รัฐกำลังรีบปิดเกม “ตั๋วร่วม” ภายใน 180 วัน ทั้งที่คนไทยยังไม่รู้ว่ากำลังโดนค่าตั๋วเท่าไหร่
คุณจะยอมไหม จงรีบเข้าไปแสดงความเห็นก่อน 16 พ.ค. 69
ช่วงเดือนพ.ค. 2569 นี้มีร่างกฎหมายและกฎลูกเกี่ยวกับระบบตั๋วร่วมของประเทศออกมาจำนวนมาก หลายคนอาจมองว่าเป็นเพียงเรื่องของบัตรรถไฟฟ้า การแตะจ่าย หรือค่าโดยสาร แต่เมื่ออ่านรายละเอียดลึกลงไป จะพบว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นใหญ่กว่านั้นมาก เพราะนี่คือการสร้างโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของทั้งระบบขนส่ง การเงิน ข้อมูล และการเชื่อมต่อของเมือง
แน่นอน แนวคิดเรื่องตั๋วร่วมฟังดูดี ทุกคนอยากเห็นวันที่ใช้บัตรหรือมือถืออันเดียวเดินทางได้ทั้ง BTS MRT รถเมล์ เรือ หรือระบบขนส่งอื่นโดยไม่ต้องเสียค่าแรกเข้าซ้ำหลายรอบ เมืองที่เดินทางง่ายขึ้นย่อมทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น และส่งผลโดยตรงต่อมูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ในระยะยาว เพราะในโลกปัจจุบัน มูลค่าคอนโด บ้าน หรือที่ดิน ขึ้นอยู่กับความสามารถในการเชื่อมต่อกับระบบขนส่งมากขึ้นเรื่อย ๆ
แต่ในอีกด้าน เมื่ออ่านเอกสารทั้งหมดจริง ๆ กลับมีหลายจุดที่น่าตั้งคำถามมากกว่าที่หลายคนคิด
สิ่งแรกที่ดูแปลกคือ เอกสารแทบทุกฉบับพูดคำเดิมซ้ำกันเกือบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นคำว่า ลดค่าครองชีพ เชื่อมต่อไร้รอยต่อ มาตรฐานเดียวกัน ความสะดวกประชาชน หรือประโยชน์สาธารณะ เหมือนใช้ narrative เดียวกันทั้งชุด แต่เมื่อพยายามหาตัวเลขจริง กลับแทบไม่มีรายละเอียดว่าประชาชนจะจ่ายถูกลงเท่าไร
ยังไม่มีคำตอบชัดเจนว่า คนที่ต้องต่อ BTS กับ MRT ทุกวันจะประหยัดได้เดือนละกี่บาท หรือสุดท้ายแล้วค่าโดยสารจะลดลงจริงหรือแค่เปลี่ยนวิธีคำนวณใหม่เท่านั้น
อีกเรื่องที่น่าสังเกตมากคือ เอกสารหลายฉบับ เป็นเพียงเอกสาร A4 จำนวน 1 หน้า โดยไม่มีรายละเอียดที่อ่านแล้วเข้าใจได้ว่าจะทำอะไรบ้าง และท้ายฉบับจะมีหมายเหตุ (ตัวอย่างภาพด้านล่างในกรอบสีแดง*) มีการย้ำเรื่อง deadline 180 วันซ้ำแล้วซ้ำอีกในทุกฉบับ เหมือนทั้งระบบกำลังถูกเร่งสปีดอย่างหนักจนไม่มีรายละเอียดที่ลึกมากพอจะตัดสินใจได้ว่าร่างกฎหมายนั้นยุติธรรมแล้วหรือไม่ และรัฐไม่ได้มีรายละเอียดของกฎหมายให้ประชาชนได้พิจารณาเลย รัฐอธิบายว่าหากออกกฎหมายไม่ทันจะกระทบต่อการบริหารระบบตั๋วร่วมและประโยชน์สาธารณะ แต่คำถามคือ ระบบระดับประเทศที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลประชาชน การเงิน และโครงสร้างเศรษฐกิจเมือง ควรถูกเร่งภายใต้เวลาที่จำกัดขนาดนี้หรือไม่




