ชูช์ ราชเทวี สุนทรียภาพใหม่แห่งการใช้ชีวิต บนทำเล ที่มี ‘คุณ’ อยู่ตรงใจกลางของทุกสิ่ง
“Luxury is not about being noticed, it’s about being remembered.” Giorgio Armani ในยุคที่นิยามของสินค้า Luxury ได้ถูกผลิตซ้ำจนกลายเป็น Massification of Luxury ที่ใครๆ ก็เข้าถึงได้ โลกของอสังหาริมทรัพย์ระดับบนจึงต้องกลับมาตั้งคำถามใหม่ว่า ‘อะไรคือความหรูหราที่แท้จริง?’ คำตอบนั้นไม่ได้อยู่ที่การป่าวประกาศด้วยโลโก้แบรนด์ตัวโต หรือดีไซน์สุดเฉี่ยวในแบบที่เรียกร้องความสนใจ หากแต่เป็นเทรนด์การอยู่อาศัยภายใต้ปรัชญา Quiet Luxury ที่มอบสุนทรียภาพแห่งความเรียบง่ายอันทรงพลัง ความงามแบบ Timeless ที่ไม่ขึ้นกับกาลเวลา ถ่ายทอดผ่านความพิถีพิถันของสเปซ การคัดสรรวัสดุชั้นเลิศที่หาได้ยาก และงานดีไซน์ที่เปิดโอกาสให้ ‘ความสงบ’ ได้ทำหน้าที่เล่าเรื่องราวความสำเร็จด้วยตัวมันเอง ปรัชญานี้ถูกถ่ายทอดอย่างงดงามและประณีตผ่านคอนเซปต์ของ ชูช์ ราชเทวี (SHUSH RATCHATHEWI) คอนโดพร้อมอยู่ตัวล่าสุดจากแสนสิริ ที่มาพร้อม Tagline ‘A Symphony of Silence’ ซึ่งถ่ายทอดแนวคิด True Sense of Luxury เพื่อตอบโจทย์กลุ่ม New Luxury ตามความตั้งใจของแสนสิริ
โดย ‘SHUSH’ มาจากคำว่า ‘Shh’ เสียงของความเงียบที่บอกเล่าเรื่องราวที่ยิ่งใหญ่ เปรียบดั่งซิมโฟนีบทใหม่ของการใช้ชีวิต ให้คุณได้สัมผัสไลฟ์สไตล์ที่ความเงียบคือนิยามใหม่ของชีวิตเหนือระดับ ที่ที่เสียงของความสงบบรรเลงขึ้นในจังหวะที่ลงตัวบนทำเล ที่มี ‘คุณ’ อยู่ตรงใจกลางของทุกสิ่ง มาพร้อมการออกแบบที่เชื่อมโยงชีวิตคุณกับธรรมชาติได้อย่างประณีต ผสานความสวยงามเข้าเป็นเนื้อเดียวกันกับคุณภาพของการใช้ชีวิต จนกลายเป็นศิลปะร่วมสมัยแห่งยุค “SHUSH RATCHATHEWI” (ชูช์ ราชเทวี) คือคอนโดใหม่ใจกลางราชเทวี เพียง 140 เมตร จาก BTS ราชเทวี บนสุดยอดทำเลศักยภาพที่มีซัพพลายในตลาดน้อย แต่มีดีมานด์ของกลุ่มลูกค้าระดับบนสูง ในย่าน CBD ใจกลางกรุงเทพฯ อย่างทำเล ‘ราชเทวี’ และเป็นครั้งแรกของแสนสิริ ที่พัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมที่มีสัดส่วนห้องสไตล์ Loft เพดานสูง 4.5 เมตร มากถึง 90% ของโครงการ มาพร้อมกับห้องน้ำแบบ Full Function บนชั้นลอยสำหรับห้องแบบ 2 ห้องนอนขึ้นไป ที่ถูกพัฒนามาจากความใส่ใจและเข้าใจความต้องการของผู้อยู่อาศัยให้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตอย่างแท้จริง มุ่งเจาะกลุ่มนักเรียน นักศึกษา บุคลากรทางการแพทย์ กลุ่มคนทำงาน รวมถึงผู้บริหารระดับสูง
โครงการ “ชูช์ ราชเทวี” เป็นอาคารพักอาศัยสูง 31 ชั้น มีชั้นใต้ดิน 5 ชั้น 1 อาคาร มีจำนวนยูนิตพักอาศัย 377 ยูนิต และจำนวนที่จอดรถกว่า 58% (222 คันแบบ Automated) เป็นสัดส่วนห้องสไตล์ Loft มากถึง 90% ของโครงการ โดยหากเป็นห้องแบบ 2 ห้องนอนขึ้นไปจะมีพื้นที่ห้องน้ำแบบ Full Function ที่ชั้นลอยด้วย และยังมีขนาดห้องที่พิเศษใหญ่กว่าแบบคูณสองเพิ่มเข้ามาอย่างห้อง Combine บนชั้น 20, 21, 22 และ 30 ที่แปลนสวยถูกใจมาก นอกจากนี้ยังสะดวกสบายด้วยการจัดพื้นที่ Mail Box แยกไว้ให้ในแต่ละชั้น แบ่งออกเป็นรูปแบบห้องและพื้นที่ใช้สอยตามนี้ครับ
LOFT ที่ชั้น 3 – 22
1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่: 28.50 – 28.75 ตร.ม. (พื้นที่ใช้สอยรวม 40.75 – 41.25 ตร.ม.)
1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่: 34.25 – 35.50 ตร.ม. (พื้นที่ใช้สอยรวม 49.00 – 50.50 ตร.ม.)
2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่: 41.75 – 46.75 ตร.ม. (พื้นที่ใช้สอยรวม 62.75 – 75.75 ตร.ม.)
COMBINE A ขนาดพื้นที่: 69.75 ตร.ม. (พื้นที่ใช้สอยรวม 100.00 ตร.ม.) โถง Living แบบ Double Volume แบบใหญ่พิเศษ ได้ Double Master Bedroom
COMBINE B ขนาดพื้นที่: 70.25 ตร.ม. (พื้นที่ใช้สอยรวม 100.25 ตร.ม.) โถง Living แบบ Double Volume แบบใหญ่พิเศษ ได้ Double Master Bedroom
COMBINE C ขนาดพื้นที่: 77.50 ตร.ม. (พื้นที่ใช้สอยรวม 113.75 ตร.ม.) มี 3 ห้องนอน 2 โถง Living แบบ Double Volume 2 ห้องครัว เหมาะกับทำเป็นห้อง Dual Keys ไว้ปล่อยเช่ามาก หรือแยกอยู่กันคนละครอบครัว
SIMPLEX ที่ชั้น 23 – 24 (มีแค่ 3 ยูนิตติดพื้นที่ส่วนกลาง) และ 26 – 31
1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย: 31.25 – 47.75 ตร.ม.
1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ 1 ห้องอเนกประสงค์ ขนาดพื้นที่ใช้สอย: 57.25 ตร.ม.
2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย: 60.00 ตร.ม.
2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย: 70.25 – 89.50 ตร.ม.
3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ ขนาดพื้นที่ใช้สอย: 97.00 – 117.25 ตร.ม.
COMBINE D ขนาดพื้นที่ใช้สอย: 109.25 ตร.ม. บนชั้น 30 ติดพื้นที่สวน Sky Pocket
โครงการมีแนวคิดการดีไซน์ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘Museum of Art, Gallery of Life’ นำเสนอพื้นที่การใช้ชีวิตที่เปี่ยมไปด้วยศิลปะ เสมือนเป็นแกลเลอรี่ ที่เน้น Shape & Form มีลูกเล่นในแบบของ SHUSH ภายในโครงการ เลือกสรรวัสดุคุณภาพ เฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งและงานศิลปะจากแบรนด์ชั้นนำและดีไซน์เนอร์ชื่อดังจากทั่วโลก เช่น โซฟา ‘DS-600 Snake’ จาก de Sede แบรนด์ชั้นนำจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่ถูกบันทึกเป็นโซฟาที่มีขนาดยาวที่สุดในโลกใน Guinness Book of Records, เลานจ์แชร์สุดไอคอนนิก ‘Elda’ โดย Joe Colombo ดีไซน์เนอร์ชาวอิตาลี, ของตกแต่งผนังสุดวินเทจ ‘Large Panel’ ออกแบบโดย Francois Cante-Pacos ดีไซน์เนอร์ชาวฝรั่งเศสในปี 1975 และอาร์มแชร์ ‘D.156.3’ ออกแบบโดย Gio Ponti สถาปนิกชาวอิตาลีที่ทรงอิทธิพลด้านการออกแบบในศตวรรษที่ 20 พร้อมมอบการดูแลลูกบ้านแบบเอ็กซ์คลูซีฟผ่านบริการ Concierge Service โดยพลัส พร็อพเพอร์ตี้
ยกระดับสุนทรียภาพแห่งการอยู่อาศัยด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางหรูระดับโรงแรมที่ถูกออกแบบไว้อย่างเป็นเอกลักษณ์ อาทิ
– The Galleria Lobby (ชั้น 1): โถงต้อนรับที่ตกแต่งด้วยหินธรรมชาติโทนสีเขียวตัดขาว ให้บรรยากาศเสมือนการดึงสวนภายนอกเข้ามาสู่ภายใน จัดแสดงชิ้นงานศิลปะระดับมาสเตอร์พีซและเฟอร์นิเจอร์ดีไซน์เฉพาะตัว สร้างแรงบันดาลใจในทุกวัน
– Landscape & Garden / Outdoor Recreational Area (ชั้น 1 และชั้นส่วนกลาง): สวนส่วนกลางดีไซน์ทางเดินแบบเส้นโค้งเว้าในสไตล์แกลเลอรี ช่วยกรองมลพิษ ลดอุณหภูมิ และเพิ่มความชื้น มอบความผ่อนคลายด้วยความร่มรื่นของต้นไม้ใหญ่
– The Reflection Amphitheater (ชั้น 3): พื้นที่นั่งพักผ่อนสไตล์เมืองใหญ่ พร้อม Reflection Panel ที่สะท้อนมุมมองสวนเขียวเกิดเป็น Oasis กลางเมือง
– The Relaxing Lounge & The Social Lounge (ชั้น 24): โซนพักผ่อนผ่อนคลายจิตใจ มองเห็นวิวเมือง และพื้นที่จัดเลี้ยงสังสรรค์สุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับการดูหนัง ทานอาหาร หรือต้อนรับแขกคนสำคัญ
– The Study Lounge & The Executive Room (ชั้น 24): Co-Working Space พร้อมห้องประชุม Executive ตอบโจทย์การทำงานทั้งแบบส่วนตัวและแบบกลุ่ม ติดตั้งอุปกรณ์ประชุมออนไลน์และหน้าจอสัมผัสแบบครบครัน
– The Entertainment Room (ชั้น 24): ห้องความบันเทิงครบวงจร รองรับทั้งการดูหนัง ซ้อมดนตรี ร้องคาราโอเกะ หรือเล่นเกม ได้รับ Certificate จาก Dolby Atmos ด้วยเป็นที่แรกของกลุ่มคอนโดเลยครับ ทั้งห้องมีลำโพงถึง 11 ตัวจากแบรนด์ Lyngdorf
– The Active Club (ชั้น 25): ฟิตเนสลอยฟ้าพร้อมเครื่องออกกำลังกายระดับท็อปแบรนด์ Technogym รุ่น Personalized Training Experience ที่มีหน้าจอ interactive, นวัตกรรม Kinesis Personal, โซน Pilates และ Yoga
– The Lumina Pool (ชั้น 25): สระว่ายน้ำระบบดีไซน์หิน Limestone ตัดกับเส้นสายของแสงไฟแบบ White on White ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังว่ายน้ำอยู่ท่ามกลางแสงดาว
ในส่วนของทำเล โครงการตั้งอยู่บนทำเลระดับซุปเปอร์ไพร์มโลเคชั่น ใจกลางราชเทวี เพียง 140 เมตร จาก BTS ราชเทวี เพียง 250 เมตร จาก BTS และ ARL พญาไท สะดวกต่อการเดินทางไปสนามบินสุวรรณภูมิ และใช้เวลาเพียง 5 นาทีจากสยามหรือแยกราชประสงค์ โดยในอนาคตจะมีสถานีรถไฟฟ้าสายสีส้มใหม่ในย่านนี้เพิ่มขึ้นหลายสถานี เช่น สถานีราชเทวีที่เป็นสถานี Interchange กับรถไฟฟ้า BTS, สถานีราชปรารภที่ Interchange กับ ARL ราชปรารภ สามารถเชื่อมต่อไปยังย่านมีนบุรีได้ในเวลาอันสั้น ทำให้การเดินทางจากนอกเมืองเข้ามาสู่ใจกลางเมืองนั้นใช้เวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง โดยเฉพาะพื้นที่รอบๆ สถานีรถไฟฟ้าราชเทวีจะเป็นพื้นที่ที่จะเป็นสถานีร่วมของเส้นทางรถไฟฟ้าขนาดใหญ่ 2 เส้นทางคือสายสีเขียว (BTS) และสายสีส้มตะวันตก และยังเป็นทำเลศูนย์กลางไลฟ์สไตล์ระดับเวิลด์คลาสใจกลางกรุงเทพฯ เพียง 10 นาที จากโรงพยาบาลราชวิถี ซึ่งนับเป็นโรงพยาบาลศูนย์วิชาการที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย และเพียง 15 นาทีจากย่าน CBD อย่างสีลม, สาทรและเพลินจิต ตลอดจนโครงการยังถูกรายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกชั้นนำอีกมากมาย อาทิ สยามพารากอน, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาและโรงพยาบาลรามาธิบดี ในราคาเริ่มต้น 8.99 ล้าน* ราคาเฉลี่ย 245,000 บาท/ตารางเมตร มีอัตราผลตอบแทนจากการปล่อยเช่า (Rental Yield) และอัตราสัดส่วนกำไรจากการขายเปลี่ยนมือ (Capital Gain) ประมาณ 7.5% ต่อปี



















