พบกับนิยามใหม่ของความหรูหรา ให้คุณได้สัมผัสคุณภาพการใช้ชีวิตเหนือระดับที่แท้จริง ที่ ANIL Sathorn 12

ในยุคที่โครงการที่พักอาศัยมีการแข่งขันกันอย่างสูง โครงการคอนโดที่เปิดขายใหม่ในแต่ละเดือนล้วนแต่ชูจุดขายที่โดดเด่นแตกต่างกันออกไป และด้วยสาเหตุที่แหล่งเงินทุนไม่ใช่ปัญหาหลักในการพัฒนาโครงการสำหรับดีเวลลอปเปอร์รายใหญ่ การทุ่มทุนซื้อที่ดินใจกลางเมืองในราคาแพงลิบลิ่ว และว่าจ้าง Partner ที่มีชื่อเสียงมาร่วมกันพัฒนาโครงการดูจะเป็นเรื่อง New Normal ในสายตาใครหลายๆคน คอนโดระดับ Super Luxury หลายๆแห่งมักจะใช้ความเป็นทำเลนำ และตามด้วยการเลือกใช้วัสดุแบรนด์เนมมาเป็นองค์ประกอบหลักในการก่องสร้างและตกแต่ง เช่นเดียวกับพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่โต ทันสมัย เต็มไปด้วย Gimmick ล่อตาล่อใจเหล่าผู้มีกำลังซื้อสูง แต่หลายคนคงลืมนึกไปว่าการใช้ชีวิตเหนือระดับบนสุดยอดคอนโดหรูของตัวเอง อาจจะเป็นการส่งเสริมให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างด้อยประสิทธิภาพ จนนำมาซึ่งสุขภาวะที่ไม่ดีสำหรับผู้อยู่อาศัยเอง และสังคมรอบข้าง

 

หลายเดือนมานี้กรุงเทพฯประสบปัญหาฝุ่นควัน ติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน จนหลายคนบอกว่าเป็นเรื่องที่ต้องทำใจสำหรับชาวกรุงเทพฯ เนื่องจากสาเหตุส่วนหนึ่งของปัญหาก็มาจากการขยายตัวของเมือง และการจราจรอันคับคั่ง ในขณะที่ทรัพยกรธรรมชาติที่ทำหน้าที่ในการสร้างอากาศบริสุทธิ์ก็มีจำนวนน้อยลงสวนทางกับปริมาณรถยนต์ และอาคารสูง จนนำไปสู่ปัญหามลพิษทางสภาวะแวดล้อมของเมืองกรุง การก่อสร้างอาคารจำนวนมากในมหานคร ที่เป็นส่วนหนึ่งของการก่อมลภาวะ และถึงแม้ปัจจุบันจะมีความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการก่อสร้าง โดยเฉพาะอาคารสูง อาทิ อาคารสำนักงาน โรงแรม ห้างสรรพสินค้า และคอนโด แต่ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะก่อมลภาวะให้กับสภาพแวดล้อมโดยรอบทั้งระหว่างการก่อสร้าง จนถึงหลังการใช้งาน เพราะยิ่งอาคารสูง คนยิ่งเยอะ ยิ่งใช้ทรัพยากร และปล่อยมลภาวะออกมาให้กับเมืองทั้งสิ้น การพัฒนาโครงการในยุคปัจจุบัน หลายโครงการจึงคำนึงถึงการลดมลภาวะ ด้วยการใช้นวัตกรรมการก่อสร้าง หรือวัสดุ เครื่องใช้ต่างๆ รวมทั้งการก่อสร้างบนมาตรฐานการพัฒนาโครงการที่ยอมรับกันในระดับโลก อาทิ LEED ที่หลายคนน่าจะคุ้นหู เพราะมีหลายอาคารที่ผ่านมาตรฐานนี้กันอยู่บ้าง และอาจรู้จักในนาม อาคารสีเขียวนั่นเอง

 

มาตรฐานอาคาร LEED (Leadership in Energy and Environmental Design) พัฒนาโดย U.S. Green Building Council (USGBC) คือ มาตรฐานอาคารสีเขียวที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ซึ่งเป็นที่นิยมไปทั่วโลกนั้น เป็นมาตรฐานการออกแบบอาคารที่มุ่งลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและมนุษย์อย่างยั่งยืน ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เช่น การใช้นวัตกรรมวัสดุก่อสร้างที่เน้นอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและพลังงาน ลดการปล่อยมลภาวะ การบริหารจัดการทรัพยากรอย่างคุ้มค่า การก่อสร้างตามลักษณะของการประหยัดพลังงาน และการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ นอกจากการกำหนดมาตรฐานการออกแบบที่เป็นที่นิยมใช้อย่าง LEED แล้ว ยังมีมาตรฐานที่ออกโดยสถาบันระดับสากล International Well Building Institute (IWBI) ที่เป็นที่รู้จักในนาม WELL ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงมาตรฐานอาคารประหยัดพลังงาน แต่เป็นมาตรฐานของการอยู่อาศัยที่สร้างสุขภาวะที่ดีให้กับผู้ใช้งาน ด้วยการปฏิวัติแนวคิดและการออกแบบอาคารสมัยใหม่อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกใช้วัสดุก่อสร้าง ระบบระบายอากาศและแสงสว่าง เน้นบูรณาการแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดในการก่อสร้างและการออกแบบ เข้ากับการวิจัยทางการแพทย์และ วิทยาศาสตร์ ภายใต้แนวคิดทั้ง 7 ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาวะของผู้อยู่อาศัย ทั้ง คุณภาพอากาศที่บริสุทธิ์  คุณภาพน้ำดื่มน้ำใช้  สุขภาวะด้านโภชนาการ การออกแบบแสงสว่างที่เหมาะสม สุขภาพความแข็งแรงของร่างกาย  ความรู้สึกสบาย และ ความสุขทางใจ

 

ข้อมูลจาก GBIG ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รวบรวมฐานข้อมูลเกี่ยวกับอาคารสีเขียวทั่วโลก เผยว่ามีอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยเพียง 20 โครงการเท่านั้นที่ได้รับการรับรองระดับสูงสุด LEED Platinum และก็มีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้น จากการตระหนักถึงสุขภาวะที่ดีในการอยู่อาศัย และการพัฒนาโครงการที่จำเป็นต้องเน้นอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและพลังงาน การลดการปล่อยมลภาวะ และการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างคุ้มค่า

 

ทั้งนี้อาคารที่ตั้งเป้าว่าจะเป็นโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แห่งแรกในประเทศไทยที่รับรองโดยมาตรฐานอาคารระดับโลก LEED Gold และ WELL Gold คือ โครงการ The PARQ แต่นั่นก็เป็นโครงการ Commercial Use อันประกอบด้วยสำนักงานและร้านค้าปลีก ไม่ได้เป็นโครงการที่พักอาศัยแต่อย่างใด (การได้รับมาตรฐาน LEED และ WELL จะได้รับการประเมินและตรวจรับรองหลังการก่อสร้างแล้วเสร็จ ทั้งนี้โครงการ The PARQ ยังอยู่ในขั้นตอนการก่อสร้าง หากแต่ได้สร้างตามเกณฑ์มาตรฐานของ LEED และ WELL เพื่อขอการรับรองเมื่อสร้างเสร็จ)

 

 


หากอากาศอันบริสุทธิ์และการอยู่แล้วมีสุขภาพที่ดีคือสิ่งที่ชาวเมืองใหญ่ทุกคนถวิลหา คงจะดีไม่น้อย ถ้าผู้พัฒนาโครงการคอนโดในกรุงเทพฯ จะหันมาคำนึงถึงการพัฒนาโครงการที่ใส่ใจผู้คนและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนกันมากขึ้น

 

ซึ่งถ้าลองมองกลับไปโครงการคอนโดหลายโครงการ ก็พยายามเน้นหนักในเรื่องของการสร้างพื้นที่สีเขียว เป็นอาคารประหยัดพลังงาน จนนำมาซึ่งภาพลักษณ์ที่ดีของโครงการและบริษัทผู้พัฒนา แต่ในความเป็นจริงแล้ว ล้วนแต่เป็น Gimmick ที่บริษัทผู้พัฒนานำมาใช้ในการโฆษณา เพื่อโปรโมทโครงการ เพราะถ้าการพัฒนาคอนโดจะยึดเอาหลัก Sustatnable Living มาใช้อย่างสมบูรณ์ ก็ควรที่จะมีการพัฒนาให้สอดคล้องกับหลักกฎเกณฑ์มาตรฐานสากลไม่ว่าจะเป็น LEED  หรือ WELL Building Standard ด้วย เพราะไม่เพียงแต่ส่งผลดีต่อภาพลักษณ์โครงการแต่ยังจะส่งผลดีต่อผู้ที่พักอาศัยและสังคมโดยรอบอย่างแท้จริง

 

ปัจจุบันมีไม่กี่โครงการที่มีการกำหนด Blueprint อย่างจริงจัง ในการสร้างโครงการตามมาตรฐาน หรือตั้งเป้าให้ผ่านตามมาตรฐานของ  WELL Building Standard โดยหนึ่งในโครงการที่พักอาศัยแห่งแรกที่ตั้งเป้าว่าจะพัฒนาโครงการตามมาตรฐานดังกล่าวคือ ANIL Sathorn 12 (อนิล สาทร 12) ซึ่งในปัจจุบันทางโครงการได้ผ่านการรับรอง WELL Multifamily Precertified™ ระดับ Gold เป็นโครงการแรกในประเทศไทย

โดยโครงการ ANIL Sathorn 12 พัฒนาการออกแบบ การคัดสรรวัสดุ การก่อสร้าง ตลอดจนการบริหารจัดการอาคารหลังแล้วเสร็จ เพื่อให้ได้รับการรับรองมาตรฐาน WELL  Certification ในระดับ Gold โดย มาตรฐาน WELL ที่โครงการ ANIL Sathorn 12 นำมาใช้ประกอบด้วยการคำนึงถึงปัจจัยสุขภาพสำคัญ 7 ประเภท ได้แก่  คุณภาพอากาศที่บริสุทธิ์ (Air), คุณภาพน้ำดื่มน้ำใช้ (Water), สุขภาวะด้านโภชนาการ (Nourishment),  การออกแบบแสงสว่างที่เหมาะสม (Light), สุขภาพและความแข็งแรงของร่างกาย (Fitness), ความรู้สึกสบาย (Comfort) และ ความสุขทางใจ(Mind)

คุณภาพอากาศที่บริสุทธิ์ (Air) โครงการ กำหนดการออกแบบระบบระบายอากาศภายในส่วนกลางและส่วนพักอาศัย โดยต้องผ่านค่ามาตราฐานของสมาคมวิศวกรรมปรับอากาศแห่งสหรัฐอเมริกา (ASHRAE) คือ การออกแบบที่คำนึงถึงการควบคุมความชื้นของอากาศภายในอาคาร การไหลผ่านของฝุ่นจากอากาศภายนอกเข้าสู่ภายในโครงการไปจนถึงห้องพักอาศัย โดยใช้ระบบระบายอากาศชนิดพิเศษที่เรียกว่า ERV หรือ Energy Recovery Ventilation จาก Mitsubishi Electric ที่ช่วยนำอากาศบริสุทธิ์ภายนอกเข้าสู่ภายในห้องพัก โดยโครงการจะติดตั้งแผ่นกรองอากาศ MERV 13 ซึ่งสามารถกรองป้องกันฝุ่น PM 2.5 และ ไวรัสจากภายนอกได้ การตรวจวัดปริมาณสารมลพิษในอากาศทุกตัว เช่น ฟอร์มัลดีไฮด์ VOC, PM2.5, PM10, Ozone และ Radon ให้อยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำกว่าค่าที่กำหนดตามมาตรฐาน WELL ก่อนการย้ายเข้าพักอาศัย ไปจนถึงการออกแบบประตูทางเข้าด้านหน้าอาคารที่มีการติดตั้งระบบประตู 2 ชั้น (Vestibule) พร้อมพรมดักฝุ่นที่ช่วยกันฝุ่นละอองภายนอกจากถนนไหลเข้าสู่ภายในอาคาร รวมไปถึงการออกแบบพื้นที่เก็บอุปกรณ์ทำความสะอาดที่ปลอดภัย

 

โดยโครงการการคัดสรรวัสดุตกแต่งอาคาร ที่เป็นไปตามมาตรฐาน  WELL คือใช้วัสดุตกแต่งที่มีสารเคมีหรือสารพิษ ที่ก่อมะเร็งต่ำ ตั้งแต่ กาว สี สารเคลือบผิว ไม้อัด วัสดุปูพื้น และฉนวนกันความร้อน ที่ผ่านมาตรฐาน CDPH หรือ California Department of Public Health ประเทศสหรัฐอเมริกา

คุณภาพน้ำดื่มน้ำใช้ (Water)

Materials ระบบท่อน้้ำใช้ในห้องพักและส่วนกลางท้ังหมดจะต้องเป็นรุ่นที่ปราศจากสารตะกั่ว (Lead-free piping) และติดตั้งเครื่องกรอง 3M สำหรับทุกห้องพักอาศัยในส่วนห้องครัว เพื่อควบคุมคุณภาพน้ำดื่มและน้ำใช้ ให้กับผู้พักอาศัย ในส่วน Common Area หรือพื้นที่ส่วนกลาง มีการจัดเตรียมน้ำดื่มที่มีคุณภาพผ่านตามมาตรฐานไว้ให้กับผู้พักอาศัย บริเวณ  Culinary Area และ Panoramic Gym

 

สุขภาวะด้านโภชนาการ (Nourishment)

มีการออกแบบอ่างล้างจานให้มีสองหลุม และการคำนวณระยะก๊อกน้ำ เพื่อส่งเสริมการเตรียมอาหารให้สะอาดและถูกสุขอนามัย ในส่วนชุดครัวมีการคำนึงถึงสุขภาวะด้านโภชนาการของผู้พักอาศัยจึงจัดเตรียมเตาอบระบบ Steam Oven จาก BOSCH เพื่อรักษาคุณภาพและประโยชน์ของอาหาร รวมไปถึง Built-in Refrigerator ตู้เย็นที่มี temperature display แสดงอุณหภูมิที่ชัดเจน  จาก BOSCH  และชั้นวางที่แบ่งการเก็บอาหารสดอย่างมีคุณภาพ

 

การออกแบบแสงสว่างที่เหมาะสม (Light)

โครงการออกแบบแสงสว่างให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ใช้งาน และมีการป้องกันแสงที่สว่างเกินไปอันเกิดจากแสงประดิษฐ์และแสงธรรมชาติ  ด้วยการคัดสรรวัสดุ สเปคของหลอดไฟตรงตามมาตราฐานและเหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ใช้งานพร้อมทั้ง ห้องนอนออกแบบโดยคำนึงถึงคุณภาพการนอนอย่างมีประสิทธิภาพมีการติดตั้งม่านที่ป้องกันแสงเข้า 100% (Black-out shade) รวมทั้งเซนเซอร์เพื่อเปิดไฟนำทางเฉพาะจุดไปห้องน้ำในตอนกลางคืน โดยไม่ต้องเปิดไฟสว่างทั้งห้องให้รบกวนการพักผ่อน

สุขภาพและความแข็งแรงของร่างกาย (Fitness)

ในส่วนของพื้นที่ส่วนกลาง โครงการเพิ่มม้านั่งภายในสวนหน้าโครงการ และ การออกแบบทางเดินเท้าภายในโครงการให้น่าเดิน เพื่อส่งเสริมการเดินออกกำลังการสำหรับผู้พักอาศัย รวมไปถึงการจัดเตรียมพื้นที่จอดจักรยานและอุปกรณ์ซ่อมบำรุง ห้องฟิตเนสที่มีการคำนวณและกำหนดจำนวนอุปกรณ์ออกกำลังกายโดยเครื่องคาดิโอ (Cardiorespiratory Exercise Equipment) และเครื่องเสริมสร้าง กล้ามเนื้อ (Muscle-strengthening Exercise Equipment) อย่างพอเพียง

 

ความรู้สึกสบาย (Comfort)

ออกแบบโดยคำนึงถึงการควบคุมอุณหภูมิ ความชื้น และความเร็วลม เพื่อให้ได้ตามค่ามาตรฐาน (ASHRAE 55) รวมทั้งการการติดตั้งกระจกอลูมิเนียมกรองเสียง มาตรฐานเยอรมัน จาก SCHUECO เพื่อช่วยในการกรองเสียงจากภายนอกและการเลือกอุปกรณ์อิเล็คทรอนิคและเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีเสียงรบกวนน้อย

ความสุขทางใจ  (Mind)

การออกแบบที่ผสมผสานพื้นที่ส่วนกลางให้เข้ากับธรรมชาติ ผสานไปกับ sculpture และ art wall บริเวณพื้นที่ส่วนกลางชั้น 12 รวมทั้งการออกแบบห้องพักอาศัยให้มีระยะจากพื้นถึงฝ้าเพดานถึง 3 เมตร

 

จากมาตรฐานทั้ง 7 ประการดังกล่าว โครงการ ANIL Sathorn 12 จึงเรียกว่าเป็นโครงการ Super Luxury Condo ที่ไม่ได้เป็นแค่ที่พักที่อยู่แล้วดูดี ยกระดับสถานะของเจ้าของห้อง แต่เป็น Super Luxury Condo ภายใต้นิยามใหม่ที่ให้คุณค่าต่อแก่นแท้ของการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืนและแตกต่าง แต่เข้าใจการใช้ชีวิตที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง

 

นอกจากความ Luxury ที่มากับแนวคิดแล้ว ANIL Sathorn 12 ยังยกระดับความ Luxury กับทำเลที่ตั้งใจกลางสาทร บนถนนสาทรเหนือ (ติดกับซอยสาทร 12) บนพื้นที่ 1-2-41.30 ไร่ ที่อยู่ติดสถานีใหม่ที่กำลังจะเริ่มก่อสร้าง อย่าง สถานีศึกษาวิทยา (S4) สถานีร่วมลงทุนระหว่าง BTSGIF และ AIA ที่เชื่อม skywalk เข้าสู่อาคาร AIA Sathorn Tower อาคารสำนักงานอัจฉริยะเกรด A ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ภายใต้มาตรฐาน LEED Gold

 

จึงทำให้พื้นที่แปลงที่ดิน ANIL Sathorn 12 ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ได้รับผลพลอยได้ไปด้วย ซึ่งซอยสาทร 12 เป็นซอยหลักคู่ขนานกับสาทร 10 ที่แยกย่อยทะลุออกไปฝั่งถนนสีลมผ่านทางสีลมซอย 9 จนแทบจะเป็นเนื้อเดียวกัน สามารถหลบเลี่ยงการเดินทางบนถนนใหญ่สาทรในวันที่สภาพการจราจรไม่เป็นใจได้อย่างไม่ต้องกังวล จึงถือว่าเป็น Value ของทำเลที่ตั้งที่ถือว่าสะดวกที่สุดบนพื้นที่CBD สาทร และสีลม

นอกจาก ANIL Sathorn 12 จะโดดเด่นด้วยแนวคิดการใช้ชีวิตและทำเลใจกลางย่าน CBD แล้ว ยังโดดเด่นกับอาคาร สูง 42 ชั้น ที่ได้รับการออกแบบจากบริษัทสถาปนิกแนวหน้าอย่าง DB Studio, PIA (Interior Designer) และ Inside Out(Landscape) กับระบบจอดรถอัตโนมัติ รวมแล้วมากถึง  110%

กับจำนวนห้องพัก 222 ยูนิต แบบ single corridor มีให้เลือกถึง 6 Type คือ

1 BEDROOM 45.00 – 46.00 ตารางเมตร Type ที่มีจำนวนเยอะที่สุดในโครงการ ห้องมาตรฐาน พื้นที่ living และห้องนอนอย่างละครึ่งเกือบเท่ากัน

อยู่โซนทิศเหนือ ทิศใต้และทิศตะวันออก ด้านข้าง ด้านหน้า และด้านหลังโครงการ มีที่ชั้น 13 4 ยูนิต ชั้น 14-35 ชั้นละ 6 ยูนิต

2 BEDROOM 62 – 92.5 ตารางเมตร ห้องมุมสุดทางเดิน วิวด้านหลังโครงการ  มีที่ชั้น 12A จำนวน 1 ยูนิต และ ชั้น 14-35 ชั้นละ 3 ยูนิต ชั้น 36-39 ชั้นละ 1 ยูนิต

ห้อง size ใหญ่ จะอยู่ที่ชั้น 36 ขึ้นไป คือ

2 BEDROOM PLUS 111 – 114.5 ตารางเมตร ห้องหน้ากว้าง แยกพื้นที่ living และส่วนพักผ่อนเป็นสัดส่วน

วิวด้านหน้าโครงการ มีที่ชั้น 36-39 ชั้นละ 2 ยูนิต

2 BEDROOM DUPLEX  104.00 ตารางเมตร ห้อง Duplex ที่มีเพียง 2 ยูนิต วิวด้านข้างโครงการ ด้านทิศตะวันออก

3 BEDROOM 109.50 ตารางเมตร ห้องหน้ากว้าง แยกพื้นที่ living และส่วนพักผ่อนเป็นสัดส่วน วิวด้านหลังโครงการ มีที่ชั้น 36-39 ชั้นละ 1 ยูนิต

และ PENTHOUSE 509.50 ตารางเมตร ที่ชั้น 40

 

ส่วน Facilities โครงการกระจายไปตั้งแต่พื้นที่ชั้น 1  Green Sanctuary พื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ด้านหน้าโครงการ เชื่อมเข้าสู่โถง lobby

ที่สามารถเปิดรับแสง และพื้นที่สีเขียวเข้าสู่ภายในตัวอาคาร

ที่ชั้น 12 เป็นพื้นที่ส่วนกลาง passive zone อาทิ Anil lounge, Al Fresco @ 12, Library, Private study ที่เปิดรับแสงธรรมชาติ รายล้อมไปด้วยสายน้ำ และพื้นที่สวนสีเขียว เหมาะแก่การพักผ่อนไม่ว่าจะกลางวัน หรือกลางคืนก็มีแสงที่ออกแบบให้เข้ากับวัสดุและการใช้งานที่เหมาะสม

Kids room ที่เปิดรับแสงธรรมชาติ ให้เด็กๆได้สัมผัสกับสิ่งแวดล้อมรอบตัวบนความปลอดภัย

และพื้นที่ส่วนกลาง Active Zone โครงการยกไปอยู่ที่ชั้น 41-42

ที่ชั้น 41 Sky Garden, Kids Pool, Ozone Sky Pool ที่ไม่ทำให้ระคายเคืองตา แสบตา หรือทำให้ตาแดง แม้จะมีความเข้มข้นของโอโซนในน้ำสูงก็ตาม โดยโอโซนเป็นตัวฆ่าเชื้อโรคได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เร็วกว่าคลอรีน ถึง 3,125 เท่า

และ Panoramic Gym, Serene Zone, Pilates Zone, Steam and Sauna ที่ชั้น 42 ที่โอบล้อมด้วยวิวเมือง และเครื่องออกกำลังกายที่ครบครันการดูแลสุขภาพ

ผมเชื่อว่าเราทุกคนต่างก็รู้ดีว่าปัญหามลภาวะที่เราต้องเผชิญอยู่ทุกวัน อาจนำมาซึ่งโรคร้ายแรงต่างๆ แต่การที่จะหลีกเลี่ยงมลภาวะเหล่านั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้ จากปัญหาฝุ่นควันที่เกิดขึ้นเป็นระยะที่ให้เราได้ตระหนักว่าแม้แต่ในบ้านเราก็ยังไม่ปลอดภัย สำหรับคนที่ต้องทำงานอยู่ใจกลางย่าน CBD หากมีโอกาสที่เลือกได้ เราก็ย่อมอยากที่จะสูดอากาศอันบริสุทธิ์ใจกลางเมืองใกล้ที่ทำงานทุกวัน ในอนาคตไม่แน่ว่าการได้อยู่ในโครงการที่พัฒนาตามมาตรฐาน WELL Building Standard อาจจะมี Value ที่คนขวนขวายมากกว่าการได้อยู่คอนโดสูง ห้องใหญ่ ใกล้รถไฟฟ้าใจกลางย่าน Prime Area ด้วยซ้ำไป และคงจะดีไม่น้อยถ้าเราจะได้เป็นเจ้าของคอนโดที่มอบสุดยอด Benefits ให้ได้ทั้ง 2 อย่าง

 

ANIL Sathorn 12 จึงเป็นโครงการที่สร้างความยั่งยืนให้กับสังคมกรุงเทพฯ กับความหรูหราที่แตกต่าง ที่พร้อมให้คุณได้สัมผัสคุณภาพการใช้ชีวิตเหนือระดับที่แท้จริง ใจกลางย่านสาทร กับมาตรฐานการออกแบบและก่อสร้างระดับโลกอย่าง WELL Building Standard ที่จะยกระดับและสร้างคุณภาพชีวิตให้กับผู้พักอาศัยได้อย่างยั่งยืนโดยแท้จริง

 

โครงการพร้อมเปิดให้ชมห้องตัวอย่างแล้วที่อาคาร AIA Sathorn Tower ชั้น 12  Pre – sales วันที่ 15 – 16 มิ.ย. นี้ ลงทะเบียนรับส่วนลดสูงสุด 500,000 บาท* คลิก http://site.grandunity.co.th/projects/anil-sathorn/adver-propaholic  หรือโทร 026524000



เกริก บุณยโยธิน

เกริก บุณยโยธิน

ผู้ก่อตั้งเวปไซต์แบ่งปันความรู้ด้านการตลาด และการสร้างแบรนด์ในวงการอสังหาฯ พร็อพฮอลิค ดอทคอม..หลังจากที่ใช้เวลามากกว่า 10 ปี ในการวนเวียน เข้าๆออกๆ ในสายงานด้านการตลาด และวางแผนกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ ของบริษัทอสังหาฯ และเอเยนซีโฆษณาชั้นนำหลายแห่ง (โดยที่ไม่รู้ว่าทำไมต้องจับสลากเจอลูกค้าสายอสังหาฯทุกที)...จนถูกครอบงำโดยจิตใต้สำนึก ให้ถีบตัวเองออกจากกรอบการทำงานแบบเดิมๆ เพื่อออกมาจุดประกายความคิดที่ถูกต้อง และนำเสนอมุมมองใหม่ๆ ให้กับกลุ่มคนที่สนใจในธุรกิจอสังหาฯ

เว็บไซต์

หรูและแพงสุดๆ! DMHOME LUXE เปิดตัว 2 แบรนด์แฟชั่นเอาใจสาย Ultra Luxury กับแบรนด์ Bottega Veneta’s Home และ Roberto Cavalli Home ที่ชั้น 3 สยามพารากอน!

ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปี DECOR MART ได้รับความไว้วางใจ ทั้งจากลูกค้าผู้หลงใหลในการแต่งบ้าน รวมทั้ง สถาปนิก มัณฑนากร และนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ในฐานะผู้นำธุรกิจดีไซน์และสินค้าไลฟ์สไตล์ที่รวบรวมเฟอร์น... อ่านต่อ




EXCLUSIVE interview : คุณธงชัย บุศราพันธ์ เฉลยคำถามว่า “ทำไมถึงกลับมา NOBLE”

บ้างก็ลือว่าเตรียมไปเทคโอเวอร์บริษัทอสังหายักษ์ใหญ่แต่ฐานะการเงินไม่ค่อยดีในขณะนั้น บ้... อ่านต่อ

อยู่รวมกัน เจอปัญหาควันบุหรี่ แก้ไขยังไงดี

บุหรี่ตัวร้าย อันตรายที่ทำลายชีวิตคน” ในแต่ละปีมีคนเป็นจำนวนมากที่เสียชีวิตจากบุหรี่ ผู... อ่านต่อ

เปิดตัว “สโคป หลังสวน” – โครงการแรกในไทย โดยดีไซเนอร์ผู้ออกแบบคอนโดที่แพงที่สุดของนิวยอร์ค

เปิดตัวผลงานแรกในประเทศไทย ของ “โทมัส ยูล-ฮันเซน” ดีไซเนอร์ชาวเดนมาร์ก ผู้ออกแบบภายในโค... อ่านต่อ

KRAAM Sukhumvit 26 ต้นตำหรับ Luxury Home – Like Condominium พัฒนาโดย Nye Estate สร้างเสร็จสมบูรณ์พร้อมเข้าอยู่แล้ว ในราคาเริ่มต้น 16.9 ลบ.

ยุคสมัยนี้ดูเหมือนว่าคอนเซปท์การพัฒนาคอนโดในรูปแบบอบอุ่นเหมือนอยู่บ้านตามสไตล์ Feel Lik... อ่านต่อ