จาก CEO สู่ Solo Founder เทรนด์ธุรกิจใหม่ที่กำลังเขย่าอสังหา?
หรือว่าตอนนี้การเป็น CEO อาจไม่คุ้มค่าอีกต่อไป? เพราะบริษัทคนเดียวโตเร็วกว่า และกำลังเปลี่ยนอนาคตอสังหาริมทรัพย์ไปพร้อมกัน?
มีช่วงเวลาหนึ่งที่คำว่า “CEO” คือปลายทางของเกมชีวิตการทำงาน เป็นตำแหน่งที่ใคร ๆ ก็อยากไปให้ถึง ทั้งเงินเดือน ชื่อเสียง และอำนาจ มันดูเหมือนเป็นจุดที่เมื่อไปถึงแล้ว ทุกอย่างจะง่ายขึ้นเอง
แต่โลกตอนนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว
บทความหนึ่งจาก McKinsey & Company โดย Kurt Strovink เล่าให้ฟังแบบตรงไปตรงมาว่า การเป็น CEO ในยุคนี้อาจเป็นหนึ่งในงานที่ “ไม่คุ้ม” มากที่สุดงานหนึ่งก็ได้ ไม่ใช่เพราะเงินน้อยลง แต่เพราะสิ่งที่ต้องแบกมันมากขึ้นจนเริ่มไม่สมดุล
ลองนึกภาพคนคนหนึ่งที่ต้องตื่นมาแล้วตัดสินใจเรื่อง AI ว่าจะเอาไปใช้ยังไงในองค์กร ทั้งที่เทคโนโลยีมันเปลี่ยนทุกสัปดาห์ ยังไม่ทันเข้าใจของเก่า ของใหม่ก็มาอีกแล้ว จากนั้นยังต้องมาคิดเรื่องภาพลักษณ์บริษัท ว่าจะยืนอยู่ฝั่งไหนในประเด็นสังคมที่ไม่มีคำตอบถูกผิดชัดเจน พอตกบ่ายอาจต้องประชุมเรื่อง supply chain ที่อยู่ดี ๆ ก็สะดุดเพราะความตึงเครียดระหว่างประเทศที่ตัวเองไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วยเลย
มันไม่ใช่แค่งานบริหารอีกต่อไป มันคือการพยายามควบคุมโลกที่ตัวเองควบคุมไม่ได้
หลายคนเริ่มพูดกันครึ่งเล่นครึ่งจริงว่า CEO สมัยนี้คล้ายผู้นำประเทศย่อม ๆ มากกว่า และที่น่าสนใจคือ ต่อให้ทำงานหนักแค่ไหน งานก็ยังมีมากกว่าเดิมเสมอ เหมือนเกมที่ไม่มีวันเคลียร์ได้จริง
ในขณะเดียวกัน อีกมุมหนึ่งของโลกกลับเงียบกว่ามาก ไม่มีห้องประชุมใหญ่ ไม่มีทีมงานหลายร้อยคน ไม่มีตำแหน่งอะไรหรูหรา มีแค่คนคนเดียวกับคอมพิวเตอร์หนึ่งเครื่อง
เขาไม่ได้เรียกตัวเองว่า CEO
แต่คือ Solo Founder
ธุรกิจที่ดำเนินการโดยแค่คนเดียว
แม้มีคนเดียว แต่เขาสร้างรายได้ สร้างระบบ และขยายธุรกิจได้โดยไม่ต้องมีองค์กร
สิ่งที่เปลี่ยนเกมคือ AI และเครื่องมือดิจิทัลที่ทำให้สิ่งที่เคยต้องใช้คนทั้งทีม กลายเป็นสิ่งที่คนคนเดียวจัดการได้ ตั้งแต่เขียนคอนเทนต์ วิเคราะห์ข้อมูล ไปจนถึงทำการตลาด ทุกอย่างถูกย่อส่วนลงอย่างเงียบ ๆ
ความน่าสนใจไม่ได้อยู่ที่ว่า Solo Founder ทำได้เท่าบริษัทใหญ่หรือเปล่า แต่อยู่ที่เขาเร็วกว่า และเบากว่ามาก เขาไม่ต้องรอการอนุมัติ ไม่ต้องประชุมหลายรอบ ไม่ต้องแบกโครงสร้างที่ซับซ้อน การตัดสินใจหนึ่งครั้งสามารถเกิดขึ้นและลงมือทำได้ทันที
มันเป็นความได้เปรียบที่องค์กรใหญ่ไม่ค่อยพูดถึง
และมันเริ่มชัดขึ้นเรื่อย ๆ ว่า เกมนี้อาจไม่ได้เป็นของคนที่ใหญ่ที่สุด แต่เป็นของคนที่ปรับตัวเร็วที่สุด
พอภาพนี้เริ่มชัด ผลกระทบมันก็ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในโลกเทคโนโลยี แต่มันค่อย ๆ ไหลไปแตะสิ่งที่ดูเหมือนไม่เกี่ยวกันเลย อย่างอสังหาริมทรัพย์
เมื่อก่อน ถ้าคุณอยากทำธุรกิจจริงจัง คุณต้องมีออฟฟิศ มีทีม มีพื้นที่ แต่ตอนนี้ คนที่ทำเงินได้จำนวนไม่น้อย กลับทำงานจากคอนโด ห้องเล็ก ๆ หรือแม้แต่โต๊ะเดียวในคาเฟ่



