ใครได้ประโยชน์จากร่างกฎหมายสถานที่พักแรม? แล้วคนซื้อคอนโดเพื่ออยู่อาศัยจะเหลืออะไร?

Propholic EditorialTeam 20 July, 2026 at 14.31 pm

ประกาศที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา


เขียนโดย Propholic Editorial Team

 

ร่าง พ.ร.บ.สถานที่พักแรมฉบับใหม่ กำลังเปลี่ยนโฉมธุรกิจที่พักของไทย แต่มีคำถามที่สังคมควรช่วยกันหาคำตอบ

ช่วงที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้เผยแพร่ สรุปผลการรับฟังความคิดเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติสถานที่พักแรม พ.ศ. …. (Link) ซึ่งเป็นการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน ผู้ประกอบการ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคน เพื่อนำไปปรับปรุงร่างกฎหมายก่อนเข้าสู่กระบวนการพิจารณาในขั้นต่อไป เอกสารฉบับนี้สะท้อนทั้งแนวคิดของผู้ร่างกฎหมาย เหตุผลของผู้ที่เห็นด้วย และข้อกังวลจากผู้ที่ไม่เห็นด้วยอย่างละเอียด

สาระสำคัญของร่างกฎหมาย คือการปรับปรุงกฎหมายโรงแรมเดิมให้ครอบคลุม “สถานที่พักแรม” ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม โฮสเทล โฮมสเตย์ บ้านพัก ห้องพัก คอนโด หรือที่พักรูปแบบใหม่ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน โดยมีเป้าหมายให้ผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบมากขึ้น รัฐสามารถจัดเก็บภาษีได้ มีฐานข้อมูลที่ครบถ้วน ยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัย สุขอนามัย และสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรมระหว่างผู้ประกอบการในระบบกับที่พักนอกระบบ

 

เพื่อให้สอดคล้องกับขนาดของกิจการ ร่างกฎหมายยังเสนอให้แบ่งสถานที่พักแรมออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ที่พักไม่เกิน 8 ห้องใช้ระบบ “แจ้ง” , ที่พัก 9–40 ห้องใช้ระบบ “ขึ้นทะเบียน” , และกิจการขนาดใหญ่จึงใช้ระบบ “ขออนุญาต” ผู้สนับสนุนมองว่าหลักการนี้จะช่วยลดภาระของผู้ประกอบการรายเล็ก แต่ในเวทีรับฟังความคิดเห็นก็มีผู้เห็นต่าง โดยมองว่าที่พักรายวันทุกประเภทควรอยู่ภายใต้มาตรฐานเดียวกัน และควรใช้ระบบอนุญาตทั้งหมดเพื่อรักษามาตรฐานและลดความคลุมเครือในการบังคับใช้กฎหมาย

 

อย่างไรก็ตาม เมื่ออ่านเอกสารแล้ว ยังมีคำถามเชิงนโยบายที่น่าสนใจซึ่งยังไม่พบคำอธิบายอย่างชัดเจน หากในอนาคตเกิดกรณีที่คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งมีห้องพักทั้งหมด 1,000 ห้อง และมีกลุ่มนักลงทุนต่างชาตืที่มีเงินทุนสูงกว้านซื้อไว้ถึง 490 ห้อง จากนั้นใช้วิธีแยกการถือครองหรือแยกผู้ประกอบการออกเป็นหลายราย เพื่อให้แต่ละรายอยู่ในเกณฑ์กิจการขนาดเล็กที่ใช้เพียงระบบ “แจ้ง” แทนที่จะถูกนับรวมเป็นกิจการขนาดใหญ่ที่ต้องขออนุญาต กฎหมายจะมีวิธีตรวจสอบในทางปฏิบัติจริงอย่างไรว่ากิจการเหล่านั้นเป็นธุรกิจเดียวกันหรือไม่ จะมีหลักเกณฑ์ในการพิจารณาผู้ได้รับประโยชน์ที่แท้จริง หรือการแบ่งโครงสร้างกิจการเพื่อหลีกเลี่ยงข้อกำหนดหรือไม่ ประเด็นนี้ยิ่งน่าสนใจ เพราะในเอกสารเองก็มีผู้เสนอให้กำหนดมาตรการป้องกันการกว้านซื้ออสังหาริมทรัพย์โดยชาวต่างชาติ การใช้ Nominee และการกำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับเจ้าของชาวต่างชาติให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

 

หากสถานการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นจริง สิ่งที่ประชาชนซึ่งอาศัยอยู่ในคอนโดเดียวกันย่อมต้องการคำตอบจากภาครัฐ ไม่ใช่เพียงว่าผู้ประกอบการแต่ละรายปฏิบัติตามกฎหมายหรือไม่ แต่รวมถึงว่ากฎหมายมีเครื่องมือเพียงพอหรือไม่ในการป้องกันการแบ่งโครงสร้างธุรกิจเพื่อหลีกเลี่ยงเกณฑ์ของกฎหมาย จนทำให้เจตนารมณ์ของการแบ่งกิจการตามขนาดสูญเสียความหมาย

ประเด็นที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในเอกสาร คือเรื่อง คอนโดมิเนียมและที่อยู่อาศัยรวม มีผู้แสดงความคิดเห็นจำนวนมากคัดค้านการนำคอนโดมาปล่อยเช่ารายวัน โดยให้เหตุผลว่าคอนโดถูกสร้างขึ้นเพื่อการอยู่อาศัย ไม่ใช่เพื่อประกอบธุรกิจโรงแรม การมีผู้เข้าพักหมุนเวียนจำนวนมากอาจกระทบต่อความปลอดภัย ความเป็นส่วนตัว และการใช้พื้นที่ส่วนกลางของลูกบ้านเดิม อีกทั้งค่าส่วนกลางที่ลูกบ้านจ่ายก็ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการบริหารจัดการนักท่องเที่ยวรายวัน นอกจากนี้ยังมีผู้ตั้งข้อสังเกตว่ากฎหมายอาจเอื้อประโยชน์ต่อแพลตฟอร์ม OTA (Online Travel Agency) ต่างชาติมากกว่าผู้ประกอบการท้องถิ่น นั่นเท่ากับว่ารัฐกำลังเปิดช่องให้เงินไหลออกนอกประเทศยิ่งกว่าเดิมหรือไม่

 

แม้ผู้ร่างกฎหมายจะเพิ่มเติมข้อความว่า หากสถานที่พักแรมเป็นบ้านจัดสรรหรือห้องชุด จะออกใบรับแจ้ง ใบขึ้นทะเบียน หรือใบอนุญาตได้ก็ต่อเมื่อกฎหมายที่เกี่ยวข้องอนุญาตและผู้ยื่นคำขอได้ปฏิบัติตามกฎหมายนั้นโดยถูกต้องแล้ว แต่รายละเอียดว่าการประสานกับกฎหมายอื่นจะดำเนินการอย่างไรในทางปฏิบัติ ยังไม่ได้อธิบายไว้ในเอกสารฉบับนี้

 

ผู้ประกอบการรายย่อยเองก็มีข้อกังวลเช่นกัน หลายคนเห็นว่าการนำที่พักทุกประเภทมาอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกันอาจเป็นภาระเกินความจำเป็นสำหรับโฮมสเตย์ขนาดเล็ก 1 – 2 ห้องที่ทำเพื่อหารายได้เสริม จึงเสนอให้มีระบบจดแจ้งที่ง่ายกว่าเดิม ขยายเกณฑ์กิจการขนาดเล็กจาก 8 ห้องเป็น 10 – 15 ห้อง ใช้ระดับความเสี่ยงหรือพื้นที่ใช้สอยร่วมกับจำนวนห้องในการกำหนดประเภทกิจการ และแยกการกำกับดูแล “รถบ้าน” ออกจากที่พักประเภทอื่น

 

ในด้านการบริหารจัดการ ร่างกฎหมายเสนอให้ใบอนุญาตไม่มีวันหมดอายุ แต่เปลี่ยนเป็นการชำระค่าธรรมเนียมรายปีแทน ผู้สนับสนุนเห็นว่าจะช่วยลดภาระด้านเอกสารและการต่ออายุใบอนุญาต แต่ผู้คัดค้านกังวลว่าหากไม่มีรอบการต่ออายุ อาจทำให้การตรวจสอบมาตรฐานอาคารและความปลอดภัยลดลง จึงเสนอให้มีการสุ่มตรวจหรือกำหนดให้ผู้ประกอบการส่งหลักฐานเป็นระยะเพื่อยืนยันว่ากิจการยังคงมีมาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด

 

อีกหนึ่งแนวคิดสำคัญคือ Super License หรือระบบใบอนุญาตหลัก ที่เสนอให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินการเกี่ยวกับใบอนุญาตหลายประเภทผ่านระบบเดียว เช่น ร้านอาหาร สปา สระว่ายน้ำ ฟิตเนส สถานบริการ ใบอนุญาตขายสุรา และใบอนุญาตขายยาสูบ เพื่อลดการติดต่อหลายหน่วยงาน ผู้เห็นด้วยมองว่าจะช่วยลดต้นทุนและขั้นตอนทางราชการ ขณะที่ผู้ไม่เห็นด้วยกังวลว่าการเชื่อมโยงหลายหน่วยงานอาจทำให้ระบบบริหารจัดการซับซ้อนและเกิดคอขวดหากข้อมูลไม่เชื่อมต่อกัน จึงมีข้อเสนอให้พัฒนาระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ และจัดระดับ Super License ตามขนาดและลักษณะของกิจการเพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นมากขึ้น

 

ร่างกฎหมายยังเสนอให้ผู้แจ้งและผู้ขึ้นทะเบียนถือว่าได้รับใบอนุญาตด้านสาธารณสุขบางประเภทแล้ว เพื่อลดขั้นตอนสำหรับผู้ประกอบการ แต่ก็มีผู้กังวลว่าหากไม่มีการตรวจพื้นที่ก่อนเปิดกิจการ มาตรฐานด้านสุขอนามัยอาจลดลง จึงเสนอให้ยังคงมีการตรวจประจำหรือการสุ่มตรวจโดยเจ้าหน้าที่อย่างต่อเนื่อง แต่ก็กังวลว่าในทางปฏิบัติจะทำได้จริงหรือไม่ บุคลากรรัฐจะไม่เพียงพอกับจำนวนที่พักที่มีมากกว่าหลายเท่า

 

ในส่วนของระบบแจ้งข้อมูลผู้เข้าพัก (Notification of Residence for Foreigners) ร่างกฎหมายเสนอให้ผู้ประกอบการแจ้งข้อมูลเพียงครั้งเดียว แล้วนายทะเบียนเป็นผู้ส่งต่อข้อมูลไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ผู้เห็นด้วยมองว่าจะลดภาระการกรอกข้อมูลซ้ำซ้อน แต่ผู้ไม่เห็นด้วยกังวลว่าหากระบบกลางเกิดความขัดข้อง ข้อมูลส่งล่าช้า หรือเกิดปัญหาด้านความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ประกอบการอาจได้รับผลกระทบตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง และยังมีผู้เห็นว่าระบบเดิมมีความชัดเจนอยู่แล้ว

 

นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอเกี่ยวกับการควบคุมผู้ประกอบการต่างชาติและนอมินี (Nominee) โดยเสนอให้กำหนดมาตรการที่ชัดเจนในการป้องกันการใช้นอมินี การกว้านซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่อประกอบธุรกิจที่พัก และการกำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับเจ้าของชาวต่างชาติให้ชัดเจนยิ่งขึ้น รวมทั้งตั้งข้อสังเกตว่าแพลตฟอร์มที่พักและ OTA ชื่อดังหลายแบรนด์ที่ยังไม่มีระบบตรวจสอบว่า Host ทั้งไทยและต่างชาติปฏิบัติตามกฎหมายท้องถิ่นหรือไม่

 

ในประเด็นอื่น ๆ ยังมีข้อเสนอให้เพิกถอนการรับรองผู้ตรวจสอบเอกชนที่ทุจริตหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐาน ปรับลดหรือยกเว้นค่าธรรมเนียมสำหรับโฮมสเตย์ขนาดเล็ก รวมถึงนำรายได้จากค่าธรรมเนียมกลับมาพัฒนาระบบการท่องเที่ยวและการจดแจ้งให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

เมื่ออ่านเอกสารทั้งหมด จะพบว่าคำถามของสังคมไม่ได้อยู่เพียงว่า ควรสนับสนุนธุรกิจที่พักหรือไม่ แต่ยังรวมถึง จะทำอย่างไรให้การสนับสนุนธุรกิจเกิดขึ้นโดยไม่กระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ที่อาศัยอยู่ในคอนโด หมู่บ้านจัดสรร และชุมชนโดยรอบ ซึ่งเป็นโจทย์ที่ผู้ร่างกฎหมายยังต้องตอบให้ชัดเจนก่อนที่กฎหมายจะมีผลใช้บังคับ

 

ท้ายที่สุด ต้องย้ำว่า เอกสารฉบับนี้ไม่ใช่กฎหมายที่ประกาศใช้แล้ว แต่เป็นเพียงสรุปผลการรับฟังความคิดเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติ ซึ่งยังสามารถปรับปรุง แก้ไข และเพิ่มเติมรายละเอียดได้อีกหลายครั้งก่อนจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของฝ่ายนิติบัญญัติและประกาศใช้เป็นกฎหมายจริง

 

ประเทศไทยควรมีพระราชบัญญัติสถานที่พักแรมฉบับใหม่หรือไม่ เพราะโลกของการท่องเที่ยวและรูปแบบที่พักในปีปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากจากสมัยที่พระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ. 2547 ถูกตราขึ้นในอดีต ทั้งโฮมสเตย์ บ้านพัก ที่พักขนาดเล็ก และแพลตฟอร์มจองที่พักออนไลน์ ล้วนเป็นเหตุผลที่ทำให้เกิดความพยายามปรับปรุงกฎหมายให้ทันกับความเป็นจริง ดังนั้น การย้อนกลับไปใช้กฎหมายเดิมทั้งหมดอาจไม่สามารถตอบโจทย์ปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบันได้เหมือนเดิม

อย่างไรก็ตาม เมื่ออ่านสรุปผลการรับฟังความคิดเห็น จะเห็นได้ว่าประชาชนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้สะท้อนข้อกังวลไว้หลายประเด็น ทั้งเรื่องคอนโดมิเนียม การคุ้มครองผู้อยู่อาศัย การกำกับดูแลผู้ประกอบการรายใหญ่ การป้องกันการใช้นอมินี การบังคับใช้กฎหมาย การตรวจสอบมาตรฐาน และรายละเอียดของระบบ Super License ซึ่งหลายประเด็นยังเป็นคำถามที่รอคำตอบจากผู้ร่างกฎหมาย

 

สิ่งที่สังคมควรถามในวันนี้คือ “ร่างกฎหมายฉบับนี้ได้รับการปรับปรุงจนรอบคอบและตอบข้อกังวลของทุกฝ่ายเพียงพอแล้วหรือยัง ก่อนที่จะประกาศใช้และส่งผลกระทบต่อประชาชนทั้งประเทศ”

 

ติดตามร่างกฎหมายที่เว็บไซต์

https://law.go.th/listeningDetail?survey_id=NjE1MURHQV9MQVdfRlJPTlRFTkQ=

Propholic EditorialTeam

Propholic EditorialTeam

เราคือทีมสร้างสรรค์เนื้อหาคุณภาพจาก Propholic.com มุ่งมั่นตั้งใจนำเสนอความรู้และข่าวสารในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ที่ครอบคลุมแง่มุมต่างๆ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อมุ่งหวังขับเคลื่อนให้อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์เติบโตและพัฒนาได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว

เว็บไซต์

วีเว่ กรุงเทพกรีฑาตัดใหม่

เนอวานา คอลเลคชั่น กรุงเทพกรีฑา

นันทวัน ราชพฤกษ์-พรานนก

กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตก หรือที่หลายคนเรียกติดปากว่าฝั่ง...

11 March, 2026

โมดิซ อาวองการ์ด

ทำเลพหลโยธิน - รังสิต ในปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงแค่ย่...

2 March, 2026

เชปเตอร์วัน สปาร์ค จรัญ

Chapter One Spark Charan (แชปเตอร์วัน สปาร์ค จรัญ) ค...

5 January, 2026

นิว ริเวอร์เรสต์ ราษฎร์บูรณะ

ขึ้นชื่อว่าอยู่คอนโดมิเนียม แน่นอนว่าข้อได้เปรียบที่...

11 December, 2025

สอบถามโครงการ

ได้รับข้อมูลเรียบร้อยแล้ว
ขอบคุณอย่างยิ่งที่สนใจครับ
จะมีเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับไปนะครับ

ขออภัย
ไม่สามารถส่งข้อมูลได้
กรุณาลองใหม่อีกครั้ง