ปัญหาห้องเล็ก ไม่มี Space เก็บของ จะหมดไป Self-storage ตู้เซฟคนกรุงฯ ตอบโจทย์คนไทย 4.0

Pawanrat D 09 March, 2019 at 16.49 pm

ในปัจจุบันธุรกิจรับฝากของดูจะไม่ใช่ของใหม่แล้วสำหรับชาวกรุงเทพฯ แต่ในต่างประเทศ เรามักได้เห็นตู้ Locker รับฝากของตามที่สาธารณะต่างๆไม่ว่าจะเป็นสถานีรถไฟ ห้าง อาคารสำนักงาน ซึ่งรูปแบบการให้บริการก็มักจะเป็นแบบหยอดเหรียญหรือตัดผ่านบัตร IC Card เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักเดินทางหรือ Business Traveler ที่ไม่ต้องการแบกสัมภาระหนักๆไว้ในขณะที่ตัวเองต้องไปทำธุระในละแวกใกล้เคียง ยกตัวอย่างในประเทศใหญ่ๆ ที่เริ่มมีธุรกิจ Self-Storage มานานและเริ่มแพร่หลายมากขึ้นในปี 2014 ทั้งในทวีปยุโรป อเมริการวมถึงเอเชีย เช่นเดียวกับประเทศญี่ปุ่นที่มีบริการรับฝากของในหลายๆเมืองของประเทศญี่ปุ่น อันเนื่องจากเป็นประเทศญี่ปุ่นมีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางมาพักผ่อนจำนวนมากต่อปี อีกทั้งจำนวนประชากรของประเทศมีจำนวนมากประมาณ 127 ล้านคน ซึ่งยังไม่รวมกับชาวต่างชาติที่ย้ายถิ่นฐานมาตั้งรกรากที่ญี่ปุ่น ส่งผลให้พื้นที่อาศัยของคนที่นี้ค่อนข้างเล็กไม่มีพื้นที่เก็บของ ธุรกิจ Self-Storage จึงกลายเป็นที่นิยมในหมู่คนญี่ปุ่นและชาวต่างชาติที่มาเยือนเป็นอย่างมาก ทำให้เรามักจะพบห้องรับฝากของได้เกือบทุกจังหวัดของประเทศญี่ปุ่น

ภาพ https://asia.nikkei.com/Business/Banking-Finance/Self-storage-facilities-the-new-high-yield-investment

นี่เป็นตัวอย่างห้องเก็บของแบบ Hi-End ของบริษัท Inaba โดยส่วนใหญ่แล้วคนญี่ปุ่นมักจะใช้ห้องฝากห้องเมื่อต้องย้ายจากบ้านหลังใหญ่ไปอาศัยในห้องคอนโดขนาดเล็กใจกลางกรุงโตเกียว

 

สำหรับในเมืองไทย แม้ว่าธุรกิจประเภทนี้จะเพิ่งเป็นกระแสได้ไม่นานแต่ปัจจุบัน Self-Storage ก็ได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากผู้ที่อาศัยในคอนโดขนาดเล็กตามย่านCBDและนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยข้อมูลจากหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจได้ระบุว่าในปี 2560 มีจำนวนผู้เล่นในธุรกิจ Self-Storage เพียง 5 รายเท่านั้น ผ่านมา 1 ปี พบว่า มีผู้เล่นหน้าใหม่เพิ่มขึ้นมาเป็น 11 ราย เห็นได้ชัดเลยว่าธุรกิจกำลังมากและมีผู้ให้ความสนใจกับสิ่งนี้เป็นจำนวนมาก ซึ่งที่เห็นมีอยู่ก็จะเป็นแบรนด์ Box24 และ LockBox โดยทั้ง 2 แบรนด์จะเป็นรูปแบบตู้ล็อกเกอร์สำหรับฝากของตั้งตามจุดต่างๆทั่วกรุงเทพฯ


Box24 สตาร์ทอัพที่เติบโตจากบริการซักอบรีดผ่านตู้ล็อกเกอร์ที่เรียกว่า WASHBOX24 ตู้ซักรีดที่สั่งงานง่ายๆ ผ่านจอทัชสกรีน และทางแอปพลิเคชั่น BOX24 และตู้นี้ยังให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงโดยเริ่มต้นราคาชื้นละ 16 บาทเท่านั้น ด้วยความแปลกใหม่อีกทั้งยังสะดวกสบายแถมเรายังสามารถติดตามสิ่งของของเราได้ตลอดเวลาผ่านแอปพลิเคชั่น ทำให้ตลอด 4 ปี Box24 มีการเติบโตได้อย่างรวดเร็วและพวกเขาก็ไม่ได้หยุดนิ่งเพราะในปัจจุบันได้มีการพัฒนาต่อยอดไปสู่บริการอื่นๆ เช่น บริการส่ง-รับฝากพัสดุด่วนผ่านตู้ล็อกเกอร์ 24 ชั่วโมง โดยจะมีบริการส่งพัสดุผ่านเครือข่ายตู้ล็อกเกอร์ที่เรียกว่า MOVEBOX24 ซึ่งร่วมกับเอสซีจี เอ็กซ์เพรสและ เคอรี่ เอ็กเพรส ในส่วนของค่าบริการ สำหรับซองเอกสาร เริ่มต้น 40 บาท ประเภทกล่อง 70 บาท ขณะเดียวกันก็จะมีบริการ SHOPBOX24 ซึ่งเป็นการรับสินค้าออนไลน์ผ่านตู้ล็อกเกอร์ 24 ชั่วโมง โดยมีพาร์ทเนอร์คือ เทสโก้โลตัส และบิ๊กซี มากกว่านั้นยังมีบริการรับฝากสิ่งของที่เรียกว่า DROPBOX24 ซึ่งจะมีทั้งแบบระยะสั้นและระยะยาว สุดท้ายคือ PAYBOX24 บริการชำระบิลผ่านตู้ล็อกเกอร์ 24 ชั่วโมง โดยทั้งหมดทั้งมวลนี้เป็นบริการ ภายใต้เครือ BOX24 ที่เพิ่มเติมขึ้นมานั่นเอง

ภาพ https://businesslinx.globallinker.com/bizforum/article/box24-เปิดเกมรุกยุคดิจิทัล-ด้วยล็อกเกอร์อัจฉริยะ

โดยส่วนใหญ่แล้วจะเน้นการตั้งในคอนโดเป็นหลัก ซึ่งขณะนี้มีจำนวนทั้งสิ้น 150 ตู้ แบ่งเป็นในประเทศ 100 ตู้ และต่างประเทศอีก 50 ตู้ ได้แก่ สิงคโปร์ 20 ตู้ และมาเลเซีย 30 ตู้ โดยมีแผนที่จะกระจายจุดตั้งตู้ให้เพิ่มขึ้นในปี 2018 จาก 100 ตู้ในประเทศ จะเพิ่มเป็น 500 ตู้ โดยจะขยายไปในพื้นที่ที่มีความหลากหลายมากขึ้น เช่น มีการขยายไปตั้งตามตึกอาคารสำนักงาน ร้านสะดวกซื้อ ห้างสรรพสินค้า หรือแม้แต่ในมหาวิทยาลัย เป็นต้น ถือว่าเจ้าเครื่องรับฝากอัตโนมัติช่วยให้ชีวิตสะดวกของคนไทยสะดวกขึ้นมาก เรียกได้ว่าแถบจะไม่ต้องเดินไกลเพื่อทำธุระเลยหล่ะ

ข้อมูลจาก https://businesslinx.globallinker.com/bizforum/article/box24-เปิดเกมรุกยุคดิจิทัล-ด้วยล็อกเกอร์อัจฉริยะ/

และ https://www.voicetv.co.th/read/491344

 

แต่สำหรับแบรนด์ Lockbox ล็อกเกอร์สีเหลืองฝากของที่เรามักจะเห็นตามสถานีรถไฟฟ้า BTS หรือ MRT กันนั้นมีจุดเริ่มต้นมาจาก คุณวิน-อิทธิชัย พูลวรลักษณ์ ผู้ก่อตั้งและซีอีโอบริษัท ลอคค์ บอกซ์ จำกัด กำลังมองหาสิ่งที่ประเทศไทยยังไม่มีและจากการที่ตัวเขาเองได้เดินทางไปต่างประเทศบ่อยๆจึงพบว่าธุรกิจตู้ล็อกเกอร์รับฝากของจะเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อคนไทยและชาวต่างชาติ จากไอเดียที่ไม่เหมือนใครจึงกำเนิด Lockbox ตู้บริการรับฝากสัมภาระอัตโนมัติสีเหลือง ขึ้นมาเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกอย่างที่เราพบเห็นกันนั่นเอง

ภาพ https://www.changtrixget.com/review/withdrawluggagewithlockerservice/

แม้ว่าหลายคนอาจจะคิดว่าเจ้าตู้รับฝากของคงมีแต่นักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติที่ใช้บริการเท่านั้น แต่แท้จริงแล้ว Target หลักที่ทางลอคค์ บอกซ์ต้องการเลยก็คือกลุ่มคนไทยเองโดยคุณ วิน อิทธิชัย ได้กล่าวว่า “นักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นกลุ่มเป้าหมายระยะสั้น แต่ในระยะยาวนั้นต้องเป็นคนเมืองและท้องถิ่น ยกตัวอย่างเช่น ประเทศญี่ปุ่นที่มีบริการตู้ล็อกเกอร์ตามระบบขนส่งมวลชนทุกสถานี จะมีเพียงสถานีท่องเที่ยวหลักๆ เท่านั้นที่ผู้ใช้บริการเป็นชาวต่างชาติ ส่วนสถานีอื่นคนพื้นที่มากกว่าจะเป็นคนใช้ฝากของสัมภาระ” ตอนนี้กลุ่มผู้ใช้บริการตู้ล็อกเกอร์นั้นมีสัดส่วนคนไทย และชาวต่างชาติเท่ากันคือ 50 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ตั้งเป้าอยากให้คนไทยใช้บริการ 70 เปอร์เซ็นต์

ภาพ https://www.prachachat.net/spinoff/news-52893

ในปัจจุบันจุดที่ตั้งของตู้เหลืองมีทั้งหมด 22 ที่ 16 สถานี ได้แก่ BTS MRT ART สนามบินสุวรรณภูมิ และห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป อาทิเช่น สยามพารากอน และเซ็นทรัลภูเก็ต โดยมีแนวโน้มว่าในอนาคต Lockbox จะมีโอกาสขยายออกไปต่างจังหวัดเพิ่มขึ้นอีกแน่นอน

นอกจากจะหาเจอได้ง่ายแล้ว อีกทั้งอัตราค่าบริการก็ไม่แพงเลย เริ่มต้นชั่วโมงละ 20 บาทเท่านั้น และนี่คืออีกหนึ่งจุดเด่นของแบรนด์นี้เลย “24 ชม.-ความยืดหยุ่น-ราคา-สถานที่”

ภาพ http://www.lockbox-th.com/th/locker-info-2/#Price_Size

 

หลายคนอาจจะกังวลว่าฝากของไว้แบบนี้แล้วจะมีคนมาขโมยไหม ของเราจะหายรึเปล่า ซึ่งเราขอให้ท่านวางใจได้เลยเพราะเขามีระบบความปลอดภัยที่ดีมาก อันได้แก่

1. กล้องวงจรปิด แบบ HD ที่จับภาพการใช้งานตลอด 24 ชั่วโมง และสามารถเก็บข้อมูลได้นาน 3 เดือน

2. Face Detection หรือระบบตรวจจับใบหน้า ที่จะบันทึกภาพผู้ใช้บริการทุกครั้งแถมมีประกันสัมภาระให้ด้วย

3. Motion Censor มีการแจ้งเตือนทุกครั้งที่คนเข้ามาใกล้ตู้ตามรัศมีที่กำหนดไว้

4. Patrol Unit หน่วยรักษาความปลอดภัยที่ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่สถานีเดินตรวจตราบริเวณรอบๆ พื้นที่ให้บริการ

5. Real Time Locker Status ที่สามารถเช็กสถานะของตู้ได้ตลอดเวลา

นอกจากนี้ยังมีการรับประกันความปลอดภัยให้กับสัมภาระที่นำมาใช้บริการในกรณีที่สูญหายสูงสุดที่ 5,000 บาท ซึ่งจะต้องดูเป็นกรณีไป

Lockbox ทำให้ชีวิตเราง่ายและสะดวกสุดๆ ไม่ใช่แค่สำหรับชาวต่างชาติเท่าแต่กับคนไทยสิ่งนี้ก็ทำให้ชีวิตคุณง่ายขึ้นเช่น ลองคิดสิว่า ถ้าคุณเดินทางไกลมาจากต่างจังหวัดหรือต่างประเทศด้วยสัมภาระทั้งหนักทั้งเยอะในเวลาเดียวกัน แต่ในขณะเดียวกันคุณก็จำเป็นที่จะต้องไปทำธุระ อยากเดินเล่นในห้างหรืออะไรก็แล้วแต่ สิ่งนี้จึงตอบโจทย์และช่วยให้ชีวิตคุณสบายขึ้นมากจริงๆ

ข้อมูลจาก https://www.prachachat.net/spinoff/news-52893 และ https://www.changtrixget.com/review/withdrawluggagewithlockerservice/

ทั้งนี้ Box24 และ Lockbox ที่มาในรูปแบบตู้ล็อกเกอร์อาจจะเหมาะกับนักท่องเที่ยวต่างชาติหรือคนทั่วไปที่เข้ามาในกรุงเทพมากกว่า แต่สำหรับคนกรุงที่ใช้ชีวิตในคอนโดส่วนใหญ่มักจะพบว่าปัญหาสำคัญอย่างหนึ่งก็คือพื้นที่คอนโดมันเล็ก ถ้าต้องการพื้นที่กว้างก็ต้องจ่ายในราคาแพงขึ้น ซึ่งมันก็คงจะยากสำหรับคนส่วนใหญ่ในกรุงเทพฯ ทำให้ไม่มีที่เก็บของ โดยเฉพาะคอนโดขนาดเล็ก 20 กว่าตารางเมตร จะไปเก็บของที่ไหนได้ แค่วางโซฟายังยากเลย ดังนั้นเราจึงเห็นคอนโดสมัยใหม่บางเเห่งมีบริการพื้นที่เก็บของให้เช่า บริเวณชั้นส่วนกลาง หรือที่จอดรถ โดยเฉพาะในการจัดเก็บอะไรที่มันใหญ่ๆอย่างเช่นถุงกอล์ฟ หรืออุปกรณ์ทำความสะอาด ยกตัวอย่างเช่น EYSE Sukhumvit 43 หรือ Conner Ratchathewi ซึ่งรูปแบบการให้เช่าพื้นที่เก็บของแบบนี้ก็เป็นที่นิยมในคอนโดที่อยู่ในประเทศญี่ปุ่นหลายแห่ง แต่ในกรุงเทพฯเอง ส่วนใหญ่แล้วมักจะเป็นแค่ตู้ Locker ปกติ ที่ใช้งานได้แค่ชั่วคราว เช่น รับฝากของ ฝากพัสดุ และมีการแจ้งเตือนไปยังเจ้าของห้องเพื่อให้มารับของบริเวณห้อง Mailroom อย่างเช่นที่เราเห็นในคอนโดของแสนสิริหลายแห่งที่มีทั้งตู้ของ Box24 และ ไปรษณีย์ไทย ซึ่งนั่นก็ดูจะไม่เพียงพอต่อความต้องการของคนส่วนใหญ่ Self-Storage จึงเป็นอีกทางเลือกอสำหรับคนที่ชอบซื้อของ มีอะไรบ้าง นอกจากการยัดเฟอร์นิเจอร์ประเภทตู้ Built in ไปให้ชิดเพดาน ให้ใช้พื้นที่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ หรือการเลือกทิ้งของที่ไม่จำเป็น แต่เดี๋ยวนี้มี Solution เพิ่มเติมมากขึ้นในเรื่องของพื้นที่เก็บของให้เช่า ซึ่งเราสามารถเลือกขนาดของพื้นที่เก็บของได้ Monitor ได้ มีระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง ห้องรับฝากของจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สะดวกสบายและเป็นตัวช่วยให้ชีวิตชาวคอนโดง่ายขึ้น โดยปัจจุบันมีหลายแบรนด์ให้คุณได้เลือกใช้บริการไม่ว่าจะเป็น IStore, REDD หรือ Keep It

 

i-Store Self Storage

ภาพ https://www.austchamthailand.com/widget/MemberNews/6905481

ธุรกิจ Self-Storage ซึ่งอยู่ในเครือของบริษัท Storage Asia โดยจับมือร่วมกันกับบริษัท Thai Movers เพื่อร่วมทำธุรกิจด้านการขนย้ายและจัดเก็บสิ่งของแบบครบวงจร กำเนิดเป็น I-Store ผู้ให้บริการเช่าห้องเก็บของ และทรัพย์สิน ระดับพรีเมียมของประเทศไทย โดยคำนึงถึงความสะดวกของลูกค้าเป็นหลัก ซึ่ง I-Store มีทำเลที่ตั้งอยู่ในศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) ทำให้สะดวกต่อการเดินทาง ใกล้รถไฟฟ้า BTS มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่มีคุณภาพ มีระบบการรักษาความปลอดภัยตลอด 24ชั่วโมง และคำนึงถึงความสะอาดของสถานที่เป็นหลักและมีขนาดให้เลือกตั้งแต่ขนาด 0.5 ตรม. ถึง 20 ตรม. ทำให้ลูกค้าเลือกขนาดห้องได้ตามความต้องการของลูกค้าโดยการให้บริการมี 4 แบบ คือ

 

1. บริการห้องเก็บของส่วนบุคคล

ภาพ https://www.i-store.co.th/th/personalstorage-1

หากคุณต้องการเพิ่มพื้นที่อยู่อาศัยด้วยการจัดเก็บสิ่งของที่ไม่ได้ใช้บ่อยครั้งให้ I-Store Self Storage เป็นตัวช่วยในการจัดการจัดเก็บสิ่งของเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์กีฬา จักรยาน โต๊ะ เก้าอี้ ของสะสมที่ไม่ได้ใช้จะของเล็กหรือของใหญ่แค่ไหนคุณสามารถเก็บสิ่งของได้ทั้งระยะสั้นและระยะยาว โดยมีขนาดห้องตั้งแต่ 0.5 ตร.ม. จนถึง 18 ตร.ม. ทำให้คุณเลือกขนาดห้องได้ตามความต้องการของคุณเอง นอกจากนั้น I-Store ยังเหมาะสำหรับความต้องการหลากหลายประเภท เช่น ในกรณีจะย้ายบ้าน ย้ายคอนโด ย้ายเฟอร์นิเจอร์หรือขายบ้านคอนโด ของจะเยอะแค่ไหนคุณก็สามารถมาฝากไว้ที่นี้ได้

 

2. บริการห้องเก็บของสำหรับลูกค้า กลุ่มธุรกิจ (Business Storage)

ภาพ https://www.i-store.co.th/th/businessstorag-1

การจัดการ พื้นที่จัดเก็บของ หรือสต็อกสินค้า สำหรับอาคารสำนักงานเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยและการเข้าถึงโดยบุคคลใดบุคคลหนึ่งเท่านั้น อีกทั้งเรื่องทำเล ก็เป็นปัจจัยสำคัญในการเข้าถึงสินค้า ต้องเดินทางสะดวก โดยทำเลที่ตั้งของ I-Store Self Storage ตั้งอยู่ในศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) ใกล้ BTS, MRT ช่วยให้ประหยัดเวลาและค่าขนส่ง  แถมยังสามารถเข้าออกได้ตลอด 24 ชม. อีกทั้งยังติดตั้งระบบความปลอดภัยมากมาย มั่นใจได้เลยว่าเอกสารหรือของใช้สำนักงานของคุณจะถูกเก็บไว้อย่างปลอดภัยไม่สูญหายหรือเสียหายแน่นอน

 

3. บริการห้องเก็บไวน์ (Wine Storage)

ภาพ https://www.i-store.co.th/th/sizeguide

ไวน์เป็นทรัพย์สินที่มีค่าและเป็นการลงทุนที่ต้องการการจัดเก็บที่เหมาะสมเพื่อให้ได้คุณค่าและคงรสชาติของไวน์ ที่ I-Store บริการเช่าพื้นที่เก็บของ เราเข้าใจถึงความสำคัญของการเก็บไวน์ที่ถูกต้อง ซึ่งห้องเก็บไวน์ของเราได้ออกแบบเพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าไวน์ของคุณจะถูกเก็บไว้ในอุณหภูมิที่เหมาะสม และมีระบบควบคุมความชื้นตามมาตรฐานของการให้บริการห้องเก็บไวน์  ทำให้คุณวางใจได้เลยว่าไวน์ของคุณจะถูกจัดเก็บไว้กับที่นี้อย่างถูกต้องตามมารตรฐานและปลอดภัยและคุณยังสามารถเข้าไปใช้บริการในห้องเก็บไวน์ส่วนตัวของคุณได้ตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนั้นที่ i-Store ยังมีบริการห้อง Wine Tasting Room สำหรับลูกค้า เพื่อความสะดวกแก่ลูกค้าที่มาใช้บริการ

 

4. BOX STORAGE (Box Storage)

ภาพ https://www.i-store.co.th/i-storego

I-Store Go Box Storage คือบริการรับฝากกล่องเก็บของส่วนตัว โดยลูกค้าสามารถสั่งกล่องเพื่อบรรจุสิ่งของได้ผ่านทาง www.i-storego.com โดยจะมีเจ้าหน้าที่ i-Store Man นำกล่องสีน้ำเงินส่งให้ลูกค้า ถึงบ้าน และเมื่อลูกค้าบรรจุสิ่งของลงในกล่อง เรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่ i-Store Man จะนำกล่องมาเก็บไว้ใน Store อย่างปลอดภัย ซึ่งสำหรับบริการรับฝากส่งกล่องกับเจ้าหน้าที่นั้นจะไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆเลยแถมมีระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมงอีกด้วย เป็นบริการที่น่าสนใจและเพิ่มความสะดวกให้แก่ลูกค้ามาก

วิธีใช้งานบริการ Box Storage ก็แสนจะง่าย ทาง I-Store มีวิดีโอประกอบให้ด้วย

https://www.youtube.com/watch?time_continue=51&v=CTMaasKRUlg

 

สถานที่จัดเก็บตั้งอยู่ใจกลางเมืองย่าน CBD เลย เดินทางสะดวกมากๆ ซึ่งจะมีทั้งหมด 2 สาขาด้วยกัน ได้แก่สาขา สีลมและสาขา สุขุมวิท 24 โดยการเดินทางก็แสนจะง่ายเพราะทั่งสองสาขาอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าBTS และสำหรับใครที่มีรถส่วนตัว i-Store เขาก็มีที่จอดรถให้ลูกค้าที่มาใช้บริการด้วย

I-Store สาขา สีลม

แผนที่ https://image.makewebeasy.net/makeweb/ /0/4HNSAO7bc/map/แผนที่สีลม_1.jpg

ตั้งอยู่ : 13 ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500

การเดินทาง : เดินทางบนถนนพระราม 4 เลี้ยวซ้ายเข้าถนนสีลมตรงไปจนถึงแยกถนนนราธิวาสราชนครินทร์ แล้วเลี้ยวขวาตรงไปจนถึงถนนสุรวงศ์ ยูเทิร์นตรงแยกถนนสุรวงศ์ i-Store ตั้งอยู่ทางซ้ายมือ

 BTS สถานีช่องนนทรี (ทางออกที่ 4)

 

I-Store สาขา สุขุมวิท24

แผนที่ https://image.makewebeasy.net/makeweb/0/4HNSAO7bc/map/new_map_sukhumvit24.jpg

ตั้งอยู่ : 51 สุขุมวิท 24 แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110

การเดินทาง : เดินทางบนถนนสุขุมวิท จากแยกอโศก เลี้ยวขวาเข้าถนนสุขุมวิท 24 ตรงเข้าไป ประมาณ 700 เมตร i-Store ตั้งอยู่ทางซ้ายมือ

 BTS สถานีพร้อมพงษ์ ทางออกที่ 3

 

 

REDD Premium Self Storage

ภาพ https://page.line.me/reddglobal  และ https://www.facebook.com/reddglobalbrand/photos/a.422368188180859

 

Premium Self Storage อาคารดีไซน์โดดเด่นด้วยสีแดงไม่เหมือนใคร ซึ่งเป็นอีกหนึ่งในธุรกิจในเครือของบริษัท The Siam Cement PCL หรือ SCG ให้บริการพื้นที่เก็บของระดับพรีเมี่ยมพร้อมช่วยให้ชีวิตคุณสะดวกสบายมากขึ้น REDD Premium Self Storage จะช่วยเพิ่มพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านให้มากขึ้น เปรียบเสมือนห้องเก็บของที่สองของบ้านคุณและพร้อมที่จะช่วยคุณให้ใช้บริการได้อย่างสะดวกและง่ายดาย ที่นี้มีขนาดห้องและบริการที่หลากหลาย มีพื้นที่ให้เช่าเก็บของตั้งแต่ขนาดเล็กเท่าตู้ Locker เก็บของไปจนถึงขนาดเทียบเท่าโรงจอดรถที่สามารถจอดรถคันใหญ่ได้ นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่เก็บของกลางแจ้งสำหรับรถ RV และเรือ หรืออะไรก็ตามที่คุณต้องการเก็บรักษา และไฮไลท์ที่ไม่มีที่ไหนเหมือนที่นี้เลยก็คือ REDD ยังมีบริการห้องแบบ Drive-in ที่มีพื้นที่เก็บของที่กว้างขวางและมีประตูม้วนขนาดใหญ่เช่นเดียวกับโรงจอดรถ นับเป็นพื้นที่ที่สมบูรณ์แบบสำหรับการเก็บรถ Supercar คันโปรดและรถขนาดใหญ่ ซึ่งถือว่าน่าสนใจมากๆ โดยในเรื่องของราคาก็จะแตกต่างไปตามขนาดของห้องและบริการที่คุณเลือก อีกทั้งยังมีบริการอื่นๆให้คุณเลือกใช้บริการไม่ว่าจะเป็น บริการรับส่งพัสดุ, COWORKING SPACE, ห้องประชุมและร้านกาแฟ, อุปกรณ์จัดเก็บของ โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องเอามาเองหรืออกไปซื้อข้างนอกให้เสียเวลา ทั้งกระดาษพลาสติกที่ออกแบบพิเศษให้หรือพลาสติกกันกระแทกก็มีให้ลูกค้า เรียกได้ว่าเรื่องของพัสดุ สิ่งของ มาที่นี้ที่เดียวครบ จบ เลย

 

REDD Premium Self Storage ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ จึงอยู่ในที่ที่เดินทางสะดวก เข้าถึงได้ง่าย ถนนไม่แคบ และหาได้ง่าย

แผนที่ https://www.redd.global/th/location

หากคุณเดินทางด้วยรถส่วนตัวก็สามารถเดินทางมาง่ายมากๆโดยขับรถมาบนทางด่วนศรีรัช ด่านศรีนครินทร์ แต่ถ้าคุณไม่ได้เดินทางด้วยรถส่วนตัว สามารถเดินทางด้วยหลากหลายวิธีไม่ว่าจะเป็น Airport Rail Link รามคำแหงและหัวหมาก, MRT พระราม 9 เพียงเท่านี้ก็ถึงอาคาร REDDแล้ว

 

Keep it Self Storage in Bangkok

ภาพ https://baan.kaidee.com/product-342976987 และ https://www.facebook.com/keepitth/photos/a.1837132013261857

บริการห้องสำหรับเก็บของส่วนตัว (Self-Storage) ภายใต้แบรนด์ Keep It จากประเทศญี่ปุ่น (http://keep-it.jp/) ที่ให้บริการห้องสำหรับเก็บของส่วนตัวที่ญี่ปุ่นกว่า 16 แห่ง 1,811 ยูนิต Keep It ประเทศไทยใช้ความรู้และประสบการณ์จากประเทศญี่ปุ่นให้บริการห้อง Self-Storage เช่นเดียวกันกับที่ญี่ปุ่น บริการห้องสำหรับเก็บของส่วนตัวของ Keep It มีห้องให้เลือกใช้บริการหลากหลายขนาด ตั้งแต่ 1 ตารางเมตร ไปจนถึง 19 ตารางเมตร รวมไปถึงล๊อคเกอร์เก็บของชิ้นเล็ก ๆ รวมทั้งหมด 186 ยูนิต มีระบบการรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง มีลานจอดรถ มีรถเข็นให้ยืมเพื่อใช้ในการขนของ มีเจ้าหน้าที่ค่อยแนะนำและให้ความช่วยเหลือเกี่ยวกับการใช้บริการห้องเก็บของส่วนตัว การให้บริการของเราคำนึงถึงความสะอาดและความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้บริการที่พึ่งพอใจกับลูกค้าของ Keep Itโดยเฉพาะ โดยสำหรับ Self-Storageของที่นี้จะมีทั้งหมด 2 แบบก็คือ Personal Storage หรือ ห้องเก็บของส่วนตัวสำหรับเก็บสิ่งของตั้งแต่ของใช้ส่วนตัวเล็ก ๆ ไปจนถึงของใช้ขนาดใหญ่ได้อย่างสะดวกสบาย และอีกแบบหนึ่งคือ Business Storage สำหรับบริการห้องเก็บของส่วนตัวสำหรับลูกค้าธุรกิจ โดยสามารถที่จะเก็บเอกสารต่าง ๆ ของบริษัทได้อย่างสะดวกสบาย และปลอดภัยด้วยระบบรักษาความปลอดภัยที่ได้มาตรฐาน

สำหรับสถานที่ตั้งของ Keep It ก็เดินทางง่ายมาก โดยตั้งอยู่ที่เอกมัยเหนือ มีลานจอดรถให้สำหรับลูกค้าหรือหากมาโดยรถไฟฟ้าก็สะดวกเหมือนกัน

แผนที่ https://www.facebook.com/keepitth/photos/a.1810067149301677

ที่ตั้ง 47/4 ซอยนวลน้อย (ซอยเอกมัย 28)  แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110

 

โดยทางเราได้ทำสรุปเป็นตารางเปรียบเทียบ Benefit ของแต่ละแบรนด์มาให้คุณเลยว่าแบรนด์ไหนเป็นยังไง แตกต่างกันตรงไหน เผื่อใครสนใจอยากใช้บริการสามารถมาดูสรุปที่ตารางนี้ได้เลย เพื่อช่วยในการตัดสินใจ

 

สำหรับวิธีเข้าใช้บริการก็แสนจะง่ายและเหมือนกันทุกที่ มีแค่ 3 ขั้นตอนเท่านั้นคุณก็สามารถใช้บริการรับฝากของได้แล้ว

ภาพ https://leoselfstorage.com/

จะเห็นได้ว่าจากทั้ง 3 แบรนด์ที่เราเลือกมาทั้งราคา ขนาดของห้องแต่ละประเภท ความปลอดภัย รวมถึงโปรโมชั่นหรือ Extra Benefit อื่นๆ จะไม่ค่อยแตกต่างกันมากนัก เอาเป็นว่าสำหรับใครที่สนใจก็สามารถเลือก Location ที่ใกล้ที่พักอาศัยจะดีกว่าเพิ่มการประหยัดค่าขนส่งไปในตัวด้วย แต่สำหรับคนทั่วไปอาจจะมองว่าราคาค่าบริการอาจจะสูงหรือยังคงเห็นว่า Self-storage เป็นสิ่งไม่จำเป็น แต่เรากลับมองว่าธุรกิจนี้จะเหมาะกับผู้ที่อาศัยอยู่ในคอนโดมิเนี่ยม ห้องเล็กๆ ไม่มีที่เก็บของ น่าจะเป็นกลุ่มเป้าหมายและกลายเป็นสิ่งที่จำเป็นในการดำเนินชีวิตของพวกเขา ที่สำคัญไม่ต้องกังวลว่าของเราจะเสียหายหรือสูญหายได้เลยเพราะแต่ละที่เขามีระบบความปลอดภัยที่ดีแถมบางแบรนด์เช่น RADD ยังสามารถติดตามสถานะทางแอพพลิเคชั่นได้อีกด้วย แม้ว่า ธุรกิจSelf-Storage ยังเป็นสิ่งค่อนข้างใหม่ในเมืองไทย แต่เรามองว่ามีโอกาสเติบโตสูงขึ้นในอนาคต เนื่องจากปัจจุบันนี้ไลฟสไตล์ของคนกรุงเทพฯได้เปลี่ยนไป คนนิยมอาศัยในคอนโดมิเนี่ยมกันมากขึ้น อีกทั้งมีการซื้อขายสินค้าก็เป็นลักษณะของ e-commerce ที่มากขึ้น ส่งผลให้ในอนาคตธุรกิจห้องรับฝากของจะเป็นธุรกิจที่คนไทยรู้จักมากขึ้นและมีผู้สนใจใช้บริการเพิ่มขึ้น โดยสำหรับภาพรวมตลาด Self-Storage ปี 2562 ได้มีการประเมินว่าธุรกิจนี้มีแนวโน้มการเติบโตที่ดีจากการขยายตัวของภาคอสังหาฯ ขณะที่ปัจจุบันตลาดพื้นที่เช่าเก็บของในไทยมีพื้นที่รวมอยู่ที่ประมาณ 15,000 ตร.ม. และคาดว่ามูลค่าตลาดพื้นที่เช่าเก็บของในไทยอีก 5 ปีข้างหน้าจะอยู่ที่ประมาณ 400,000 อีกทั้งรวมไปถึงผู้เล่นในธุรกิจนี้จะต้องเพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่น่าจับตามองเป็นอย่างมาก

 

ข้อมูลจาก กรุงเทพธุรกิจ

 



Pawanrat D

Pawanrat D

Content Creator จบใหม่ไฟแรงที่คลั่งไคล้ในBeautyและฝันอยากเป็น Beauty Editor แต่จับพลัดจับผลูให้มาทำเกี่ยวกับProperty โดยไม่ได้มีความรู้เกี่ยวกับอสังหาฯและการดีไซน์มาก่อนเลย แต่อาศัยความชอบคิด ขีด เขียนและค้นคว้าสิ่งใหม่ๆอยู่เสมอ

เว็บไซต์

Nomadlist.com จัดอันดับ Top 10 เมืองไทยน่าอยู่น่าทำงานสำหรับชาว Digital Nomad

Digital Nomad คำนี้คนไทยอาจจะยังไม่คุ้นเคยมากนัก แต่จริงๆ ก็มีความใกล้เคียงกับงานฟรีแลนซ์ แต่ก็ไม่เหมือนกันสักทีเดียว เรามาทำความรู้จักคำว่า Digital Nomad กันก่อนดีกว่า อ่านต่อ




ที่สุดของ The Residences at Mandarin Oriental, Bangkok (3: Privacy & Sustainability)

หากนิยามความหรูหราของคุณต้องมาพร้อมกับความเป็นส่วนตัวที่มากกว่าปกติ The Residences at M... อ่านต่อ

ที่สุดของ The Residences at Mandarin Oriental, Bangkok (2: Signature Design)

ด้วยทำเลที่ตั้งริมแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงที่คึกคัก ติด ICONSIAM และเป็นศูนย์รวมเรื่องราวทาง... อ่านต่อ

ที่สุดของ The Residences at Mandarin Oriental, Bangkok (1: One of a kind Branded Residences)

สำหรับเหล่านักเดินทางเหนือระดับที่มองหาที่พักอาศัยสุดหรู อันจะช่วยเติมเต็มประสบการณ์การ... อ่านต่อ

ใช้อารมณ์ในการเจรจาต่อรองอสังหา ช่วยทำให้ถือไพ่เหนือกว่า หรือว่า พลาดท่ากันแน่? Emotions in Real Estate Negotiations

ในสนามแห่งการเจรจาต่อรองไม่ว่าในเรื่องใด ใครๆ ก็อยากให้ผลประโยชน์มาตกอยู่ที่ฝั่งของตนเอ... อ่านต่อ