แสนสิริประกาศแผนครึ่งปีหลัง เติบโตไปข้างหน้าตามแนวคิด Step Beyond พร้อมเร่ง Speed to Market สู่การเป็นแบรนด์อันดับ 1 จากการเป็นผู้นำทั้ง 4 ด้าน

เกริก บุณยโยธิน 26 July, 2022 at 14.15 pm

ในปี 2022 แสนสิริมองในภาพของการเติบโตไปข้างหน้าตามแนวคิด Step Beyond ซึ่งประกอบไปด้วย 3 แกนหลักคือ Profit, People และ Planet โดยในส่วนของ People และ Planet ที่ไม่ได้ใช้ดัชนีชี้วัดในเชิงตัวเลขมากเท่าไหร่นัก ก็มีการทำ Execution Plan อย่างต่อเนื่องผ่านแคมเปญต่างๆทั้ง You Are Made For Life, YOU-Centric, Live Equally, Net Zero และ Tree Story

โดยผลงานในรอบครึ่งปีแรกที่ผ่านมาก็นับว่าน่าสนใจไม่แพ้ดีเวลลอปเปอร์รายใหญ่อื่นๆ ด้วยการกวาดยอดขายได้มากมายตามเป้าที่ในปีนี้วางเป้าว่าจะเปิดให้ได้ถึง 46 โครงการ ในมูลค่ารวม 50,000 ล้านบาท โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากโครงการแนวราบที่มีสัดส่วนมากถึง 78% ซึ่งผลลัพธ์ในช่วง 6 ที่ผ่านมาแสนสิริเปิดไปได้ 15 โครงการ มูลค่า 18,800 ล้านบาท โดยมี Luxury Product ที่เป็นไฮไลท์โครงการแรกแห่งปีคือ DEMI Sathu 49 ที่ขายไปแล้ว 16 ยูนิต มูลค่า 350 ล้านบาท ที่แน่นอนว่าด้วยความสำเร็จแบบนี้ก็มีแผนทำแบรนด์นี้อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนั้นก็มีความสำเร็จของแบรนด์แนวราบอีก 3 โครงการ คือ สราญสิริ อณาสิริ และโดยเฉพาะสิริเพลส ที่สร้างผลงานเข้าตามากๆด้วยการเป็นแบรนด์ทาวน์โฮมราคาไม่แรง แต่ได้บรรยากาศของเมืองท่องเที่ยวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น โตเกียว นิวยอร์ค ปารีส อัมสเตอร์ดัม ภายใต้คอนเซปท์ Dream Destination Series ที่โกยยอดขายไปได้สูงถึง 2,000 ล้านบาท

ส่วนกลุ่มธุรกิจคอนโดแม้จะมีการเปิดตัวใหม่ไปแล้วแค่ 3 โครงการ มูลค่ารวม 5,600 ล้านบาท แต่ก็กวาดยอดขายไปได้พอสมควร ทั้งหมดนี้ส่งผลให้ยอดขายรวมของแสนสิริทำไปได้ 52% หรือคิดเป็น 18,300 ล้านบาท จากเป้าทั้งปีที่ 35,000 ล้านยาท ซึ่งแสนสิริคาดว่าน่าจะทำได้ตามเป้าแน่นอนในอีกครึ่งปีที่เหลือ

 

ส่วนยอดโอนทำไปได้ 14,000 ล้านบาท คิดเป็น 40% จากเป้าทั้งปี โดยที่มี Backlog อีก 10,500 ล้านบาทที่รอทยอยโอนจนถึงปลายปี และหากนับไปถึง 2024 ก็มียอด Backlog รออีกเพียบถึง 20,300 ล้านบาท

จากสัญญาณที่ดีในช่วงครึ่งปีแรกดังกล่าว แสนสิริจึงเตรียมเปิดโครงการเพิ่มมากถึง 31 โครงการ ในมูลค่ารวม 31,200 ลบ. ควบคู่ไปกับการเร่ง Speed to Market สู่การเป็นแบรนด์อันดับ 1 จากการเป็นผู้นำทั้ง 4 ด้าน ทั้งในเรื่องตลาด Luxury, คอนโด, บริการหลังการขาย และการคืนประโยชน์สู่สังคม

โดยในบรรดา 31 โครงการใหม่ที่เปิดตัวเป็นโครงการบ้านเดี่ยวถึง 9 โครงการ มีมูลค่ารวมสูงถึง 21,680 ล้านบาท แน่นอนว่าเต็มไปด้วยโครงการในระดับ Luxury Segment ไม่ว่าจะเป็น นาราสิริ บูก้าน เศรษฐสิริ บุราสิริ

ซึ่ง Flagship Project ที่เรียกเสียงฮือฮาได้มากที่สุดก็คือ นาราสิริ กรุงเทพกรีฑา โครงการระดับราคา 50-95 ล้านบาท ที่สร้างยอดขายในกลุ่มลูกค้า Super VIP มากถึง 3,000 ล้านบาท หรือราวๆครึ่งโครงการแม้ว่าจะยังไม่ได้เปิดขายอย่างเป็นทางการ หรือว่าให้คนทั่วไปได้ดูด้วยซ้ำ ซึ่งผลตอบรับที่ดีอย่างนี้มาจากการที่ลูกค้าไว้วางใจในตัวแบรนด์ที่มี DNA ในเรื่องของการใส่ใจในรายละเอียดของความหรูหรา แม้ว่าจะห่างหายจากการทำการตลาดไปนับสิบปี รวมไปถึงทำเลศักยภาพที่กำลังจะมีการเปิดตัวโครงการใหม่อีก 2 โครงการในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน โดยนอกจากที่กรุงเทพกรีฑาแล้ว นาราสิริยังเตรียมเปิดที่ พหลฯ-วัชรพล ด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ แสนสิริยังตอกย้ำความเป็นผู้นำการพัฒนาแบรนด์บ้านเดี่ยวระดับบน ด้วยแบรนด์บ้านเดี่ยว เศรษฐสิริ – บุราสิริ ระดับราคา 8 – 20 ล้านบาท ที่มียอดขายล่าสุดถึง 4,800 ล้านบาท โดยในช่วงครึ่งปีหลัง แสนสิริได้เตรียมเปิดตัว “เศรษฐสิริ ดอนเมือง” พื้นที่ 79 ไร่ มูลค่าโครงการ 4,300 ล้านบาท และเปิดตัว “บุราสิริ กรุงเทพกรีฑา” พื้นที่ 85 ไร่ มูลค่าโครงการ 4,000 ล้านบาท ในทำเลกรุงเทพกรีฑา คอมมูนิตี้ ภายใต้ความร่วมมือกับพันธมิตรที่สำคัญของแสนสิริ โตคิว กรุ๊ป ประเทศญี่ปุ่น ที่ให้ความสนใจพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยร่วมกัน จากการมองเห็นศักยภาพของทำเลกรุงเทพกรีฑา คอมมูนิตี้ ที่นับเป็นคอมมูนิตี้การอยู่อาศัยระดับเรสซิเดนซ์เชียลของกรุงเทพฯ โซนตะวันออก รวมถึงการเปิดตัว บูก้าน กรุงเทพกรีฑา บนพื้นที่ 19 ไร่ มูลค่าโครงการ 1,300 ล้านบาท ในเดือนพฤศจิกายนปีนี้อีกด้วย

สำหรับตลาดคอนโดใสครึ่งปีหลังแสนสิริเตรียมกลับมาทวงคืนบัลลังก์ด้วยแบรนด์หลัก 3 แบรนด์อย่าง The Base, The Muve และ Condo Me โดยมีไฮไลท์ที่ The Base Riverview ที่ย่านคลองสาน ด้วยมูลค่าโครงการ 1,800 ล้านบาท พร้อมขายในช่วงเดือนพฤศจิกายน โดยในตอนนี้ก็เริ่มเก็บยอดขายจาก Condo Me ทั้ง 4 ทำเลได้อย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดโกยยอดขายจากการเปิดพรีเซลล์คอนโด มี 3 โครงการใหม่พร้อมกัน เจาะ 3 ทำเลไข่แดงใจกลางชุมชน-แหล่งงาน ในช่วงเสาร์ – อาทิตย์ ที่ผ่านมา มียอดขายรวมกว่า 500 ล้านบาท จากกลุ่มลูกค้า Real Demand ที่ต้องการที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง โดย คอนโด มี บางนา-บางบ่อ Sold out! ทันที คอนโด มี อ่อนนุช-พระราม 9 โกยยอดขายไปถึง 90% และคอนโด มี นวนคร เฟสใหม่ กระแสตอบรับดี

ในขณะที่แผนการโอนคอนโดตอนนี้มีการรับรู้รายได้เข้ามาในส่วนของ Condo Me นวนคร เฟส 2 และ The Base เพชรบุรี – ทองหล่อ โดยที่ช่วงที่เหลือของปีจะเริ่มทยอยโอนโครงการ The Muve Kaset และ XT พญาไท ภายใต้เป้าโอนรวมที่ 12,000 ล้านบาท

ส่วนการวางเป้าไปสู่การเป็นผู้นำในอีก 2 ด้านที่เหลือคือ บริการหลังการขายและการคืนประโยชน์สู่สังคมก็มีรายละเอียดดังต่อไปนี้

ผู้นำการบริการหลังการขาย

แสนสิริปักธงเป็นเบอร์หนึ่ง แบรนด์อสังหาฯ ไทยในใจลูกค้า ครองแชมป์ The Most Powerful of Real Estate Brand 2021 เป็นปีที่ 4 ติดต่อกันต่อเนื่อง ด้วย Brand Powerful Score ที่เป็นอันดับ 1 ในทุกด้าน ชี้ผลวิจัยพบ ลูกค้าค้นหาข้อมูลแบรนด์แสนสิริสูงสุด ต้องการเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยภายใต้แบรนด์แสนสิริ จากความคุ้มค่า ไลฟ์สไตล์อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ รวมถึง “การบริการ” (Sansiri Service) ที่ส่งต่อความสุขในการอยู่อาศัยด้วยความเข้าใจ ดูแลครอบคลุมตั้งแต่วันแรก ตลอดจนทุกช่วงเวลาของการอยู่อาศัย ทั้งหมดเพื่อมอบความสะดวกสบาย และความอุ่นใจ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตและการอยู่อาศัยของทุกคน นอกจากนี้ยังดูแลสุขภาพบ้าน ตลอดระยะเวลาประกัน ด้วย Sansiri Home Care บริการดูแลให้บ้านมีสุขภาพดีอยู่เสมอตลอดการอยู่อาศัย ไฮไลท์ด้วยกิจกรรม “รักษ์สุขภาพบ้าน” บริการหลังการขายรายแรกและรายเดียวในไทย เป็นกุญแจสำคัญดันครองแชมป์แบรนด์อสังหาฯ อันดับหนึ่ง ในใจลูกค้า 4 ปีซ้อน พร้อมยกระดับความมั่นใจไปอีกขั้น ด้วย LIV-24 นวัตกรรมเทคโนโลยีด้านการดูแลความปลอดภัยเต็มรูปแบบ เพื่อสร้างความมั่นใจไปอีกขั้น พร้อมดูแลความปลอดภัยให้ลูกบ้านแบบเรียลไทม์ตลอด 24 ชั่วโมง และนำเสนอ นวัตกรรมการบริการล้ำหน้าด้วย แสนสิริ โฮม เซอร์วิส แอปพลิเคชัน

ผู้นำการคืนประโยชน์สู่สังคม

ธุรกิจที่แข็งแรงต้องดูแลโลก ดูแลสังคม แสนสิริเดินหน้าทำหลายโครงการเพื่อสร้างรอยยิ้มให้คนไทยและดูแลโลกมาโดยตลอด อาทิ โครงการ No One Left Behind, การวัคซีนให้พนักงานแสนสิริและพาร์ทเนอร์, การช่วยเหลือ SMEs, การเป็นฟันเฟืองหนึ่งในการช่วยเรื่องโควิดของประเทศ, การช่วยเหลือแคมป์คนงาน, ช่วยช้าง และช่วยเกษตรกร เป็นต้น จากความมุ่งมั่นว่า แสนสิริต้องการเป็นองค์กรที่ยั่งยืนในทุกมิติ เพราะธุรกิจปัจจุบันจะมุ่งเน้นแค่ผลกำไรไม่ได้ ต้องสร้างสมดุลของทั้ง PROFIT – PEOPLE และ PLANET ให้เติบโตก้าวหน้าไปด้วยกัน เพราะแสนสิริต้องการให้ธุรกิจเติบโตควบคู่กับสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้นรวมถึงคุณภาพชีวิตของคนและสังคมที่จะก้าวไปพร้อมกัน ทั้งหมดนี้จึงจะเป็น “แบรนด์อันดับหนึ่งในใจลูกค้าได้”

เกริก บุณยโยธิน

ผู้ก่อตั้งเวปไซต์แบ่งปันความรู้ด้านการตลาด และการสร้างแบรนด์ในวงการอสังหาฯ พร็อพฮอลิค ดอทคอม..หลังจากที่ใช้เวลามากกว่า 10 ปี ในการวนเวียน เข้าๆออกๆ ในสายงานด้านการตลาด และวางแผนกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ ของบริษัทอสังหาฯ และเอเยนซีโฆษณาชั้นนำหลายแห่ง (โดยที่ไม่รู้ว่าทำไมต้องจับสลากเจอลูกค้าสายอสังหาฯทุกที)...จนถูกครอบงำโดยจิตใต้สำนึก ให้ถีบตัวเองออกจากกรอบการทำงานแบบเดิมๆ เพื่อออกมาจุดประกายความคิดที่ถูกต้อง และนำเสนอมุมมองใหม่ๆ ให้กับกลุ่มคนที่สนใจในธุรกิจอสังหาฯ

เว็บไซต์

125 สาทร

เวล่า รามคำแหง 186

เรฟเฟอเรนซ์ สาทร – วงเวียนใหญ่

สาทร - วงเวียนใหญ่ ทำเลนี้เรียกได้ว่าเป็นทำเลดาวรุ่ง...

13 June, 2022

เดอะ คราวน์ เรสซิเดนท์เซส

โครงการตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ ที่เชื่อมต่อทั้ง 2 CBDs...

13 June, 2022

โนเบิล ครีเอท

ทำเลเลียบทางด่วนเอกมัย – รามอินทรา เป็นทำเลที่มีความ...

2 June, 2022

ศุภาลัย เวอเรนด้า รามคำแหง

ถ้าพูดถึงย่านที่อยู่อาศัยยอดนิยมแบบดั้งเดิมของกรุงเท...

30 May, 2022