากขึ้นและจากข้อมูลล่าสุดมีการพบว่าภาพรวมของจำนวนสัตว์เลี้ยงเติบโตอย่างต่อเนื่อง เฉลี่ย 2.5 ล้านตัว หรือเพิ่มขึ้น 23% ภายใน 5 ปี โดยในปี 2560 มีจำนวนของสัตว์เลี้ยงรวมกว่า 13.2 ล้านตัว จำนวนนี้แบ่งเป็นสัดส่วนของสุนัข 62% หรือ 8.2 ล้านตัว สัดส่วนของแมว 23% หรือ 3 ล้านตัว และสัตว์เลี้ยงประเภทอื่นๆ หรือสัตว์เลี้ยงแปลก 15% หรือ 2 ล้านตัว เติบโตจากปี 2559 ที่มีจำนวนสัตว์เลี้ยงที่ 12.6 ล้านตัว แบ่งเป็น สุนัข 8 ล้านตัว แมว 2.7 ล้านตัว และสัตว์เลี้ยงอื่นๆ 2 ล้านตัว ในขณะที่ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยปรับตัวสูงขึ้นตามเช่นกัน โดยผู้เลี้ยงจะใช้จ่ายต่อสัตว์เลี้ยงมากขึ้นถึง 54% ภายใน 5 ปี โดยในปี 2560 มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยที่ 1,770 บาท/ตัว/ปี เพิ่มขึ้นจากปี 2555 ที่มีค่าใช้จ่าย 1,145 บาท/ตัว/ปี โดยสัดส่วนครัวเรือนของผู้เลี้ยงสุนัขขยายตัวขึ้นมาอยู่ที่ 34.6% และผู้เลี้ยงแมวขยายตัวมาอยู่ที่ 13.3%

ภาพ https://www.travelers.com/small-business-insurance/pet-care-services

และด้วยจำนวนของผู้เลี้ยงสัตว์และสัตว์เลี้ยงที่เพิ่มขึ้นทำให้มีธุรกิจสัตว์เลี้ยงขยายมากเป็นพิเศษโดยเฉพาะเพ็ทคลับที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเพราะในปัจจุบัน Daycare สำหรับสัตว์เลี้ยงไม่ใช่แค่นำสัตว์เลี้ยงเช้ากรงแล้วให้อาหารเพียงอย่างเดียวแต่ได้มีการปรับเปลี่ยนให้มีบริการพิเศษเช่น พาไปวิ่ง ว่ายน้ำ มีสปารวมถึงการทำให้น้องหมา แมว ดูดีในสายตาผู้พบเห็น โดยการดูแลตกแต่งขน ลดน้ำหนัก และฝึกอบรมให้เป็นสัตว์เลี้ยงแสนรู้ ยิ่งไปกว่านั้นยังมีบริการฝากเลี้ยงผ่านโรงแรมน้องหมา แมว หลากหลายทั้งรูปแบบบูทิค โฮเทล และห้องนอนที่พยายามจะสลัดคำว่ากรงขัง แต่เป็นที่พักผ่อน สร้างความบันเทิงใจให้เจ้าตัวน้อยอย่างแท้จริงรวมถึงการดูแลให้มีสุขภาพที่ดี ฉีดวัคซีน จนถึงรักษาพยาบาลเผื่อเจ็บไข้ได้ป่วย ตลอดจน ร้านขายผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับน้องหมดตั้งแต่หัวจรดหางเช่น “เพ็ทคลับ” (PETClub) ศูนย์บริการสัตว์เลี้ยงครบวงจรที่มีได้มีการขยายหลากหลายสาขาทั่วกรุงเทพมหานครทำให้สะดวกและยังวางใจได้เลยว่าสัตว์เลี้ยงของเราจะมีคนดูแลให้อย่างดีและไม่เหงาเมื่อเราไม่ได้อยู่ด้วย แต่ถึงกระนั้นการใช้บริการของDaycareในแต่ละครั้งค่าบริการก็ใช่ว่าจะถูกๆ อย่างต่ำก็น่าจะวันละ 500 – 1000 บาท แต่ถ้าคุณใช้ Gadget ตัวช่วยเสริมเมื่อคุณต้องห่างจากสัตว์เลี้ยง เราเชื่อว่าเจ้า Gadget เหล่านี้จะช่วยให้คุณประหยัดเงินขึ้นแน่นอน อย่างน้อยคุณก็ไม่ต้องเสียเงินวันละ 500 – 1000 ตัวช่วยเสริมเหล่านี้จะช่วยลดค่าใช้จ่ายได้ครึ่งนึงต่อสัปดาห์เลยอีกด้วย

ภาพ https://www.pinterest.com/pin/348114246182198240/

อย่างไรก็ตามแม้ว่าในยุคนี้จะมีสิ่งอำนวยความสะดวกให้แก่เจ้าของและสัตว์เลี้ยงเต็มไปหมดแต่ถึงกระนั้นเจ้าของเองจะพึ่งเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียวก็คงจะไม่เพียงพอเท่ากับการมอบความรักความเอาใจใส่ในแบบ Interpersonal และเวลาที่เจ้าของมีให้กับสัตว์เลี้ยงแสนรักเพื่อที่จะทำให้พวกเขามีความสุขอยู่กับเราไปได้ตลอดทั้งชีวิต

ข้อมูลจาก หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ และ หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์



Pawanrat D

Pawanrat D

Content Creator จบใหม่ไฟแรงที่คลั่งไคล้ในBeautyและฝันอยากเป็น Beauty Editor แต่จับพลัดจับผลูให้มาทำเกี่ยวกับProperty โดยไม่ได้มีความรู้เกี่ยวกับอสังหาฯและการดีไซน์มาก่อนเลย แต่อาศัยความชอบคิด ขีด เขียนและค้นคว้าสิ่งใหม่ๆอยู่เสมอ

เว็บไซต์

AQ Welle Luxury Urban Home พื้นที่ใช้สอยจัดเต็ม วิวโล่ง แค่ 18 หลัง ท่ามกลาง 2 CBD อโศก-พระรามเก้า

AQ Welle คือโครงการ Luxury Urban Home ที่เน้นพื้นที่ใช้สอยแนวสูงแบบเต็มพื้นที่ (ขนาดที่ดิน 43.9 - 48.9 ตรว.ให้พื้นที่ใช้สอย 449 ตรม.) ซึ่งอยู่ติดกับโครงการ Garden Asoke - Rama 9 แต่แยกประตูเข้าออกก... อ่านต่อ




พื้นที่จำกัด แต่อยากมีสวน มาทำความรู้จัก “Vertical Garden” การจัดสวนแนวตั้ง ที่กำลังฮิตแถมยังช่วยลดโลกร้อน

“สวนแนวตั้ง” หรือ Vertical Garden เป็นการจัดสวนรูปแบบหนึ่ง ที่สอดรับการใช้ชีวิตประจำวัน... อ่านต่อ

เผยรายละเอียด โครงการ Super Luxury Mixed Use ที่จะเป็น Icon ใหม่ในย่านสาทร กับ Supalai Icon Sathorn

หลังจากที่ได้เห็นภาพในหลายมุมมองของโครงการที่เรียกได้ว่าเป็นที่สุดของแบรนด์ศุภาลัย อย่า... อ่านต่อ

[Good District] “เอกมัยใต้” ย่าน Lifestyle ใจกลางสุขุมวิท ที่พร้อมทาบชั้นทองหล่อได้ในอนาคต

เมื่อพูดถึง “เอกมัย” หลายคนคงจะคิดถึงถนนที่เต็มไปด้วยคาเฟ่ คลับบาร์เรียงรายสองฝั่งถนนสุ... อ่านต่อ