WellEra Bangkok เปิดแผนลงทุน 29,000 ล้านบาท ปั้นโครงการเวลเนสคอมเพล็กซ์ใจกลางกรุงเทพฯ ร่วมพาประเทศไทยสู่การเป็น Wellness Hub ระดับโลก
BDMS ในฐานะผู้ลงทุนและผู้พัฒนาโครงการ ผนึก Capella พันธมิตรระดับโลก สร้างระบบนิเวศด้านสุขภาพ ที่อยู่อาศัย การบริการ และไลฟ์สไตล์ เพื่อชีวิตที่ดีทุกวันบนพื้นที่ลุมพินี WellEra ยุคสมัยแห่งการมีสุขภาพที่ดีได้มาถึงแล้ว
บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS เดินหน้าสร้างประวัติศาสตร์บทใหม่ระดับโลก เปิดตัว WellEra (เวล-เอ-ร่า) โครงการ Wellness-Integrated Ecosystem ทุ่มงบลงทุนกว่า 29,000 ล้านบาท บนพื้นที่ทำเลศักยภาพใจกลางย่านลุมพินี ภายใต้แนวคิด “THE DNA OF WORLD WELL-LIVING” โครงการ WellEra ถือเป็นโครงการสุขภาพเชิงบูรณาการ (Wellness Complex) ต่อยอดองค์ความรู้ด้าน Healthcare และ Scientific Wellness สู่การสร้างระบบนิเวศที่สนับสนุนให้การมีสุขภาพที่ดีเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตประจำวันอย่างแท้จริง โดยผสานการบูรณาการองค์ความรู้ด้านการแพทย์, วิทยาศาสตร์, เทคโนโลยี, การออกแบบ, อัตลักษณ์ไทย และการบริการระดับโลกเข้าไว้ด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ โครงการ WellEra ประกอบด้วย 4 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ Wellness Residence ที่อยู่อาศัยเพื่อสุขภาพ, BDMS Wellness Clinic คลินิกดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน, Urban Wellness Retreat พื้นที่พักผ่อนฟื้นฟูสุขภาพ และ Lifestyle Retail พื้นที่ร้านค้าและบริการสำหรับการใช้ชีวิต โดยมี Capella แบรนด์ Luxury Hospitality ที่มีชื่อเสียงด้านการบริการระดับโลก เข้ามาร่วมพัฒนาในส่วนที่พักอาศัย ทั้งนี้ “WellEra” มีกำหนดเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในปีพ.ศ. 2573
แพทย์หญิงปรมาภรณ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS เปิดเผยว่า ตลอดกว่า 5 ทศวรรษที่ผ่านมา BDMS ได้รับความไว้วางใจจากผู้รับบริการทั้งชาวไทยและนานาชาติในฐานะองค์กรสุขภาพที่ผสานความมุ่งมั่นทางการแพทย์ นวัตกรรมด้านสุขภาพ และมาตรฐานการดูแลระดับสากล เพื่อสนับสนุนคุณภาพชีวิตของผู้คนมาอย่างต่อเนื่อง โดยในวันนี้ BDMS กำลังก้าวไปอีกขั้นจากบทบาทผู้ให้บริการทางการแพทย์ สู่การร่วมสร้างอนาคตของการมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้คนในระยะยาว ด้วยวิสัยทัศน์ที่มองเห็นการเปลี่ยนแปลงของโลก ทั้งการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ การเพิ่มขึ้นของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) และความต้องการของผู้คนที่จะมีชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพ BDMS จึงวางรากฐานแนวคิด Preventive Medicine และ Personalized Healthcare มาอย่างต่อเนื่อง ก่อนที่ Wellness จะกลายเป็นเมกะเทรนด์ของโลกในปัจจุบัน โดยเริ่มต้นจาก RoyalLife Wellness Clinic ภายในโรงพยาบาล สู่การบุกเบิกแนวคิด Scientific Wellness ผ่าน BDMS Wellness Clinic และต่อยอดสู่ WellEra ซึ่งเป็นก้าวสำคัญของการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะที่ดีในหลากหลายมิติ เพื่อให้การดูแลสุขภาพไม่ใช่เพียงเป้าหมาย แต่เป็นวิถีชีวิตที่เกิดขึ้นได้จริงในทุกวัน ด้วยพื้นฐานความเชื่อที่ว่าคุณค่าที่แท้จริงของการแพทย์ไม่ได้อยู่ที่การรักษาโรคเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน เพื่อให้ผู้คนมีสุขภาพแข็งแรง ใช้ชีวิตได้อย่างเต็มศักยภาพ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีในทุกช่วงวัย
“BDMS เดินหน้าพัฒนาโครงการ WellEra ภายใต้งบลงทุนกว่า 29,000 ล้านบาท เพื่อสร้างต้นแบบ Wellness-Integrated Ecosystem แห่งใหม่ที่หลอมรวมองค์ความรู้ด้านสุขภาพ การแพทย์ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการใช้ชีวิตเข้าไว้ด้วยกันอย่าง ไร้รอยต่อ ภายใต้แนวคิด ‘THE DNA OF WORLD WELL-LIVING’ พื้นที่ที่จะทำให้สุขภาพที่ดีไม่ใช่เพียงเป้าหมาย แต่ตอบโจทย์ความต้องการของโลกที่กำลังมองหาต้นแบบการใช้ชีวิตรูปแบบใหม่ที่สุขภาพ คุณภาพชีวิต และการมีอายุยืนอย่างมีสุขภาวะเกิดขึ้นได้ พร้อมกัน ตอกย้ำบทบาทประเทศไทยในฐานะหนึ่งในจุดหมายปลายทางด้านสุขภาพที่สำคัญของโลก และศักยภาพที่จะก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางด้านสุขภาพในระดับนานาชาติ ด้วยปัจจัยแวดล้อมที่เอื้อต่อคุณภาพชีวิตและความพร้อมด้านบริการสุขภาพที่ได้มาตรฐานในระดับสากล โดย WellEra ตั้งอยู่บนพื้นที่ใจกลางลุมพินี หนึ่งในทำเลศักยภาพสำคัญของกรุงเทพมหานคร ที่ผสานความเชื่อมโยงของเมือง พื้นที่สีเขียว คุณภาพชีวิต และศักยภาพที่เอื้อต่อการอยู่อาศัยในระยะยาว อีกทั้งยังเป็นโครงการที่นำองค์ความรู้ด้าน Scientific Wellness และ Preventive Medicine มาหลอมรวมเข้ากับหลากหลายมิติของการใช้ชีวิต เพื่อให้การเพิ่ม Healthspan หรือช่วงชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีสุขภาพดี เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันอย่างแท้จริง”
“เราเชื่อมั่นว่า โครงการ WellEra สะท้อนถึงพัฒนาการครั้งสำคัญในการก้าวจากบทบาทผู้ให้บริการทางการแพทย์ สู่การร่วมออกแบบอนาคตของการใช้ชีวิตให้กับผู้คนในระยะยาว ภายใต้รากฐานความเชื่อที่ว่าปัจจัยที่กำหนดสุขภาพของผู้คนจะไม่ได้อยู่เพียงในระบบการรักษาพยาบาล หากแต่อยู่ในทุกองค์ประกอบของการดำเนินชีวิต พร้อมกันนี้โครงการดังกล่าวจะเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญในการต่อยอดจุดแข็งของประเทศไทยบนเวทีโลกในฐานะจุดหมายปลายทางแห่งสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน” แพทย์หญิงปรมาภรณ์ กล่าวเสริม
นายแพทย์ตนุพล วิรุฬหการุญ ประธานคณะผู้บริหาร กลุ่มบีดีเอ็มเอส เวลเนส บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS กล่าวว่า “ปัจจุบันมนุษย์ทั่วโลกมีอายุขัยเฉลี่ย (Lifespan) 71.4 ปี แต่มีช่วงชีวิตที่มีสุขภาพดี (Healthspan) เพียง 61.9 ปี ขณะที่คนไทยมีอายุขัยเฉลี่ยประมาณ 75.3 ปีและมีช่วงชีวิตที่มีสุขภาพดี 65.8 ปี ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าผู้คนจำนวนมากต้องใช้เวลากว่า 10 ปีสุดท้ายอยู่กับความเจ็บป่วยและการพึ่งพาระบบการรักษา ขณะเดียวกันองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ได้พิสูจน์แล้วว่า พฤติกรรมการใช้ชีวิตและสภาพแวดล้อมรอบตัว มีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพไม่แพ้พันธุกรรม ส่งผลให้แนวคิดด้านสุขภาพของโลกเปลี่ยนผ่านจากการดูแลสุขภาพเมื่อเจ็บป่วย (Reactive Healthcare) สู่การส่งเสริมสุขภาพเชิงป้องกัน (Proactive Healthcare) และ Scientific Wellness ที่มุ่งส่งเสริมให้ผู้คนมีชีวิตยืนยาวควบคู่กับการมีสุขภาพที่ดี แนวโน้มดังกล่าวไม่เพียงสะท้อนการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมที่ให้ความสำคัญกับการมีชีวิตยืนยาวอย่างมีสุขภาวะ แต่ยังเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญในการสนับสนุนวิสัยทัศน์ ‘Wellness Hub Thailand: The Land of Life หรือ ดินแดนแห่งชีวิต’ ที่มุ่งยกระดับประเทศไทยสู่การเป็น Wellness Hub ของโลก โดยปัจจุบัน Global Wellness Economy มีมูลค่ากว่า 6.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าจะเติบโตสู่ 9.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี พ.ศ. 2572 ขณะที่ประเทศไทยกำลังก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของเศรษฐกิจสุขภาพโลก ด้วยมูลค่ากว่า 42.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 1.4 ล้านล้านบาท โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจากกลุ่มการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ หรือ Wellness Tourism ที่เติบโตถึง 36.4% และที่อยู่อาศัยเชิงสุขภาพ หรือ Wellness Real Estate ที่ขยายตัวกว่า 22.9% ซึ่งนับเป็นหนึ่งในภาคธุรกิจที่เติบโตโดดเด่นที่สุด สะท้อนให้เห็นว่าผู้คนทั่วโลกไม่ได้มองหาการมีอายุยืนเพียงอย่างเดียว แต่กำลังมองหาระบบนิเวศการใช้ชีวิตที่ออกแบบมาเพื่อส่งเสริมการมีคุณภาพชีวิตที่ดีควบคู่ไปกับการมีสุขภาพที่ดีในระยะยาว นอกจากนี้ ยังสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของประเทศไทยในการต่อยอดจุดแข็งด้านบริการสุขภาพ การท่องเที่ยว การบริการแบบไทย อาหารไทย และการแพทย์แผนไทย เพื่อเป็นศูนย์กลางการเป็น Wellness Hub ของภูมิภาค ทั้งยังสอดคล้องกับทิศทางของภาครัฐที่เดินหน้าผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น Medical & Wellness Hub และตั้งเป้ายกระดับเศรษฐกิจสุขภาพให้มีมูลค่ากว่า 1.98 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นมากกว่า 11% ของ GDP ประเทศในอนาคต”
นายแพทย์ตนุพล กล่าวเสริมว่า แนวคิด Wellness-Integrated Ecosystem หรือการสร้างระบบนิเวศที่ออกแบบให้สุขภาพเป็นศูนย์กลางของทุกมิติการใช้ชีวิตของ WellEra นั้น มี BDMS เป็นรากฐานของ Scientific Wellness เชื่อมโยงองค์ความรู้ทางการแพทย์ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ไลฟ์สไตล์ และธรรมชาติเข้าไว้ด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ พร้อมนำหลักการดูแลสุขภาพเชิงวิทยาศาสตร์และเวชศาสตร์ป้องกันสู่การใช้ชีวิตประจำวัน เพื่อให้การมีสุขภาพดีไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นเฉพาะในสถานพยาบาล แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตในทุกวันอย่างแท้จริง ผ่าน WellEra Ecosystem ซึ่งประกอบด้วย 4 องค์ประกอบหลักที่ทำงานเชื่อมโยงและเกื้อหนุนกันภายใต้ระบบนิเวศเดียวกัน ได้แก่ Branded Residence ที่อยู่อาศัยเพื่อสุขภาพ ที่ผสานมาตรฐานการบริการระดับโลกเข้ากับการอยู่อาศัยเพื่อสุขภาวะ Wellness Clinic คลินิกดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ซึ่งช่วยให้ผู้คนเข้าใจสุขภาพตนเอง วางแนวทางการดูแลที่เหมาะสม และสร้างพฤติกรรมที่นำไปสู่สุขภาวะที่ดีในระยะยาว Urban Wellness Retreat พื้นที่พักผ่อนฟื้นฟูสุขภาพ ที่ออกแบบเพื่อการพักผ่อน ส่งเสริม สุขภาวะ และการใช้ชีวิตอย่างสมดุล และ Lifestyle Retail พื้นที่ร้านค้าและบริการสำหรับการใช้ชีวิต พบปะ และสร้างคอมมูนิตี้ที่มีคุณภาพ ซึ่งทุกองค์ประกอบล้วนได้รับการออกแบบให้ทำงานร่วมกันอย่างไร้รอยต่อ เพื่อสนับสนุนสุขภาพ คุณภาพชีวิต และการมีอายุยืนอย่างมีสุขภาวะในระยะยาว “WellEra จะเป็นต้นแบบของโครงการสุขภาพ เพื่อนำไปสู่การเป็นส่วนหนึ่งของการพาประเทศไทยไปสู่การเป็นเมืองสุขภาพ (Wellness City) และเป้าหมายสูงสุดคือ ประเทศสุขภาพดี หรือ Wellness Country ได้ในที่สุด”
นอกจากนี้ WellEra ยังสร้างแรงขับเคลื่อนครั้งใหม่ของที่อยู่อาศัย ด้วยการเปลี่ยนมุมมองจากการลงทุนสินทรัพย์ที่เป็นเพียงสิ่งปลูกสร้าง สู่การลงทุนในระบบนิเวศที่ให้คุณค่าสูงด้านสุขภาวะ ผ่านการผสมผสานโครงสร้างพื้นฐานทางการแพทย์เชิงป้องกันเข้ากับการใช้ชีวิตประจำวันอย่างต่อเนื่อง ในอดีตผู้คนอาจตัดสินใจเลือกที่อยู่อาศัยจากทำเล ความสะดวกสบาย หรือความหรูหรา แต่ในอนาคต ผู้คนจะเลือกที่อยู่อาศัยหรือบ้านจากศักยภาพในการส่งเสริมสุขภาพ คุณภาพชีวิต และการมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีสุขภาวะ โดยจากประสบการณ์กว่า 20 ปีในการบุกเบิกด้าน Preventive Medicine และ Scientific Wellness รวมถึงการดูแลผู้รับบริการที่ผ่านมา BDMS Wellness Clinic ได้นำองค์ความรู้ทางการแพทย์ วิทยาศาสตร์สุขภาพ และข้อมูลเชิงลึกมาพัฒนาเป็นกลยุทธ์ ‘BDMS Wellness Clinic 6S+ Strategy : The Science of Living Well’ ซึ่งต่อยอดจากองค์ความรู้ด้านการดูแลสุขภาพตามหลัก Scientific Wellness และเวชศาสตร์วิถีชีวิต (Lifestyle Medicine) ผ่าน 6 องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ Sleep, Strong, Soul, Smart, Social และ Span ซึ่งเป็นรากฐานในการออกแบบประสบการณ์การใช้ชีวิตที่ส่งเสริมสุขภาวะ ตั้งแต่การนอนหลับ การดูแลสุขภาพกายและใจ การใช้เทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนการใช้ชีวิต การสร้างปฏิสัมพันธ์ทางสังคมที่มีคุณภาพ ไปจนถึงการมีอายุยืนอย่างแข็งแรงและมีสุขภาวะที่ดี
นายแพทย์ตนุพล อธิบายว่า แนวคิดดังกล่าวตั้งอยู่บนพื้นฐานของหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ว่า สุขภาพของมนุษย์ไม่ได้ถูกกำหนดจากพันธุกรรมหรือการรักษาพยาบาลเพียงอย่างเดียว แต่ยังได้รับอิทธิพลอย่างมีนัยสำคัญจากสภาพแวดล้อมและรูปแบบการใช้ชีวิตในแต่ละวัน โดยเฉพาะ “ที่อยู่อาศัย” ซึ่งเป็นสถานที่ที่ผู้คนใช้เวลามากกว่าหนึ่งในสามของชีวิต WellEra จึงนำมาตรฐานการพัฒนาอาคารชั้นนำระดับโลกมาเป็นรากฐานในการออกแบบและพัฒนาโครงการ ตั้งแต่ LEED Gold ที่มุ่งเน้นความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม Fitwel 3-Star ที่ส่งเสริมสุขภาวะของผู้ใช้อาคาร ไปจนถึง WELL Platinum ซึ่งเป็นมาตรฐานระดับสูงสุดด้านสุขภาวะที่พัฒนาขึ้นจากองค์ความรู้ทางการแพทย์และวิทยาศาสตร์ เพื่อประเมินว่าสภาพแวดล้อมที่ได้รับการออกแบบสามารถส่งผลต่อสุขภาพ คุณภาพชีวิต และความเป็นอยู่ที่ดีของผู้อยู่อาศัยได้จริงในระยะยาว











