ต้อนรับ 5 สถานีใหม่ของรถไฟฟ้าสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย 4 สถานีเอกลักษณ์ของไทย และ 1 สถานี HUB ใหญ่ ของระบบขนส่งมวลชน เชื่อมฝั่งพระนครไปสู่ธนบุรี ได้อย่างสะดวกไร้รอยต่อ

wipawan khampuwiang 02 August, 2019 at 13.41 pm

วันที่ทุกคนตั้งตารอคอยก็มาถึง เป็นวันที่รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายพร้อมเปิดให้ใช้บริการ หลังจากที่เคยได้ยินกันมาเมื่อ 1-2 ที่แล้วว่าช่วงที่เป็นส่วนต่อขยายนี้ แต่ละสถานีจะมีความสวยงามและเป็นเอกลักษณ์ที่สามารถบ่งบอกได้ถึงความเป็นไทยได้ และวันนี้ก็ได้เห็นกับตาจริงๆ ว่ามีความสวยงามขนาดไหน จึงอยากให้ทุกคนได้เข้าไปร่วมสัมผัสประสบการณ์นี้เช่นกัน เนื่องจากการใช้บริการของรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ ถือได้ว่าเป็นความสะดวกสบายอย่างนึงของคนทุกช่วงอายุ เพราะมีทั้งความสะดวก รวดเร็ว และสามารถกำหนดระยะเวลาในการเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางได้อย่างแน่นอน ในชั่วโมงเร่งรีบนั้นๆ ใครๆ ต่างก็นึกถึงการเดินทางโดยรถไฟฟ้าเป็นอันดับแรกเสมอ

 

ซึ่งขอเล่าคร่าวๆ ก่อนว่า รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินนี้ เดิมทีเปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2547 ให้บริการจากสถานีหัวลำโพง-บางซื่อ จำนวน 18 สถานี ใช้เวลาเดินทางโดยประมาณ 30 นาที ด้วยระยะทาง 20 กม. ซึ่งก็ทำให้การเดินทางมีความสะดวกสบายมากขึ้น และเพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นจากการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าจนกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน รัฐบาลจึงได้เพิ่มเส้นทางระบบขนส่งมวลชนด้วยรถไฟฟ้าให้ทั่วถึงก็คือ “โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย” นั่นเอง

 

บอกได้เลยว่าเมื่อมีรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายที่พร้อมเปิดให้ประชาชนได้ใช้บริการแล้วนั้น การเดินทางจากย่านต่างๆ เพื่อไปยังฝั่งพระนครหรือฝั่งธนบุรี ก็จะไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป และไม่ต้องมานั่งกังวลว่าถ้าจะไปแถวถนนอิสรภาพหรือถนนเพชรเกษมต้องเดินทางด้วยรถเมล์สายอะไร ถ้านั่งแท็กซี่ก็จะทำให้งบบานปลายไปใหญ่ แต่ตอนนี้ก็ไม่ต้องไปกังวลในเรื่องแบบนั้นอีกแล้ว เพราะรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายจะมาพร้อมกับความสะดวกสบายไม่ว่าจะเป็นคนไทยด้วยกันหรือชาวต่างชาติ ต่างสามารถข้ามไปยังฝั่งธนบุรีเพื่อท่องเที่ยวและเรียนรู้ประวัติศาสตร์ในย่านนั้นได้ โดยไม่ต้องหาเช่าโรงแรมในย่านนั้นเนื่องจากไม่มีรถกลับเข้ามาในเมือง

 

จากที่ได้เห็นตามสื่อต่างๆ ทุกคนคงรู้ว่ารถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายนั้น จะเปิดให้บริการพร้อมกันถึง 5 สถานี ด้วยกัน คือ สถานีวัดมังกร, สถานีสามยอด, สถานีอิสรภาพ, สถานีสนามไชย และสถานีท่าพระ ซึ่งการเปิดสถานีของเส้นทางสายใหม่นี้ก็มีจุดหมายเพื่อเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ที่มีแหล่งกิน แหล่งช้อป หรือสัมผัสสีสันของวัฒนธรรมย่านธุรกิจ อย่าง เยาวราช ปากคลองตลาด ตลอดจนการเดินทางไปฝั่งธนบุรีเพื่อเรียนรู้ประวัติศาสตร์ในย่านบางไผ่ บางหว้า บางแค ที่มีวัดเก่ามากมาย ทำให้ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น และแต่ละสถานีที่พาดผ่านเมืองเก่าซึ่งมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ มีบริบททางประวัติศาสตร์ต่างกัน สามารถสะท้อนออกมาได้จากดีไซน์ของแต่ละสถานี

 

โดยทั้งหมด 5 สถานี มีหนึ่งสถานีที่แตกต่างไปในเชิงของการออกแบบดีไซน์ต่างๆ นั่นก็คือ สถานีท่าพระ เพราะสถานีนี้ไม่ได้มีการออกแบบภายในให้สะท้อนเอกลักษณ์ของย่านท่าพระเหมือนกับอีก 4 สถานี แต่จุดเด่นของสถานีก็คือ การเป็น Interchange Stations ที่ให้ผู้โดยสารสามารถเปลี่ยนเส้นทางจากสถานีท่าพระไปทางจรัญ 13 หรือเดินทางไปยังสถานีอิสรภาพ หรือสถานีบางไผ่ก็เปลี่ยนขบวนได้ที่สถานีนี้ ถือได้ว่าเป็น HUB ใหญ่ของระบบการขนส่งสาธารณะตอนนี้เลยก็ว่าได้ เพราะตั้งอยู่บริเวณแยกท่าพระ บริเวณจุดตัดระหว่าง ถนนจรัญสนิทวงศ์ ถนนเพชรเกษม และถนนรัชดาภิเษกฝั่งใต้ ก่อให้เกิดเป็นเส้นทางรถไฟฟ้าที่จะนำพาความเจริญขั้นสุดมาสู่ย่านท่าพระ ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานีท่าพระ สถานี Interchange ที่สำคัญที่สุดในย่านฝั่งธนฯ

การออกแบบของสถานีท่าพระจะคล้ายกับสถานีเตาปูนที่เป็นสถานียกระดับ ที่ดูโปร่ง อากาศถ่ายเทได้สะดวก ทั้งยังกันฝนและกันแดดได้ ลักษณะสถานียกระดับแบบนี้แอบคล้ายกับสถานีของรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงค์อยู่นะ

ทางออก 1 และ 2 ได้วิวของถนนเพชรเกษม ที่สามารถเชื่อมต่อไปยังสถานีบางไผ่ และสถานีบางหว้า

ทางออก 3 และ 4 จะเป็นวิวของถนนจรัญสนิทวงศ์ต่อไปยังสถานีจรัญฯ 13 – สถานีบางซื่อ – สถานีท่าพระ – สถานีหลักสอง

ป้ายอธิบายทิศทางการเดินรถของสถานีท่าพระ

โดยราคาค่าโดยสารของสถานีส่วนต่อขยายใหม่ทั้ง 5 สถานี อยู่ในช่วงทดลองให้บริการและโดยสารฟรีตั้งแต่วันที่ 29 ก.ค. – 28 ก.ย. 62 นี้ เป็นระยะเวลา 2 เดือนเต็มๆ เปิดให้บริการทุกวัน 10.00-16.00 น. แต่หากใครที่เข้า-ออกที่สถานีหัวลำโพง จะคิดอัตราค่าโดยสารเริ่มต้นที่ 16 บาท รถไฟฟ้าที่วิ่งไป-กลับสถานีใหม่ มีทั้งหมด 3 ขบวน และระยะห่างระหว่างขบวนทุก 8 นาที เมื่อผ่านช่วงของการทดลองให้บริการไปแล้ว จะเก็บค่าโดยสารการเดินทางตลอดสายไม่เกิน 70 บาท ไม่เพียงเท่านั้น ทาง BEM มีการจัดซื้อขบวนรถไฟฟ้าเพิ่มอีก 35 ขบวน รวมแล้วจะมีรถไฟฟ้าให้บริการตลอดทั้งสายสีน้ำเงิน 54 ขบวน แบบนี้ก็ไม่ต้องห่วงว่าจะต้องยืนรอรถนานๆ แล้ว

มาดูทางด้านของสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ภายในสถานีว่ามีอะไรอัพเดทใหม่ที่ต่างจากสายปัจจุบันกันบ้าง

เครื่องออกเหรียญโดยสารอัตโนมัติ

โดยเพิ่มฟังก์ชั่นให้สามารถออกเหรียญได้ครั้งละหลายเหรียญ และยังเติมเงินเข้าบัตรโดยสารหรือเช็คยอดเงินคงเหลือในบัตรได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องไปยืนต่อแถวเพื่อให้พนักงานเติมเงินให้แล้ว

ลักษณะเหรียญโดยสารก็จะเป็นแบบเดิม ใช้สแกนตอนเข้าและหยอดตอนออกเหมือนเดิมนะจ๊ะ

ประตูอัตโนมัติ

มีการพัฒนารูปแบบให้มีความทันสมัยมากขึ้น และมีประตูกว้างพิเศษ 1 ล็อก เพื่อผู้โดยสารที่มีสัมภาระขนาดใหญ่ สามารถปรับให้เป็นได้ทั้งขาเข้าและขาออก

CCTV 12 ตัวต่อขบวน และ 1 ตัว ในห้องเจ้าหน้าที่ควบคุม เพื่อตรวจสอบความปลอดภัยให้กับผู้โดยสาร และเก้าอี้ 126 ตัว/ขบวน เพิ่มเสายึดจับแบบ 3 ก้าน พร้อมทั้งราวจับแบบ 3 แถว ในขบวนใหม่

 

อย่างที่ได้บอกไปในข้างต้นแล้วว่า รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายมีด้วยกัน 5 สถานี ซึ่งเราได้อธิบายถึงสถานีท่าพระไปแล้วว่าเป็นสถานี Interchange Stations ที่ใหญ่ที่สุดของฝั่งธนบุรี และก็เหลืออีก 4 สถานี มาดูกันว่าแต่ละสถานีจะมีการตกแต่งเป็นอย่างไร และเอกลักษณ์ของแต่ละสถานีได้แรงบันดาลใจมาจากอะไรบ้าง

 

สถานีวัดมังกร : มีการออกแบบและตกแต่งภายในผสมผสานความเป็นไทย-จีน ได้อย่างลงตัว มีการนำเอามังกรที่ถือว่าเป็นสัตว์แห่งเทพเจ้ามาประดับตกแต่งสถานีสลับกับดอกบัวลายจีน โดยได้แรงบันดาลใจมากจากวัดมังกรกมลาวาส หรือ “วัดเล่งเน่ยยี่” จุดเด่นภายในสถานีนี้ที่ทุกคนจะต้องหยิบมือถือขึ้นมาเก็บภาพก็คือ มังกรที่พาดลงมาจากเพดานบริเวณจุดจำหน่ายตั๋วโดยสารอัตโนมัติ

รูปดอกบัวตามจุดขึ้น-ลง บันไดเลื่อน

รวมถึงบรรยากาศภายในสถานีที่อลังการด้วยสีแดง-ทอง แสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมที่ยิ่งใหญ่ของจีน

บริเวณทางขึ้น-ลง ที่จะไปยังชั้นออกบัตรโดยสาร ก็ถูกออกแบบให้มีลักษณะคล้ายกับท้องมังกร

โดยสถานีวัดมังกร มีทางออกด้วยกันทั้งหมด 3 ทางด้วยกัน คือ ทางออก 1 ถนนแปลงนาม, ทางออก 2 ซอบเจริญกรุง 16 และทางออก 3 วัดมังกรกมลาวาส

ขึ้นมาที่ทางออก 1 ก็จะเจอกับแยกแปลงนาม ที่ใครๆ ต่างรู้ว่าแถวๆ นี้ มีแต่ของอร่อยไม่ว่าจะเป็นของคาวหรือของหวาน

 

สถานีสามยอด : มีการตกแต่งสถานีออกแบบให้มีความโอ่โถง ผนังโดยรอบมีการทำเป็นประตูบานเฟี้ยม ที่เป็นรูปแบบของประตูสมัยเก่า เนื่องจากย่ายสามยอดเป็นตัวแทนของสถาปัตยกรรมย้อนยุคในสมัยรัชกาลที่ 5 แบบชิโน-โปตุกีส และได้นำความคลาสสิคนี้มาปรับใช้ให้สอดคล้องกับพื้นที่ย่านเก่าไว้

ภายในสถานี เมื่อออกมาจากขบวนรถก็จะได้เห็นรูปภาพขนาดใหญ่ติดไว้ที่เสาในภายในสถานีแสดงถึงขั้นตอนและรายละเอียดต่างๆ ในการก่อสร้างสถานีสามยอด

ใช้ทางออก 1 ก็จะเจอกับแยกสามยอด ที่มีความคึกคักเป็นอย่างมาก เมื่อสถานีสามยอดเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการแล้วยิ่งจะมีความคึกคักเป็นพิเศษ เนื่องจากย่านนี้เป็นศูนย์รวมของตลาด อย่าง สำเพ็ง ห้างดิโอลด์สยามพลาซ่า บ้านหม้อ และศาลาเฉลิมกรุง

มองเห็นตึกจอดรถของห้างดิโอลด์สยามพลาซ่า อยู่ฝั่งตรงข้ามของทางออก 3

 

สถานีสนามไชย : เรียกได้ว่าเป็นสถานี Highlight จากทั้งหมด 5 สถานี ด้วยการตกแต่งภายในที่มีความสวยงาม และได้รับความสนใจจากประชาชนก่อนที่จะก่อสร้างเสร็จด้วยซ้ำ ไม่เพียงเท่านั้นเมื่อเริ่มทำการก่อสร้างยังได้ขุดพบหลักฐานทางโบราณคดี ซึ่งจุดเด่นของที่นี่นอกจากความสวยงามแล้ว คงอยู่ที่เรื่องราว และคุณค่าทางประวัติศาสตร์ และยังเป็นสถานียังมีช่วงอุโมงค์ลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยา สถานีนี้ยังได้รับการขนานนามว่าเป็น 1 ใน 4 ของสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินที่สวยที่สุดของประเทศไทย

การตกแต่งสะท้อนเอกลักษณ์ไทยผ่านสถาปัตยกรรมสุดประณีต ประดับด้วยเสาสดมภ์ที่ตั้งอยู่ระหว่างทางเดิน ลงลายกระเบื้องเป็นดอกพิกุล ปลายเสาประดับด้วยบัวจงกลปิดทองคำเปลว

พื้นและผนังจำลองมาจากกำแพงเมือง

อีกหนึ่งจุดเช็คอินคงจะเป็นทางออก 1 ที่ขึ้นไปแล้วจะเจอกับมิวเซียม สยาม ใครที่ได้มาใช้บริการในช่วงทดลองรถไฟฟ้านี้ ต่างต้องออกมาถ่ายรูปตรงประตูทางเข้ามิวเซียม สยาม แน่นอน

หรือใครที่ชื่นชอบการมาเดินซื้อดอกไม้ที่ปากคลองตลาก บอกได้เลยว่ายิ่งมีรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายนี้ยิ่งสะดวกขึ้นอีกหลายเท่า ไม่ต้องขับรถมาวนหาที่จอดให้เมื่อย แค่เดินไปที่ทางออก 4 ก็ข้ามแยกไปยังปากคลองตลาดได้สบาย

 

สถานีอิสรภาพ : ซึ่งก็ได้รับแรงบันดาลใจมาจากหงส์ เป็นสัญลักษณ์ของวัดหงส์รัตนาราม ราชวรวิหาร ที่นำเอาประวัติศาสตร์ของพื้นที่มาเป็นคาแรกเตอร์ของสถานี ด้วยการตกแต่งรูปและลวดลายหงส์ทองในชั้นออกบัตรโดยสาร ซึ่งนำลายหงส์มาปรับรายละเอียดให้ลงตัวกับพื้นที่เสา โดยภาพทำมาจากวัสดุอะคริลิกสีทองและอะคริลิกใสฉลุลายซ้อนทับกัน เกิดเป็นมิติความลึกของลายหงส์

โดยสถานีนี้จะถูกบันทึกไว้ว่าเป็นสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินสถานีแรกที่ตั้งอยู่ฝั่งธนบุรีที่เชื่อมกับฝั่งพระนคร สามารถเดินทางได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว ใช้เวลาจากสถานีสนามไชยมาถึงสถานีอิสรภาพไม่ถึง 2 นาที ก็สามารถข้ามมายังฝั่งพระนครได้แล้ว

ซึ่งการมาของทุกสถานีทำให้เกิดความคึกคัก และการเปลี่ยนแปลงในเชิงอสังหาฯ หลายด้าน เพราะแต่ละย่านเดิมสามารถเข้าถึงได้แค่รถยนต์และรถเมล์ ที่จอดรถไม่ค่อยมี โดยบริเวณสถานีท่าพระ น่าจะเห็นการเปลี่ยนแปลงในเชิงที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดมากที่สุด เนื่องจากเป็นสถานีใหญ่และสามารถสร้างคอนโดสูงได้ โดยมีหลายๆ โครงการที่เปิดขายอยู่ในย่านนี้ และทำตลาดอยู่ บางโครงการก็สร้างเสร็จรอรถไฟฟ้าแล้ว และเมื่อรถไฟฟ้าพร้อมเปิดให้ใช้บริการก็จะทำให้ราคาที่ดินในย่านนั้นๆ หรือราคาของห้องก็อาจจะมีการขยับขึ้นอีก เพราะถือในเรื่องความสะดวกในการเดินทางเป็นหลัก และยังแวดล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตด้วย อีกทั้งในอนาคตย่านที่มีรถไฟฟ้าเข้าถึงแล้วก็จะถูกพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ เช่นเดียวกับแถวห้าแยกลาดพร้าว เรียกได้ว่าที่ดินแถวนั้นราคาสูงแซงหน้าแถวเพลินจิตไปแล้ว เพราะอีกไม่กี่วันก็จะเริ่มให้ประชาชนทดลองใช้บริการรถไฟฟ้าสถานีห้าแยกลาดพร้าวแล้ว คงได้แต่หวังว่าขอให้โครงการคอนโดฯ ที่อยู่ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าจะทำราคาที่สมเหตุสมผลสำหรับการพักอาศัยและสิ่งอำนวยความสะดวกในย่านนั้นๆ จริงๆ

wipawan khampuwiang

wipawan khampuwiang

จบทางด้านภาษาไทยและชอบงานเขียน ชอบอ่านและดูรูปภาพรีวิวบ้าน คอนโดต่างๆ เบื่อกับการอยู่ห้องทั้งวันแบบไม่มีอะไรทำ ฉะนั้นงานอดิเรกก็เลยชอบหาที่เที่ยวและถ่ายภาพ

เว็บไซต์

เทลล่า ทองหล่อ

ดิ เอสเทลล์ พร้อมพงษ์

ควอเตอร์ 39

ดีเทลที่เป็นจุดสลบของโครงการอย่าง Quarter 39 ก็คือ ก...

23 September, 2019

ศุภาลัย ซิตี้ รีสอร์ท สุขุมวิท 107

ย่านลาซาล- แบริ่ง เป็นย่านชุมชนเก่าแก่ ที่ใครหลายๆคน...

16 September, 2019

เดอะทรี พัฒนาการ-เอกมัย

ในช่วง 3-4 ปีให้หลังนี้มีคนบ่นเรื่องคอนโดราคาแพง จริ...

13 September, 2019

วันซ์ พัทยา

ONCE PATTAYAไม่ใช่คอนโดธรรมดา แต่เป็นคอนโดที่เหมาะกั...

9 September, 2019

พาร์ค คอร์ท สุขุมวิท 77

ถ้าพูดถึงคอนโด หลายคนชอบเลือกที่จะอยู่คอนโดมากกว่าอย...

4 September, 2019