เมื่อสื่อสวมรอยเป็นนายหน้า กับการทำธุรกิจแบบจับเสือมือเปล่า

สวัสดีเดือน 9 ครับ เพื่อนๆนักอ่าน สายการตลาดอสังหาและนายหน้าทุกท่าน วันนี้ผมมาพร้อมกับเรื่องหงุดหงิดมากถึงมากที่สุด และอยากจะให้เป็น case study กับเพื่อนนายหน้าทุกคน โดยเฉพาะเหล่า นายหน้าที่มี property stock เยอะๆ อย่างกลุ่มที่เป็นบริษัทลูกของเหล่า developer ชั้นนำต่างๆครับ ก่อนที่จะโกรธมากไปกว่านี้ ผมขอเล่าถึง background ไปพลางๆแล้วกันครับ

เพื่อนๆที่ทำงานในสาย digital marketing โดยเฉพาะในส่วนของงาน technical/ programmer ทุกคนคงจะทราบดีว่า สมัยนี้เทคโนโลยีออนไลน์มันก้าวไกลมาก ความสามารถหลายๆอย่างที่เวป search engine ชั้นนำของโลกสามารถทำได้อย่างการ search และดูข้อมูล ถูกนักออกแบบเวปไวต์นำมาประยุกต์ใช้อย่างผิดวิธี เพื่อใช้ในการโปรโมตเวปตัวเองก็เยอะ……

 


ช่วง 2-3 ปีมานี้เพื่อนๆคงจะสังเกตเห็น trend ในการนำเอาระบบ xml feed มาใช้ในการ sync listing หรือกระทู้โพสประกาศขาย/เช่า ที่เหล่านายหน้าชั้นนำเอามาใช้ในการโพสไปยังเวปไซต์ต่างๆ >>> อธิบายให้เข้าใจง่ายๆก็คือ สมมติว่าผมมี property stock listing ในมืออยู่ 1,000 lists แน่นอนว่ามันเยอะมากครับ ทีนี้ในการโปรโมตผ่านทางช่องทางออนไลน์นั้น นอกจากเรามีเวปไซต์ ของตัวเองแล้ว เราก็ยังต้องมีการไปโพสในเวปไซต์ประกาศอสังหาฯต่างๆด้วยใช่ไหมครับ (ซึ่งก็มีทั้งโพสฟรี และเสียค่าใช้จ่าย)….ไอ้ตอนโพสตอนแรกน่ะ มันไม่เท่าไหร่หรอกครับ แต่เมื่อใดก็ตามที่มีการ update property นั้นๆเช่น ปรับเปลี่ยนราคา ขายไปแล้ว เช่าไปแล้ว หรืออะไรก็แล้วแต่ >>>> มันต้องเข้าไปแก้ในทุกกระทู้ ทุกเวปไซต์น่ะครับ ซึ่งการแก้ก็ไม่ใช่แก้ได้ง่ายๆ บางเวปไม่มีระบบ admin ที่เสถียร บางเวปไม่ได้มีการแจ้งเตือนวันหมดอายุ บางเวปก็ไม่ได้ให้ reference code ในการเข้าไปแก้ ยิ่งถ้ามีเป็น 1,000 lists ยิ่งอ้วกแตกเลยอะครับ จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าไปโพสที่ไหนมาบ้าง จะโทรไปอัพเดทเจ้าของห้องแต่ละครั้งก็ลำบาก โดนกดดันว่าขายไม่ได้แล้วโทรมาทำไม ซึ่งส่วนใหญ่แล้วพอเจ้าของปล่อยขายเองไปแล้วเค้าก็ไม่ได้บอกเราด้วยนิ บางทีแก้เสร็จแล้วอ้าวขายไปอีกแล้ว ไปแก้ใหม่ไม่รู้จักจบจักสิ้น….ขอแทรกนิดนึง ดังนั้นเพื่อนๆคนไหนมองเห็นกระทู้ประกาศขายในเนตแล้วพอโทรไปเช็คกลับกลายเป็นว่าราคาเปลี่ยนบ้าง ขายไปแล้วบ้างก็ขออภัยนะครับ แล้วก็ต้องบอกว่าเจ้าของกระทู้แต่ละราย เค้าก็พยายามตามอัพเดทถึงที่สุดครับ

คือเมื่อมันเป็นซะหยั่งงี้ ทาง geek ทั้งหลายเค้าก็เลยคิดวิธีการที่มันจะ sync ข้อมูลของประกาศทุกเวปที่ลงให้มันเหมือนกัน กับที่เราลงหน้าเวปของเราเองล่ะครับ (ก็แหงล่ะ หน้าเวปเราเองเรา ก็ต้องอัพเดท ทุกวันอยู่แล้วล่ะครับ) กล่าวคือเมื่อเราเข้าไปแก้ไขอะไรผ่านระบบหน้าเวปของเรา เช่น ราคา พื้นที่ รูปภาพ ไอ้ข้อมูลทั้งหมดเนี่ยมันก็จะถูกแก้ที่อื่นโดยอัตโนมัติ….โดยวิธีในการทำส่วนใหญ่แล้ว ก็ทำได้ในบางเวปไซต์ที่รองรับระบบ xml feed ครับ (ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นเวปที่มีเจ้าของเป็นคนต่างชาติ และเวปไซต์ ของคนไทยประมาณไม่เกิน 5 เวปไซต์) รูปแบบในการทำที่ผ่านๆมา (ในแบบถูกต้องทางจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจและถูกกฎหมาย) ก็คือ ทางเราเองต้องให้โปรแกรมเมอร์ที่เขียนเวปเรา เขียน web service ขึ้นมาโดยจะระบุ field ที่ต้องการให้ฐานข้อมูลเชื่อมกัน เช่น ชื่อโปรเจค สถานที่ ราคา ขนาดห้อง ฯลฯ ที่สามารถเปิดเผยได้ (แน่นอนไม่มีนายหน้าเจ้าไหน ยอมเปิดเผยชื่อที่อยู่ติดต่อเจ้าของห้อง) ซึ่ง web service นี้จะเปรียบเสมือนตัวกลางในการส่งผ่านข้อมูล ที่มีความปลอดภัยในระดับหนึ่ง ไปยัง server ของ เวปพาร์ทเนอร์ ที่เค้าจะสร้าง field ขึ้นมารองรับข้อมูลของเรา เพื่อไปจัดลงในหน้าประกาศกระทู้ของเวปเค้า นั่นเองครับ >>> สะดวกสบายไหมครับ ไม่ต้องมานั่งแก้ทีละหลายๆที่ หลายๆครั้ง…ถามว่าละยังไงต่อล่ะ คือเมื่อใดก็ตามที่มีลูกค้าสนใจยูนิตของเรา และส่งเมลสอบถาม เวปสมัยใหม่ส่วนใหญ่ก็จะมีระบบ Push mail notification มาหาเราโดยตรงยังไงล่ะครับ บางที่อย่างที่มาจาก Singapore ก็มีบริการส่ง sms มาให้ด้วยนะครับ เออ (โฆษณาให้เค้าซะงั้น)

ทีนี้เนี้ยถ้าเราเจอเวปพาร์ตเนอร์ดีๆ ก็ดีไปครับ มัน win-win ทั้งคู่ กล่าวคือเค้าได้ค่าโฆษณา และ web content เพื่อช่วยในการทำ SEO จากเรา ส่วนเราก็ได้ lead มาส่งต่อให้เซลล์เรา ก็เท่านั้นเองครับ…..แต่เรื่องที่ผมเจอมามันไม่ใช่ แฮปปี้ โลกสวย อย่างงี้น่ะสิครับ

ช่วงระยะเวลา 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีเวปไซต์ที่เจ้าของเป็นคนต่างชาติ (ผมขออนุญาตไม่บอกว่าที่ไหน) และ claim ว่าเวปไซต์เค้าติด 50 อันดับยอดฮิตในหมวดบริษัทอินเทอร์เน็ตที่ต่างประเทศมาแล้วนะ (เอ่อ ผมยังไม่เห็นว่ามันคือเวปไหนที่ได้ แล้วอีกอย่างเวปของพี่มันมีแต่คอนโดในกทม.ไม่ช่ายหรองายฟะ) มาคุยกับผมและบอกว่าเค้ามาเสนอสื่อผมนะ โดยจะคิดตังเป็น cost per lead กล่าวคือ เอา listing ผมไปลงเวปเค้า และหากว่ามีลูกค้าสนใจ listing ผม ลูกค้าก็จะส่งเมลหา และระบบจะ push เมลไปที่ทั้งผม และบริษัทนี้ โดย cost per lead นี้จะคิดรายอีเมล เมลละ 500 บาท!!! แน่นอนว่าในฐานะคนที่คุ้นเคยกับบรรดานายหน้า เสือ สิงห์ กระทิงเปลี่ยว เขี้ยวลากดิน อย่างผมคงจะตอบตกลงหรอก พร้อมกับยิงคำถามไปว่า เอ่อคุณพี่ครับ ผมจะรู้ได้ยังไงล่ะครับว่าไอ้ที่ส่งเมลมาหาผมเนี่ย มันไม่ใช่กดส่งมาเล่นๆ หรือเป็นนายหน้าด้วยกันเองมาหลอกเจาะสต๊อค หรือเป็นลูกค้าซ้ำกับผมอยู่แล้ว หรือเป็นพวกว่างจัดชอบส่งเมลโรคจิตและเบอร์โทรศัพท์ปลอมๆมา อีกอย่างพวกที่หาตามเนตนี่ มันก็ส่งเมลหาทุกเจ้าที่ลงประกาศไม่ช่ายหรืองายคร้าบบบ >> สรุปคุณคนต่างชาติคนนี้ก็ตอบว่า เอ่อ อืม โอเค ไอนู เอาเป็นว่างั้นเพื่อการเริ่มต้นไอจะให้ยูลงฟรีแล้วกันนะ ไม่คิดตังอะไรทั้งนั้น……แต่ว่าระบบขอไอพิเศษกว่าชาวบ้านนะ ยูไม่ต้องทำ web service อะไรเลย เอาแค่ url มาเดี๋ยวระบบเราจะดูด ทุกสิ่งทุกอย่างของคุณไปเองใน 1 วัน แหน่ะ ไอ้อย่างงี้มันผิดกฎหมายไทย ในส่วนพรบ.คอมพิวเตอร์ 2550 นะยู…คุณพี่เค้าก็ตอบอย่างใจเย็นว่า ไม่เป็นไรไว้เดี๋ยวจะส่ง agreement letter เพื่อขออนุญาตมาให้ แล้วยูพิจารณาดูแล้วกันนะ ว่าจะเซย์เยส หรือโน

ฝรั่งกลับไปอย่างมึนๆ ส่วนวันต่อมาผมเองก็มึนเหมือนกันครับ เพราะ listings ของผมเกือบพัน listings ไปปรากฎโดดเด่นเป็นสง่าอยู่ในเวปเค้าซะแล้ว (แน่นอนว่าผมก็ไม่ได้ใบ agreement letter ไม่ได้รับการขออนุญาตอะไรเลย) มันเป็นเรืองตรงที่ ในวันเดียวกันนั้นเอง ได้มีบุคคลากรจากบริษัทนี้หละ โทรเข้ามายังบริษัทผม เพื่อขอ co-stock และบอกว่าตัวเองเป็นนายหน้า >> มีพนักงานเดินมาบอกผม ซึ่งผมก็สงสัยว่าไอ้นี่มันเป็นสื่อไม่ใช่เรอะ มาขอ Co-stock ทำกะปิอะไรฟะ ไหงมาบอกอีกว่าเป็นนายหน้า…ซึ่งผมก็บอกเด็กไปตามปกติว่า เออ ทำตาม process ปกติคือส่งใบ co-broker registration ไปให้เซ็น แล้วจึงค่อยดำเนินการต่อไป >>> ปรากฎว่าภายในระยะเวลาไม่ถึง 12 ชั่วโมง ไอ้เจ้านี้ คนๆนี้โทรมาขอ Co-stock กับบริษัทผมประมาณ 6 รายการ!!! โดยที่ไม่ได้ส่งใบ register มาเลยแม้แต่ใบเดียว

ถึงตอนนี้ผมเริ่มสงสัยแล้วครับว่ามันเป็นมาอย่างไร จึงได้เมลไปสอบถามฝรั่งที่ผมคุยด้วย ซึ่งเค้าก็โยนไปให้ Co-Ceo เค้าอีกคน (แน่นอนเป็นฝรั่งอีก) มาตอบคำถาม….ซึ่งเรื่องมันก็ยาว ยืดมากครับ ผมขอไม่เอ่ยถึงส่วนของพฤติกรรมของเซลล์ที่โทรมา co-stock กับทางเรา >>> ใจความสำคัญคือผมถามว่านี่ยูเป็นสื่อ หรือเป็นนายหน้ากันแน่เนี่ย โทรมาขอ Co-stock ทำไมบ่อยๆ แล้วทำไมไม่ทำตาม process ของการทำ co-broker ตามมาตรฐานสากล….ผลปรากฎว่าทางผมคาดคั้นจนรู้ความจริงครับว่า ไอ้การที่มันเอา listing ของผมไปลงเวปมันโดยไม่ได้รับอนุญาตเนี่ย มันมีคนสนใจส่งเมลเข้ามาถาม แต่ว่าเมลที่ลูกค้าถามกลับไม่ได้ส่งถึงบริษัทผม ในแบบที่ควรจะเป็นครับ ในทางกลับกัน เมลของลูกค้าที่สนใจใน stock ของบริษัทผม (แต่ดันไปปรากฎอยู่หน้าเวปนี้) มันถูกส่งตรงไปยังบริษัทนี้แต่ฝ่ายเดียวครับ ซึ่งไอ้บริษัทนี้ก็ทำตัวเป็นจับเสือมือเปล่าครับ ไม่มี stock อะไรเลย ไม่มีลูกค้าสนใจด้วย (เพราะลูกค้าสนใจมาจาก listing ของบริษัทอื่น แต่มันดันเชื่อมระบบติดต่อเข้าฝ่ายเดียว) ดันมีหน้ามาขอ co-stock กับบริษัทผมครับ!!!!!!

คุณนายหน้าทั้งหลายคิดดูนะครับว่าอย่างงี้มันเป็นความผิดสถานไหน…1. คุณเป็นสื่อไม่ใช่หรือ 2. ใครอนุญาตให้คุณเอาข้อมูลของเราไปลง 3. ไหนบอกว่าเมลจากลูกค้าที่สนใจจะส่งตรงเข้าเรา 4. นี่ควรเป็นลูกค้าใคร 5. คุณสมควรได้ค่าคอม 50% จากลูกค้าของผม และ listing ของผมเหรอ 6. นี่คุณยังมีหน้ามาคิดตังฆ่าโฆษณาแบบ cost per lead อีกเหรอฟะ!!!! Lead ตูก็ไม่ได้ ลูกค้าตรูเมิงก็แฮปไป

สรุปว่าผลสุดท้ายทางโน้นยอม remove listings จากบริษัทผมออกทั้งหมดครับ และทางบริษัทผมไม่ accept การ co-broke ทั้งหมดจากเจ้านี้ ถือเป็น blacklist ขณะเดียวกันทางนั้นก็พยายามไถ่โทษ ด้วยการส่งเมลลูกค้าที่สนใจ listings ของผมมาให้ทั้งหมด 6 ราย >> ซึ่งทั้งหมดนี้ มีเจ้าหน้าที่ของบริษัทนี้ โทรมาขอ co-stock เพื่อไปนำเสนอกับลูกค้าเหล่านี้ ไปเรียบร้อยก่อนหน้านี้แล้ว คิดดูสิครับแบบนี้จะเป็นมหันภัยร้ายแรงกับเหล่านายหน้าเพือนร่วมอาชีพขนาดไหนครับ เดือดฝุดๆๆๆ…ตอนนี้ถึงแม้ว่า listings ของบริษัมผมจะถูก remove ออก (แต่ยังไม่หมด) แต่ก็ยังเห็นปริมาณ listings จากบริษัทชั้นนำเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆครับ ซึ่งก็แน่นอนว่าคงไม่ได้ขออนุญาตเจ้าของหรอก สิ่งเหล่านี้มันทำให้เพื่อนๆเสียโอกาสในการขาย และโดนขู่กรรโชกค่า refer มากน้อยแค่ไหนครับ โปรดช่วยกันพิจารณา…

เอาละครับเวลาหมด หมดเวลาต้องไปทำงานอื่นต่อแล้ว วันนี้ขอจบดื้อๆเลยแล้วกันครับ เพราะงานมันอื้อไปหมด ไว้เจอกันใหม่เดือนหน้านะครับ หากใครอยากจะคุยอะไรกับผมก็เมลมาหาตามอีเมลนี้นะครับ kirk.bu@gmail.com ผมอาจจะตอบช้าไปหน่อยนะครับ หวังว่าคงไม่ว่ากันนะคร้าบบบ

บทความโดย เกริก บุณยโยธิน



เกริก บุณยโยธิน

เกริก บุณยโยธิน

ผู้ก่อตั้งเวปไซต์แบ่งปันความรู้ด้านการตลาด และการสร้างแบรนด์ในวงการอสังหาฯ พร็อพฮอลิค ดอทคอม..หลังจากที่ใช้เวลามากกว่า 10 ปี ในการวนเวียน เข้าๆออกๆ ในสายงานด้านการตลาด และวางแผนกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ ของบริษัทอสังหาฯ และเอเยนซีโฆษณาชั้นนำหลายแห่ง (โดยที่ไม่รู้ว่าทำไมต้องจับสลากเจอลูกค้าสายอสังหาฯทุกที)...จนถูกครอบงำโดยจิตใต้สำนึก ให้ถีบตัวเองออกจากกรอบการทำงานแบบเดิมๆ เพื่อออกมาจุดประกายความคิดที่ถูกต้อง และนำเสนอมุมมองใหม่ๆ ให้กับกลุ่มคนที่สนใจในธุรกิจอสังหาฯ

เว็บไซต์

จิบชา ละเมียดมองแปลนพร้อมแนะนำยูนิตน่าสนใจ ของ Noble STATE 39

ที่ผมรู้สึกได้ถึงความเป็นระดับโลก ก็เพราะล่าสุด The Mall Group เพิ่งประกาศดึง AEG บริษัทยักษ์ใหญ่ด้าน Entertainment Complex มาลงทุนเป็นหมื่นล้านทำ 2 โครงการใหญ่ ซึ่ง 1 ในนั้นก็คือ EMLIVE state-of-t... อ่านต่อ




เปิดตัวสุดยิ่งใหญ่กับโครงการ Mixed Use พร้อมศูนย์การค้าที่ล้ำเลิศที่สุดริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่จะถูกกล่าวขวัญไปทั่วโลกกับ ICONSIAM

เปิดตัวอย่างเฟอร์เฟค! สำหรับอภิมหาโปรเจกต์ที่เป็นที่จับตามองของทั้งชาวไทยและทั่วโลกอย่า... อ่านต่อ

พบกับคอนโดใหม่ขวัญใจคนรามคำแหง ติดรถไฟฟ้า เข้าออกถนนใหญ่ได้ 2 ทางที่ ศุภาลัย เวอเรนด้า รามคำแหง

รามคำแหง เป็นเสมือนย่านที่รวมเอาไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายมารวมไว้ในที่เดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นไ... อ่านต่อ

รออะไร รอทำไม ถึงเวลาแล้ว! ที่จะซื้อบ้านดีๆ เป็นของตัวเอง

จังหวะของชีวิตกับการซื้อบ้าน ปัจจุบันนี้คนรุ่นใหม่วัยทำงานบางคนมักจะลังเลที่จะซื้อบ้านส... อ่านต่อ

อสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในเป้าหมายการลงทุนของนักลงทุนชาวจีน โดยข้อมูลปัจจุบันพบว่าประเทศไทยอยู่อันดับ 6 ของประเทศที่มีนักลงทุนชาวจีนเข้าไปลงทุนมากที่สุด รองจาก สหรัฐ ออสเตรเลีย แคนาดา สหราชอาณาจักร และนิวซีแลนด์ ประเทศไทยจึงถือเป็นประเทศอันดับหนึ่งในอาเซียนที่นักลงทุนชาวจีนเข้ามาลงทุนสูงสุด อย่างไรก็ตามนับจากครึ่งหลังปี 2561 การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ไทยให้แก่ลูกค้าชาวจีนในมีแนวโน้มลดลง ซึ่งส่วนหนึ่งมีความเกี่ยวเนื่องจากเหตุการณ์การท่องเที่ยวที่กระทบกับนักท่องเที่ยวจีน รวมถึงสภาพทางด้านเศรษฐกิจที่ทำให้ยอดการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์จากลูกค้าจีนชะลอตัวลง ไม่ว่าจะเป็น