ร่างกฎหมายใหม่คุมมาตรฐาน Street Food จะส่งผลต่อดีต่อภาคอสังหาริมทรัพย์อย่างไร

ต่อทอง ทองหล่อ 17 March, 2026 at 11.59 am

ประกาศที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา


ตลอดหลายปีที่ผ่านมา street food ไม่ได้เป็นเพียงวัฒนธรรมการกินของไทย แต่ยังเป็นองค์ประกอบสำคัญของชีวิตเมือง เป็นแรงดึงดูดของย่านการค้า เป็นเสน่ห์ของแหล่งท่องเที่ยว และเป็นกิจกรรมเศรษฐกิจระดับฐานรากที่หล่อเลี้ยงคนจำนวนมาก แต่ในอีกด้านหนึ่ง การเติบโตของอาหารริมทางในเมืองใหญ่ก็มาพร้อมคำถามสำคัญเรื่องความสะอาด ความปลอดภัย ความแออัด และการใช้พื้นที่สาธารณะอย่างเหมาะสม

 

ล่าสุด ภาครัฐกำลังเดินหน้าแนวคิดออกกฎกระทรวงใหม่เกี่ยวกับ “สุขลักษณะของการจำหน่ายสินค้าในที่หรือทางสาธารณะ” ซึ่งมีผลโดยตรงต่อการขายอาหารริมทางหรือ street food โดยสาระสำคัญของกฎหมายนี้ไม่ใช่การยกเลิกอาหารริมทาง แต่เป็นการวางกติกาใหม่ให้การค้าขายในพื้นที่สาธารณะมีมาตรฐานมากขึ้น และตรงจุดนี้เองที่ภาคอสังหาริมทรัพย์ควรจับตา เพราะความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจกลายเป็นโอกาสทางธุรกิจครั้งใหม่ของผู้พัฒนาโครงการในเมือง

 

สาระของกฎหมายที่กำลังจะมานั้น ค่อนข้างชัดเจนในเรื่องการ “ยกระดับมาตรฐาน” ของผู้ขายในที่สาธารณะ โดยเฉพาะผู้ขายอาหาร กฎหมายจะกำหนดหลักเกณฑ์ด้านสุขลักษณะสำหรับผู้จำหน่ายสินค้าในที่หรือทางสาธารณะ ให้มีมาตรฐานด้านความสะอาด ความปลอดภัย และสุขอนามัยที่สอดคล้องกับสภาพเมืองปัจจุบัน นอกจากนี้ยังแยกมาตรการกำกับดูแลระหว่างผู้ขายสินค้าทั่วไปกับผู้ขายอาหารอย่างชัดเจน ซึ่งหมายความว่า food vendor จะถูกดูแลเข้มกว่าปกติ เพราะเกี่ยวข้องกับสุขภาพของผู้บริโภคโดยตรง

 

ในรายละเอียด กฎหมายฉบับนี้ระบุว่าผู้จำหน่ายอาหารในที่หรือทางสาธารณะต้องผ่านการอบรมตามหลักสูตรที่กรมอนามัยกำหนด และต้องมีหลักฐานพร้อมแสดงต่อเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นได้ นี่สะท้อนว่าการเป็น street food ในอนาคตอาจไม่ใช่เพียงแค่มีรถเข็นหรือมีทำเลดี แต่ต้องมี “มาตรฐานผู้ประกอบการ” รองรับด้วย ขณะเดียวกัน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะต้องเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ทั้งในเรื่องการจัดระยะห่างระหว่างแผงเพื่อลดความแออัด การเฝ้าระวังสุขาภิบาลอาหารด้านชีวภาพในอาหาร ภาชนะ อุปกรณ์ และมือของผู้ขาย รวมถึงการกำหนดมาตรการด้านสุขลักษณะเพิ่มเติมในกรณีที่เกิดโรคระบาด เช่น การจัดจุดล้างมือ การทำความสะอาด และการคัดกรองสุขภาพของผู้ค้า

 

อีกสาระสำคัญหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือ กฎหมายใหม่นี้ไม่ได้มองเฉพาะเรื่องความสะอาดของอาหารเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความปลอดภัยของพื้นที่ขายด้วย โดยเฉพาะการป้องกันเหตุรำคาญต่อผู้อยู่อาศัยใกล้เคียง และการป้องกันอัคคีภัยจากการใช้เชื้อเพลิงในการปรุงอาหาร ซึ่งหมายความว่าแผงขายอาหารริมทางในอนาคตจะถูกคาดหวังให้มีการจัดการที่เป็นระบบมากขึ้น ไม่ใช่เพียงตั้งขายได้ตามความสะดวกแบบในอดีต

 

หากมองจากมุมอสังหาริมทรัพย์ นี่คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนจากการค้าริมทางแบบกระจายตัวไปสู่การค้าริมทางแบบมีระบบ (Systematic street vending) และการเปลี่ยนผ่านเช่นนี้มักสร้างมูลค่าให้กับพื้นที่ที่ออกแบบรองรับได้ดี กล่าวอีกแบบคือ เมื่อการขาย street food ในพื้นที่สาธารณะเริ่มมีข้อกำหนดมากขึ้น ผู้ค้าจำนวนหนึ่งย่อมมองหาพื้นที่ทางเลือกที่พร้อมกว่า สะอาดกว่า ถูกกฎหมายกว่า และบริหารจัดการง่ายกว่า พื้นที่เหล่านั้นมักไม่ใช่ทางเท้าทั่วไปอีกต่อไป แต่อาจเป็นพื้นที่เอกชนในโครงการพาณิชย์ ตลาดยุคใหม่ คอมมูนิตี้มอลล์ มิกซ์ยูส หรือโครงการที่อยู่อาศัยที่ออกแบบพื้นที่ค้าขายไว้ตั้งแต่ต้น

ในแง่นี้ กฎหมายใหม่อาจเป็นแรงส่งให้ผู้พัฒนาอสังหาฉวยโอกาสสร้างพื้นที่รองรับ street food แบบถูกระเบียบ ขึ้นมาเป็นส่วนหนึ่งของโครงการได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น food pavilion, ตลาดอาหารขนาดย่อม, โซนรถเข็นที่มีระบบระบายน้ำและจัดการขยะ, หรือพื้นที่ขายอาหารกลางคืนที่ควบคุมสุขอนามัยได้ สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงตอบโจทย์ผู้ค้ารายย่อยที่ต้องการพื้นที่ขายที่มั่นคงขึ้น แต่ยังตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ยังรักอาหารริมทาง แต่ต้องการความสะอาดและความสบายใจมากกว่าเดิม

 

ผลดีต่อภาคอสังหาจึงไม่ได้มีแค่เรื่องการปล่อยเช่าพื้นที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการสร้าง traffic ให้โครงการ การเพิ่มความมีชีวิตชีวาให้พื้นที่และสร้างมูลค่าให้ทำเล การยกระดับภาพลักษณ์ของทำเล และการสร้าง destination ใหม่ให้กับโครงการอีกด้วย ในอดีต street food อาจถูกมองว่าเป็นกิจกรรมที่อยู่นอกระบบผังโครงการ แต่ในอนาคต street food อาจกลายเป็นหนึ่งในแม่เหล็กสำคัญของการออกแบบอสังหาริมทรัพย์ยุคใหม่ โดยเฉพาะโครงการที่ต้องการเชื่อมโยงคนในชุมชน นักท่องเที่ยว และเศรษฐกิจท้องถิ่นเข้าด้วยกัน

 

สิ่งสำคัญคือ กฎหมายฉบับนี้ไม่ได้มีลักษณะเป็นการเพิ่มระบบอนุญาตใหม่หรือกำหนดโทษอาญาโดยตรง แต่เป็นการสร้างกรอบมาตรฐานและเปิดทางให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นใช้ดุลพินิจในการจัดการให้เหมาะกับข้อเท็จจริงของแต่ละพื้นที่  นั่นยิ่งหมายความว่า เมืองหรือย่านใดที่มีผู้ประกอบการอสังหาพร้อมร่วมมือกับท้องถิ่น ออกแบบพื้นที่รองรับ และแปลงข้อกำหนดเหล่านี้ให้กลายเป็นระบบใช้งานจริงได้ก่อน ก็มีโอกาสกลายเป็นผู้ได้เปรียบก่อนเช่นกัน

 

ในภาพรวม กฎหมายใหม่เกี่ยวกับ street food อาจฟังดูเหมือนเป็นเรื่องของพ่อค้าแม่ค้าและเทศกิจ แต่แท้จริงแล้วมันคือสัญญาณของการจัดระเบียบเศรษฐกิจเมืองครั้งใหม่ และทุกครั้งที่เมืองเริ่มเปลี่ยนกติกาการใช้พื้นที่ โอกาสก็มักตกอยู่กับภาคอสังหาริมทรัพย์ที่มองเกมขาดก่อนเสมอ เพราะเมื่อ street food ต้องการพื้นที่ที่ถูกกฎหมาย สะอาด ปลอดภัย และมีโครงสร้างรองรับ พื้นที่ของโครงการอสังหาก็อาจกลายเป็นคำตอบที่ลงตัวที่สุดของเมืองในยุคถัดไป

 

ร่วมแสดงความเห็นต่อร่างกฎหมายนี้ได้ที่

https://law.go.th/listeningDetail?survey_id=NjY2M0RHQV9MQVdfRlJPTlRFTkQ= deadline วันที่ 14 เม.ย. 2569

ต่อทอง ทองหล่อ

ต่อทอง ทองหล่อ

บรรณาธิการสื่อเกี่ยวกับการศึกษา และ Blogger ผู้มีผลงานการวิเคราะห์ด้านอสังหาฯ มามากกว่าร้อยบทความ ยังเป็นผู้สนใจลงทุนคอนโดมิเนียม ชอบใช้ชีวิตแบบ Digital Nomad รักการเดินเท้าและเลือกใช้ขนส่งมวลชนสำรวจความเปลี่ยนแปลงของทำเลสถานที่ผ่านมุมมองการเข้าใจมนุษย์ นอกจากนี้ยังเป็น Active Citizen ช่วยขับเคลื่อนพัฒนาเมืองผ่านงานเขียนและเครื่องมือสื่อสารที่เชื่อมรัฐกับประชาชน เป้าหมายระยะยาวต้องการเห็นคุณภาพชีวิตการอยู่อาศัยที่ดีขึ้นของทุกคนในสังคม ติดตามผลงานได้ที่ https://matttortong.weebly.com

เว็บไซต์

นันทวัน ราชพฤกษ์-พรานนก

โมดิซ อาวองการ์ด

เชปเตอร์วัน สปาร์ค จรัญ

Chapter One Spark Charan (แชปเตอร์วัน สปาร์ค จรัญ) ค...

5 January, 2026

นิว ริเวอร์เรสต์ ราษฎร์บูรณะ

ขึ้นชื่อว่าอยู่คอนโดมิเนียม แน่นอนว่าข้อได้เปรียบที่...

11 December, 2025

คัลเจอร์ จุฬา

“คัลเจอร์” (Culture) เป็นแบรนด์คอนโดมิเนียมใหม่จากบร...

4 December, 2025

เนอวานา แอทเวิร์ค กรุงเทพกรีฑา

โครงการ Nirvana@Work Krungthep-Kreetha มีหัวใจหลักขอ...

10 November, 2025

สอบถามโครงการ

ได้รับข้อมูลเรียบร้อยแล้ว
ขอบคุณอย่างยิ่งที่สนใจครับ
จะมีเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับไปนะครับ

ขออภัย
ไม่สามารถส่งข้อมูลได้
กรุณาลองใหม่อีกครั้ง