ต่างชาติถก จะอยู่พัทยาต่อ หรือจะกลับบ้านเกิดดี? เจ้าบ้านควรพัฒนาพัทยาอะไรเพิ่ม?
เขียนโดย Propholic Editorial Team
บนชายหาดพัทยาในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว ภาพที่เห็นได้บ่อยคือกลุ่มชาวต่างชาติสูงวัยนั่งคุยกันใต้ร่มไม้ มองทะเล พลางสนทนาเรื่องที่ดูเหมือนธรรมดาแต่สะท้อนเศรษฐกิจเมืองทั้งเมือง นั่นคือคำถามว่า จะอยู่ต่อดีไหม หรือถึงเวลาต้องกลับบ้านแล้ว
บทสนทนาแบบนี้ถูกบันทึกไว้ในรายงานข่าวและสะท้อนสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นจริงในพัทยา ชาวต่างชาติหลายคนกำลังชั่งน้ำหนักระหว่างสองสิ่งที่สวนทางกัน ด้านหนึ่งคือค่าครองชีพที่เริ่มสูงขึ้น ทั้งราคาเครื่องดื่มในบาร์ ค่าเช่า หรือการจราจรที่หนาแน่นขึ้น แต่อีกด้านหนึ่ง พัทยายังคงถูกมองว่าเป็นเมืองที่ใช้ชีวิตได้ถูกกว่าและง่ายกว่าประเทศตะวันตกอย่างมาก
บางคนพูดติดตลกว่า ในพัทยายังหาเบียร์ราคาไม่กี่สิบบาทได้ถ้ารู้ว่าควรไปที่ไหน ขณะที่ในประเทศบ้านเกิด เบียร์หนึ่งแก้วอาจแพงกว่าหลายเท่า สำหรับผู้เกษียณที่มีเงินบำนาญจำกัด ความต่างนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่เป็นตัวกำหนดคุณภาพชีวิตทั้งชีวิต
คำถาม “อยู่ต่อหรือกลับบ้าน” จึงไม่ใช่แค่บทสนทนาริมชายหาด แต่มันสะท้อนโครงสร้างเศรษฐกิจของเมืองพัทยาเอง
งานวิจัยด้านเศรษฐศาสตร์การท่องเที่ยวจำนวนมากระบุว่าพัทยาเป็น tourism-dependent city หรือเมืองที่เศรษฐกิจพึ่งพาการท่องเที่ยวอย่างสูง รายได้ของเมืองหมุนอยู่กับกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยว ตั้งแต่โรงแรม ร้านอาหาร บาร์ ไปจนถึงบริการขนส่งและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เมื่อการท่องเที่ยวคึกคัก เมืองทั้งเมืองจะคึกคักตาม แต่เมื่อการท่องเที่ยวหยุด เช่นช่วง COVID-19 เศรษฐกิจเมืองก็แทบหยุดหมุนพร้อมกัน
สำหรับนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ ความจริงข้อนี้สำคัญมาก เพราะมันหมายความว่าดีมานด์ของที่อยู่อาศัยในพัทยาไม่ได้มาจากคนทำงานท้องถิ่นเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาก ประชากรชั่วคราวจำนวนมหาศาล ตั้งแต่นักท่องเที่ยวระยะสั้น ไปจนถึงชาวต่างชาติที่มาอยู่นานหลายเดือนหรือหลายปี
หนึ่งในกลุ่มสำคัญที่สุดคือ retirement migration หรือชาวต่างชาติที่ย้ายมาใช้ชีวิตหลังเกษียณ งานวิจัยหลายชิ้นชี้ว่าเมืองอย่างพัทยาดึงดูดกลุ่มนี้ได้เพราะสามเหตุผลหลัก คือ
1. ค่าครองชีพต่ำกว่าประเทศตะวันตก
2. สภาพอากาศอบอุ่น และ
3. ระบบบริการที่รองรับชาวต่างชาติได้ดี
แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เสียงถกเถียงเริ่มดังขึ้นว่าพัทยาอาจกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยน ค่าใช้จ่ายบางอย่างเพิ่มขึ้น การจราจรแออัดมากขึ้น และพื้นที่ท่องเที่ยวหลักหนาแน่นขึ้น สิ่งเหล่านี้ทำให้บางคนเริ่มตั้งคำถามว่าเมืองนี้ยังคุ้มค่าที่จะอยู่ระยะยาวหรือไม่
อย่างไรก็ตาม ผู้ที่อาศัยอยู่มานานจำนวนไม่น้อยกลับมองว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เป็นเรื่องปกติของเมืองท่องเที่ยวที่เติบโต และพัทยายังถือว่าถูกเมื่อเทียบกับมาตรฐานยุโรปหรืออเมริกา หากออกจากย่านท่องเที่ยวหลักไปยังชุมชนท้องถิ่น ก็ยังสามารถใช้ชีวิตได้ในต้นทุนต่ำ
งานวิจัยเกี่ยวกับโครงสร้างเศรษฐกิจพัทยายังพบว่ามีสิ่งที่เรียกว่า dual economy หรือเศรษฐกิจสองชั้น ด้านหนึ่งคือธุรกิจทางการ เช่น โรงแรม บริษัททัวร์ และโครงการคอนโดขนาดใหญ่ แต่อีกด้านหนึ่งคือเศรษฐกิจนอกระบบ เช่นผู้ค้าริมทาง แรงงานบริการอิสระ และกิจกรรมบริการจำนวนมาก เศรษฐกิจสองชั้นนี้ทำให้เมืองมีความยืดหยุ่นสูงและสามารถรองรับนักท่องเที่ยวจำนวนมากได้
ในขณะเดียวกัน การเติบโตอย่างรวดเร็วก็สร้างแรงกดดันต่อสิ่งแวดล้อม งานวิจัยด้านสิ่งแวดล้อมพบว่าพัทยาเผชิญปัญหาขยะ ความหนาแน่นของเมือง และคุณภาพน้ำทะเลที่ต้องได้รับการจัดการอย่างต่อเนื่อง เมืองท่องเที่ยวที่เติบโตเร็วเกินไปมักเผชิญปัญหาแบบนี้ และสิ่งเหล่านี้มีผลต่อภาพลักษณ์ของเมืองในระยะยาว


