จาก “ชีวิตดีๆ ที่ลงตัว” สู่ความเป็นจริงที่คนเมืองถวิลหา

เกริก บุณยโยธิน 10 April, 2026 at 13.44 pm

ประกาศที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา


คำขวัญอมตะของชาวกรุงเทพฯอย่าง “กรุงเทพฯ ชีวิตดีๆที่ลงตัว” มักถูกนำมาล้อเลียนในวันที่ฝนตกหนักจนน้ำท่วม รถติด รถไฟฟ้าขัดข้อง หรือทางเท้าพัง นั่นเพราะความต้องการพื้นฐานของคนเมืองจริงๆไม่ใช่เพียงแค่ความหรูหรา และการมีตึกสูงรายล้อม แต่สิ่งที่ชาวกรุงเทพฯถวิลหาคือ คุณภาพชีวิตที่ถูกจัดการได้อย่างเป็นระบบและใช้งานได้จริง ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางที่เชื่อมต่อกันอย่างไร้รอยต่อ พื้นที่สาธารณะสีเขียวที่เดินไปถึงได้ในไม่กี่นาที หรือความโปร่งใสในการรับบริการจากภาครัฐ

ในปัจจุบันกทม. ภายใต้การนำของผู้ว่าชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รวมถึงคณะผู้บริหาร กำลังเร่งพิสูจน์ว่าวิสัยทัศน์เหล่านั้นไม่ใช่แค่ฝัน แต่มหานครที่ได้รับการจัดอันดับระดับโลกอย่างโดดเด่นจากหลากหลายสาขารางวัลในปีนี้ อาทิ อันดับ 1 เมืองที่ดีที่สุดในเอเชีย ประจำปี 2026 (Best Cities in Asia 2026) จากการประกาศผลรางวัล Readers’ Choice Awards 2026 ของนิตยสาร DestinAsian เอาชนะเมืองชั้นนำอย่างกรุงโตเกียว และประเทศสิงคโปร์ / อันดับ 3 เมืองน่าไปที่สุดในโลกจาก NY Times / และอันดับ 8 เมืองที่ดีที่สุดในโลกจาก Time Out กำลังก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญภายใต้แนวคิดการพัฒนาเมืองที่จับต้องได้จริง ผ่านโปรเจกต์ที่ครอบคลุมทั้งด้านเศรษฐกิจ ดิจิทัล และโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อยกระดับกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองที่น่าอยู่สำหรับทุกคนอย่างแท้จริง

โดยวันนี้ทีมโฆษกกทม. นายเอกวรัญญู อัมระปาล และคณะผู้บริหาร ได้ฉายภาพให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในรอบ 4 ปีที่ผ่านมา โดยมีไฮไลต์สำคัญที่ทางทีมเคลมว่าจะช่วยปลดล็อกทั้งศักยภาพการใช้ที่ดินและยกระดับคุณภาพชีวิตของขาวกทม.ให้ดีขึ้นอย่างโครงการ สวน15 นาที และนวัตกรรมบริการเพื่อภาคอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

 

1. พื้นที่สีเขียวและสิทธิประโยชน์ทางภาษี: Green & Economic Incentives

หัวใจหลักคือโครงการ สวน 15 นาที ที่ไม่ได้มาแค่เพื่อความสวยงาม แต่มีการนำเรื่อง Economic & Tax Incentive เข้ามาจับ เพื่อปลดล็อกการใช้งานที่ดินผ่านการใช้มาตรการทางภาษี (Land Tax Management) เพื่อจูงใจให้ภาคเอกชนเปลี่ยนที่ดินว่างเปล่าให้กลายเป็นพื้นที่สาธารณะหรือสวนใกล้บ้านชั่วคราว เพื่อแลกกับการยกเว้นหรือลดหย่อนภาษีที่ดิน ปัจจุบันมีการเปิดตัวสวนไปแล้วหลายร้อยแห่งทั่วกรุงเทพฯ ทั้งในรูปแบบ Pocket Park ใต้ทางด่วน พื้นที่ริมคลอง ไปจนถึงพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งนอกจากสวนขนาดเล็กแล้ว กทม. ยังมีแนวคิดการพัฒนาพื้นที่ไลฟ์สไตล์อื่นๆ เช่น Pet Park สำหรับคนรักสัตว์ และการปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกในสวนหลัก เช่น ศูนย์อาหารใหม่ที่สวนลุมพินี เพื่อตอบโจทย์การใช้งานจริงของคนทุกกลุ่ม

2. ปฏิรูปงานบริการเพื่อความรวดเร็วและโปร่งใส: Digital Governance

Smart Licensing: ระบบยื่นแบบก่อสร้างออนไลน์ และติดตามสถานะใบอนุญาตที่โปร่งใส ซึ่งสำคัญมากต่อภาคอสังหาริมทรัพย์ / Public Space: ซึ่งเป็น Platform ที่ยื่นเพื่อขออนุญาตการถ่ายภาพยนต์ในที่สาธารณะ / การยื่นแบบสร้างบ้านออนไลน์ ที่มีคำขอมาแล้วกว่า 17,881 เรื่อง/และ Urban Integration: เชื่อมโยงข้อมูล CCTV โดยการยื่นขอดูภาพ CCTV แบบออนไลน์ได้ 24 ชั่วโมง ซึ่งเป็นประโยชน์มากหากเกิดอุบัติเหตุ

 

และการแจ้งเหตุผ่าน Traffy Fondue และคลังข้อมูลเมืองออนไลน์ ที่พบว่าแม้จะมีการแจ้งปัญหาเข้ามาเยอะ โดยแก้ไขเสร็จสิ้นไปแล้วกว่า 1.2 ล้านเคส แต่ด้วยข้อมูล Big Data ที่ได้ ทำให้สามารถนำเอาข้อมูลมาปรับใข้งานได้จริง และช่วยยกระดับการทำงานของเจ้าหน้าที่แต่ละเขตได้ เพราะระบบ Dashboard จะเป็นตัว Benchmark ว่าเขตไหนทำงานมีประสิทธิภาพมากกว่ากัน

3. การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิต: Infrastructure & Resilience

กทม. กำลังเชื่อมโยงเมืองด้วยโครงสร้างพื้นฐานที่เน้นผู้ใช้งานเป็นศูนย์กลาง.ในหลายมิติ อาทิ Connectivity: พัฒนาทางเท้า 3 ด้าน ได้แก่ “ริมถนน-ริมคลอง-Skywalk” ที่ทางกทม.ตั้งเป้าในการพัฒนาทางเท้าดี 1,000 กม. (ปัจจุบันเกินเป้าแล้วที่ 1,100 กม.)

รวมถึงการนำระบบ Adaptive Control หรือระบบควบคุมไฟจราจรอัจฉริยะมาใช้ลดปัญหาการจราจร รวมถึง Flood Prevention: การใช้เทคนิคอย่าง Pipe Jacking และธนาคารน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วมเชิงรุก สร้างความมั่นใจให้กับผู้พักอาศัยในพื้นที่ลุ่มต่ำ

 

นอกจากนี้ทางกทม. ยังได้มีการเผยถึงโปรเจกต์ที่น่าจับตามองในอนาคตซึ่งจะเปลี่ยนโฉมหน้าเมืองให้มีความหลากหลายในการใช้ชีวิตย่างสร้างสรรค์บนพื้นที่สาธารณะมากขึ้น อาทิ สะพานคนเดินข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาที่เชื่อมโยงฝั่งธนบุรีและฝั่งพระนครให้ใกล้กันมากขึ้น เพื่อช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและลดการพึ่งพารถยนต์ในการข้ามฝั่ง, การพัฒนาหอศิลป์ฝั่งธนบุรี และการปรับปรุงศาลาว่าการฯเดิม ให้กลายเป็น Museum Area ที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนเมืองตลอดจนช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์เพื่อยกระดับย่านเสาชิงช้า เช่นเดียวกับ วิสัยทัศน์ในการพัฒนา Convention Center แห่งใหม่ ที่บริเวณสนามศุภชลาศัย ที่ได้มีการเริ่มพูดคุยกับทางจุฬาฯแล้ว เพื่อรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจและกิจกรรมระดับโลก

 

แม้กรุงเทพฯจะมีการพัฒนาในเชิง Infrastructure ที่สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้งานของคนเมืองได้ดีมากขึ้น แต่มหานครแห่งนี้ก็ไม่อาจจะเปลี่ยนโฉมให้เป็นเมืองที่ตอบทุกความต้องการของทุกคนได้ในแบบ 100 เปอร์เซ็นต์ การเร่งรัดการสร้างโครงการใหม่ มีทางเท้าเพิ่ม พัฒนาป้ายรถเมล์แบบใหม่ ตัดถนนใหม่ๆ พื้นที่ Public Space และการแก้ปัญหาจราจรด้วยเทคโนโลยี อาจจะไม่มี impact มากเท่าการปลูกฝังจิตสำนึกสาธารณะให้เกิดขึ้นในหมู่คนเมือง เช่นเดียวกับการปลดล็อก ข้อจำกัดเดิมๆ ทั้งในข้อกฎหมาย และผังเมืองที่จำเป็นต้องถูกบังคับใช้ได้จริง ภายใต้การยอมรับจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง…เพื่อให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่น่าอยู่สำหรับทุกคนอย่างยั่งยืนต่อไป

เกริก บุณยโยธิน

เกริก บุณยโยธิน

ผู้ก่อตั้งเวปไซต์แบ่งปันความรู้ด้านการตลาด และการสร้างแบรนด์ในวงการอสังหาฯ พร็อพฮอลิค ดอทคอม..หลังจากที่ใช้เวลามากกว่า 10 ปี ในการวนเวียน เข้าๆออกๆ ในสายงานด้านการตลาด และวางแผนกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ ของบริษัทอสังหาฯ และเอเยนซีโฆษณาชั้นนำหลายแห่ง (โดยที่ไม่รู้ว่าทำไมต้องจับสลากเจอลูกค้าสายอสังหาฯทุกที)...จนถูกครอบงำโดยจิตใต้สำนึก ให้ถีบตัวเองออกจากกรอบการทำงานแบบเดิมๆ เพื่อออกมาจุดประกายความคิดที่ถูกต้อง และนำเสนอมุมมองใหม่ๆ ให้กับกลุ่มคนที่สนใจในธุรกิจอสังหาฯ

เว็บไซต์

เนอวานา คอลเลคชั่น กรุงเทพกรีฑา

นันทวัน ราชพฤกษ์-พรานนก

โมดิซ อาวองการ์ด

ทำเลพหลโยธิน - รังสิต ในปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงแค่ย่...

2 March, 2026

เชปเตอร์วัน สปาร์ค จรัญ

Chapter One Spark Charan (แชปเตอร์วัน สปาร์ค จรัญ) ค...

5 January, 2026

นิว ริเวอร์เรสต์ ราษฎร์บูรณะ

ขึ้นชื่อว่าอยู่คอนโดมิเนียม แน่นอนว่าข้อได้เปรียบที่...

11 December, 2025

คัลเจอร์ จุฬา

“คัลเจอร์” (Culture) เป็นแบรนด์คอนโดมิเนียมใหม่จากบร...

4 December, 2025

สอบถามโครงการ

ได้รับข้อมูลเรียบร้อยแล้ว
ขอบคุณอย่างยิ่งที่สนใจครับ
จะมีเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับไปนะครับ

ขออภัย
ไม่สามารถส่งข้อมูลได้
กรุณาลองใหม่อีกครั้ง