บ้านเอสซี “Live and Learn Home – บ้านที่พร้อมปรับไปตามชีวิตที่เปลี่ยน” ให้ทุกการเปลี่ยนแปลง เป็นเรื่องราวอันงดงามของครอบครัว
เมื่อช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC ผู้นำอสังหาริมทรัพย์คุณภาพสูงและมีนวัตกรรม ได้สร้างแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ให้กับตลาดโครงการแนวราบด้วยการเดินหน้าพลิกโฉมบ้านเดี่ยวภายใต้แนวคิด “Live and Learn Home” หรือ “บ้านที่สร้างจากชีวิตจริง” ซึ่งถอดรหัสจากอินไซต์ (Insight) การอยู่อาศัยของลูกบ้านกว่า 38,000 ครอบครัว มาสร้างสรรค์งานออกแบบพื้นที่ เป็น Space Design ที่แก้ Pain Point และรองรับการเปลี่ยนแปลงของครอบครัวในระยะยาวได้อย่างตรงจุด ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบโซน Pantry บนชั้น 2 เพื่อความสะดวกในการใช้ชีวิตยามค่ำคืน หรือการปรับขนาดห้องนอนทุกห้องให้มีความกว้างใกล้เคียงกัน และ His & Her Walk-in Closet เพื่อรองรับความต้องการของสมาชิกในทุกช่วงชีวิตตามแนวคิด “Live every stage, Learn every change” พร้อมตอกย้ำความเป็นผู้นำแบรนด์บ้านเดี่ยวอันดับ 1 ของไทย ด้วยการเปิดตัวบ้าน 8 ซีรีส์ใหม่ 27 ดีไซน์ ที่มีให้เลือกหลายทำเล หลายโครงการตั้งเเต่ แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด ถึง เวนิว ไอดี ช่วงราคาเริ่มต้นประมาณ 8–80 ล้านบาท ควบคู่กับการจับมือกับ คุณบอย โกสิยพงษ์ นำบทเพลงอมตะระดับตำนานอย่าง “Live and Learn” มาเรียบเรียงและบันทึกเสียงเวอร์ชันใหม่ เพื่อเชื่อมโยงความหมายของบทเพลงเข้ากับเรื่องราวการเติบโตและการใช้ชีวิตจริงภายในบ้านอย่างลงตัว
ความสำเร็จของแคมเปญ “Live and Learn Home” ไม่ได้หยุดอยู่เพียงเสียงตอบรับเชิงอารมณ์ความรู้สึก แต่ยังสะท้อนออกมาเป็นตัวเลขผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมทั้งในด้านยอดขายที่เติบโตอย่างโดดเด่น และยอดผู้เข้าเยี่ยมชมโครงการโดยรวม ส่งผลให้ในปี 2569 นี้ บริษัทคาดการณ์ว่าจะสามารถปิดการขาย (Sold Out) โครงการบ้านเดี่ยวและทาวน์โฮมในเครือ รวมประมาณ 19 โครงการ มูลค่าโครงการรวมกว่า 25,600 ล้านบาท แบ่งเป็น โครงการที่สามารถปิดการขายแล้ว 4 โครงการ อาทิ โครงการ คอนนาเซอร์ พัฒนาการ, โครงการ แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด ราชพฤกษ์ – ปิ่นเกล้า, โครงการ วี คอมพาวด์ ติวานนท์-รังสิต, โครงการ เวิร์คเพลส รามอินทรา-พระยาสุเรนทร์ และโครงการที่ใกล้ปิดการขายอีก 15 โครงการ อาทิ โครงการ แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด สุขสวัสดิ์ – พระราม3, โครงการ แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด กรุงเทพกรีฑา, โครงการ บางกอก บูเลอวาร์ด ซิกเนเจอร์ เวสต์เกต
โดยในช่วงไตรมาส 4/2569 SC พร้อมเดินหน้าสานต่อแนวคิด Live and Learn Home อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความแตกต่างให้กับแบรนด์บ้านของ SC ตั้งแต่การพัฒนาสินค้า การออกแบบพื้นที่ (Space Design) ไปจนถึงประสบการณ์หลังการขาย ผ่านบ้าน8 ซีรีส์ใหม่ ใน 19 โครงการ บนทำเลศักยภาพ ครอบคลุมทั้งแบรนด์แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด (Grand Bangkok Boulevard) บางกอก บูเลอวาร์ด ซิกเนเจอร์ (Bangkok Boulevard Signature) บางกอก บูเลอวาร์ด (Bangkok Boulevard) เวนิว (Venue) และแบรนด์ใหม่เดอะ พาวิลเลียน (The Pavilion) ในหลากหลายทำเล ซึ่งมาพร้อมแบบบ้านที่ให้ความรู้สึกร่วมสมัย ปัจจุบัน SC เปิดตัวแล้ว 4 ซีรีส์ ได้แก่ Cape Dutch Revival, Modern Tropical, Pause Series และ Mid-Century Modern
นอกจากนี้ คุณณัฏฐกิตติ์ ศิริรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานนวัตกรรมการตลาด และการออกแบบ ยังร่วมเปิดอินไซต์สะท้อนแนวคิดสำคัญว่า “เพราะความต้องการของผู้บริโภคเป็นหัวใจสำคัญในการออกแบบ เราเข้าใจว่าทุกคนมีความต้องการและความคาดหวังที่แตกต่างกันออกไป การออกแบบจึงไม่ได้มาจากแค่ความสวยงามหรือฟังก์ชันเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ต้องเริ่มต้นจากการเข้าใจในพฤติกรรมและความต้องการเฉพาะของแต่ละบุคคลอย่างแท้จริง การสร้างพื้นที่ที่ตอบโจทย์และเสริมสร้างคุณภาพชีวิตให้ผู้อยู่อาศัย ไม่ว่าคุณจะเป็นคนที่ชอบความเงียบสงบหรือการพบปะสังสรรค์ บ้านของคุณควรสะท้อนตัวตนและทำให้คุณรู้สึกเป็นตัวเองในทุกๆ วัน สำหรับ SC ทุกครั้งที่ลูกบ้าน Live คือโอกาสที่เราได้ Learn เราเรียนรู้จากการใช้ชีวิตจริงของลูกบ้านในทุกช่วงเวลา เพื่อนำ Insight เหล่านั้นมาพัฒนาเป็นโซลูชันใหม่ๆ สร้างสรรค์ Space Design หรือการออกแบบพื้นที่ที่ช่วยแก้ Pain Point ในการอยู่อาศัยจริง เราไม่ได้สร้าง Live and Learn Home จากสมมติฐาน แต่มุ่งมั่นสร้างจากชีวิตจริงของผู้คน และสะท้อนออกมาเป็นการพลิกโฉมบ้าน 8 ซีรีส์ใหม่ ใน 19 โครงการ ภายใต้ 5 แบรนด์ ได้แก่ แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด, บางกอก บูเลอวาร์ด ซิกเนเจอร์, บางกอก บูเลอวาร์ด, เวนิว ไอดี และเดอะ พาวิลเลียน โดยพัฒนาพื้นที่ต่างๆ ให้สอดรับกับการใช้ชีวิตของคนในบ้าน เช่น Double Living ที่ปรับเปลี่ยนการใช้งานได้, Equitable Bedroom ห้องนอนพี่น้องที่มีขนาดเท่ากัน, Secondary Pantry พื้นที่อเนกประสงค์ชั้น 2 และ His & Her Walk-in Closet รวมถึง Cinematic Space ที่ตอบโจทย์คนที่ต้องการบ้านโปร่งและใกล้ชิดธรรมชาติมากขึ้น ด้วย Living ที่เพดานสูงและกระจกบานใหญ่ที่เปิดมุมมองสวนได้มากขึ้น และ Open Space Living ที่ช่วยให้สมาชิกในครอบครัวทำกิจกรรมที่แตกต่างกันได้ในพื้นที่เดียวกัน โดยยังรู้สึกว่าได้ใช้เวลาอยู่ร่วมกัน ที่พร้อมตอบโจทย์การใช้ชีวิตของครอบครัวยุคใหม่ในทุกมิติ”























