Six Senses London เปิดตัวที่ The Whiteley แลนด์มาร์กไลฟ์สไตล์แห่งใหม่ใจกลางกรุงลอนดอน
Six Senses London เปิดตัวอย่างเป็นทางการภายใน The Whiteley อาคารประวัติศาสตร์เดิมของห้างสรรพสินค้า Whiteley’s บนถนน Queensway ย่าน Bayswater โดยนำวิสัยทัศน์ของแบรนด์ที่มุ่งเชื่อมโยงผู้คนให้กลับมาสัมพันธ์กับตนเอง ผู้อื่น และโลกใบนี้ มาถ่ายทอดผ่านแนวคิด Urban Sanctuaries หรือพื้นที่พักผ่อนอันสงบใจกลางมหานคร ซึ่งสะท้อนทิศทางการเติบโตของแบรนด์ในเมืองสำคัญทั่วโลก ในฐานะ Six Senses แห่งแรกในสหราชอาณาจักร โครงการนี้ผสานเอกลักษณ์การบริการที่ใส่ใจในมิติทางอารมณ์ แนวคิดด้านสุขภาวะ และความยั่งยืน เข้ากับงานฝีมือแบบอังกฤษอย่างกลมกลืน เพื่อสร้างจังหวะการใช้ชีวิตรูปแบบใหม่ให้กับมหานครแห่งนี้
โรงแรมตั้งอยู่ห่างจากสวนสาธารณะ Hyde Park อันร่มรื่นเพียงไม่กี่ก้าว และใกล้กับย่านอาคารหลากสีสันของ Notting Hill โดยตัวโรงแรมประกอบด้วยห้องพักและห้องสวีทรวม 109 ห้อง หลายห้องมาพร้อมระเบียงส่วนตัว รวมถึง Branded Residences อีก 14 ยูนิต การออกแบบภายในโดดเด่นด้วยห้องอาบน้ำผนังกระจกใส หน้าต่างบานสูงจรดเพดาน และโทนสีน้ำเงินเข้มตัดกับงานไม้โทนอุ่น ถ่ายทอดเส้นสายที่ชัดเจนผสานความโค้งมนสไตล์อาร์ตเดโค นอกจากนี้ บนชั้นสูงสุดของโรงแรม ห้องสวีท Whiteley โดดเด่นด้วยระเบียงบนดาดฟ้าขนาด 125 ตารางเมตร และสามารถจัดสรรพื้นที่ทั้งชั้นให้เป็นพื้นที่ส่วนตัวได้ตามความต้องการ
Nick Yarnell ผู้จัดการทั่วไปของโรงแรม Six Senses London กล่าวว่า “เราต้องการให้ Six Senses London เป็นโรงแรมที่มอบความรู้สึกอบอุ่นตั้งแต่วินาทีแรกที่ก้าวเข้ามา ให้แขกได้สัมผัสถึงความจริงใจและความเป็นธรรมชาติ พร้อมคงไว้ซึ่งมาตรฐานการบริการที่พิถีพิถันและใส่ใจในทุกรายละเอียด ในฐานะส่วนหนึ่งของ The Whiteley โรงแรมแห่งนี้ให้ความสำคัญกับมรดกด้านงานฝีมือและนวัตกรรมแบบอังกฤษ พร้อมสร้างสรรค์สิ่งใหม่ที่เกื้อหนุนชุมชน และเชื่อมโยงกับย่านแห่งนี้อย่างลึกซึ้ง”
การออกแบบที่เชื่อมโยงผู้คนกับสถานที่
Six Senses London ได้รับการออกแบบให้เป็นพื้นที่แห่งการค้นพบ ที่ซึ่งทุกย่างก้าวค่อย ๆ เผยให้เห็นถึงรายละเอียดอย่างเป็นลำดับ ทุกพื้นที่ถูกจัดวางเพื่อให้เรื่องราวค่อย ๆ คลี่คลาย งานออกแบบโดย AvroKO ร่วมกับ EPR Architects รักษาด้านหน้าอาคารดั้งเดิมของ The Whiteley ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนอนุรักษ์ในระดับ Grade II ไว้พร้อมสืบทอดกลิ่นอายสไตล์อาร์ตเดโค และได้รับแรงบันดาลใจจากความหลงใหลของ William Whiteley ต่อมหกรรมนิทรรศการ The Great Exhibition ปี 1851 ซึ่งเป็นเวทีสำคัญที่สะท้อนการหลอมรวมระหว่างอุตสาหกรรม งานฝีมือ และนวัตกรรม โดยแนวคิดดังกล่าวยังคงส่งอิทธิพลต่อการออกแบบของโรงแรมแห่งนี้มาจนถึงปัจจุบัน
ใจกลางของอาคารโดดเด่นด้วยบันไดขนาดใหญ่ที่ได้รับการปรับโฉมใหม่ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นองค์ประกอบสำคัญของห้างสรรพสินค้าเดิม โดยบันไดนี้ได้รับการรื้อโครงสร้างเดิมออก ขยายขนาด และประกอบขึ้นใหม่ผ่านงานฝีมือของ Devon by Foster + Partners ร่วมกับ The Hub ปัจจุบันบันไดทอดตัวเชื่อมต่อทั้งสามชั้นของอาคารขึ้นสู่เพดานกระจกทรงโดมด้านบน
Adam Farmerie ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท AvroKO กล่าวว่า “Six Senses London ได้รับแรงบันดาลใจจากแนวคิดด้านสุนทรียภาพในยุค The Great Exhibition ซึ่งมักเน้นการตัดกันของโทนสีขาวและดำ โดยแทนที่จะจำลองโทนสีดังกล่าวโดยตรง เราเลือกเติมเฉดสีเขียวเข้มลงในหินอ่อนบริเวณล็อบบี้และรายละเอียดทางสถาปัตยกรรม เพื่อถ่ายทอดยุคสมัยนั้นผ่านมุมมองที่เชื่อมโยงกับธรรมชาติมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ตู้จัดแสดง (Vitrines) ยังคงได้รับการเก็บรักษาไว้ แต่เปลี่ยนบทบาทจากการจัดแสดงวัตถุมาเป็นการนำพรรณไม้มาจัดแสดง ความโปร่งใสของพื้นที่ ตั้งแต่บันไดกลางอาคารไปจนถึงห้องอาบน้ำกระจกภายในห้องพัก ช่วยให้แสงธรรมชาติส่องผ่านได้อย่างอิสระ และเปลี่ยนบทบาทของพื้นที่จากการเป็น ‘สิ่งจัดแสดง’ ไปสู่ประสบการณ์ที่โอบล้อมผู้มาเยือนมากยิ่งขึ้น”
หลีกหนีความวุ่นวายของเมือง สู่ความผ่อนคลายอย่างแท้จริง
Six Senses Spa London สปาที่ถ่อยทอดจังหวะของชีวิตในเมือง ผ่านประสบการณ์ที่เชื่อมโยงระหว่างการเคลื่อนไหวและความสงบ พร้อมปรับให้สอดคล้องกับจังหวะและความต้องการของผู้เข้าพักแต่ละคน ด้วยพื้นที่กว่า 2,300 ตารางเมตร สปาแห่งนี้รองรับทั้งการออกกำลังกายอย่างจริงจังและการพักผ่อน พร้อมส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงด้านสุขภาวะที่ยั่งยืน
นอกเหนือจากสระว่ายน้ำแมกนีเซียมแห่งแรกของโรงแรมในลอนดอน ซึ่งช่วยฟื้นฟูกล้ามเนื้อและปรับสมดุลระบบประสาท ยังมีสระว่ายน้ำในร่มยาว 20 เมตร ห้องออกกำลังกายขนาด 325 ตารางเมตร พร้อมสตูดิโอสำหรับโยคะและการเคลื่อนไหวอย่างมีสติโดยเฉพาะ พื้นที่ดูแลด้านสุขภาวะทั้งหมด 13 โซน และห้องทรีตเมนต์ 6 ห้อง ครอบคลุมโปรแกรมดูแลสุขภาพหลากหลายรูปแบบ อาทิ การบำบัดด้วยความเย็นจัด (Cryotherapy), การทำสมาธิด้วยการลอยตัวในน้ำ (Flotation), การบำบัดด้วยแสงสีแดง (Red-light therapy), ห้องอาบไปน้ำแบบฮัมมัมแบบดั้งเดิม (Traditional hammam) และห้องบำบัดประสาทสัมผัส (Sensory suite) เพื่อมอบประสบการณ์การผ่อนคลายที่หลากหลาย สำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูร่างกายอย่างตรงจุด พื้นที่รวมการบำบัดและฟื้นฟูร่างกายที่ผสานเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์เข้าด้วยกัน (Biohack Recovery Lounge) ได้รับการออกแบบให้เป็นทางลัดสู่การปรับสมดุลร่างกายและการฟื้นตัวอย่างมีประสิทธิภาพ โดยนำเสนอโปรแกรมเฉพาะบุคคลที่ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีหลากหลาย เช่น การบำบัดด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า, การบำบัดด้วยเสียง, การบำบัดด้วยแรงดันอากาศ, ชุดกระตุ้นระบบน้ำเหลือง, เครื่องกระตุ้นกล้ามเนื้อด้วยไฟฟ้า, อุปกรณ์การสั่นสะเทือน และเครื่องยืดหลัง
ศูนย์ดูแลสุขภาวะแบบครบวงจรให้บริการคำปรึกษาเฉพาะบุคคล พร้อมการตรวจประเมินด้านสุขภาพ อาทิ การวิเคราะห์ตัวบ่งชี้ทางชีวภาพ (Biomarker) และการประเมินรูปแบบการใช้ชีวิต ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการดูแลด้านการนอนหลับ สุขภาพระบบเผาผลาญ สมรรถภาพทางความคิด และการจัดการความเครียด
ส่วน Alchemy Bar ในโซนสปา อยู่ภายใต้การดูแลของ Charlotte Pulver หัวหน้าผู้เชี่ยวชาญด้านการรังสรรค์สูตร พื้นที่แห่งนี้ได้รับการออบแบบให้เหมือนร้านปรุงยาร่วมสมัย โดยได้รับแรงบันดาลใจจากปฏิทิน Anglo-Celtic ซึ่งแขกผู้เข้าพักสามารถมีส่วนร่วมในการคัดสรรสมุนไพรท้องถิ่นที่เก็บเกี่ยวตามฤดูกาล เพื่อนำมาปรุงเป็นสารสกัดสมุนไพรเข้มข้นและเครื่องดื่มสมุนไพร ซึ่งสามารถนำไปใช้ในทรีตเมนต์ ห้องอาหาร บาร์ รวมถึงการอบไอน้ำ และสปาฮัมมัม
บริเวณชั้นหนึ่ง Six Senses London ได้ร่วมมือกับ HUM2N คลินิกด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย (longevity clinic) ที่ก่อตั้งโดย Dr. Mohammed Enayat เพื่อยกระดับบริการด้านสุขภาพของโรงแรม โดยให้บริการตรวจวิเคราะห์เลือดเชิงลึก การให้สารอาหารและวิตามินทางหลอดเลือด (IV nutrient therapy) การปรับสมดุลฮอร์โมน และโปรแกรมดูแลสุขภาพที่มุ่งเสริมสมรรถภาพของร่างกาย นอกจากนี้ ยังมีห้องปรับสภาพด้วยความดันบรรยากาศสูง (Hyperbaric Chamber) ซึ่งออกแบบเพื่อจำลองสภาวะความกดอากาศคล้ายพื้นที่สูง ช่วยกระตุ้นการปรับตัวของเซลล์ ภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญในสภาพแวดล้อมที่ได้รับการควบคุมอย่างเหมาะสมภายในโรงแรม












