เหมือนมีเซฟมิชลินสตาร์ อยู่ข้างกาย! เนรมิตรห้องครัวให้เป็นมากกว่าการเตรียมอาหาร ด้วยสุดยอดเทคโนโลยี ที่รู้ใจคุณมากที่สุดกับ Miele Generation 7000

เกริก บุณยโยธิน 30 September, 2020 at 22.36 pm

เหมือนมีเซฟมิชลินสตาร์ อยู่ข้างกาย! เนรมิตรห้องครัวให้เป็นมากกว่าการเตรียมอาหาร ด้วยสุดยอดเทคโนโลยี ที่รู้ใจคุณมากที่สุดกับ Miele Generation 7000

ไม่ใช่แค่การอุ่นอาหาร แต่นี่คือการสร้างสรรค์สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ สำหรับใครหลายๆคนให้เป็นไปได้ง่าย เพียงแค่กดสวิทซ์” ประโยคสั้นๆดังกล่าวนี้ดังก้องขึ้นมาในหัวผม หลังจากที่ได้มีโอกาสเห็นทั้ง Presentation และ Demonstration ของ Miele Generation 7000 Dialog Oven ซึ่งได้เปลี่ยนมุมมองของคนที่เคยใช้เตาอบเพียงแค่อุ่นอาหาร กับนึ่งติ๋มซำอย่างผม ให้เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิงครับ…เมื่อวานนี้ผมได้มีโอกาสไปงาน The Exclusive Launch Event of Generation 7000 โดยแบรนด์ Home Appliances ชั้นนำระดับไฮเอนด์จากเยอรมัน อย่าง Miele ครับ (อ่านว่ามีร์เล่อร์ แต่ภาษาไทยสะกดว่า มีเลอ) ที่ Experience Center ของ Miele (ประเทศไทย) ที่อาคารภิรัช ทาวเวอร์ @TheEmquartier ชั้น 43 มาครับ ซึ่งก็เป็นครั้งที่สองแล้วที่ได้มีโอกาสไปเยี่ยมเยือนที่ Experience Center สุดหรูหรา เหมาะกับการจัด Private Party แห่งนี้ (ว่าจะเอาเสื้อไปลองซักกับเครื่องซักผ้าของ Miele ดูตามคำเชื้อเชิญ แต่ก็ลืมหยิบติดตัวไปครับ ฮา)

สำหรับใครที่ชอบทำอาหาร หรือมีจิตวิญญาณของความเป็นแม่บ้าน ดูแลบ้าน ซักผ้า เข้าครัวเป็นประจำ และเคยใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศในแถบยุโรป หรือแม้กระทั้งสิงค์โปร์ ออสเตรเลีย ก็น่าจะคุ้นเคยกับแบรนด์ Home Appliances ระดับไฮเอนด์ ค่อนไปทางลักซ์ซัวรี่อย่าง Miele ครับ ต้องบอกว่าหากนับกันที่อายุของแบรนด์แล้ว จุดเริ่มต้นของ Miele ที่เยอรมันเองต้องนับย้อนกลับไปถึง 121 ปีเลยครับ ซึ่งในช่วงแรกของการทำธุรกิจนั้นแบรนด์ Miele เองมีสินค้าที่เป็น Flagship นิยมใช้กันมากในครัวเรือนก็คือเครื่องซักผ้าครับ…จากรูปที่ผมยืนถ่ายกับพี่จ๊อช LAB เนี้ย (แฟนเค้าเป็น Brand Follower ตัวจริงของ Miele ตั้งแต่ใช้ชีวิตอยู่ที่สิงค์โปร์มาสิบกว่าปีแล้วครับ) ต้องบอกว่าเป็นเครื่องซักผ้าของจริงที่ยังใช้งานได้ดีอยู่นะครับ มีอายุราวๆ 100 ปีแล้ว เครื่องนี้เป็นตัวที่ 55 ของโลก ตกใจเลยตอนแรกนึกว่าเครื่องปั่นไอศครีมแนววินเทจ

สำหรับคนไทยส่วนใหญ่ หากพูดถึงแบรนด์ Home Appliances ประเภท Hob, Hood, Oven, Microwave, ตู้เย็น, เครื่องชงกาแฟ ระดับไฮเอนด์ ราคาแพงที่มาจากเยอรมัน หลายคนก็อาจจะคุ้นหูกับแบรนด์อย่างGaggenau, Poggenpohl และ SieMatic มากกว่า เพราะแบรนด์เหล่านี้เริ่มทำตลาดในไทยมาเป็นระยะเวลาอันยาวนานแล้ว และส่วนใหญ่ก็จะเน้นไปที่ฐานลูกค้าที่เป็น Project Based พวกคอนโดระดับ Luxury – Super Luxury ก็มักที่จะเลือกใช้กัน เพื่อเพิ่ม Tangible Benefits & Value ที่จับต้องได้ให้กับตัวโครงการ เพราะชุดนึงก็มีราคาที่แพงมหาศาล…ในทางกลับกันแบรนด์อย่าง Miele เองนั้น ก็เพิ่งจะเริ่มเข้ามาทำตลาดที่ไทยไม่นาน โดยที่จะเน้นไปที่กลุ่มฐาน Brand Followers ระดับ End Users ที่เคยได้มีประสบการณ์การใช้งาน สินค้าภายใต้แบรนด์ Miele ที่อยู่ต่างประเทศมาบ้างแล้ว (สมัยก่อนมีหลายรายที่ติดใจ หิ้วมาจากต่างประเทศก็มีเยอะเลยครับ) ซึ่งจากที่สอบถามผู้ใช้งานดูว่าทำไมถึงใช้แบรนด์นี้ คำแรกที่พูดออกมาเลยก็คือ “ทนมากกกกกกก”…. ใช้มากี่สิบปีก็ไม่เคยเสียเลย อุปกรณ์ต่างๆเน้นในเรื่องการเก็บเสียงเป็นพิเศษ แตกต่างจากแบรนด์อื่นๆที่ใช้แค่หมดประกันก็เสียแล้ว ที่สำคัญคือเวลาเสียก็มักจะซ่อมไม่ได้ ไม่มีอะไหล่ ต้องซื้อรุ่นใหม่เลย แตกต่างจากแบรนด์ Miele ที่หากคุณซื้อไปใช้งานแล้ว เจอแจ๊กพอตเสียจริงๆ หลังจากประกันหมด 2 ปี เค้าก็มีอะไหล่พร้อมเปลี่ยนให้ตลอด เพราะสินค้าทุกชิ้นทางบริษัทแม่จะทำอะไหล่ Spare Parts เอาไว้ให้รองรับนานถึง 20 ปีทีเดียวครับ

และถ้าหากจะพูดถึงจุดเด่นอันเป็นเอกลักษณ์ของ Miele ที่หาไม่ได้จากแบรนด์ไฮเอนด์อื่นๆ ก็น่าจะเป็นในส่วนของ Innovation ที่รู้ใจคนทำอาหาร แม่บ้าน แม่ครัว กับ Design ที่ตอบโจทย์ความหรูหรา ตามไลฟ์สไตล์ของคนยุคมิลเลนเนียล ที่มองคุณค่าของสินค้าที่มากกว่าการใช้งานปกติ แต่ต้องเติมเต็มประสบการณ์ที่แปลกใหม่ร่วมกับคนรอบข้าง เพื่อสร้างแรงบันดาลใจที่ไม่รู้จบได้ โดย Generation 7000 นี้ได้ถูกพัฒนาขึ้น และเปิดตัวสู่ตลาดโลกเมื่อประมาณกลางปี 2019 เพื่อให้สอดรับของเทรนด์ผู้ใช้งาน Home Appliances ในปัจจุบันที่มองว่า ชุดเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวให้ฟังก์ชั่นพื้นฐานเพียงอย่างเดียวนั้นมันไม่เพียงพอ สำหรับผู้ใช้งานหลายๆครอบครัว ชุดเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวได้กลายเป็นสัญลักษณ์ที่ช่วยสะท้อนสถานภาพทางสังคม และตัวตนให้กับผู้ใช้งาน และครัวที่ดีตามปรัชญาของ Miele นั้น ต้องช่วยสร้างแรงบันดาลใจที่ไม่รู้จบ ตลอดจนเพิ่มศักยภาพของผู้ใช้งานให้ได้ไม่แพ้เชฟระดับมืออาชีพ ประมาณว่าแม้เราจะมีวัตถุดิบชั้นยอดในการทำอาหารแล้ว แต่ถ้าอุปกรณ์ไม่พร้อม ไม่มีผู้ช่วยฝีมือดี มีข้อจำกัดหลายอย่าง ก็ไม่สามารถที่จะทำอาหารชั้นยอดออกมาได้นั่นเองครับ

 

แค่เตาอบก็ทำให้เราปรุงอาหารได้ออกมาเหมือนอย่างเชฟมืออาชีพชั้นนำได้เลยหรือ? เชื่อแน่ว่าหลายๆคนคงตั้งคำถามแบบนี้ เหมือนกับผมในตอนแรกครับ แต่หลังจากที่เราได้เห็นสารพัดเทคโนโลยีที่ออกมาเฉพาะใน Generation 7000 อย่าง Dual Steam, Intelligent Pan Recognition, Full-Surface Induction, Foodview, Wireless Food Probe, Moisture Plus, Taste Control, Motion React และ Combination Cooking แล้วก็ต้องบอกว่านี่คือชุดเครื่องครัวรู้ใจชัดๆ…ถ้าใครที่ใช้งานอุปกรณ์ใน Generation 7000 ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ผมขอบอกเลยว่า ราศีอนาคตเชฟดังจับมาที่ตัวคุณเต็มๆแน่นอนครับ โดย Product Line ที่อยู่ใน Generation 7000 นี้คือครอบคลุมทุกสินค้าเลยครับ ไล่ตั้งแต่เตาอบที่เป็น Signature Technology อย่าง Dialog Oven, Combi Oven, Combi Steam Oven, Coffee Machine, Dishwashers, Warming and Vacuum Sealing Drawers, Cooker Hoods, Refrigerators และ Microwave Oven

 

เริ่มกันที่ตัวไฮไลท์เลยกับ Dialog Oven ที่ทางทีมงาน Miele เล่นใหญ่ โดยการให้เชฟระดับมิชลินสตาร์ อย่าง Chef Garima Arora เจ้าของร้าน GAA ที่กำลังจะมาเปิดใหม่ที่ซอยสุขุมวิท 53 มาสร้างสรรค์ Special Menu โดยใช้ฟีเจอร์เด่นของ Dialog Oven ในเรื่องของความสามารถในการ “Cooking on Ice” หรือทำอาหารให้สุกโดยที่น้ำแข็งไม่ละลายได้ จนออกมาเป็นเมนู Snowfish ที่นึ่งออกมาสุกกำลังดีทั้งๆที่ยังมีน้ำแข็งปกคลุมอยู่แบบนี้ครับ…เกิดมาเพิ่งเคยเห็นการนึ่งด้วยน้ำแข็งก็วันนี้ล่ะครับ

ซึ่งฟีเจอร์เด็ดที่ไม่มีใครทำได้นั้น ก็มาจากเทคโนโลยีเฉพาะตัวของ Miele Dialog Oven ที่มีการปล่อยคลื่นElectromagnetic Waves ในความถี่ที่แตกต่างกันออกมาซ้ำๆ เพื่อที่จะสร้างความร้อน และความชื้นให้กับอาหาร ในแบบสม่ำเสมอกัน ควบคุมด้วยเซนเซอร์ตรวจจับพิเศษ ที่สามารถทำได้ละเอียดมากแม้กระทั่งการกำหนดให้แซลมอน 1 ชิ้นนั้นมีทั้งส่วนที่สุก แต่กึ่งดิบ, การปรุงเนื้อลูกวัวบนขี้ผึ้งให้สุก โดยที่ตัวขี้ผึ้งไม่ละลาย, หรือการปรุงเนื้อสัตว์ พร้อมผักในช่วงเวลาเดียวกัน ถาดเดียวกัน แต่สามารถสุกพร้อมกันได้ โดยที่ผักไม่ไหม้ไปก่อน และช่วยรักษาสารอาหารให้คงสภาพอยู่ได้อย่างเต็มที่ คือทาง Miele เค้าให้คำนิยามไว้เลยว่านี่คือ “The First Cooking Appliance that communicates with its ingredients.” ครับ ประมาณว่าเราใส่อะไรลงไปใน Dialog Oven นี้ ระบบเซนเซอร์จะรู้เลยว่าเราใส่อะไรลงไปบ้าง อะไรที่ควรจะสุกก่อน ก็ให้สุกก่อน โดยที่ไม่ต้องเสียเวลาในการปรุงอาหาร ใส่เข้าใส่ออก ซ้ำซ้อนกันหลายครั้ง

 

โอ้ว นี่มันอะไรกัน แบบนี้ใครก็สามารถทำอาหารแนว Molecular Gastronomy สุดล้ำ เก๋ๆ ได้ตามจินตนาการอันบรรเจิดของแต่ละคนได้เลยสิเนี้ย

 

Dialog Oven Generation 7000 มีราคาประมาณสี่แสนบาทครับ!

สำหรับ Cooking Appliance ตัวที่สองก็คือ Combi Steam Oven ครับ ซึ่งก็จะฟังก์ชั่นการทำงานในแบบนึ่งไอน้ำ ผสมกับเตาอบระบบแบบพัดลมร้อน โดยที่มี Signature Feature คือ การทำงานในแบบ Dual Steam Technology ซึ่งจะมีจุดปล่อยไอน้ำถึง 2 จุด เพื่อให้ทำอุณหภูมิได้ร้อนเร็วขึ้น สม่ำเสมอ ที่สำคัญคือไม่ต้องกังวลว่าอาหารจะถูกปรุงสุกแค่ถาดล่างๆ เหมือนกับเตานึ่งทั่วๆไป เนื่องจากการทำงานงานระบบ Dual Steam จะทำควบคู่ไปกับพัดลมไอร้อนที่บริเวณ Black Plate ด้านหลัง ทำให้ควบคุมอุณหภูมิ และความชื้น ของแต่ละถาดได้แม่นยำ เหมือนกันหมดครับ

 

รูปแบบการทำอาหารที่เหมาะกับ Combi Steam Oven ที่ทาง Miele แนะนำก้คือการทำแบบ Sous-Vide Cooking ซึ่งเป็นการปรุงโดยที่ใส่วัตถุดิบลงในถุงสูญญากาศแล้วนำไปนึ่งในระยะเวลาที่นานหลายๆชั่วโมงเพื่อให้อาหารสุกแบบพอดีๆ โดยที่ผิวสัมผัสภายนอกยังคงความชุ่มชื้นอยู่ครับ ดูภายนอกก็จะเห็นว่าอาหารที่ถูกปรุงแบบนี้จะดู Juicy มากๆ แถมใช้เวลาในการปรุงแค่ไม่ถึงชม.ก็ได้แล้ว ไม่ต้องรอนาน 6-7 ชม….ผมนึกถึงสูตรการนึ่งจุ๋ยก้วยแบบโบราณเลยที่เค้ามักจะเอาไปใส่ถุงพลาสติกก่อนจะเอาเข้าซึ๊งเพื่อนึ่งครับ…อ้อ ตัวนี้มีการเซตโปรแกรมในแบบ Mix & Match ได้ คือสามารถปรุงอาหารต่างชนิดพร้อมกันได้ในถาดเดียวเช่นกันครับ เช่น เอาปลา กับผักใส่ในจานเดียวกัน แล้วก็เลือก Fish & Vegetable แค่นี้ ระบบก็จะปรุงอาหารให้สุกออกมาในช่วงเวลาเดียวกันได้ครับ

สำหรับใครที่เน้นการใช้งานเตาอบปกติ ชอบทำเบเกอรี่ หรือเนื้ออบ ไก่อบ อะไรพวกนี้ ตัวเบสิคของ Generation 7000 อย่าง Oven ก็มีฟังก์ชั่นสุดว้าว เอาใจสาย Food Stylist เพิ่มขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็น Foodview อันนี้เจ๋งอ่ะ สามารถดูหน้าตาอาหารของคุณที่อยู่ในเตาอบแบบ Real Tine ได้เลยผ่าน Miele@Mobile App โดยภายในเตาอบเค้าจะมีกล้องที่ทนทานทั้งลมร้อน อุณหภูมิอันสูงปรี๊ด ความชื้นที่ไม่แน่นอน ติดตั้งเอาไว้ให้

ว้าวที่สองคือมี หัววัดอุณหภูมิอาหารแบบไร้สาย (Wireless Food Probe) มาให้ ซึ่งทำให้เราไม่ต้องมาคอยเอาอาหารออกมาจิ้มๆ หั่นๆดูว่าภายในสุกทั่วแล้วหรือยัง

ว้าวที่สามคือฟังก์ชั่น Moisture Plus ระบบเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับตัวอาหารแบบอัตโนมัติ เพียงพอที่จะทำให้เนื้อขนมปังไม่แข็งเกินไป และที่เป็นไฮไลท์ก็คือ Taste Control ระบบที่จะช่วยขจัด Pain Point ที่ผ่านๆมาของคนอบเบเกอรี่ก็คือ การต้องรีบเอาขนมออกจากเตาทันทีเมื่อถึงเวลาที่ตั้งไว้ ไม่งั้นความร้อนสะสมที่มีอยู่ในตัวเครื่องจะทำให้ขนมปังไหม้เกรียม เพราะว่าด้วยระบบ Taste Control หากว่าอบถึงเวลาที่ตั้งเอาไว้ ประตูเตาอบก็จะเปิดออกอัตโนมัติ เพื่อลดอุณหภูมิของอาหารลง โดยสามารถลดได้ถึง 100 องศาภายใน 5 นาทีครับ

ทั้งนี้ Oven ภายใต้ Generation 7000 ทั้งหมดยังมีเทคโนโลยีอัจฉริยะอย่าง Motion React ที่จะเปิด ปิดตัวเครื่องโดยอัตโนมัติเมื่อคุณเดินผ่าน เช่นเดียวกับ M Touch Display ซึ่งเป็นระบบ Interface หน้าจอ Touch Screen ที่นอกจากจะใช้งานง่ายแล้ว ยังสามารถควบคุมผ่านมือถือด้วย Application Miele@Home ได้เช่นเดียวกันครับ

Cooking Appliance อีกชิ้นนึงที่สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผมมากๆก็คือ Intelligent Hob ครับ ซึ่งมองเผินๆอาจจะดูเหมือนแค่ เตา Induction แม่เหล็กไฟฟ้าธรรมดา แต่ด้วยความเป็นแบรนด์ Miele แล้ว จะให้มาธรรมดาคงไม่ได้ครับ เพราะเค้าจัด Signature Features มาให้ถึง 3 อย่างคือ Full – Surface Induction คือ ปกติแล้วเตา Induction ทั่วไป เราจะต้องวางกระทะ หม้อ ตามตำแหน่งที่เค้ากำหนดจุดมาใช่ไหมครับ แต่นี่ไม่ใช่อ่ะ เราจะวางไว้ตรงในบนหน้าเตาก็ได้ ในแบบ Full Surface เลย  เป็น Free Zone สามารถวางได้สูงสุดถึง 8 หม้ออ่ะ อะไรจะเยอะขนาดนี้! อย่างที่สองก็คือ Intelligent Pan Recognition นั่นหมายความว่า สมมติคุณวางหม้อ กับกระทะเอาไว้ 2 อัน แล้วก็ตั้งอุณหภูมิเอาไว้ทั้งคู่แล้ว แต่เกิดเมื่อยอยากเปลี่ยนตำแหน่งไปจุดอื่น คุณก็แค่เปลี่ยนตำแหน่งเลยอ่ะ ระบบเค้าจะจำได้เองอัตโนมัติว่าหม้อนี้ กระทะนี้คุณตั้งอุณหภูมิไว่ที่เท่าไหร่ สลับเยอะกี่ครั้งยังไงเตาก็จำได้ครับ และสุดท้ายก็คือสามารถเชื่อมต่อการใช้งานร่วมกับ Hood ได้ผ่านทาง Mobile Application ครับ

ส่วนใครที่ไม่เน้นปรุงอาหารหนักๆ แต่เป็นคอกาแฟตัวยง ชนิดที่วันนึงต้องกินกาแฟหลายแก้ว จากหลายแบรนด์ หลายเมล็ด ก็ขอแนะนำ Coffee Machine ตัวนี้เลยครับ เพราะสามารถใส่เมล็ดกาแฟได้มากถึง 3 ชนิด ในครั้งเดียว เลือกได้เลยว่าแต่ละครั้งที่กดเราอยากได้ยี่ห้อไหน โดยมีโถใส่นมแยกไว้ด้านหน้า ซึ่งผมลองใช้ดูแล้วมันดีกว่าแบรนด์อื่นตรงที่เวลาเราเปิดเครื่องเพื่อใส่เมล็ดกาแฟ หรือทำความสะอาดเนี้ย ถ้าเป็นตัวอื่นจะเปิดยากครับ เพราะต้องเปิดทางช่องบน และดึงโถออกมาอีกที แต่ตัวนี้คือเปิดแบบบานพับตู้เย็นเลยครับ สะดวกมากๆ

ในแง่ของงานดีไซน์ของ Generation 7000 นี่ก็ต้องบอกว่าทาง Miele ก็ยังคงเป็นแบรนด์ที่ Customize รูปแบบมือจับ สี และการจัดวางเลย์เอ้าท์ของเครื่องได้ตามความต้องการของลูกค้าเลยครับ น่าจะเป็นเพียงไม่กี่แบรนด์ในโลกที่เปิด option ให้ลูกค้าเลือกได้เยอะขนาดนี้ โดย Design Lines จะมีให้เลือก 4 แบบ คือ ArtLine, PureLine, VitroLine และ ContourLine ซึ่งจะมี Detail ต่างกันก็คือ ArtLine จะไม่มีมือจับ มีสองสี (ในไทย)คือ Graphite Grey และ Obsidian Black

แบบ PureLine จะมี Material ที่เป็นกระจกสีดำเยอะหน่อย มีมือจับแสตนเลส

แบบ ContourLine เน้น Material ที่เป็นแสตนเลส รูปทรงคลาสสิค เน้นการใช้งานหนักแบบจริงจัง มีมือจับ

และแบบ VitroLine ที่จะคล้ายๆกับ ArtLine แต่มีมือจับ มีสองสี (ในไทย) คือ Graphite Grey และ Obsidian Black

โดยหากใครที่มีครัวอยู่แล้ว และอยากจะเลือกจัดวางเลย์เอ้าท์ที่ฟิตกับขนาดของตู้ให้ดีที่สุด ทาง Miele ก็มี Pattern ในการจัดวางให้เลือกหลายแบบครับ ทั้งแบบ Cubiq, Panoramic, T-Shape และ Tower ซึ่งส่วนตัวแล้วผมว่าหากใครซื้อทั้งเซต 3 ตัวสวยๆ ทั้ง Oven, Dialog Oven, Combi Steam ก็เลือกแบบ Panorama สวยดีครับ เพราะสามารถใส่ Drawer เข้าไปที่ด้านใต้ของ Combi เพื่อให้เข้ากับ Scale ของ Dialog Oven ได้เช่นกัน….ทั้งชุดก็น่าจะราวๆล้านนึงละมั้งครับ

เอาเป็นว่าสำหรับใครที่อ่านแล้วรู้สึกสนใจ หรืออยากลองไปใช้งานจริง ก็สามารถไปเทส ไปสัมผัสดูตัวจริงกันได้ที่ Miele Experience Center ที่อาคารภิรัช ทาวเวอร์@The Emquartier ชั้น 43 นะครับ…แต่ต้องนัดหมายล่วงหน้าก่อนนะครับ ตามนี้เลยที่เบอร์ 02 036 5800 หรือติดต่อไปที่ https://www.miele.co.th/domestic/1522.htm เปิดเฉพาะวันจันทร์ – ศุกร์ ตั้งแต่ 9.00 – 18.00 ครับ

เกริก บุณยโยธิน

เกริก บุณยโยธิน

ผู้ก่อตั้งเวปไซต์แบ่งปันความรู้ด้านการตลาด และการสร้างแบรนด์ในวงการอสังหาฯ พร็อพฮอลิค ดอทคอม..หลังจากที่ใช้เวลามากกว่า 10 ปี ในการวนเวียน เข้าๆออกๆ ในสายงานด้านการตลาด และวางแผนกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ ของบริษัทอสังหาฯ และเอเยนซีโฆษณาชั้นนำหลายแห่ง (โดยที่ไม่รู้ว่าทำไมต้องจับสลากเจอลูกค้าสายอสังหาฯทุกที)...จนถูกครอบงำโดยจิตใต้สำนึก ให้ถีบตัวเองออกจากกรอบการทำงานแบบเดิมๆ เพื่อออกมาจุดประกายความคิดที่ถูกต้อง และนำเสนอมุมมองใหม่ๆ ให้กับกลุ่มคนที่สนใจในธุรกิจอสังหาฯ

เว็บไซต์

ไอคอน อุดมสุข

ไมลส์ รัชดา - ลาดพร้าว

แอชตัน อโศก-พระราม 9

ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาหากใครได้มีโอกาสผ่านไปมาที่บ...

5 October, 2020

ควาริทซ์ พระราม9

“อัญมณีหายากอันล้ำค่า ที่คู่ควรต่อการส่งมอบเป็นมรดกป...

25 September, 2020

ไอดีโอ รัชดา – สุทธิสาร

วันนี้ทาง Propholic เราจะมารีวิวคอนโดที่เพิ่งสร้างเส...

17 September, 2020

นิว โนเบิล ไฟฉาย-วังหลัง

โครงการ Nue Noble Fai Chai-Wang Lang (นิว โนเบิล ไฟฉ...

16 September, 2020