จาก Lifestyle สู่ Long term Value …อะไรคือก้าวต่อไปของตลาด Branded Residences ในไทย
ตลาดที่อยู่อาศัยรูปแบบแบรนด์เรสซิเดนซ์ (Branded Residences) ในประเทศไทยกำลังเติบโตอย่างร้อนแรงและก้าวขึ้นเป็นตลาดต้นแบบที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย โดยสามารถดึงดูดกำลังซื้อจากทั่วโลกได้อย่างมหาศาล ผ่านจุดเด่นด้านความน่าเชื่อถือของแบรนด์ชั้นนำและการบริหารจัดการระดับมืออาชีพ จากรายงานล่าสุดจาก Asia Branded Residences Market Review 2026 ของ C9 Hotelworks พบว่า ประเทศไทยครองตำแหน่งผู้นำตลาดด้วยส่วนแบ่งสูงสุดถึง 26% ของจำนวนยูนิตที่เปิดตัวทั้งหมดในภูมิภาคเอเชีย คิดเป็นมูลค่ารวมในประเทศสูงถึง 205.3 พันล้านบาท (เติบโตขึ้น 13.3% จากปีก่อนหน้า) ซึ่งมีจำนวนโครงการสะสมอยู่ถึง 63 โครงการ รวมทั้งสิ้น 13,947 ยูนิต สะท้อนให้เห็นว่าไทยเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมที่กลุ่มผู้ซื้อระดับลักชัวรีและมั่งคั่งจากทั่วโลกให้ความไว้วางใจในการลงทุนและอยู่อาศัย
ความได้เปรียบที่สำคัญของโครงการ Branded Residences คือการผสมผสานมาตรฐานการบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกสไตล์โรงแรมระดับโลกเข้ามาไว้ในที่อยู่อาศัยตั้งแต่วันแรกของการพัฒนา ซึ่งตอบโจทย์ผู้ซื้อยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพการบริการและการบริหารสินทรัพย์หลังการส่งมอบ อย่างไรก็ตาม เมื่อตลาดก้าวเข้าสู่ช่วงที่แข่งขันเข้มข้นขึ้น ลำพังเพียงแค่ชื่อแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับอาจไม่เพียงพออีกต่อไป ผู้พัฒนาโครงการจึงต้องสร้างความได้เปรียบในมิติที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งการนำเสนอสิทธิประโยชน์ที่ครอบคลุมระดับสากล เช่น สิทธิ์การเข้าถึงเครือข่ายที่พักอาศัยและโอกาสการเดินทางแบบเอ็กซ์คลูซีฟในต่างประเทศ ตลอดจนการสะท้อนตัวตนของแบรนด์ผ่านงานดีไซน์และการสร้างประสบการณ์ เพื่อต่อยอดคุณค่าของแบรนด์ให้กลายเป็นมูลค่าในระยะยาว
เมื่อฉายภาพแยกตามพื้นที่สำคัญ “กรุงเทพมหานคร” ยังคงรักษาตำแหน่งศูนย์กลางและเป็นตลาดแบรนด์เรสซิเดนซ์ในเมือง (Urban Market) ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ด้วยจำนวนยูนิตสะสมสูงถึง 5,031 ยูนิต ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนตลาดในกรุงเทพฯ มาจากความต้องการที่อยู่อาศัยใจกลางเมืองที่ต้องการความสะดวกสบายสูงสุด มาพร้อมกับบริการระดับลักชัวรี และระบบการบริหารจัดการสินทรัพย์ที่มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ กรุงเทพฯ ยังเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ในการเปิดตัวโครงการระดับไอคอนิกเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่โดดเด่นท่ามกลางการแข่งขันของตลาดระดับบน
ในฝั่งของเมืองตากอากาศ “ภูเก็ต” ได้สร้างสถิติอันน่าทึ่งด้วยการครองตำแหน่งตลาดแบรนด์เรสซิเดนซ์ในกลุ่มรีสอร์ต (Resort Market) ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียในแง่ของจำนวนยูนิต ซึ่งมีอยู่ถึง 3,465 ยูนิต ขณะที่เกาะตากอากาศใกล้เคียงอย่าง “เกาะสมุย” ก็กำลังเติบโตอย่างโดดเด่นในฐานะตลาดวิลล่าลักชัวรีภายใต้แบรนด์ โดยมีจำนวนวิลล่าตากอากาศสูงถึง 3,055 หลัง (พุ่งทะยานขึ้นถึง 37% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า) แต่กลับมีโครงการภายใต้แบรนด์เพียงโครงการเดียวเท่านั้นจำนวน 480 ยูนิตเท่านั้น ทำให้ตลาดวิลล่าตากอากาศของสมุยกลายเป็นทำเลทางเลือกใหม่ที่มีโอกาสเปิดกว้างที่สุด สำหรับผู้พัฒนาโครงการรายใหม่ในการเข้ามาเจาะตลาดรีสอร์ตลักชัวรีที่ยังมีคู่แข่งน้อยในปัจจุบัน นอกจากนี้ยังมีหัวหินและพัทยาที่เป็นตลาดเมืองท่องเที่ยวสำคัญที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่ง โดยมีจำนวน 3,017 ยูนิต และ 1,775 ยูนิต ตามลำดับ ทำให้ภาพรวมของตลาดเมืองตากอากาศในไทยกลายเป็นทำเลทองที่ดึงดูดนักลงทุนและผู้ที่มองหาบ้านหลังที่สองจากทั่วทุกมุมโลก










