ชาวคอนโดมาดู IPTV กันเถิด

สวัสดีเดือนสิงหาคมครับ คุณผู้อ่านคิดเหมือนผมไหมครับว่า… ช่วงเดือนสองเดือนที่ผ่านมานี้ เป็นยุคทองของการถ่ายทอดสดสารพัดกีฬาเลยครับ ไล่มาตั้งแต่ฟุตบอลยูโร จนถึงโอลิมปิค ลอนดอนเกมส์ แต่ผมเชื่อว่าคนส่วนหนึ่งของประเทศไทยคงจะหงุดหงิดไม่น้อยกับคำศัพท์ที่ทาง กสทช. และสื่อต่างๆ เรียกกันว่า “จอดำ” นั่นแหละครับ ปรากฎการณ์ดังกล่าวทำให้ผู้บริโภคตาดำๆต้องมาเสียทั้งเวลา และเสียทั้งเงินในการที่จะทำให้ทีวีของตัวเอง นั้นสามารถดู content นั้นๆได้….ผมว่าสาเหตุของเรื่องดังกล่าวถ้าวิเคราะห์ถึงที่มาที่ไปดีๆ มันก็มาจาก 2 สาเหตุหลักนะครับ

ข้อแรกคือ การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีทางโทรคมนาคม ที่ขนาดแค่ทีวี ไอ้ตอนแรกเราก็นึกว่ามันจะมีแค่ ขาวดำมาสี – สีจออ้วนมาสีจอแบน – สีจอแบนมาพลาสม่า – พลาสม่ามา LCD – LCD มาเป็น LED จาก LED มาเป็นทีวีสามมิติ – จากทีวีสามมิติมาเป็น Smart TV สามมิติ!!!!!!! เอ่อ ผมว่าข้อเสียของเทคโนโลยีมันก็จะทำให้กระเป๋าเราแฟบลงจริงๆนะครับ  ที่สำคัญตัวผมเองคิดว่าทีวีสมัยก่อนเนี่ยมันเป็นอะไรที่เสียยากจริงๆนะครับ อยู่มาเกิน 20 ปีแล้วมันยังไม่พังเลย ไม่เหมือนกับสมัยนี้บางทีซื้อมาไม่ถึงเดือน รีโมทไปก่อนแล้วอ่ะ…นี่ขนาดพูดถึงแค่ในด้าน Hardware นะครับ ยิ่งในส่วนของ Software โดยเฉพาะเทคโนโลยีการถ่ายทอดสัญญาณ หรือการรับชมสัญญาณ คลื่นสัญญาณอะไรเนี่ย อธิบายไปสามวันก็ไม่จบ


ข้อที่สองคือ การแข่งขันกันระหว่างธุรกิจคนละประเภท หรือที่เรียกกันว่า Cross Category Competition นะครับ คุณผู้อ่านลองคิดดูครับบริษัทผลิตคอมพิวเตอร์ เค้าทำคอมพิวเตอร์อยู่ดีๆ บริษัทผลิตทีวีดันมาทำ Internet TV แข่งมันซะหยั่งงั้น หรือว่าธุรกิจจานดาวเทียม เมื่อก่อนก็แค่มีจานดำใหญ่ๆ รับสัญญาณได้ทั่วโลก เดี๋ยวนี้มันมีเคเบิลทีวี (ที่เมื่อก่อนเป็นระบบ Fiber Optic ไม่ได้มาใช้จงใช้จานอะไรกับเค้าเล้ย) เปลี่ยนมาใช้จานเล็กอีก เล็กไม่พอแถมมาเข้ารหัส ผลิตคอนเทนท์เอง หรือไม่ก็ซื้อลิขสิทธิ์เอง แล้วมาขายต่อให้กับผู้บริโภค บลาๆๆ….สุดท้ายแล้วมันก็อยู่ที่คอนเทนต์แหละครับว่าใครหรือรูปแบบไหนมันจะเหนือและตรงใจผู้บริโภคมากกว่ากัน >>> เสริมนิดนึง โดยทางทฤษฎีแล้ว นักการตลาดมักจะใช้วิธีการในการตอบโต้คู่แข่งที่มาจากเซกเมนต์ที่แตกต่างกันดังนี้นะครับ 1. ซอยย่อยเซกเมนต์มันเข้าไป เอาให้ครอบคลุมทุกกลุ่มมันเลยนะ ให้ไอ้คนที่มาทีหลังมันงงจนตามไม่ทัน 2. ขยายจุดเด่นในตัวผลิตภัณฑ์ เน้นย้ำให้เห็นว่า ข้านี่แหละตัวจริงไม่ใช่ของเลียนแบบ ต้นตำหรับชาเขียวมันต้องมาจากญี่ปุ่นและญี่ปุ่นมันคือโออิชินะเฟ้ยยยยย จะมาใช้ลายกราฟิคไก่กาไม่ได้ มันต้องนี่ One Piece…เอ่อ ผมแค่ยกตัวอย่างให้ดูเล่นๆนะครับ     3.จับมือกันร่วมกันทำการตลาดมันเลยครับ ยกตัวอย่างเช่น SMART TV ที่รองรับ internet อยู่แล้ว ตัวเองเก่งด้านผลิต Hardware แต่ว่าต้องมาลงชิงชัยในตลาด content เลียนแบบคู่แข่งใน ตลาดที่เค้าทำกันตูมๆ (ยุคนี้สมัยนี้ ไม่ได้ครับบ้าจี้ เห็นใครทำอะไรก็ต้องตามให้หมด) แน่นอนว่าถ้าทำเองต้องใช้เงินมหาศาลในการทำสิ่งที่ตัวเองไม่ถนัดแน่ๆครับ เคสอย่างนี้ผมขอยกกรณีของ ISP เจ้าดังอย่าง 3BB ครับ เพราะว่า 3BB ผมเองเคยร่วมแคมเปญมากับเค้าในสมัยที่ผมยังอยู่ในอุตสาหกรรม Digital Content น่ะครับ

3BB เนี่ยเป็นผู้ให้บริการ internet นะครับ จุดเด่นของเค้าก็คือเค้าข่าย Local ที่ครอบคลุมมากที่สุด มีแบนด์วิทด์สูงที่สุด ในราคาถูกที่สุด (อืม..ไม่ขออธิบายเพิ่มนะครับว่ารายละเอียดเป็นอย่างไร เอาเป็นว่าละไว้ในฐานที่เข้าใจ) บอกไว้ก่อนเลยว่าเพราะ 3BB เนี่ยแหละ ทำให้บัลลังก์ของกลุ่ม TRUE ที่เป็นตัวเอ้ในด้าน Digital Solution ต้องสั่นคลอน จนขนาดต้องยอมเพิ่ม speed net เป็น super ultra hi speed และลดราคาแพคเกจของตัวเองลงมา ถือเป็นการปลดแอกให้กับผู้บริโภคอย่างแท้จริงครับ…ผมแอบกระซิบว่า 3BB เค้าไม่เคยกลัวครับว่าจะเพิ่มเป็น super ultra หรือ super Seiya hi speed internet ครับ เพราะว่าเค้าเคลมตัวเองว่า infrastructure เค้าพร้อมที่จะเล่นทั้ง product และ pricing ครับ

ทีนี้ 3BB เค้ามองออกครับ ว่าธุรกิจเค้าเป็น Digital Content ครับ ไม่ใช่ธุรกิจผู้ให้บริการ internet เมื่อวาง position แบบนี้ ก็ครบเครื่องเลยสิครับ ผมจะฉายภาพให้เข้าใจกันง่ายๆครับ ว่าเค้าไปจับมือกับใครบ้าง

    • ธุรกิจให้บริการ corporate internet >>> IDC บริการ internet data center จับมือกับ Jasmine internet (จริงๆแล้วเป็นบริษัทแม่ลูกกัน)
    • ให้บริการ wifi internet >>> จับมือกับ AIS โดยดีลนี้ AIS มาใช้ความแข็งแกร่งของ 3BB เพื่อมาต่อสู้กับ TRUE ครับ
    • Digital Content >>> จับมือกับค่าโมโนในการทำ content วาไรตี้ต่างๆ ผ่านทางเวปไซต์ mthai.com และ content สุดเซ็กซี่อย่าง Allure
    • IPTV >>> ไหนๆก็มีคนเขียน content แล้ว มีเนตแล้วก็ทำเป็น IPTV ดูผ่าน internet 3BB มันซะเลย ร่วมกับพันธทิตรชั้นนำในแง่ของช้องรายการท้องถิ่น และ content ที่ผลิตเอง
    • Software >>> จับมือกับค่าย anti virus software ชั้นนำอย่าง Avira และ Panda ในการจำหน่าย software ในรูปแบบ Bundling รวมถึงการแสกนไวรัสออนไลน์
    • Movie Buffet >>> จับมือกับค่าย Home Entertainment ชั้นนำในการนำลิขสิทธิ์หนัง มาปล่อยให้ดูในแบบ internet streaming…ผมมองว่าธุรกิจนี้จะมีการแข่งขันที่รุนแรงมาก ขึ้นในอนาคต และจะส่งผลให้ค่าย home entertainment ละทิ้งศูนย์เช่า DVD มาเข้าสู่ธุรกิจนี้แบบเต็มตัวครับ และสามารถ cross competition กับพวก Internet TV ได้ด้วย
    • 3BB Game >>> ตัวนี้ถ้าคนไม่รู้จริงจะมองว่า โอ้ยจะไปได้อะไรจากธุรกิจเกม แต่ผมบอกไว้ก่อนนะครับตลาดเกมออนไลน์เมืองไทยมีมูลค่ามากกว่า 3,000 ล้านบาทนะครับ และนี่นับเฉพาะที่ ถูกกฎหมายเท่านั้น 3BB จับมือกับค่ายเกมอย่าง Funbox และ Asiasoft ในการแถมไอเทมพิเศษ ที่จะแจกให้เฉพาะลูกค้า 3BB เท่านั้น….ได้ทั้งตลาดร้านเนต และตลาดคนเล่นที่บ้านเลยครับ อย่าลืมนะครับไอเทมพิเศษ มันหายากนะครับ และมันนำมาขายต่อในตลาดมืดได้ด้วย เกมเมอร์หลายหมื่นคนเลือกซื้อแพคเกจ 3BB เพราะว่าเค้าคำนวณแล้วว่าแค่ค่าไอเทมมันก็แพงกว่าค่าแพคเกจเนตแล้วครับ

    พูดร่ายยาวมาตั้งเยอะ เมื่อไหร่จะเข้ามาที่ IPTV ซักที่เนี่ยเออ…คุณผู้อ่านครับจากที่ผมเล่าไปถึงเรื่อง cross category competition ผมก็อยากจะบอกครับว่า สถานการณ์แบบนี้ผู้บริโภคจะได้รับประโยชน์เต็มๆในด้าน choice ที่มีมากขึ้น จากผู้ประกอบการที่หลายหลายนั่นเองแหละครับ

    คุณผู้อ่านที่อยู่คอนโดคงจะทราบกันดีว่าถ้าอยากดูเคเบิลทีวี ก็ไม่สามารถเอาจานมาติดเองได้ กลายเป็นว่า lifestyle การดูทีวีของเราถูกนำไปฝากไว้กับนิติบุคคลว่าเค้าอยากจะเลือกเคเบิลทีวี หรือจานดาวเทียมเจ้าไหน โชคร้ายอาจจะดูได้แค่ฟรีทีวี แต่ในส่วนของอินเทอร์เน็ตแล้วมันก็ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่เพราะสองปีแรกคอนโดทุกโครงการต้องใช้ของสัมปทาน TOT หมด!!!! กรรมแล้วสิครับประเทศไทย (เอ่อ แต่ของ TOT มันก็ดีนะครับสปีดดีเร็วแรง ราคาถูก แต่น่าจะปรับปรุงพวก value added services) แล้วจะทำยังไงอ่ะครับ?

    • หาก criteria ของคุณคืออยากดูช่องรายการที่นอกเหนือจากฟรีทีวี โดยที่ไม่จำเป็นจะต้องมี content กีฬาที่มีลิขสิทธิ์ก็ได้ ก้แนะนำว่าให้ติดเคเบิลทีวีของโครงการไป
    • หาก criteria ของคุณคือไม่อยากดูเคเบิลทีวีที่ทางโครงการมี และก้ไม่อยากดูฟรีทีวี คุณมี 2 options ครับ ติด internet TOT และก้ดู IPTV ของ TOT
    • หาก criteria ของคุณคืออยากดู IPTV ที่ไม่ใช่ของ TOT >>> เมื่อก่อนต้องจำใจยอมรับครับว่ามันไม่มี choice แต่เดี๋ยวนี้คุณมี choice แล้วครับ เพราะมีผู้ให้บริการ IPTV หลายเจ้าที่ไม่ได้เป็น ISP เกิดขึ้นมา ซึ่งผู้ให้บริการแบบนี้ “ไม่ได้ขายพ่วง” ครับ ยกตัวอย่างเช่น VooZ TV หรือ UniTV ที่คุณเพียงแค่ซื้อกล่องของเค้ามา แล้วใช้เนตของเจ้าไหนก็ได้ในการรับสัญญาณ

    แล้ว IPTV มันดีอย่างไรอ่ะครับ? ดีสิครับเพราะว่าคุณไม่ต้องติดจานดาวเทียมแต่อย่างไร และที่สำคัญไม่ต้องเสียค่าบริการรายเดือนครับ ยกเว้นที่รายการที่เป็นประเภท pay per view เช่นพวกหนังแบบ HD หรือว่า interactive content ต่างๆ ลองจินตนาการถึงการดูดวงกับหมอกฤษณ์ผ่านทาง IPTV นะครับ นอกจากจะมีการปฏิสัมพันธ์ผ่านทาง IP camera ได้แล้ว ยังจ่ายเงินผ่านทางหน้าจอทีวีได้เลยครับ เห็นมั้ยครับ exclusive แค่ไหน >>> ผมว่าธุรกิจเคเบิลทีวีต้องปรับตัวกันขนานใหญ่แล้วนะครับเพราะว่าผู้บริโภค choice มีมากขึ้น ยิ่งในตลาดคอนโดที่เคเบิลทีวีหลายๆเจ้าไม่สามารถเข้าไปเจาะตลาดได้ ยิ่งเป็นช่องว่างทางการตลาดที่ใหญ่มากของธุรกิจ IPTV ครับ อย่างคอนโด ผมขนาดว่ากสทช. ประกาศใช้กฎ Must carry ที่เอื้อให้ทุกช่องรับสัญญาณสามารถรับชมโอลิมปิคได้แล้ว ยังเป็นจอดำเลยครับ เพราะว่าจานดาวเทียมของทางโครงการเป็นรุ่นที่เข้ารหัสไม่ได้แหน่ะ!!! เอาล่ะครับ เห็นทีผมต้องขอตัวไปหาเจ้า IPTV ดีๆสักเจ้าเพื่อเอามาติดไว้ดูในห้องแล้วล่ะครับ เจอกันใหม่คราวหน้าครับ

    หากเพื่อนๆหรือคุณผู้อ่านคนไหนอยากให้ผมเขียนเรื่องอะไร และจะแนะนำติชมอะไรขอให้ส่งเมลมาได้ที่ kirk.bu@gmail.com นะครับ อะไรที่หามาได้ ก็จะเอามาเขียนตอบแน่นอนครับ ส่วนอะไรที่ตอบไม่ได้ก็รอไปก่อนนะครับ แต่สัญญาว่าจะหามาให้ได้ครับ



เกริก บุณยโยธิน

เกริก บุณยโยธิน

ผู้ก่อตั้งเวปไซต์แบ่งปันความรู้ด้านการตลาด และการสร้างแบรนด์ในวงการอสังหาฯ พร็อพฮอลิค ดอทคอม..หลังจากที่ใช้เวลามากกว่า 10 ปี ในการวนเวียน เข้าๆออกๆ ในสายงานด้านการตลาด และวางแผนกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ ของบริษัทอสังหาฯ และเอเยนซีโฆษณาชั้นนำหลายแห่ง (โดยที่ไม่รู้ว่าทำไมต้องจับสลากเจอลูกค้าสายอสังหาฯทุกที)...จนถูกครอบงำโดยจิตใต้สำนึก ให้ถีบตัวเองออกจากกรอบการทำงานแบบเดิมๆ เพื่อออกมาจุดประกายความคิดที่ถูกต้อง และนำเสนอมุมมองใหม่ๆ ให้กับกลุ่มคนที่สนใจในธุรกิจอสังหาฯ

เว็บไซต์

ที่สุดของ The Residences at Mandarin Oriental, Bangkok (3: Privacy & Sustainability)

หากนิยามความหรูหราของคุณต้องมาพร้อมกับความเป็นส่วนตัวที่มากกว่าปกติ The Residences at Mandarin Oriental, Bangkok เป็นหนึ่งในไม่กี่โครงการที่มจำนวนยูนิตต่อชั้นน้อยมากเพียงแค่ 4 ยูนิต โดยแต่ละชั้นจะม... อ่านต่อ




ที่สุดของ The Residences at Mandarin Oriental, Bangkok (2: Signature Design)

ด้วยทำเลที่ตั้งริมแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงที่คึกคัก ติด ICONSIAM และเป็นศูนย์รวมเรื่องราวทาง... อ่านต่อ

ที่สุดของ The Residences at Mandarin Oriental, Bangkok (1: One of a kind Branded Residences)

สำหรับเหล่านักเดินทางเหนือระดับที่มองหาที่พักอาศัยสุดหรู อันจะช่วยเติมเต็มประสบการณ์การ... อ่านต่อ

ใช้อารมณ์ในการเจรจาต่อรองอสังหา ช่วยทำให้ถือไพ่เหนือกว่า หรือว่า พลาดท่ากันแน่? Emotions in Real Estate Negotiations

ในสนามแห่งการเจรจาต่อรองไม่ว่าในเรื่องใด ใครๆ ก็อยากให้ผลประโยชน์มาตกอยู่ที่ฝั่งของตนเอ... อ่านต่อ

Psychology of Real Estate จิตวิทยาเกี่ยวข้องกับการซื้อขายบ้านและอสังหาฯ ยังไง

ว่ากันว่าการซื้อขายบ้านนั้นตั้งอยู่บนพื้นฐานของการใช้อารมณ์ในการตัดสินใจมากที่สุดเมื่อเ... อ่านต่อ