SB Design Square จับมือ Nirvana Development เดินเกม Strategic Partnership ระยะยาววางรากฐาน Ecosystem ใหม่ ยกระดับบ้านลักชัวรีไทยสู่มาตรฐาน Complete Living Experience พร้อมมอบสิทธิพิเศษ Voucher 10,000 บาท แก่ลูกค้าโครงการฯ วันนี้ – 31 พฤษภาคม 2569
เอสบี ดีไซน์สแควร์ ผู้นำด้าน Home Design Solutions ของไทย ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Nirvana Development ผู้พัฒนาโครงการบ้านระดับพรีเมียม เพื่อวางรากฐานความร่วมมือระยะยาวในการพัฒนาโมเดลการส่งมอบบ้านรูปแบบใหม่ ภายใต้แนวคิด “Complete Living Experience” ที่ผสานการพัฒนาโครงการกับงานออกแบบภายในและเฟอร์นิเจอร์แบบครบวงจรตั้งแต่ต้นทาง
ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนการปรับกลยุทธ์ของทั้งสององค์กร ท่ามกลางบริบทตลาดบ้านระดับกลาง–บนที่กำลังเปลี่ยนจากการแข่งขันเชิงผลิตภัณฑ์ (Product-led) ไปสู่การแข่งขันด้านประสบการณ์ (Experience-led) ผู้บริโภคยุคใหม่ต้องการบ้านที่พร้อมใช้ชีวิต ลดขั้นตอนการตกแต่งภายหลังโอนกรรมสิทธิ์ แต่ต้องการบ้านที่สะท้อนตัวตน พร้อมรองรับการใช้ชีวิตจริงตั้งแต่วันแรก
โดยเริ่มต้นที่โครงการ Nirvana Absolute Krungthep Kreetha เป็นลำดับแรก ซึ่งโครงการนี้เป็นบ้านเดี่ยว 3 ชั้นระดับลักชัวรี ซึ่งพัฒนาโดยให้ความสำคัญกับมิติของพื้นที่ที่ “รู้สึกได้” ผ่านการออกแบบที่เปิดรับแสงธรรมชาติ การไหลเวียนอากาศ และบรรยากาศที่เอื้อต่อความสงบและความเป็นส่วนตัว ภายใต้กรอบแนวคิด Functional Livingในส่วนของงานตกแต่งบ้าน SB Design Square เข้าไปมีบทบาทตั้งแต่การกำหนดแนวทางการตกแต่งภายใน การคัดเลือกและจัดวางเฟอร์นิเจอร์ลอยตัว ไปจนถึงการจัดองค์ประกอบพื้นที่และการเลือกสรร Prop เพื่อสร้างบรรยากาศที่สมบูรณ์ในทุกรายละเอียด ทำให้บ้านที่ส่งมอบมีความพร้อมทั้งด้านความสวยงาม ฟังก์ชันการใช้งาน และประสบการณ์การอยู่อาศัยตั้งแต่วันแรกที่เข้าอยู่
คุณพิเดช ชวาลดิฐ กรรมการบริหารกลุ่มบริษัทเอสบี เฟอร์นิเจอร์ กล่าวว่า “กลยุทธ์ระยะยาวของเราคือการขยายบทบาทจากธุรกิจค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์ สู่การเป็น Total Living Solutions Partner อย่างเต็มรูปแบบ ความร่วมมือกับ Nirvana Development จึงไม่ใช่เพียงการตกแต่งบ้านตัวอย่าง แต่เป็นการสร้าง Strategic Platform ที่สามารถต่อยอดไปยังโครงการอื่นในอนาคต เพื่อยกระดับมาตรฐานการอยู่อาศัยในตลาดพรีเมียมอย่างยั่งยืน”
ด้านคุณศรศักดิ์ สมวัฒนา ตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เนอวานา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การพัฒนาโครงการในปัจจุบัน ไม่ได้หยุดอยู่ที่ตัวบ้าน แต่ต้องเชื่อมโยงสู่คุณภาพชีวิตอย่างครบวงจร ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นการยกระดับงาน Interior ให้เป็นระบบที่สมบูรณ์
แบบ ทั้งในมิติของมูลค่าสินทรัพย์ และการสะท้อนตัวตนของการใช้ชีวิตจริง สร้างความเชื่อมั่นในมาตรฐานโครงการได้อย่างชัดเจน”










