The PARQ (เดอะ ปาร์ค) โครงการมิกซ์ยูสแห่งใหม่ในคอนเซ็ปต์ Life Well Balanced มุ่งยกระดับมาตรฐานความยั่งยืนแบบใหม่ใจกลางกรุงเทพมหานคร

บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ โฮลดิ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด นำโดย นางสาวซู หลิน ซูน (ที่สามจากซ้าย)
ประธานเจ้าหน้าที่บริหารโครงการ The PARQ และนายอุรเสฏฐ นาวานุเคราะห์ (ที่สามจากขวา) รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายพัฒนาสินทรัพย์ แถลงข่าวเปิดตัวดีไซน์โครงการ The PARQ โครงการอสังหาริมทรัพย์
รูปแบบมิกซ์ยูส ริมถนนพระราม 4 – รัชดาภิเษก พร้อมด้วยนายแอนโทนี่ อรันเดลล์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
ฝ่ายบริหารสาธารณูปโภคโครงการ (ซ้ายสุด), นายรัสเซล คิม รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายออกแบบโครงการ (ที่สองจากซ้าย)นายเบิร์ท ตัน ตวน เอ็ง ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายพัฒนาสินทรัพย์ (ค้าปลีก) (ที่สองจากขวา)
และนายแดน ตันติสุนทร ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายพัฒนาสินทรัพย์ (สำนักงาน) (ขวาสุด)

 

มุ่งเน้นการมีคุณภาพชีวิตที่ดีในทุกวัน ผ่านความล้ำสมัยของอาคารที่ออกแบบภายใต้
คอนเซ็ปต์ ‘Life Well Balanced’

 

ตั้งเป้าเป็นโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แห่งแรกในประเทศไทยที่รับรองโดยมาตรฐานอาคารระดับโลก LEED Gold และ WELL Gold

 

ยึดหลักการออกแบบและก่อสร้างภายใต้แนวคิด “Work, Eat, Shop and Live Well” เพื่อเป็นมาตรฐานใหม่ของการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพมหานคร


บริษัท ทีซีซี แอสเซ็ท (ประเทศไทย) จำกัด เผยดีไซน์โครงการ The PARQ (เดอะ ปาร์ค) โครงการอสังหาริมทรัพย์รูปแบบมิกซ์ยูส มูลค่ากว่าสองหมื่นล้านบาท บนทำเลทองติดถนนพระรามสี่ โดยในเฟสแรกมีมูลค่าการลงทุนแปดพันล้านบาท แบ่งเป็นพื้นที่สำนักงานเกรดเอ ‘The PARQ Workplace’ และพื้นที่ร้านค้าปลีกระดับพรีเมียม ‘The PARQ Life’ ตัวโครงการบูรณาการสถาปัตยกรรมล้ำสมัย การออกแบบอย่างยั่งยืน และบริการสมาร์ทเซอร์วิสแบบครบวงจรเข้าไว้ด้วยกัน ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Life Well Balanced” หรือการใช้ชีวิตอย่างสมดุล มุ่งยกระดับการทำงานและการใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ โดยโครงการ The PARQ มีกำหนดการก่อสร้างแล้วเสร็จภายในสิ้นปี พ.ศ. 2562 ตั้งเป้าที่จะเป็นโครงการอสังหาริมทรัพย์แห่งแรกที่ได้รับมาตรฐานอาคาร LEED Gold และ WELL Gold ซึ่งการรับรองจากสองมาตรฐานอาคารนี้จะส่งผลให้ The PARQ เป็นโครงการที่ล้ำหน้าที่สุดในกรุงเทพมหานคร

 

นางสาวซู หลิน ซูน ประธานกรรมการเจ้าหน้าที่บริหารโครงการ The PARQ กล่าวว่า “เรามีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้เปิดตัวดีไซน์ของโครงการ The PARQ อย่างเป็นทางการ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของโครงการที่จะสร้างสถานที่ทำงานที่เอื้อต่อการมีคุณภาพชีวิตที่ดี คำนึงถึงความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม และตอบโจทย์วิถีชีวิตรูปแบบใหม่ สามารถเข้าถึงทุกความสะดวกได้อย่างง่ายดาย พร้อมด้วยด้วยทำเลทองที่ตั้งอยู่ติดกับศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ และยังเชื่อมต่อกับสถานี MRT ศูนย์สิริกิติ์และสวนเบญจกิติ โครงการ The PARQ จะช่วยเติมเต็มศักยภาพพื้นที่บริเวณรอบศูนย์ประชุมฯ ให้มีชีวิตชีวายิ่งขึ้น”

 

สำหรับภาพรวมด้านการออกแบบของโครงการในเฟสแรกนั้น ประกอบด้วยอาคารสำนักงานสูง 16 ชั้น ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ฝั่ง และเชื่อมต่อกันในส่วนชั้นบน ด้วยการออกแบบรูปลักษณ์อาคารที่โดดเด่น โดยพื้นที่สามชั้นล่างของอาคารเป็นพื้นที่ร้านค้าปลีกที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนทำงาน พื้นที่ทั้งหมดถูกเชื่อมต่อถึงกันด้วยสวนลอยฟ้าขนาดใหญ่ นับเป็นพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจ เพื่อความสมดุลของการใช้ชีวิตของคนทำงาน

 

‘The PARQ Workplace’ (เดอะ ปาร์ค เวิร์คเพลส) เป็นพื้นที่สำนักงานระดับเกรด A สร้างขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการขององค์กรชั้นนำทั้งในประเทศและระดับสากลที่กำลังแสวงหาพื้นที่อันเปี่ยมด้วยนวัตกรรมที่จะช่วยยกระดับมาตรฐานคุณภาพชีวิตของบุคลากร จุดเด่นของอาคารนี้คือขนาดพื้นที่ต่อชั้น (Floor Plate) ซึ่งปราศจากเสาภายใน (column-free) ขนาดใหญ่ถึง 5,000 ตารางเมตร และเพดานสูงถึง 3 เมตร เพื่อสร้างความยืดหยุ่นแก่ผู้เช่าในการจัดสรรและออกแบบพื้นที่สำนักงานของตนเอง The PARQ Workplace จึงเป็นสถานที่ทำงานแห่งอนาคตที่จะช่วยสร้างเสริมให้บุคคลากรในองค์กรมีสุขภาพกายและจิตใจที่ดี ผลที่ตามมาคือการทำงานที่มีประสิทธิผลมากขึ้นและสามารถรักษาบุคลากรที่มีคุณภาพไว้กับองค์กรได้ นอกจากนี้ ทั้งสองฝั่งของอาคารยังมีล็อบบี้เป็นของตัวเอง พร้อมลิฟต์โดยสารที่กว้างขวางและเปิดเฉพาะชั้น และระบบรักษาความปลอดภัยที่รัดกุม ส่วนด้านนอกอาคารจะใช้กระจกสะท้อนแสง Low-E มีคุณสมบัติป้องกันความร้อนจากแสงอาทิตย์ ส่งผลให้ประหยัดพลังงานมากขึ้น ส่วนระบบแสงสว่างจะเป็นไฟ LED ที่ทำงานโดยระบบเซ็นเซอร์ตรวจจับแสงอาทิตย์ ระบบฝ้าเพดานที่เก็บเสียง และมีกลไกควบคุมคุณภาพอากาศภายในอาคารตลอดเวลา

 

“The PARQ ถือเป็นโครงการที่สร้างมาตรฐานใหม่ของอนาคตแห่งความยั่งยืนให้แก่กรุงเทพฯ และด้วยมาตรฐานอาคารระดับโลกอย่าง LEED และ WELL จะเป็นสัญลักษณ์ที่สื่อให้เห็นว่าอาคารและชุมชนต่างก็สามารถร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรอันมีค่าเพื่ออนาคตที่ดียิ่งขึ้นได้ การตั้งเป้าที่จะได้การรับรองมาตรฐานทั้ง LEED และ WELL ควบคู่กันเป็นที่แรกในประเทศไทยถือเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับเรา เพื่อที่จะได้เป็นแบบอย่างอาคารสำนักงานและพื้นที่สำหรับไลฟ์สไตล์ที่สมบูรณ์แบบที่สุด” นายอุรเสฏฐ นาวานุเคราะห์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายพัฒนาสินทรัพย์ เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ กล่าว

‘Q Garden’ สวนลอยฟ้าเปิดโล่ง บนพื้นที่ 3,400 ตารางเมตร

 

The PARQ Life (เดอะ ปาร์ค ไลฟ์) เป็นแหล่งรวมร้านค้าปลีก ร้านอาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ต และ
ศูนย์อาหาร บนพื้นที่ 12,000 ตารางเมตร ภายใต้แนวคิด ‘Eat Well and Shop Well’ รวมไปถึงการนำเสนอบริการด้านสุขภาพและความงาม ตลอดจนร้านค้าที่ดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ “Life Well Balanced” ของ The PARQ Life ซูเปอร์มาร์เก็ตภายในโครงการจะมุ่งเน้นการจำหน่ายผลิตภัณฑ์และอาหารปลอดสารพิษ อาหารเพื่อสุขภาพ รวมถึงอาหารมังสวิรัติที่หลากหลายกว่าซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป ในขณะที่ศูนย์อาหารจะเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภคด้วยอาหารโซเดียมต่ำ ใช้น้ำตาลและน้ำมันในปริมาณที่น้อยกว่าอาหารปกติ ทั้งนี้ คาดว่าจะมีผู้เข้ามาทำงานและใช้บริการที่ The PARQ ถึง 15,000 คน และมีผู้ที่อยู่โดยรอบและภายในศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์อีกราว 85,000 คน พื้นที่แห่งนี้จึงมีศักยภาพสูงที่จะเติบโตและสร้างความสมบูรณ์แบบให้แก่ The PARQ Life ได้เป็นอย่างดี

ภาพภายในอาคารในส่วนของ The PARQ Life

นอกจากนี้ โครงการยังใช้คอนเซ็ปต์ ‘Build Well’ ผ่านบริการอัจริยะต่างๆ ที่เชื่อมโยงกับมาตรฐาน LEED และ WELL อาทิ เครื่อง UV Emitter ตรวจจับรังสีอัลตราไวโอเลตเพื่อปรับปรุงคุณภาพอากาศในอาคาร ระบบการความคุมและระบายอากาศบริเวณอาคารที่จอดรถ เซ็นเซอร์ตรวจสภาวะก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ในอากาศ สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ในห้องน้ำ และการออกแบบให้ภายในอาคารมีเสียงรบกวนต่ำที่สุด เป็นต้น ทั้งหมดนี้ออกแบบมาเพื่อสร้างสภาวะแวดล้อมภายในอาคารที่เหนือระดับ The PARQ ยังออกแบบตามมาตรฐานของ WELL ซึ่งคำนึงถึงหัวใจสำคัญ 7 ประการ คือ

อากาศ: ระบบเซ็นเซอร์ตรวจจับคุณภาพอากาศ สร้างคุณภาพอากาศภายในอาคารให้ดีที่สุด

น้ำ: น้ำดื่มผ่านระบบการกรองที่ได้มาตรฐาน สามารถบริโภคได้อย่างปลอดภัย

แสง: ร้อยละ 75 ของทุกพื้นที่ทำงานตั้งอยู่ภายในรัศมี 5 เมตรจากหน้าต่าง เพิ่มการเข้าถึงแสงจากธรรมชาติ ช่วยให้ระบบการทำงานในร่างกายมนุษย์สมดุลขึ้น

สุขภาพกาย: การให้ความรู้ผ่านการจัดสัมมนาเกี่ยวกับสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดี พร้อมห้องสมุดสุขภาพออนไลน์สำหรับทุกคนภายในโครงการ

สุขภาพจิต: ด้วยต้นไม้มากกว่า 350 ต้นภายในโครงการ ช่วยเติมเต็มความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ในการเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ

การออกแบบผ่านแนวคิด Biophilic Design ของโครงการ The PARQ นั้น ให้ความสำคัญกับพื้นที่อาคารและสถาปัตยกรรมที่สอดคล้องกับธรรมชาติ ซึ่งส่งผลดีต่อสุขภาพและประสิทธิภาพของมนุษย์ ภายในโครงการประกอบไปด้วยสวน ‘Q Garden’ (คิว การ์เด้น) ซึ่งเป็นสวนลอยฟ้าขนาด 3,400 ตารางเมตรที่
ร่มรื่นไปด้วยพรรณไม้นานาชนิดและตกแต่งด้วยธารน้ำอย่างสวยงาม นอกจากนี้ยังได้จัดสรรพื้นที่สีเขียวอีกมากกว่า 7,000 ตารางเมตร โดยผสมผสานอยู่ในพื้นที่ส่วนต่างๆ ทั่วทั้งโครงการ เพื่อให้ผู้ใช้ชีวิตใน
The PARQ และผู้มาเยือนสามารถเข้าถึงธรรมชาติได้ตลอดเวลาอีกด้วย

 

“เราต้องมองให้มากกว่าการมีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยที่สุด หรืออาคารที่ยกระดับคุณภาพชีวิตเพียงด้านเดียว หากเป็นการผสมผสานแนวคิด แนวปฏิบัติแบบองค์รวมมาบูรณาการเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้ใช้อาคาร เราเชื่อมั่นว่าทุกคนจะมีความสุขกับการใช้ชีวิตที่สมดุลมากยิ่งขึ้นที่ The PARQ” นายอุรเสฏฐ กล่าวปิดท้าย



เกริก บุณยโยธิน

เกริก บุณยโยธิน

ผู้ก่อตั้งเวปไซต์แบ่งปันความรู้ด้านการตลาด และการสร้างแบรนด์ในวงการอสังหาฯ พร็อพฮอลิค ดอทคอม..หลังจากที่ใช้เวลามากกว่า 10 ปี ในการวนเวียน เข้าๆออกๆ ในสายงานด้านการตลาด และวางแผนกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ ของบริษัทอสังหาฯ และเอเยนซีโฆษณาชั้นนำหลายแห่ง (โดยที่ไม่รู้ว่าทำไมต้องจับสลากเจอลูกค้าสายอสังหาฯทุกที)...จนถูกครอบงำโดยจิตใต้สำนึก ให้ถีบตัวเองออกจากกรอบการทำงานแบบเดิมๆ เพื่อออกมาจุดประกายความคิดที่ถูกต้อง และนำเสนอมุมมองใหม่ๆ ให้กับกลุ่มคนที่สนใจในธุรกิจอสังหาฯ

เว็บไซต์

ส่องศักยภาพของทำเลห้าแยกลาดพร้าว ศูนย์รวม Mega Project ในอนาคตจากทุกภาคส่วน พร้อมพรีวิว THE LINE PHAHONYOTHIN PARK

ในอนาคตย่านห้าแยกลาดพร้าวจะต้องเผชิญกับผลกระทบเรื่องความหนาแน่นและจำนวน traffic ของผู้คนที่ผ่านไปมาเพิ่มขึ้น ดังนั้นสิ่งที่จะกลายมาเป็นทรัพย์สมบัติอันมีค่าและมีผู้คนในย่านห้าแยกลาดพร้าวให้คุณค่าจะไ... อ่านต่อ




“Niche MONO Mega Space Bangna” กว้างมากกว่าด้วย Double Space & Triple Facilities เริ่ม 2.2 ล้าน

จะซื้อคอนโดใหม่ทั้งทีต้องดูจากอะไรบ้าง แล้วโครงการไหนดีที่สุด? นี่คงเป็นคำถามที่คนจะซื้... อ่านต่อ

Saladeang One X BEATNIQ: 7 Wonders Lifestyles units at a NEVER BEFORE PRICE

แคมเปญ 7 WONDERS 7 LIFESTYLES เป็นโปรโมชั่นพิเศษ จาก 2 Limited Luxury Condominiums by S... อ่านต่อ

วิเคราะห์แนวนโยบาย Macroprudential สำหรับสินเชื่อ เพื่อที่อยู่อาศัย เพิ่มดาวน์ 20% ยาแรงหรือแค่ยาชา?

มีคนถามผมเข้ามาถึงเรื่องที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ ออกข้อเสนอแนวนโยบาย Macroprudential ส... อ่านต่อ

แสนสิริ ตอกย้ำความเป็นผู้นำในด้านผู้พัฒนานวัตกรรมเพื่อการใช้ชีวิตในยุคดิจิทัล เผยแผนพัฒนาสมาร์ท คอนโด ประกาศเดินหน้าใช้เทคโนโลยี Internet of Things (IoT) ในทุกโครงการคอนโดมิเนียมที่จะแล้วเสร็จตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นไป แบ่งแผนพัฒนาออกเป็น 3 ระดับตามเซ็กเมนต์โครงการ ตั้งแต่การควบคุมระบบพื้นฐานไปจนถึงอาคารอัจฉริยะเต็มรูปแบบ เน้นกลยุทธ์ในการยกระดับสมาร์ท คอนโด ของวงการอสังหาริมทรัพย์ ผ่านแนวคิด 3 ด้าน ได้แก่ iConvenience (ความสะดวกสบาย) iSafe (ความปลอดภัย) และ iGreen (ด้านประหยัดพลังงาน) ชู “เดอะ ไลน์ อโศก-รัชดา” โครงการภายใต้การร่วมทุนระหว่างแสนสิริและบีทีเอส กรุ๊ปฯ เป็นโมเดลสมาร์ท คอนโดแห่งแรกของแสนสิริ พร้อมยก ดิ เอดจ์ (The Edge) อาคารอัจฉริยะที่สุดในโลกของประเทศเนเธอร์แลนด์เป็นต้นแบบในการพัฒนาโครงกายภายในปี 2563

ในยุคที่ผู้คนโหยหาความเป็นรากเหง้าที่บรรพบุรุษสืบสานต่อๆ กันมา ทำให้คนรุ่นใหม่หันมาหลงใหลความเป็นไทยกันมากขึ้น ไม่เว้นแม้แต่การออกแบบ “บ้าน” ของโครงการต่างๆ ที่ประยุกต์ความโมเดิร์นและ ภูมิปัญญาไทยเข้าด้วยกัน จนเกิดเป็นเอกลักษณ์ที่ควรค่าแก่การลงทุน บริษัท พรีเมียร์ แอสเซ็ทส์ จำกัด ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ผ่านแนวคิดเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต สังคม และสิ่งแวดล้อมไปด้วยกัน เปิดโครงการใหม่ บ้านนวัต รามคำแหง 118 บ้านเดี่ยวนวัตกรรมเพื่อการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “Thoughtful Design for Every Step of Life” บ้านสำหรับคนทุกเจเนอเรชั่น อยู่อาศัยอย่างเป็นส่วนตัวและยั่งยืนพร้อมประหยัดพลังงานเต็มรูปแบบ สำหรับผู้ที่ชื่นชอบความเป็นส่วนตัว รักความเงียบสงบ มีระบบการรักษาความปลอดภัยที่ทันสมัย บนทำเลที่ลงตัวบนถนนรามคำแหง ซอย 118 แยก 33 เดินทางสะดวกด้วยการคมนาคมที่ครอบคลุมทุกเส้นทาง ในอนาคตสามารถใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ตลิ่งชัน-มีนบุรี) สถานีสัมมากร