พลิกปูมความสำเร็จของคอนโดลักซ์ซัวรีที่หลายคนถวิลหา “ดิ แอดเดรส” ที่พร้อมเปิดตำนานบทใหม่กับ ดิ แอดเดรส สยาม – ราชเทวี

ถ้าให้คุณลองนึกย้อนอดีตไปเมื่อสักประมาณ 10 ปีที่แล้ว กลับสู่ยุคสมัยที่ตลาดคอนโดใจกลางเมือง ใกล้รถไฟฟ้า เพิ่งจะเริ่มได้รับความนิยมในหมู่คนกรุงเทพฯ ในฐานะที่เป็นสินทรัพย์ที่นอกจากจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนเมืองให้ดีขึ้นแล้ว ยังสามารถสร้างผลกำไรอย่างเป็นกอบเป็นกำจากการขายต่อและปล่อยเช่าได้ คุณนึกถึงลักซ์ซัวรีคอนโดแบรนด์ไหนเป็นพิเศษครับ? จริงอยู่ที่เมื่อสักประมาณสิบกว่าปีที่แล้ว คนกรุงเทพฯส่วนหนึ่งก็คุ้นเคยกับรูปแบบการใช้ชีวิตแนวสูงอย่างคอนโด โดยที่เส้นทางเดินรถไฟฟ้า BTS และ MRT ล้วนแต่เป็น Consumer Trigger สำคัญที่กระตุ้นให้เกิดดีมานท์ในการอยู่อาศัยบนคอนโดที่แม้จะมี Space ที่น้อยกว่า ราคาแพงกว่าทาวน์โฮมหรือบ้านเดี่ยว แต่ก็มีแต้มต่อในเรื่องของการเดินทางที่สะดวกสำหรับคนกรุงเทพฯหมู่มาก อย่างไรก็ตามก็ต้องบอกว่าในสมัยนั้นธุรกิจอสังหาฯยังไม่ค่อยได้มีการแข่งขันในเชิง Product Branding และจัดแบ่ง Product Segmentation กันอย่างชัดเจนเท่าไหร่นัก การพัฒนาคอนโดส่วนใหญ่มักจะเป็นการพัฒนาโดยใช้ Key to Success 2 ประการคือ ทำเลที่อยู่ใจกลางแหล่งชุมชน และราคาทึ่แข่งกันสร้างให้ Competitive มากที่สุดในแอเรียนั้นๆ….ผมเองก็ลองหลับตานึกไปถึงสมัยที่ผมเพิ่งจะเริ่มเข้ามาในสายอสังหาฯใหม่ๆเมื่อสัก 14 ปีที่แล้ว ก็พบกับความทรงจำที่ว่าคอนโดในสมัยนั้นล้วนแล้วแต่คล้ายกันไปหมดทุกโครงการ ไม่ว่าจะอยู่ทำเลไหนก็ได้เลย์เอ้าท์ห้องที่คล้ายๆกัน ฟังก์ชั่นและวัสดุอุปกรณ์ที่โครงการจัดมาให้ภายในห้องก็ไม่ค่อยจะมีนวัตกรรมอะไรที่ฉีกหนีจากแบรนด์อื่นๆ ที่สำคัญที่สุดก็คือนิยามของคำว่าความหรูหรา (Luxury) ยังไม่ค่อยจะถูกนำมาใช้ต่อยอดในการสร้างอัตลักษณ์เท่าไหร่นัก ตลาดคอนโดดูจะยังอยู่ในจุดเริ่มต้นของการสร้างแบรนด์เพื่อให้เกิด Relevance และ Value ต่อกลุ่มผู้บริโภคในระดับบน เราจึงเห็นผู้นำตลาดเพียงแค่ไม่ถึง 5 รายที่มุ่งพัฒนาคอนโดเพื่อ Serve กลุ่มลูกค้าระดับบนในแบบจริงจัง ส่วนใหญ่ถ้าทำก็มักจะมีการกำหนดชื่อแบรนด์ด้วยกลยุทธ์ Independent Brand ที่ไม่ค่อยจะสะท้อนถึงแบรนด์ของผู้พัฒนาฯโครงการมากสักเท่าไหร่…ท่ามกลางยุคที่ผู้คนยังคงสับสนว่าแล้วนี่ตัวฉันนั้นมีรสนิยมและบุคคลิกที่เหมาะสมกับคอนโดแบรนด์ไหนเป็นพิเศษ และยังมีคอนโดแบรนด์ไหนบ้างที่ถูกพัฒนาอัตลักษณ์ขึ้นมาแบบชัดเจนจับต้องได้เป็นรูปธรรมต่อเนื่องมากที่สุด จนเกิดการยอมรับในวงกว้างสำหรับหมู่คนที่มีชื่อเสียงในสังคม ก็พลันเกิดแบรนด์ๆนึงขึ้นมา จากหนึ่งในผู้บุกเบิกตลาด City Condo ในสมัยนั้นอย่างเอพี ภายใต้ชื่อแบรนด์อันเป็นตำนาน ที่ผมกำลังจะพูดถึงในบทความนี้อย่าง ดิ แอดเดรส (The Address) ครับ

 

ย้อน Timeline พลิกปูมจุดกำเนิดแบรนด์ ดิ แอดเดรส Boutique & Stylish คอนโดที่มุ่งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตเหนือระดับ

สำหรับเอพีแล้ว โครงการ The Address ไม่ใช่โครงการแรกที่สร้างชื่อเสียงให้กับบริษัทในฐานะที่เป็นดีเวลลอปเปอร์เพียงไม่กี่รายที่พยายามหลักหนีกลยุทธ์ Price Leadership แต่หันไปใช้แนวทาง Product Differentiation ในการพัฒนาโครงการเพื่อให้กลุ่มลูกค้าได้สัมผัสถึงประสบการณ์ที่แตกต่างกว่าการใช้ชีวิตบนคอนโดทั่วไป แต่เหนือสิ่งอื่นใดแบรนด์ The Address เป็นแบรนด์ที่ทางเอพีวางเอาไว้อยู่ในลำดับ Top of Hierarchy เหนือสุดในบรรดาทุกโครงการ เป็นโครงการคอนโดแบรนด์แรกที่ทางเอพีมีการวางแผนพัฒนาแบรนด์ Platform อย่างจริงจัง จนเกิดเป็นอัตลักษณ์ที่ชัดเจน และส่งมอบคุณค่าที่มากกว่าการพักอาศัยให้กับลูกค้า โดยในปัจจุบันแบรนด์คอนโดต่างๆของเอพีมีการวาง Platform ไว้คร่าวๆดังนี้

 

Aspire >> กลุ่ม mass ไม่คำนึงถึงการต้องอยู่อาศัยในเมือง ขอแค่เดินทางสะดวกก็พอ ราคาคือปัจจัยหลักที่คำนึง โดยเน้นระดับราคาที่ไม่เกินตารางเมตรละ 90,000 – 120,000 บาท ไม่จำเป็นต้องมีเฟอร์นิเจอร์

Life >> กลุ่ม young city generation เป็นแบรนด์ Flagship เมื่อ 8 ปีก่อน เน้นเดินทางสะดวก ไม่จำเป็นต้องใช้รถ เพราะใกล้รถไฟฟ้า ขอแค่มีเฟอร์ลอยตัวก็อยู่ได้

Rhythm >> เป็น Fighting brand ที่เกิดขึ้นมาเพื่อสร้าง affordable high end สำหรับกลุ่มเป้าหมายที่ซื้อ The Address ไม่ได้ ชื่นชอบความทันสมัย ความลงตัว + design ของเฟอร์นิเจอร์ เน้นโลเคชั่นย่าน CBD ที่เดินไปขึ้นรถไฟฟ้าได้

 The Address >> ความหรูหรา มีระดับ แสดงออกถึงสถานะเท่านั้น ที่กลุ่มเป้าหมายต้องการ มีความเป็น achiever สูง ทำเล + design + วัสดุ ต้องที่สุด เพราะเป็นแบรนด์เกรดบนสุดของเอพี ระดับราคาสามารถดันขึ้นไปได้แบบไม่จำกัด เพราะกลุ่มเป้าหมายเป็นกลุ่มที่มีฐานแคบในตลาด

Vittorio >> เป็นแบรนด์ที่ถูกกำหนดภายใต้กลยุทธ์ Independent Brand เพียงตัวเดียว เน้นกลุ่มคนที่มี Aesthetic Impression ชอบ Explore เสาะหาสถานที่จะมอบประสบการณ์พิเศษเหนือใคร และนิยมสะสมของหายาก ที่จะทวีมูลค่าเพิ่มเมื่อเวลาผ่านพ้นไป


กลับมาที่จุดเริ่มต้นของการพัฒนาคอนโดภายใต้แบรนด์ The Address กันต่อ…

 

ท่ามกลางวิกฤตที่เลวร้ายที่สึดในประวัติศาสตร์วงการอสังหาฯไทย คอนโดโครงการแรกของเอพีอย่างปทุมวัน รีสอร์ท และตัวที่สองอย่าง Citismart Condo Sukhumvit 18 กลับได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีทั้งๆที่สร้างเสร็จในช่วงเริ่มต้นวิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้งปี 1997 จนสิ้นสุดในปี 2004 ตามลำดับ ด้วยจุดเด่นที่การมอบพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่ หลากหลายรูปแบบการใช้งาน รวมถึงพื้นที่ร้านค้า บนสุดยอดทำเลที่เดินไปรถไฟฟ้าได้ง่าย

 

จากนั้นในปี 2005 ก็เปิดตัวโครงการคอนโดที่มีชื่อเหมือนกับโครงการแนวราบในปัจจุบันอย่าง บ้านกลางกรุง สยาม-ปทุมวัน ซึ่งนับว่าเป็น Game Changer จุดเปลี่ยนสู่การรุกตลาด City Condo อย่างจริงจัง หลังจากที่ทางคุณอนุพงศ์ เริ่มพิจารณาถึงการปรับพอร์ตโครงการที่อยู่อาศัย จากการเล็งเห็นเทรนด์ Urbanization ซึ่งที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดน่าจะเป็นรูปแบบการอยู่อาศัยที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในอนาคต แทนที่ตลาดแนวราบที่นับวันจะต้องพัฒนาบนทำเลที่ห่างไกลเมืองไปทุกที

 

2006: The Address Siam, The Address Sukhumvit 42

“เราตั้งใจหยุดพัฒนาบ้านเดี่ยว และไปเพิ่มการลงทุนในคอนโดฯ แทน เพราะเป็นสินค้าที่มีกำลังซื้อรองรับอยู่ค่อนข้างมากในปัจจุบัน” คุณอนุพงศ์ กล่าวประโยคนี้เมื่อราวๆปี 2006 เป็นจังหวะเดียวกับที่เอพี เตรียมตัวที่จะเปิดตัวคอนโดซึ่งพร้อมจะเป็นตำนานบทใหม่ของเอพี แทนที่คอนโดตัวที่ผ่านมาทั้ง 3 โครงการที่มีชื่อไม่ซ้ำกันเลย แน่นอนว่าถึงแม้ผลตอบรับในเชิงยอดขายจะค่อนข้างดี แต่ถ้ายังปล่อยให้เกมนี้ดำเนินต่อไป แบรนด์เอพี รวมถึงตัวสินค้าเองก็จะถูกกลืนไปในตลาดที่กำลังจะเป็น Red Ocean ในเวลาอันใกล้ การสร้าง Brand Platform ใหม่สำหรับกลุ่มตลาดคอนโด Luxury ที่ตั้งอยู่ในทำเล City Center ดูจะเป็นทางออกที่ดีในห้วงเวลาที่ Branding กำลังจะเข้ามามีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อโครงการคอนโด 2 โครงการใหม่อย่าง The Address Siam และ The Address Sukhumvit 42 จึงถูกส่งลงมาชิงชัยในตลาดในช่วงกลางปี และปลายปี 2006 ตามลำดับ ด้วยมูลค่าโครงการรวมสองโครงการสูงถึง 2,000 ล้านบาท

โครงการ The Address Siam นับว่าเป็นปฐมบทของแบรนด์ The Address ที่เปิดตัวเมื่อปี 2006 ชูจุดเด่นของงานสถาปัตยกรรมแนว Art Deco ที่แทรกเข้าไปทั้งงาน Exterior และงาน Interior ที่เน้นความโอ่โถงของล้อบบี้ รวมถึงพื้นที่ส่วนกลางเป็นสระว่ายน้ำขนาดใหญ่บนชั้นดาดฟ้า ซึ่งอันที่จริงแล้วแรกเริ่มเดิมทีแบรนด์ The Address ไม่ได้เป็นชื่อแรกที่ถูกเลือกใช้ แต่กลับเป็นแบรนด์โวค แอด สยาม (Voque @Siam) ที่ดูจะถูกใจคุณอนุพงศ์มากกว่า เนื่องจากคอนเซปท์แบรนด์คอนโดใหม่นี้จะมี Meaning ของความเป็นไลฟ์สไตล์ แฟชั่น ที่หมุนเวียนเปลี่ยนไปตามเทรนด์ อีกทั้งย่านราชเทวี – ประตูน้ำ ก็ขึ้นชื่อว่าเป็นย่านสีสันแห่งแฟชั่นเช่นกัน…แต่สุดท้ายแล้วชื่อนี้ก็ไม่ได้ใช้เนื่องจากมีความทับซ้อนในแง่ Recognition กับนิตยสารแฟชั่นชั้นนำระดับโลก

ในขณะที่โครงการ The Address Sukhumvit 42 เป็นโครงการคอนโด Low Rise โครงการแรกของเอพี บนพื้นที่ 2.7 ไร่ เป็นอาคารสูง 8 ชั้น 2 อาคาร จำนวน  214 ยูนิต มูลค่าโครงการ 900 ล้านบาท พื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 45 – 80 ตารางเมตร มูลค่าโครงการ 900 ล้านบาท ราคาขายเฉลี่ยต่อตารางเมตร 69,000 บาท ชูจุดขายของการเป็นคอนโด Low Rise ที่มีพื้นที่ดินโครงการแบบหน้ากว้าง ล้อบบี้ Double Volume มีสระว่ายน้ำบนชั้นดาดฟ้า แยกสัดส่วนการพักอาศัยแค่อาคารละร้อยกว่ายูนิต แถมยังเป็นโครงการแรกที่ขายแบบ Fully Furnished โดยมีจุดหมายเพื่อให้นักลงทุนปล่อยเช่าสามารถเอาไปปล่อยเช่าได้ง่ายๆ

2007: The Address Chidlom

ปี 2007 เป็นปีที่เอพีเปิดตัวโครงการคอนโดเยอะมาก โดยนำเสนอแบรนด์ใหม่ขวัญวัยรุ่น ใกล้รถไฟฟ้าในราคาที่จับต้องได้อย่าง LIFE มาถึง 8 โครงการ! แต่ในปีนี้เองที่ผมมองว่าเป็นปีที่โครงการ The Address ที่ตั้งอยู่บนทำเลที่ดีที่สุดตลอดกาล “The Address Chidlom” ได้ถือกำเนิดขึ้น จนทำให้การรับรู้ของแบรนด์ The Address ก็ถูกกระจายไปในวงกว้าง ในฐานะที่เป็นคอนโดที่มีเซเลปที่เป็นที่รู้จักของคนไทยหลายๆคนเลือกที่จะซื้ออยู่เองที่นี่ เช่นเดียวกับตัวคุณอนุพงศ์เอง ที่ซื้อถึง 2 ห้องและนำมาทำเป็นห้อง Combined ขนาดใหญ่ถึง 200 ตรม. เพื่อให้ลูกทั้งสองที่กำลังอยู่ในช่วงวัยรุ่นได้อยู่ในสังคมคุณภาพเหนือระดับย่านชิดลม ที่ใกล้ทั้งห้างและรถไฟฟ้า ในแบบไม่เป็นสองรองใคร

The Address Chidlom ยังคงเป็นคอนโดสไตล์ Art Deco สูง 24 ชั้น 1 อาคาร และสูง 22 ชั้น 1 อาคาร จำนวน 597 ยูนิต มูลค่าโครงการ 3,750 ล้านบาท ตั้งอยู่ภายในซอยสมคิด ติดเซ็นทรัลชิดลม เดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้า BTS สถานีชิดลมที่อยู่ห่างจากโครงการเพียง 300 เมตร เปิดตัวในราคาเริ่มต้นแค่ตรม.ละ 90,000 บาท ขายแบบ Fully Furnished ด้วยวัสดุแบรนด์เนมจัดเต็ม มีสิทธิพิเศษเฉพาะลูกค้าของทางโครงการเพื่อใช้บริการและส่วนลดต่างๆกับทางโรงแรมปาร์คนายเลิศ กรุงเทพฯ และมีห้องตกแต่งแบบพิเศษที่ขายพร้อมโปรโมชั่น Rental Guarantee ที่ช่วยสร้างความน่าสนใจให้กับนักลงทุนหลายคนปัจจุบันราคาขายต่อพุ่งสูงถึงเฉียดตรม.ละสองแสนแล้ว

โครงการมีจุดขายตรงที่การใช้ห้องน้ำแบบ Sexy Bathroom เหมือนกับรีสอร์ทชั้นนำ ซึ่งผู้ที่แช่น้ำในอ่างอาบน้ำสามารถมองดูวิวภายนอกจากห้องน้ำได้ ซึ่งจุดขายแบบนี้ก็เป็นต้นแบบให้หลายดีเวลลอปเปอร์นำมาใช้อย่างแพร่หลายในยุคปัจจุบัน

2009: The Address Pathumwan, The Address Phayathai, The Address Sathorn, The Address Sukhumvit 28, The Address Asoke

“ในแง่ของการรับรู้แบรนด์ของลูกค้าเอพี เรายังไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ เพราะถ้าวันใดคิดว่าประสบความสำเร็จ ตอนนั้นก็เจ๊ง เพราะการสร้างแบรนด์ต้องทำไปเรื่อยๆ ส่วนเป้าหมายสุดท้ายเป็นอะไรไม่รู้เนื่องจากแบรนด์เป็นสิ่งมีชีวิต ที่สามารถเปลี่ยนโพสิชั่นไปได้เรื่อยๆ โจทย์มองอะไรต้องให้ได้อย่างนั้น…” คุณอนุพงษ์ อัศวโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเอพีฯ ได้เคยพูดประโยคนี้เอาไว้เมื่อครั้งที่บริษัทฯเริ่มเดินทางมาถึงจุดที่ตลาด City Condo มีการแข่งขันที่สูงมากในปี 2009 ปรากฎการณ์แย่งซื้อที่แข่งกัน รวมถึงการพัฒนาโปรดักส์แบบ Me too การเป็นเรื่องปกติในวงการ จนเอพีต้องทุ่มสุดกำลังในการปั้นแบรนด์ The Address ให้ฉีกหนีคู่แข่งไปอีกขั้น ด้วยงบโฆษณาโครงการ The Address ซีรีย์ใหม่ 3 โครงการ [Sathorn, Sukhumvit 28, Asoke] ที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของวงการ คือมากกว่า 100 ล้านบาท! รวมแล้วตลอดทั้งปี 2009 เอพีวางเดิมพันหมดหน้าตักไปกับแบรนด์ The Address ถึง 5 โครงการมูลค่ารวมกว่า 11,840 ล้านบาท

 

สำหรับ 2 โครงการที่เปิดตัวในช่วงครึ่งปีแรกของ 2009 อย่าง The Address Pathumwan และ The Address Phayathai นั้น ผู้สันทัดกรณีหลายๆคนในช่วงนั้นมองว่า เอพีประสบความสำเร็จในการสร้าง Repeat Purchasing จากกลุ่มลูกค้าเดิมได้ อีกทั้งทั้ง 2 โครงการมีจำนวนยูนิตที่ค่อนข้างน้อยมากคือ The Address Pathumwan มีแค่ 156 ยูนิต และ The Address Phayathai มีแค่ 152 ยูนิต ลำพังแค่ดีมานท์จากกลุ่มลูกบ้านของบ้านกลางกรุง สยาม – ปทุมวัน และกลุ่มลูกค้า Corporate รวมถึงเอเยนซีโฆษณาของเอพีเองที่ตั้งอยู่ในบริเวณสี่แยกพญาไทก็แทบไม่พอขายอยู่แล้ว ทั้งสองโครงการนี้จึงไม่ได้มีการโฆษณาอย่างหวือหวา ราวกับว่าทางเอพีวางแผนปูทางไว้ล่วงหน้าแล้วว่าช่วงปลายปีนี้จะทุ่มงบประมาณทั้งหมดในการเปิดตัวแบรนด์ The Address ในแบบ All New พร้อมกันถึง 3 โครงการ คือ The Address Sathorn, The Address Sukhumvit 28 และ The Address Asoke

 

The Address Pathumwan เป็นโครงการคอนโด Low Rise 2 อาคาร ที่สร้างเสร็จก่อนเปิดขาย มีพื้นที่โครงการ 2.3 ไร่ 156 ยูนิต เข้าออกทางเดียวกับทางเข้าโครงการ บ้านกลางกรุง สยาม ปทุมวัน ผ่านทางถนนเพชรบุรีตัดใหม่ มูลค่าโครงการ 1,050 ล้านบาท

The Address Phayathai นับว่าเป็นโครงการคอนโด High Rise แห่งแรกๆ บนถนนศรีอยุธยา มูลค่าโครงการ 1,070 ล้าน ด้วยความสูงถึง 35 ชั้นแต่มีจำนวนยูนิตเพียงแค่ 152 ยูนิต ทำให้ที่นี่มอบความเป็นส่วนตัวในแบบพิเศษสุดคือ มีจำนวนยูนิตแค่ชั้นละ 5 ยูนิต โดยมีถึง 4 ยูนิตที่เป็นห้องหัวมุม ยกเว้นห้องขนาดเล็กที่สุด 1 ห้องนอน 38.8 ตรม.ที่มีห้องขนาบข้าง แต่ก็ได้ความเป็น Single loaded corridor แถมส่วนกลางยังอยู่ชั้นบนสุด ที่นี่มีห้องปล่อยขายน้อยมาก เพราะเจ้าของไม่ยอมขาย โดยในปัจจุบันแม้ว่าจะมีคอนโดหลายแห่งขึ้นมาปักหมุดในบริเวณสี่แยกพญาไทมากมาย แต่ The Address Phayathai ยังคงเป็นหนึ่งในใจใครหลายๆคนที่ทองว่าที่นี่น่ะสเปคหรูสุด และเป็นส่วนตัวที่สุดแล้ว

กันยายน 2009: The Address reaches its height

เป็นช่วงที่การเดินทางของแบรนด์ The Address ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุด โดยมีการเปิดตัวพร้อมกันถึง 3 โครงการ The Address Sathorn, The Address Sukhumvit 28 และ The Address Asoke รวมมูลค่า 9,500 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นการเปิดตัวโครงการที่มีมูลค่ารวมสูงที่สุดในตลาด และในประวัติศาสตร์ของเอพีเมื่อก่อน ยิ่งไปกว่านั้นเอพียังมีการออกแคมเปญโฆษณา Product Branding ที่ฉายภาพให้เห็นถึงความประณีตในการรังสรรค์โครงการอันเป็นที่สุดภายใต้แบรนด์ The Address โดยมีการใช้งบประมาณการทำตลาดและโฆษณามากถึง 100 ล้านบาท จัดว่าเป็นงบประมาณที่สูงมากถ้าเทียบกับการใช้เงินโฆษณาของธุรกิจอสังหาฯ ณ ขณะนั้น

โดยแนวทางการสร้างแบรนด์ The Address ในเวลานั้น ทางเอพีหมายมั่นว่าด้วยชื่อเสียงที่แข็งแกร่งและเป็นที่ยอมรับในหมู่มากของแบรนด์ The Address เองจะช่วยเสริมแกร่งภาพลักษณ์ของ Corporate Brand เอพีได้อย่างชัดเจนที่สุด และยังสะท้อนถึง Brand Promise ในการที่จะพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์ความปรารถนาในการอยู่อาศัยของคนเมืองที่มีความแตกต่างกันไปในแบบประณีต ลงลึกในรายละเอียดที่ซับซ้อน เข้าใจลูกค้ามากกว่าผู้เล่นรายอื่นๆ ตามสโลแกน Aspiring to City Living…ซึ่งทั้งหมดนี้ถูกสื่อออกมาด้วย TVC หลัก 2 ตัว โดยที่ตัวแรกใช้ Corporate Brand เป็นแกนหลัก เดินเรื่องด้วยกรรมวิธีในการประกอบ Grand Piano ของช่างฝีมือที่ Craft ออกมาแบบใส่ใจในทุกดีเทล

และ TVC อีกตัวนึง จะเป็น Product Branding ของ The Address ทั้ง 3 โครงการ ซึ่งก็มีการต่อยอดเอา Grand Piano มาใช้ในการสื่อสารให้ผู้รับสารเห็นถึงสุนทรียะภาพในการใช้ชีวิตเหนือระดับที่แตกต่างจากโครงการอื่นๆ

ผมยังคงจำได้ดีและเข้าใจอย่างชัดเจนว่าทำไมเอพีถึงได้ทุ่มงบประมาณในการสร้างแบรนด์มากมายถึง 100 ล้านบาท และเป็นการออกพร้อมกันถึง 2 แคมเปญ ปูพรมลงสื่อในทุกช่องทาง รวมถึง Innovative onsite media อย่าง THE PIANO : 3D WINDOW DISPLAY ที่ตั้งแสดงอยู่บนโครงการจริงที่ The Address Sukhumvit 28 เนื่องด้วยช่วงเวลานั้นผมเองก็ทำงานอยู่ที่เอพี และก็เป็นลูกค้าที่ซื้อโครงการ The Address Asoke เช่นกัน สำหรับผมแล้วในเวลานั้นทั้ง 3 โครงการของ The Address มีจุดขายและอัตลักษณ์ที่ชัดเจน แตกต่างจากโครงการ The Address ที่เคยทำมาในอดีตมากมายหลายเท่าตัวครับ ไม่ว่าจะเป็นการตั้งอยู่บนทำเลที่ดีที่สุดของแต่ละย่าน การขายแบบ Extreme Fully Furnished ให้ครบทุกอย่างทั้งเฟอร์ฯ Built-in ลอยตัว อ่างจากุซซี่ เครื่องใช้ไฟฟ้า ผ้าม่าน แม้กระทั่งหมอนก็ยังให้มาเลย เช่นเดียวกับพื้นที่ส่วนกลางที่ไม่ได้มีแค่สระว่ายน้ำ และฟิตเนสเป็นคีย์ไฮไลท์อีกแล้ว นอกจากนี้ในอดีตที่ผ่านมาผู้คนมากมายล้วนแต่จำแบรนด์เอพี ไม่ค่อยได้ แต่กลับไปจำแบรนด์โครงการได้มากกว่า ไม่ว่าจะเป็นบ้านกลางกรุง บ้านกลางเมือง คอนโด Life หรือ The Address ล้วนแล้วแต่มี Brand Recognition ที่เหนือกว่าแบรนด์แม่อย่างเอพีทั้งสิ้น เมื่อเป็นแบบนี้แล้ว คุณอนุพงศ์เลยต้องใช้ยาแรงในการสร้าง Corporate Branding Campaign ให้โดดเด่นขึ้นมา โดยที่ถูกเสริมแกร่ง ด้วย Springboard แคมเปญชั้นดีจากการเปิดตัวโครงการ The Address ซีรีย์ใหม่ทั้ง 3 โครงการ

THE PIANO : 3D WINDOW DISPLAY ที่ค่อนข้างสร้างความหวือหวาในเชิง PR ได้พอสมควร

The Address Sukhumvit 28 คือคอนโดสูง 31 ชั้นแห่งแรกของเอพีบนทำเลพร้อมพงษ์  มีทั้งหมด246 ยูนิต มูลค่าโครงการ 2,250 ล้านบาท ขายในราคาเริ่มต้น 7 ล้านบาท ซึ่งในขณะนั้นคือคอนโดที่หรูที่สุด ราคาแพงที่สุดของเอพีแล้วครับ

The Address Sathorn อยู่ในซอย สาทร 12 สูง 40 ชั้น จำนวน 562 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 4.9 ล้านบาท มูลค่าโครงการ 4,100ล้านบาท ซึ่งสานต่อความสำเร็จจากโครงการ Life Sathorn 10 โดยโครงการนี้เป็นที่ฮือฮาพอสมควรในการเปิดตัว เนื่องจากมีการประกาศร่วมทุนกันพัฒนากับ Pacific Star จากสิงค์โปร์ จุดเด่นของโครงการนี้เป็นที่ถูกใจ Expat ที่ทำงานในย่านสาทรมาก เนื่องจากมีสไตล์การออกแบบตกแต่งแนว Oriental เปี่ยมไปด้วยมนต์เสน่ห์แห่งอารยธรรมตะวันออก และโครงการยัง Face เข้าหาวิวสุดสวยอย่างอาคารมหานครโดยตรง

The Address Asoke สูง 44 ชั้น จำนวน 574 ยูนิต มูลค่าโครงการ 3,300 ล้านบาท เป็นโครงการที่สำหรับผมมองว่าคือ The Address ที่ดีที่สุดเท่าที่เคยพัฒนามา (แน่นอนว่าผมเองก็เคยอยู่ที่นี่ถึง 5 ปีครับ) นี่คือคอนโดของเอพีที่อยู่บนทำเลที่ดีที่สุดของแยกอโศก-เพชรบุรี แม้ว่าเอพีจะพัฒนาคอนโดในย่านนี้ต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันมากกว่าหลายพันยูนิตเข้าไปแล้ว แต่ก็ไม่มีที่ไหนดีเท่าที่นี่ในสายตาผม ทำเลกินขาดเป็น The Address ที่ใกล้รถไฟฟ้ามากที่สุด คือ 150 เมตรจากทั้ง MRT เพชรบุรี และ ARL มักกะสัน เป็นคอนโดแห่งเดียวที่เข้าออกได้จากฝั่งถนนเพชรบุรีและกำแพงเพชร 7 ที่จอดรถมากถึง 80% และจุดสลบที่หลายคนต้องกรี้ด จนทำให้ที่นี่ราคาค่าเช่าไม่เคยตกก็คือส่วนกลางแบบ Triple Facilities ทั้งสวนป่า พร้อม Sunken Pool ที่กดลงไปใต้ดิน สระว่ายน้ำ ฟิตเนส ห้องดูหนัง ห้องสมุด ฯลฯที่ชั้น 7 และสระ + ฟิตเนสลอยฟ้า พร้อมออนเซ็น กลางแจ้งแยกฝั่งชายหญิงบนชั้น 44 ส่วนสเปคในห้องไม่ต้องพูดถึง ยังคงมาตรฐานแบบเดียวกับอีก 2 โครงการร่วมซีรีย์ ซึ่งจนถึงปัจจุบันนี้ที่นี่นับว่าคุ้มค่าสมราคาที่สุดในหมู่มวลคอนโดทุกแท่งในแยกอโศก-เพชรบุรี แล้วครับ…เสียดายจริงๆที่ขายไปแล้ว ยังคิดถึงบรรยากาศเก่าๆเสมอมาครับ

สวนป่าชั้น G กดต่ำลงใต้ดิน

สระใหญ่มากที่ชั้น 7

เป็นโครงการคอนโดแห่งแรกของกรุงเทพฯที่มีห้องดูภาพยนตร์พร้อมที่นั่งแบรนด์ดังเหมือนที่ใช้ในโรงภาพยนตร์จริงๆ

ออนเซ็นกลางแจ้งชั้น 44

ห้องนี้เคยเป็นห้องผมเองครับ

ด้วยการที่ซีรีย์ The Address ชุดนี้เอพีจัดมาให้เต็มมาก ที่สำคัญก็คือในทำเลทั้งสามแห่ง ตลาดในขณะนั้นยังไม่มี Supply คอนโดในกลุ่ม Luxury เปิดใหม่เกิดขึ้นมาเลย เพราะส่วนใหญ่แล้วก็ไปเน้นการสร้างโครงการในระดับ Mass ต่ำกว่า 80,000 บาทกันหมด ดังนั้น The Address ทั้ง 3 โครงการดังกล่าวจึงได้รับความนิยมอย่างถล่มทลาย สามารถปิดการขาย และโอนไปได้อย่างไม่ยากเย็นเท่าไหร่นัก ดังนั้นในปีถัดมาเอพีเองก็เลยไปเน้นปั้นแบรนด์อย่าง Rhythm และ Aspire ที่ปัจจุบันก็กลายเป็น Top of mind ในเซกเมนท์ของตัวเองไปเรียบร้อยแล้ย

 

2011: The Address Sukhumvit 61

แทบไม่น่าเชื่อว่าโครงการ Low Rise เล็กๆในซอยสุขุมวิท 61 จะถูกทิ้งไว้เป็นภาพจำสุดท้ายสำหรับแบรนด์ The Address ก่อนที่จะหายเงียบไปจากตลาดยาวนานถึง 8 ปี The Address Sukhumvit 61 ถึงแม้ว่าจะเป็นคอนโดขนาดเล็ก แต่ก็จัดพื้นที่ส่วนกลางมาให้ค่อนข้างคุ้มค่า หรูหรา เป็นเหมือนการย่อส่วนกลิ่นอาย Modern Oriental จากโครงการ The Address Sathorn เอาไว้ในโครงการนี้ เลย์เอ้าท์ห้อง วัสดุ รูปแบบ Sexy Bathroom มีอ่างอาบน้ำ (แต่ตัดจากุซซี่ออก) และรูปแบบห้อง Garden Access บนชั้นล่าง ยังคงเป็นจุดขายหลัก ควบคู่กับทำเลที่อยู่ติดห้างดังสองแห่งคือ Major Cineplex และ Parklane เดินไป BTS เอกมัยได้สะดวก ที่สำคัญคือยังคงคอนเซปท์ในการยกส่วนกลางหลักอย่างสระว่ายน้ำไว้บนชั้นดาดฟ้าเช่นเคย…แต่โครงการก็ต้องใช้ความพยายามพอสมควรกว่าจะปิดการขายโครงการได้ ภายหลังจากออกโปรโมชั่นเด็ด One Price ในช่วงโอนจนขายหมดเกลี้ยงไปในที่สุด

ถึงแม้ว่าเวลาจะผ่านไปถึง 8 ปีหลังจากที่เราได้เห็นโครงการล่าสุด แต่คอนโดภายใต้แบรนด์ The Address ก็ได้ถูกพิสูจน์ให้เห็นแล้วถึงความคุ้มค่าที่หายาก มีแค่ไม่กี่โครงการ แตกต่างจากแบรนด์ Life, Rhythm หรือ Aspire แต่ละย่านก็จะมีเพียงแค่โครงการเดียวเท่านั้น เป็น One of a kind ในย่านนั้นๆ ด้วยจำนวน Supply ที่มีจำกัด จึงทำให้ราคาขายต่อ และราคาปล่อยเช่าของ The Address แต่ละโครงการ ค่อนข้างสร้างความปลื้มปีติไม่น้อย กับเจ้าของห้องที่ถือห้องมาตั้งแต่แรกๆ

การกลับมาอีกครั้งของตำนานบทใหม่ The Address Siam – Ratchathewi (ดิ แอดเดรส สยาม – ราชเทวี)

นับตั้งแต่ปี 2011 แฟนคลับหลายคนของแบรนด์ The Address ก็ได้แต่ลุ้นว่าโครงการต่อไปจะเปิดที่ไหน และจะมีราคาสูงแค่ไหน โดยกระแสข่าวลือในการเปิดก็มีกระจายไปในหลายๆทำเล ไม่ว่าจะเป็น รัชดาภิเษก เอกมัย อโศก หรือแม้กระทั่งพร้อมพงษ์ ที่ในที่สุดกลับกลายเป็นแบรนด์ Vittorio ซึ่งการห่างหายไปจากตลาดนานเฉียด 10 ปีนี้แน่นอนว่า ชื่อเสียงของแบรนด์ The Address ก็อาจจะเลือนลางในความทรงจำของใครหลายๆคน ยิ่งไปกว่านั้นสำหรับกลุ่มกำลังซื้อหน้าใหม่ที่เพิ่งสนใจคอนโดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แบรนด์ The Address ดูจะเป็นแบรนด์ที่ยากในการที่จะนึกภาพออกว่าแตกต่างอย่างไรกับ คอนโดระดับลักซ์ซัวรีราคาเกิน 200,000 บาทต่อตรม. ที่กลายเป็นว่าพบเห็นกันเกลื่อนตลาดคอนโดใจกลางเมืองกันหมดแล้ว

 

ในยุคที่ตลาดคอนโดในเขตใจกลางกรุงเทพชั้นใน มีแต่การแข่งกันสร้างความหรูหรา เพื่อให้สามารถขายได้ในราคาแพงๆ การกลับมาแทรกตัวในตลาดอีกครั้งของแบรนด์ The Address ดูจะเป็นเรื่องที่เหมาะสมกับเวลามาก เนื่องจากแบรนด์อย่าง Aspire หรือ Life ที่เอพีทุ่มเทเปิดอย่างหนักในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมานั้น ไม่สามารถที่จะสร้าง Value และ Competitive advantage ได้มากพอที่จะข้ามรุ่นไปรุกไล่ในตลาดลักซ์ซัวรีได้….การกลับมาในครั้งนี้ยังประจวบเหมาะกับการที่เอพีได้ซื้อที่ดิน ขนาดประมาณ 3 ไร่ ย่านราชเทวี ห่างรถไฟฟ้าแค่ 150 เมตร มาในราคาที่แพงที่สุดของบริษัทคือราวๆตารางวาละ 1.8 ล้านบาท ซึ่งจะว่าไปแล้ว ราชเทวี ก็ยังเป็นจุดกำเนิดของแบรนด์ด้วยเช่นกัน การสานต่อตำนานบทใหม่ในครั้งนี้ กับโครงการลำดับที่ 10 ที่ชื่อ The Address Siam – Ratchathewi (ดิ แอดเดรส สยาม – ราชเทวี) ดูจะเป็นเรื่อง Perfect Match สุดๆ

บริเวณสี่แยกราชเทวี ฝั่งถนนเพชรบุรีตัดใหม่ นับได้ว่าเป็นช่วงที่เริ่มมีการพัฒนาคอนโดก่อนเป็นจุดแรก ภายใต้การนำเจ้าตลาดขณะนั้นอย่างเอพี จากความสำเร็จของโครงการ บ้านกลางกรุง สยาม – ปทุมวัน และ The Address Siam จากนั้นมาก็เริ่มมีดีเวลอปเปอร์หลายๆทยอยกันเข้ามาปักหมุดพัฒนาโครงการบนช่วงถนนพญาไท เพชรบุรีตัดใหม่ฝั่งประตูน้ำ จนถึงเพชรบุรีตัดใหม่ฝั่งบรรทัดทอง ย่านราชเทวีนั้นมีสถานีรถไฟฟ้า BTS ราชเทวี เป็นหนึ่งในสถานีของสายสีเขียวซึ่งเป็นสาย Backbone Line หลักของกรุงเทพและปริมณฑลมากถึง 3 จังหวัด และใกล้สถานีสยามซึ่งเป็น Super Interchange Station แค่สถานีเดียวเท่านั้น

 

ราชเทวีเป็นย่านที่โดดเด่นด้านการเติบโตของคอนโดมิเนียม freehold ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา มีโครงการใหม่ๆ เกิดขึ้นทุกปี และคอนโดมิเนียมใหม่ๆ มักจะแข่งขันด้านดีไซน์และความโดดเด่นชนิดที่แย่งกันเป็น Landmark  ของย่านราชเทวีกันเลยทีเดียวอนาคตราชเทวีจะมีโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มมาเพิ่มความสะดวกสบายมากขึ้น และจะเปลี่ยนให้ราชเทวีกลายเป็นจุดตัดที่สำคัญ เป็น Super Interchange เพราะเป็นทำเลที่รถไฟฟ้าสายเหนือ-ใต้และสายตะวันตก-ตะวันออกมาบรรจบกัน มีผลทำให้เพิ่ม traffic ของผู้คนและความเจริญที่จะเพิ่มมากกว่าเดิมอีก

 

สำหรับผมราชเทวีในอดีตค่อนข้างฮอตมากเพราะความเป็น Residential Area ของสามย่านยังไม่เกิดขึ้น เหมือนกับในยุคปัจจุบัน แต่เมื่อมีหลายโครงการคอนโดทยอยไปเปิดในบริเวณสามย่าน ก็ล้วนส่งผลกระทบโดยตรงต่อคอนโดในย่านราชเทวีที่ Demand การอยู่อาศัยคอนโดส่วนใหญ่ที่มาจากกลุ่มนักศึกษา และบุคคลากรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสถาบันใกล้เคียง ด้วยจุดแข็งหลักก็คือเดินทางไปจุฬาฯได้ง่าย ใกล้สยาม ต้นตำรับแหล่ง Edutainment แต่ด้วยความที่ตรงนี้เป็นทำเลกรุงเทพชั้นใน ที่มีหลังบ้านเป็นสยาม พารากอน ถูกรายล้อมไปด้วย Landmark ชั้นนำระดับโลกหลายแห่ง และยังมีที่ดินว่างเปล่าขนาดใหญ่ที่มีเจ้าของเตรียมพัฒนาอยู่แล้ว ราชเทวี จึงถูก Rebranding อีกครั้ง เป็นการค่อยๆ Transform จากย่านที่มีความเป็นเอกลักษณ์ชัดเจนในความเป็นย่านการค้าสาย Fashion มาเป็นย่าน Business District & Transportation hub มากขึ้น จากแผนการพัฒนาโครงการ Mixed Use ขนาดใหญ่ 3 แห่งคือ JRK Tower, Aspiration One (Spring Tower) และ Phayathai Complex รวมไปถึงโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม…จึงไม่น่าแปลกใจที่ถึงแม้ว่าดีมานท์บางส่วนจะหายไป แต่ก็ถูกเติมเต็มด้วยดีมานท์หน้าใหม่ ทั้งจากชาวต่างชาติ และบรรดานักธุรกิจชั้นนำที่พร้อมจะเข้ามาปักหลักทำธุรกิจในย่านนี้

ทำเลที่ตั้งของ The Address Siam – Ratchathewi อยู่ติดถนนใหญ่เพชรบุรี ใกล้กับทางขึ้นลงของสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีส้มสถานีราชเทวีในอนาคต  สะดวกทั้งการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าทั้ง 2 สาย และการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวก็สะดวกเช่นกันถ้ามาจากสยามหรือจุฬาฯ ก็สะดวกมากเพราะไม่ต้องกลับรถไกล และถ้าจะเลี้ยวออกจากโครงการไปขึ้นทางด่วนยมราชก็สะดวก จะไปพระราม 4 ก็ง่ายเพราะออกจากโครงการแล้วตรงไปนิดนึงก็เลี้ยวซ้ายไปทางถนนบรรทัดทองได้ด้วย

 

โดยที่ดินมีทางกว้าง 12 เมตร ลึกเป็นซอยเข้าไปยังที่แปลงใหญ่ด้านใน โดยแปลงด้านหน้าของที่ดินเป็นที่ของ Landlord ที่ขายที่ดินแปลงด้านในให้เอพี ซึ่งแปลงดังกล่าวยังไม่ได้รับการยืนยันว่าจะสร้างเป็นอาคารสูง โดยที่ป้ายก่อสร้างโรงแรมตามแผนเดิมนั้นน่าจะมีการเปลี่ยนแปลง เนื่องจากป้ายถูกรื้อถอนไปแล้ว

 

ในเบื้องต้นโครงการ The Address Siam – Ratchathewi เป็นคอนโดสูง 50 ชั้น ซึ่งสูงที่สุดในรอบ 25 ปีที่เอพีเคยพัฒนามา และยังเป็นคอนโดที่มีความสูงที่สุดในย่านราชเทวี คือมีจุดสูงสุดของอาคารอยู่ที่ 219.7 เมตร ใกล้เคียงกับความสูงของโครงการ The Pano พระราม  3

ขนาดที่ดินประมาณ 3.1 ไร่ ที่พักอาศัยเริ่มที่ชั้น 9-49 โดยชั้น 50 เป็น Sky Facility ที่อยู่สูงที่สุดของย่านราชเทวี (ข้อมูลและรูปภาพจาก The Blogker)

รูปที่ดินเมื่อมองจาก Condolette Ize

เป็นคอนโดที่สูงที่สุดในย่านนี้

ข้อมูลอย่างเป็นทางการผมยังไม่มีครับ แต่จากข้อมูลเผยแพร่ที่เห็นที่หน้าโครงการ จะพบว่าตัวอาคารเป็นรูปตัว L และมีรูปแบบห้องที่แปลกตาจาก The Address ที่ผ่านๆมาคือมีห้องแบบ Duplex ด้วยครับ แต่ในเรื่องของการออกแบบก็ต้องบอกว่ามีกลิ่นอายของความเป็น Art Deco อยู่บ้าง โดยที่ภาพรวมของงานอกแบบสถาปัตกรรมจะอยู่ภายใต้คอนเซปท์หลักคือ Modern Classic ซึ่งเป็นงานออกแบบที่สะท้อนรูปแบบสถาปัตยกรรมดั้งเดิมของทำเลราชเทวีเข้ากับสถาปัตยกรรมแบบตะวันตก เพื่อให้ดูทันสมัยมากขึ้น ในสไตล์ East Meets West อันเป็นที่นิยมในช่วงรัชกาลที่ 5-6

ตอนนี้ห้องตัวอย่างกำลังเร่งก่อสร้างอยู่ แต่ดูจากรูปการณ์แล้วคาดว่า The Address Siam – Ratchathewi น่าจะเปิดขายอย่างเป็นทางการได้ภายในเดือนพค.นี้ล่ะครับ สำหรับใครที่เคยมีภาพจำที่ดีเกี่ยวกับแบรนด์ The Address ที่ผ่านๆมา ลองมาดูด้วยตาตัวเองครับ ว่าหลังจากหายไปเกือบ 10 ปี การกลับมาในครั้งนี้จะสร้างความพอใจให้คุณมากแค่ไหนครับ

 

ผู้ที่สนใจโครงการสามารถลงทะเบียนเพื่อรับข้อมูลข่าวสารและสิทธิพิเศษเพิ่มเติมได้ที่ The Address Siam – Ratchathewi



เกริก บุณยโยธิน

เกริก บุณยโยธิน

ผู้ก่อตั้งเวปไซต์แบ่งปันความรู้ด้านการตลาด และการสร้างแบรนด์ในวงการอสังหาฯ พร็อพฮอลิค ดอทคอม..หลังจากที่ใช้เวลามากกว่า 10 ปี ในการวนเวียน เข้าๆออกๆ ในสายงานด้านการตลาด และวางแผนกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ ของบริษัทอสังหาฯ และเอเยนซีโฆษณาชั้นนำหลายแห่ง (โดยที่ไม่รู้ว่าทำไมต้องจับสลากเจอลูกค้าสายอสังหาฯทุกที)...จนถูกครอบงำโดยจิตใต้สำนึก ให้ถีบตัวเองออกจากกรอบการทำงานแบบเดิมๆ เพื่อออกมาจุดประกายความคิดที่ถูกต้อง และนำเสนอมุมมองใหม่ๆ ให้กับกลุ่มคนที่สนใจในธุรกิจอสังหาฯ

เว็บไซต์

Tonson One Residence คอนโด Super Luxury แบบ Freehold ที่มีที่ตั้งโดดเด่นที่สุดบนย่านเพลินจิต – ชิดลม – ต้นสน ห่างจาก BTS ชิดลมแค่ 300 เมตร ขายเริ่มต้น 20 ลบ.(57 ตรม.)

โครงการนี้เป็นของดีเวลลอปเปอร์ที่กำลังมาแรงในตลาด Super Luxury Residence คือ AssetFive ครับ (กลุ่มปัญจทรัพย์ ผู้พัฒนาโครงการ Vana Residence ย่านกรุงเทพกรีฑา) ซึ่งเป็นการร่วมมือกันพัฒนากับบริษัท Cap... อ่านต่อ




โอกาสเดียว วันเดียว!!! EARLY BIRD ลดทันที 10% ทุกยูนิต IDEO Q PHAHOL-SAPHAN KHWAI

ถ้าใครที่ติดตามข่าวสารในแวดวงการพัฒนาโครงการอสังหาฯอยู่สม่ำเสมอก็จะพบว่าตั้งแต่ปลายปีที... อ่านต่อ

ค้นพบความสมบูรณ์แบบของการใช้ชีวิต กับ Luxury Urban Home ที่ซ่อนตัวอยู่ใจกลางย่านอโศก – พระรามเก้า ที่ AQ Welle

AQ Welle Asoke-Rama 9 (เอคิว เวลล์ อโศก-พระราม 9) โครงการบ้านเดี่ยวที่ถูกพัฒนาขึ้นโดย ... อ่านต่อ

เหตุผลอะไรบ้างที่ทำให้ THE TEAK RATCHADA 19 เป็นคอนโดใหม่ในย่านรัชดาที่เปรียบดั่ง The Prize of Living ของชีวิตคนเมือง

ถ้าหากเราเป็นนักลงทุนคอนโดมิเนียม จุดตัดสินใจหลักๆ ของเราก็คงหนีไม่พ้นการตัดสินใจที่เน้... อ่านต่อ