ร่างกฎหมายใหม่กรุงเทพฯ บังคับอาคารทั่วไปต้องมีระบบป้องกันไฟไหม้ คนคอนโด อพาร์ตเมนต์ โรงแรมต้องรู้อะไรบ้าง
การเติบโตของกรุงเทพมหานครในช่วงหลายปีที่ผ่านมาไม่ได้มีเพียงภาพของตึกสูงระฟ้าเท่านั้น แต่อาคารขนาดกลางและขนาดเล็ก เช่น คอนโดมิเนียม อพาร์ตเมนต์ หอพัก โรงแรมขนาดเล็ก และ Nursing home ก็เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็วเพื่อตอบโจทย์การอยู่อาศัยและการท่องเที่ยวที่ขยายตัวตามเศรษฐกิจเมือง อย่างไรก็ตาม สิ่งที่หลายคนอาจไม่ทันสังเกตคือ อาคารกลุ่มนี้จำนวนมากยังมีมาตรฐานด้านความปลอดภัยจากอัคคีภัยที่ไม่สอดคล้องกับการใช้งานจริง โดยเฉพาะเมื่อมีผู้อยู่อาศัยหนาแน่นและมีการใช้งานตลอด 24 ชั่วโมง ปัญหานี้เองที่ทำให้กรุงเทพมหานครเดินหน้าผลักดันร่างข้อบัญญัติใหม่เกี่ยวกับระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย เพื่อยกระดับความปลอดภัยของอาคารที่ไม่ใช่อาคารสูงให้ทัดเทียมกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นในปัจจุบัน
สาระสำคัญของร่างกฎหมายฉบับนี้คือการเปลี่ยนแนวคิดจากการมีระบบไปสู่ระบบต้องใช้งานได้จริงเมื่อเกิดเหตุ อาคารประเภทโรงแรม อาคารชุด อาคารอยู่อาศัยรวม หอพัก และสถานพยาบาลที่มีผู้ป่วยพักค้างคืน ซึ่งไม่เข้าข่ายอาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญ่พิเศษ จะต้องปรับปรุงให้มีความพร้อมในการรับมือกับเหตุเพลิงไหม้อย่างเป็นรูปธรรม ไม่ใช่เพียงการติดตั้งอุปกรณ์เพื่อให้ผ่านข้อกำหนด แต่ต้องมั่นใจได้ว่าผู้อยู่อาศัยสามารถหนีออกจากอาคารได้อย่างปลอดภัยในสถานการณ์ฉุกเฉินจริง
หนึ่งในหัวใจของข้อกำหนดคือเรื่องการหนีไฟ อาคารต้องมีเส้นทางหนีไฟอย่างน้อยสองทางที่สามารถใช้งานได้จริง มีความกว้างเพียงพอ และไม่มีสิ่งกีดขวางตลอดเส้นทาง พร้อมทั้งติดตั้งแผนผังและป้ายบอกทางออกอย่างชัดเจนในทุกชั้น เพื่อให้แม้แต่ผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับอาคาร เช่น ผู้เช่าระยะสั้นหรือแขกโรงแรม ก็สามารถหาทางออกได้อย่างรวดเร็วเมื่อเกิดเหตุ นอกจากนี้ ระบบไฟฟ้าสำรองยังถูกยกระดับให้เป็นองค์ประกอบสำคัญ โดยไฟฉุกเฉินต้องสามารถทำงานได้ทันทีเมื่อไฟฟ้าดับ และให้แสงสว่างต่อเนื่องนานพอสำหรับการอพยพ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากความโกลาหลและอุบัติเหตุซ้ำซ้อนในช่วงเวลาวิกฤต



