ทำความรู้จักกับ TAIT 12 โครงการ Luxury Condo ล่าสุดจาก Raimon Land X Tokyo Tatemono บนทำเลศักยภาพที่ยังไม่สิ้นสุด หนึ่งเดียวของสาทร

ปี 2018 สำหรับผมแล้วนับว่าเป็นปีที่ดีเวลลอปเปอร์ชั้นนำหลายๆรายไม่ค่อยจะมีประเด็นอะไรในเชิงกลยุทธ์ธุรกิจที่สร้างความตื่นเต้นให้กับตลาดมากนัก แม้กระทั่งการเปิดตัวโครงการใหม่ หรือคอนโดแบรนด์ใหม่ๆก็แทบจะไม่มีให้เห็นในหมู่ผู้นำตลาดหลายรายที่อยู่ในกลุ่ม Top 5 จนจะจบปีแล้วก็เห็นจะมีแบรนด์ใหม่เพียงแค่ 2-3 แบรนด์เปิดตัว ที่เหลือก็เป็นการเก็บเกี่ยวผลผลิตจากโครงการสร้างเสร็จที่พร้อมทยอยโอน ยิ่งเป็นในกลุ่มตลาด Luxury Condo ขึ้นไปแล้ว ต้องบอกว่าเงียบเหงามาก เพราะส่วนใหญ่ที่มีการเปิดตัวกันก็ไม่ได้เป็นแบรนด์ใหม่จากผู้เล่นรายหลักของตลาด…แต่จากการเก็บข้อมูลของผมมาตลอดปี ผมเองก็มาเจอเรื่องที่ค่อนข้างเซอร์ไพร์สว่ามีบริษัทมหาชนรายนึง ที่มีภาพลักษณ์สั่งสมดีงามในกลุ่มตลาดคอนโดระดับ Luxury ขึ้นไป ที่กลับทำตัวสวนกระแสตลาดด้วยการเดินหน้ารุกตลาดในแบบ Aggressive ที่สุด เท่าที่เคยก่อตั้งบริษัทมา นั่นคือ ไรมอน แลนด์ (Raimon Land) ครับ

จากแผนภาพ Business Milestone ด้านบน ถ้าใครที่ไม่ได้มองปี อาจจะคิดว่า หลักไมล์ในเชิง Strategic Movement นี้เป็นการฉายภาพรวมอย่างน้อยก็ 4-5 ปีขึ้นไป แต่แท้จริงแล้วทั้งหมดนี้เกิดขึ้นภายในระยะเวลาเพียงแค่ไม่ถึง 11 เดือนของปี 2018 นี้เองครับ

 

ธุรกิจของ Raimon Land เริ่มฉายแววสดใสตั้งแต่ต้นปีด้วยการเปิด Sale Gallery ของ The Lofts Silom โครงการที่เปิดตัวอย่างกะทันหันในช่วงปลายปี 2017 แต่ก็กวาดยอดขายไปได้มากถึง 90% ทั้งๆที่ยังไม่ได้เริ่มสร้างห้องตัวอย่าง พร้อมทำสถิติเป็นคอนโดตัวแรกของบริษัทที่มียอด Take up rate ในช่วงพรีเซลสูงที่สุด

จากนั้นก็ได้เริ่มก้าวเข้าสู่ธุรกิจ Recurring Income สาย F&B ด้วยการจับมือกับบ้านหญิง กรุ๊ป ไปเปิดร้านอาหารแบรนด์ใหม่ที่สิงค์โปร์ ซึ่งหากใครที่มองเผินๆก็อาจจะเห็นตัวเลขไม่มากนัก แต่ Raimon Land ก็มีแผนที่จะขยายธุรกิจไปทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และประเทศจีน โดยจะเปิดร้านอาหารรวม 10-15 สาขา ภายในปี พ.ศ. 2563 ซึ่งการจับมือกันครั้งนี้ คาดการว่าจะสร้างรายได้กว่า 100 ล้านบาท ในปี พ.ศ. 2561 และเติบโตไปเป็น 1,000 ล้านบาทภายใน 5 ปีข้างหน้า

และเมื่อช่วงเดือนเมษายน Raimon Land ได้ต่อยอดกลยุทธ์ Strategic Partnership ในส่วนของการพัฒนาโครงการอสังหาฯ มากขึ้นด้วยการเข้าเป็นพันธมิตรหลักกับ Tokyo Tatemono บริษัทอสังหาฯชั้นนำในตลาดหลักทรัพย์อีกรายจากญี่ปุ่น ซึ่งดูแล้วตัวผมเองก็แอบคิดว่าหากบริษัทนี้ จะร่วมหัวจมท้ายกับพันธมิตรต่างชาติสักราย ชาตินั้นก็น่าจะเป็นคนบ้านเดียวกัน ที่ถนัดนักในการสร้างคอนโดอย่างสิงค์โปร์เป็นแน่แท้ โดยภาพใต้กรอบความร่วมมือ ทั้งสองบริษัทมีแผนที่จะเปิดโครงการที่มีมูลค่า 8,000 – 10,000 ล้านบาทต่อไป เฉลี่ยปีละ 2 โครงการ เริ่มต้นจาก 2 โครงการแรก รวมมูลค่าโครงการกว่า 9.2 พันล้านบาท คือ TAIT 12 (เทตต์ ทเวลฟ์) ใกล้ BTS สถานีช่องนนทรี และเพียง 250 เมตรจากสถานีใหม่ ศึกษาวิทยา และ The Estelle Phrom Phong (ดิ เอสเทลล์ พร้อมพงษ์) ใกล้ BTS สถานีพร้อมพงษ์ ที่กำลังจะเปิดขายในปลายเดือน ตค.นี้แล้วล่ะครับ

คลิกเพื่ออ่าน RML กับดีลสุดเซอร์ไพร์ส! ผงาดร่วมทุน Tokyo Tatemono ประเดิม 2 โครงการคอนใหม่ที่สาทร 12 และสุขุมวิท 26


ความทะเยอทะยานที่จะก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของตลาด Luxury คอนโดในเมืองไทยของ Raimon Land ยังไม่ได้จบเพียงแค่นี้ เพราะเมื่อต้นเดือนตค.ที่ผ่านมาก็ปรากฎดีลสะท้านวงการตลาดคอนโด Luxury ด้วยการเข้าซื้อสินทรัพย์ภายใต้แบรนด์ KPN Land ทั้งหมด ประกอบไปด้วย ห้องที่เหลือขายและขายแล้วแต่ยังไม่โอนกรรมสิทธิของ The Diplomat Sathorn , The Diplomat 39 + หุ้น 51% ของโครงการ Shaa Asoke และที่ดินสุขุมวิท 28 (อีก 49% ยังเป็นของ Keppel Land จากสิงค์โปร์) โดยใช้เงินสดประมาณ 2,000 ล้าน บวกกับหุ้นเพิ่มทุนราคา 1.8บาทต่อหุ้นจำนวนมาก …ส่งผลให้ KPN Land เข้ามาถือหุ้นใหญ่อันดับ 3 ของ Raimon Land และ Raimon Land ได้กรรมสิทธ์ในแบรนด์ดังของตลาด Luxury Condo อย่าง The Capital และ The Diplomat ที่ค่อนข้างมี Recognition ในตลาดผู้ซื้อชาวไทยอยู่แล้วมาแบบฉับพลันก้าวกระโดด โดยกินรวบ Market Share ถึง 17% จากตลาด Luxury Condo ในเมืองไทยที่มีราคามากกว่า 10 ล้านบาทขึ้นไป ทิ้งห่างผู้ตามอย่าง Singha Estate ไปเกือบ 1 เท่าตัว!!

เมื่อเรื่องราวทั้งหมดมาบรรจบกันในแบบที่ไม่ใช่ความบังเอิญ ในช่วงสองเดือนที่เหลือของปี 2018 นี้ มีหรือที่ Raimon Land ที่ตอนนี้กำลังห้าวได้ที่ จะไม่ฉีกหนีกลุ่มผู้ตามในตลาด Luxury คอนโดให้ไกลไปกว่าเดิม… The Estelle Phrom Phong (ดิ เอสเทลล์ พร้อมพงษ์) และ TAIT12 (เทตต์ ทเวลฟ์) ถูกส่งมาเป็น Fighting Brand ใหม่ เพื่อช่วยเต็มตลาด Luxury Condo ของ Raimon Land ให้ครอบคลุมทุกเซกเมนท์ในเชิงไลฟ์สไตล์มากขึ้น ทั้งคู่คือแบรนด์ใหม่ที่ค่อนข้างจะมีอัตลักษณ์ที่แตกต่างจากคอนโดของ Raimon Land ตัวอื่นๆอันเป็นที่รู้จักกันดีอย่าง The Lofts แต่เหนือสิ่งอื่นใดก็คือทั้ง 2 โครงการนั้นคือการรวมเอาความเป็นที่สุดของทำเล ดีไซน์ และความหรูหราเข้าไว้ด้วยกันตาม DNA ของ Raimon Land ที่ถนัดใน sense of luxury โดยที่มี Extra Benefit ที่แอบโดนใจกลุ่มคนรุ่นใหม่ และต่างชาติที่นิยมเลี้ยงสัตว์ ด้วยการพัฒนาฟังก์ชั่นที่ตอบโจทย์คนรักสัตว์เลี้ยงตามสไตล์ Pet’s Welcome คอนโด

 

โดย The Estelle Phrom Phong ที่ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 26 ห่างเพียง 200 เมตรจาก BTS พร้อมพงษ์ จะมีอัตลักษณ์ของความเป็นผู้หญิงมากกว่า และมีความหมายในภาษาละตินว่าดวงดาว ออกแบบใน Mood & Tone ของ Luxury Zen หรูหราแต่เรียบง่ายตามแบบฉบับชาวญี่ปุ่น ในมุมมองพร้อมพงษ์เป็นเหมือนบ้านหลังที่สองของกรุงเทพฯ นับว่าเป็น Super Luxury Condo แห่งแรกของ Raimon Land ในย่านพร้อมพงษ์ ซึ่งเป็นศูนย์รวมของแบรนด์คอนโดตัว Top จากทุกค่าย และนับเป็นการหยั่งเชิงตลาดในย่านนี้ก่อนที่จะเปิดตัวแบรนด์ใหม่แบบปูพรมในช่วงปีหน้า

 

คลิกเพื่ออ่าน: พรีวิว “THE ESTELLE Phrom Phong” คอนโด Ultimate Luxury ที่เป็นที่สุดจาก Raimon Land x Tokyo Tatemono

ในขณะที่ TAIT12 สื่อความหมายถึงความสดชื่นในภาษาของชาวนอร์ดิก และนับว่าเป็นการสานต่อความสำเร็จจากโครงการที่ขายดีมากๆในย่านใกล้กันอย่าง The Lofts Silom… ซึ่ง เทตต์ ทเวลฟ์คอนโดที่อ่านออกเสียงแล้วดูเป็นสไตล์ผู้ดีมากกกก คือแบรนด์ที่ผมจะมาเจาะลึกให้อ่านในบทความนี้ล่ะครับ

เมื่อวันแถลงข่าวคุณเอเดรียน ลี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไรมอน แลนด์ จำกัด (มหาชน) ได้เน้นย้ำให้กลุ่มนักข่าวทราบถึงปรัชญาหลักในการพัฒนาโครงการของ Raimon Land ว่าเป็น Design Drive Company  โดยคำจำกัดความของ Design Driven นี้ไม่ใช่หมายความว่าออกแบบเพื่อเอาใจเจ้าของบริษัท หรือคนซื้อเท่านั้น แต่ต้องมีการออกแบบที่คำนึงถึงทัศนียภาพอันสวยงามของเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริบทรอบข้างด้วยเช่นกัน

แน่นอนครับว่าในช่วงเกือบ 10 ปีให้หลังมานี้ หากมีโครงการคอนโดโครงการไหนเปิดตัวในย่านสาทร-สีลม ก็เป็นธรรมเนียมปฎิบัติที่ในสื่อโปรโมตโครงการจะต้องมีภาพของโครงการ Mahanakhon ติดเป็นฉากหลัง ซึ่งจะช่วยให้โครงการดูดีมี Value ได้มากขึ้นอีกเท่าตัว มาในคราวนี้คุณเอเดรียน ลี มีความตั้งใจเป็นอย่างสูงมากที่จะทำให้ TAIT12 กลายเป็นอีกหนึ่ง Iconic Building ที่ตั้งตระหง่านเป็นฉากหลังของ Mahanakhon ได้ในแบบกลมกลืนมากที่สุด ชนิดที่ว่าถ้ามี Mahanakhon แล้วจะขาด TAIT12 ไปก็ไม่ได้ เพราะจะเป็นอีกหนึ่ง Landmark ใหม่ของกรุงเทพฯ ซึ่งจะทำให้ทัศนียภาพโดยรวมของย่านสาทรตอนกลาง เติมเต็มซึ่งกันและกันอย่างแท้จริง!

เครดิตภาพโครงการ Mahanakhon ก่อนตัดต่อจากฝ่าย PR ของ Pace Development

 

ทำไมต้องสาทร 12?

ในบรรดาย่าน CBD ทั้งหมดที่อยู่ในกรุงเทพฯ สาทรดูจะเป็นย่านที่มีความเป็นธุรกิจเคร่งครัดมากกว่าย่านอื่นๆ โดยเฉพาะในช่วง Weekday จันทร์-ศุกร์ ที่บรรยากาศความคับคั่งริมถนนใหญ่จะเป็นคนละเรื่องกับวันเสาร์ – อาทิตย์ ถึงแม้ว่าถนนเส้นนี้จะกว้างใหญ่กว่าสีลม อโศก หรือพระรามสี่ แต่สาทรก็เป็นที่ขึ้นชื่อในเรื่องของการจรจรอันคับคั่ง เพราะถนนสาทรเปรียบดั่งหัวใจที่ทำหน้าที่สูบถ่ายเลือดไปยังส่วนอื่นๆทั่วร่างกาย ตลอดช่วงความยาวถนนเพียงไม่กี่กม.นี้ มีเส้นทางลัดเลาะไปยังถนนสายต่างๆมากมาย และยังมีรถไฟฟ้าแล่นผ่านถึง 3 ช่วง ตั้งแต่ช่วงสุรศักดิ์ – ช่องนนทรี และลุมพินี แต่ปัญหาการจราจรในวันธรรมดาก็ยังไม่มีแนวโน้มที่จะคลี่คลาย ไม่ว่าจะเป็นฝั่งสาทรเหนือที่เชื่อมต่อถนนสีลม-บางรัก และฝั่งสาทรใต้ที่เชื่อมต่อถนนนราธิวาสฯ- พระรามสาม เนื่องจากพื้นที่ทั้งสองฝั่งถนนสาทร เต็มไปด้วยอาคารสำนักงานขนาดใหญ่ โรงเรียนชั้นนำ และโรงแรมระดับ 5 ดาว ส่งผลให้ถนนสายนี้มีทั้งปริมาณรถยนต์ และผู้คนที่สัญจรไปมาอย่างหนาแน่น ทั้งคนทำงาน นักเรียน จนถึงนักท่องเที่ยว แน่นอนว่าในสายตาของผู้ที่ทำงานประจำในย่านนี้ ย่อมอยากที่จะมีคอนโดสักยูนิตที่อยู่ไม่ไกลจากที่ทำงานชนิดที่ว่าเดินไปทำงานได้อย่างสะดวก ไม่เงียบเหงาในวันสุดสัปดาห์ หรือไม่ก็ขับรถออกมาแล้วไม่ได้ติดอยู่ที่หน้าทางเข้าคอนโดเป็นชั่วโมง …ในมุมมองของผู้พัฒนาคอนโดสัญชาติไทยหลายราย มักจะมองว่าการพัฒนาคอนโดบนถนนสาทรให้ดังเปรี้ยง ยอดขายกระฉูดในช่วงพรีเซลนั้นทำได้ยาก เนื่องจากถึงแม้ว่าจะตั้งอยู่ติด BTS แต่การที่ขึ้นชื่อว่าเป็นคอนโดระดับ Luxury ดังนั้นผู้พักอาศัยส่วนใหญ่ ที่เป็นผู้บริหารระดับสูงก็ยังนิยมใช้รถยนต์ส่วนตัวในการเดินทางมากกว่า อีกทั้งทิศทางการพัฒนาโครงการอสังหาฯระดับ Magnet ในอนาคตก็ล้วนแต่เทไปทางฝั่งถนนพระรามสี่มากกว่า ดังนั้นเราจึงไม่ค่อยมีโอกาสได้เห็นการเปิดตัวคอนโดใหม่ในย่านถนนหลักสาทรสักเท่าไหร่นัก

 

แต่สำหรับ Raimon Land และตัวผมเองก็กลับมองไปในทิศทางเดียวกันว่า ย่านที่ยังพอจะมีศักยภาพไปต่อได้อีกของสาทรนั้น อยู่ที่บริเวณฝั่งถนนสาทรเหนือ ช่วงซอยสาทร 12 นี่ล่ะครับ (ศักยภาพในการพัฒนาในที่นี้หมายถึงว่าบนถนนสาทรเอง ไม่ใช่บนถนนข้างเคียงอย่างพระรามสี่แต่อย่างใด) โดยในปัจจุบันนี้ บริเวณสาทรสีลม ช่วงแยกสาทร-นราธิวาส ถือว่าเป็นบริเวณที่เป็นศูนย์กลางทางการเงินและเศรษฐกิจแห่งแรกของประเทศ นอกจากจะเป็นที่ตั้งของธนาคารกรุงเทพสำนักงานใหญ่แล้ว ก็ยังเชื่อมต่อกับถนนสีลม และสุรวงศ์ ผ่านทางถนนนราธิวาสฯ และซอยหลักอย่างสาทร 12 ซอยคู่ขนานกับสาทร 10 ที่แยกย่อยทะลุออกไปฝั่งถนนสีลมผ่านทางสีมลมซอย 9 จนแทบจะเป็นเนื้อเดียวกัน สามารถหลบเลี่ยงการเดินทางบนถนนใหญ่สาทรในวันที่สภาพการจราจรไม่เป็นใจได้อย่างไม่ต้องกังวล ที่นี่จึงได้ Value ของความเป็น Middle of Both CBD ทั้งสาทร และสีลม มีข้อได้เปรียบในเชิงทำเลที่คล้ายๆกับโครงการ The Lofts Silom ก็ไม่ปาน

ย่านนี้เป็นศูนย์กลางทางธุรกิจที่สำคัญของประเทศไทย มีสำนักงานใหญ่ของหน่วยงานระดับโลกหลายแห่งได้แก่ธนาคาร Standard Charter, Bank of China, Royal Bank of Scotland (RBS), Pricewaterhouse Coopers รวมทั้งบริษัทชั้นนำ เช่น AIA Sathorn Tower, CP ALL, Samsung, L’Oreal, Beiersdorf สถานทูต เช่น สถานฑูตสิงคโปร์, สถานฑูตมาเลเซีย, สถานฑูตเมียนมา, สถานฑูตกรีซ, สถาบันการศึกษา และโรงพยาบาลชั้นนำมากมาย ทุกอย่างถูกรวมไว้บนทำเลแห่งนี้ โดยโครงการคอนโดที่เปิดขายอยู่ในบริเวณนี้ล้วนแล้วแต่เป็นโครงการที่มีราคาแพง ราคาขายทำสถิติในแต่ละยุคทั้งสิ้น เช่น The Ritz Carlton Residences ที่โครงการ Mahanakhon , The Infinity, The Empire Place, The Address Sathorn, ITF Silom Palace, M Silom, Ashton Silom นอกจากนี้ก็ยังมีอีกหลายโครงการที่ไปสร้างอยู่บริเวณริมถนนนราธิวาสฝั่งสาทรใต้

เครดิตภาพโครงการ Mahanakhon ก่อนตัดต่อจากฝ่าย PR ของ Pace Development

แต่พัฒนาการของย่านสาทร 12 ยังไม่หยุดอยู่เพียงแค่นี้ ด้วยปัจจัยที่เป็นตัวเร่งอีก 3 ประการจากหน่วยงานภาคเอกชนชั้นนำ นั่นก็คือ

1. การเปิดใช้อาคาร AIA Sathorn Tower อาคารสำนักงานอัจฉริยะเกรด A ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ภายใต้มาตรฐาน LEED Gold พร้อมพื้นที่กว่า 7,000 ตรม. ที่ไม่ได้นำพาแค่ Traffic ของกลุ่มคนทำงานจำนวนมหาศาลเข้ามา แต่ยังดึงสถานีรถไฟฟ้าใหม่เข้ามาตั้งตระหง่านอยู่บริเวณปากซอยสาทร 12 ด้วยเช่นกัน โดยสถานีใหม่ ศึกษาวิทยาอยู่ภายใต้งบลงทุน 1,300 ล้านบาท ของกองทุน BTSGIF และ AIA ซึ่ง AIA ทุ่มงบประมาณในการก่อสร้างให้ครึ่งนึง เพื่อเชื่อมทางเดิน Skywalk เข้าสู่ตัวอาคาร และมีแผนจะสร้างเสร็จในช่วงปลายปี 2019…ซึ่งระยะห่างของ TAIT12 ไปสู่สถานีศึกษาวิทยานี้ ใกล้เพียงแค่ 250 เมตรเองครับ หรือใครที่อยากจะใช้บริการที่สถานีช่องนนทรีก็เดินได้ในระยะทางประมาณ 700 เมตร

ที่มาภาพ: http://www.aiasathorntower.com

 

2. KING POWER MAHANAKHON นับตั้งแต่ที่ทาง KING POWER เจ้าของแบรนด์ Duty Free ชั้นนำของเมืองไทย ได้ทุ่มเงินจำนวนกว่า 14,000 ล้านบาท เพื่อเข้าซื้อสินทรัพย์บางส่วนของโครงการ Mahanakhon จาก Pace Development ทำให้พื้นที่หลายส่วนของอาคาร Mahanakhon ทั้งส่วนอาคาร Retail “Mahanakhon CUBE”, จุดชมวิวที่ดีที่สุดของกรุงเทพฯ Observation Deck รวมถึงโรงแรม The Edition ที่น่าจะถูกเปลี่ยนไปเป็นชื่ออื่น กลายเป็นกรรมสิทธิ์ของ KING POWER ในการเดินหมากต่อยอดธุรกิจ Retail อย่างร้าน Duty Free กลางเมือง โดยเป็นที่คาดหมายกันว่า KING POWER MAHANAKHON น่าจะสร้างแรงดึงดูดอันมหาศาลต่อกลุ่มนักท่องเที่ยวชั้นนำกำลังซื้อสูงจากทั่วโลก ที่เป็นฐานลูกค้าของ KING POWER อยู่แล้ว ภายใต้ยุทธศาสตร์การสร้าง Retail Experience ที่แตกต่างกันไปในแต่ละ Retail Channel ของ KING POWER ซึ่งก็แน่นอนว่าย่อมมีผลต่อราคาที่ดินของโครงการอสังหาฯในย่านนี้ในทางอ้อมเช่นเดียวกัน

3. กลุ่มดุสิตกับการพัฒนาโรงแรมขนาดเล็ก แต่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ภายใต้แบรนด์ ASAI SATHORN 12 ที่อยู่ก่อนถึงโครงการ TAIT12 เพียงแค่ช่วงตึกเดียว ซึ่งถึงแม้ว่าจะเป็นโรงแรมขนาดเล็ก แต่ก็น่าจะช่วยให้ซอยสาทร 12 มีความ Lively เพิ่มมิติของการพักอาศัยได้มากขึ้น จากเดิมที่มีแต่โครงการคอนโดเป็นหลัก

จากเหตุผลทั้ง 3 ข้อด้านบน ล้วนส่งผลกระทบในทางบวกของย่านสาทร 12 ที่ต่อจากนี้น่าจะเป็นย่านที่มีผู้คนรู้จักมากขึ้น จากการร่วมด้วยช่วยกันประชาสัมพันธ์โครงการดังกล่าว และ TAIT 12 เมื่อสร้างแล้วเสร็จก็น่าจะมี exposure อันโดดเด่นดึงดูดสายตาของคนที่ผ่านไปมาได้ไม่น้อย

TAIT12 โดดเด่นด้วยความสูงถึง 40 ชั้น จำนวน 238 ยูนิต เป็นอาคาร Glass Curtain Wall ออกแบบงานสถาปัตยกรรมโดย A49 งาน Interior โดย A49 และงานภูมิสถาปัตกรรมโดย Shma ตั้งอยู่บนที่ดินขนาด 1-3-22.71 ไร่ โดยไฮไลท์ของที่นี่นอกจากจะเป็นดีไซน์ทันสมัยที่กลมกลืนไปกับอาคาร Mahanakhon แล้วยังมีพื้นที่ส่วนกลางลอยฟ้าเล่นระดับบนชั้น 35 – ชั้นดาดฟ้า มีห้องเริ่มต้นขนาดที่ไม่ใหญ่มากคือ 40 ตรม. – 141 ตรม. โดยมากกว่า 50% เป็นห้องแบบ 1 นอนขนาด 40-67 ตรม. สำหรับความสูงของห้องจะแบ่งเป็น 2 ระดับคือ 3 เมตรที่ชั้น 9-20 และ 3.15 เมตรที่ชั้น 21-34 โดยมีบางห้องได้วิวสวนลอยฟ้า พร้อมที่จอดรถ 95% หรือราวๆ 211 คันแบบวนจอด กำหนดสร้างแล้วเสร็จประมาณช่วงไตรมาสสามของปี 2022

 

และมีราคาขายเริ่มต้นไม่เกินตรม.ละสองแสนบาท หรือราวๆ 7.6 ล้านบาท

ตำแหน่งของอาคารถูกจัดวางให้ด้านหน้าทางเข้าโครงการฝั่งซอยสาทร 12  อยู่ด้านทิศตะวันตกเยื้องๆกับคอนโด The Address Sathorn ส่วนทิศตะวันออกจะได้อาคาร Mahanakhon เป็น Background ในระยะที่ไม่ใกล้ ไม่ไกล เช่นเดียวกับคอนโด Life@Sathorn

ที่ชั้น G หลักๆจะมีจุด Drop Off ในร่มท่ามกลางสวนสีเขียว โครงการมีลิฟท์โดยสารทั้งหมด 4 ตัวกับอีก 1 Service Lift ถือว่ามีสัดส่วนการใช้งานต่อลิฟท์โดยสารที่น้อยมาก

ล้อบบี้เป็นแบบ Double Volume มีทั้งส่วน Indoor และ Outdoor Patio ที่มีที่นั่งเหมือนเกาะอยู่บนธารน้ำ ตัดกับสีน้ำตาลอ่อนตามธรรมชาติของไม้ Timber ที่ถูกนำมาจัดเรียง Pattern ใหม่ให้เป็นผนังอาคารและฝ้าเพดาน

กระจกบานใหญ่สูงจากพื้นสู่ฝ้าทำหน้าที่กั้นพื้นที่ระหว่าง Indoor Lobby และ Outdoor Patio ที่สามารถเชื่อมทัศนียภาพเข้าไว้ด้วยกันได้

วิวทางฝั่งทิศตะวันออกบนความสูงระดับ 90 เมตร หรือประมาณชั้นที่ 28 ก็จะประมาณนี้ครับ แอบเห็นสระว่ายน้ำของ Mahanakohn ด้วยครับ

ที่พักอาศัยเริ่มต้นที่ชั้น 9 ถึงชั้น 34 โดยแบ่งออกเป็น 2 โซนคือ 3 เมตรที่ชั้น 9-20 และ 3.15 เมตรที่ชั้น 21-34  มีโถงทางเดินแบบ Single Loaded Corridor เกือบทุกยูนิต โดยที่นี่จะเน้น Unit แบบ 1 ห้องนอน ที่มีให้เลือกทุกทิศ ไม่ว่าจะเป็น ทิศเหนือที่หันไปทางสีลม ทิศใต้ที่หันเข้าถนนสาทร ทิศตะวันตกหันเข้าสาทร 12 และถนนสุรศักดิ์ ส่วนทิศตะวันออกหันไปทางด้านตึก Mahanakohn ด้านสถานี BTS ช่องนนทรี

 

เท่าที่ดูตาม Floor Plan ห้องเกือบทุกยูนิตในชั้นยกเว้น Type 2B2 มีการเอา CDU แอร์ไว้ด้านนอกห้องทางฝั่งลิฟท์ขนของด้านทิศเหนือ ดังนั้นระเบียงที่นี่จึงใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่และเป็นมิตรต่อสายตามากครับ

ชั้น 16-21 จะมีห้องแบบ 2 ห้องนอน Type 2B1 ขนาด 104.5 ตรม. หน้ากว้างมากสุดๆถึง 16 เมตร ทางด้านทิศเหนือ

ห้องขนาด 104.5 ตารางเมตร ซอยเป็น 3 ห้องนอนก็ยังได้ แถมได้รับวิวถึง 2 ทิศ Luxury in Space แบบนี้คือ Raimon Land’s Style และผมว่าคนที่นิยมอยู่คอนโดห้องขนาดใหญ่น่าจะชอบเป็นพิเศษครับ

ห้องแบบ 1 ห้องนอน มีหลาย Type มาก แต่ที่ Surprise ผมสุดๆคือห้องขนาด 40 ตรม. 1B4 ฝั่งที่หันไปทางอาคาร Mahanakohn นี่ล่ะ เป็น 1 นอนขนาดเล็กสุดแต่ Value มากเท่าสองนอน ด้วยความที่มีหน้ากว้างถึง 8.4 เมตร เป็นห้องมุม ได้ถึง 2 วิว ตัดพื้นที่ที่เป็นระเบียงออก ให้ความสำคัญกับโซน Living เป็นหลัก…ที่สำคัญคือห้องนี้นี่ล่ะที่น่าจะมีราคาเริ่มต้นที่ 7.6 ล้านบาท!!!!

ห้อง 1B2 ขนาด 49.5 ตรม. ด้านที่หันไปทางสาทร 12 เยื้องกับ The Address Sathorn ก็น่าสนใจไม่น้อย เพราะถ้านับรวมพื้นที่กระจกแบบ Insulated Glaze แล้ว ก็จะได้ความยาวต่อเนื่องถึง 13.35 เมตร ยาวสุดขอบตั้งแต่ห้องนั่งเล่น หักมุมเข้าห้องนอน ยันห้องน้ำเลยครับ แม่จ้าวววว

ห้อง 1B1 ขนาด 52 ตรม. หันไปทางฝั่งสีลมติดกันทั้ง 3 ห้อง ก็จะได้ระเบียงแบบ Double Access ความยาว 3.65 เมตร เพิ่มเข้ามา และก็จะมีอ่างอาบน้ำมาให้แล้วครับ

เช่นเดียวกับห้อง 1B1A ขนาด 52.5 ตรม. ที่แตกต่างกันตรงที่ความเป็นห้องมุม ได้วิวแบบ Panoramic สองด้าน

ถ้ามองจากดาดฟ้าทางฝั่งนี้ก็น่าจะได้วิวประมาณนี้ เห็น ASHTON SILOM ที่ตอนนี้สร้างเสร็จแล้ว และขายแพงกว่า TAIT12 เยอะ

ส่วนใครที่อยากได้ห้องแบบ 1 นอนฝั่งทิศใต้ก็มีให้เลือกถึง 3 ห้องด้วยกัน ในขนาดที่ใหญ่ถึง 67 ตรม. ซึ่งใครที่ชอบความหรูหรา แต่อยู่แค่ 1 – 2 คนก็น่าจะชอบห้องนี้มาก เพราะได้ฟังก์ชั่นเพิ่มขึ้นมาเป็น อ่างอาบน้ำแบบลอยตัว พร้อม Walk-in Closet และพื้นที่เตรียมอาหารแบบ Island

เช่นเดียวกับห้อง 1B3A ในขนาดเท่ากัน แต่อ่างอาบน้ำจะถูกแทนที่ด้วยห้องแต่งตัวที่ใหญ่มาก

ส่วนห้องแบบ 2 ห้องนอนขนาดเล็กสุดคือ 2B3 ขนาด 71.5 ตรม. มีครัวปิดบานเลื่อนกั้น และระเบียงแบบ Double Access

2B2 ขนาด 87 ตรม. ห้องนี้มีอ่างอาบน้ำ และวาง CDU แอร์ไว้ที่บริเวณ Yard ฝั่งทิศเหนือข้างๆห้องน้ำ

2B4 ขนาด 98.5 ตรม. ได้กระจกเข้ามุมรูปตัว L เชื่อมต่อ 4 ห้อง มีไฮไลท์เป็นห้องน้ำพร้อมอ่างอาบน้ำแบบลอยตัวขนาดใหญ่ ในห้อง Master Bedroom และได้ห้อง Storage ค่อนข้างใหญ่บริเวณหน้าประตูทางเข้า

และ 2B5 ขนาด 141 ตรม. มีเฉพาะในโซนชั้นสูงๆ Super High Zone ที่ต้องเช็คกับทางเซลล์อีกทีเช่นเดียวกับ Unit Plan แบบอื่นๆที่เหลือ

สำหรับพื้นที่ส่วนกลางบนยอดอาคาร TAIT 12 ก็จัดมาให้อย่างจุใจบนชั้น 35 – Rooftop ด้วยพื้นที่กว่า 2,000 ตรม.

เริ่มจากชั้น 35 ที่เป็นห้อง Steam และ Sky Garden ส่วนชั้น 36 จะเป็นสระว่ายน้ำยาว 20 เมตร พร้อมจากุซซี่ สระเด็ก และ Sky Deck พร้อม Cabana เอาไว้นั่งชมวิวมุมสูง

สระว่ายน้ำยาว 20 เมตร วิว 270 องศา หันไปทางฝั่งทิศใต้ โดยรับวิว Mahanakhon ทางด้านทิศตะวันตก

มุมมองจาก Skydeck

ในส่วนชั้น 37 – 39 และ Rooftop ก็จะมีฟังก์ชั่นที่แตกต่างกันออกไป

ชั้น 37 มี Sky Lounge, Library & Study Area, Amphitheatre และ Cavern View Point โดย Amphitheatre ไล่ระดับสูงไปจนถึงชั้น 38 ที่เป็น Sky Gym พร้อมอุปกรณ์แนว Cross Fit และห้อง Multi-Purpose Gym Studio

ส่วนชั้น 39 และ Rooftop จะเป็นที่แฮงค์เอ้าท์ที่เหมาะกับคนสายชิลล์ กินบรรยากาศ โดยชั้น 39 ประกอบด้วยพื้นที Private Dining ที่มีทั้ง Pantry และ Wine Cellar ให้ พร้อม Sky Garden ที่บริเวณ Outdoor สุดท้ายที่ชั้น 40 Rooftop ก็จะเป็น Pavilion และ Sky Dining แบบ Outdoor

 

ผมมองว่า TAIT 12 นี่ดูน่าสนใจมากเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของความโดดเด่นของอาคาร และทำเลที่ตั้ง แต่สิ่งหนึ่งที่เป็น Decision Factor ที่สำคัญก็คือราคาครับ ในขณะที่ The Estelle Phrom Phong ขายในราคาเริ่มต้นตรม.ละสองแสนกลางๆ และเป็นห้องที่มีขนาดใหญ่ดังนั้นกลุ่มเป้าหมายก็น่าจะเป็นฐานตลาดที่แคบมากกว่า TAIT 12 ที่ดูมีความปราดเปรียว โฉบเฉี่ยวทันสมัยมากกว่า ด้วยการที่มีห้องเริ่มต้นขนาดไม่ใหญ่มาก และก็มีราคาต่อตรม.ที่ถูกกว่าโครงการเปิดใหม่ใกล้เคียงอยู่หลายช่วงตัว ไม่ว่าจะเป็น ASHTON SILOM ที่ตอนนี้ขายตรม.ละสองแสนปลาย หรือ The Reserve Sathorn ที่ซอยสวนพลูก็ยังตั้งระดับราคาเดียวกัน ยิ่งถ้ามองในอนาคตข้างหน้าหาก Grand Unity ได้ฤกษ์เปิดตัวโครงการบนที่ตั้งอาคาร Double A Tower เก่าเมื่อไหร่ เราก็จะยิ่งเห็นความห่างของราคามากขึ้นครับ เพราะเท่าที่ทราบมาต้นทุนการซื้อที่ดินก็ค่อนข้างต่างกันแล้ว ด้วยราคาเริ่มต้นตรม.ละ 190,000 บาท บนทำเลนี้ ผมว่าที่นี่คุ้มสุดบนสาทรเหนือ ณ ชั่วโมงนี้ครับ

TAIT 12 เปิดพรีเซลวันที่ 3-4 พย.นี้ที่ Sale Gallery โครงการ The Lofts Silom ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ raimonland.com หรือ โทร 02-029-1888



เกริก บุณยโยธิน

เกริก บุณยโยธิน

ผู้ก่อตั้งเวปไซต์แบ่งปันความรู้ด้านการตลาด และการสร้างแบรนด์ในวงการอสังหาฯ พร็อพฮอลิค ดอทคอม..หลังจากที่ใช้เวลามากกว่า 10 ปี ในการวนเวียน เข้าๆออกๆ ในสายงานด้านการตลาด และวางแผนกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ ของบริษัทอสังหาฯ และเอเยนซีโฆษณาชั้นนำหลายแห่ง (โดยที่ไม่รู้ว่าทำไมต้องจับสลากเจอลูกค้าสายอสังหาฯทุกที)...จนถูกครอบงำโดยจิตใต้สำนึก ให้ถีบตัวเองออกจากกรอบการทำงานแบบเดิมๆ เพื่อออกมาจุดประกายความคิดที่ถูกต้อง และนำเสนอมุมมองใหม่ๆ ให้กับกลุ่มคนที่สนใจในธุรกิจอสังหาฯ

เว็บไซต์

จาก เยาวราช ถึง เจริญกรุง มนต์เสน่ห์แห่งย่านเก่าที่น่าหลงใหลและความเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้น

“เยาวราช” ย่านเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร หรือ จะเรียกว่า “ไชน่า ทาวน์” ตามนักท่องเที่ยวฝรั่งก็ย่อมได้ เราเชื่อว่าที่แห่งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ว่าใครก็ต้องอยากมาเยือนสักคร... อ่านต่อ




อ่านก่อนลงทุนทำ Co-working Space ให้เช่าสำหรับคนไทย

ผู้เขียนเป็นคนที่ใช้บริการ Co-working Space ในไทยมาตั้งแต่ยุคบุกเบิกมีแค่ไม่กี่แห่งในกร... อ่านต่อ

เปิดแปลน Siamese Exclusive Ratchada คอนโดที่ทำสถิติ NEW HIGH ของเส้นรัชดาภิเษกช่วง Prime

รัชดาภิเษกช่วงไพร์ม เริ่มตั้งแต่แยก ณ ระนอง วิ่งยาวมาจนถึงแยกรัชดา - ลาดพร้าว (บางช่วงอ... อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์ลอยน้ำ ‘เรือสำเภาศรีมหาสมุทร’ ครั้งแรกในไทย ยิ่งใหญ่ริมเจ้าพระยา ฉลอง 250 ปีกรุงธนบุรี

หลังจากการเปิดตัวอภิมหาโปรเจกต์สุดอลังการที่สุดในย่านฝั่งธนฯ อย่าง “ICONSIAM” ไปเมื่อวั... อ่านต่อ

จิบชา ละเมียดมองแปลนพร้อมแนะนำยูนิตน่าสนใจ ของ Noble STATE 39

ที่ผมรู้สึกได้ถึงความเป็นระดับโลก ก็เพราะล่าสุด The Mall Group เพิ่งประกาศดึง AEG บริษั... อ่านต่อ