นิติอาคารชุดกำลังเสี่ยงคดีโดยไม่รู้ตัว จากการขอสัญญาเช่า (พร้อมแนวทางรับมือสำหรับเจ้าของร่วม เมื่อถูกขอเอกสารเกินจำเป็น)
ช่วงนี้มีเคสที่นิติบุคคลฯ ขอสัญญาเช่าทั้งฉบับ จากเจ้าของห้องที่ปล่อยเช่าเยอะขึ้นเรื่อยๆ โดยให้เหตุผลว่าต้องใช้เพื่อความปลอดภัย ฟังดูเหมือนสมเหตุสมผล แต่เอาเข้าจริง นี่คือจุดที่หลายที่กำลังก้าวพลาดแบบไม่รู้ตัว เพราะสิ่งที่นิติกำลังทำ ไม่ใช่แค่การเก็บข้อมูลธรรมดา แต่มันเข้าไปแตะเรื่องกฎหมายข้อมูลส่วนบุคคลเต็มๆ
สิทธิของนิติน่ะมี…แต่ไม่ใช่ขอได้ทุกอย่าง
ต้องยอมรับก่อนว่า นิติบุคคลมีหน้าที่ดูแลความปลอดภัยจริง ตาม พระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. 2522 เพราะฉะนั้นจะขอรู้ว่าใครเข้ามาอยู่ เป็นใคร มาพักช่วงไหน อันนี้โอเคเลย ไม่มีปัญหา
แต่ปัญหามันเริ่มตอนขอทั้งสัญญา เพราะสัญญาเช่าไม่ใช่แค่บอกว่าใครอยู่ มันมีค่าเช่า เงื่อนไข เงินมัดจำ ข้อตกลงส่วนตัว ซึ่งไม่ได้เกี่ยวอะไรกับหน้าที่ของนิติเลยแม้แต่นิดเดียว
กฎหมายข้อมูลส่วนบุคคล คือจุดที่นิติฯ พึงระวัง
ภายใต้ พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หลักมันง่ายมาก คือ เก็บข้อมูลได้เท่าที่จำเป็น เท่านั้น
พอนิติฯ ขอสัญญาทั้งฉบับ มันแปลว่า นิติฯ กำลังเก็บข้อมูลเกินความจำเป็นทันที และถ้าวันหนึ่งข้อมูลพวกนี้หลุด ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ นิติบุคคลจะกลายเป็นคนรับเต็มๆ เพราะถือว่าเป็นคนเก็บข้อมูล (Data Controller)
ลองคิดภาพง่ายๆ ถ้ามีสัญญาเช่ากองหนึ่งในออฟฟิศ แล้วมีใครถ่ายรูปหลุดออกไป หรือพนักงานเอาไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ เรื่องมันไม่จบแค่ขอโทษ แต่มันไปถึงขั้นเรียกร้องค่าเสียหายได้เลย และคนที่จ่ายเงินทั้งค่าทนายและค่าเสียหายคือนิติบุคคลฯ ซึ่งก็คือเงินของเหล่าลูกบ้านเจ้าของร่วมทุกคนนั่นเอง


