WDC ทุ่ม 50 ล้าน เปิดโชว์รูมสาขาเชียงใหม่ รับดีมานด์ตลาดอสังหาฯ ภาคเหนือโตแรง ชูคอนเซปต์สถาปัตยกรรมล้านนาผสานสินค้านวัตกรรมล้ำสมัยที่แรกในไทย
บริษัท เวสเทิร์น เดคอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WDC ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายกระเบื้องพื้นและผนังระดับพรีเมียมของประเทศไทย ประกาศเดินหน้าขยายธุรกิจสู่ภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง ทุ่มงบลงทุนกว่า 50 ล้านบาท เปิดตัวโชว์รูม WDC สาขาจังหวัดเชียงใหม่อย่างเป็นทางการ นับเป็นสาขาลำดับที่ 9 ของประเทศ และเป็นสาขาที่มีขนาดใหญ่ที่สุด บนพื้นที่กว่า 2,400 ตารางเมตร เพื่อรองรับการขยายตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์และงานสถาปัตยกรรมในภาคเหนือ พร้อมตอกย้ำการเป็น “Trend Setter” ของอุตสาหกรรมกระเบื้องในประเทศไทย ด้วยการยกระดับสู่การเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมวัสดุตกแต่งที่ครบครันที่สุดในรอบ 23 ปี โดยได้รับเกียรติจาก นายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ มาร่วมเป็นประธานในพิธีเปิด
นายบัณฑิต หิรัญญนิธิวัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เวสเทิร์น เดคอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WDC เปิดเผยว่า “เชียงใหม่ถือเป็นหนึ่งในหัวเมืองยุทธศาสตร์ที่มีศักยภาพสูงมาก โดยมีรายได้ประชากรต่อหัวสูงสุดเป็นอันดับ 3 ของภาคเหนือ ทั้งยังเป็นจังหวัดที่มีมูลค่าการก่อสร้างสูงติดอันดับ Top 10 ของประเทศไทย และมีการเติบโตของโครงการที่อยู่อาศัย โรงแรม และอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีความต้องการวัสดุตกแต่งระดับพรีเมียมในอัตราสูง จากปัจจัยดังกล่าว WDC ในฐานะผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายกระเบื้องพื้นและผนังระดับพรีเมียมของประเทศไทย จึงตัดสินใจลงทุนขยายสาขาในจังหวัดเชียงใหม่ให้เป็นฐานที่มั่นเชิงกลยุทธ์ของภาคเหนือ เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มสถาปนิก นักออกแบบ เจ้าของโครงการอสังหาริมทรัพย์ และกลุ่มลูกค้ารายย่อยในพื้นที่ได้อย่างเต็มศักยภาพ”
ดีไซน์โดดเด่น – ล้านนาร่วมสมัย ยกระดับประสบการณ์แบบ “Museum-like”
โชว์รูมแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่ค้าปลีกวัสดุตกแต่ง แต่คือการสร้างมาตรฐานใหม่ของวงการภายใต้แนวคิด “Museum-like” ที่ผสานการเล่าเรื่อง แนวคิด แรงบันดาลใจ และการให้ความรู้ด้านกระเบื้องผ่านการจัดแสดงสินค้าในพื้นที่ต่างๆ อย่างมีมิติ โดยตัวอาคารออกแบบด้วยคอนเซปต์สถาปัตยกรรมพื้นถิ่น (Vernacular Architecture) ที่ดึงอัตลักษณ์สำคัญของเมืองเชียงใหม่อย่าง “ประตูท่าแพ” และ “เฮือนตั้ง” รูปแบบที่อยู่อาศัยดั้งเดิมของชาวล้านนา มาผสมผสานกับความร่วมสมัย (Contemporary) ได้อย่างลงตัว





