Origin โชว์สเต็ปบุกอสังหาฯภูเก็ต ดันพอร์ตลงทุนรวม 30,000 ล้านบาท ตอกย้ำวิสัยทัศน์ Lifetime Company สร้างคลื่นรายได้รอบใหม่ วางฐานธุรกิจเติบโตทุกมิติ
นับตั้งแต่ปี 2566 ที่ Origin Group บุกลงทุนตลาดอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ตตามทิศทางการเติบโตภายใต้แนวคิด “Origin Infinity” ถึงวันนี้ (ณ สิ้นQ2/2569) มีมูลค่าเงินลงทุนรวม 18,350 ล้านบาท และยังมีแผนลงทุนต่อเนื่องต่อยอดธุรกิจระยะยาว โดยเฉพาะกลุ่มโครงการโรงแรมที่กำลังอยู่ในแผนงาน (Hotels in pipeline) ตอกย้ำวิสัยทัศน์ Lifetime Company ที่กระจายความเสี่ยงครอบคลุมหลากหลายธุรกิจอสังหาฯ สร้างการเติบโตที่แข็งแกร่งในทุกมิติ และคลื่นรายได้รอบใหม่จากโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้างและขายกำลังจะเข้ามาในช่วงไตรมาส 4 /2569 เป็นต้นไป
นายธนกร วุฒิพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานการบริหารธุรกิจตลาดต่างประเทศ บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ผู้พัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร ชี้ให้เห็นถึงความเป็น World Class Destination ของ ภูเก็ต จังหวัดท่องเที่ยวระดับท็อป ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย ซึ่งเป็นทั้งเมืองพักผ่อนตากอากาศและ “Global Safe Zone” บ้านหลังที่สองของชาวต่างชาติ ซึ่ง เครือออริจิ้น ถือเป็นผู้พัฒนาอสังหาฯจากกรุงเทพฯรายแรกๆ ที่เข้ามาบุกตลาดเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมแห่งแรก คือ ดิ ออริจิ้น กะทู้ ป่าตอง เปิดพรีเซลในช่วงเดือนกันยายน ปี 2566 และได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติอย่างมาก ทำให้มั่นใจในเป้าหมายเปลี่ยนภูเก็ตเป็นฐานธุรกิจสร้างการเติบโตที่แข็งแกร่งในทุกมิติ โดยรูปแบบการลงทุนนั้นจะมีทั้งลักษณะ Joint Venture (JV) หรือร่วมลงทุนกับพันธมิตร และลงทุนเองทั้งหมด 100%
เสต็ปก้าวแรกพอร์ตการลงทุนของ Origin Group เริ่มต้นเน้นพัฒนาคอนโดมิเนียมผ่าน ORIGIN VERTICAL จากนั้นขยายพอร์ตที่อยู่อาศัยแนวราบ และวิลล่า ผ่าน บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) หรือ BRI เปิดตลาดซูเปอร์ลักชัวรีด้วยแบรนด์ใหม่ชื่อ “บัลโค (Balco)” โครงการแรก คือ โครงการ บัลโค บางเทา บีช มูลค่า 1,350 ล้านบาท เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าต่างชาติและตลาด
ลักชัวรีในพื้นที่ท่องเที่ยว และขยายสู่กลุ่มโรงแรม ธุรกิจสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) โดยนับตั้งแต่ปีแรกที่ Origin Group บุกลงทุนตลาดอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ตตามทิศทางการเติบโตบริษัทภายใต้แนวคิด “Origin Infinity” ในปี 2566 ถึง ณ สิ้น Q2/2569 มูลค่าเงินลงทุนรวม (Total investment) 18,350 ล้านบาท แบ่งเป็น
– กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย ทั้งคอนโด และ บ้าน(วิลล่า) จำนวน 8 โครงการ จำนวน 3,937 ยูนิต มูลค่าการลงทุนรวม 15,650 ล้านบาท โดยมียอดขายเฉลี่ยเกินกว่า 60% พร้อมทั้งยังได้สร้างอาณาจักรมิกซ์ยูส บน 2 ทำเล คือ ออริจิ้น รีสอร์ท เวิล์ด ภูเก็ต | บางเทา บีช และ ออริจิ้น ลากูน เชิงทะเล ภูเก็ต
– กลุ่มธุรกิจโรงแรม (Hospitality & Tourism) ที่สร้างรายได้ประจำ อยู่ในแผนงานพัฒนา (Hotels in pipeline) 3 โครงการ จำนวน 601 keys มูลค่า 2,700 ล้านบาท ได้แก่ Motto Phuket Kata (มอตโต ภูเก็ต กะตะ) แบรนด์โรงแรมไลฟ์สไตล์ และ Urban Micro-hotel จากเครือ Hilton และ Moxy Cherngtalay (ม็อกซี่ เชิงทะเล) กับ Moxy Phuket Chaofah (ม็อกซี่ ภูเก็ต เจ้าฟ้า) แบรนด์โรงแรมไลฟ์สไตล์รุ่นใหม่ในเครือ Marriott Bonvoy ที่เน้นดีไซน์สนุกสนาน ทันสมัย และเป็นกันเอง
“โครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างเราเร่งมืออย่างเต็มที่ควบคู่ไปกับการทำการตลาดเชิงรุกในหลากหลายรูปแบบ พอร์ตอสังหาฯภูเก็ต เรามีกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชาวไทย และชาวต่างชาติ โดยสัดส่วนของชาวต่างชาติ 3 อันดับแรก คือ รัสเซีย 46.6%, โปแลนด์ 15.9%, จีน 6.4% และอื่นๆ 31.1%” นายธนกร กล่าว
สำหรับสเต็ปการลงทุนถัดไปเข้าสู่ช่วงวางฐานรากเพื่อสร้างการเติบโตต่อเนื่อง โดยในช่วงระยะเวลา 3 ปี (2569 – 2571) ต่อจากนี้ จะมีการลงทุนพัฒนาโครงการใหม่รวม 11,650 ล้านบาท ส่งผลให้พอร์ต ออริจิ้น ภูเก็ต เติบโตจาก 18,350 ล้านบาท ขยับขึ้นเป็น 30,000 ล้านบาท ในปี 2571 พร้อมสร้างรายได้ใหม่เพิ่มจากโครงการสร้างเสร็จพร้อมส่งมอบและรายได้ประจำจากกลุ่มโรงแรมที่เปิดให้บริการ ประกอบด้วย
กลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายทั้งคอนโด และ บ้าน (วิลลา)
– ปี 2569 นี้ จะมี 2 คอนโดฯ เปิดใหม่บนทำเลย่าน เชิงทะเล และ กะทู้ -ป่าตอง รวมมูลค่า 3,500 ล้านบาท
– ระหว่างปี 2570-2571 จะมีคอนโดฯใหม่เพิ่มจำนวน 7 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 8,150 ล้านบาท บนทำเลหาดบางเทา, เชิงทะเล, หาดสุรินทร์, หาดกะตะ และ เมืองภูเก็ต
นอกจากนี้ ออริจิ้น จะสามารถสร้างคลื่นรายได้รอบใหม่ที่เริ่มตั้งแต่ ไตรมาส 4/2569 เป็นต้นไป จากโครงการที่ก่อสร้างเสร็จและส่งมอบให้กับลูกค้า จาก 2 โครงการเพิ่มเติม คือ โครงการ โซ ออริจิ้น บางเทา บีช มูลค่าโครงการ 2,800 ล้านบาท และ โครงการ บัลโค บางเทา บีช มูลค่า 600 ล้านบาท สำหรับในปี 2570 จะมีรายได้เพิ่มอีก 2 โครงการ และปี 2571 จะมีรายได้เพิ่มจากคอนโดฯ 1 โครงการ











