ทำไมผู้สูงอายุยุคนี้ควรจะเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ ย้ายจากบ้านมาอยู่คอนโดมิเนียม

สังคมไทยเริ่มเปลี่ยนเป็นสังคมผู้สูงอายุกันแล้ว ผู้สูงอายุแต่ละคนมีไลฟ์สไตล์ไม่เหมือนกัน บางคนชอบอยู่บ้าน ตึกแถวทาวน์โฮมกับลูกหลาน แต่ปัญหาที่พบเห็นในตอนนี้คือ ลูกหลานมักจะแยกครอบครัวออกไป ยิ่งถ้าลูกหลานแต่งงานมีลูกก็อาจจะออกไปซื้อบ้านอยู่กันเอง ทำให้จากบ้านที่เคยมีสมาชิกเยอะแยะ กลายเป็นต้องอยู่กันสองตายาย ผู้สูงอายุก็จะเริ่มเหงา ไม่มีสังคม ไม่ค่อยมีใครคุยด้วย คิดมาก เกิดอาการซึมเศร้าและโหยหาลูกหลาน บางคนอยู่บ้านหลังใหญ่ มีพื้นที่กว้างขวาง เดินจากหน้าบ้านไปหลังบ้านต้องใช้เวลานาน เมื่อบ้านใหญ่ แต่คนอยู่น้อย ความรู้สึกโหวงเหวงก็เข้ามา แถมบ้านใหญ่นั้นการทำความสะอาดไม่ใช่เรื่องสนุก จะจ้างแม่บ้านมาทีก็ต้องจ้างหลายคน เปลืองเงิน แต่ถ้าจะทำความสะอาดเองก็เหนื่อย ขี้เกียจมาทำเองอีก แล้วทีนี้จะทำยังไงดี มีทางออกใดบ้างสำหรับผู้สูงอายุในยุคนี้

ที่มาของภาพ https://pixabay.com/


ความเห็นส่วนตัวคิดว่า การที่ผู้สูงอายุย้ายออกจากบ้านมาอยู่ในคอนโดมิเนียมก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจมาก เพราะคอนโดมิเนียมมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากกว่าบ้าน ห้องออกกำลังกาย  สระว่ายน้ำ ร้านค้าต่างๆ คอนโดมิเนียมมีผู้คน มีสังคม มีพื้นที่ส่วนกลางให้เราได้พบปะเจอคนอยู่เป็นประจำ เราสามารถมีเพื่อนใหม่ต่างวัยหรือวัยเดียวกันได้ คอนโดมิเนียมมีขนาดเล็กกว่าบ้าน ทำให้ดูแลรักษาง่าย แค่ปัดกวาดเช็ดถูด้วยตัวเองก็เป็นการออกกำลังกายไปในตัวที่ไม่เหนื่อยเกินไป คอนโดมิเนียมมักจะอยู่ในทำเลที่สะดวกสบายมากกว่า บางโครงการใกล้กับโรงพยาบาล ใกล้ห้างสรรพสินค้า ใกล้ตลาดที่มีของกินที่เราชื่นชอบ คอนโดมิเนียมสมัยนี้ตอบโจทย์ผู้พักอาศัยสูงอายุได้

 

มีตัวอย่างของคุณลุงท่านหนึ่งที่ชื่นชอบพักอาศัยใน Serviced Apartment ในตึกสูงมากกว่าอยู่บ้าน คุณลุงท่านนี้บอกว่าชอบอยู่แบบที่มีคนบริการให้มากกว่า ไม่ต้องทำความสะอาดเอง รู้สึกสบายเหมือนได้อยู่โรงแรม อยากจะไปไหนก็ไปไม่ต้องห่วงบ้านเพราะมีระบบรักษาความปลอดภัย รู้สึกตัวเองไม่มีภาระอะไร

 

คุณป้าอีกท่านหนึ่งมีบ้านหลังใหญ่หลังละราคาหลายสิบล้าน เริ่มบ่นให้ฟังว่าบ้านที่อยู่นั้นใหญ่เกินไป อยากจะไปหาซื้อคอนโดมิเนียมห้องเล็กๆ ที่ใกล้บ้านปัจจุบันอยู่ ไม่อยากปวดหัวจะต้องมาดูแลบ้าน ถ้าขายได้ก็อยากขายบ้านนี้ทิ้งไปซื้อคอนโดอยู่ซะเลย

 

คุณป้าอีกคน อยากอยู่บ้านแต่ไม่มีเงินที่จะพอจะซื้อบ้านได้เลยอยู่ที่คอนโดมิเนียมแทน แต่ไม่ชอบคอนโด High rise เพราะเป็นคนกลัวลิฟท์สูงๆ และกลัวว่าถ้าไฟไหม้ขึ้นมาอย่างน้อยจะได้วิ่งลงหนีทัน จึงเลือกที่จะอยู่คอนโดมิเนียมชั้นเตี้ยๆ เช่นชั้น 1 ชั้น 2 เป็นที่นิยมของคนสูงวัย

 

ปัจจุบันคอนโดมิเนียมในไทยที่ออกแบบมาสำหรับผู้สูงอายุโดยเฉพาะนั้นไม่ค่อยมี ผู้เขียนพบอยู่ที่เดียวคือ โครงการสวางคนิเวศที่จัดทำโดยสภากาชาดไทย ออกแบบเพื่อผู้สูงอายุและมี Facility ที่โดนใจ มีการคัดผู้พักอาศัยที่มีรสนิยมเดียวกัน เป็นสังคมน่าอยู่สำหรับผู้สูงอายุ ผู้เขียนคิดว่านักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ควรจะเริ่มใส่ใจกลุ่มตลาดผู้สูงอายุที่ต้องการอยู่คอนโดมิเนียมว่าพวกเขามีความต้องการอะไร ไม่ต้องการอะไร แล้วทำโครงการที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุเพื่อช่วยแก้ปัญหาสังคม ช่วยให้ผู้สูงอายุไม่เหงา และมีความเป็นอยู่ที่ดีมีความสุข

 

ในความคิดเห็นของผู้เขียนคิดว่าโครงการคอนโดมิเนียมสำหรับผู้สูงอายุที่ดีจะต้องมีตั้งอยู่ในทำเลที่ใกล้บริการสาธารณสุข ใกล้โรงพยาบาล ใกล้ตลาดนัดที่ขายของที่ผู้สูงวัยสนใจ ทำเลที่นักพัฒนาควรสนใจคือ ย่านประชานิเวศน์  1 ใกล้กับตลาดบองมาเช่ ใกล้โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ประชาชื่น แวดล้อมด้วยร้านอาหารสไตล์ Babyboom มีซูเปอร์มาเก็ตและตลาดสด ประชานิเวศน์ 1 ถือเป็นทำเลที่เหมาะสมกับการทำคอนโดมิเนียมสำหรับผู้สูงอายุเพราะสิ่งอำนวยความสะดวกที่โดนใจผู้สูงอายุเยอะมากครับ

แนวทางการพัฒนาควรจะทำพื้นที่ส่วนกลางที่เป็นห้อง Common Room ขนาดใหญ่ให้เป็นห้องเอนกประสงค์ จัดทำคล้ายสโมสรที่ปรับใช้เป็นกิจกรรมได้หลากหลาย ไม่ว่าจะนั่งคุย กินข้าว ห้องประชุม ร้องคาราโอเกะ ทำงานกิจกรรมประดิษฐ์ต่างๆ สระว่ายน้ำควรเป็นสระที่ไม่ต้องใหญ่และไม่ต้องลึก ไว้เพื่อออกกำลังกายหรือเต้นในน้ำก็เพียงพอ ควรมีบริการเลขาบริการช่วยเหลือเล็กๆ น้อยๆ เช่น จัดการให้พนักงานทำความสะอาดห้อง ช่างซ่อมต่างๆ สั่งอาหารให้ เรียก Taxi ให้ รับฝากของ หรือเป็นเพื่อนคุยแก้เหงาให้กับผู้สูงอายุได้ด้วย พนักงานผู้ให้บริการจะต้องมีจิตใจรักการบริการผู้สูงอายุ ชอบอยู่กับคุณลุงคุณป้า นอกจากนี้ควรมี facility เกี่ยวกับการเเพทย์เบื้องต้นเอาไว้ด้วย เช่น อุปกรณ์ปฐมพยาบาลและตรวจวัดต่างๆ ซึ่งก็จัดให้อยู่ในห้องเอนกประสงค์นั่นเอง แต่ละปีทางนิติบุคคลก็จัดจ้างแพทย์ พยาบาลจากโรงพยาบาลมาตรวจสุขภาพหมู่ทุกๆ 6 เดือนเพื่ออำนวยความสะดวกไม่ต้องออกไปโรงพยาบาลเอง เหล่านี้คือ Facility ที่ผู้สูงอายุต้องการครับ

ที่มาของภาพ https://pixabay.com/

 

การเดินทางและคมนาคมสำหรับผู้สูงอายุ การขับรถเองเป็นเรื่องที่ลดความสำคัญลงมา แต่จะให้ผู้สูงอายุเหาะเหินขึ้นลงรถไฟฟ้า จาก insight ผู้สูงอายุในไทยยุคนี้บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า “ขี้เกียจไต่บันได” ดังนั้นการเดินทางด้วยรถยนต์ก็ยังสำคัญอยู่ แต่พวกเขาไม่อยากขับรถเองแล้วเพราะด้วยสายตาที่มองเห็นไม่ชัดเจน ถ้ามีคนช่วยขับให้ก็จะเป็นบริการที่ชื่นชอบมาก ดังนั้นคอนโดมิเนียมสำหรับผู้สูงอายุอาจจะมีการจ้างคนขับส่วนกลางเอาไว้ให้ขับรถส่วนตัวของท่านลูกบ้านทั้งหลายเอาไว้ ส่วนคนไหนไม่มีรถยนต์ก็ขอให้มีบริการเรียกรถ Taxi ที่สะดวกสบาย ผู้สูงอายุสมัยนี้ทันสมัยเล่นไลน์เล่นมือถือเป็น สอนให้ใช้ UBER, GRAB ก็ได้ครับ เป็นบริการที่ตอบโจทย์ นั่งรถสบายๆ ไม่ต้องขับเอง

 

ลักษณะภายในห้องที่พักอาศัย ควรจะเป็นประตูบานเลื่อนที่เปิดสะดวก มีการออกแบบห้องที่น่าอยู่ ระบบระบายอากาศระหว่างประตูไปถึงระเบียงที่ดี เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้ในห้องต้องมีความง่าย ไม่ซับซ้อน ความสูงและระยะเอื้อมมือของเฟอร์นิเจอร์ต่่างๆ ต้องเป็นไปตามหลัก Ergonomic และเหมาะสมกับผู้สูงอายุในแต่ละแบบ บางคนอาจจะใช้ wheel chair บางคนดูแลตัวเองได้ปกติ ทางผู้พัฒนาอสังหาฯ ต้องศึกษาให้แน่ชัดว่าจะเจาะกลุ่มตลาดใด

 

การบริการหลังการขายคอนโดมิเนียมควรมีบริการช่วยเหลือลูกบ้านต่างๆ ที่กล่าวมา บริการฝากดูแลทรัพย์สิน และบริการฝากปล่อยเช่าในกรณีที่ผู้สูงอายุท่านนั้นไปสวรรค์แล้วก็ให้ผู้สูงอายุท่านอื่นๆ มาเช่าต่อได้และลูกหลานก็สามารถได้รับประโยชน์เป็นมรดกต่อไป

 

ณ วันนี้ แม้คอนโดมิเนียมที่ออกแบบมาเพื่อผู้สูงอายุจะยังมีไม่มาก แต่ถ้าเราผู้อ่านในฐานะที่เป็นลูกหลานของผู้สูงอายุหรือคุณอาจจะเป็นผู้สูงอายุที่ต้องการคอนโดมิเนียมอย่างที่เขียนไปข้างต้น คุณสามารถเสนอแนะให้กับฝ่ายการตลาดของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่คุณชื่นชอบได้ให้เขาไปพิจารณาจัดทำโครงการคอนเซปต์แบบนี้ดูครับ ผมเชื่อว่าในอนาคตการพัฒนาอสังหาจะต้องฟังเสียงลูกค้ามากขึ้นและจะมีการพัฒนาที่มากกว่าแค่เอาปูนมาประกอบเป็นห้องแล้วขาย แต่ลูกค้าในอนาคตจะคาดหวังกับบริการที่โดนใจมากขึ้น ต่อไปคนจะไม่ได้ซื้อแค่ห้อง แต่ซื้อไลฟ์สไตล์ครับ ขอฝากเป็นโจทย์คิดให้กับเหล่านักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ยุคใหม่ที่ใส่ใจกับคนทุกวัยครับ ขอบคุณครับ



ต่อทอง ทองหล่อ

ต่อทอง ทองหล่อ

บรรณาธิการสื่อเกี่ยวกับการศึกษา และ Blogger ผู้มีผลงานการวิเคราะห์ด้านอสังหาฯ มามากกว่าร้อยบทความ ยังเป็นผู้สนใจลงทุนคอนโดมิเนียม ชอบใช้ชีวิตแบบ Digital Nomad รักการเดินเท้าและเลือกใช้ขนส่งมวลชนสำรวจความเปลี่ยนแปลงของทำเลสถานที่ผ่านมุมมองการเข้าใจมนุษย์ นอกจากนี้ยังเป็น Active Citizen ช่วยขับเคลื่อนพัฒนาเมืองผ่านงานเขียนและเครื่องมือสื่อสารที่เชื่อมรัฐกับประชาชน เป้าหมายระยะยาวต้องการเห็นคุณภาพชีวิตการอยู่อาศัยที่ดีขึ้นของทุกคนในสังคม ติดตามผลงานได้ที่ https://matttortong.weebly.com

เว็บไซต์

Nomadlist.com จัดอันดับ Top 10 เมืองไทยน่าอยู่น่าทำงานสำหรับชาว Digital Nomad

Digital Nomad คำนี้คนไทยอาจจะยังไม่คุ้นเคยมากนัก แต่จริงๆ ก็มีความใกล้เคียงกับงานฟรีแลนซ์ แต่ก็ไม่เหมือนกันสักทีเดียว เรามาทำความรู้จักคำว่า Digital Nomad กันก่อนดีกว่า อ่านต่อ




ที่สุดของ The Residences at Mandarin Oriental, Bangkok (3: Privacy & Sustainability)

หากนิยามความหรูหราของคุณต้องมาพร้อมกับความเป็นส่วนตัวที่มากกว่าปกติ The Residences at M... อ่านต่อ

ที่สุดของ The Residences at Mandarin Oriental, Bangkok (2: Signature Design)

ด้วยทำเลที่ตั้งริมแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงที่คึกคัก ติด ICONSIAM และเป็นศูนย์รวมเรื่องราวทาง... อ่านต่อ

ที่สุดของ The Residences at Mandarin Oriental, Bangkok (1: One of a kind Branded Residences)

สำหรับเหล่านักเดินทางเหนือระดับที่มองหาที่พักอาศัยสุดหรู อันจะช่วยเติมเต็มประสบการณ์การ... อ่านต่อ

ใช้อารมณ์ในการเจรจาต่อรองอสังหา ช่วยทำให้ถือไพ่เหนือกว่า หรือว่า พลาดท่ากันแน่? Emotions in Real Estate Negotiations

ในสนามแห่งการเจรจาต่อรองไม่ว่าในเรื่องใด ใครๆ ก็อยากให้ผลประโยชน์มาตกอยู่ที่ฝั่งของตนเอ... อ่านต่อ